Welcome to Charlian Thai fans
 
บ้านสมัครสมาชิก(Register)เข้าสู่ระบบ(Log in)

Share | 
 

 The Hero and The King / กระบี่สะท้านฟ้า ราชาสะท้านแผ่นดิน

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down 
ไปที่หน้า : 1, 2, 3 ... 7 ... 14  Next
ผู้ตั้งข้อความ
lingu
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 4 กระบี่ไร้น้ำตา
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 4 กระบี่ไร้น้ำตา
avatar

จำนวนข้อความ : 6491
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: The Hero and The King / กระบี่สะท้านฟ้า ราชาสะท้านแผ่นดิน   Wed Oct 22, 2008 11:16 am


_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=linguniang&group=3]Chil
lingu
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 4 กระบี่ไร้น้ำตา
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 4 กระบี่ไร้น้ำตา
avatar

จำนวนข้อความ : 6491
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Hero and The King / กระบี่สะท้านฟ้า ราชาสะท้านแผ่นดิน   Wed Oct 22, 2008 11:18 am

tomtam พิมพ์ว่า:
กระบี่สะท้านฟ้า ราชาสะท้านแผ่นดิน - The Hero and The King

บทประพันธ์ในนิยายเรื่องนี้ไม่เกี่ยวพันกับประวัติศาสตร์จีนแต่อย่างใด เนื้อหาทั้งหมดล้วนสมมติขึ้น โดยอาศัยชื่อตัวละครและช่วงเวลาบางส่วนจากประวัติศาสตร์ เพื่อให้เกิดความสมจริงเท่านั้น และผู้แต่งขอละเว้นการใช้คำราชาศัพท์

ตอนที่ 1 ครองราชย์

สมัยราชวงศ์ซ้อง (ซ่ง) ฮ่องเต้น้อยนามคังซื่อ (สมมติ) ขึ้นครองราชย์ด้วยพระชนมายุเพียง 8 พรรษา เนื่องจากพระราชบิดาเสด็จสวรรคตด้วยโรคติดต่อก่อนวัยอันควร ในวันงานพระบรมราชาภิเษก มังกรน้อยฉลองพระองค์สีเหลืองทองก้าวสู่ท้องพระโรงอย่างสง่างาม สร้างความปิติยินดีให้กับบรรดาขุนนาง ข้าราชบริพาร ตลอดจนไพร่ฟ้าประชาราษฎร์ที่มาคอยเฝ้ารับเสด็จ หลังจากทรงประทับบนราชบัลลังก์แล้ว ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์จึงประกาศพระราชโองการของอดีตองค์ฮ่องเต้ซิงซื่อจู่ มีใจความดังต่อไปนี้
“ให้คังซื่อโอรสองค์ที่สามของเราเป็นผู้สืบราชบัลลังก์ต่อไป โดยมีสี่ขุนนางใหญ่ได้แก่ สั่วหนี อ๋าวป้าย เยี่ยปี้หลง และซูเค่อซ่าฮาเป็นผู้สำเร็จราชการแทน และคอยช่วยเหลือฮ่องเต้น้อยบริหารบ้านเมือง เมื่อคังซื่ออายุครบ 20 ปี เหล่าเสนาบดีจงคืนอำนาจการปกครองทั้งหมดให้กับคังซื่อ” จบราชโองการ

หลังจากจบราชโองการของอดีตฮ่องเต้ บรรดาขุนนางข้าราชบริพารจึงกล่าวคำสดุดีขึ้นอย่างพร้อมเพรียง
“ขอพระองค์ทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นๆ ปี...”
หลังจากนั้นจึงเปลี่ยนศักราชการปกครองเป็นปีคังซื่อที่ 1

เสนาบดีแต่ละคนที่ได้รับการแต่งตั้งนั้นล้วนเป็นผู้ที่มีความดีความชอบต่อบ้านเมือง และเป็นคนที่อดีตองค์ฮ่องเต้ทรงไว้วางพระทัย
หัวหน้าเสนาบดีสั่วหนี ซึ่งมีอายุมากที่สุด เสียชีวิตด้วยโรคชราหลังจากคังซื่อครองราชย์ได้ไม่นาน
เสนาบดีอ๋าวป้าย เป็นผู้มีความทะเยอทะยานสูง ต่อมาได้ขึ้นเป็นหัวหน้าเสนาบดีแทนสั่วหนี และยังดำรงตำแหน่งพระราชครูของคังซื่ออีกด้วย
เสนาบดีเยี่ยปี้หลง เขากับอ๋าวป้ายมีความสัมพันธ์เป็นบ้านเขยบ้านสะใภ้กัน จึงมีความเกรงใจอ๋าวป้ายเป็นอย่างมาก
เสนาบดีซูเค่อซ่าฮา ขุนนางผู้มีความซื่อสัตย์และจงรักภักดี แต่ภายหลังถูกกลั่นแกล้งและต้องตกเป็นเบี้ยล่างของอ๋าวป้าย

๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑

ณ เมืองไคเฟิง 12 ปีต่อมา กงซุนเช่อบัณฑิตผู้ขึ้นชื่อเรื่องความฉลาดปราดเปรื่องกำลังมีปากเสียงอยู่กับนายทหาร 2 นาย
“หนอย เจ้านึกว่าตัวเองเป็นใคร ท่านนายอำเภออุตส่าห์ให้โอกาส แต่เจ้ากลับปฏิเสธ แบบนี้มันวอนซะแล้ว” นายทหารคนหนึ่งกล่าวขึ้นด้วยความฉุนเฉียว
“ข้าน้อยมีความจำเป็นจริงๆ หวังว่านายท่านทั้งสองจะเข้าใจ และช่วยไปรายงานต่อท่านนายอำเภอให้ด้วย”บัณฑิตกงซุนกล่าวร้องขออย่างสุภาพ
“ไม่ได้! ในเมื่อรู้ว่าไม่สามารถรับตำแหน่งได้ แล้วจะมาสอบหาพระแสงอะไร” นายทหารอีกคนยังคงยืนกรานไม่ยอม
ที่แท้กงซุนเช่อเพิ่งจะสอบจอหงวนผ่านด้วยคะแนนสูงลิบลิ่ว จนขุนนางทั่วเมืองหลวงตกใจ นายอำเภอเองก็ดีใจมาก จึงรีบนำเรื่องนี้กราบทูลฮ่องเต้ และขอให้กงซุนเช่อเข้ารับราชการมาเป็นผู้ช่วยของตน แม้กงซุนเช่อจะอยากมีส่วนร่วมในการบริหารบ้านเมือง แต่เขาหมดความศรัทธาต่อราชสำนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งนายอำเภอเมืองไคเฟิงคนนี้ ใครๆ ก็รู้ว่าเขาขึ้นชื่อเรื่องความคดโกง ชอบข่มเหงและรีดไถเงินจากพวกชาวบ้าน เมื่อรู้เช่นนี้แล้ว เขาจะสามารถไปรับใช้คนแบบนี้ได้อย่างไร ตอนที่เขาลงสมัครสอบก็ไม่ได้ดิดว่าตัวเองจะได้คะแนนสูงริบลิ่วถึงเพียงนี้ แค่อยากจะลองทดสอบดูว่าข้อสอบจอหงวนที่ล่ำลือกันว่ายากนั้นหน้าตาเป็นอย่างไร แต่ตอนนี้ดันมาสอบได้ที่หนึ่งซะอีก ซวยจริงๆ
“นี่! ตกใจจนเป็นใบ้หรือไง เงียบอยู่ได้ ข้าจะถามเจ้าเป็นครั้งสุดท้ายนะ เจ้าจะตามข้ากลับไปพบนายอำเภอดีๆ หรือว่าจะให้ข้าใช้กระบี่ในมือข้าส่งเจ้าไปเยี่ยมปู่ข้าเหอะ” นายทหารเริ่มหมดความอดทนแล้วจึงยื่นคำขาด กงซุนเช่อได้ยินเช่นนั้น ก็เงียบคิดอยู่ครู่นึงและตอบกลับไปว่า
“เห็นที ข้าคงจะไปกับท่านไม่ได้” นายทหารทั้งสองได้ยินคำตอบเช่นนั้น ก็บันดาลโทสะ กำไม้กำมือเตรียมตั้งศาลเตี้ยทันที บรรดาจีนมุงทั้งหลาย เมื่อเห็นว่ากำลังจะมีเรื่องกัน ก็กลัวลูกหลงถอยไปไกลถึง 3 ลี้
“งั้นเจ้าก็เลือกจะไปพบปู่ข้าใช่ไหม” พูดจบแล้วนายทหารก็ง้างกระบี่ของตนขึ้น แต่ทว่ายังไม่ทันได้ลงมือ ก็มีฝากาน้ำชาบินมาจากไหนไม่รู้ชนเอาข้อมือของนายทหารจนกระบี่กระเด็นร่วงลงพื้นไป
“เฮ้ย! ใครวะ” นายทหารทั้งสองมองหน้ากันด้วยความสงสัย พอหันไปรอบๆ ก็ไม่เห็นมีใครอยู่ในบริเวณนั้น มีแต่ฝุ่นกับลมที่พัดไปมา จนในที่สุดสายตาของทั้งคู่ก็ไปสะดุดอยู่ที่ชายหนุ่มคนหนึ่งซึ่งกำลังนั่งจิบน้ำชาอยู่ในร้านซึ่งอยู่ไม่ห่างออกไปนัก

ชายหนุ่มผู้นี้รูปร่างสูงใหญ่ ใส่ชุดเกราะทำจากหนังและขนสัตว์คล้ายกับพวกนักรบ ผมยาวตรงถูกรวบเอาไว้ข้างหลังอย่างง่ายๆ หน้าตาของเขาสุขุมเยือกเย็น ดวงตาสงบนิ่งแต่มีพลัง จมูกโด่งเป็นสัน หากโกนหนวดเคราออกแล้วก็จัดว่าเป็นชายหนุ่มที่หน้าตาดีคนหนึ่ง
“เฮ้ย ฝากานี่ของเจ้างั้นเหรอะ” นายทหารคนนึ่งเอ่ยถามขึ้นอย่างท้าทาย แต่ชายหนุ่มกลับไม่มีทีท่าว่าจะสนใจ เขายังคงนั่งจิบน้ำชาต่อไปอย่างสบายอารมณ์ ทำให้นายทหารทั้งสองเริ่มเกิดความหงุดหงิด
“ไม่ได้ยินที่ข้าถามเจ้าเหรอะ หูตึงหรือไงวะ” ชายหนุ่มยังคงนิ่งเฉยอยู่เช่นนั้นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ด้วยความโมโหนายทหารทั้งสองคว้ากระบี่ขึ้นและพุ่งตรงมายังเขา แต่ก้าวมาได้เพียงไม่กี่ก้าวก็มีถ้วยน้ำชาบินมาชนเข้าที่หัวเข่าของนายทหารทั้งสองจนล้มลงไปกองอยู่กับพื้นอย่างไม่เป็นท่า พวกเขาโอดครวญด้วยความเจ็บปวด
“โอ๊ยไอ้บ้านี่ วรยุทธสูงไม่ใช่เล่น” นายทหารคนหนึ่งเอ่ยขึ้น
“ข้าว่าอย่าไปยุ่งกับมันจะดีกว่า” นายทหารอีกคนกล่าวเสริมอย่างหวาดๆ
“อ้าว! แล้วจะปล่อยไอ้บัณฑิตไม้เสียบผีนี่ไปด้วยเหรอ”
“ยังไงตอนนี้เรากลับไปรายงานท่านนายอำเภอก่อน แล้วค่อยยกพวกมาช่วยก็แล้วกัน” หลังจากปรึกษากันเสร็จนายทหารทั้งสองก็ตะโกนบอกชายในร้านน้ำชาว่า
“เจ้ามันบังอาจ ไม่รู้ซะแล้วว่าเจ้าได้ล่วงเกินใคร ถ้าแน่จริงก็ตามมาที่จวนนายอำเภอได้เลย” ว่าแล้วพวกมันก็ทั้งเดินทั้งวิ่ง หนีไปไกลจนลับตา กงซุนเช่อพอเห็นชายหนุ่มที่นั่งอยู่ในร้านน้ำชาก็ตาเป็นประกายรีบเดินเข้าไปหาเขา
“ขอบคุณท่านจอมยุทธ์มาก ถ้าไม่ได้ท่านข้าคงแย่แน่เลย” เขากล่าวขอบคุณและยิ้มให้ ทว่าจอมยุทธหนุ่มกลับวางท่านิ่งเฉยไม่พูดไม่จา กงซุนเช่อเห็นเช่นนั้นก็ยิ้มและกล่าวต่อไปว่า
“วรยุทธ์ของท่านช่างสูงส่ง ไม่ทราบว่าท่านเป็นคนสำนักไหน” ยังไม่ทันที่จอมยุทธ์มาดเท่ห์จะได้ตอบ ก็ปรากฏชายหนุ่มรูปร่างสูงหน้าตาดีเดินถือพัดเข้ามายังร้านที่ทั้งสองคุยกันอยู่

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=linguniang&group=3]Chil
lingu
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 4 กระบี่ไร้น้ำตา
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 4 กระบี่ไร้น้ำตา
avatar

จำนวนข้อความ : 6491
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Hero and The King / กระบี่สะท้านฟ้า ราชาสะท้านแผ่นดิน   Wed Oct 22, 2008 11:20 am

tomtam พิมพ์ว่า:
“อะไรกัน! จากกันแค่เดือนสองเดือน แม้แต่ชื่อหัวหน้าใหญ่ ชีเส้าเฟย ท่านก็จำไม่ได้งั้นเหรอ” ชายหนุ่มรูปงามไม่พูดเปล่า พรางตบบ่ากงซุนเช่อไปแรงๆ หนึ่งที ดูท่าทางพวกเขาคงสนิทสนมกันไม่น้อย กงซุนเช่อได้ยินเช่นนั้นก็ทำหน้าตกใจแล้วเอ่ยกับจอมยุทธหนุ่มที่นั่งอยู่ว่า
“โอว! ที่แท้ก็จอมยุทธชีที่ใครๆ ต่างก็ล้ำลือนี่เอง วันนี้ได้เจอตัวจริง นับถือๆ” ชื่อเสียงของจอมยุทธชีมีเหรอที่เขาจะไม่รู้จัก ชีเส้าเฟยฉายาเทพมังกรเก้าปรากฏ หัวหน้าใหญ่แห่งค่ายเหลี๋ยนอิ๋น เขาคือผู้นำคนสำคัญที่ออกศึกขับไล่พวกเหลียว กิมก๊ก และซีเซียะ พอชาวบ้านได้ยินชื่อนี้ ก็ยังกับได้พบเทวดาพญามังกร แต่พอศัตรูได้ยินชื่อนี้ต่างก็พากันอกสั่นขวัญแขวน ชีเส้าเฟยได้ยินกงซุนเช่อกล่าวขึ้นเช่นนั้นก็วางถ้วยน้ำชาลงบนโต๊ะอย่างแรง ปัง! ทำให้กงซุนเช่อและชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างๆ ถึงกับสะดุ้งขึ้นพร้อมๆ กัน เขาหันหน้ามามองชายทั้งสองแล้วเอ่ยขึ้นว่า
“พวกเจ้าเล่นกันพอรึยัง!!! พี่รอง!!! น้องสี่!!!” ชายคนที่ถือพัดได้ยินเช่นนั้นก็รีบนั่งลงประจบ เขาเทน้ำชาให้ชีเส้าเฟย แล้วเชิญกงซุนเช่อนั่งลงด้วยกัน
“เอาน่า... หัวหน้าใหญ่ ยังไงเราก็มาถึงเมืองหลวงแล้ว แล้วก็ได้พบกับหัวหน้ารองแล้ว พวกข้าแค่ล้อเล่นนิดหน่อย ทำไมต้องหัวเสียด้วยเล่า” ที่แท้บัณทิตรูปร่างผอมบางคือกงซุนเช่อ หัวหน้ารองแห่งค่ายเหลี๋ยนอิ๋นที่ขึ้นชื่อเรื่องความฉลาดปราดเปรื่องนี่เอง ส่วนชายหนุ่มคนถือพัดคือ คุณชายลู่เสี่ยวฟง หัวหน้าสี่แห่งค่ายเหลี๋ยนอิ๋นฉายามือกระบี่อันดับหนึ่งของแผ่นดิน ใต้หล้านี้ไม่มีกระบี่ใดเร็วกว่ากระบี่ของคุณชายลู่ ครั้งเดียวที่เขาปราชัยนั่นคือ ศึกกับชีเส้าเฟย ด้วยเหตุนี้เขาจึงชื่นชมและขอติดตามชีเส้าเฟย ร่วมเป็นหนึ่งในหัวหน้าทั้งสี่ของค่ายเหลี๋ยนอิ๋น เรียกได้ว่า ชีเส้าเฟยมีลูกน้องที่ดีสมบูรณ์แบบทั้งบุ๋นและบู๊ มือขวาของเขาคือบัณฑิตอันดับหนึ่งของแผ่นดิน มือซ้ายของเขาคือสุดยอดมือกระบี่ ด้วยเหตุนี้ไม่ว่าจะออกทัพจับศึกครั้งใด ค่ายเหลี๋ยนอิ๋นก็ไม่เคยปราชัยแม้แต่ครั้งเดียว
“ใครว่าข้าหัวเสียหล่ะ ข้าเป็นห่วง! พวกท่านเล่นกันเหมือนเด็กๆ เมื่อครู่นี้เจ้าไม่เห็นรึ หัวหน้ารองของเจ้าเกือบจะถูกพวกขุนนางชั่วรุมรังแกเอา ถ้าพวกเรามาไม่ทันจะว่าไง” ชีเส้าเฟยกล่าวตำหนิ
“ข้าต้องขอโทษด้วยที่ทำให้ทุกคนเป็นห่วง เรื่องนี้เป็นเพราะข้าไม่ดีเอง ข้าแค่อยากจะมาลองสอบจอหงวนดู ไม่คิดว่าเรื่องมันจะปานปลายถึงเพียงนี้” กงซุนเช่อทำหน้าสำนึกผิด เขาเองก็ไม่อยากให้ใครเดือดร้อน แค่ตั้งใจจะมาหาประสบการณ์ เมื่อสอบเสร็จก็ตั้งใจจะกลับค่ายทันที แต่ดันมาเกิดเรื่องซะก่อน
“ว่าแต่พี่รอง ท่านไปมีเรื่องกะไอ้ทหารพวกนั้นได้ยังไงหล่ะ” ลู่เสี่ยวฟงถามขึ้น
“ก็ใครจะไปรู้ ข้าดันสอบติด พวกนั้นจะพาข้าไปรายงานตัว พอปฏิเสธเข้า ก็เจออย่างที่พวกเจ้าเห็นนี่หล่ะ” กงซุนเช่อตอบด้วยน้ำเสียงอ่อยๆ แม้จะได้ฟังคำอธิบายจากกงซุนเช่อแล้ว แต่ชีเส้าเฟยกลับสีหน้าไม่ดีขึ้นแม้แต่น้อย ด้านลู่เสี่ยวฟงพอรู้ว่ากงซุนเช่อสอบติดก็ทำตาโตเท่าไข่ห่านแล้วหยอกเขา
“โอ้โหพี่รอง! ท่านโก้ไม่เบาเลยนะ สอบจอหงวนได้ซะด้วย เห็นทีวันหน้าข้าต้องเรียกท่านว่าไต้ท้าวกงซุนซะแล้ว”
“เจ้าก็อย่าล้อข้าเล่นหน่อยเลย เออจริงสิ... ว่าแต่พวกเจ้ามาถึงเมืองหลวงนี่เพื่อตามหาข้างั้นเหรอ” เขาถามขึ้น
“โหยพี่รอง... หลงตัวเองไปเปล่า ใครว่าเรามาตามหาท่านเล่า หัวหน้าใหญ่เขามาเยี่ยมอาจารย์หน่ะ มีคนไปส่งข่าวที่ค่ายว่าท่านนักพรตคูป่วย หัวหน้าใหญ่เลยรีบเดินทางมาเยี่ยม” นักพรตคูที่ลู่เสี่ยวฟงพูดถึงคนนี้ ก็คือ คูชูกี่ นักพรตผู้มีบุญคุณกับชีเส้าเฟยยิ่งนัก เมื่อตอนชีเส้าเฟยอายุยังไม่ถึงสิบขวบ เขาก็เริ่มฝึกวรยุทธแล้ว ตอนนั้นนักพรตคูขึ้นเหนือไปธุดงค์แถวๆ ชายแดน พวกเขาจึงได้รู้จักกันโดยบังเอิญ นักพรตคูเกิดถูกชะตาเด็กน้อยชีเส้าเฟย จึงได้สอนวิธีการเดินลมปราณให้กับเขา หลังจากนั้นเพลงกระบี่ของชีเส้าเฟยก็รุดหน้าและยังมีกำลังภายในที่แข็งแกร่งที่สุดอีกด้วย
“จริงเหรอหัวหน้าใหญ่ แล้วนักพรตคูตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง” กงซุนเช่อถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง
“ข้าเองก็ยังไม่รู้ ยังเดินทางไปไม่ถึงสำนักก็มาพบกับท่านก่อนนี่หล่ะ” ชีเส้าเฟยตอบด้วยสีหน้าที่มีกังวล ใจหนึ่งเขาก็ห่วงพี่น้องที่ค่าย อีกใจหนึ่งก็ห่วงอาจารย์ แถมยังมาเจอกงซุนเช่อถูกพวกขุนนางชั่วรังแกอีก กงซุนเช่อเองติดตามชีเส้าเฟยมานาน ก็พอจะดูออกว่าภายในใจของเขากังวลมากแค่ไหน เพื่อเป็นการไถ่โทษที่ตนเองหนีมาสอบจอหงวน เขาจึงออกความคิดขึ้นว่า
“เอาอย่างนี้สิหัวหน้าใหญ่ เดี๋ยวข้ากับน้องสี่จะรีบเดินทางกลับค่าย ท่านก็รีบเดินทางไปพบนักพรตคูเถิด” กงซุนเช่อว่าแล้วก็หันหน้าไปทางลู่เสี่ยวฟงเพื่อถามความคิดเห็น
“ดีมั๊ยน้องสี่ น้องสี่!!! นี่!!! น้องสี่!!!” เขาเรียกอยู่หลายครั้งจนรู้ว่าสมาธิของลู่เสี่ยวฟงนั้นไปอยู่กับสาวๆ ที่เดินอยู่ในตลาดเสียแล้ว

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=linguniang&group=3]Chil
lingu
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 4 กระบี่ไร้น้ำตา
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 4 กระบี่ไร้น้ำตา
avatar

จำนวนข้อความ : 6491
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Hero and The King / กระบี่สะท้านฟ้า ราชาสะท้านแผ่นดิน   Wed Oct 22, 2008 11:21 am

tomtam พิมพ์ว่า:
“อะไรเล่า พี่รองเรียกอยู่ได้” ลู่เสี่ยวฟงทำท่ารำคาญนิดหน่อยที่ถูกขัดจังหวะ นานๆ ทีเขาจะได้เปิดหูเปิดตา ชีวิตที่ค่ายเหลี๋ยนอิ๋นวันๆ มีแต่คมหอกคมดาบคราบเลือดคราบฝุ่น ที่แท้เมืองหลวงน่าอยู่กว่าเป็นไหนๆ
“น้องสี่โรคเก่ากำเริบอีกแล้วนะ ไม่เห็นเหรอว่าหัวหน้าใหญ่กำลังกลุ้ม ข้าว่าเราสองคนรีบเดินทางกลับค่ายเถอะ เจ้าจะว่ายังไง”
“อ่ะหยา! เรื่องอะไรหล่ะพี่รอง ท่านอยากกลับก็กลับไปคนเดียวสิ ข้าจะกลับพร้อมหัวหน้าใหญ่ นานๆ จะได้มาเมืองหลวงสักที โอกาสดีๆ อย่างนี้ข้าไม่กลับแน่นอนนนนน” เขาพูดพร้อมกับชายตามองสาวงามกลุ่มหนึ่งที่กำลังเดินมาใกล้ๆ หญิงสาวเห็นเช่นนั้นก็ทำท่าเขินอาย เพราะลู่เสี่ยวฟงจัดเป็นผู้ชายหน้าตาดีและมีบุคลิกที่โดดเด่น จนใครเห็นก็ต้องหลงใหล กงซุนเช่อเห็นเช่นนั้นก็อดยิ้มไม่ได้ เขาหยิบพัดในมือลู่เสี่ยวฟงมาตีเจ้าของไปหนึ่งที ป๊าบ!
“โอ๊ยพี่รอง! มันเจ็บนะ” พอลู่เสี่ยวฟงหลุดจากผะวังสวาทหันกลับมาที่โต๊ะแล้วเห็นใบหน้าที่ไม่มีรอยยิ้มของชีเส้าเฟย เขาก็เลิกเล่นและทำท่าจริงจังขึ้น
“เอาอย่างนี้ไหมหัวหน้าใหญ่ พวกเราก็ไปเยี่ยมอาจารย์ท่านก่อน เสร็จธุระแล้วก็ค่อยเดินทางกลับค่ายพร้อมกัน ดีมั๊ย” ลู่เสี่ยวฟงทำหน้าอ้อนวอนเล็กๆ เขายังมีความหวังที่จะได้เที่ยวเมืองหลวงสักสองสามวันก่อนกลับ ทว่าชีเส้าเฟยกลับไม่พูดอะไร ดวงตาที่แน่วแน่ของเขามองออกไปไกล ไกลจนแทบถึงชายแดน เด็กกำพร้าอย่างเขาเห็นค่ายเหลี๋ยนอิ๋นเป็นเหมือนครอบครัว บรรดาพี่น้องในค่ายก็เปรียบเหมือนพ่อแม่และญาติแท้ๆ ของเขา ไม่ว่าเรื่องใดก็ตามที่เกี่ยวพันถึงชีวิตพี่น้องภายในค่าย เขามักจะเป็นห่วงแทนเสมอ ดังนั้นใบหน้าของเขาจึงเหมือนแบกโลกเอาไว้ตลอดเวลา
“ข้าไม่วางใจ ทิ้งหงเผาไว้คนเดียว” ชีเส้าเฟยตอบสั้นๆ ทำให้ลู่เสี่ยวฟงทำหน้าผิดหวังเล็กๆ
“ที่แท้ก็เป็นห่วงหงเผานี่เอง ถ้างั้นทำไมตอนออกจากค่ายมา ท่านต้องให้ข้าติดตามมาด้วยเล่า” ลู่เสี่ยวฟงทำเสียงงอนๆ ชีเส้าเฟยแม้จะถูกผู้ใต้บังคับบัญชาซักไซ้ไล่เลียง ก็ไม่มีทีท่ารำคาญแม้แต่น้อย เขายังคงรักษามาตรฐานความสุขุมเอาไว้ไม่เปลี่ยนแปลงก่อนจะตอบลู่เสี่ยวฟงว่า
“ก็ข้าเป็นห่วงหัวหน้ารองของเจ้าหน่ะสิ” แม้ว่ากงซุนเช่อจะมีความฉลาดล้ำเลิศ แต่ชีเส้าเฟยรู้ดีว่าวรยุทธ์ของเขานั้นแค่ระดับปานกลาง หากมีลู่เสี่ยวฟงอยู่ใกล้ๆ เขาถึงจะอุ่นใจ ลู่เสี่ยวฟงได้ยินเช่นนั้นก็เข้าใจเจตนาของชีเส้าเฟย
“เอาหล่ะข้าเข้าใจแล้ว ท่านตั้งใจจะให้ข้ามาที่นี่เพื่อรับหัวหน้ารองและคุ้มครองเขากลับค่ายตั้งแต่แรกแล้ว” แม้จะไม่พอใจที่อดเที่ยว แต่ลู่เสี่ยวฟงรู้สึกว่าหัวหน้าใหญ่สุดเท่ห์ของเขาคนนี้ช่างคิดแทนพี่น้องเสียจริงๆ แล้วเขาจะเห็นแกตัว เห็นแก่สาวๆ สวยๆ อวบๆ ในเมืองหลวงพวกนี้ดีกว่าพี่น้องในค่ายได้อย่างไร
“เอาหล่ะๆๆ เดี๋ยวต้องเดินทางอีกไกล งั้นขอข้าซัดบะหมี่ซักสามชามก่อน แล้วเราค่อยออกเดินทางก็แล้วกันนะพี่รอง” ว่าแล้วลู่เสี่ยวฟงก็ชะเง้อหาเสี่ยวเอ้อ หายไปไหนกันหมดเนี้ย
“เถ้าแก่” เขาตะโกนเรียกสียงดัง แต่กลับเห็นเถ้าแก่กับบรรดาเสี่ยวเอ้อหลบๆ ซ่อนๆ ผลุบๆ โผล่ๆ อยู่ข้างบันไดไม่กล้าโผล่ออกมาสักคน ด้วยความหิวและนึกสนุก ลู่เสี่ยวฟงจึงทำเสียงโหดๆ เลียนแบบชีเส้าเฟยแล้วกล่าวขึ้นว่า
“ถ้าข้านับถึงสามแล้วยังไม่มีบะหมี่บนโต๊ะ” “วันนี้ข้าจะกินบะหมี่เนื้อคนแทน” พอพวกเสี่ยวเอ้อได้ยินเช่นนั้น ก็จ้าละหวั่นวิ่งกันให้วุ่นครัว
“หนึ่ง” เสียงโกร๊งเกร๊งดังมาจากในครัว
“สอง” พวกในครัวยังคงวิ่งกันหัวปั่น มีเสียงคนร้องเหมือนถูกมีดบาดและโดนน้ำร้อนลวกดังรอดออกมา
“สะ....” ยังไม่ทันนับถึงสามบะหมี่สามชามก็มาตั้งอยู่บนโต๊ะอย่างครบถ้วน ลู่เสี่ยวฟงเห็นเช่นนั้นก็ไม่รอช้า ยกชามบะหมี่ขึ้นชดอย่างสบายอารมณ์ ส่วนพวกเสี่ยวเอ้อก็พากันหอบแฮกๆ เหงื่อหยดกันเป็นแถวๆ กงซุนเช่อเห็นเช่นนั้นก็หัวเราะออกมา ในความไม่รู้จักโตของหัวหน้าสี่ ทางด้านชีเส้าเฟยหันมาพูดกับกงซุนเช่อต่อว่า
“พี่รอง งั้นทางนี้ก็ฝากท่านด้วยแล้วกัน ข้าใจร้อน ขอเดินทางไปพบอาจารย์ก่อน หากเห็นว่าไม่มีอะไรแล้ว ข้าก็จะรีบกลับ” ว่าแล้วชีเส้าเฟยก็ไม่รอช้าลุกพรวดขึ้นเตรียมตัวออกเดินทาง
“หัวหน้าใหญ่ท่านวางใจเถอะ ข้ากับน้องสี่จะรีบเดินทางกลับค่ายทันที” ชีเส้าเฟยได้ยินเช่นนั้นก็ไม่รอช้า เขาคว้ากระบี่ขึ้นอย่างคล่องแคล่วแล้วเดินออกไปอย่างรวดเร็ว ลู่เสี่ยวฟงตะโกนไล่หลังคนที่เดินออกไปว่า
“หัวหน้าใหญ่ ท่านรักษาตัวด้วยนะ” จริงๆ ลู่เสี่ยวฟงเองก็รู้สึกเป็นห่วงหัวหน้าใหญ่ แม้ชีเส้าเฟยจะมีวรยุทธสูง แต่เขาก็ไม่เคยเดินทางคนเดียวเช่นนี้ คนฟังได้ยินก็หยุดเดินแล้วตอบกลับมาว่า
“รู้แล้ว เจ้าเองก็อย่าก่อเรื่องหล่ะ” ว่าแล้วชีเส้าเฟยก็เดินจากไปจนลับตา

๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=linguniang&group=3]Chil
lingu
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 4 กระบี่ไร้น้ำตา
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 4 กระบี่ไร้น้ำตา
avatar

จำนวนข้อความ : 6491
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Hero and The King / กระบี่สะท้านฟ้า ราชาสะท้านแผ่นดิน   Wed Oct 22, 2008 11:22 am

tomtam พิมพ์ว่า:
ระหว่างที่ลู่เสี่ยวฟงกับกงซุนเช่อกำลังนั่งกินบะหมี่อยู่ที่โต๊ะ ก็ปรากฏมีชายหญิงแต่งตัวดีดูมีฐานะคู่หนึ่งเดินเข้ามาในร้าน นางไม่ทันระวังจึงสะดุดประตูล้มลงเกือบชนลู่เสี่ยวฟงเข้า ลู่เสี่ยวฟงหมุนตัวกลางอากาศหนึ่งครั้งแล้วช้อนรับนางไว้ ได้ พอคนในร้านเห็นเข้าต่างพากันฮือฮาในวรยุทธอันสูงส่งของเขา
“โอ๊ะขอโทษค่ะท่านจอมยุทธ ข้าไม่ทันระวัง” หญิงสาวร่างเล็กหน้าตาน่ารักกล่าวขอโทษเขาด้วยความสุภาพ ลู่เสี่ยวฟงเมื่อเห็นใบหน้าอันงดงามของนางก็อดส่งยิ้มหวานๆ แล้วทำตาหยดย้อยไม่ได้ (โรคเก่ากำเริบอีกแล้ว)
“ระวังหน่อยนะหากข้ารับไม่ทัน หน้าหวานๆ ของเจ้าอาจจะบาดเจ็บเอาได้” เมื่อนางได้ยินเช่นนั้นก็หน้าแดงด้วยความเขินอาย ทำให้ชายหนุ่มที่มากับนางมีสีหน้าไม่พอใจ เขาดึงมือนางออกมาจากอ้อมกอดของลู่เสี่ยวฟงในทันที
“เจ้าไม่เป็นไรนะปิงเยี่ย” เขาหันมาถามหญิงสาวและจ้องมองลู่เสี่ยวฟงด้วยความไม่พอใจ
“อื้อ ข้าไม่เป็นไร”
“ข้าไม่หิวแล้ว เรารีบไปกันเถอะ” ว่าแล้วหนุ่มน้อยหน้ามนก็ดึงหญิงสาวออกมาจากร้าน ลู่เสี่ยวฟงเห็นเช่นนั้นก็ทำหน้าไม่พอใจบ่นพรึมพำ
“คนเมืองหลวงช่างไร้มารยาท ขอบคุณสักคำก็ไม่มี” กงซุนเช่อที่นั่งจิบน้ำชาอยู่เงียบๆ สังเกตคู่หนุ่มสาวที่เพิ่งเดินออกไปก็รู้ว่าพวกเขาคงไม่ใช่คนธรรมดาเป็นแน่ โดยเฉพาะชายหนุ่มคนนั้น หน้าตาท่าทางของเขามันช่างดูคุ้นหูคุ้นตายังไงชอบกล แต่เขาก็ไม่ได้สนใจอะไรมาก ได้แต่เร่งลู่เสี่ยวฟงให้รีบออกเดินทาง
“เอ้า...ไม่ต้องพูดมากแล้ว แล้วนี่กินเสร็จรึยัง จะได้รีบเดินทาง เผื่อทหารพวกนั้นย้อนกลับมาอีก จะกลายเป็นเรื่องใหญ่เปล่าๆ” หลังจากกินบะหมี่เสร็จ ทั้งคู่ก็จ่ายเงินแล้วออกเดินทางกลับค่ายเหลียนอิ๋นทันที

๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑

หลังจากออกมาจากร้านน้ำชาแล้ว หญิงสาวก็บ่นพึมพำด้วยความไม่พอใจ ตาของนางคอยหันกลับไปมองจอมยุทธ์เจ้าของนัยน์ตาบาดใจในร้านน้ำชานั่น
“อะไรก็ไม่รู้ เมื่อกี๊ยังบ่นหิวอยู่เลย” นางบ่นพึมพำ ชายหนุ่มเห็นเช่นนั้นก็พยายามเปลี่ยนเรื่องเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจนาง
“อ้อ เมื่อกี๊ข้าได้ยินชาวบ้านพูดกันว่ามีละคระหุ่นที่ตลาด เจ้าอยากดูไหม” เขาเอ่ยถามขึ้น
“จริงเหรอ ไปสิๆ ข้าอยากดู” และแล้วก็ได้ผล พอได้ยินคำว่าละคระหุ่น หญิงสาวก็ตื่นเต้นดีใจจนลืมเรื่องที่เพิ่งเหตุขึ้นเมื่อครู่ไปจนหมด
“เอางี้…” นางเกิดความคิดขึ้น
“ใครวิ่งไปถึงตลาดก่อนชนะ...” พูดยังไม่ทันจบประโยคนางก็วิ่งออกตัวไปไกลจนชายหนุ่มถึงกับส่ายหัว นี่นางจะซนไปถึงไหนกัน เดี๋ยวก็ล้มเข้าจนได้ ยังไม่ไรนางก็สะดุดล้มลงไปจริงๆ
“ปิงเยี่ย!!!” ชายหนุ่มตกใจ เขารีบวิ่งเข้าไปดูแล้วประคองนางขึ้น แต่นางกลับสะบัดแขนแล้วทำหน้าบึ้งใส่เขา
“อ้าวนี่เจ้าเป็นอะไรไป” ชายหนุ่มถาม
“อย่าแตะต้องตัวข้า” ว่าแล้วนางก็เดินกระโผกกระเผลกไปเอง
“ปิงเยี่ยเจ้ามีเหตุผลหน่อยได้ไหม ทำไมอยู่ดีๆ ก็มาโกรธข้าหล่ะ” ชายหนุ่มเดินตามมาข้างหลัง
“ก็ท่านนั่นแหละทำให้ข้าหกล้ม”
“ยังไง ข้าอยู่ตั้งไกล จะเป็นคนทำให้เจ้าหกล้มได้ยังไง” เขาถาม
“ยังจะมาเถียงอีก ก็ถ้าท่านตามมาใกล้ๆ มีรึจะรับข้าไว้ไม่ทัน” ชายหนุ่มได้ยินเช่นนั้นก็ก้มหน้าลง นี่เขาผิดอีกแล้วหรือนี่ แต่ถ้าหากมันจะทำให้นางสบายใจ เขาเองก็ยินดีที่จะขอโทษนาง ยังไม่ทันที่เขาจะได้เอ่ยคำขอโทษ รู้ตัวอีกทีพวกเขาก็เข้ามาอยู่ในวงล้อมของชาวบ้านที่มามุงดูละครหุ่นซะแล้ว ชายหนุ่มจึงแทรกผู้คนเข้ามายืนข้างหลังนาง
“ปิง...”
“ชู... เงียบๆ สิ เขากำลังเล่นกันแล้ว” นางหันมากระซิบเบาๆ คนอะไรโกรธง่ายหายเร็วจังเลย นิสัยเหมือนเด็กจริงๆ เขาคิดแล้วก็หันไปดูละครหุ่นที่กำลังเล่นอยู่

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=linguniang&group=3]Chil
lingu
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 4 กระบี่ไร้น้ำตา
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 4 กระบี่ไร้น้ำตา
avatar

จำนวนข้อความ : 6491
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Hero and The King / กระบี่สะท้านฟ้า ราชาสะท้านแผ่นดิน   Wed Oct 22, 2008 11:22 am

tomtam พิมพ์ว่า:
ละครหุ่นคณะนี้เดินทางมาจากทางตอนเหนือของประเทศ ประกอบด้วยเวทีเล็กๆ ซึ่งสร้างขึ้นจากวัสดุที่เรียบง่าย ในฉากมีหุ่นอยู่หกตัว สามตัวแต่งตัวเป็นชาวฮั่น อีกสามตัวแต่งตัวเป็นทหารต้าเหลียวกำลังสู้รบกันอย่างดุเดือด โดยมีทีท่าว่าฝ่ายฮั่นกำลังจะแพ้
“ฮ่าฮ่าฮ่า พวกเจ้ามันช่างอ่อนหัดเสียจริงๆ” หุ่นทหารต้าเหลียวเอ่ยขึ้นและทำท่าจะลงมือสังหารหุ่นชาวฮั่น ทันใดนั้นก็มีฝักกระบี่ลอยมาชนหุ่นทหารต้าเหลียวกระเด็นกระดอนล้มลงอย่างไม่เป็นท่า
“เทพมังกรชีเส้าเฟยมาช่วยแล้ว” เด็กชาวบ้านที่ชมละครอยู่รอบๆ ร้องขึ้นพร้อมกับตบมือแสดงความดีใจ
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาได้ยินชื่อของชีเส้าเฟย แต่มันทำให้ชายหนุ่มเกิดความสงสัยขึ้นว่า ชีเส้าเฟยที่ว่านี้เป็นคนเดียวกับหัวหน้าโจรทางเหนือที่ก่อคดีปล้นสินค้าราชสำนักหรือไม่ หากใช่ทำไมพวกชาวบ้านถึงได้ยกย่องสรรเสริญเขาเช่นนี้ ขณะที่ชายหนุ่มกำลังคิดอะไรเพลินๆ หญิงสาวก็หันมาสะกิดเขา
“ฝ่า... เอ๊ย คุณชาย” ชายหนุ่มยังคงยืนนิ่งไม่มีปฏิกิริยาอะไร
“คุณชายๆ ท่านเป็นอะไรไป ละครจบแล้วนะจะยืนอยู่อีกนานไหมเนี้ย ข้าหิวแล้วนะ” นางเอ่ยถามชายหนุ่มที่ยังคงยืนเหม่ออยู่ตรงหน้า
“อะไร เจ้าว่าอะไรนะปิงเยี่ย” เมื่อได้สติเขาจึงหันมาถามนาง หญิงสาวเห็นชายหนุ่มไม่สนใจคนพูดของตนก็ตะคอกใส่เขา
“ข้าบอกว่าหิว! ท่าน! ได้! ยิน! ได้! ไหม!” หญิงสาวตะโกนดังสะนั่นทั้งๆ ที่ยืนอยู่ติดกันแท้ๆ
“ข้า! ได้! ยิน! แล้ว!” ทีนี่ชายหนุ่มหันมาตะโกนใส่หูนางบ้าง ทำให้ชาวบ้านแถวนั้นหันมามองทั้งคู่ พวกเขาเห็นเช่นนั้นก็หัวเราะคิกคักด้วยความชอบใจกันอยู่สองคน
“นี่เจ้าหายโกรธข้าแล้วเหรอปิงเยี่ย” เขายื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆ นาง
“โกรธ โกรธเรื่องอะไรเหรอ” นางทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ที่จริงนางเองก็ลืมไปแล้วว่าตัวเองกำลังงอนเขาอยู่
“ข้าขอโทษนะปิงเยี่ย ไม่ว่าเจ้าจะโกรธข้าหรือไม่ ข้าก็ขอโทษ” นางเงยหน้าขึ้นมองคนพูดจึงเห็นดวงตาอันกลมโตของเขา มันทำให้นางแทบจะหยุดหายใจเลยทีเดียว ทำไมเขาถึงได้อ่อนโยนและดีกับนางเช่นนี้ ทั้งสองจ้องมองกันอยู่ครู่หนึ่ง จนในที่สุดหญิงสาวก็ต้องเป็นฝ่ายหลบตา ชายหนุ่มจึงเอ่ยขึ้นเพื่อทำลายความเงียบ
“เมื่อกี๊เจ้าว่าเจ้าหิวใช่ไหม ถ้างั้นเราก็รีบกลับกันเถอะ” พอได้ยินเช่นนั้นหญิงสาวก็ทำท่าไม่พอใจ
“ไม่เอาๆ ข้ายังไม่อยากกลับนิ”
“ไม่ได้ เจ้าสัญญาว่าจะออกมาแค่ไม่กี่ชั่วยามเท่านั้น แล้วนี่มันก็ใกล้ค่ำแล้วด้วย” ชายหนุ่มทำท่าทางจริงจังขึ้นมา
“งั้น...” หญิงสาวยิ้มอย่างมีอุบาย
“จับข้าให้ได้ ข้าถึงจะยอมกลับ” ว่าแล้วนางก็วิ่งหนีไปไกลไวอย่างกับลิง ชายหนุ่มได้แต่ส่ายหัวแล้วถอนหายใจ คนอะไรไม่รู้จักโตซักที ยังไม่ทันที่เขาจะได้วิ่งตาม ทันใดนั้นนางก็วิ่งไปชนเข้ากับชายคนหนึ่งรูปร่างสูงใหญ่ใส่ชุดสีแดง นางกระเด็นล้มลงไปกองกับพื้น ชายหนุ่มเห็นเช่นนั้นก็ตกใจ รีบวิ่งเข้าไปช่วย แต่พอเดินเข้าไปใกล้ๆ ร่างสูงใหญ่นั้นก็หันมาประคองหญิงสาวขึ้น เมื่อชายหนุ่มเห็นหน้าชายชุดแดงก็ทักขึ้นว่า
“องครักษ์เหอ” ฝ่ายชายชุดแดงพอเห็นเขาก็ทำท่าจะก้มลง แต่ทว่าเขาห้ามเอาไว้ก่อน
“ปิงเยี่ย เจ้าเป็นอะไรไหม” ชายหนุ่มถาม
“วันนี้มันทำไมนะ ทั้งสะดุดทั้งล้มไม่รู้กี่รอบแล้ว” หญิงสาวหัวเสีย ว่าแล้วก็เอามือปัดฝุ่นที่เลอะเต็มตัว
“ก็องค์หญิงไม่ยอมเดินอย่างที่ควรจะเดิน” องครักษ์ชุดแดงกล่าวแบบยิ้มๆ
“นี่! ข้าว่าเจ้าตั้งใจขวางข้ามากกว่า ใช่ไหม!” หญิงสาวพูดด้วยน้ำเสียงชวนหาเรื่อง ว่าแล้วก็ทำตาเขียวใส่ชายผู้เป็นองครักษ์
“เอาหล่ะๆ พวกเจ้าอย่ามัวเถียงกันเลย เดี๋ยวฟ้าจะมืดซะก่อน ตอนนี้เรารีบกลับกันดีกว่า” ชายหนุ่มกล่าว
“พะยะค่ะ” องครักษ์ตอบ แล้วทั้งสามก็ออกเดินทางกลับวังหลวงก่อนที่พระอาทิตย์จะตกดิน
ที่จริงแล้วชายหนุ่มคนนี้ก็คือคังซื่อ ฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน ตอนนี้พระองค์พระชนมายุ 20 พรรษาแล้ว ส่วนหญิงสาวจอมซนคือองค์หญิงปิงเยี่ย ทั้งพระญาติและพระสหายซึ่งเป็นเพื่อนเล่นกับฮ่องเต้มาตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ ส่วนองครักษ์ชุดแดง คือ องครักษ์เหอเจียจิ้ง ผู้มีวิชาตัวเบาและเพลงกระบี่ที่ลึกล้ำไร้เทียมทาน...

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=linguniang&group=3]Chil
lingu
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 4 กระบี่ไร้น้ำตา
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 4 กระบี่ไร้น้ำตา
avatar

จำนวนข้อความ : 6491
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Hero and The King / กระบี่สะท้านฟ้า ราชาสะท้านแผ่นดิน   Wed Oct 22, 2008 11:23 am

lingu พิมพ์ว่า:
กริ๊ดดดดด แต๋ม สนุกจังเลยง่ะ ดาราคับจอเลย นี่ซ้อๆบ้านเราพรสวรรค์นักเขียนทั้งนั้นนะเนี๊ยะ 555 อ่านแล้วหลินกุจิ้นมาดขรึม ขี้เก๊กของท่านหัวหน้าใหญ่ชีเส้าเฟยได้เด่นชัดเลย ประดุดกำลังดูนี่สุ่ยหานภาคพิเศษอยู่เนี่ย
แล้วคุณชายลู่เสี่ยวเฟ่งนี่ จะให้จิ้นถึงหน้าจิ๊เสี่ยวหงด้วยป่ะเนี่ยะ ทำไมเรื่องนี้มีจื้อหลินหลายคนเลยง่ะ คริๆ ส่วนปิงเยี่ยนี่ใครสวมบทคะ ใช่เหลียงเสี่ยวปิงคนเดิมป่ะ แล้วก็คังซื่อน้อย ตากลมโต อ๊ากกก น่ารักๆ จิ้นภาพออกเลย แล้วมาแอบขำก๊ากตรงมีองครักษ์จั่น เหอเจียจิ้งโผล่มาด้วย โอ้ยยยย ฟิคแต๋มมีแต่หนุ่มหล่อๆทั้งนั้นเลย อ่านแล้วละลาย

มาต่ออีกไวๆนะคะ รอลุ้นบทของเสอน้องอยู่อ่ะ แต่อย่าให้เธอโชคดีขนาบซ้ายก็เจอชีเส้าเฟย ขวาก็เจอคังซื่อน้อยนะคะ โฮะๆ นางเอกต้องรันทดเยอะๆ ก่อนจะสมหวังค่ะ

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=linguniang&group=3]Chil
lingu
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 4 กระบี่ไร้น้ำตา
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 4 กระบี่ไร้น้ำตา
avatar

จำนวนข้อความ : 6491
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Hero and The King / กระบี่สะท้านฟ้า ราชาสะท้านแผ่นดิน   Wed Oct 22, 2008 11:23 am

O-yohyo พิมพ์ว่า:
ยินดีต้อนรับฟิคน้อยๆ ของแต๋มที่เพิ่งคลอดค่ะ

เจ้าหนูน้อยเรื่องนี้น่ารักน่าชังจริงเชียว แถมมีอารมณ์ขัน
และสันชาติหลากหลายจริงๆ

o-yo อ่านเจอท่างกงซุนเช่อ ก็ฮาไปรอบแล้วนะ
พอมาเจอท่านคูชู่กี โอ๊ย...ก๊ากลั่นบ้านเลยเนี่ย
แล้วไหนแต๋มบอกว่าแต่งเป็นเรื่องแรกไง
โห..ไม่อยากจะเชื่อ อย่างที่หลินกุว่า ทำไมพวกซ้อมีพรสวรรค์อย่างงี้

นิยายของแต๋มให้บรรยากาศชาวยุทธ์ดีค่ะ
ถ้าไง ตอนหน้าอย่าลืมภาพแนะนำตัวละครด้วยนะ
อยากเห็นกงซุนเช่อ แล้วก็ ลู่เสี่ยวฟง
ส่วนหงเผา o-yo ขอจิ้นตัวละครในนี่สุ่ยหานนะ Very Happy

ปิงเยี่ย เนี่ยตอนแรก o-yo นึกว่าอาเส่ซะอีก
เพราะจำได้ว่า แต๋มเคยแปะโครงเรื่อง ประมาณว่า
คนรักของฮ่องเต้เสียชีวิต แล้วอาเส่ก็หน้าเหมือนคนรักฮ่องเต้
แต่พอหลินกุบอกเหลียงเสี่ยวปิง ประกอบกับแต๋มบอกว่าอาเส่ยังไม่ออก
ก็เอ่อ..จริงแฮะ แป่วเลย Embarassed

---------------------------------------------------

เรื่องรูป กำลังอัพอยู่ค่ะแต๋ม แล้วจะส่งให้ทาง pm นะ
ตอนแรกก็ลำบากใจ เพราะว่าภาพอาเส่ยุคชิงก็หาง่ายอยู่หรอกค่ะ
มีตรึ้ม แต่ยุคซ่งเนี่ย ไม่มีเลยค่ะ ก็อาเส่เล่นอยู่ 2-3 ยุค
หลักๆ ก็หมิงกะชิง แต่พออ่านนิยายแต๋มแล้ว
o-yo ไม่กังวลใจแล้วล่ะ
จะยุคไหนก็ส่งไปหมด จะยุคไหนก็ได้เนอะเนอะ Laughing

(ส่งแบบไฟล์ .zip ไปให้นะคะ จะได้ส่งทีละหลายๆภาพ)

ขอตอนหน้าด่วนเลยนะคะ กำลังติดใจ หนุกหนานมากมาย 😉

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=linguniang&group=3]Chil
lingu
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 4 กระบี่ไร้น้ำตา
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 4 กระบี่ไร้น้ำตา
avatar

จำนวนข้อความ : 6491
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Hero and The King / กระบี่สะท้านฟ้า ราชาสะท้านแผ่นดิน   Wed Oct 22, 2008 11:24 am

Andaman พิมพ์ว่า:
ตามมาอ่านแล้วคร่า ฟิคของแต๋มทำเอาจางอ้อมเกิดอาการรักพี่เสียดายน้องมากๆ
แง้ จะเชียร์ใครดีละเนี่ย เส้าเฟยก็เท่ห์ขาดใจ ส่วนคังซื่อก็มีดีตรงตาโต น่ารักกระชากใจ





สำหรับปิงเยี่ยเนี่ย จางอ้อมก็คิดถึงนางเอกคนนี้อ่ะ



แต่พอมาอ่านเจอ นักพรตอาจารย์พระเอกเท่านั้น จางอ้อมก๊ากเลยอ่ะ 5555
แถมยังมีองค์รักษ์สุดหล่อ กิ๊กของใครไม่รู้โผล่มาด้วยอ่ะ รวมคนหล่อๆเพียบ
แอบขำตอนที่ว่า รึจะให้ข้าส่งเจ้าไปพบปู่ข้า 555 สำนวนเหลือร้ายนะเเต๋ม

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=linguniang&group=3]Chil
lingu
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 4 กระบี่ไร้น้ำตา
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 4 กระบี่ไร้น้ำตา
avatar

จำนวนข้อความ : 6491
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Hero and The King / กระบี่สะท้านฟ้า ราชาสะท้านแผ่นดิน   Wed Oct 22, 2008 11:25 am

Timmy พิมพ์ว่า:
Shocked โอ้วววววววววววววว และ โอ้วววววววววววววววว องครักษ์สุดหล่อโผล่มาด้วยรึเนี่ย อ่านแล้วเขินจังเลย Embarassed

จิ้นภาพปิงเยี่ยออกเลยค่ะ แล้วก็คังซีด้วย ส่วนท่านหัวหน้าใหญ่ก็มาแล้ว กลิ่นไอชาวยุทธ์มาเลยค่ะ

O-yohyo พิมพ์ว่า:
ดูฮ่องเต้บัลลังก์เลือดไป 3 ตอนแล้วจ้า

อ่านฟิคของแต๋ม แล้วก็เลยเกิดอาการอยากดูอย่างแรง
ไม่ได้ดิ ถ้าดองไว้ไม่ดูเดี๋ยวตกยุคตกสมัย ไม่เก็ตมุข

พอดูแล้ว......แต๋ม จ๋า แต๋ม
อยู่หนใด รีบกลับมาแต่งนิยายตอนต่อไปด่วน
แล้วช่วยจับอ้าวป้าย ไปต้มยำทำแกงให้หายแค้นหน่อย
ดูไป o-yo แทบอยากเข้าไปทุบอ้าวป้ายให้แบบติดดิน
คนอะไร จองหองพองขนที่สุด ไม่เกรงใจฝ่าบาทเลย
ดูแล้วขัดใจ o-yo มาก เฮียเค้าร้ายซะยิ่งกว่าสนมในศึกรักฯ มาก
นี่แค่ 3 ตอนเองนะ ไม่อยากจิ้นถึงตอนต่อไป ฮื่อ..แฮ่

แล้วดูมาเนี่ย ก็สมกับชื่อฮ่องเต้บัลลังก์เลือดจริงๆ ค่ะ
แค่ตอนแรกกับตอนสอง ก็มีคนตายไปหลาย Crying or Very sad


ฮ่องเต้คังซีก็น่าหมั่นไส้ในความเสน่ห์แรงจริงๆ
คนอะไร เชอะ เชอะ เชอะ มีแต่สาวมาหลง (ก็พระเอกนี่เนอะ Laughing )
แต่ก็น่าหลงจริงๆ ค่ะ ฝ่าบาทเก่ง แล้วก็ฉลาดกว่าที่คิดไว้เยอะ
ตอนแรกนึกว่าจะยังไม่เก่งซะอีก แต่ฉายแววตั้งแต่แรกเลย
ดูไป o-yo ก็พยายามนึกเมื่อครั้งที่ได้อ่านเรื่องเล่าในบอร์ด 3
แต่นึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก ดีแล้วล่ะ มันส์ดีจะได้ลุ้น



สาวๆ ในเรื่องนี้ ก็ดูฮาๆ ดีค่ะ อย่างเทียนเจียว
ลูกสาวสุดสวยของอ้าวป้าย ก็เล่นได้น่าหมั่นไส้มาก
ปิงเยี่ยก็เอาแต่ใจ แต่ว่าก็ตลกดี ตอนนี้ o-yo ชอบฟังเอ๋อที่สุด
ดูเธอเป็นกุลสตรีฉลาดและสุขุม มีเหตุมีผลดี เหมาะสมกับการเป็นฮองเฮา
ปิงเยี่ยเอาแต่ใจไปหน่อย คงปกครองตำหนักในและ
ครองใจข้าราชบริพารได้ยาก
ถ้าให้เป็นสนมเอกที่ฮ่องเต้โปรดปรานก็พอโอเคค่ะ
แต่ต้องดูไปก่อนนะ ว่าฟังเอ๋อจะแอบร้ายตอนหลังเปล่า
เพราะพวกเงียบๆ ติ๋มๆ เนี่ยมักร้ายลึก (o-yo ชอบแบบนี้ซะด้วย 😉 )

(ตอนที่สาวๆออกมา 5 นาทีแรก o-yo เพ่งตั้งนาน
เพราะแยกไม่ออกว่าใครเป็นใครนี่หน้า Embarassed )


เท่าที่ดู เห็นดาราประกอบหลายคนคุ้นหน้าอยู่
แต่ละคนดูเอ๊าะมากเลย ทำให้อยากรู้ว่าเรื่องนี้
สร้างมากี่ปีแล้วคะ เกิน 10 ปีแล้วใช่ป่ะ


แฮ่ะๆ นอกเรื่องพอแระ ก็นี่กระทู้นิยาย
แต่ o-yo มาเมาส์ละคร ไม่ว่ากันนะคะ
ก็นิยายของแต๋ม ทำให้ o-yo หยิบเรื่องนี้มาดูนี่หน่า

----------------------------------------------

หลินกุ อยากจะบอกว่า
ตอนนี้ o-yo ติดใจฮ่องเต้คังซีซะแล้ว
ก็เลยอยากขอให้อาเส่ได้ประกบทั้งคังซีและชีเส้าซังเถอะนะ
ขอโลภซักกะติ๊ดเหอะ นะ นะ นะ ก็เลือกไม่ถูกนี่หน่า
หัวหน้าใหญ่ก็เท่ห์ ฮ่องเต้คังซีก็เก่งและฉลาด
แต๋มเล่นจับมาเจอกันแบบนี้ ฮ่า ฮ่า ตัดสินใจไม่ถูก

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=linguniang&group=3]Chil
lingu
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 4 กระบี่ไร้น้ำตา
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 4 กระบี่ไร้น้ำตา
avatar

จำนวนข้อความ : 6491
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Hero and The King / กระบี่สะท้านฟ้า ราชาสะท้านแผ่นดิน   Wed Oct 22, 2008 12:05 pm

ทะเล พิมพ์ว่า:
ดีค่ะ แต๋ม Razz อ่านฟิคแล้วค่ะ สนุกมากค่ะ

เฮียเควินฝากดอกไม้มาให้ด้วยค่ะ 😉



lingu พิมพ์ว่า:
o-yo จำชื่อตัวละครได้เก่งจังเลยค่ะ หลินกุดูแล้วไม่ค่อยจำชื่อตัวละครเลย จำได้แต่พระเอกและนางเอก เห็นด้วยค่ะคังซีน้อยนอกจากน่ารัก มีวรยุทธ์แล้วยังฉลาดอีกด้วย อ้าวป้ายก็อ้าวป้ายเถอะ หักเหลี่ยมเฉือนคมสูสีกันค่ะ มันสนุกตรงนี้แหล่ะ เรื่องฮ่องเต้ฯ สร้างปี 1995 ค่ะ ต่อจากมังกรหยกพี่จิ๊เจ๋งปีนึงแล้วถึงจะต่อด้วยลูกผู้ชายต้องสู้ค่ะ นับนิ้วดูก็ 11ปีแล้วค่ะ
o-yo ดูแล้วทีนี้ก็จะอ่านฟิคแต๋มได้สนุกขึ้นอีกหลายเท่าเลย แต่จะให้อาเส่ขนาบซ้ายขวาเป็นเส้าเฟยกับคังซื่อนี่ต้องให้แต๋มตัดสินนะคะ 555 ถ้าถามหลินกุขอบทนางเอกโศกสลดก่อนค่ะ เด๋วชวนยัยซวงสี่กับจินห่าวและเสเส่หอบแห้วจากไร่แห้วมาฝากให้ชิมไปก่อนนะคะ โฮะๆๆๆ
Laughing

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=linguniang&group=3]Chil
lingu
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 4 กระบี่ไร้น้ำตา
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 4 กระบี่ไร้น้ำตา
avatar

จำนวนข้อความ : 6491
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Hero and The King / กระบี่สะท้านฟ้า ราชาสะท้านแผ่นดิน   Wed Oct 22, 2008 12:19 pm

tomtam พิมพ์ว่า:
ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านนะคะ จริงๆ แล้วยังไม่พร้อม แต่เป็นเพราะจางจงซันดันมาผ่าก่อนกำหนด เลยต้องรีบคลอดออกมารับขวัญหลานค่ะ ปรกติตอนหนึ่งใช้เวลาเขียนสองถึงสามคืน แต่เวลาเกลานี่นานกว่าหลายเท่า เกรงว่าคงจะลงได้แค่เดือนละครั้ง หวังว่าคงไม่ว่ากันนะคะ ที่ยืมตัวละครจากเรื่องโน้นเรื่องนี้มา เป็นเพราะแต๋มไม่ค่อยมีความรู้ คือไม่เคยดูนักแสดงคนอื่นเลยนอกจากจางจื้อหลิน Laughing เขียนไปเขียนมาเลยกลายเป็น เปาบุ้นจิ้น ตอน นี่สุ่ยหานไปซะนี่ 555

ชีเส้าซังตัวจริงของสี่ยอดมือปราบเขาเพอร์มั่กๆ แต่ชีเส้าเฟยของแต๋มคนนี้มีด้านที่อ่อนไหว บางครั้งก็บื้อเหมือนพี่ก๊วยเจ๋งเลยค่ะ ส่วนคุณชายลู่เสี่ยวฟงเป็นเจิ้งอีเจี้ยนที่ยืมบุคลิกเล็กเซียวหงค่ะ แต่เวลาเขียน หน้าเล็กเซียวหลินชอบลอยมาเรื่อยเชียว... Embarassed

เรื่องนางเอกทั้งปิงเยี่ย-เส่เยี่ย ขอยกจินตนาการให้คนอ่านจิ้นกันเอาเองก็แล้วกันค่ะ (จิ้นว่าเป็นตัวเองก็ได้นะ 555 Laughing ) จริงๆ แล้วองค์หญิงปิงเยี่ยออกจะโก๊ะๆ หน่อยเหมือนอาเส่เปี๊ยบ รูปในวอลเปเปอร์ข้างบนก็คือองค์หญิงปิงเยี่ยนะนั่น แต่ว่าเธอไม่ใช่นางเอกค่ะ นางเอกคือเส่เยี่ย เป็นกุลสตรี น่าสงสาร ชีวิตเศร้า รันทด จากคำให้การของพี่ชาย บทกุลสตรีนี้ดูจะเหมาะกับคลินิกซ์มากกว่าอาเส่ค่ะ 555 แต่เธอไม่สวยอ่ะ แต๋มขอจิ้นหน้าอาเส่ดีกว่า

กุกุเรื่องนี้ พระเอกทั้งคู่จะรักนางเอกมาก นางเอกจะสุขก่อนแล้วทุกข์ทีหลัง อย่างนี้ถือว่าแก้แค้นไหม ถ้ากุกุรับไม่ได้ ให้จิ้นเป็นเหลียงเสี่ยวปิง หลินซินหยู หรือสุ่ยหลิงไปได้เลยค่ะ ทุกคนเหมาะหมด

ขอบคุณโย่สำหรับภาพค่ะ กำลังอยากได้ภาพอาเส่อยู่พอดีเลย (but i couldn't d/l at school ah Sad ) ทีแรกก็กังวลเรื่องยุคเหมือนกันจนต้องไปปรึกษาแมร์ เพราะต้องเอาคังซีจากชิง มาเจอกับเส้าซังจากซ่ง สุดท้ายก็กลายเป็นรวมมิตรจางจื้อหลินภาคพิสดารอย่างที่เห็นเนี้ยหล่ะค่ะ

Thank you Ta-lay for pretty flower ja. Thank you Cheung Omm & my fav Her-Tian-E ka for reading my unprofessional fic na. Tam deejai tee took kon chop ka Embarassed










_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=linguniang&group=3]Chil
lingu
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 4 กระบี่ไร้น้ำตา
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 4 กระบี่ไร้น้ำตา
avatar

จำนวนข้อความ : 6491
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Hero and The King / กระบี่สะท้านฟ้า ราชาสะท้านแผ่นดิน   Wed Oct 22, 2008 12:21 pm

tomtam พิมพ์ว่า:
ตอนที่ 2 พบอาจารย์

ณ วังหลวง ตำหนักอ๋องถูจิ้น เจ้าหยาจือผู้เป็นมารดากำลังรอองค์หญิงปิงเยี่ยอยู่อย่างร้อนใจ เมื่อเห็นบุตรสาวของตนเดินเข้ามาพร้อมกับฮ่องเต้ก็ดีใจ รีบเข้าไปต้อนรับ
“ถวายบังโคมฝ่าบาท ขอพระองค์ทรงพระเจริญ” เจ้าหยาจือก้มลงถวายพระพร แม้นางเป็นหญิงวัยกลางคนแล้ว แต่ว่าความงดงามของนาง เรียกได้ว่าใครเห็นก็ต้องประทับใจ นอกจากนี้ นางยังเป็นกุลสตรีที่มีกิริยามารยาทอ่อนช้อย งดงาม ไร้ที่ติ ผิดกับผู้เป็นบุตรสาวซึ่งทำตัวกระโดกกระเดก ไม่รู้จักโตเสียที
“อาหญิงไม่ต้องมากพิธี ข้าแค่พาปิงเยี่ยมาส่งเท่านั้นเอง” คังซื่อตอบอย่างเป็นกันเอง ครอบครัวของทั้งคู่สนิทกันมาก อ๋องถูจิ้นคือพระอนุชาของอดีตฮ่องเต้ ตอนที่คังซื่อได้รับการเสนอชื่อให้เป็นองค์รัชทายาท บรรดาอ๋องทั้งหลายต่างพากันคัดค้าน มีเพียงอ๋องถูจิ้นเท่านั้นที่ให้การสนับสนุนเขา ดังนั้น คังซื่อจึงสนิทสนมกับคนในจวนอ๋องถูจิ้นเป็นพิเศษ โดยเฉพาะองค์หญิงปิงเยี่ยบุตรสาวเพียงคนเดียวของถูจิ้นและเจ้าหยาจือซึ่งเป็นเพื่อนเล่นกับเขามาตั้งแต่เด็ก
“เกเรจริงๆ เจ้าพาฝ่าบาทหนีเที่ยวแล้ว ยังจะรบกวนให้พระองค์มาส่งอีก” คนเป็นแม่หันไปตำหนิบุตรสาว
“อะไรกันท่านแม่ ฝ่าบาทชวนข้าต่างหาก เรื่องอะไรมาลงที่ข้าคนเดียวเล่า” ปิงเยี่ยเถียง ทั้งๆ ที่ความจริงแล้วนางเป็นคนรบเร้าให้ฮ่องเต้พาไปเที่ยว แต่ถ้านางบอกแม่ไปตามตรงคงจะโดนสวดอีกยาว
“ยังจะมาเถียงอีก” เจ้าหยาจือบ่นขึ้นเบาๆ ว่าแล้วก็ทำท่าจะเดินเข้าไปหยิกบุตรสาว แต่ปิงเยี่ยไวกว่า รีบเข้าไปหลบหลังฮ่องเต้ ฮ่องเต้เห็นเช่นนั้นก็ได้แต่ยืนตัวแข็งทำอะไรไม่ถูก
“นี่เจ้า!” คนเป็นแม่ร้องขึ้นเมื่อรู้ว่าทำอะไรลูกตัวเองไม่ได้
“ท่านอาหญิง ข้าเป็นคนพานางออกไปเอง ท่านจะว่าก็ว่าข้าเถิด” คังซื่อพยายามพูดไกล่เกลี่ย
“ฝ่าบาททรงออกรับแทนนางเช่นนี้ จะทำให้เคยตัวได้นะเพคะ” เจ้าหยาจือตำหนิเขา
“ทำไงได้ ก็ข้ากลัวไม่มีเพื่อนเล่นนี่หน่า” ว่าแล้วฮ่องเต้ก็หัวเราะชอบใจ ด้านเจ้าหยาจือจริงๆ แล้วก็ไม่ได้โกรธอะไร เพียงแต่ว่าไม่อยากให้ลูกสาวของตนไปรบกวนการทำงานของฮ่องเต้เท่านั้น
“แล้ววันนี้จะทรงเสวยพระกระยาหารที่นี้ไหมเพคะ” เจ้าหยาจือเอ่ยชวน ขึ้น
“อืม ก็ดีเหมือนกัน ข้ายังติดใจรสชาติผัดเห็ดเจของท่านอยู่เลย” เจ้าหยาจือได้ยินเช่นนั้นก็ยิ้ม
“ใครว่าผัดเห็ดเจกันเพคะ ครั้งนั้นหม่อมชั้นทำผัดเต้าหู้เจต่างหาก” นางหัวเราะ
“เออจริงด้วยสิ แต่ข้าจำได้ว่ามันอร่อยมากเลย” คังซื่อนึกถึงรสชาติอาหารที่เจ้าหยาจือทำ พูดไปทำหน้ามีความสุขไป พอเจ้าหยาจือและปิงเยี่ยเห็นเช่นนั้นก็อดหัวเราะไม่ได้
“ดูสิ ท่านแม่ตัวลอยแล้ว” ปิงเยี่ยแซว
“ไม่ต้องมาพูดดีเลย ฝ่าบาทไปแล้วแม่จะตีให้เข็ดเลยคอยดู” เจ้าหยาจือดุบุตรสาวของตนเป็นการแก้เขิน

ระหว่างที่ทั้งสามกำลังคุยกันอย่างออกรสนั้น ก็มีขันทีคนหนึ่งเดินเข้ามา
“ถวายบังโคมฝ่าบาท”
“เจ้ามีอะไรงั้นเหรอะ” ฮ่องเต้ทำท่ารำคาญนิดหน่อยที่ถูกขัดจังหวะ
“กราบทูลฝ่าบาท ไทเฮาทรงมีพระประสงค์ให้ฝ่าบาทไปพบพะยะค่ะ” พอคังซื่อได้ยินเช่นนั้นก็เปลี่ยนสีหน้าทันที นี่เสด็จแม่คงจะเรียกเขาไปตำหนิเรื่องวันนี้เป็นแน่ แต่...จะไม่ไปก็ไม่ได้
“ท่านอาหญิง เห็นทีวันนี้ข้าคงจะอยู่ทานข้าวที่นี่ไม่ได้แล้วหล่ะ” คังซื่อทำท่าเสียดายเล็กน้อยที่เขาอดอยู่ร่วมวงสนทนา
“ไม่เป็นไรเพคะ เอาไว้โอกาสหน้าก็ได้” เจ้าหยาจือยิ้มให้เขา ผิดกับองค์หญิงปิงเยี่ยที่ยืนหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่ คังซื่อเห็นเช่นนั้น จึงเดินไปกระซิบกับนางเบาๆ ว่า
“ฝันดีนะ พรุ่งนี้ข้าจะมาหาใหม่” คนฟังได้ยินเช่นนั้นก็หน้าแดงกร่ำ แทบจะหุบยิ้มเอาไว้ไม่อยู่ คืนนี้คงต้องฝันดีแน่ๆ
“เพคะ” นางตอบเขาเบาๆ
หลังจากนั้นฮ่องเต้ก็เสด็จออกไป ด้านเจ้าหยาจือเองก็สังเกตพฤติกรรมระหว่างบุตรสาวของตนกับฮ่องเต้อยู่อย่างเงียบๆ แม้พวกเขาจะเป็นเพื่อนเล่นกันมาตั้งแต่เด็ก แต่ว่าตอนนี้ทั้งคู่โตเป็นหนุ่มเป็นสาวแล้ว หญิงชายใกล้ชิดกันดูจะไม่เหมาะสมเท่าไหร่ อีกทั้งทั้งคู่ยังเป็นลูกพี่ลูกน้องกันอีกด้วย นางเองก็ไม่กล้านำเรื่องนี้ไปปรึกษาใคร ได้แต่หวังว่าพวกเขาคงไม่คิดอะไรเกินเลยต่อกัน

๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑

ในที่สุดชีเส้าเฟยก็เดินทางมาถึงสำนักช่วงจิงก่าตอนพลบค่ำ พอเดินมายังห้องโถงใหญ่ของสำนัก ก็มีนักพรตในสำนักสองสามคนออกมาต้อนรับ
“โอวจอมยุทธชี ท่านมาแล้วเหรอ” นักพรตเฒ่าคนหนึ่งเอ่ยทักขึ้น ส่วนนักพรตหนุ่มสองคนที่ยืนอยู่ข้างๆ พอได้ยินชื่อจอมยุทธชีก็พากันทำตาโตเท่าไข่ห่าน นี่หน่ะหรือชีเส้าเฟยที่ใครๆ ก็พูดถึงในเวลานี้ ตัวจริงดูเท่ห์กว่าที่คิดซะอีก
“คาราวะท่านผู้อาวุโสไม่ทราบว่าท่านคือ...” ชีเส้าเฟยเว้นช่วงให้นักพรตเฒ่าแนะนำตัว
“ข้าน้อย แซ่เฮ่ง ท่านเรียกข้าว่านักพรตเฮ่งก็ได้” เขาตอบ
“คาราวะนักพรตเฮ่ง คาราวะนักพรตน้อยทั้งหลาย ยินดีที่ได้รู้จัก” ชีเส้าเฟยก้มหัวลงคาราวะนักพรตทุกคน ไม่เว้นแม้แต่คนที่อาวุโสน้อยกว่าเขา
“มิกล้า มิกล้า” นักพรตเฒ่าเอ่ยพร้อมทั้งยิ้มด้วยสีหน้าพอใจที่ชีเส้าเฟยช่างเป็นคนที่มีสัมมาคาระวะสมคำร่ำลือเสียจริงๆ
“เรียนท่านนักพรต ข้าน้อยได้รับข่าวจากสหายว่า อาจารย์ของข้านักพรตคูล้มป่วย ไม่ทราบว่าตอนนี้ท่านเป็นอย่างไรบ้าง” ชีเส้าเฟยเอ่ยถามขึ้น
“เฮ้อ...” นักพรตเฒ่าถอนหายใจนิดนึงก่อนจะตอบเขาว่า
“จอมยุทธชี เจ้าสำนักคูรอพบท่านอยู่ เชิญทางนี้เถิด” ว่าแล้วนักพรตเฒ่าก็นำทางชีเส้าเฟยไปยังห้องพักของคูชู่กี่ ชีเส้าเฟยโค้งให้บรรดานักพรตทั้งหลายเดินนำไปก่อนจากนั้นเขาจึงค่อยเดินตาม

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=linguniang&group=3]Chil
lingu
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 4 กระบี่ไร้น้ำตา
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 4 กระบี่ไร้น้ำตา
avatar

จำนวนข้อความ : 6491
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Hero and The King / กระบี่สะท้านฟ้า ราชาสะท้านแผ่นดิน   Wed Oct 22, 2008 12:23 pm

tomtam พิมพ์ว่า:
เมื่อมาถึงห้องพักของคูชู่กี่ ชีเส้าเฟยเห็นอาจารย์ของตนนอนอย่างนิ่งสงบอยู่บนเตียงก็ตกใจไม่น้อย ปกติอาจารย์ของเขาเป็นคนแข็งแรงเหตุใดจึงล้มป่วยลงได้ง่ายถึงเพียงนี้
“เรียนท่านเจ้าสำนัก จอมยุทธชีมาแล้วครับ” นักพรตเฒ่าทำความเคารพคูชู่กี่แล้วก็ส่งสัญญาณให้พวกศิษย์คนอื่นๆ ออกไป หลังจากนั้นเขาเองเขาก็ลาชีเส้าเฟยเช่นกัน
“จอมยุทธชีข้าน้อยขอตัวก่อน” หลังจากที่ทุกคนออกไปกันหมดแล้ว ชีเส้าเฟยก็คุกเข่าลงมองคนที่นอนอยู่ตรงหน้า
“คาราวะอาจารย์ ชีเส้าเฟยมาเยี่ยมท่านแล้ว” นักพรตคูได้ยินเช่นนั้นก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้น ก่อนจะกล่าวขึ้นว่า
“นี่เจ้าจริงๆ เหรอ ในที่สุดเจ้าก็มา” เขาพูดด้วยน้ำเสียงอันแผ่วเบา
“ใช่แล้วอาจารย์เป็นข้าเอง ศิษย์อกตัญญูเดินทางมาช้า ขออาจารย์อภัยด้วย”
“แค่เจ้ามาข้าก็ดีใจแล้ว ชีเส้าเฟยข้ามีเรื่องสำคัญจะบอกกับเจ้า”
“อาจารย์ท่านมีเรื่องสำคัญอะไรงั้นหรือ” ชีเส้าเฟยถาม
“เจ้าเข้ามาใกล้ๆ หน่อย”
ชีเส้าเฟยจึงขยับเข้าไปใกล้ๆ ในใจก็คิดว่าอาจารย์มีเรื่องอะไรกันแน่ ทำไมต้องทำท่ามีลับลมคมในด้วย ยังไม่ทันที่ชีเส้าเฟยจะได้รับคำตอบใดๆ อยู่ๆ คนที่นอนก็ลุกขึ้น ชักกระบี่แล้วจู่โจมใส่เขาทันที
“อาจารย์ท่านทำอะไร” ชีเส้าเฟยตกใจมาก เขาหลบกระบี่ของนักพรตคูทัน แต่ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ จากผู้เป็นอาจารย์ คูชู่กี่ยังคงบุกเข้าโจมตีเขาอย่างไม่คิดชีวิต ชีเส้าเฟยเห็นท่าไม่ดีก็จำใจต้องต่อสู้เพื่อป้องกันตัว เขาไม่ได้ชักกระบี่ออก เพียงแต่ตั้งรับเท่านั้น ชีเส้าเฟยเองก็ไม่อยากทำร้ายอาจารย์ แต่ว่านี่มันเรื่องอะไรกันแน่...

พวกเขาสู้กันอย่างเอาเป็นเอาตายอยู่พักใหญ่ ไม่ว่าคูชูกี่จะใช้กระบวนท่าใด ชีเส้าเฟยก็สามารถโต้กลับได้อย่างรวดเร็ว จนในที่สุดคนเป็นอาจารย์ถึงกับหอบด้วยความเหนื่อย ชีเส้าเฟยเห็นเช่นนั้นก็ยั้งมือแล้วรีบเดินเข้าไปถาม แต่พอเข้าไปใกล้ๆ คนเป็นอาจารย์ก็สวนกระบี่กลับออกมาอีก โชคดีที่เขาหลบได้ทัน จากนั้นพวกเขาก็ต่อสู้กันอีกฉากใหญ่โดยที่ชีเส้าเฟยไม่ได้ชักกระบี่ออกจากฝักเลยแม้แต่น้อย จนกระทั่งคูชู่กี่พลาด กระบี่กระเด็นหลุดออกจากมือ แต่เขาก็ยังไม่ละทิ้งความพยายาม ซัดพลังฝ่ามือใส่ชีเส้าเฟยอย่างสุดแรง ทว่าชีเส้าเฟยใช้เพียงมือเปล่าก็สามารถรับพลังนั้นไว้ได้ โดยไม่สะทกสะท้านเลยแม้แต่น้อย ผิดกับคนที่เป็นอาจารย์ซึ่งกระเด็นออกไปจนเกือบล้ม ทำให้สถานการณ์ดูเลวร้ายลงไปอีก ตอนนี้พวกเขายืนอยู่กันคนละมุมห้อง ชีเส้าเฟยจ้องมองอาจารย์ด้วยความสงสัย
“อาจารย์นี่ท่านเป็นอะไรกันแน่” ในที่สุดคนเป็นศิษย์ก็เอ่ยถามขึ้น
“ถ้าข้าบอกว่าข้าต้องฆ่าเจ้าให้ได้หล่ะ เจ้าจะว่ายังไง” คูชู่กี่ตอบด้วยน้ำเสียงอันเย็นชาแล้วหันมาส่งสายตาอำมหิตให้ผู้เป็นศิษย์ ท่าทีของเขาดุดันมาก หากวันนี้ไม่ได้ชีวิตของชีเส้าเฟย คงจะไม่ยอมรามือเป็นแน่ ด้านชีเส้าเฟยถึงกับอึ้งไปกับคำตอบที่ได้รับ เขาแทบจะไม่เชื่อหูตัวเอง สีหน้าของเขาสลดลงจนแทบไม่มีเลือด นี่อาจารย์จะฆ่าเขาจริงๆ งั้นเหรอ มันเพราะอะไรกัน แต่แทนที่เขาจะหนีหรือคิดทำอะไรสักอย่าง อยู่ๆ ชีเส้าเฟยกลับตัดสินใจส่งกระบี่ในมือของเขาให้กับคูชู่กี่ คนเป็นอาจารย์เห็นเช่นนั้นก็ถึงกับอึ้งไปเช่นกัน
“ถ้าอาจารย์จะฆ่าข้าให้ได้ งั้นก็เชิญลงมือเลย” คูชู่กี่ได้ยินเช่นนั้นก็ไม่รอช้า เขาคว้ากระบี่ในมือของชีเส้าเฟยมาแล้วชักออกจากฝักพร้อมกับจ่อมันที่คอของชีเส้าเฟยอย่างรวดเร็ว ด้านชีเส้าเฟยเองก็มองหน้าคูชู่กี่ด้วยความตกใจ นี่อาจารย์จะฆ่าเขาจริงๆ
“อาจารย์ท่านบอกข้าได้ไหมว่าทำไม” ชีเส้าเฟยถามผู้เป็นอาจารย์ด้วยหัวใจที่แตกสลาย ถ้าอาจารย์คิดจะฆ่าเขาจริงๆ เขาก็ยินดี แต่อย่างน้อยขอแค่รู้เหตุผล เขาจะได้ตายตาหลับ
คูชู่กี่ได้ยินชีเส้าเฟยถามเช่นนั้นก็ถึงกับขมวดคิ้ว ใบหน้าของเขาแสดงให้เห็นถึงความเครียดสุดๆ แต่มือของเขายังคงจ่อปลายกระบี่ไปที่คอของผู้เป็นศิษย์ โดยไม่มีท่าทีว่าจะมีคำพูดใดหลุดออกจากปากเขา และแล้ว...เขาก็ตัดสินใจวางกระบี่ลงในที่สุด
“โธ่โอ๊ย เล่นกับเจ้ามันไม่เห็นสนุกเลย” ชีเส้าเฟยถึงกับเหวอเมื่อได้ยินอาจารย์ของเขากล่าวเช่นนั้น
“นี่ท่าน...”
“เจ้านะ เจ้านะ เสียทีที่เป็นศิษย์ข้าจริงๆ ข้าจะฆ่าเจ้าอยู่แล้ว นี่เจ้าไม่คิดจะต่อสู้เลยงั้นเหรอะ”
“อาจา...”
“นี่ถ้าใครบอกว่าจะฆ่าเจ้า เจ้าก็จะยอมให้เขาเชือดง่ายๆ แบบนี้งั้นเหรอ ไม่เอาไหนเลยจริงๆ”
“ข้า...”
“ข้านี่มันโง่จริงๆ คนแบบนี้จะเอามาทำเจ้าสำนักได้ยังไง”
“เอ่อ...”
“เอ่ออ่า เอ่ออ่า อะไร เจ้าจะพูดอะไรก็พูดเซ่” คูชู่กี่หันไปดุใส่คนเป็นศิษย์
“อาจารย์นี่ท่านล้อข้าเล่นงั้นเหรอ” ชีเส้าเฟยยังคงงงเป็นไก่ตาแตกอยู่
“ก็ใช่นะสิ เจ้าโง่”
“ท่านอย่าบอกนะว่าทั้งหมดนี้เป็นแผนของท่าน”
“ก็ใช่นะสิ เจ้าโง่”
“งั้นท่านก็ไม่ได้ป่วยจริงๆ หน่ะสิ”
“ก็ใช่นะสิ เจ้าโง่”

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=linguniang&group=3]Chil
lingu
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 4 กระบี่ไร้น้ำตา
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 4 กระบี่ไร้น้ำตา
avatar

จำนวนข้อความ : 6491
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Hero and The King / กระบี่สะท้านฟ้า ราชาสะท้านแผ่นดิน   Wed Oct 22, 2008 12:24 pm

tomtam พิมพ์ว่า:
ได้ยินเช่นนั้นชีเส้าเฟยถึงกับส่ายหัว นี่อาจารย์ของเขาเล่นอะไรกันนี่ เขายอมทิ้งค่ายเหลียนอิ๋นและพี่น้อง เดินทางมาถึงเมืองหลวงเพื่อมาเยี่ยมอาจารย์ แต่กลับมาเจอเหตุการณ์เช่นนี้ มันน่าผิดหวังจริงๆ ครั้งนี้อาจารย์ทำเกินไปแล้ว ชีเส้าเฟยได้แต่เงียบไม่พูดไม่จา
“นี่ๆ เจ้าเป็นไรไป ข้าล้อเล่นแค่นี้ คงไม่โกรธนะ” คูชู่กี่เห็นคนเป็นศิษย์ทำหน้าเครียดๆ ก็อดถามไม่ได้
“คืออาจารย์ข้ารู้สึกว่าครั้งนี้ท่านทำเกินไปหน่อย” ชีเส้าเฟยตอบ
“โธ่ศิษย์รัก ก็ข้าหน่ะคิดถึงเจ้าม๊ากมาก แต่ไม่รู้จะทำยังไงดี ปกติส่งคนไปเชิญเจ้ากี่ครั้งๆ ไม่ว่างานปีใหม่ งานฉลองก่อตั้งสำนัก งานกราบไหว้บรรพบุรุษ เจ้าก็ไม่เคยมาซักครั้งนึง ข้าก็เลยคิดวิธีนี้ขึ้นมา ไม่งั้นมีเหรอเจ้าจะยอมมาเยี่ยมนักพรตแก่ๆ อย่างข้า”
“ถึงอย่างนั้นก็เถอะอาจารย์ ท่านไม่ควรเล่นแรงแบบนี้ แล้วถ้าเมื่อครู่นี้ข้าพลั้งมือทำร้ายท่านไป จะทำยังไง”
“เจ้าหน่ะเป็นศิษย์รักของข้ามีเหรอข้าจะดูไม่ออก เมื่อครู่นี้ถ้าเจ้าคิดจะทำร้ายข้าจริงๆ ข้าคงจะม่องเท่งไปตั้งแต่กระบวนท่าที่สองแล้ว ดูสิข้าไม่เป็นไรสักนิดเลยเห็นไหมๆ” เขายื่นมือยื่นไม้ให้ชีเส้าเฟยดู
“ว่าแต่ไม่ได้เจอกันซะนาน ฝีมือของเจ้าตอนนี้มันช่างเหลือกินเหลือใช้จริงๆ” คูชู่กี่เอ่ยชม แต่เมื่อเห็นหน้าของชีเส้าเฟยยังคงหน้าบูดบึ้งไม่พูดอะไร จึงได้กล่าวขึ้นว่า
“เอาน่า ตอนนี้เจ้าไปผักผ่อนก่อนดีไหม อารมณ์จะได้ดีขึ้นแล้วพรุ่งนี้ค่อยมาคุยเรื่องพิธีกัน”
“พิธี!!! พิธีอะไรกันอาจารย์” ชีเส้าเฟยถาม นี่อาจารย์ของเขาคิดจะเล่นอะไรกันอีก
“อ้าวก็พิธีแต่งตั้งเจ้าสำนักคนใหม่ยังไงหล่ะ” คูชู่กี่ตอบเหมือนกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“เจ้าสำนักคนใหม่ ท่านหมายถึง...”
“ก็เจ้าไง”
“ข้าเหรอ” ชีเส้าเฟยชี้ที่หน้าของตัวเอง
“เอ้าก็ใช่นะสิเจ้านั้นแหละ ไม่ต้องมาทำหน้างง วันนี้เจ้าไปผักผ่อนก่อน พรุ่งนี้ค่อยมาคุยกัน ไปไป๊” ว่าแล้วนักพรตคูก็ผลักชีเส้าเฟยออกไปจากห้อง
“เดี๋ยวก่อนอาจารย์ ท่านกำลังพูดถึงเรื่องอะไร เจ้าสำนักอะไร พูดกันให้รู้เรื่องก่อน” นักพรตเห็นชีเส้าเฟยไม่ยินยอมแต่โดยดี ก็เลยขู่ขึ้นว่า
“ชีเส้าเฟยข้าขอถามเจ้า เจ้ายังเห็นข้าเป็นอาจารย์ของเจ้าอยู่รึเปล่า”
“แน่นอนอาจารย์ ท่านเป็นอาจารย์ของข้าเสมอ แต่ว่า...” ยังไม่ทันที่ชีเส้าเฟยจะได้เอ่ยปากถาม คูชูกี่ก็ขัดจังหวะขึ้นทันที
“งั้นก็ไม่ต้องพูดมาก! ถ้าเจ้ายังเห็นข้าเป็นอาจารย์เจ้าอยู่ก็จงฟังข้า วันนี้เจ้าไปผักผ่อนก่อน แล้วพรุ่งนี้ข้าจะอธิบายเรื่องราวทั้งหมดให้ฟังเอง ตอนนี้อย่าได้ถามอะไรข้าอีก”
“แต่...”
“เจ้าไม่เห็นข้าเป็นอาจารย์แล้วงั้นเหรอ!” นักพรตคูทำสีหน้าเอาจริง
“เฮ่อ... ก็ได้ๆ” ชีเส้าเฟยได้แต่ถอนหายใจและยอมทำตาม นักพรตคูจึงตะโกนเรียกลูกศิษย์ให้พาชีเส้าเฟยไปยังห้องพัก
“หวังฟง เจ้าจงพาจอมยุทธชีไปที่ห้องรับรองที”
“ครับ... ท่านเจ้าสำนัก” นักพรตน้อยที่วิ่งมาด้วยความรวดเร็ว ตอบขึ้น
“อ้อ... อาจารย์” ก่อนที่ชีเส้าเฟยจะเดินตามนักพรตน้อยไป เขาหันกลับมาหาคูชู่กี่อีกครั้ง
“ยังจะมีอะไรอีกเล่า” นักพรตคูทำน้ำเสียงหงุดหงิด
“ข้าแค่จะขอกระบี่คืน” พอได้ยินเช่นนั้นคูชู่กี่จึงนึกขึ้นได้ว่า เขาถือกระบี่นี่สุ่ยหาน (1)ของชีเส้าเฟยอยู่
“ออ... นึกว่าอะไร เอานี่กระบี่เจ้า” นักพรตคูกล่าวพลางส่งกระบี่คืนให้ชีเส้าเฟย
“ขอบคุณครับอาจารย์” ชีเส้าเฟยรับกระบี่คืนมาด้วยความนอบน้อม
“อืม ข้าไม่ส่งนะ”
“ราตรีสวัสดิ์ครับอาจารย์”
“รู้แล้ว รู้แล้ว หวังฟงเจ้ารีบพาจอมยุทธชีไปที” คูชู่กี่รีบไล่ เพราะเขากลัวชีเส้าเฟยจะเปลี่ยนใจแล้วถามอะไรขึ้นมาอีก
“ครับท่านเจ้าสำนัก จอมยุทธชีเชิญทางนี้” ว่าแล้วนักพรตน้อยก็พาชีเส้าเฟยไป

หวังฟงนำทางชีเส้าเฟยมายังห้องรับรองที่จัดเอาไว้เป็นอย่างดี เมื่อมาถึงที่พัก ชีเส้าเฟยเอ่ยถามขึ้นว่า
“ท่านนักพรต ข้าขอถามอะไรหน่อยได้ไหม”
“เอ่อ...จอมยุทธชี ใช่ว่าข้าไม่อยากตอบท่าน แต่ท่านเจ้าสำนักสั่งเอาไว้ห้ามใครพูดกับท่าน ท่านสงสัยอะไรพรุ่งนี้ก็ถามท่านเจ้าสำนักเองก็แล้วกัน ข้าน้อยขอตัวหล่ะ”
“เอ่อ...เดี๋ยวก่อนท่านนักพรต” นักพรตน้อยไม่ฟังคำของชีเส้าเฟย เขารีบเดินลนลานออกไปจากห้อง ปล่อยให้ชีเส้าเฟยยืนงงอยู่คนเดียว หลังจากสำรวจที่พักของตนแล้ว ชีเส้าเฟยก็นั่งลงตรงเก้าอี้ข้างๆ หน้าต่าง เขามองออกไปยังท้องฟ้ายามค่ำคืนของเมืองหลวง ภายในใจของเขามีแต่คำถาม นี่อาจารย์ของเขาคิดจะทำอะไรกันแน่ แต่ก็ช่างเถอะพรุ่งนี้ค่อยคุยกันให้รู้เรื่องก็ได้ ตอนนี้สิ่งที่เขาห่วงมากที่สุดก็คือค่ายเหลียนอิ๋น หงเผาจะเป็นอย่างไรบ้าง พี่รองกับน้องสี่ป่านนี้ไม่รู้ว่าเดินทางถึงไหนกันแล้ว คิดๆ ไปแล้วก็ดีเหมือนกันที่อาจารย์ไม่ได้ป่วยจริงๆ พรุ่งนี้เขาจะได้รีบเดินทางกลับค่ายอย่างไร้กังวลเสียที

๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=linguniang&group=3]Chil
lingu
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 4 กระบี่ไร้น้ำตา
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 4 กระบี่ไร้น้ำตา
avatar

จำนวนข้อความ : 6491
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Hero and The King / กระบี่สะท้านฟ้า ราชาสะท้านแผ่นดิน   Wed Oct 22, 2008 12:25 pm

tomtam พิมพ์ว่า:
เช้าวันต่อมา ชีเส้าเฟยตื่นแต่เช้า เขาเดินเข้ามายังห้องโถงใหญ่ของสำนักช่วงจิงก่า ดูเหมือนว่าทุกคนกำลังตระเตรียมพิธีกัน เมื่อเห็นคูชู่กี่ยืนสั่งงานพวกนักพรตน้อยอยู่ ชีเส้าเฟยจึงเดินเข้าไปทัก

“อรุณสวัสดิ์ครับอาจารย์... อรุณสวัสดิ์นักพรตทุกท่าน” ชีเส้าเฟยคาราวะทุกคน นอกจากฝีมือของเขาจะไร้เทียมทานแล้ว ความมีสัมมาคารวะของเขายังเป็นที่กล่าวขานอีกด้วย พวกนักพรตพอเห็นชีเส้าเฟยทักทายก่อนก็ไม่กล้ารับ
“มิกล้าๆ อรุณสวัสดิ์จอมยุทธชี” ว่าแล้วพวกนักพรตน้อยก็แยกย้ายกันไปทำงานตามที่อาจารย์สั่ง
“ไงศิษย์รัก เมื่อคืนเจ้าหลับสบายดีมั๊ย” คูชูกี่เปิดฉากสนทนา
“ดีครับ แต่...อาจารย์ดูไม่ค่อยสบายเลย เมื่อคืนนอนไม่หลับหรือ” ชีเส้าเฟยถามเมื่อเห็นผู้เป็นอาจารย์สีหน้าหมองๆ
“ยังไม่รู้ตัวอีก” คูชู่กี่คิดในใจ เจ้านั่นแหละตัวการ เมื่อวานดวลกับเจ้า ทำให้ข้าทั้งเคล็ด ทั้งขัด ทั้งยอก ระบมไปทั้งตัว ใครจะไปนึกว่าไม่เจอกันแค่สี่ห้าปี ฝีมือจะพัฒนาไปถึงเพียงนี้ ฝ่ายคนเป็นศิษย์เห็นอาจารย์ทำท่าเครียดๆ เหมือนคิดอะไรอยู่ก็ถามขึ้นด้วยความเป็นห่วงว่า
“อาจารย์ท่านมีเรื่องอะไรไม่สบายใจหรือเปล่า”
“เฮ้อออออ...” คูชู่กี่ถอนหายใจซะยาว
“ใช่! ข้ามีเรื่องกลุ้มใจนิดหน่อย แต่...ข้าไม่กล้ารบกวนเจ้าหรอก” คูชู่กี่ทำเป็นเล่นตัวเมื่อถูกคนเป็นศิษย์ถาม
“อาจารย์บุญคุณที่ท่านเคยสั่งสอนข้านั้นยิ่งใหญ่นัก หากมีเรื่องอะไรที่ข้าทำได้ รับรองข้าจะต้องช่วยท่านอย่างแน่นอน” ชีเส้าเฟยกล่าวอย่างจริงจัง ทำให้คนที่เป็นอาจารย์แทบจะหุบยิ้มเอาไว้ไม่อยู่ เพราะมันเข้าแผนเข้าพอดี
“จริงหร๊อ” คูชูกี่ทำสีหน้าเจ้าเล่ห์
“ครับ” ชีเส้าเฟยพะยักหน้ารับ หาได้รู้ไม่ว่าตัวเองกำลังตกไปอยู่ในหลุมพรางที่คูชู่กี่ได้ขุดเอาไว้ซะแล้ว
“งั้นก็ดี” นักพรตคูเว้นช่วงกระแอมนิดนึงก่อนจะกล่าวอย่างหนักแน่นว่า
“ข้าจะให้เจ้ารับตำแหน่งเจ้าสำนักช่วงจิงก่าคนต่อไป!!!”
“หา???” ชีเส้าเฟยที่ปรกติสำรวมถึงกลับร้องออกมาด้วยความตกใจ บรรดานักพรตที่เก็บกวาดอยู่ใกล้ๆ ก็หันมาสนใจการสนทนาของทั้งคู่เช่นกัน นักพรตคูกล่าวต่อไปว่า
“ข้าเองก็เริ่มแก่แล้ว อยากหาคนที่ไว้ใจได้มารับช่วงต่อ ข้าเห็นว่าเจ้านี่แหละเหมาะสมที่สุด ถึงได้ส่งคนไปตามเจ้าถึงชายแดนยังไงหล่ะ” คูชูกี่ให้เหตุผล ชีเส้าเฟยที่ยังคงตกใจไม่หายรีบแย้งขึ้นว่า
“อาจารย์เรื่องนี้จะรีบร้อนไม่ได้ ข้าขอให้ท่านไตร่ตรองดูให้ดีก่อน” เขาหวังว่าครั้งนี้อาจารย์คงจะแค่ล้อเล่นเท่านั้น
“ข้าคิดดีแล้ว และจะไม่เปลี่ยนใจด้วย” คูชู่กี่ยืนยันการตัดสินใจของเขา
“อาจารย์... แต่ว่า...”
“ทำไม! เมื่อกี๊ยังพูดดีอยู่เลย ไหนบอกว่าข้าให้ทำอะไรเจ้าก็จะทำยังไงหล่ะ เกรงว่าปากเจ้าบอกว่าข้ามีบุญคุณ แต่ในใจเจ้าไม่เคยเห็นข้าอยู่ในสายตาหล่ะสิ” คูชู่กี่ทำน้ำเสียงดุๆ ใส่ชีเส้าเฟย
“อาจารย์ ทำไมท่านจึงได้กล่าวเช่นนี้ ข้านับถือท่านเสมือนหนึ่งผู้ให้กำเนิด แต่ว่าเรื่องนี้... ข้าทำไม่ได้จริงๆ ขอให้ท่านโปรดฟังเหตุผลข้าก่อน...” ยังไม่ทันที่ชีเส้าเฟยจะได้อธิบาย คูชู่กี่ก็แทรกขึ้นมาว่า
“ทำไมกะอีแค่รับตำแหน่งเจ้าสำนักช่วงจิงก่ามันลำบากเจ้านักหรือไง ข้าไม่ได้ให้เจ้าไปตายซักหน่อย ห๊า”
“เกรงว่า... หากท่านให้ข้าไปตาย นั้นยังง่ายเสียกว่า แต่ถ้าจะให้ข้าทิ้งพี่น้องที่ค่ายเหลียนอิ๋น ข้าทำไม่ได้”
“ใช่สิ๊ เจ้าหายใจเข้าออกก็มีแต่พี่น้องที่ค่ายเหลียนอิ๋น นักพรตหมดอายุอย่างข้ามีหรือเจ้าจะมาสนใจ เห็นทีข้าคงต้องเจียมตัวหน่อยแล้ว สำนักช่วงจิงก่านี่คงจะกระจอกไปสำหรับท่านหัวหน้าใหญ่ชีงั้นสิ” คูชู่กี่พูดด้วยน้ำเสียงประชดประชันสุดๆ ว่าแล้วเขาก็หันหนีชีเส้าเฟย แล้วไปสวดมนต์ต่อหน้าพระพุทธรูปซึ่งตั้งอยู่กลางห้อง
“อาจารย์...” ชีเส้าเฟยเรียกนักพรตคูด้วยน้ำเสียงอ่อยๆ เขารู้ว่าอาจารย์ไม่พอใจ แต่นี่มันเป็นเรื่องที่เขาทำไม่ได้จริงๆ นักพรตคูทำเป็นไม่สนใจเสียงเรียกของเขา เอาแต่หลับตาสวดมนต์ต่อไป ชีเส้าเฟยเห็นอาจารย์ทำท่าเช่นนั้นก็รู้สึกสะเทือนใจเป็นอย่างมาก ปรกติอาจารย์ของเขาเป็นคนอารมณ์ดี ขี้เล่น ไม่เคยโกรธใครง่ายๆ แต่นี่คงเป็นเพราะเป็นเรื่องเกี่ยวกับสำนักเขาถึงได้โกรธมากขนาดนี้ เมื่อคิดได้เช่นนั้นชีเส้าเฟยก็คุกเข่าลงข้างๆ คูชู่กี่ รวบรวมสมาธิที่มีทั้งหมดอธิบายเหตุผลให้อาจารย์ของเขาฟัง
“อาจารย์ได้โปรดฟังศิษย์อธิบายเหตุผลก่อน หากท่านฟังแล้วไม่เข้าหู จะถือว่าศิษย์อกตัญญูก็ได้” คูชูกี่ยังคงทำท่าไม่สนใจเขา ชีเส้าเฟยจึงพูดต่อไปว่า
“ข้อแรกท่านเองก็รู้ดีว่าตอนนี้ข้ามีเรื่องกับทางการอยู่ หากรับตำแหน่งเจ้าสำนัก เกรงว่าจะทำให้ท่านและช่วงจิงก่าต้องพลอยเดือดร้อนไปด้วย ข้อสองข้าไม่ใช่คนของสำนักช่วงจิงก่าและไม่เคยร่ำเรียนวิชาทางธรรม แล้วจะสามารถเป็นผู้นำของนักพรตเหล่านี้ได้อย่างไร อีกทั้งปรกติอยู่ที่ค่าย ข้าออกทัพจับศึก ฆ่าคนจนเป็นเรื่องธรรมดา จะให้ออกบวชเป็นผู้ทรงศีลคงจะไม่เหมาะสมเท่าไหร่ ที่สำคัญที่สุดคือข้อสาม ตอนนี้บ้านเมืองกำลังมีภัย แม้ข้าตัดใจทิ้งค่ายเหลียนอิ๋นได้ แต่ข้าก็ไม่อาจละเลยต่อประชาชนที่อาศัยอยู่แถบชายแดนได้ หลายปีมานี้พวกเขาต้องลำบากจากสงครามไม่น้อย และด้วยเหตุผลทั้งหมดนี้ ท่านก็รู้ว่าข้าไม่เหมาะสมกับตำแหน่งเจ้าสำนักเลย อาจารย์ข้าเข้าใจดีว่าท่านเป็นห่วงสำนักมาก แต่ว่าตอนนี้ท่านเองก็ยังแข็งแรงดีอยู่ ยังคงเป็นร่มโพธิ์ร่มไทรให้กับช่วงจิ่งก่าได้อีกนาน ในเมื่อตอนนี้ยังไม่สามารถหาคนที่เหมาะสมมารับตำแหน่งแทนท่านได้ แล้วทำไมจะต้องรีบหาเจ้าสำนักคนใหม่ด้วยหล่ะ” พอชีเส้าเฟยพูดจบ คูชูกี่ก็ยังคงไม่ตอบโต้อะไร แต่ภายในใจของเขาได้รับฟัง และคิดตามเหตุผลของชีเส้าเฟยแล้ว ด้านชีเส้าเฟยพอเห็นคูชูกี่ยังคงเงียบอยู่จึงกล่าวต่อไปว่า

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=linguniang&group=3]Chil
lingu
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 4 กระบี่ไร้น้ำตา
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 4 กระบี่ไร้น้ำตา
avatar

จำนวนข้อความ : 6491
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Hero and The King / กระบี่สะท้านฟ้า ราชาสะท้านแผ่นดิน   Wed Oct 22, 2008 12:27 pm

tomtam พิมพ์ว่า:
“แต่... ถ้าหากนี่เป็นความต้องการของท่านจริงๆ หลังจากที่บ้านเมืองสงบสุข สิ้นสุดสงครามแล้ว ข้าจะกลับมารับตำแหน่งเจ้าสำนักต่อจากท่าน ดีไหม” เมื่อได้ยินศิษย์พูดเช่นนั้น คูชู่กี่ก็หยุดสวดมนต์ แทนที่เขาจะรู้สึกดีใจ ตรงกันข้ามเขากลับรู้สึกผิด ทำไมเขาถึงได้เห็นแก่ตัวเช่นนี้ เพื่อชื่อเสียงของสำนักและความสบายใจของตนเอง ถึงกับบีบคั้นให้แม่ทัพออกบวช ตรงกันข้ามกับชีเส้าเฟย เขาไม่เคยคิดถึงตัวเองเลยแม้แต่น้อย เขามีชีวิตอยู่เพื่อคนอื่น เพื่อประชาชน และเพื่อแผ่นดิน ด้วยคุณสมบัติข้อนี้เขาก็ดีเกินไปสำหรับตำแหน่งเจ้าสำนักช่วงจิ่งก่าแล้ว เมื่อคิดได้เช่นนั้นคูชู่กี่ก็หยุดสวดมนต์แล้วหันกลับมาพูดกับศิษย์ของตนว่า
“นี่เจ้าคิดว่า ตัวเองเป็นฮ่องเต้หรือไง” แม้จะเป็นคำพูดค่อนแคะ แต่ทว่าน้ำเสียงของคูชู่กี่แสดงให้รู้ว่า เขาเข้าใจและไม่ได้ถือสาชีเส้าเฟย
“อาจารย์...” ชีเส้าเฟยยังคงทำเสียงอ่อยๆ อยู่
“ข้าไม่ใช่เมียเจ้านะไม่ต้องมาทำเสียงอ่อนเสียงหวาน แล้วนั่นเจ้าคุกเข่าทำไม” ว่าแล้วนักพรตคูก็ประคองชีเส้าเฟยขึ้น
“ศิษย์อกตัญญูทำให้อาจารย์ไม่พอใจ” ชีเส้าเฟยตอบ
“ของแบบนี้บังคับจิตใจกันไปก็เท่านั้น เฮ่อ... ช่วงจิงก่าเราแต่ไหนแต่ไรก็ขึ้นชื่อเรื่องปรัชญาและคุณธรรม บื้อๆ อย่างเจ้า ใช้เป็นแต่กำลัง ก็เหมาะแล้วที่จะทำศึกรบราฆ่าฟัน ขืนเอามาทำเจ้าสำนัก ข้าคงขายหน้าเขาแย่ เจ้าว่าจริงมั๊ย” พูดจบแล้วคูชู่กี่ก็หัวเราะ ชีเส้าเฟยเห็นอาจารย์ของตนไม่โกรธแล้วก็ยิ้มออกเช่นกัน คูชูกี่จึงพูดต่อไปว่า
“เห็นหน้าเจ้าเหมือนคนท้องผูกแบบนี้ ข้าเซ็งจริงๆ” พูดจบคูชู่กี่ก็หัวเราะ
“ขอบคุณอาจารย์ที่เข้าใจ” ชีเส้าเฟยเองก็โล่งใจ ทีแรกนึกว่าจะได้โกนผมบวชเป็นนักพรตที่นี่ซะแล้ว
“เรื่องนี้ไว้คุยกันอีกทีๆ หลัง เอาหล่ะๆ ไหนๆ ตอนนี้เจ้าก็มาถึงเมืองหลวงแล้ว ยังไงก็พักที่นี่ก่อน อยู่เป็นเพื่อนอาจารย์สักสองสามวันสิ เดี๋ยวข้าจะพาเจ้าเที่ยวเอง”
“อาจารย์ก็รู้ว่าข้าไม่ชอบเที่ยว” ชีเส้าเฟยรีบออกตัว
“ไม่ต้องมาอ้างโน่นอ้างนี่หรอก ข้ารู้ว่าเจ้าอยากจะกลับใจจะขาดอยู่แล้ว นี่ถามจริงๆ เถอะเจ้ามีเมียรออยู่ที่โน่นหรือไง”
“ไม่นะอาจารย์ วันๆ พวกเราเอาแต่วางแผนป้องกันข้าศึก แล้วจะมีเวลาไปคิดเรื่องสตรีได้อย่างไร” เขารีบปฏิเสธ
“ฮ่าฮ่าฮ่า งั้นก็ไม่เห็นต้องรีบร้อนเลย กลับช้าไปวันสองวัน ค่ายเจ้าคงไม่ยกหนีไปไหนหรอก เราสองคนศิษย์อาจารย์นานๆ จะได้มีโอกาสพบกันสักที คงมีเรื่องคุยกันอีกเยอะเลย จริงมั๊ย” คูชูกี่หันมาทำสีหน้าข่มๆ ใส่ผู้เป็นศิษย์นิดหนึ่งเพื่อเค้นเอาคำตอบ
“ครับ” ชีเส้าเฟยจึงจำใจตอบรับแบบไม่เต็มปาก เขาเองก็ไม่รู้จะอยู่เมืองหลวงไปเพื่ออะไร ในใจอยากจะกลับค่ายเหลียนอิ๋นเต็มทีแล้ว แต่ก็ไม่อยากทำให้อาจารย์โกรธไปมากกว่านี้ ด้านคูชู่กี่ไม่รอช้าว่าแล้วก็ลากชีเส้าเฟยออกมาจากสำนักทันที
เดินทางมาได้สักระยะหนึ่ง ผ่านทั้งโรงเตี๊ยม ร้านน้ำชา และตลาดมากมาย แต่ทว่าคูชูกี่ไม่แวะหยุดที่ไหนเลยสักแห่ง ชีเส้าเฟยสังเกตเห็นว่า ทางที่พวกเขากำลังมานั้นคือทางออกนอกเมือง จึงเอ่ยถามคนเป็นอาจารย์ขึ้น
“อาจารย์นี่ท่านจะพาข้าไปไหนกันแน่”
“ก็พาเจ้าไปที่ๆ เจ้าอยากไปไงเล่า”
“ข้าอยากไปที่ไหนงั้นรึ”
“โธ่เอ๊ยขี้สงสัยจริง แล้วตอนนี้เจ้าอยากจะไปที่ไหนเล่า” หลังจากได้ยินคูชูกี่พูดเช่นนั้น ชีเส้าเฟยก็คิดทบทวนอยู่ในใจเงียบๆ แน่นอนว่าในเวลานี้ มีเพียงที่เดียวที่เขาอยากไปมากที่สุด นั่นก็คือค่ายเหลียนอิ๋น พอคิดได้เช่นนั้นจึงเข้าใจว่า ที่แท้อาจารย์ตั้งใจจะมาส่งเขานั่นเอง พอเดินต่อมาได้สักระยะหนึ่ง พ้นจากเขตประตูเมืองแล้ว ชีเส้าเฟยจึงชะลอฝีเท้าและเอ่ยขึ้นว่า
“อาจารย์ ส่งข้าแค่นี้ก็พอแล้ว” คูชูกี่ได้ยินเช่นนั้นก็หยุดเดิน สลัดภาพพจน์ตลกทิ้ง แล้วหันมาพูดกับคนเป็นศิษย์อย่างเป็นจริงเป็นจัง

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=linguniang&group=3]Chil
lingu
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 4 กระบี่ไร้น้ำตา
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 4 กระบี่ไร้น้ำตา
avatar

จำนวนข้อความ : 6491
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Hero and The King / กระบี่สะท้านฟ้า ราชาสะท้านแผ่นดิน   Wed Oct 22, 2008 12:28 pm

tomtam พิมพ์ว่า:
“ชีเส้าเฟย จริงๆ แล้ว ที่ข้ามาส่งเจ้า เพราะมีเรื่องจะบอกเจ้าสองเรื่อง เรื่องแรกคือเรื่องพลังวัตรของเจ้า เรื่องที่สองเป็นเรื่องเกี่ยวกับราชสำนัก” คูชูกี่เว้นจังหวะการพูดนิดนึงก่อนจะกล่าวต่อไปว่า
“เมื่อคืนตอนได้ต่อสู้กับเจ้า ข้ารู้สึกว่าพลังวัตรของเจ้าก้าวหน้าเป็นอย่างมาก แต่...มันยังขาดความสมดุลระหว่างพลังร้อนกับพลังเย็น” เมื่อเห็นชีเส้าเฟยทำหน้าสงสัย คูชู่กี่จึงอธิบายต่อไปว่า
“ธรรมชาติมีทั้งเย็นและร้อน อ่อนและแข็ง ขาวและดำ มืดและสว่าง หากเจ้ารู้จักควบคุมและใช้มันให้ถูกต้อง มันก็จะเกิดประโยชน์กับเจ้า พลังวัตรของเจ้าแม้จะแข็งแกร่ง แต่นั่นเป็นพลังฝ่ายเย็นเพียงอย่างเดียว เจ้ายังไม่ได้ใช้พลังร้อนที่แฝงอยู่ในตัวเจ้าเลย หากเจ้าสามารถประสานร้อนและเย็นเข้าด้วยกันได้ กระบี่ของเจ้าจะเร็วขึ้น และช้าลงในเวลาเดียวกัน...”
“เร็วขึ้นและช้าลงในเวลาเดียวกัน...” ชีเส้าเฟยทวนคำพูดของอาจารย์ด้วยความสงสัย แน่นอนว่ากระบี่ยิ่งเร็วยิ่งดี แต่ถ้ากระบี่ของเขาช้าลงมันจะมีประโยชน์อะไร
“เจ้าไม่เข้าใจงั้นหรือ ก็เหมือนกับเวลาที่เจ้าควบคุมรถม้านั่นแหละ หากว่าเจ้าสามารถเร่งมันได้ แต่ไม่สามารถชะลอมันได้ แล้วเจ้าจะควบคุมรถม้านั้นได้อย่างไร” คูชู่กี่เว้นจังหวะนิดหนึ่งก่อนจะอธิบายต่อไปว่า
“กระบี่ที่ใช้เพียงความเร็วอย่างเดียวแต่ไร้ทิศทาง ก็เปรียบเสมือนม้าที่ควบคุมไม่ได้ ดังนั้น จุดมุ่งหมายสูงสุดของการฝึกกระบี่ไม่ใช่แค่ความเร็วหรือความแรงเพียงอย่างเดียว แต่เป็นความสมดุลระหว่างพลังรุกและพลังรับ หากเจ้าสามารถประสานพลังทั้งสองนี้เข้าด้วยกันได้ เจ้าก็สามารถควบคุมกระบี่ของเจ้าให้ช้า-เร็ว หนัก-เบา พลิกแพลง-แม่นยำได้ตามใจคิดเลยทีเดียว” พอชีเส้าเฟยได้ยินเช่นนั้นก็เข้าใจ จริงด้วย กระบี่ไม่เหมือนกับอาวุธอื่น อย่างเช่น ธนูที่ปล่อยออกไปแล้วไม่สามารถเรียกกลับได้ แต่กระบี่ ตราบใดที่ยังอยู่ในมือ เจ้าของก็มีโอกาสที่จะควบคุมมันได้ ทำไมเขาไม่เคยคิดถึงจุดนี้มาก่อนนะ
“ด้วยวิธีที่ข้าจะสอนเจ้านี้ เจ้าใช้กำลังภายในแค่เพียงหนึ่งส่วน แต่อาศัยซ้ายขวาประสาน สามารถทำให้ผลลัพธ์รุนแรงกว่าเดิมถึงสองเท่าเลยทีเดียว” คูชู่กี่กล่าวอวดอ้างอย่างมั่นอกมั่นใจ
“อาจารย์ ขอท่านชี้แนะด้วยเถิด” ว่าแล้วชีเส้าเฟยก็ก้มลงคาราวะผู้เป็นอาจารย์
“จริงๆ แล้ววิธีนี้ข้าก็เคยสอนเจ้า แต่คนฝึกยุทธ์ส่วนมากพอวรยุทธ์แก่กล้าถึงระดับหนึ่งแล้วก็มักจะลืมพื้นฐานง่ายๆ นี้ไป มุ่งแต่จะพัฒนากระบวนท่าหรือไม่ก็เพลงกระบี่เพียงอย่างเดียว เอาหล่ะ เจ้ายังจำวิธีการเคลื่อนพลังวัตรที่ข้าเคยสอนเจ้าได้ไหม” คูชูกี่ถามขึ้น
“จำได้ครับ” แม้จะฝึกมาสิบกว่าปีแล้ว แต่ชีเส้าเฟยก็ไม่เคยลืม
“ดี! งั้นเจ้าลองเคลื่อนพลังดู” ว่าแล้วชีเส้าเฟยจึงนั่งลงและเริ่มเดินพลัง ส่วนคูชูกี่เองก็เดินวนอยู่รอบๆ คอยอธิบายทีละขั้นตอน

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=linguniang&group=3]Chil
lingu
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 4 กระบี่ไร้น้ำตา
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 4 กระบี่ไร้น้ำตา
avatar

จำนวนข้อความ : 6491
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Hero and The King / กระบี่สะท้านฟ้า ราชาสะท้านแผ่นดิน   Wed Oct 22, 2008 12:28 pm

tomtam พิมพ์ว่า:
“จากนั้นก็เปลี่ยนจาก ขวาไปซ้าย เป็นซ้ายไปขวา”
“จากบนสู่ล่าง เป็นจากล่างขึ้นบน”
“สลับกันไปมา” เมื่อชีเส้าเฟยทำตามนั้นก็ปรากฏเป็นพลังงานสองกลุ่มไหลเวียนอยู่ทั่วร่างกายของเขา ทีแรกพลังทั้งสองดูเหมือนจะต่อต้านกัน แต่ชีเส้าเฟยรวบรวมสมาธิอยู่ครู่หนึ่ง ก็สามารถควบคุมพลังทั้งสองได้ นักพรตคูเห็นเช่นนั้นก็นึกชื่นชมศิษย์ของตัวเอง ชีเส้าเฟยเดินพลังอยู่ครู่หนึ่งจึงหยุด เขาค่อยๆ ลืมตาแล้วเอ่ยขึ้นว่า
“เป็นวิธีที่แปลกจริงๆ”
“แปลกอะไรกัน หากแปลกจริงมีเหรอเจ้าจะฝึกได้ง่ายดายเช่นนี้ ความจริงแล้วมันก็คือการเคลื่อนพลังทั่วๆ ไป เพียงแค่เปลี่ยนทิศทางเท่านั้นเอง” คูชูกี่อธิบาย
“จำไว้ ในการฝึกยุทธ์สมาธิแม้เป็นเรื่องพื้นฐานที่สุด แต่ก็สำคัญที่สุดเช่นกัน ต่อไปทุกครั้งไม่ว่าเจ้าจะทำอะไร ก็จงตั้งสมาธิให้มั่น พยายามใช้พลังทั้งสองฝ่ายเสมอ ใช้ทั้งมือซ้ายและมือขวา เวลาออกกระบี่ก็อย่าอาศัยแต่ความเร็วอย่างเดียว ต้องรู้จักหยุดและควบคุมมันด้วย”
“ครับ ขอบคุณอาจารย์ที่ชี้แนะ” ชีเส้าเฟยก้มลงคาราวะอาจารย์อีกครั้ง คูชูกี่เองก็ตบไปที่บ่าคนเป็นศิษย์
“นี่ก็สายมากแล้ว ข้าว่าเจ้ารีบเดินทางเถอะ เดี๋ยวจะค่ำเสียก่อน”
“ครับ” คนเป็นศิษย์รับคำ แต่ก็ยังไม่เดินจากมา คูชูกี่มองตาคนเป็นศิษย์ด้วยท่าทีหนักใจก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า
“ยังมีอีกเรื่องสินะที่ข้ายังไม่ได้บอกเจ้า” เขาเว้นช่วงก่อนจะกล่าวต่อไปว่า
“ข้าได้ข่าวจากสหายในราชสำนักมาว่า เดิมทีปีนี้จะมีการคืนอำนาจให้ฮ่องเต้ แต่เสนาบดีอ๋าวไป้คัดค้านให้เลื่อนไปเป็นปีหน้าแทน ใครๆ ก็มองออกว่าเขาคิดการใหญ่ ในช่วงระยะเวลาหนึ่งปีนี้ เขาคงจะสะสมกำลังทหาร และทำลายกำลังของคู่แข่งในราชสำนัก ในขณะเดียวกันก็ถือโอกาสกำจัดกองกำลังต่างๆ ตามเขตชายแดนด้วย” คูชูกี่ที่มีสีหน้ากังวลหันมาพูดกับชีเส้าเฟยต่อไปว่า
“ชีเส้าเฟย เจ้าคงรู้ว่าค่ายเหลียนอิ๋นเป็นหนึ่งในเสี้ยนหนามนั้น เจ้ากลับค่ายครั้งนี้ ไม่ได้มีแค่ศึกนอกเท่านั้น ยังต้องระวังศึกในอีกด้วยเดิมทีข้าคิดว่าจะสามารถรั้งเจ้าไว้ที่นี่ได้ แต่ดูท่าตอนนี้เจ้ากับค่ายเหลียนอิ๋นคงจะแยกกันไม่ออกแล้ว” ถึงตอนนี้ชีเส้าเฟยจึงได้เข้าใจเหตุผลที่อาจารย์ตามเขามาที่นี่ ที่แท้นักพรตคูก็เป็นห่วงเขานั่นเอง ปรกติชีเส้าเฟยเป็นคนพูดน้อย เขารู้สึกซาบซึ้งในความห่วงใยของอาจารย์ แต่ก็ไม่รู้จะพูดอะไรออกมาดี จึงคุกเข่าลงคาราวะผู้เป็นอาจารย์
“นั่นเจ้าทำอะไร” คูชู่กี่ตำหนิผู้เป็นศิษย์ขึ้น
“เข่าของลูกผู้ชายมีค่าดังทอง ทำไมเจ้าจึงคุกเข่าให้คนอื่นง่ายดายเช่นนี้” ว่าแล้วเขาก็ประคองชีเส้าเฟยขึ้น
“ศิษย์ไม่รู้จะขอบคุณอาจารย์อย่างไร”
“งั้นก็ไม่ต้องขอบคุณ ชีเส้าเฟย เจ้าคือศิษย์ที่ข้าภูมิใจมากที่สุด หากจะตอบแทนข้า ก็ไม่ยาก จงรักษาชีวิตและคุณธรรมของเจ้าเอาไว้ตลอดไป เช่นนี้ข้าก็พอใจแล้ว” แน่นอนว่าชีเส้าเฟยคือความภูมิใจสูงสุดในชีวิตของคูชู่กี่ แม้ว่าทั้งคู่จะพบกันโดยบังเอิญ แต่เขาก็รักศิษย์คนนี้เหมือนกับลูกแท้ๆ หากเขาไม่ได้เป็นนักพรต และมีบุตรเช่นชีเส้าเฟย คงจะภูมิใจไม่น้อย เพราะชีเส้าเฟยเป็นคนหนุ่มที่มีทั้งความกล้าหาญ สง่าผ่าเผย รักชาติ รักพวกพ้อง วรยุทธ์สูง กำลังภายในเป็นเลิศ ฉลาดเฉลียว นอบน้อมถ่อมตน กตัญญู และยังมีสัมมาคาราวะอีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นชายหนุ่มที่มีความดีพร้อมครบทุกด้าน จนเป็นที่ขนานกันทั่วแผ่นดินว่า... ถ้าจะแต่งต้องแต่งกับชีเส้าเฟย
“เอาหล่ะ เรื่องที่ข้าจะบอกเจ้า ข้าก็บอกไปหมดแล้ว คราวนี้คงต้องจากกันจริงๆ แล้ว เจ้ารีบเดินทางเถอะ” คนเป็นอาจารย์พูดตัดบท
“ครับอาจารย์” คนเป็นศิษย์พยักหน้ารับ
“รักษาตัวด้วย” คูชูกี่กล่าวเตือนเขาเป็นครั้งสุดท้าย
“ครับอาจารย์ ท่านก็เหมือนกัน” ชีเส้าเฟยเองก็เป็นห่วงอาจารย์ของเขาเหมือนกัน
“อึม” คูชูกี่พยักหน้ารับ ก่อนจะทำสัญญาณให้ชีเส้าเฟยรู้ว่า เขาควรออกเดินทางได้แล้ว
“อาจารย์ ข้าขอลา” ชีเส้าเฟยคาราวะผู้เป็นอาจารย์เป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะหันหลังเดินจากไป
คูชูกี่ยังคงยืนมองผู้เป็นศิษย์ค่อยๆ เดินจากไปจนลับตา ในใจก็คิดว่าจากกันคราวนี้ ไม่รู้จะได้เจอกันอีกทีเมื่อไหร่ แม้ชีเส้าเฟยจะเป็นคนเก่งและมีความสามารถ แต่ครั้งนี้ศัตรูของเขาเป็นถึงเสนาบดีใหญ่ คนที่แม้กระทั่งฮ่องเต้ยังต้องเกรงใจ มันทำให้คูชูกี่วางใจไม่ลง แต่ราชสีห์ย่อมมีหนทางของตัวเอง เขาเชื่อว่าชีเส้าเฟยและค่ายเหลียนอิ๋นต้องสามารถฝ่าฟันอุปสรรคครั้งนี้ไปได้อย่างแน่นอน...

*1 แก้ไขกระบี่มังกรเขียว เป็น กระบี่นี่สุ่ยหาน

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=linguniang&group=3]Chil
lingu
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 4 กระบี่ไร้น้ำตา
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 4 กระบี่ไร้น้ำตา
avatar

จำนวนข้อความ : 6491
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Hero and The King / กระบี่สะท้านฟ้า ราชาสะท้านแผ่นดิน   Wed Oct 22, 2008 12:30 pm

lingu พิมพ์ว่า:
คนแรก โฮะๆ อ่านเพลินเลย นี่ขนาดแต๋มออกตัวว่าไม่ค่อยได้ดูหนังจีนเรื่องอื่นนอกจากของจางจื้อหลินนะเนี่ย เขียนได้ดีมากๆเหมือนดูหนังจีนกำลังภายในเรื่องหนึ่งเลยเชียว นับถือๆๆ
ท่านอาจารย์นักพรตคูชู่กีแห่งสำนักช่วงจิงก่า โอ้ยยยย ขำมั่กๆ หลินกุจิ้นถึงหน้าคิวชู่กีในมังกรหยกจิ๊เจ๋งได้ชัดเลย ส่วนปิงเยี่ย มันติดตากับเหลียงเสี่ยวปิงแล้วจิ้นเป็นอื่นไม่ได้เลยค่ะ รอเส่เยี่ย นางเอกโผล่มาดีก่า หลินกุขอรีเควชเส่เยี่ย แม้จะชีวิตรันทด กุลสตรี ยังไงก็ตาม ขอนางเอกแบบเก่งกาจ พลังยุทธ์สูงส่งและฉลาดนะคะ ไม่ชอบนางเอกอ่อนแออ่ะ จิ้นภาพเส่เยี่ยออกแนวแม่นางจิวจี้เยี๊ยะเลยค่ะ ดูยิ้มยาก อมทุกข์ เจ้าเล่ห์ ส่วนลู่เสี่ยเฟิงเนี่ย ยังไงหน้าจิ๊เสี่ยวหงส์ก็ลอยมา พยายามจิ้นถึงเจิ้นอี้เจี้ยนไม่ค่อยออกอ่ะ ส่วนคังซื่อน้อยกับเส้าเฟย โอ้ย..น่ารักบวกเท่ห์ค่ะ รออ่านตอนต่อที่เส่เยี่ยออกโรงนะคะซ้อแต๋ม

Andaman พิมพ์ว่า:
อ่านมาถึงตอนที่นักพรตสอนศิษย์รักซีเส้าเฟยเรื่องกำลังภายใน
สอนได้ดีมากๆนะเนีย โดยเฉพาะประโยคที่ว่า "กระบี่ไม่เหมือนกับอาวุธอื่น อย่างเช่น
ธนูที่ปล่อยออกไปแล้วไม่สามารถเรียกกลับได้ แต่กระบี่ ตราบใดที่ยังอยู่ในมือ เจ้าของก็มีโอกาสที่จะควบคุมมันได้"
ประโยคนี้อ่านแล้ว อ้อมคิดว่ายังแฝงปรัญญาบางอย่างไว้ด้วยนะเนี่ย นับถือๆๆ

แต่ดีแล้วละค่ะที่ชีเส้าเฟย ไม่ยอมรับตำแหน่งเจ้าสำนัก ถ้าขืนต้องให้ชีเส้าเฟย เทพมังกร (18 ปรากฏ)
ไปเป็นนักพรต จางอ้อมต้องชีช้ำแน่ๆ แต่ตอนนี้จางอ้อมแอบเทใจให้คังซื่อไปนิดนึงแล้วค่ะ
ก็แหม บุคลิค น่ารัก ขี้เล่นเป็นกันเอง แถมยังไม่ถือองค์แบบนี้ น่าสนใจมากๆค่ะ

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=linguniang&group=3]Chil
lingu
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 4 กระบี่ไร้น้ำตา
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 4 กระบี่ไร้น้ำตา
avatar

จำนวนข้อความ : 6491
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Hero and The King / กระบี่สะท้านฟ้า ราชาสะท้านแผ่นดิน   Wed Oct 22, 2008 12:31 pm

O-yohyo พิมพ์ว่า:
tomtam พิมพ์ว่า:
ขอบคุณโย่สำหรับภาพค่ะ กำลังอยากได้ภาพอาเส่อยู่พอดีเลย (but i couldn't d/l at school ah Sad ) ทีแรกก็กังวลเรื่องยุคเหมือนกันจนต้องไปปรึกษาแมร์ เพราะต้องเอาคังซีจากชิง มาเจอกับเส้าซังจากซ่ง สุดท้ายก็กลายเป็นรวมมิตรจางจื้อหลินภาคพิสดารอย่างที่เห็นเนี้ยหล่ะค่ะ

tomtam พิมพ์ว่า:
YoYo, I couldn't d/l your file at school ka. Can you send me by e-mail (if it's not too big) But if you couldn't, it' ok ja. Thank you anyway!!!

ขอยกข้อความจากบ้านอาเส่มาตอบในนี้ทีเดียวเลย
ไฟล์ yousendit อยู่ได้ 2 อาทิตย์ค่ะแต๋ม ส่วนจะให้ส่งทางเมล์
ปัญหาอยู่ที่ว่าไฟล์ใหญ่เกินน่ะค่ะ ส่งทางเมล์ส่งได้ไม่เกิน 20 MB
ถ้าจะโหลดตอนไหน จะให้ o-yo อัพให้ใหม่ก็ได้นะคะ
หรือถ้าจะให้ส่งทางเมล์จริงๆ จะลองตัดไฟล์ให้เล็กลงดู
ส่งที่อยู่เมลมาทาง pm นะคะ ขอเป็น yahoo หรือ google ก็ได้
เพราะเนื้อที่บล็อกเยอะดีค่ะ

นิยาย o-yo ชอบภาคพิสดารแบบนี้แหล่ะ
ให้ความรู้สึกเหมือนดูหนังข้ามมิติ ที่ตัวละครเด่นๆ
ยุคต่างๆ มาเจอกัน จำได้ว่าตอนเด็กๆ เคยดูหนัง HK
ที่เค้าเอาตัวเอกแต่ละเรื่องมาเจอกัน มันส์ดีค่ะ

นิยายตอนใหม่ขอติดไว้อ่านวันเสาร์-อาทิตย์นะคะ
แล้วจะมาโม้ด้วยใหม่ วันนี้ยังมึนๆ จากอาการหวัดอยู่
อ่านมากไม่ได้ตาลายค่ะ

บ๊ายบายทุกคน แล้วเจอกันใหม่จ้า Very Happy

ปล. ขอเชียร์เส่เยี่ยค่ะ ขอคังซื่อขนาบซ้าย เส้าเฟยขนาบขวานะคะ 😉

แต๋มจะให้อาซ้อทั้งหลายจิ้นว่าตัวเองเป็นปิงเยี่ย
โอ้...แย่แน่ๆ คาดว่างานนี้ เส่เยี่ยอาจไม่ได้เกิดแหงมๆ
เห็นซ้อเค้าชิงพี่ชายกันแล้ว หนาวแทนเส่เยี่ยค่ะ Laughing

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=linguniang&group=3]Chil
lingu
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 4 กระบี่ไร้น้ำตา
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 4 กระบี่ไร้น้ำตา
avatar

จำนวนข้อความ : 6491
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Hero and The King / กระบี่สะท้านฟ้า ราชาสะท้านแผ่นดิน   Wed Oct 22, 2008 12:31 pm

tomtam พิมพ์ว่า:
ฮ่องเต้ตาโตและองครักษ์สุดหล่อตอนต้นจะออกแค่นิดหน่อยค่ะ เพราะค่าตัวทั้งคู่สูงมาก เดี๋ยวบอบช้ำหมด

โอโย่พูดเรื่องฮ่องเต้บัลลังก์เลือดเยอะๆ ก็ได้ค่ะ เพราะแต๋มกำลังประสบปัญหาจำเนื้อเรื่องไม่ได้อยู่ เขียนไม่ค่อยออก ถ้าโย่เอามาสปอยเลยยิ่งดี แต๋มจะได้เห็นภาพคังซีชัดขึ้นค่ะ ฟิคกำลังภายในนี่เขียนยากจริงๆ Mad

เห็นด้วยกับจางอ้อมที่ว่า “เลือก” ไม่ถูกจริงๆ คังซีเป็นอีกตัวละครที่เพอร์มั่กๆ แต๋มเข้าไปอ่านประวัติของพระองค์มานิดหน่อย เรียกได้ว่าพระองค์ทั้งเก่งทั้งดีมาทั้งชีวิต แต่มาเสียตอนแก่ช่วงแต่งตั้งรัชทายาทเท่านั้น ชิแลมเองก็โชคดีที่ได้รับแต่บทบุคคลสำคัญและมีคุณธรรมสูง ยิ่งพอมารู้ว่าตัวจริงอาหลินก็เป็นอย่างนั้น โอวจอซ...มันยอดมาก พ่อซาลาเปาสิบเก้าปรากฏ Embarassed

อ้อ... ดอกไม้เฮียเคสวยมากค่ะ แต่ให้กุหลาบแฟนเก่าแบบนี้ ฉินสามไม่ว่าเอาเหรอคะ Embarassed คิดถึงแมร์เนอะ (ป่าวหรอกจริงๆ คิดถึงฟิคแมร์ต่างหาก Laughing ) ดีจังเลยที่ทุกคนชอบ ยังไงขอคำติด้วยนะคะ จะได้นำไปแก้ไขค่ะ

พูดถึงเรื่องนิสัยชิแลมที่ว่ารักเดียวใจเดียว เป็นคนดี มีคุณธรรม และแสนจะเพอร์เฟคนี่มันเป็นอิทธิพลจากหนังที่เขารับเล่นรึป่าวนะ คือ เคยได้ยินมาว่าดาราที่อินมากๆ มักจะถอดภาพลักษณ์ตัวละครที่ตัวเองเล่นไม่ออก คิดกันเล่นๆ นะคะ...
1.ขี้เหร่ ได้จากพ่อจากแม่
2.เท่ห์ ได้จากท่านหัวหน้าใหญ่
3.มีเสน่ห์ ได้จากพี่อี้หัง
4.ดึงดูด ได้มาจากทุกเรื่อง
5.น่ารัก ได้มาจากแทบทุกเรื่อง เช่น คังซี หยางกวง พี่เหวินชู
6.อบอุ่น ได้จากพี่เหวินชู
7.ตลกและขี้เล่น ได้จากเทียนซื่อ
8.ฉลาดและใฝ่รู้ ได้มาจากฮ่องเต้คังซี หยางกวง
9.มีความคิดและยึดมั่นใจคุณธรรม ได้จากต้วนเฟย
10.มีความพยายามและอดทน ได้จากพี่ก๊วยเจ๋ง
11.เป็นตัวของตัวเอง ได้จากหลี่ฮ่วย
12.มั่นคง รักเดียวใจเดียว ศรัทธาในความรัก ได้มาจากพี่เฉินเสียนซึง
13.ใจเย็น ไอและอีคิวสูง (วิธีตอบโต้นักข่าว) ได้มาจากพี่หยางกวง
14.นอบน้อม ได้จากพี่ก๊วยเจ๋ง พี่เหวินชู ต้วนเฟย
15.ถ่อมตน ได้จากพี่ก๊วยเจ๋ง
16.มีระเบียบ ได้จากหมวดหลอ และเซียะซ้งอิงตอนยังไม่เป็นนักเลง
17.สะอาด ได้จากพี่เหวินชู และเซียะซ้งอิงตอนยังไม่เป็นนักเลง
18. ตรงเวลา มีสัจจะ ได้จากชีเส้าซัง
19. เป็นผู้นำ ได้จากเยิ่นหงเฟยและชีเส้าซัง
20. มีจิตใจรักประชาชน (และแฟนคลับ) ได้จากท่านหัวหน้าใหญ่
21. จอมยุทธอันดับหนึ่งของแผ่นดิน (ดาราฮ่องกงอันดับหนึ่งของจีนคนปัจจุบันสองปีซ้อน) ได้จากท่านหัวหน้าใหญ่
22. กระบี่เดียวสามารถชนะหัวหน้าทั้งเจ็ดได้ (ชนะไพ่คนในกองถ่ายหงเฟิง) ได้จากพี่หลาวผู่
23. ฉายาลูกกตัญญู ได้จากมาพี่ก๊วยเจ๋ง
24. ฉายาโรแมนติกคิสสส ได้มาจากตังทังเช่า
25. อยู่ก่อนแต่ง ได้มาจากหมวดหลอ จ๊ากกก... ไม่ได้ๆ เอาเป็นความขยันทำมาหากินก็แล้วกันค่ะ
เป็นไงบ้างค่ะเทพซาลาเปายี่สิบห้าปรากฏของแต๋ม สามซ้อพาท่านซังมาสู้ไหวป่ะ Laughing

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=linguniang&group=3]Chil
lingu
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 4 กระบี่ไร้น้ำตา
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 4 กระบี่ไร้น้ำตา
avatar

จำนวนข้อความ : 6491
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Hero and The King / กระบี่สะท้านฟ้า ราชาสะท้านแผ่นดิน   Wed Oct 22, 2008 12:32 pm

Timmy พิมพ์ว่า:
อ่านตอนใหม่ตั้งแต่เมื่อวานแล้วค่ะ (แอบอ่าน) เพราะไม่ได้อยู่ที่บ้าน พอกลับมาก็มัวอยู่แต่บ้านนู้น เช้านี้เลยมาเม้นท์ต่อค่ะ ขำมุข "นักพรตหมดอายุ" มีใครขำเหมือนกันเปล่าค่ะ กะตอนที่ศิษย์อาจารย์สู้กันแล้วสุดท้ายสรุปว่าถูกอาจารย์หลอกชอบบทพูดคำต่อขำค่ะ ส่วนตัวจะชอบนิยายกำลังภายในมากๆและก็รู้ว่ามันเป็นอะไรที่เขียนได้ยากเย็นจริงๆเลย ทั้งสำนวน เนื้อหาที่เกี่ยวกับวรยุทธคนที่เขียนได้นี่ถือว่าสุดยอดเลย เท่าที่เคยอ่านมามีคนนึงที่นับถือเลยค่ะ ยังแอบก๊อปของเขาไว้อ่าน เนื่องจากนิยายเดิมที่เคยลงไว้ถูกลบไปแล้ว เนื้อเรื่องออกแนวกำลังภายในจริงๆ แมร์ๆเคยพูดถึงค่ะคนนี้ก็ "เส้าอี้หลิน" ตัวจริง ณ บอร์ด 3 แหละค่ะ เขียนได้เยี่ยมยอดมาก แต่ไม่ใช่ว่าของแต๋มไม่ดีนะค่ะ เขียนได้ดีทีเดียวค่ะ มีมุขตลกด้วย เพราะบางทีถ้าเขียนเน้นกำลังภายในจนเกินไปบางทีก็ดูอึดอัดค่ะ อันนี้เป็นความเห็นส่วนตัวนะค่ะ คิคิ ไม่ว่ากันนะ อย่างแบบลำน้ำนี่ใช่เลยค่ะ โหะๆๆ

วันนี้พูดมากไปเปล่าเนี่ย แมร์ๆเดินทางกลับเมื่อคืนนี้แล้วนะค่ะ สั่งและกำชับแล้วค่ะว่าให้รีบปั่นฟิคต่อเลย คิดถึงๆฟิคแมร์ๆเหมือนกันค่ะ

lingu พิมพ์ว่า:
โอ้ย ขำจนน้ำตาเล็ดแล้วเล็ดอีกอ่ะเนี่ยะอาซ้อสี่ พ่อซาลาเปาสิบเก้าปรากฏ อ้ายยยยย สมญานี้น่าร๊ากกกกก ว่าแต่เขียนไปเขียนมาทำไมเพิ่มเป็นยี่สิบห้าปรากฏแล้วเนี๊ยะซ้อสี่คร้า แล้วก็ขำก๊ากกับข้อสุดท้ายอ่ะ
25. อยู่ก่อนแต่ง ได้มาจากหมวดหลอฯ อันนี้เห็นด้วยอย่างแรงค่ะ 555

ทับทิม พี่หลินก็คิดถึง(ฟิค)แมรๆ ค่ะ ถึงออสยังน้า คิดถึงๆๆๆๆๆๆ

เห็นด้วยกะแต๋มค่ะ ไม่ได้ดูคังซีน้อยนานก็ลืมเนื้อหาได้เหมือนกัน o-yo กำลังดูอยู่มาเล่ามาสปอยได้เลยค่ะ ซ้อๆชอบอ่านค่ะ

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=linguniang&group=3]Chil
lingu
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 4 กระบี่ไร้น้ำตา
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 4 กระบี่ไร้น้ำตา
avatar

จำนวนข้อความ : 6491
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Hero and The King / กระบี่สะท้านฟ้า ราชาสะท้านแผ่นดิน   Wed Oct 22, 2008 12:33 pm

Timmy พิมพ์ว่า:
ยัยแมร์กลับถึงออสเตรเรียเรียบร้อยแล้วค่ะพี่หลิน เพิ่งคุยกันเมื่อเช้านี้เอง แล้วก็อยากจะบ้าตายค่ะ แมร์ลืมกระเป๋าไว้ในรถแท็กซี่ ซีดีที่กะจะขนกลับไปพร้อม USB (ฟิคของช้านนนน) อยู่ในกระเป๋าใบนั้นด้วย ตอนนี้เลยอยากจะร้องไห้ Crying or Very sad ด้วยความเสียดายแบบสุดๆ Crying or Very sad Crying or Very sad ไม่รู้จะตามคืนได้รึเปล่าเนี่ย แง้ๆๆ

แมร์ก็เสียดายซีดีกะ USB ทับทิมเองก็เสียดาย หนังตั้งหลายเรื่อง Crying or Very sad

Maremare พิมพ์ว่า:
Timmy พิมพ์ว่า:
ยัยแมร์กลับถึงออสเตรเรียเรียบร้อยแล้วค่ะพี่หลิน เพิ่งคุยกันเมื่อเช้านี้เอง แล้วก็อยากจะบ้าตายค่ะ แมร์ลืมกระเป๋าไว้ในรถแท็กซี่ ซีดีที่กะจะขนกลับไปพร้อม USB (ฟิคของช้านนนน) อยู่ในกระเป๋าใบนั้นด้วย ตอนนี้เลยอยากจะร้องไห้ Crying or Very sad ด้วยความเสียดายแบบสุดๆ Crying or Very sad Crying or Very sad ไม่รู้จะตามคืนได้รึเปล่าเนี่ย แง้ๆๆ

แมร์ก็เสียดายซีดีกะ USB ทับทิมเองก็เสียดาย หนังตั้งหลายเรื่อง Crying or Very sad

โหะๆท่านทิม ตะเองนั้นแหละเสียดายยูเอสบี เค้าเสียดายกางเกงยีนส์ สุดหรูจากพาราก้อนกับซีดีเท่านั้น (มีข่าวดีจะบอก ซีดีของตะเอง แมรแมรพกติดตัวมาด้วยมันเลยไม่หาย เพิ่งเปิดเจอเมื่อเช้านี้เอง) แต่เรื่องอื่น หายหมดเฮ้อเซ็งเลย..

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=linguniang&group=3]Chil
lingu
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 4 กระบี่ไร้น้ำตา
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 4 กระบี่ไร้น้ำตา
avatar

จำนวนข้อความ : 6491
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Hero and The King / กระบี่สะท้านฟ้า ราชาสะท้านแผ่นดิน   Wed Oct 22, 2008 12:33 pm

Timmy พิมพ์ว่า:
Maremare พิมพ์ว่า:
Timmy พิมพ์ว่า:
ยัยแมร์กลับถึงออสเตรเรียเรียบร้อยแล้วค่ะพี่หลิน เพิ่งคุยกันเมื่อเช้านี้เอง แล้วก็อยากจะบ้าตายค่ะ แมร์ลืมกระเป๋าไว้ในรถแท็กซี่ ซีดีที่กะจะขนกลับไปพร้อม USB (ฟิคของช้านนนน) อยู่ในกระเป๋าใบนั้นด้วย ตอนนี้เลยอยากจะร้องไห้ Crying or Very sad ด้วยความเสียดายแบบสุดๆ Crying or Very sad Crying or Very sad ไม่รู้จะตามคืนได้รึเปล่าเนี่ย แง้ๆๆ

แมร์ก็เสียดายซีดีกะ USB ทับทิมเองก็เสียดาย หนังตั้งหลายเรื่อง Crying or Very sad

โหะๆท่านทิม ตะเองนั้นแหละเสียดายยูเอสบี เค้าเสียดายกางเกงยีนส์ สุดหรูจากพาราก้อนกับซีดีเท่านั้น (มีข่าวดีจะบอก ซีดีของตะเอง แมรแมรพกติดตัวมาด้วยมันเลยไม่หาย เพิ่งเปิดเจอเมื่อเช้านี้เอง) แต่เรื่องอื่น หายหมดเฮ้อเซ็งเลย..

แหม..มันก็ต้องเสียดายกันเป็นธรรมดานี่ ตะเองเซฟอะไรไว้อยู่จะไม่ให้เสียดายได้ยังไง จริงเปล่าๆ แล้วก็เป็นข่าวดีมากๆที่พี่เซี่ยงกะคุณชายไม่ได้หายไปด้วย เค้ากะจะไรท์ให้ใหม่แล้วเนี่ย อืม..ส่วนองค์หญิงกำมะลอไม่รู้แมร์ๆไปเช็คข้อความรึยัง เค้าจะส่งให้เราแทน เดี๋ยวได้ของแล้วจะส่งต่อให้นะ

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=linguniang&group=3]Chil
 
The Hero and The King / กระบี่สะท้านฟ้า ราชาสะท้านแผ่นดิน
อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน 
หน้า 1 จาก 14ไปที่หน้า : 1, 2, 3 ... 7 ... 14  Next

Permissions in this forum:คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
Welcome To Charlianz world :: Fiction & Recreation :: Fiction & Recreation-
ไปที่: