Welcome to Charlian Thai fans
 
บ้านสมัครสมาชิก(Register)เข้าสู่ระบบ(Log in)

Share | 
 

 Godfather The Series : มาเฟียหลงเงา

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down 
ไปที่หน้า : Previous  1, 2, 3, 4
ผู้ตั้งข้อความ
O-yohyo
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 4 กระบี่ไร้น้ำตา
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 4 กระบี่ไร้น้ำตา
avatar

จำนวนข้อความ : 6683
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: Godfather The Series : มาเฟียหลงเงา   Sun Nov 25, 2012 8:30 pm



ธีรกานต์นิ่งๆ เงียบๆ แบบนี้ รู้สึกเหมือนว่าจะมีคลื่นใต้น้ำยังไงไม่รู้

เกิดสึนามิขึ้นเมื่อไหร่คงน่ากลัวพิลึกเลย หรือคิดอีกที

ธีรกานต์อาจปลงได้แล้วก็เป็นได้ ดีแล้วค่ะ ชีวิตของน้องสาว

คนเป็นพี่ก็ได้แต่คอยมองและให้กำลังใจนะจ๊ะ

ยังมีน้องสาวอีกคนที่รักและเชื่อฟังพี่กานต์เสมอนะ ปิ๊ง ปิ๊ง ปิ๊ง

_________________



Charmaine Sheh / เสอซือมั่น - อาเส่ / 佘詩曼
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
tomtam
ศิษย์ชาเรี่ยนขั้น 2
ศิษย์ชาเรี่ยนขั้น 2
avatar

จำนวนข้อความ : 167
: 36
Registration date : 14/12/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: Godfather The Series : มาเฟียหลงเงา   Sun Nov 25, 2012 9:04 pm

วู้ตอนนี้หวานหยดย้อยมากค่ะ อ่านแล้วแอบอิจฉารัญชิดานะคะเนี่ย แล้วดูพี่กานต์สิหน้าบูดบึ้งตลอดศกแบบนี้ ระวังจะแก่เร็วนะคะ รอผกก. จัดให้เรื่องหน้า พี่เกาต้องทำให้พี่กานต์ยิ้มเยอะๆ นะคะ Embarassed
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว http://forums2.popcornfor2.com/index.php?showtopic=56077&st=
midori
ศิษย์ใหม่ชาเรี่ยน..เอ๊าะๆเฟรชๆ
ศิษย์ใหม่ชาเรี่ยน..เอ๊าะๆเฟรชๆ
avatar

จำนวนข้อความ : 51
: 39
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: Godfather The Series : มาเฟียหลงเงา   Mon Nov 26, 2012 3:23 pm

มาช้าไปหน่่อยนิ มดตอมไปหมดเลย กว่าจะอ่านจบได้

มีอยู่ 2 อย่างกับอดีตของนู๋กานต์ แฟน/เพื่อนตัวเองเคยโดนมาเฟียทำร้าย
กับเคยมีความรักกับมาเฟียแล้วโดนทิ้ง หวังว่าพี่เกาจะช่วยได้เนอะอิอิ
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: Godfather The Series : มาเฟียหลงเงา   Mon Nov 26, 2012 5:48 pm

จะบอกว่าตอนที่ 7 ผู้กินกับใช้เวลาเขียนนานที่สุดเลยค่ะ อิจฉานางเอก หวีตหวานเกินไปล่ะ Evil or Very Mad Twisted Evil

ขอบคุณแฟนฟิคที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้นะคะ แต่ขอบอกว่าตอนที่อยากเขียนมากที่สุดคือตอนของพี่เกากับพี่กานต์ค่ะ

ไม่ได้พูดเอาใจแฟนชาเลี่ยนนะคะ แต่แบบว่ามันเปรี้ยวใจดีค่ะ ไม่เหมือนตอนของหย่งหนาน นี่หวานจนผู้กินกับ

รู้สึกอิจฉานางเอกเหลือเกิน Mad ส่วนคู่ของเสี่ยเผิง หุหุ เราจะอุบอิบไว้ เป็นคู่นึงที่อยากให้ออกโรงกันเร็วๆ เหมือนกัน

แต่สรุปฟันธงชัดๆเลยคือ ผู้กินกับอินค่ะ หมั่นไส้น้องดา ชริ!! เลยอยากให้รีบจบไวๆ Razz

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: Godfather The Series : มาเฟียหลงเงา   Sun Dec 02, 2012 12:49 pm

แอนนี่คนสวยมาแล้วค่ะ


_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: Godfather The Series : มาเฟียหลงเงา   Sun Dec 02, 2012 12:50 pm

ตอนที่ 8

‘นักธุรกิจหนุ่มแซ่เถียนชวนแฟนสาวเล่นเทนนิสหวานชื่น’ นิตยสารซุบซิบของฮ่องกงลงภาพของหย่งหนานกับรัญชิดาที่สนามเทนนิสและยังพาดหัวข่าวถึงความรักที่หวานชื่นของพวกเขา ทำให้หญิงสาวนัยน์ตาคมที่กำลังมองภาพบนปกนิตยสารนั้นอยู่ถึงกลับต้องรีบเปิดเข้าไปอ่านเนื้อหาข้างในอย่างละเอียดจนทำให้คิ้วของเธอขมวดมุ่น เธอไม่เคยคิดเลยว่าข่าวบนหน้าหนังสือพิมพ์ที่ลงเรื่องเถียนหย่งหนานถูกลอบทำร้ายและคนที่พาเขามาส่งโรงพยาบาลเป็นแฟนสาวของชายหนุ่มนั้นจะกลายเป็นเรื่องจริงขึ้นมาได้ จนกระทั่งเธอได้เห็นภาพของผู้หญิงคนนั้นกับเถียนหย่งหนานบนปกนิตยสารที่อยู่ในมือของเธอตอนนี้ ภาพถ่ายของพวกเขาทำให้ใจของเธอรู้สึกว้าวุ่นและไม่เป็นสุข จนทำให้เธอต้องรีบวางนิตยสารฉบับนั้นลงบนโต๊ะและหยิบบทละครเรื่องใหม่ของเธอที่วางอยู่ใกล้กันขึ้นมาอ่าน แต่พอสายตาของเธอชำเลืองไปเห็นหน้าปกนิตยสาร ภาพถ่ายนั้นก็ทำให้เธอไม่มีสมาธิและจิตใจยังคงว้าวุ่นมากกว่าเดิม

----------------------------------------------------

ภายในคาสิโนของสกุลเถียนที่วันนี้เริ่มมีนักเสี่ยงโชคเข้ามามากขึ้น จนทำให้เกาเหวินฉีกับเถียนหย่งหนานที่กำลังเดินดูรอบๆมีรอยยิ้มอย่างพอใจที่เริ่มจะเห็นการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี ความตั้งใจและทุ่มเทของพวกเขาทั้งสองคนเริ่มที่จะได้เห็นดอกผลของมันอีกครั้ง เหวินฉีปรับกลยุทธ์ด้วยการเพิ่มโปรโมชั่นสำหรับนักเสี่ยงโชคที่ดีกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็นการแลกชิปแล้วได้ห้องพักฟรีที่โรงแรมหนึ่งคืนพร้อมทั้งเลือกบริการบริการนวดแผนไทยหรือสปาอย่างใดอย่างหนึ่งฟรีอีกหนึ่งชั่วโมง ในส่วนที่เป็นโรงแรม หย่งหนานได้เพิ่มบริการอีกหลายอย่างสำหรับลูกค้า โดยพวกเขายอมที่จะได้รับผลกำไรที่น้อยลงเพื่อแลกกับการที่จะได้ลูกค้ากลับมาเพิ่มขึ้น ซึ่งดูเหมือนว่าจะได้กำไรน้อยแต่มันไม่ได้น้อยเมื่อเทียบกับจำนวนลูกค้าที่มาใช้บริการในตอนนี้ หย่งหนานยิ้มอย่างพอใจและหันไปขอบคุณเหวินฉีสำหรับการทุ่มเทในการทำงานของเขา จากนั้นจึงได้บอกให้เหวินฉีหาเวลาพักผ่อนบ้าง ทำให้คนฟังยิ้มและตบไหล่หย่งหนานเบาๆ

“ตอนนี้ฉันยังสนุกกับงานอยู่ ไม่เป็นไรหรอกน่า ฉันยังไหว”

“ถึงนายบอกว่าไหวแต่ก็ต้องมีวันหยุดบ้างนะ จะมาทำงานทุกวันแบบนี้ได้ยังไง ไม่รู้ล่ะฉันให้นายหยุดเสาร์อาทิตย์นี้ ห้ามปฏิเสธเด็ดขาด นายจะได้ไปเที่ยวพักผ่อนบ้าง” หย่งหนานออกคำสั่งพร้อมรอยยิ้มที่มุมปาก แต่เหวินฉีก็ยังส่ายหน้า

“นายจะให้ฉันไปเที่ยวไหนเล่า ฉันมันตัวคนเดียวไม่ได้มีแฟนเหมือนนายนะ ที่วันหยุดมาจะได้พาแฟนไปเที่ยว”

“ก็รีบหาแฟนซะสิ มัวแต่ทำงานแบบนี้ แล้วเมื่อไหร่ถึงจะมีแฟน” หย่งหนานพูดแนะนำ ทำให้เหวินฉีหาคำมาต่อไม่ได้ จึงได้แต่เงียบและทำทีเป็นไม่สนใจคำพูดของหย่งหนาน “ถ้านายไม่รู้จะไปเที่ยวกับใครเดี๋ยวฉันให้ดาชวนคุณกานต์ไปเป็นเพื่อนเอามั้ยล่ะ คุณกานต์กับนายชอบทะเลาะกันบ่อยๆ น่าจะหาโอกาสไปเที่ยวด้วยกัน เผื่อจะได้ญาติดีกันขึ้นมาบ้าง แล้วหลังจากนั้นเส้นทางรักของฉันกับดาก็จะไร้อุปสรรค”

“ที่พูดมาเนี่ยก็เอื้อประโยชน์ของนายทั้งนั้นเลยนะ” เหวินฉีเหล่ตาไปมองหย่งหนานที่กำลังใช้นิ้วชี้เกาคางของตัวเองเบาๆอย่างพอใจในความคิดของตัวเอง

“หรือนายว่ามันไม่ดี ฉันได้ประโยชน์ นายก็ได้ประโยชน์ ที่จะมีเพื่อนไปเที่ยว เผลอๆต่อไปในอนาคต..”

“พอเลยๆหยุดความคิดบ้าๆของนายซะเลย มันไม่มีทางเป็นอย่างที่นายคิดแน่ๆ” เหวินฉีรีบยกมือห้ามและพูดแย้งขึ้นมาเมื่อเห็นสายตาของหย่งหนานที่หันมามองอย่างเจ้าเล่ห์

“แล้วนายรู้หรอว่าฉันคิดอะไร ฉันแค่จะบอกว่าเผลอๆต่อไปในอนาคตถ้าฉันแต่งงานกันดา ฉันจะให้นายมาเป็นเพื่อนเจ้าบ่าวคู่กับคุณกานต์ที่ต้องมาเป็นเพื่อนเจ้าสาวต่างหากล่ะ นายนี่มันคิดมากจริงๆ” หย่งหนานหัวเราะเยาะเหวินฉีที่กำลังทำหน้าไม่ถูก ทำให้คนที่โดนล้อต้องรีบเดินหนี ส่วนหยางหนานก็รีบเดินตามไปหัวเราะเยาะเขาใกล้ๆ

ในขณะที่พวกเขาสองคนเดินไปด้วยกัน เสียงเอะอะโวยวายก็ดังขึ้นจึงทำให้ชายหนุ่มทั้งสองรีบเข้าไปดูทางต้นเสียงจนพบชายคนหนึ่งที่แต่งตัวภูมิฐานแต่ผมกลับชี้ฟูดูยุ่งเหยิง ใบหน้าก็ดูเคร่งเครียดเมื่อเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสองคนยืนประกบอยู่ใกล้ๆ หย่งหนานเข้าใจว่าชายคนนั้นไม่พอใจพนักงานของตนจึงได้รีบเดินเข้าไปสอบถามความจริง แต่เหวินฉีที่จำชายคนนั้นได้จึงเอ่ยทักขึ้นก่อน

“คุณหลี่ท่าทางอารมณ์เสียแบบนี้ คงจะหมดเงินไปไม่น้อยสิครับ” คนแซ่หลี่พอหันมาเห็นเหวินฉีเท่านั้นก็หน้าซีดเผือด พอหย่งหนานเห็นอีกฝ่ายมีท่าทางตื่นกลัว จึงได้หันไปสอบถามกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย จึงได้รู้ว่าคุณหลี่เล่นพนันเสียเงินไปเกือบสองแสนเหรียญและจะขอเครดิตกับทางคาสิโนเพื่อจะไปเล่นต่อ แต่พนักงานเห็นว่าคุณหลี่มีหนี้สินที่รวมกันแล้วเกือบห้าล้านเหรียญ จึงไม่ยอมให้เครดิตอีกจึงเป็นเหตุให้คุณหลี่ไม่พอใจจนต้องให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยพาตัวออกมา หย่งหนานพอรู้เรื่องราวดีแล้วจึงได้พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่นุ่มทุ้ม

“คุณหลี่ใจเย็นๆก่อนนะครับ เรื่องหนี้สินที่คุณติดค้างกับทางคาสิโนของผม ผมจะไม่เร่งรัดให้คุณรีบนำเงินมาคืน แต่คุณก็ต้องเข้าใจนะครับว่ามันเป็นกฎของที่นี่ ไม่ใช่ว่าผมไม่อยากต้อนรับคุณ เพียงแต่เราคงไม่สามารถให้เครดิตกับลูกค้าที่มีหนี้ค้างชำระกับเรามากขนาดนี้ต่อไปได้ ผมว่าคุณหลี่อย่าเล่นต่อไปอีกเลยครับ กลับไปทำงานของคุณเพื่อที่จะได้มีเงินมาดูแลครอบครัวของคุณแล้วก็จะได้มีเงินมาใช้คืนให้ทางคาสิโนของผมด้วยนะครับ” คุณหลี่ได้ฟังคำพูดกับหย่งหนานแล้ว แทนที่จะใจเย็นลงหรือคิดได้ เขากลับดูเคร่งเครียดมากกว่าเดิมจนพุ่งตัวเข้าไปหาหย่งหนาน แต่โชคดีที่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเข้าไปขวางไว้ได้และช่วยกันจับตัวคุณหลี่ไว้

“คุณหลี่พอเถอะ อย่าก่อเรื่องอีกเลย คุณเถียนใจดีกับคุณถึงขนาดนี้ คุณก็ควรจะฟังเขา เชิญคุณกลับไปได้แล้ว สำหรับหนี้สินที่ค้างอยู่ ผมจะให้คุณแบ่งจ่ายเป็นงวดก็ได้โดยจะคิดดอกเบี้ยต่ำสุด เดี๋ยวผมจะให้พนักงานทำสัญญาในการผ่อนชำระกับคุณ” เหวินฉีพูดจบก็พยักหน้าให้เจ้าหน้าที่พาตัวออกไป แต่คุณหลี่กลับดิ้นรนและคุกเข่าลงพูดขอร้องกับหย่งหนาน

“ถึงจะให้ผมผ่อนชำระ ผมก็ไม่มีปัญญาใช้หนี้คุณ เงินไม่ใช่น้อยๆแล้วผมจะเอาเงินมาจากที่ไหน”

“ในเมื่อคุณไม่มี คุณก็อย่าเล่นต่อสิครับ คุณควรจะหยุดเสียตั้งแต่แรก ไม่ใช่ปล่อยให้มีหนี้สินมากมายแบบนี้” หย่งหนานยังคงพูดกับคุณหลี่อย่างสุภาพ

“แต่ผมอยากเสี่ยง ผมอยากได้เงินของผมคืน แต่ใครจะไปรู้ว่ามันจะมีแต่เสียกับเสีย” คุณหลี่เอามือกุมหัว สองขาชันขึ้นและฟุบหน้าลงที่หัวเข่า ท่าทางของเขาดูเครียดมากกว่าเดิม ทำให้หย่งหนานรู้สึกสงสารและจะย่อตัวลงไปประคองคุณหลี่ให้ลุกขึ้นมา แต่เหวินฉีกลับห้ามเขาไว้ก่อนและบอกให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยพาตัวคุณหลี่ไปจัดการเรื่องสัญญาการชำระหนี้ให้เรียบร้อย


หลังจากคุณหลี่ไปแล้ว หย่งหนานจึงได้ชวนเหวินฉีขึ้นไปคุยกันที่ห้องทำงานเพื่อถามถึงเรื่องของคุณหลี่จากญาติผู้พี่ที่จะรู้เรื่องทุกอย่างในคาสิโนดีกว่า เหวินฉีจึงได้บอกกับหย่งหนานว่าตอนนั้นพนักงานได้มาบอกกับเขาแล้วว่าคุณหลี่จะขอเครดิตซึ่งเขาเห็นว่าคุณหลี่เป็นลูกค้าประจำที่เข้ามาเสี่ยงโชคอยู่บ่อยครั้ง และทุกครั้งก็ไม่เคยเบี้ยว จึงได้อนุมัติไป แต่ไม่นึกเลยว่าจนป่านนี้แล้ว คุณหลี่ยังไม่สามารถหาเงินมาใช้คืนได้ แถมหนี้สินก็ยังเพิ่มจำนวนมากขึ้นจนทำให้เหวินฉีรู้สึกไม่สบายใจอยู่เหมือนกันที่ไม่ควรอนุมัติให้เขาตั้งแต่แรก หย่งหนานรู้ว่าเหวินฉีทุ่มเทให้กับงานที่รับผิดชอบอยู่ไม่น้อย จึงไม่ได้รู้สึกว่านี่คือการตัดสินใจที่ผิดพลาดของญาติผู้พี่ จึงได้พูดขึ้นเพื่อให้กำลังใจ

“นายไม่ต้องคิดมากนะ ฉันรู้ดีว่าก่อนที่นายจะทำอะไรลงไปก็ตาม นายย่อมคิดถึงผลได้ผลเสียของมันอย่างรอบคอบแล้ว ส่วนกรณีของคุณหลี่ฉันว่ามันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร เพราะในเมื่อตอนนี้เราไม่ได้ให้เครดิตกับเขาแล้ว เขาคงไม่สร้างหนี้เพิ่มขึ้นมาได้อีกแน่ เดี๋ยวพอเขามีเงินก็คงเอามาใช้เราเอง เพราะยังไงเราก็ไม่ได้ใช้วิธีรุนแรงแบบที่มาเฟียคุมบ่อนที่อื่นเขาทำกันซักหน่อย”

“แต่เงินเกือบห้าล้านเชียวนะ ฉันไม่น่าเลยจริงๆ” เหวินฉีโทษตัวเอง มือข้างหนึ่งที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานของหย่งหนานถูกกำไว้แน่น คิ้วของเขาก็ขมวดมุ่น

“แค่เกือบห้าล้าน เงินแค่นี้ไม่ทำให้เราเดือดร้อนหรอกน่า นายทำเหมือนว่าเราไม่เคยมีลูกหนี้ไปได้” หย่งหนานยิ้มบางๆอย่างสบายใจแต่ยิ่งทำให้เหวินฉีขมวดคิ้วแน่นมากกว่าเดิม ทำให้หย่งหนานต้องพูดซ้ำอีกครั้งไม่ให้เหวินฉีเป็นกังวลและบอกว่าสิ่งที่เขาทำอยู่ตอนนี้มันดีที่สุดแล้ว เหวินฉีจึงบอกกับหย่งหนานว่าเขาจะให้คนไปสืบสถานะทางการเงินของคุณหลี่ในตอนนี้ว่าเป็นอย่างไรบ้าง เพราะเขารู้สึกว่ามันผิดปกติที่เห็นคุณหลี่ในวันนี้ดูแตกต่างจากเมื่อก่อนมาก ซึ่งหย่งหนานก็เห็นด้วย

หลังจากทั้งสองคนคุยเรื่องของคุณหลี่แล้ว เหวินฉีจึงขอตัวกลับไปทำงานที่ห้อง ในขณะที่หย่งหนานก็ทำงานของตัวเองต่อ
ในระหว่างที่กำลังคิดเรื่องงานอยู่เพลินๆเสียงเคาะประตูห้องก็ดังขึ้น แบะเมื่อเขาพูดเชิญให้คนที่อยู่ด้านนอกเข้ามาได้ บอดี้การ์ดของหย่งหนานที่เป็นคนเคาะประตูจึงได้บอกกับเจ้านายว่ามีผู้หญิงแซ่หลิวมาขอพบพร้อมทั้งได้ยื่นนามบัตรของเธอให้หย่งหนานดู สายตาของชายหนุ่มพลันเบิกกว้างทันทีเมื่อเห็นชื่อของเธอ จึงได้ถามขึ้นว่าคุณหลิวอยู่ที่ไหน ไม่ทันที่ได้จะคำตอบ หญิงสาวคนนั้นก็ปรากฏตัวอยู่ที่หน้าประตูห้อง หญิงสาวนัยน์ตาคมที่อยู่ในชุดเดรสสีครีมที่ยาวเหนือเข่าเล็กน้อย ในมือของเธอถือดอกลิลลี่สีขาวช่อใหญ่ที่ถูกแซมด้วยดอกกุหลาบสีแดงสด ทำให้หย่งหนานลุกขึ้นยืนเพื่อมองเธอด้วยความรู้สึกที่ยังมึนงงจนกระทั่งน้ำเสียงหวานของเธอที่พูดทักทายเขาดังขึ้น

“ฉันต้องขอโทษด้วยนะคะที่เดินตามคนของคุณขึ้นมา โดยที่ไม่ได้รอให้คุณอนุญาตก่อน ฉันหวังว่าคุณคงไม่ว่าอะไรนะคะ” หญิงสาวเอ่ยถามกับหย่งหนานเมื่อเห็นสายตาของบอดี้การ์ดของเขาที่มองเธอด้วยสายตาที่คอยระวังภัยให้เจ้านาย หย่งหนานได้ยินเช่นนั้นจึงหันไปบอกกับบอดี้การ์ดให้ออกไปได้ เมื่อไม่มีใครอยู่ในห้องแล้วนอกจากเขาและเธอ หญิงสาวจึงเดินยิ้มหวานเข้ามาหาพร้อมทั้งยื่นดอกไม้ให้กับชายหนุ่ม พร้อมทั้งพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ไพเราะ

“ดอกไม้สำหรับคุณคะวินเซ็นต์ ฉันต้องขอโทษด้วยนะคะที่เพิ่งมาเยี่ยมคุณ บังเอิญว่าตอนที่คุณเกิดเรื่องฉันต้องไปถ่ายละครที่ปารีส พอกลับมาก็มัววิ่งวุ่นอยู่ในกองถ่ายจนไม่มีเวลามาเยี่ยมคุณเลย หวังว่าคุณคงไม่โกรธฉันนะคะ”

“ไม่..ไม่เลยครับ ขอบคุณคุณมาก” หย่งหนานยื่นมือไปรับดอกไม้จากหญิงสาวและเชื้อเชิญให้เธอไปนั่งที่โซฟารับแขกที่ตั้งอยู่ที่มุมห้อง ซึ่งเป็นเวลาเดียวกันที่แม่บ้านยกกาแฟและน้ำดื่มเข้ามาให้ หญิงสาวจึงรอให้แม่บ้านเดินออกไปจากห้องก่อน เธอจึงขยับมานั่งข้างชายหนุ่มที่เอาแต่นั่งเงียบและทำเหมือนเธอเป็นคนที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน

“ทำไมคุณเงียบไปล่ะคะ หรือว่าจำเพื่อนคนนี้ไม่ได้แล้ว” เธอแกล้งพูดแหย่ด้วยรอยยิ้มหวานที่มุมปาก

“ผมจำคุณได้ เพียงแต่ไม่นึกมาก่อนว่าคุณจะมาหาผมทั้งที่เราสองคนก็ไม่ได้ติดต่อกันมานานแล้ว ก็เลยรู้สึกแปลกใจนิดหน่อย ว่าแต่คุณก็สบายดีนะ” หญิงสาวได้ยินคำพูดของหย่งหนานที่ฟังดูห่างเหินจึงได้ถอนหายใจเบาๆ

“ฉันสบายดีค่ะ แต่ฟังคุณพูดเข้าสิ ทำเหมือนฉันเป็นคนอื่นยังไงอย่างงั้น”

“ผมไม่ได้หมายความแบบนั้นนะ เพียงแต่คิดไม่ถึงว่าคุณจะมา” หย่งหนานพูดด้วยรอยยิ้มที่มุมปาก แต่สายตาของเขาที่กำลังมองเธออยู่กำลังบอกหญิงสาวว่าเธอกลายเป็นคนแปลกหน้าสำหรับเขาไปแล้ว ทำให้เธอมองเขาตอบด้วยแววตาที่อ้อนวอน

“วินเซ็นต์..ได้โปรดอย่ามองฉันแบบนี้ได้มั้ยคะ ฉันรู้ว่าฉันเป็นฝ่ายผิดที่ทิ้งคุณไป ฉันทำให้คุณเจ็บ แต่คุณรู้มั้ยคะว่าตลอดเวลาที่ฉันต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวโดยที่ไม่มีคุณ ฉันรู้สึกอย่างไรบ้าง ในทุกๆวันที่ฉันคิดถึงเรื่องราวของเรา ช่วงเวลาที่เรามีความสุขด้วยกัน มันทำให้ฉันรู้ว่าไม่มีอะไรที่มีความหมายต่อฉันไปมากกว่าคุณอีกแล้ว แต่ฉันก็รู้ว่ามันสายเกินไปที่เราจะย้อนกลับไปเริ่มต้นใหม่ได้อีกครั้ง ที่ฉันอยากขอกับคุณเพียงแค่อยากให้คุณเห็นฉันเป็นเพื่อน และโปรดอย่ามองฉันเหมือนคนแปลกหน้าได้มั้ยคะ” หญิงสาวกุมมือของหย่งหนานเอาไว้ แววตาของเธอทำให้เขายากที่จะปฏิเสธ

“แอนนี่..คุณอย่าคิดมากไปเลย ถึงเราจะกลับมาเริ่มต้นใหม่ไม่ได้อีกแล้ว แต่คุณจะเป็นเพื่อนของผมเสมอ เพราะคนที่เป็นเพื่อนกัน จะไม่มีทางเลิกคบกันได้หรอกครับ”

“จริงหรอคะ” เธอยิ้มหวานให้กับหย่งหนานและบีบมือของเขาเบาๆ “คุณยังแสนดีเหมือนเดิมเลยนะคะ จนฉันรู้สึกอิฉจาแฟนของคุณจริงๆ ว่าแต่..เธอเป็นใครหรอคะ ผู้หญิงที่โชคดีคนนั้น” แอนนี่บอกกับหย่งหนานว่าเธอเห็นข่าวของเขากับแฟนบนนิตยสารแล้วและพูดถึงเนื้อหาของข่าวที่เขียนไว้ว่าอย่างไรบ้าง จนทำให้หย่งหนานได้แต่นั่งยิ้ม แอนนี่เห็นเขายิ้มอยู่แบบนั้นจึงได้ถามว่าเขายิ้มทำไม หย่งหนานจึงได้บอกว่าที่เขายิ้มเพราะกำลังนึกถึงรัญชิดาอยู่ แต่ไม่ยอมบอกถึงเหตุผลที่รัญชิดาทำให้เขายิ้มได้แบบนี้ คำตอบของหย่งหนานทำให้แอนนี่รู้สึกหน้าชาขึ้นมากะทันหัน แต่เธอก็ยังฝืนยิ้มและคุยกับหย่งหนานต่อเหมือนไม่ได้รู้สึกอะไร ทั้งที่ในใจของเธอเต็มไปด้วยความริษยาผู้หญิงอีกคนและต้องการจะได้หัวใจของหย่งหนานกลับคืนมา


_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: Godfather The Series : มาเฟียหลงเงา   Sun Dec 02, 2012 12:56 pm

หนึ่งอาทิตย์ต่อมาหลังจากที่เกาเหวินฉีให้คนไปสืบเรื่องสถานะการเงินของคุณหลี่มาได้ เขาจึงนำเรื่องนี้มาบอกให้เถียนหย่งหนานรู้ที่ตอนนี้คุณหลี่ทำธุรกิจผลไม้แปรรูปส่งออกแล้วประสบภาวะขาดทุน มิหนำซ้ำยังติดการพนันในบ่อนที่เปิดอย่างผิดกฏหมายจนต้องขายทรัพย์สินที่มีเพื่อใช้หนี้ แต่คุณหลี่ที่โดนผีการพนันเข้าสิงยังเข้าบ่อนไม่เว้นแต่ละวันเพื่อหวังจะได้เงินจากการเสี่ยงโชค จึงทำให้ตอนนี้ไม่เพียงเป็นลูกหนี้ของสกุลเถียน เขายังเป็นลูกหนี้กับบ่อนอื่นอีกจนถูกมาเฟียที่คุมบ่อนตามทวงหนี้ เมื่อหย่งหนานรู้แบบนี้แล้วจึงพอจะเข้าใจว่าทำไมคุณหลี่ถึงได้มีท่าทางที่ตื่นกลัวเมื่อเห็นพวกเขาทั้งสองคน จึงได้บอกให้เหวินฉีช่วยกำชับลูกน้องให้ดี อย่าให้พวกเขาไปข่มขู่คุณหลี่เรื่องหนี้สิน ซึ่งเหวินฉีได้จัดการเรื่องนี้ไว้อย่างเรียบร้อย ยกเว้นเรื่องเดียวที่เขาไม่สามารถทำได้ก็คือห้ามคุณหลี่เล่นการพนัน เพราะถึงเหวินฉีจะให้ลูกน้องคอยห้ามปรามคุณหลี่ไม่ให้มาเล่นการพนันในคาสิโนของพวกเขาแต่สุดท้ายคุณหลี่ก็ยังไปเล่นการพนันจากที่อื่น โดยที่เขาคงไปห้ามไม่ได้ พอหย่งหนานรู้แบบนี้แล้ว เขาจึงพูดขึ้นอย่างอ่อนใจ

“ทำไมคุณหลี่ต้องเล่นพนันจนหมดตัวแบบนี้ด้วยนะ เขาทำธุรกิจขาดทุนก็ควรจะตั้งใจบริหารงานของตัวเองให้กลับมามีผลกำไรเหมือนเดิมสิ แต่เขากลับมาเล่นพนันเพื่อหวังจะได้เงินไปจุนเจือธุรกิจที่กำลังย่ำแย่อย่างงั้นหรอ ฉันว่ามันไม่ถูก การพนันไม่เคยให้คุณใครอยู่แล้ว เพราะถ้าฉันทำได้ ฉันก็อยากเลิกทำคาสิโนเหมือนกัน แต่ฉันรู้ว่าฉันทำไม่ได้ เมื่อทำมันไม่ได้ ฉันก็ไม่อยากให้มันไปทำร้ายใครจนเสียคนขนาดนี้ เหวินฉี..นายบอกฉันซิว่าฉันควรจะช่วยคุณหลี่ยังไง” คำถามของหย่งหนานทำให้เหวินฉีตกตะลึง

“นายจะช่วยคุณหลี่ ช่วยยังไง”

“ก็ฉันถามนายอยู่นี่ไงว่าฉันควรจะช่วยเขายังไง นายช่วยคิดหน่อยสิ” หย่งหนานย้อนถามด้วยน้ำเสียงที่จริงจังแต่เหวินฉีส่ายหน้าอย่างไม่เห็นด้วย จึงได้บอกหย่งหนานว่าเขาไม่มีทางช่วยคุณหลี่ได้ ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม เพราะเรื่องทั้งหมดมันอยู่ที่ตัวของคุณหลี่ ถ้าตราบใดที่เขายังไม่หยุดเล่นพนัน หนี้สินของเขาก็ไม่มีวันใช้หมด หย่งหนานได้ยินแบบนั้นจึงได้ถามต่อไปว่าคุณหลี่มีหนี้สินรวมอยู่ทั้งหมดเท่าไหร่ เหวินฉีจึงได้บอกว่าคุณหลี่มีหนี้สินถึงสิบล้านเหรียญ ซึ่งถ้าเทียบกับสกุลเถียนมันคงไม่มากมายนักแต่สำหรับคุณหลี่ที่กำลังประสบภาวะขาดทุนทางธุรกิจมันก็เป็นเงินที่เยอะอยู่ สีหน้าและแววตาของหย่งหนานบอกให้เหวินฉีรู้ว่าเขากำลังหาทางช่วยคุณหลี่ให้ได้ จนเหวินฉีต้องบอกให้เขาเลิกความคิดนี้ไปซะ เพราะตราบใดที่คุณหลี่ยังไม่เลิกเล่นการพนัน หย่งหนานก็ไม่มีทางช่วยตามล้างหนี้ให้คุณหลี่ไปได้ พอพูดถึงวิธีที่จะทำให้คุณหลี่เลิกเล่นการพนันทั้งสองคนก็จนปัญญาจริงๆ ไม่รู้จะหาวิธีใดมาเปลี่ยนใจได้ เหวินฉีจึงบอกให้หย่งหนานพักเรื่องนี้ไว้ก่อนเพื่อที่จะได้ปรึกษากันเรื่องงานในโรงแรมต่อที่ตอนนี้มีทัวร์มาจองห้องพักมากขึ้นอีกสิบเปอร์เซ็นต์ ซึ่งเหวินฉีคิดว่าหย่งหนานควรจะมีแผนรองรับในอนาคตถ้าจะต้องรับทัวร์เพิ่มขึ้นสำหรับกลุ่มลูกค้าที่เป็นชาวต่างชาติ ซึ่งหย่งหนานก็ได้เตรียมวางแผนงานไว้แล้วทั้งปรับปรุงเปลี่ยนแปลงและเพิ่มเติมเข้าไป โดยเฉพาะเรื่องอาหารที่เขาจัดไว้ให้ลูกค้าได้เลือกรับประทานหลากหลายมากขึ้น โดยจะผลัดเปลี่ยนกันไปสำหรับเมนูที่เป็นอาหารที่ขึ้นชื่อของชาติต่างๆ ซึ่งเมนูอาหารไทยนั้นเขาได้ให้เชฟประจำโรงแรมไปร่วมคิดเมนูและสูตรอาหารกับพ่อแม่ของรัญชิดาด้วย

ในระหว่างที่ทั้งสองคนกำลังช่วยกันระดมความคิดหาจุดอ่อนจุดแข็งของโรงแรมและคาสิโนอยู่นั้น เสียงคนเคาะประตูก็ดังขึ้นมาขัดจังหวะและเมื่อหย่งหนานอนุญาตให้คนที่อยู่ด้านนอกเข้ามาได้ บอดี้การ์ดที่เดินเข้ามาก็รีบรายงานทันทีว่าคุณแอนนี่มาหา พอเหวินฉีได้ยินชื่อของแอนนี่เท่านั้น เขาก็หันไปจ้องหน้าหย่งหนานทันที หย่งหนานจึงบอกให้บอดี้การ์ดไปบอกให้แอนนี่ไปรอเขาที่ห้องรับรองแขกวีไอพี จากนั้นจึงได้บอกกับเหวินฉีอย่างคร่าวๆว่าแอนนี่กลับมาหาเขา แต่ไม่มีความรู้สึกพิเศษที่เกินไปกว่าความเป็นเพื่อน แต่เหวินฉีก็ยังอดเป็นห่วงไม่ได้เพราะแอนนี่ไม่ได้ติดต่อกับหย่งหนานอีกเลยนับตั้งแต่พวกเขาเลิกคบกัน แล้วทำไมจู่ๆแอนนี่ถึงกลับมา ทำให้เขาเป็นห่วงว่าแอนนี่จะมาแทรกกลางระหว่างหย่งหนานกับรัญชิดา แต่หย่งหนานก็บอกให้เหวินฉีสบายใจได้เพราะเรื่องของแอนนี่นั้นเขาได้เล่าให้รัญชิดาฟังหมดแล้วและเธอก็เข้าใจ จากนั้นเขาจึงออกไปหาแอนนี่ ในขณะที่เหวินฉีกลับไปทำงานของตัวเองต่อ เพราะยังมีงานอีกมากมายที่เขาต้องรีบไปจัดการ

------------------------------------------------------

เวลาพลบค่ำหลังจากหย่งหนานกับรัญชิดาไปดูภาพยนตร์ด้วยกันแล้ว พวกเขาจึงถือโอกาสไปหาของกินอร่อยๆที่ซัมซุยโป ซึ่งสกุลเถียนมีห้องเช่าอยู่ที่นั่น หย่งหนานอยากไปดูให้เห็นกับตาว่าลูกน้องที่เขาส่งมาดูแลพื้นที่แถวนี้มีใครที่ทำนอกเหนือคำสั่งไปเก็บค่าคุ้มครองกับชาวบ้านหรือไม่ แต่หลังจากที่เขาลองสอบถามจากพ่อค้าแม่ค้าแถวนั้น หย่งหนานก็รู้สึกพอใจเมื่อได้ยินว่าไม่มีมาเฟียมาเก็บค่าคุ้มครอง ทำให้เขาพอใจมากและรัญชิดาก็สังเกตเห็นได้จากรอยยิ้มของหย่งหนานในระหว่างที่สองคนเดินจูงมือกันมาเรื่อยๆจนมาถึงร้านขายลูกชิ้นปลาชื่อดังของซัมซุยโป หย่งหนานจึงรีบเข้าไปซื้อลูกชิ้นปลาที่ทำแบบสดๆใหม่ๆทุกวันมาให้รัญชิดา จากนั้นเขาก็เดินไปซื้อน้ำมะม่วงแล้วพารัญชิดาไปหาเก้าอี้นั่งกินริมทางเดิน ท่าทางของชายหนุ่มที่กำลังกินลูกชิ้นอย่างเอร็ดอร่อยทำให้รัญชิดาอมยิ้ม เธอหลงคิดมาตลอดว่าหย่งหนานที่เป็นถึงลูกชายของเจ้าพ่อมาเฟียชื่อดัง คงจะต้องกินแต่อาหารหรูๆใส่เสื้อผ้าดีๆราคาแพงและที่สำคัญคงจะถือตัวว่าเป็นมาเฟีย มีคนคอยติดตามรับใช้ตลอดเวลา แต่หลังจากที่เธอได้รู้จักกับเขา เธอถึงได้รู้ว่าหย่งหนานไม่ได้เป็นแบบที่เธอเคยคิด เขาเป็นคนที่เข้ากับคนอื่นได้ง่าย มองโลกในแง่ดี และยังมีจิตใจที่อ่อนโยน ซึ่งมันแตกต่างจากที่คนภายนอกเห็น เธอรู้ว่านี่ไม่ใช่ภาพมายาที่หย่งหนานสร้างขึ้นมาเพื่อให้เขาดูดีในสายตาของเธอหรือเพื่อทำให้คนในครอบครัวของเธอยอมรับ แต่มันคือตัวตนที่แท้จริงของผู้ชายคนนี้ที่ทำให้เธอรักเขาจนหมดหัวใจไปแล้ว

หย่งหนานเล่าเรื่องทุกอย่างที่เกี่ยวกับเขาให้เธอฟัง จึงทำให้เธอไม่เคยนึกระแวงเขาแม้แต่น้อยที่ตอนนี้แอนนี่ที่เป็นคนรักเก่าของหย่งหนานกลับมาหาเขาอีกครั้ง แต่ในขณะที่เธอยังมีเรื่องที่ไม่เคยบอกกับเขาเลย ครั้งหนึ่งที่หย่งหนานเคยถามเธอเรื่องที่ธีรกานต์มีอคติกับมาเฟีย ถึงตอนนี้เธอก็ควรจะบอกความจริงกับเขาได้แล้ว เพื่อที่ธีรกานต์จะได้ไม่ถูกมองว่าเป็นคนที่ไม่มีเหตุผลอีกต่อไป เมื่อคิดแบบนั้นรัญชิดาจึงเรียกหย่งหนานที่กำลังแบ่งลูกชิ้นปลาให้กับสุนัขจรจัดที่มานั่งขอเขาด้วยแววตาน่าสงสาร

“ดาเรียกผมมีอะไรหรอ” เขาละสายตาจากสุนัขจรจัดขนสีน้ำตาลที่ยังนั่งทำหูรี่ขอความเมตตาอยู่ตรงหน้าเพื่อหันไปสนใจผู้หญิงที่นั่งอยู่ข้างๆ

“คุณเคยถามฉันถึงเหตุผลที่พี่กานต์ไม่ชอบมาเฟีย แล้วตอนนี้คุณยังอยากรู้อีกมั้ยคะ”

“ถ้าคุณเต็มใจที่จะเล่าให้ผมฟัง ผมก็อยากรู้ ดาเล่ามาสิ” หย่งหนานมองหน้ารัญชิดาด้วยแววตาเหมือนเด็กๆที่กำลังอยากรู้อะไรสักอย่าง แต่เสียงร้องงี๊ดๆของหมาน้อยขนสีน้ำตาลที่จะขอกินได้ดังขึ้นมาเสียก่อน ทำให้หย่งหนานต้องเอาลูกชิ้นปลาที่ยังเหลืออีกหนึ่งไม้ให้กับมันไปพร้อมทั้งลูบหัวของมันเบาๆและบอกกับมันว่านี่เป็นลูกชิ้นไม้สุดท้ายแล้วให้มันรีบกินซะ จากนั้นหย่งหนานจึงหันไปสนใจผู้หญิงที่นั่งกับเขาต่อ แต่รัญชิดาไม่ทันที่จะเริ่มเล่าเรื่องของธีรกานต์ให้ชายหนุ่มฟัง รอยยิ้มน้อยๆของเธอก็ปรากฏขึ้นมาบนใบหน้า เมื่อเจ้าหมาน้อยตัวนั้นรีบกินลูกชิ้นปลาที่หย่งหนานเพิ่งให้ไปเมื่อกี้นี้ แล้วมันก็ร้องงี๊ดๆพร้อมทั้งใช้ขาหน้ามาสะกิดขาของหย่งหนานเบาๆ พอเขาก้มหน้าลงไปมอง มันก็ทำหูรี่ให้พร้อมด้วยแววตาที่น่าสงสาร

“ผมขอเวลาเดี๋ยวเดียวนะดา ขอไปซื้อลูกชิ้นมาเลี้ยงเจ้าน้ำตาลก่อน ดูท่ามันจะยังไม่อิ่มนะเนี่ย” เขาบอกหญิงสาวแล้วจึงลูบหัวหมาน้อยตัวนั้นเบาๆพร้อมทั้งบอกให้มันนั่งรออยู่นี่ คอยเป็นองครักษ์ให้แฟนของเขาด้วย คำพูดของหย่งหนานทำให้รัญชิดาอดไม่ได้ที่จะต้องหัวเราะอย่างนึกขำและมองตามหลังหย่งหนานที่กำลังรีบเดินไปซื้อลูกชิ้นมาเลี้ยงเจ้าหมาน้อย รอสักพักหนึ่งที่หย่งหนานรีบกลับมาแล้วเอาลูกชิ้นให้เจ้าหมาน้อยตัวนั้นกินจนอิ่มและมันก็ยอมที่จะเดินจากไปโดยที่หย่งหนานไม่ต้องบอก จากนั้นเขาจึงกลับมาสนใจฟังรัญชิดาที่กำลังจะเล่าเรื่องของธีรกานต์ แต่ทว่าสายตาของหย่งหนานกลับไปเห็นคุณหลี่ที่กำลังเดินโซซัดโซเซอยู่บนทางเท้า เขาจึงอุทานออกมาด้วยความตกใจที่เห็นคุณหลี่ในสภาพนั้น รัญชิดาได้ยินเรื่องของคุณหลี่จากปากของหย่งหนานแล้ว เธอจึงรู้สึกตกใจไปด้วย แม้จะไม่เคยรู้จักเขามาก่อนก็ตาม

“ทำไมคุณหลี่ถึงกลายเป็นแบบนี้ ผมว่าเราไปดูเขาหน่อยนะ” หย่งหนานหันไปถามความคิดเห็นจากหญิงสาวที่นั่งอยู่ด้วย เธอเพียงพยักหน้าให้เขาเป็นการตกลง จากนั้นพวกเขาจึงรีบเดินเข้าไปหาคุณหลี่ที่ล้มลงนอนอยู่บนทางเท้า ในขณะที่คนที่เดินผ่านไปมาไม่มีใครสนใจเขาสักคน หย่งหนานกับรัญชิดาช่วยกันประคองคุณหลี่ให้ลุกขึ้นนั่ง แต่พอเขาเห็นหน้าของหย่งหนานเท่านั้นก็มีสีหน้าที่ตื่นกลัว พร้อมทั้งร้องโวยวายจนเป็นจุดสนใจของคนที่ผ่านไปมาแถวนั้น

“อย่าทำผมเลย ผมกลัวแล้ว เดี๋ยวผม..ผมจะรีบหาเงินไปใช้คืนให้ แต่อย่าทำร้ายครอบครัวของผมเลย ผมขอร้อง”

“คุณหลี่คุณไม่ต้องกลัวนะ คุณใจเย็นๆก่อน” หย่งหนานพยายามพูดปลอบจนคุณหลี่คลายความตื่นกลัวลงแล้วจึงช่วยประคองคุณหลี่ไปหาที่นั่งคุยกัน ในขณะที่รัญชิดาก็รีบวิ่งไปซื้อน้ำกับของกินมาให้ ในสภาพที่หิวโซทำให้คุณหลี่รีบกินน้ำและขนมปังจนเกือบจะติดคอ

“คุณหลี่บอกผมได้มั้ยว่ามันเกิดอะไรขึ้น มีมาเฟียไปข่มขู่คุณกับคนในครอบครัวอย่างงั้นหรอ” คุณหลี่ที่กำลังกินขนมปังอยู่หันหน้ามามองหย่งหนาน แม้สายตาที่มองนั้นจะดูหวาดกลัวอยู่บ้าง แต่ด้วยรอยยิ้มของหย่งหนานที่เป็นมิตรทำให้คุณหลี่ยอมเปิดปากพูดเมื่อเขายังจำผู้ชายแซ่เถียนคนนี้ได้

“คุณเถียน คุณต้องช่วยผมนะ คนพวกนั้นมันตามไปทวงหนี้ผมถึงบ้าน มันข่มขู่ลูกเมียผมจนต้องอยู่อย่างหวาดกลัว และเพื่อไม่ให้พวกเขาต้องเดือดร้อนไปด้วย ผมเลยต้องหลบมาอยู่ข้างนอก แต่พวกมันก็ยังตามหาผมจนเจอ ตอนนี้ผมไม่รู้จะทำยังไงแล้ว มันบอกผมว่าถ้าผมไม่เอาเงินไปใช้คืนให้มันภายในเจ็ดวัน มันจะฆ่าผมกับครอบครัวให้หมด คุณเถียน..คุณก็เป็นมาเฟียเหมือนกัน คุณพอจะช่วยพูดผลัดผ่อนกับพวกมันให้ผมได้มั้ย คุณเถียน..ผมขอร้อง ช่วยผมด้วย” คุณหลี่พูดจบก็คุกเข่าลงกับพื้น

“ถ้าผมช่วยคุณ คุณจะรับปากกับผมว่าคุณจะเลิกเล่นการพนันได้มั้ย”

“ได้..ผมสัญญาว่าผมจะเลิกให้หมดทุกอย่าง ผมเข็ดแล้ว ไม่เอาอีกแล้ว” คุณหลี่รีบรับปากให้สัญญากับหย่งหนานอย่างไม่ลังเลแม้แต่น้อย แต่สำหรับคนที่ผีพนันเข้าสิง ทำให้หย่งหนานไม่เชื่อคำพูดของคุณหลี่ซักเท่าไหร่ว่าเขาจะสำนึกได้แล้วจริงๆ

“คุณจะให้ผมเชื่อในคำพูดของคุณได้ยังไง ในเมื่อคุณยังเข้าไปเล่นพนันในคาสิโนของผมจนเสียเงินไปเป็นล้านแล้วยังจะขอเครดิตเพื่อจะไปเล่นต่อ และที่ผมรู้ก็คือคุณยังไปเล่นในบ่อนที่เปิดอย่างผิดกฎหมายอีก คุณหลี่..ถ้าคุณเลิกเล่นไม่ได้ ผมก็จนปัญญาที่จะช่วยคุณจริงๆ”

“ไม่นะ..ผมเลิกแล้ว คุณเถียนต้องเชื่อผมนะ” คุณหลี่กอดขาหย่งหนานเพื่ออ้อนวอน แต่พอนึกขึ้นมาได้ว่าหย่งหนานรู้เรื่องที่เขาไปเล่นพนันที่บ่อนอื่น ก็ทำให้รีบลุกขึ้นและชี้หน้าถามหย่งหนานด้วยน้ำเสียงที่แข็งกร้าว “แกรู้ได้ยังไงว่าฉันไปเข้าบ่อนที่อื่น แกส่งคนสะกดรอยตามฉันใช่มั้ย แล้วไอ้พวกนั้นที่มันไปขู่ฉันที่บ้าน ก็เป็นคนของแกใช่มั้ย” คุณหลี่สองมือขยี้หัวตัวเองจนผมเผ้ายุ่งเหยิง แม้หย่งหนานจะบอกให้คุณหลี่ใจเย็นๆและพยายามอธิบายว่าคนพวกนั้นไม่ใช่ลูกน้องที่เขาส่งไป แต่คุณหลี่ก็ยังไม่เชื่อ สายตาที่มองอย่างเกรี้ยวกราด ทำให้หย่งหนานรู้ว่าคุณหลี่กำลังคลั่งเพราะความหวาดกลัวที่มีอยู่

“คุณหลี่ใจเย็นๆนะคะ คุณเถียนเป็นคนดี เขาต้องการจะช่วยคุณจริงๆแล้วจะไปทำร้ายคุณทำไมล่ะคะ” รัญชิดาช่วยพูดอธิบายให้อีกฝ่ายเข้าใจ แต่คุณหลี่ยังไม่ยอมฟัง “คุณหลี่ฟังฉันนะคะ ที่คุณเถียนส่งคนไปสืบเรื่องของคุณเพราะว่าเขาเป็นห่วงคุณและตอนนี้เขาก็กำลังหาทางช่วยคุณอยู่ แล้วเมื่อกี้คุณก็พูดเองไม่ใช่หรอคะว่าอยากให้คุณเถียนช่วย เพราะงั้นคุณหลี่ต้องรับปากก่อนนะคะว่าคุณหลี่จะเลิกเล่นการพนันอย่างเด็ดขาดและก็ต้องทำให้ได้ตามที่รับปากด้วย ถ้าคุณทำได้ ฉันขอรับรองว่าคุณเถียนจะช่วยออกหน้าให้คุณแน่ๆค่ะ” รัญชิดายิ้มหวานให้คุณหลี่ น้ำเสียงที่นุ่มนวลและท่าทางที่อ่อนโยน ทำให้คุณหลี่สงบลง

“ผมเชื่อที่คุณพูดได้จริงๆนะ คุณเถียนจะยอมช่วยผมจริงๆ ถ้าผมเลิกเล่นการพนันได้อย่างเด็ดขาดอย่างงั้นใช่มั้ย”

“แน่นอนค่ะ ฉันขอรับประกัน” รัญชิดาหันไปยิ้มให้หย่งหนาน ชายหนุ่มจึงพูดรับปากว่าจะช่วยคุณหลี่ ถ้าหากเขาให้สัญญาที่จะเลิกเข้าบ่อนแล้วกลับไปทำธุรกิจของตัวเองต่อ คุณหลี่ได้ยินแบบนั้นจึงรับปากพร้อมทั้งสาบาน ทำให้หย่งหนานยิ้มอย่างพอใจ แต่ในขณะที่หย่งนานกำลังจะถามคุณหลี่ว่าเขาไปติดหนี้พนันในบ่อนที่ไหนบ้าง พวกมาเฟียที่คุมบ่อนก็ตะโกนเรียกชื่อหลี่เหว่ยอยู่ด้านหลัง พอคุณหลี่หันไปเห็นมาเฟียที่มีอาวุธอยู่ในมือก็หน้าตาตื่นและรีบวิ่งหนีพวกมันที่กำลังวิ่งเข้ามา หย่งหนานเห็นแบบนั้นจึงดึงรัญชิดาหลบมาก่อนแล้วบอกให้เธอรีบโทรแจ้งตำรวจ ส่วนเขาก็รีบวิ่งตามไปช่วยคุณหลี่


_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: Godfather The Series : มาเฟียหลงเงา   Sun Dec 02, 2012 1:00 pm

ในซอยแคบๆของซัมซุยโปที่มีแสงไฟสลัวๆและไร้ผู้คนเดินผ่าน หลี่เหว่ยรีบวิ่งหนีมาแบบไม่คิดชีวิตโดยที่มีมาเฟียวิ่งตามไล่หลังจนมาถึงทางตันข้างหน้า พวกมันที่มีอาวุธพูดจาข่มขู่เพื่อทวงหนี้ที่คุณหลี่ยังติดค้างเอาไว้ หย่งหนานที่วิ่งตามมาจนทันรีบบอกว่าหนี้ของคุณหลี่ทั้งหมด สกุลเถียนจะเป็นคนรับผิดชอบ แต่พวกมันกลับไม่เชื่อในคำพูดของหย่งหนานและคิดว่าเขาแอบอ้างชื่อของสกุลเถียนขึ้นมาเพื่อหาทางถ่วงเวลาเท่านั้น หนึ่งในนั้นจึงเดินตรงเข้าไปหาหลี่เหว่ยโดยที่ไม่ฟังเสียงห้ามของหย่งหนาน พร้อมทั้งพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ดุดัน

“วันนี้ลูกพี่ให้ฉันมาคิดดอกเบี้ยกับแก และถ้าหากแกยังไม่รีบหาเงินมาใช้คืน แกจะได้ตายเหมือนหมาข้างถนนแน่” มาเฟียคนนั้นพูดจบก็ยกมือขึ้นให้พวกที่ตามมาด้วยอีกหกคนช่วยกันรุมทำร้ายคุณหลี่ หย่งหนานเห็นแบบนั้นจึงรีบเข้าไปช่วยก่อนที่คุณหลี่จะถูกรุม พอพวกมันเห็นคนนอกเข้ามายุ่งจึงคิดจะจัดการหย่งหนานให้ได้ก่อน จึงช่วยกันรุมหย่งหนานที่ไร้อาวุธ แต่เขาก็พอมีฝีมือติดตัวอยู่บ้างจึงใช้ทั้งหมัดและเท้าตอบโต้จนพวกมันกระเด็นไปคนละทาง แต่พวกมันก็ลุกขึ้นมาใหม่ คุณหลี่ที่เห็นพวกมาเฟียกำลังต่อสู้กับหย่งหนานอยู่นั้นรีบหาท่อนไม้ขนาดเหมาะมือมาได้และรีบโยนไปให้หย่งหนานใช้เป็นอาวุธ แต่ว่าหนึ่งในมาเฟียกลุ่มนั้นหันมาเห็นซะก่อน มันจึงใช้ท่อนไม้ที่อยู่ในมือปัดท่อนไม้ท่อนนั้นจนกระเด็นออกไปจนไปตกอยู่ตรงหน้าใครคนหนึ่งที่เพิ่งวิ่งมาถึงพอดี

หย่งหนานพยายามปัดป้องด้วยมือเปล่าแต่เขาก็ยังพลาดถูกพวกมันตีไปที่แขนจนเซเสียหลัก และในขณะที่พวกมันกำลังจะเข้ามาซ้ำ หนึ่งในนั้นกำลังถูกใครสักคนตีด้วยท่อนไม้ไปที่กลางหลัง และด้วยความโมโหที่ถูกลอบทำร้าย ทำให้มันหันกลับมาอย่างรวดเร็วและหวดท่อนไม้ที่อยู่ในมือไปที่ศีรษะของคนที่ทำร้ายมัน โดยที่ไม่ได้ดูเสียก่อนว่าคนๆนั้นเป็นเพียงผู้หญิงร่างบอบบางที่ไร้ทางสู้จนเธอทรุดลงไปและสิ้นสติจมกองเลือด แม้ว่ามาเฟียคนนั้นจะตกใจแต่มันคงไม่เท่าหย่งหนานที่เห็นผู้หญิงที่เขารักนอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น ชายหนุ่มรีบเข้าไปหารัญชิดาและประคองร่างของเธอขึ้นมาแนบอกพร้อมทั้งเรียกชื่อของเธอซ้ำๆแต่เธอก็ไม่ยอมตื่นขึ้นมา พวกมาเฟียที่ไม่เคยคิดว่าจะต้องมาทำร้ายผู้หญิงต่างหันมามองหน้ากันเลิ่กลั่ก และเป็นเวลาเดียวกันที่ตำรวจมาถึงจึงทำให้พวกมันรีบวิ่งหนีกันอย่างหัวซุกหัวซุ่นไปคนละทิศคนละทาง

------------------------------------------------------

ที่หน้าห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลในเขตเกาลูน หย่งหนานนั่งก้มหน้าเพื่อซ่อนน้ำตาที่มันกำลังไหลอาบแก้ม เสื้อของเขายังมีคราบเลือดของผู้หญิงที่เขารัก รัญชิดาช่วยเขาโดยที่เธอไม่นึกถึงความปลอดภัยของตัวเองจนเธอได้รับบาดเจ็บ เธอช่วยเขาทั้งที่เขาควรจะปกป้องเธอไม่ให้ใครมาทำร้ายเธอได้ ทั้งหมดมันเป็นความผิดของเขาเองที่ดูแลเธอได้ไม่ดีพอ หย่งหนานเฝ้าโทษตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนได้ยินเสียงแหลมเล็กที่เรียกชื่อของเขาด้วยความเกรี้ยวกราด

“เถียนหย่งหนาน..เพราะนายคนเดียวที่ทำให้น้องสาวของฉันต้องเป็นแบบนี้” ธีรกานต์เดินปรี่เข้ามาต่อว่าหย่งหนานและตามด้วยเสียงฝ่ามือของเธอที่กระทบใบหน้าของชายหนุ่ม

“กานต์ใจเย็นๆก่อนลูก” พ่อดลรีบจับแขนของลูกสาวคนโตเอาไว้และมองหน้าหย่งหนานด้วยอารมณ์โกรธที่ไม่ต่างจากธีรกานต์แม้แต่น้อย

“ฉันจะยังไม่ถามคุณว่าเรื่องมันเกิดขึ้นยังไง แต่ที่ฉันอยากรู้คือตอนนี้ดาเป็นอย่างไรบ้าง” แม่โรสที่ใจเย็นที่สุดถามกับหย่งหนานที่ลุกขึ้นยืนมาอย่างช้าๆ ดวงตาทั้งสองข้างของเขาแดงก่ำ

“หมอกำลังช่วยอยู่ครับ” หย่งหนานตอบด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ “คุณลุงคุณป้า ผมขอโทษ ผมผิดเอง” ชายหนุ่มก้มหน้าลงพร้อมน้ำตาที่ไหลออกมาอีกครั้ง แต่ธีรกานต์ที่กำลังโกรธจัดจึงดิ้นรนจนหลุดจากอ้อมแขนของพ่อดลแล้วจึงตรงเข้าไปทุบตีหย่งหนานเพื่อระบายความโกรธเกลียดและชิงชังที่เธอมีต่อมาเฟียทุกคน มาเฟียที่ทำร้ายคนที่เธอรักครั้งแล้วครั้งเล่า พ่อดลกับแม่โรสที่เห็นธีรกานต์ระบายโทสะกับหย่งหนานจึงได้ช่วยกันห้ามเธอ ทั้งที่ในใจของพวกท่านก็นึกตำหนิหย่งหนานและอยากจะดุด่าเขาเหมือนกัน ทางด้านเหวินฉีกับเถ้าแก่เถียนที่รู้เรื่องจากหย่งหนานแล้ว จึงได้รีบตามมาที่โรงพยาบาลและมาถึงในเวลาที่ไล่เลี่ยกับครอบครัวของรัญชิดา เมื่อเหวินฉีเห็นน้องชายยอมให้ธีรกานต์ทุบตีอยู่แบบนั้นจึงได้รีบเข้าไปขวางไว้และต่อว่าเธอด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจ แต่หย่งหนานกลับบอกให้เหวินฉีอย่าไปว่าธีรกานต์ เพราะที่เธอทำลงไปนั้นมันสมควรแล้วสำหรับความผิดของเขา พอธีรกานต์ได้ยินแบบนี้ก็ตรงเข้าไปหาหย่งหนานอีกครั้ง แต่เหวินฉีก็ไม่ยอมให้ความโมโหร้ายของเธอมาลงที่หย่งหนานโดยที่เธอยังไม่รู้เรื่องราวที่แท้จริง

“คุณสงบสติอารมณ์หน่อยได้มั้ย ที่นี่มันโรงพยาบาลนะ ช่วยเกรงใจคนอื่นเขาบ้าง และเวลานี้ก็ไม่ใช่เวลาที่จะมาชวนทะเลาะหรือต่อว่าใครทั้งนั้น เพราะทั้งพวกคุณและครอบครัวของผมก็ล้วนเป็นห่วงดาเหมือนกัน พวกคุณดูน้องชายผมตอนนี้สิ เขาเสียใจจนแทบจะเป็นบ้าอยู่แล้ว” เหวินฉีชี้นิ้วไปทางหย่งหนานที่ดวงตาทั้งสองข้างแดงก่ำ ทำให้พ่อดลกับแม่โรสรู้สึกสงสารจึงได้ช่วยกันพูดให้ธีรกานต์ใจเย็นลงก่อนและไปนั่งรอฟังผลการรักษา

ระหว่างที่นั่งรอยู่นั้น คุณหลี่ที่เพิ่งไปให้ปากคำกับตำรวจเรียบร้อยได้เดินเข้ามาหาหย่งหนานเพื่อถามถึงรัญชิดา แต่เขาเพียงส่ายหน้าช้าๆแทนคำตอบเท่านั้น ทำให้คุณหลี่ต้องนั่งลงและพูดขึ้นด้วยความเสียใจว่าเรื่องทั้งหมดเป็นเพราะเขาคนเดียว เหวินฉีได้ยินแบบนั้นจึงได้ขอให้คุณหลี่ช่วยเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ทุกคนได้รู้ แต่พอหย่งหนานได้ฟัง เขาก็ยิ่งรู้สึกสะเทือนใจจนแสดงออกมาให้เห็นด้วยน้ำตาที่เอ่อล้น พ่อดลกับแม่โรสเมื่อได้รู้ความจริงที่เกิดขึ้นแล้ว ความรู้สึกที่เคยนึกโกรธหย่งหนานในตอนแรกจึงได้ลดน้อยลง แต่ดูเหมือนว่าธีรกานต์จะยังไม่ยอมให้อภัย เพียงแต่เธอไม่พูดออกมาเท่านั้น

จนกระทั่งหมอเดินออกมาบอกทุกคนว่ารัญชิดาได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะจนสมองได้รับความกระทบกระเทือน ถึงแม้จะไม่มีเลือดคลั่งในสมองแต่ก็ต้องรอดูอาการภายในสี่สิบแปดชั่วโมงจึงจะแน่ใจได้ว่าอาการของเธอพ้นขีดอันตรายแล้ว พอแม่โรสได้ฟังผลการรักษาของลูกสาวแบบนั้นก็ถึงกลับร้องไห้ออกมาทันทีจนพ่อดลต้องพูดปลอบโยน ในขณะที่เถ้าแก่เถียนก็บอกให้เหวินฉีช่วยไปจัดการเรื่องห้องพักและค่ารักษาพยาบาลทั้งหมดของรัญชิดา แม้พ่อดลจะปฏิเสธ ไม่ขอรับน้ำใจของอีกฝ่าย แต่เถ้าแก่เถียนก็ขอให้พ่อดลรับไว้เพื่อเห็นแก่เถ้าแก่เถียนที่เอ็นดูรัญชิดาเหมือนลูกสาว ทำให้พ่อดลไม่กล้าปฏิเสธได้อีก ส่วนแม่โรสกับธีรกานต์ที่จะนอนเฝ้ารัญชิดาที่โรงพยาบาลคืนนี้ ธีรกานต์จึงได้กลับบ้านไปพร้อมกับพ่อเพื่อไปเอาของใช้รวมทั้งเสื้อผ้าของแม่และน้องสาวมาให้ที่โรงพยาบาล ถึงแม้หย่งหนานจะต้องการอยู่ที่โรงพยาบาลเพื่อดูแลรัญชิดา แต่ทั้งเหวินฉีกับเถ้าแก่เถียนต่างบอกให้เขากลับไปพักผ่อนที่บ้าน และพรุ่งนี้ค่อยมาเยี่ยมรัญชิดาแต่เช้า จึงทำให้พวกเขาทั้งสามคนเดินออกมาพร้อมธีรกานต์และพ่อดล

แต่พอเดินพ้นประตูของโรงพยาบาลเท่านั้น ธีรกานต์ก็หันหน้ากลับไปหาหย่งหนานที่กำลังเดินตามมาข้างหลังด้วยน้ำเสียงที่ยังเกรี้ยวกราด แววตาของเธอยังมีแต่ความโกรธเกลียดแม้จะรู้เรื่องทุกอย่างดีแล้วว่ามันไม่ใช่ความผิดของหย่งหนานทั้งหมด

“เถียนหย่งหนาน..นี่คือคำขาดจากฉันที่นับจากนี้ไป ห้ามนายมายุ่งเกี่ยวกับน้องสาวของฉันอีก” คำพูดของธีรกานต์ทำให้หย่งหนานเหมือนโดนหญิงสาวตบหน้าอีกครั้ง และจึงพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ตัดพ้อ

“ทำไมผมจะคบกับดาต่อไปไม่ได้ ในเมื่อผมก็พิสูจน์ให้คุณและคุณลุงคุณป้ายอมรับผมได้แล้วนี่ครับ”

“ใช่..นายทำให้พ่อกับแม่ยอมรับนายได้แล้ว แต่ในเมื่อดาต้องมาเจ็บเพราะนายแบบนี้ นายยังกล้าที่จะให้ดามาอยู่ใกล้นายอีกอย่างงั้นหรอ ถึงนายจะบอกว่านายดูแลดาได้ แต่จะมีอะไรมารับประกันได้อีกว่าเรื่องแบบนี้มันจะไม่เกิดขึ้น ฉันยอมไม่ได้หรอกนะที่จะให้น้องสาวของฉันต้องมาอยู่กับนาย โดยที่ไม่รู้ว่าน้องสาวของฉันจะต้องเจอกับอะไรบ้าง เพราะฉะนั้นนายจงไปซะ ไปจากชีวิตของดาได้แล้ว เพราะคนที่ได้ชื่อว่าเป็นมาเฟีย ยังไงมันก็ไม่มีทางเป็นคนดีในสายตาของคนอื่นไปได้และมีแต่จะทำให้คนที่อยู่ด้วยต้องเดือดร้อน ถ้านายยังรักดา นายก็ต้องยอมที่จะไปจากดา อย่าทำให้ดาต้องเดือดร้อนหรือเจ็บตัวเพราะนายอีก เพราะสำหรับฉันที่เห็นดาต้องเป็นแบบนี้ มันก็เกินกว่าจะให้อภัยนายได้อีกแล้ว หรือว่านายให้อภัยตัวเองได้ที่ต้นเหตุทั้งหมดก็ล้วนมาจากนายทั้งนั้น” ธีรกานต์พูดเน้นเสียงในประโยคสุดท้าย คำพูดที่เหมือนมีดที่มากรีดหัวใจของหย่งหนาน ที่ทำให้เขาให้อภัยตัวเองไม่ได้จริงๆที่ไม่สามารถปกป้องผู้หญิงที่เขารักได้ จึงได้พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ

“แต่ผมขอไปเยี่ยมดาได้มั้ย ขอผมได้ดูแลเธออยู่ห่างๆก็ได้”

“ไม่ได้..ฉันจะไม่ยอมให้นายมาอยู่ใกล้น้องสาวของฉันได้อีกแล้ว” คำพูดของธีรกานต์ที่เป็นเหมือนคำสั่งที่เฉียบขาดทำให้เหวินฉีนึกโกรธหญิงสาวจนเกือบจะพลั้งปากต่อว่าเธอ ถ้าไม่ใช่พ่อดลที่พูดขึ้นมาเสียก่อน

“ผมอนุญาตให้คุณไปเยี่ยมดาได้” สิ้นเสียงของพ่อดล ธีรกานต์ก็ทำหน้ามุ่ยขึ้นมาทันที แต่เมื่อเธอได้ยินประโยคต่อมา ธีรกานต์จึงได้ยิ้มอย่างพอใจ “แต่ไปเยี่ยมในฐานะของเพื่อน ผมขอบอกกับคุณตามตรงว่าผมทำใจไม่ได้ที่ต้องเห็นลูกสาวต้องมาเจ็บตัวแบบนี้ ถึงแม้ว่ามันจะไม่ใช่ความผิดของคุณ แต่มันก็ไม่สมควรที่จะเกิดขึ้น เพราะตั้งแต่เล็กจนโตที่ผมเลี้ยงลูกมาแบบทนุถนอม และถ้าลูกจะต้องแต่งงานกับใครสักคน ผมก็อยากให้คนๆนั้นสามารถดูแลและปกป้องเธอได้ ซึ่งผมเคยคิดว่าคนๆนั้นจะเป็นคุณ แต่ในตอนนี้คุณกลับทำให้ผมไม่มั่นใจว่าถ้าดายังคบกับคุณต่อไป เรื่องแบบนี้มันจะไม่เกิดขึ้นอีก หวังว่าคุณคงจะเข้าใจความหมายที่ผมพูดนะ ผมไม่ได้ขัดขวางคุณ แต่ผมอยากให้คุณทำให้ผมเห็นว่าดาอยู่กับคุณแล้ว จะไม่มีใครมาทำร้ายดวงใจของผมได้อีก” พ่อดลใบหน้านิ่งแต่น้ำเสียงของท่านชัดเจนในทุกคำที่พูดออกไปและจึงได้หันไปบอกลาเถ้าแก่เถียนที่ยิ้มให้ที่มุมปาก สำหรับหัวอกของคนที่เป็นพ่อย่อมเข้าใจกันดี เถ้าแก่เถียนจึงไม่ได้พูดค้านความคิดของพ่อดล เมื่อพ่อดลพูดกับหย่งหนานจนชัดเจนดีแล้ว ท่านเดินไปที่รถพร้อมธีรกานต์ ในขณะที่หย่งหนานยังยืนนิ่งด้วยความรู้สึกที่ยังสับสน จนเถ้าแก่เถียนเดินเข้ามาตบไหล่ลูกชายเบาๆและพูดด้วยรอยยิ้มเพื่อให้กำลังใจลูกชาย

“อาหนาน..พ่อเอาใจช่วยนะ ทำให้พวกเขาเห็นว่านับจากนี้ไปจะไม่มีใครมาแตะหนูดาได้แม้แต่เพียงปลายผม พ่อรู้ว่าแกทำได้” เถ้าแก่เถียนชกกำปั้นไปที่อกลูกชายเบาๆก่อนที่จะเดินนำหน้าไปที่รถที่บอดี้การ์ดขับมาจอดรอไว้แล้ว เหวินฉีเห็นญาติผู้น้องยังทำหน้าเศร้าอยู่ จึงได้เดินเข้าไปกอดคอแล้วพูดอีกครั้งว่า ‘นายทำได้’ และจึงเดินขึ้นรถไปด้วยกัน


--------------------------------------------------

ที่ห้องพักฟื้นผู้ป่วยของรัญชิดาที่ตอนนี้ทั้งพ่อดล แม่โรสและธีรกานต์ต่างช่วยกันดูแลด้วยความเป็นห่วง เพราะเวลาก็ผ่านมาจนครบจะสี่สิบแปดชั่วโมงแล้ว แต่รัญชิดายังไม่มีวี่แววว่าจะฟื้นขึ้นมาเลย จนกระทั่งหย่งหนานที่ออกไปซื้อข้าวเย็นมาให้ทั้งสามคนกลับมา เขาจึงบอกให้พ่อดล แม่โรสและธีรกานต์ไปกินข้าวกันก่อน โดยที่เขาจะเป็นคนดูแลรัญชิดาให้ เมื่อทั้งสามคนออกไปกันแล้ว หย่งหนานจึงไปนั่งที่ข้างเตียงคนป่วยเพื่อเฝ้ามองหญิงสาวที่เขารักและจับมือของเธอมาแนบไว้ที่ข้างแก้ม

“ดา..คุณกลับมาหาผมได้แล้ว ผมคิดถึงคุณมาก คุณตื่นขึ้นมาคุยกับผมสิดา” หย่งหนานบอกกับรัญชิดาที่ยังนอนหลับอยู่บนเตียง ยิ่งเธอนอนหลับไปนานเท่าใด หัวใจของหย่งหนานก็ยิ่งเจ็บปวดมากขึ้นเท่านั้น เขากำลังหวาดกลัวว่ารัญชิดาจะไม่ตื่นขึ้นมาอีก และถ้าเป็นแบบนั้นเขาคงไม่อาจให้อภัยตัวเองไปได้ตลอดชีวิต จนเวลาผ่านไปราวสิบห้านาที ทั้งพ่อดล แม่โรสและธีรกานต์จึงกลับเข้ามาในห้อง หย่งหนานจึงต้องหลบไปนั่งอยู่ที่โซฟาตัวยาวที่อยู่ใกล้ๆและเฝ้ามองผู้หญิงที่เขารักได้เพียงห่างๆเท่านั้น แม่โรสที่เห็นหย่งหนานมาที่โรงพยาบาลตั้งแต่เช้าจึงบอกให้เขากลับไปพักผ่อนที่บ้าน แต่หย่งหนานปฏิเสธ เขาบอกกับแม่โรสว่าเขาจะอยู่รอรัญชิดาก่อน เพราะเขามั่นใจว่าเธอจะต้องตื่นขึ้นมาอีกในไม่ช้านี้ เพราะเธอรู้ว่าทุกคนที่เธอรักกำลังรอเธออยู่เหมือนกัน พอแม่โรสได้ฟังเหตุผลของหย่งหนานแบบนั้นก็น้ำตาคลอและจึงบอกกับหย่งหนานอย่างมั่นใจเช่นกันว่ารัญชิดาจะต้องตื่นขึ้นมา

จนกระทั่งเวลาหนึ่งทุ่มตรงที่เหวินฉีกับเถ้าแก่เถียนได้เดินทางมาถึงที่โรงพยาบาลแต่นั่งรออยู่ด้านนอกห้อง หย่งหนานจึงได้ออกไปบอกพ่อและญาติผู้พี่ว่ารัญชิดายังไม่ฟื้น ซึ่งหมอก็เพิ่งเข้ามาตรวจอาการของเธอไปเมื่อครู่และบอกว่าที่เป็นห่วงที่สุดคือตอนนี้เธอยังไม่รู้สึกตัวพูด ซึ่งมันทำให้หย่งหนานทุกข์ใจมากจนเหวินฉีกับเถ้าแก่เถียนต้องช่วยกันพูดให้เขาสบายใจ เพราะจากอาการของรัญชิดาที่ดีขึ้นย่อมแสดงว่าโอกาสที่เธอจะฟื้นขึ้นมาก็ยังมีอยู่

จนเมื่อเวลาผ่านไปอีกครึ่งชั่วโมง การรอคอยสำหรับหย่งหนานจึงสิ้นสุดลงเสียที เมื่อแม่โรสรีบเดินออกมาบอกเขาว่ารัญชิดาฟื้นแล้ว ทำให้หย่งหนานรีบตามแม่โรสเข้าไปในห้องและต้องฉีกยิ้มด้วยความดีใจเมื่อเห็นคนที่เขารักตื่นขึ้นมาจริงๆ จนเวลาผ่านไปสักครู่ที่คุณหมอเจ้าของไข้เข้ามาตรวจอาการของรัญชิดาอย่างละเอียด ทุกคนจึงสบายใจเมื่อหมอบอกว่าเธอปลอดภัยแล้ว จากนั้นพวกเขาจึงเดินเข้าไปหารัญชิดาที่ยังนอนลืมตาอยู่บนเตียง แต่สายตาของเธอกำลังมองทุกคนที่ล้อมรอบเธออยู่ด้วยความรู้สึกแปลกๆ ยิ่งชื่อที่พวกเขาเรียกเธออยู่ตอนนี้กลับทำให้เธอขมวดคิ้วด้วยความสงสัย จนสุดท้ายเธอจึงถามพวกเขาด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยแน่ใจ

“พวกคุณเป็นใครหรอคะ”


--------------------------------------------------

โปรดติดตามตอนต่อไป

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
O-yohyo
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 4 กระบี่ไร้น้ำตา
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 4 กระบี่ไร้น้ำตา
avatar

จำนวนข้อความ : 6683
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: Godfather The Series : มาเฟียหลงเงา   Sun Dec 02, 2012 7:55 pm



อิจฉา อิจฉา อิจฉา ทำไมพี่กานต์ต้องห่วงรัญชิดาถึงเพียงนี้

แฟนคลับพี่กานต์ขอประกาศตัวเป็นผู้ช่วยแอนนี่ แย่งหย่งหนานมาให้ได้

ต่อไปรัญชิดาไม่ต้องมีแฟนเป็นมาเฟีย แฟนคลับก็จะได้ไม่ต้องเห็นพี่กานต์คลั่ง

ไม่ต้องเห็นพี่กานต์มอบความเป็นห่วงเป็นใยให้กับน้องสาว ไม่ต้องเห็นพี่กานต์หวงน้อง


แอนนี่คะ . . แฟนคลับเอาใจช่วยสุดตัวและหัวใจเลยค่ะ จะเอาแผนไหนบอกมา ร่วมมือเต็มที่

มารยาหญิง เสน่ห์ยาแฝด กุมารทอง ยาสลบ ลักพาตัวไปขังเกาะ บอกมาได้เลย จัดให้


ว่าแต่ถ้าถึงตอนที่ธีรกานต์เป็นแฟนกะเสี่ยเกาเนี่ย พ่อดลกับแม่โรสจะห่วงแบบนี้มั้ย

ห่วงว่าใครจะมาทำร้ายลูกสาว หรือต้องห่วงว่าลูกสาวจะไปทำร้ายชาวบ้านหว่า lol!



ขอพาสาวแอนนี่มาสถิตย์ที่หน้านี้ด้วย ให้เธอเป็นหนามยอกใจรัญชิดาให้จุกไปเลย Twisted Evil



_________________



Charmaine Sheh / เสอซือมั่น - อาเส่ / 佘詩曼
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
chuengngee
ศิษย์ใหม่ชาเรี่ยน..เอ๊าะๆเฟรชๆ
ศิษย์ใหม่ชาเรี่ยน..เอ๊าะๆเฟรชๆ


จำนวนข้อความ : 55
: 39
Registration date : 13/12/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: Godfather The Series : มาเฟียหลงเงา   Mon Dec 03, 2012 8:55 am

นั่นไง ความจำเสื่อมมาเยือน ขณะเดียวกันแอนนี่ก็กลับมา อุปสรรคเยอะนะเรา
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: Godfather The Series : มาเฟียหลงเงา   Mon Dec 03, 2012 1:02 pm

พี่โย่ว..อ่านเม้นท์ของพี่แล้วขำก๊ากเลยค่ะ ผู้กินกับก็อิจฉาน้องดาเหมือนกัน ชริ..อะไรจะหวานกับเสี่ยเถียนนัก

แบบนี้ต้องจัดไปค่ะ คาถาทำเสน่ห์นะคะ ให้แฟนคลับพี่กานต์ไปให้แอนนี่ทำเสน่ห์ใส่เสี่ยเถียนค่ะ


โอม...ให้ช้างลืมโขลง

โอม..ให้โขลงลืมไพร

โอม..ให้มันร้อนเร่า

โอม..ให้มันรักใคร่

โอม..ให้มันอยู่ไม่ได้





พี่งี้..อุปสรรคมันเยอะจนหยดสุดท้ายค่ะ เพื่อรักแท้ที่ต้องผ่านบทพิสูจน์ครั้งสำคัญ

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
tomtam
ศิษย์ชาเรี่ยนขั้น 2
ศิษย์ชาเรี่ยนขั้น 2
avatar

จำนวนข้อความ : 167
: 36
Registration date : 14/12/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: Godfather The Series : มาเฟียหลงเงา   Mon Dec 03, 2012 10:23 pm

ก่อนอื่นเห็นพี่เกาบอกว่าไม่มีเพื่อนเที่ยว รบกวนผกก. ช่วยพิจารณาซ้อแต๋มด้วยค่ะ ยินดีไปเที่ยวกับพี่เกาทุกแห่งในโลก 555

อยากจะบอกว่าบางครั้งพี่หยงหนานก็เป็นคนดีเกินไป คนที่สูญเสียเพราะการพนันอย่างคุณหลี่ มีมากเท่าผืนเสื่อ จะไปช่วยทุกคนคงไม่ได้จริงไหมคะ ดูดิ สุดท้ายดาเลยต้องมาเจ็บตัวแล้วยังสูญเสียความทรงจำอีก พี่หยงหนานรับไปเต็มๆ ค่ะงานนี้

ลุ้นว่าผกก.จะสปอยเรื่องที่พี่กานต์ไม่ชอบมาเฟียไหม โธ่ ดันมาเจอเจ้าหมาน้อย กับคุณหลี่ขวางไว้ซะงั้น แอบเดาไปเองว่าพี่กานต์อาจจะไม่ใช่.... ของ.... จริงๆ ก็ได้ ไม่รู้เดาถูกหรือเปล่าน้า Very Happy
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว http://forums2.popcornfor2.com/index.php?showtopic=56077&st=
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: Godfather The Series : มาเฟียหลงเงา   Tue Dec 04, 2012 8:30 am

แต๋ม..พี่หย่งหนานเป็นคนดีเกินไปจริงๆค่ะ อย่างที่แต๋มบอก คนที่เล่นการพนันจนสูญเสียทุกอย่างแบบคุณหลี่มีมากมาย

จะตามไปช่วยทุกคนคงไม่ได้ ซึ่งพี่เกาก็บอกแล้วว่าเรื่องคุณหลี่ ว่าพี่หย่งหนานช่วยไม่ได้ แต่ก็ไม่เชื่อ

พี่เค้าเป็นแบบนี้ไงคะ เถ้าแก่เถียนถึงให้พี่เกาไปช่วยงานในคาสิโน แล้วให้พี่หย่งหนานบริหารงานแต่ในส่วนที่เป็นโรงแรม

เพราะขืนให้ทำคาสิโนด้วย เจ๊งแน่ๆค่ะ เดี๋ยวก็ไปใจอ่อนยอมยกหนี้ ให้เจ้าหนี้หมด เผลอๆจะไปตามใช้หนี้ให้คนอื่นอีก

ใจอ่อนเกินไป ใจดีเกินไป บางครั้งมันก็ไม่ใช่สิ่งที่ดีค่ะ


เรื่องของพี่กานต์ ปมที่ไม่ชอบมาเฟีย ผกก. สปอยด์ไว้ให้ในพาร์ทของน้องดานี่ล่ะค่ะ แต่คนที่รู้เรื่อง

จะมีแค่พี่หย่งหนานคนเดียวเท่านั้นอดใจรอนิดนึงนะคะ ขอน้องดาความจำกลับมาเหมือนเดิมก่อนค่ะ



พี่เกาไม่มีเพื่อนเที่ยว เดี๋ยวถ้าพี่กานต์ไม่ยอมไปเที่ยวด้วย ผกก. จะพิจารณาซ้อแต๋มเป็นคนแรกเลยนะคะ

ว่าแต่พี่เกาไปเที่ยวกับซ้อแต๋ม แล้วจะปลอดภัยมั้ยเนี่ย เป็นห่วงจริงๆ เป็นห่วงกว่าไปเที่ยวกับพี่กานต์อีกค่ะ

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
O-yohyo
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 4 กระบี่ไร้น้ำตา
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 4 กระบี่ไร้น้ำตา
avatar

จำนวนข้อความ : 6683
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: Godfather The Series : มาเฟียหลงเงา   Wed Dec 05, 2012 3:20 pm



โอมเพี้ยง . . ขอเชิญแอนนี่มารับคาถาจากแม่หมอทับทิมด่วนเลย Laughing



ทำไมแต๋มถึงคิดว่าธีรกานต์ไม่ใช่ . . . ของ . . . จริงๆ ล่ะคะ

แต่จะว่าไปนิสัยพี่น้องก็ต่างกันสุดขั้วจริงๆ นั่นแหล่ะหนา

ก็อันที่จริง ธีรกานต์เป็นพี่สาวที่พลัดพรากจากกันไปของ ธีรโย่ ไง 55 lol!


มิน่าต่อมอิจฉากำเริบหนักเหลือเกิน มีคนมาแย่งพี่สาวไปแบบนี้

ขอซื้อตัวแต๋มมาเป็นฝ่ายแอนนี่ ช่วยแย่งหย่งหนานจากรัญชิดาได้เปล่าคะ

แล้วขอฮั๊วด้วยเสี่ยเกา ยกเสี่ยเกาให้ไปเที่ยวกะแต๋มแทนดีป่ะ Razz

_________________



Charmaine Sheh / เสอซือมั่น - อาเส่ / 佘詩曼
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: Godfather The Series : มาเฟียหลงเงา   Sat Dec 15, 2012 9:54 am

ตอนที่ 9

“ทำไมดาถามอย่างงั้นล่ะ ดาจำแม่ไม่ได้หรอลูก” แม่โรสหน้าตาตื่นตกใจเมื่อลูกสาวส่ายหน้าช้าๆแทนคำตอบ แล้วจึงหันไปมองหน้าสามีที่หน้าตาตื่นตกใจไม่แพ้กัน

“นี่พ่อ แม่ แล้วก็กานต์ พี่สาวของหนูไง หนูลองนึกดีๆสิ” พ่อดลบอกรัญชิดาว่าคนที่ยืนอยู่รอบๆตัวเธอเป็นใครบ้าง รัญชิดาจึงลองนึกดูอีกครั้ง แต่สุดท้ายเธอก็ยังส่ายหน้า พ่อดลกับแม่โรสจึงหันไปถามคุณหมอว่าทำไมลูกสาวถึงกลายเป็นแบบนี้ คุณหมอจึงได้เดินเข้ามาหารัญชิดาเพื่อถามคำถามกับเธอว่าเธอเป็นใคร ชื่ออะไร บ้านอยู่ที่ไหน ซึ่งคำตอบที่ได้ก็ไม่แตกต่างจากก่อนหน้านี้คือการส่ายหน้า แววตาของเธอยังคงมีแต่ความงุนงงสงสัย คุณหมอเห็นการแสดงออกของเธอแบบนั้นจึงได้บอกกับพ่อแม่ของรัญชิดาว่าเธอความจำเสื่อมซึ่งมีสาเหตุมาจากสมองที่ได้รับความกระทบกระเทือน โดยจะเกิดขึ้นได้กับผู้ป่วยที่ได้รับบาดเจ็บที่สมองที่อาจจะทำให้ความทรงจำก่อนหน้านี้ถูกลบออกไปบางส่วนหรือทั้งหมด แต่ผู้ป่วยยังมีโอกาสที่จะกลับมาเป็นปกติเหมือนเดิมได้โดยที่ญาติจะต้องช่วยรื้อฟื้นความทรงจำให้ แต่คุณหมอไม่สามารถบอกได้ว่ารัญชิดาจะกลับมาเป็นปกติได้เหมือนเดิมเมื่อไหร่ ถ้าโชคดีก็เพียงแค่ไม่กี่วัน แต่ถ้าโชคร้ายก็อาจจะเป็นเดือนหรือเป็นปีหรืออาจจะสูญเสียความทรงจำตลอดไป ซึ่งคุณหมอได้บอกให้ทุกคนทำใจเผื่อไว้บ้างแต่ก็ไม่อยากให้ยอมแพ้ พ่อดลกับแม่โรสได้ยินแบบนั้นจึงพยักหน้ารับทราบ คุณหมอจึงยิ้มน้อยๆเพื่อเป็นกำลังใจให้กับทั้งสองท่านก่อนที่จะขอตัวออกไป

หลังจากคุณหมอออกไปแล้ว พ่อดลกับแม่โรสจึงเดินเข้าไปหารัญชิดาที่กำลังนอนกรอกตาไปมาเพื่อมองสิ่งต่างๆที่อยู่รอบตัวของเธอ เธอกำลังมองคนแปลกหน้าที่อยู่ในห้องที่พวกเขาบอกว่าเป็นพ่อแม่และพี่สาว แต่ทำไมเธอถึงจำพวกเขาไม่ได้ เธอนึกไม่ออกแม้แต่ชื่อของตัวเอง แล้วผู้ชายคนนั้น เขาเป็นใคร ทำไมเขาถึงมองเธอด้วยแววตาแบบเดียวกับที่พ่อแม่มองเธอ แววตาที่มีแต่ความรักและความห่วงใย รัญชิดาพยายามลุกขึ้นนั่งโดยมีแม่โรสช่วยประคองเธอไว้แล้วจึงชี้นิ้วมือไปทางผู้ชายคนนั้นและเอียงคอถามเขาด้วยความรู้สึกที่คุ้นหน้าแต่เธอจำเขาไม่ได้

“คุณเป็นใครคะ เราเคยรู้จักกันมาก่อนใช่มั้ย” คำถามของรัญชิดาทำให้หย่งหนานรู้สึกชาไปทั้งร่าง ทำให้ขาแต่ละข้างที่กำลังเดินเข้าไปหาเธอมันหนักอึ้ง เขากำลังจะบอกเธอว่าเขาเป็นใคร แต่ธีรกานต์กลับตอบคำถามของเธอแทนผู้ชายคนนั้น

“เขาชื่อเถียนหย่งหนาน เป็นคนที่ทำร้ายดา ทำให้ดาต้องมานอนโรงพยาบาล เพราะฉะนั้นดาต้องจำไว้นะว่าเขาเป็นคนไม่ดี อย่าไปอยู่ใกล้เขาเด็ดขาด” สิ้นเสียงพูดของธีรกานต์ แม่โรสก็ยื่นมือไปตีแขนลูกสาวคนโตเบาๆ และบอกไม่ให้ธีรกานต์ไปแกล้งพูดแบบนี้กับน้องสาว ในขณะที่พ่อดลเห็นสายตาของรัญชิดาที่มองหย่งหนานด้วยความสงสัยจึงได้รีบพูดขึ้น

“พี่เขาล้อหนูเล่น มันไม่ใช่อย่างนั้นหรอก หย่งหนานเป็นเพื่อนของหนู เป็นคนพาหนูมาส่งโรงพยาบาลแล้วเขาจะเป็นคนทำร้ายหนูได้ยังไง” พ่อดลบอกกับรัญชิดาแล้วจึงหันไปถามหย่งหนานที่เดินมาหยุดอยู่ที่ข้างเตียง “จริงมั้ยคุณ ที่คุณเป็นเพื่อนของดา” พ่อดลพูดเน้นเสียงเหมือนจะย้ำให้เขาเข้าใจว่าตอนนี้เขาเป็นได้แค่เพื่อนของรัญชิดาเท่านั้น ทำให้หย่งหนานไม่สามารถที่จะหาคำพูดอื่นมาแทนได้ นอกเสียจากยอมรับด้วยน้ำเสียงที่เริ่มจะสั่นเครือ

“ใช่ครับ ผมเป็นเพื่อนของดา ดาจำผมได้มั้ย” หย่งหนานมองรัญชิดาด้วยแววตาที่มีแต่ความรักอย่างลึกซึ้ง แต่แววตาของเธอที่มองตอบกลับมามีแต่ความว่างเปล่า

“ขอโทษด้วยนะคะ ฉันจำคุณไม่ได้จริงๆ แต่ต่อไปฉันจะจำไว้ว่าคุณเป็นเพื่อนของฉันนะคะ” แววตาของเธอที่กำลังมองหย่งหนาน มันบอกให้รู้ว่าเขากำลังจะกลายเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่เจ้าของหัวใจของเธอ ถึงแม้เธอจะยิ้มให้เขา แต่นั่นไม่ใช่รอยยิ้มที่เขาเคยหลงรักและหวงแหน หย่งหนานยอมให้คนทั้งโลกโกรธเกลียด แต่ยอมให้เธอมองเขาด้วยแววตาแบบนี้ไม่ได้ ความเจ็บปวดที่ไม่อาจยอมรับกับความจริงที่อยู่ตรงหน้าถูกแสดงออกมาด้วยน้ำตาที่กำลังเอ่อล้น จึงทำให้รัญชิดายื่นมือออกไปสัมผัสใบหน้าของเขาเพื่อปลอบโยน แต่หย่งหนานกลับรีบกุมมือของเธอไว้และใช้ปลายจมูกแตะไปที่หลังมือของเธอ การกระทำของชายหนุ่มทำให้รัญชิดาตกใจและพยายามที่จะดึงมือของเธอกลับมา แต่มันมีความรู้สึกบางอย่างที่ขัดแย้งกันเกิดขึ้น ที่มันเป็นความรู้สึกอบอุ่นที่ทำให้แววตาที่เธอกำลังมองหย่งหนานเหมือนแววตาที่เขากำลังมองเธอ

“คุณจำผมได้แล้วใช่มั้ยดา” หย่งหนานพูดขึ้นมาด้วยความดีใจ มือของเขายังกุมมือของเธอไว้แน่น แต่ความดีใจนั้นเกิดขึ้นได้เพียงครู่เดียว เมื่อคำพูดที่เหมือนเป็นมีดที่บาดลึกไปที่หัวใจของเขาได้หลุดออกมาจากปากของเธอ

“ใช่ค่ะ คุณคือหย่งหนานไงคะ คุณเป็นเพื่อนของฉัน ฉันจำได้แล้ว” รัญชิดาพูดเพื่อเอาใจโดยที่ไม่รู้เลยว่าคำพูดแต่ละคำนั้นกำลังทำให้หย่งหนานเสียใจมากแค่ไหน และความเสียใจของเขาได้พรั่งพรูออกมาเป็นคำพูด

“แต่ผมไม่ต้องการให้คุณจำผมแบบนี้ คุณเข้าใจมั้ยดา ผมไม่ได้ต้องการเป็นเพื่อนของคุณ ผมไม่ใช่..”

“ดาเหนื่อยแล้ว คุณกลับไปเถอะ” หย่งหนานพูดได้เพียงเท่านั้น เสียงของพ่อดลก็แทรกขึ้นมา สายตาของท่านเป็นการเตือนหย่งหนานไม่ให้ก้าวล้ำเส้นที่ท่านกำหนดเอาไว้ที่เขาจะเป็นได้แค่เพื่อน แต่สายตาของหย่งหนานกลับอ้อนวอน ขอให้ท่านเห็นใจเขาสักครั้ง จนกระทั่งพ่อดลต้องพูดย้ำขึ้นมาอีกว่าท่านต้องการให้ลูกสาวพักผ่อน หย่งหนานจึงจำใจหันหลังเดินจากมา แต่ก่อนที่เขาจะเดินพ้นประตูห้อง แม่โรสกลับเรียกรั้งเขาไว้และเดินเข้ามาหาด้วยรอยยิ้ม

“สามีของฉันยังโกรธคุณอยู่ก็เลยพูดจาแบบนั้น คุณอย่าถือสาเลยนะ แล้วก็ไม่ต้องไปสนใจด้วย ถ้าคุณอยากมาเยี่ยมดาเมื่อไหร่ก็มาได้เลย ฉันอนุญาตค่ะ” แม่โรสบอกกับหย่งหนานด้วยรอยยิ้ม หย่งหนานจึงยกมือไหว้และพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ

“ขอบคุณครับคุณป้า ผม..ผมขอโทษ” สิ้นเสียงพูดของชายหนุ่มน้ำตาที่พยายามกลั้นไว้มาตลอด มันได้ไหลลงมาอาบแก้ม แม่โรสเห็นแบบนั้นจึงได้ดึงหย่งหนานเข้ามากอดและพูดปลอบโยน

“ไม่เป็นไรนะ ฉันรู้ว่าคุณไม่ได้ตั้งใจให้มันเกิดขึ้น ฉันไม่โทษคุณ ไม่ต้องเสียใจนะ” แม่โรสลูบหลังหย่งหนานเบาๆก่อนที่จะคลายอ้อมกอดของท่าน จากนั้นเถ้าแก่เถียนจึงได้เดินเข้ามาแตะไหล่ของลูกชายเพื่อให้กำลังใจแล้วจึงก้มหัวลงเล็กน้อยให้แม่โรสเป็นการขอบคุณที่ท่านเข้าใจหย่งหนานแล้วจึงบอกกับแม่โรสว่าท่านรู้จักคุณหมอคนหนึ่งที่ประเทศจีนซึ่งมีความเชี่ยวชาญโรคทางมอง เถ้าแก่เถียนจะให้คุณหมอคนนั้นมารักษารัญชิดา โดยที่ค่าใช้จ่ายทั้งหมดเถ้าแก่เถียนจะเป็นคนรับผิดชอบ ซึ่งแม่โรสได้แต่ยิ้มรับและพูดขอบคุณ

หลังจากที่เถ้าแก่เถียนพาลูกชายและหลานชายกลับไปแล้ว แม่โรสจึงได้เดินกลับมาหารัญชิดา แววตาของเธอมีแต่ความสงสัย คำถามมากมายที่เธอต้องการคำตอบเมื่อเธอเห็นหย่งหนานกำลังร้องไห้อยู่กับแม่เมื่อครู่นี้ เธออยากรู้ว่าเขาเป็นอะไร ทำไมถึงร้องไห้ และคำพูดที่เขาทิ้งท้ายไว้ที่เขาไม่ต้องการเป็นเพื่อนของเธอ มันหมายความว่าอย่างไร คำถามที่มันเกิดขึ้นทำให้เธอพยายามคิดที่จะหาคำตอบ แต่เพียงแค่เสี้ยววินาทีที่ใบหน้าของหย่งหนานปรากฏขึ้นในความทรงจำ มันก็เหมือนแสงไฟที่สว่างวาบขึ้นมาชั่วครู่และมันก็ดับมืดลงในทันทีเมื่ออาการปวดหัวกำลังเล่นงานเธอ มือทั้งสองข้างกุมศีรษะไว้แน่น พ่อแม่และพี่สาวของเธอ เห็นเธอปวดหัวมากถึงเพียงนี้จึงช่วยกันพูดปลอบโยนไม่ให้เธอคิดถึงเรื่องราวใดๆทั้งนั้น จนครู่หนึ่งที่เธอรู้สึกดีขึ้นและหลับไป

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++

เวลายามสายของวันรุ่งขึ้น เจ้าของบ่อนทั้งสามแห่งที่คุณหลี่ไปติดหนี้สินเอาไว้ได้ถูกเรียกตัวให้มาพบเถ้าแก่เถียนที่บ้าน และด้วยอิทธิพลที่รู้จักกันดีแม้ว่าเถ้าแก่เถียนจะวางมือไปแล้วก็ตาม ทำให้เจ้าของบ่อนทั้งสามแห่งต่างรู้สึกหวาดหวั่นและเกรงกลัวอยู่ไม่น้อย จนกระทั่งเถ้าแก่เถียนเดินเข้ามาพร้อมเหวินฉี เจ้าของบ่อนทั้งสามคนที่นั่งรออยู่จึงรีบลุกขึ้นด้วยท่าทางที่ลนลาน

“ที่ฉันขอให้พวกแกสามคนมาในวันนี้ก็เพราะหลานชายของฉันมีธุระจะคุยด้วย ฉันก็เลยต้องช่วยออกหน้าให้ แต่ไม่ต้องห่วงว่าฉันจะเข้าไปก้าวก่ายในเรื่องนี้ เพราะฉันให้หลานชายเป็นคนจัดการ เขาตัดสินใจยังไง ฉันก็เห็นด้วยตามนั้น และฉันหวังว่าพวกแกสามคนจะเห็นแก่หน้าฉันบ้าง” เถ้าแก่เถียนพูดด้วยสีหน้าที่ราบเรียบ ด้วยท่าทางที่น่าเกรงขามทำให้เจ้าของบ่อนทั้งสามแห่งต่างรับปาก และเมื่อเถ้าแก่เถียนเดินออกไปแล้ว เหวินฉีจึงได้เชิญทั้งสามคนนั่งลงและรีบพูดเข้าเรื่องถึงหนี้สินของคุณหลี่ที่ติดค้างไว้ทั้งหมด

“พวกคุณจะมีปัญหาอะไรมั้ย ถ้าสกุลเถียนจะขอเป็นคนใช้หนี้ให้กับพวกคุณแทนคุณหลี่ และนับจากนี้ไปก็จะถือว่าคุณหลี่กับพวกคุณไม่เกี่ยวข้องกันอีก และก็ห้ามพวกคุณส่งลูกน้องไปข่มขู่หรือทำร้ายเขากับครอบครัวเด็ดขาด” เหวินฉีพูดจบก็พยักหน้าให้ลูกน้องถือกระเป๋าเงินมาวางไว้ตรงหน้าทั้งสามคน พอพวกเขาเห็นเงินมาวางอยู่และด้วยคำพูดของเหวินฉี ทำให้พวกเขาหันหน้ามาพูดคุยปรึกษากันเพียงไม่กี่ประโยค หนึ่งในนั้นจึงเป็นตัวแทนพูดกับชายหนุ่ม

“พวกเราตกลงทำตามที่พี่เกาเสนอมาทุกอย่างครับ”

“ถ้าตกลง งั้นพวกคุณก็รับเงินไปได้” เหวินฉีพูดด้วยสีหน้าราบเรียบและชี้นิ้วไปที่กระเป๋าเงินสามใบเป็นเชิงอนุญาต เจ้าของบ่อนทั้งสามจึงรีบหยิบกระเป๋าเงินที่วางอยู่ตรงหน้า แต่ด้วยหน้าตาของทั้งสามคนที่ไม่แน่ใจว่าจะได้รับเงินครบหรือไม่ ทำให้เหวินฉีต้องพูดสำทับขึ้นมาว่าเงินทุกเหรียญที่คุณหลี่ติดหนี้ไว้ เขาได้ใช้คืนให้ทั้งหมดโดยไม่ให้ขาดแม้แต่เหรียญเดียว ถ้าไม่เชื่อใจก็เชิญตรวจนับดูก่อนได้ แต่ด้วยชื่อเสียงของสกุลเถียนทำให้ทั้งสามคนไม่มีข้อสงสัยอีกจึงได้รีบบอกว่าพวกเขาเชื่อใจสกุลเถียนและได้รีบออกไป หลังจากเจ้าของบ่อนทั้งสามไปกันหมดแล้ว คุณหลี่จึงได้เดินออกมาและคุกเข่าอยู่ตรงหน้าเหวินฉีด้วยความสำนึกในบุญคุณที่ช่วยเหลือ

“ผมขอบคุณคุณเกาที่ช่วยผม ชั่วชีวิตนี้ผมจะไม่ลืมบุญคุณเลยครับ” คุณหลี่พูดจบก็โขลกศีรษะให้ชายหนุ่ม ทำให้เหวินฉีต้องรีบบอกให้เขาลุกขึ้นมานั่งคุยกันที่โซฟารับแขก

“ที่ผมช่วยคุณก็เพราะเป็นความต้องการของน้องชายผม ทั้งที่ผมเคยบอกเขาแล้วว่าไม่ให้ไปยุ่งเรื่องของคุณ แต่เขาก็ไม่ฟังและยังดึงดันจะช่วยคุณให้ได้ จนสุดท้ายคนที่ต้องมารับเคราะห์ก็คือแฟนของเขา ฉะนั้นผมจึงหวังว่าคุณหลี่จะทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับหย่งหนาน อย่าให้เสียความตั้งใจของเขาที่คิดจะช่วยคุณเด็ดขาด เพราะถ้าคุณยังหลงเดินทางผิดอีก ผมคงไม่สามารถช่วยคุณได้เป็นครั้งที่สองอีกแล้ว” คุณหลี่ได้ยินแบบนั้นจึงได้ก้มหน้าลงอย่างนึกเสียใจในการกระทำของตนเองที่ไม่เพียงทำให้เขาต้องเป็นหนี้สินจนแทบเสียคน ครอบครัวต้องเดือดร้อน ยังทำให้ผู้หญิงคนหนึ่งที่เป็นผู้บริสุทธิ์ต้องได้รับบาดเจ็บจนสูญเสียความทรงจำในอดีต คุณหลี่เงยหน้าขึ้นมาอีกครั้งพร้อมทั้งสูดลมหายใจเข้าลึกๆพร้อมทั้งพูดกับเหวินฉีเพื่อให้คำมั่นสัญญา

“ผมสำนึกแล้วครับ ต่อไปผมจะตั้งใจทำงาน จะไม่หลงเดินทางผิดอีกแล้ว ผมจะไม่ทำให้ความหวังดีของคุณเถียนกับคุณเกาต้องสูญเปล่า และถ้าธุรกิจของผมมีกำไร ผมจะรีบนำเงินมาใช้คืนให้ทั้งหมดครับ” เหวินฉีได้ยินแบบนั้นจึงพยักหน้าอย่างพอใจ แล้วจึงให้ลูกน้องนำหนังสือสัญญาชำระหนี้สินของคุณหลี่มาให้คุณหลี่อ่านซ้ำอีกครั้งก่อนที่เขาจะเซ็นชื่อในหนังสือสัญญาฉบับนั้น ที่นับจากนี้ไป สกุลเถียนจะกลายเป็นเจ้าหนี้ของคุณหลี่ที่คุณหลี่ต้องนำเงินมาผ่อนชำระคืนให้จำนวนสิบล้านเหรียญแต่เพียงผู้เดียว ทั้งในส่วนที่เป็นหนี้สินของสกุลเถียนแต่เดิม และหนี้สินในส่วนที่เป็นของเจ้าของบ่อนทั้งสามแห่งที่สกุลเถียนชำระหนี้ให้แทนไปก่อน ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นเงื่อนไขของเหวินฉีที่ตั้งขึ้นมา ซึ่งคุณหลี่ยอมรับและเต็มใจที่จะทำตามเงื่อนไขทุกอย่าง หลังจากที่คุณหลี่เซ็นชื่อในสัญญาฉบับนั้นแล้ว เขาได้ถามถึงหย่งหนานเพื่อที่จะได้กล่าวขอบคุณชายหนุ่มด้วยตัวเอง แต่เหวินฉีกลับบอกคุณหลี่ว่าแค่เขาสำนึกได้ ก็เป็นการขอบคุณหย่งหนานแล้ว คุณหลี่จึงไม่เซ้าซี้อีก ก่อนที่จะกลับออกไปคุณหลี่ได้พูดขอบคุณเหวินฉีอีกครั้งและสัญญาว่าจะนำเงินก้อนแรกมาคืนให้ได้ภายในหนึ่งเดือน


++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ภายในห้องพักฟื้นผู้ป่วยที่วันนี้แม่โรสอยู่เป็นเพื่อนลูกสาว ในขณะที่พ่อดลกับธีรกานต์กลับไปดูแลร้านอาหารหลังจากที่ต้องปิดมาสองวัน ทำให้หย่งหนานที่มาเยี่ยมรัญชิดาตั้งแต่เช้าได้มีโอกาสอยู่ดูแลเธออย่างใกล้ชิดโดยที่แม่โรสเพียงเฝ้าดูอยู่ห่างๆเท่านั้น จนกระทั่งรัญชิดาบ่นว่าอยากกินอะไรก็ได้ที่มันหวานๆเย็นๆ หย่งหนานจึงนึกถึงไอศกรีมและรีบลงไปซื้อที่โรงอาหารของโรงพยาบาลมาให้ แต่เขาออกไปตั้งนานแล้วก็ยังไม่กลับมาเสียที ทำให้รัญชิดาทำหน้ามุ่ยและพูดบ่นกับแม่ของเธอ

“แม่คะ วันนี้หนูจะได้กินไอติมมั้ยคะ ทำไมหย่งหนานไปนานจังเลย” แม่โรสได้ยินคำพูดของลูกสาวแบบนั้นจึงได้อมยิ้ม

“คนคงเยอะมั้งลูก เดี๋ยวเขาก็มา หย่งหนานไปจากหนูไม่ได้หรอกจ้ะ”

“ทำไมล่ะคะ” รัญชิดาถามด้วยความสงสัย แววตาของเธอเหมือนกับเด็กน้อยจนทำให้แม่โรสดึงตัวเธอเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดแล้วโยกตัวไปมาช้าๆ

“ก็หัวใจของเขาอยู่ที่หนู แล้วเขาจะไปจากหนูได้ยังไง” คำตอบของแม่โรสยิ่งทำให้รัญชิดาสงสัยจนต้องถามท่านอีกครั้งว่าทำไมหัวใจของหย่งหนานจึงอยู่ที่เธอ แววตาที่ใสซื่อของรัญชิดาที่กำลังมองแม่โรสอย่างรอคอยคำตอบ ทำให้ท่านต้องหัวเราะออกมาอย่างนึกขำ และบอกให้ลูกสาวรอถามคำตอบนี้ด้วยตัวเองตอนที่เขากลับมา แต่แม่โรสบอกลูกสาวยังไม่ทันขาดคำ คนที่กำลังถามถึงก็เปิดประตูเข้ามาพอดี เพียงแต่ว่าหย่งหนานไม่ได้เดินเข้ามาคนเดียว ยังมีผู้หญิงอีกคนหนึ่งที่เดินเข้ามาพร้อมหย่งหนานด้วย โดยที่หย่งหนานช่วยถือกระเป๋าเดินทางของเธอเข้ามาให้ในขณะที่เธอรีบวิ่งเข้าไปหาแม่โรส

“แพรมาถึงเมื่อไหร่ลูก ทำไมไม่โทรมาบอกก่อนล่ะ แม่จะได้ให้กานต์ไปรับ” แม่โรสทั้งกอดทั้งหอมแก้มพิมพ์อรด้วยความเอ็นดูเหมือนเธอเป็นลูกสาวของท่านอีกคน

“ไม่เป็นไรค่ะแม่ หนูไม่อยากรบกวนพี่กานต์ค่ะ หนูรู้ว่าตอนนี้ทุกคนกำลังยุ่ง พอพี่กานต์บอกหนูเรื่องยัยดา หนูก็รีบเคลียร์งานแล้วก็รีบมาฮ่องกงเลยค่ะ” พิมพ์อรบอกแม่โรส แต่สายตาของเธอมองไปทางเพื่อนรัก

“ฉันเองนะ แพร..เพื่อนรักของดาไง ดาจำได้มั้ย” พิมพ์อรบอกรัญชิดา ทำให้เธอยิ้มน้อยๆและพยายามนึกถึงเพื่อนที่ชื่อแพรคนนี้ด้วยความรู้สึกที่คุ้นหน้า แต่สุดท้ายรัญชิดาก็ตอบกับพิมพ์อรว่าเธอจำไม่ได้ จากนั้นจึงได้หันไปต่อว่าหย่งหนานที่ทำให้เธอต้องรอนาน

“ทำไมคุณมาช้าจัง ไหนบอกจะรีบไปรีบกลับไงคะ แล้วไหนล่ะไอติมของฉัน” หญิงสาวทำหน้ามุ่ยแล้วแบมือขอไอศกรีมของเธอจากหย่งหนาน

“ผมขอโทษ ดาอย่างอนผมสิ ผมจะรีบเอาให้คุณเดี๋ยวนี้แหละ” หย่งหนานยิ้มแล้วรีบเอาไอศกรีมรสสตอเบอรี่ที่เขาซื้อมาให้รัญชิดา แต่พอเขาเปิดฝาถ้วยใส่ไอศกรีมออก ทำให้เห็นว่าไอศกรีมที่อยู่ข้างในนั้นเริ่มที่จะละลายแล้ว รัญชิดาจึงได้ทำหน้ามุ่ยและต่อว่าที่เขามาช้าอีกรอบ หย่งหนานที่ได้ยินแบบนั้นได้แต่ยิ้มยอมรับผิดแล้วจึงรีบเอาไอศกรีมที่เขาซื้อมาอีกสองถ้วยไปแช่ตู้เย็น จากนั้นเขาจึงรีบมานั่งที่ข้างเตียง มองผู้หญิงที่เขารักกำลังกินไอศกรีมอย่างมีความสุข พิมพ์อรมองภาพนั้นได้ครู่เดียว แม่โรสก็พามานั่งคุยกันที่โซฟาตัวยาว

“แม่คะ..ดาจำทุกคนไม่ได้เลยหรอคะ” เธอถามกับแม่โรสทั้งที่สายตาของเธอยังไม่อาจละไปจากเพื่อนรัก

“ใช่ลูกไม่รู้มันเป็นเวรกรรมอะไร ถึงให้ดาต้องมาเจอเรื่องแบบนี้” แม่โรสหันไปมองลูกสาวที่หย่งหนานกำลังใช้กระดาษทิชชู่เช็ดคราบไอศกรีมที่เลอะอยู่ที่มุมปากให้ จากนั้นจึงได้ละสายตากลับมาหาพิมพ์อรและจึงพูดขึ้นอีกครั้ง

“แล้วนี่แพรจองโรงแรมไว้รึเปล่าลูก ถ้าไม่ได้จองก็ไปนอนที่บ้านแม่นะ”

“หนูไม่ได้จองโรงแรมไว้ค่ะ เพราะหนูตั้งใจจะนอนเป็นเพื่อนดาที่โรงพยาบาล พ่อแม่แล้วก็พี่กานต์จะได้ไม่เหนื่อยด้วย เพราะไหนจะต้องดูแลงานที่ร้าน ไหนจะต้องดูแลยัยดาอีก ทางนี้เอาไว้เป็นหน้าที่หนูเถอะค่ะ” แม่โรสได้ยินแบบนั้นจึงได้ขอบใจในความมีน้ำใจของพิมพ์อร แต่ท่านก็ยังอดเป็นห่วงไม่ได้ที่พิมพ์อรต้องทิ้งงานมาเพื่อดูแลรัญชิดาแบบนี้และยังเรื่องที่รัญชิดาต้องไปเป็นมัคคุเทศก์ให้กับลูกทัวร์ของเธอด้วย พิมพ์อรจึงบอกกับแม่โรสว่าไม่ต้องเป็นห่วง เพราะทัวร์ที่จะมาฮ่องกงในอาทิตย์หน้าและต้องให้รัญชิดาเป็นมัคคุเทศก์ให้ เธอได้เพื่อนอีกคนที่เป็นมัคคุเทศก์คนไทยในฮ่องกงมาแทนรัญชิดาแล้ว และเธอก็ให้ลูกน้องมาดูแลลูกทัวร์แทนในระหว่างที่เธอต้องอยู่เป็นเพื่อนรัญชิดา หลังจากที่เธอจัดการทุกอย่างเรียบร้อย พิมพ์อรก็รีบเดินทางมาฮ่องกงทันทีและตรงมาที่โรงพยาบาล แต่ในระหว่างที่กำลังรอลิฟต์ก็มาเจอหย่งหนานเสียก่อน เธอจึงมัวแต่ชวนเขาคุยเพื่อถามเรื่องราวที่เกิดขึ้น แม่โรสถึงได้เข้าใจว่าทำไมหย่งหนานถึงมาช้าและได้บอกกับพิมพ์อรว่าเรื่องที่เกิดขึ้นไม่เพียงทำให้รัญชิดาสูญเสียความทรงจำ แต่ยังทำให้พ่อดลกับธีรกานต์โกรธหย่งหนานมากจนพ่อดลให้หย่งหนานเป็นได้แค่เพื่อนของรัญชิดาเท่านั้น และเพราะแบบนี้ท่านถึงต้องอยู่ที่โรงพยาบาลเพื่อให้หย่งหนานได้มีโอกาสดูแลรัญชิดาบ้าง ไม่อย่างงั้นในความทรงจำของรัญชิดา เขาคงกลายเป็นแค่เพื่อนของเธอจริงๆ พิมพ์อรได้ฟังที่แม่โรสเล่ามาเธอก็เข้าใจดีและจึงบอกให้ท่านไม่ต้องเป็นห่วง เธอจะพยายามช่วยรื้อฟื้นความทรงจำของรัญชิดาให้กลับคืนมาให้ได้

ในคืนนั้นที่พิมพ์อรนอนเป็นเพื่อนรัญชิดาที่โรงพยาบาลเป็นคืนแรก เธอไม่ยอมให้เวลาต้องผ่านไปอย่างสูญเปล่า เมื่อเธอหยิบอัลบั้มรูปถ่ายสมัยเรียนมหาวิทยาลัยกับรัญชิดาออกมาจากกระเป๋าเดินทางมาให้รัญชิดาดูและเล่าเรื่องราวต่างๆให้เพื่อนรักฟัง ถึงแม้ว่าทุกอย่างที่เธอเล่าไปนั้นรัญชิดาจะจำไม่ได้ แต่จากที่เพื่อนรักพยายามนึกถึงมันก็ทำให้พิมพ์อรรู้สึกมีกำลังใจและความหวังที่ความทรงจำในอดีตของรัญชิดาจะกลับมาเหมือนเดิม

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: Godfather The Series : มาเฟียหลงเงา   Sat Dec 15, 2012 10:02 am

“วินเซ็นต์ คุณมาแล้วหรอคะ” น้ำเสียงหวานของรัญชิดาเอ่ยทักหย่งหนานที่กำลังเดินเข้ามาหาเธอในเช้าวันใหม่ แต่พอเขาได้ยินเธอเรียกว่า ‘วินเซ็นต์’ แทนที่จะเป็น ‘หย่งหนาน’ ทำให้เขาดีใจมากเพราะนั่นคือชื่อที่รัญชิดาเคยเรียกเมื่อในอดีต และหย่งหนานยิ่งดีใจที่สุดเมื่อได้เห็นรอยยิ้มหวานที่เขาหวงแหนของเธอ ชายหนุ่มจึงรีบเข้าไปหาแล้วโอบกอดเธอไว้ด้วยความรัก

“ดา..คุณจำผมได้แล้ว คุณจำผมได้แล้ว” เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่ตื่นเต้นแล้วจึงประทับรอยจุมพิตไปที่หน้าผากของเธอ ความดีใจของหย่งหนานที่แสดงออกมาทำให้รัญชิดาที่ยังอยู่ในอ้อมกอดของเขานั่งตัวแข็งทื่อเป็นต้นไม้ จนกระทั่งพิมพ์อรต้องเข้ามาสะกิดหย่งหนานเบาๆและดึงแขนของเขาออกมา รัญชิดาถึงได้หายตกใจ

“คุณวินเซ็นต์ใจเย็นๆก่อนนะคะ คือดายังจำคุณไม่ได้หรอกค่ะ แต่ที่คุณทำเมื่อกี้ ดาตกใจมากนะคะ” พิมพ์อรพยายามอธิบายให้หย่งหนานเข้าใจและชี้นิ้วให้เขามองดูหน้าตาของรัญชิดาตอนนี้ แต่หย่งหนานก็พูดแย้งขึ้นมา

“แต่ดาเรียกผมว่าวินเซ็นต์นะครับ ถ้าเธอยังจำผมไม่ได้ เธอก็ต้องเรียกผมว่าหย่งหนานสิ”

“ที่ดาเรียกคุณว่าวินเซ็นต์เพราะฉันเป็นคนบอกดาเองค่ะว่าเมื่อก่อนดาเรียกคุณว่ายังไง ฉันต้องขอโทษด้วยนะคะที่ฉันทำให้คุณต้องดีใจเก้อ” พิมพ์อรยิ้มที่มุมปากเมื่อเธอบอกความจริงกับหย่งหนานแล้วทำให้เธอเห็นแววตาที่ผิดหวังของชายหนุ่ม เธอจึงได้บอกกับเขาต่อ

“แต่ฉันไม่ลืมบอกกับดาว่าคุณไม่ได้เป็นเพื่อนของเธอ แต่คุณเป็นแฟนของเธอนะคะ ความดีของฉันข้อนี้พอที่จะชดเชยที่ทำให้คุณต้องดีใจเก้อได้มั้ย” หย่งหนานได้ยินคำพูดต่อมาของพิมพ์อรเท่านั้นก็ฉีกยิ้มกว้างแล้วจึงถามขึ้นว่ามันไม่เร็วจนเกินไปอย่างงั้นหรือที่ให้รัญชิดารู้ว่าเขาเป็นอะไรกับเธอ แต่คำถามนี้ของหย่งหนานทำให้พิมพ์อรต้องตีแขนของเขาเป็นการลงโทษและบอกว่ามันไม่ได้เร็วจนเกินไปเลย ถ้าหากเขาอยากให้รัญชิดาจำเขาได้เหมือนเดิม หลังจากนั้นพิมพ์อรจึงบอกให้หย่งหนานอยู่เป็นเพื่อนรัญชิดาก่อน เธอขอลงไปหาของอร่อยกินข้างล่างแต่จะกลับขึ้นมาช้าๆ คำพูดของเธอทำให้หย่งหนานต้องหัวเราะ และบอกกับเธอว่าเขาซื้อขนมมาฝากพิมพ์อรตั้งหลายอย่าง เธอไม่ต้องลงไปให้ลำบากก็ได้ ซึ่งคำพูดของเขาทำให้พิมพ์อรทำเสียงอย่างขัดใจอยู่ในลำคอแล้วจึงกระซิบบอกกับหย่งหนานว่าเธออุตส่าห์เปิดทางให้ขนาดนี้แล้วยังไม่เข้าใจอีกหรือไง หย่งหนานได้ยินแบบนั้นถึงได้ยิ้มเขินและพูดขอบคุณหญิงสาว เมื่อพิมพ์อรเดินพ้นประตูห้องไปแล้ว หย่งหนานจึงได้หยิบกล่องขนมเค้กออกมาจากถุง แล้วจึงไปใส่จานก่อนที่จะเดินกลับมาหารัญชิดา สายตาของเธอที่คอยมองตามหย่งหนานตลอดเวลาเหมือนมีเรื่องที่เธอยังไม่ได้คำตอบ จนเขาเดินมานั่งที่ข้างเตียง และบอกให้เธอกินขนมเค้กที่เขาซื้อมาฝาก เธอจึงได้ถามขึ้นมาให้หายสงสัย

“เมื่อคืนนี้แพรบอกกับฉันว่าคุณ..คุณกับฉัน เราเป็นแฟนกัน จริงรึเปล่าคะ” แววตาของเธอตอนที่มองหย่งหนานเหมือนเธอไม่แน่ใจในคำพูดของพิมพ์อรที่บอกเธอว่ามันจะเป็นเรื่องจริง แต่ก็ทำให้หย่งหนานอมยิ้มที่อย่างน้อยในความทรงจำของเธอตอนนี้ เขาไม่ใช่เพื่อนของเธออีกต่อไปแล้ว ชายหนุ่มวางจานขนมเค้กไว้บนโต๊ะและจึงกุมมือทั้งสองข้างของเธอไว้แน่นและจึงพยักหน้าให้อย่างยอมรับ

“แล้วทำไมตอนแรกคุณถึงบอกว่าเป็นเพื่อนของฉันล่ะคะ” หญิงสาวถามเขาด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจเท่าไหร่ แต่มันยิ่งทำให้หย่งหนานฉีกยิ้มกว้าง

“ผมขอโทษ ดาอย่าโกรธผมเลยนะ แต่ตอนนี้ที่ผมอยากบอกคุณก็คือผมรักคุณ ถึงคุณจะจำเรื่องราวของเราในอดีตไม่ได้ตลอดไป ผมก็ยังรักคุณ ผมจะทำให้คุณมีความสุข จะไม่ทิ้งคุณไปไหนเด็ดขาด” คำพูดบอกรักและคำมั่นสัญญาของหย่งหนานทำให้รัญชิดาอมยิ้ม และตอนนี้เธอก็เข้าใจที่แม่ได้บอกเธอว่าหย่งหนานไปจากเธอไม่ได้ เพราะหัวใจของเขาอยู่ที่เธอ ที่แท้ความหมายของแม่ก็เป็นแบบนี้นี่เอง

“ดามองผมแล้วยิ้มมีอะไรรึเปล่า” ชายหนุ่มเห็นผู้หญิงที่เขารักนั่งยิ้มแต่ไม่ยอมพูดจา จึงอดสงสัยไม่ได้

“ไม่มีอะไรค่ะ เพียงแต่..ฉันมีเรื่องอยากให้คุณช่วย คุณจะทำให้ได้มั้ยคะ”

“ได้สิ..ดาอยากให้ผมทำอะไรให้ คุณบอกผมมาได้เลย ผมยินดีทำให้คุณได้ทุกอย่าง” หย่งหนานยื่นหน้าไปใกล้ๆจนสายตาของเขาสบกับสายตาของเธอ

“ฉัน..ฉันอยากให้คุณเล่าเรื่องของเราให้ฉันฟัง ฉันอยากจำคุณได้ค่ะ” หญิงสาวบอกหย่งหนานด้วยน้ำเสียงแผ่ว แก้มของเธอเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อทันทีที่สิ้นเสียงพูดของเธอ ซึ่งคำขอร้องนี้ทำให้หัวใจของหย่งหนานมันพองโตขึ้นไม่รู้กี่เท่า ชายหนุ่มรีบรับปากตามคำขอและก้มหน้าลงจูบที่หลังมือของเธออย่างแผ่วเบาด้วยความรัก ในเวลาที่ผ่านไปเกือบชั่วโมงที่เขาได้อยู่กับรัญชิดาตามลำพัง หย่งหนานค่อยๆเล่าเรื่องระหว่างพวกเขาสองคนให้รัญชิดาฟัง ถึงแม้จะเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นเพียงแค่ครึ่งปี แต่ก็มีความทรงจำมากมายที่ทำให้หย่งหนานไม่สามารถเล่าให้เธอฟังได้หมดภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงได้ แววตาของเธอ รอยยิ้มของเธอตอนที่เธอฟังหย่งหนานพูด ทำให้เขามีความหวังว่ารัญชิดาจะกลับมาจำทุกอย่างได้เหมือนเดิม แม้ว่าเขาจะลองย้อนถามเธอถึงเรื่องราวเหล่านั้นและได้คำตอบด้วยการส่ายหน้าของเธอก็ตาม จนกระทั่งเขาสังเกตเห็นว่ารัญชิดาเริ่มจะเหนื่อยแล้ว เมื่อเธอใช้มือข้างหนึ่งกุมไว้บริเวณบาดแผลที่ศีรษะ เขาจึงถามเธอด้วยความเป็นห่วง

“ดาปวดหัวอย่างงั้นหรอ ถ้ายังไงพอแค่นี้ก่อนนะ คุณหมอสั่งไว้ว่าไม่ให้รีบฟื้นความทรงจำให้คุณเร็วเกินไป มันจะไม่เป็นผลดีต่อคุณ” หย่งหนานบอกเธอและประคองให้เธอนอนลงบนเตียง “หลับตานะคนดีของผม” น้ำเสียงที่อ่อนโยนของหย่งหนานทำให้รัญชิดาเชื่อฟังเขาอย่างว่าง่าย จนเมื่อเห็นว่าเธอหลับไปแล้ว หย่งหยายจึงหยิบนิตยสารมานั่งอ่านที่โซฟาตัวยาว แต่เพิ่งจะอ่านไปได้ไม่ถึงหน้า เสียงโทรศัพท์มือถือของเขาก็ดังขึ้น และหลังจากที่เขารับโทรศัพท์คุยกับปลายสายไม่กี่คำ สีหน้าและแววตาที่มีแต่ความห่วงใยต่อรัญชิดาทำให้เขารู้สึกลังเล แต่สุดท้ายเขาก็ตัดสินใจที่จะเดินออกไปจากห้องและปล่อยให้เธอนอนอยู่คนเดียว

เวลาผ่านไปเกือบสิบห้านาทีที่หย่งหนานกลับมาที่ห้องของรัญชิดาอีกครั้ง เพียงแต่เขาไม่ได้เดินกลับมาคนเดียว ข้างกายของเขามีผู้หญิงใบหน้ารูปไข่ที่ถึงแม้จะมีแว่นกันแดดอำพรางไว้แต่ก็ไม่อาจซ่อนความงามของเธอไปได้ หญิงสาวสวมเสื้อผ้าฝ้ายสีขาวแต่งชายด้วยลูกไม้และสวมกางเกงยีนส์เข้ารูป ในมือของเธอถือช่อลิลลี่ที่ถูกแซมด้วยคาเนชั่นสีชมพูอ่อน แต่เมื่อพวกเขาสองคนเดินเข้ามาในห้องแล้ว จึงได้พบว่าเวลานี้รัญชิดากำลังนั่งดูอัลบั้มรูปถ่ายกับพิมพ์อร โดยที่มีธีรกานต์คอยบอกเธอถึงคนที่อยู่ในรูปถ่ายว่าเป็นใครบ้าง แต่เมื่อธีกานต์หันมาเห็นหย่งหนานก็ทำหน้าบึ้งใส่เขาทันที

“นี่คุณดูแลดายังไง ถึงได้ปล่อยให้ดานอนอยู่ในห้องคนเดียว ถ้าดาเกิดเป็นอะไรขึ้นมาอีก คุณจะรับผิดชอบได้มั้ย” ธีรกานต์ตรงเข้าไปต่อว่าชายหนุ่มที่ยังยืนงงอยู่ไม่รู้ว่าธีรกานต์มาตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่พอเธอเห็นผู้หญิงอีกคนที่ยืนข้างหย่งหนาน เธอจึงมองผู้หญิงคนนั้นด้วยความสงสัยจนเมื่อเธอถอดแว่นกันแดดออก ธีรกานต์จึงได้เผลอยิ้มออกมาและตามด้วยเสียงของรัญชิดาที่พูดขึ้น

“ฉันจำได้ คุณคือคุณแอนนี่ใช่มั้ยคะ” รัญชิดายิ้มแล้วจึงบอกพี่สาวของเธอด้วยความตื่นเต้น “พี่กานต์ คุณแอนนี่สวยจังเลยค่ะ ตัวจริงสวยกว่าในทีวีอีกนะคะ” รัญชิดามองแอนนี่อย่างชื่นชม เหมือนกับแฟนคลับที่ได้เจอดาราที่ตัวเองชื่นชอบ แต่ทำให้หย่งหนานอดสงสัยไม่ได้จึงได้ถามกับรัญชิดาว่าแต่ทำไมเธอถึงจำแอนนี่ได้ทั้งที่ไม่เคยเจอกันมาก่อน รัญชิดาจึงบอกว่าเมื่อคืนนี้เธอดูละครหลังข่าวแล้วเห็นนางเอกละครคนนั้นสวยมาก เธอจึงถามกับพิมพ์อรว่านางเอกละครคนนี้ชื่ออะไร แต่พิมพ์อรก็ให้คำตอบกับเธอไม่ได้ จนเมื่อเธอหันไปเห็นรูปแอนนี่บนปกนิตยสารที่พิมพ์อรเพิ่งซื้อมาให้เธออ่าน จึงทำให้เธอรู้ว่านางเอกคนนั้นก็คือแอนนี่หลิว หลังจากรัญชิดาบอกหย่งหนานแล้ว เธอจึงเอี่ยวตัวไปหยิบนิตยสารที่ถูกวางซ้อนกันอยู่บนโต๊ะที่อยู่ข้างเตียงของเธอมาให้เขาดู

“นี่ไงคะ คุณแอนนี่” เธอหยิบนิตยสารที่ถูกวางไว้เกือบเล่มสุดท้ายขึ้นมา แล้วชี้ไปที่รูปของแอนนี่ จากนั้นจึงละสายตามามองเจ้าของรูป แอนนี่มองแววตาของรัญชิดาที่มองเธออย่างชื่นชมแล้วจึงยิ้มที่มุมปากพร้อมทั้งยื่นช่อดอกไม้ให้

“ดอกไม้สำหรับคุณค่ะ ขอให้คุณหายไวๆนะคะ” รัญชิดายื่นมือไปรับช่อดอกไม้ของแอนนี่ แม้จะมีความสงสัยอยู่บ้างที่จู่ๆก็มีนางเอกคนดังมาเยี่ยมเธอพร้อมดอกไม้ช่องาม แต่ความตื่นเต้นดีใจมันมีมากกว่า จนแสดงออกมาให้เห็นที่แววตาของหญิงสาว

“ผมขอแนะนำให้รู้จักนะครับ คนนี้คือคุณแอนนี่ เธอเป็นเพื่อนของผมครับ” หย่งหนานพูดแนะนำเป็นภาษาอังกฤษเพื่อที่พิมพ์อรจะได้ฟังเข้าใจด้วย ซึ่งการแนะนำว่าแอนนี่เป็นเพื่อนของชายหนุ่ม ทำให้ผู้หญิงอีกสามคนที่อยู่ในห้องถึงกลับตาลุกวาว โดยเฉพาะรัญชิดาที่ความตื่นเต้นของเธอทำให้แอนนี่ยิ้มแต่เป็นรอยยิ้มที่ซ่อนความรู้สึกบางอย่างเอาไว้ในใจและจึงพูดคุยกับรัญชิดาอย่างเป็นกันเอง จนทำให้รัญชิดาปลื้มแอนนี่มากขึ้นไปอีก ธีรกานต์ที่ยังไม่หายโกรธหย่งหนานที่ทิ้งน้องสาวของเธอไว้ในห้องคนเดียวเพื่อไปรับเพื่อน จึงได้เดินเข้าไปหาหย่งหนานแล้วดึงแขนของเขาไปคุยด้วยกันอีกมุมหนึ่งของห้อง แอนนี่ที่ทำทีเป็นคุยกับรัญชิดาแต่หูของเธอพยายามที่จะแอบฟังจึงทำให้แอนนี่ได้ยินธีรกานต์ที่กำลังต่อว่าหย่งหนาน

เวลาผ่านไปอีกพักใหญ่ แอนนี่จึงได้ขอตัวกลับเพราะเธอมีคิวต้องไปถ่ายละครต่อในขณะที่ธีรกานต์เดินตามออกไปด้วย เพราะเธอต้องกลับไปช่วยงานที่ร้าน เมื่อทั้งสองคนไปแล้วพิมพ์อรจึงเดินเข้ามาหาหย่งหนานที่นั่งเงียบอยู่ที่โซฟาตัวยาว จากสีหน้าของเขาทำให้เธอรู้ว่าเขาคงโดนธีรกานต์ต่อว่าไปเยอะ เหมือนที่เธอก็โดนพี่สาวของเพื่อนรักเอ็ดไปหลายคำเหมือนกัน

“ดูเหมือนว่าคุณจะโดนพี่กานต์ดุเยอะกว่าฉันนะคะ” พิมพ์อรยิ้มให้กำลังใจและบอกกับเขาว่าเธอก็โดนธีรกานต์ดุเหมือนกันที่ปล่อยให้รัญชิดาอยู่ในห้องคนเดียว หย่งหนานจึงย้อนถามไปว่าเธอกับธีรกานต์มากันตั้งแต่เมื่อไหร่ พิมพ์อรจึงบอกว่าเธอมาเจอกับธีรกานต์ตอนที่กำลังจะกลับขึ้นมาข้างบนจึงได้มาที่ห้องพร้อมกัน ซึ่งก็มาถึงก่อนหน้าที่หย่งหนานจะกลับมาแค่สิบนาที ทำให้หย่งหนานรู้สึกโล่งใจที่อย่างน้อยรัญชิดาก็อยู่ในห้องคนเดียวแค่ไม่ถึงห้านาที แต่ในขณะที่ธีรกานต์กลับคิดว่าน้องสาวถูกทิ้งให้อยู่คนเดียวไว้นานกว่านั้นจึงได้ต่อว่าหย่งหนานกับพิมพ์อรเสียยกใหญ่

“ผมต้องขอโทษคุณเอมมี่ด้วยนะครับที่ทำให้คุณโดนดุไปด้วยเลย”

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ฉันเข้าใจพี่กานต์แล้วถ้าพี่กานต์ไม่อาสาเอาอาหารกลางวันของแม่โรสมาส่งให้ เราสองคนไม่มีทางโดนดุหรอกค่ะ” พิมพ์อรหัวเราะอย่างอารมณ์ดีและยังบอกกับหย่งหนานอีกว่าธีรกานต์ได้เอาอัลบั้มรูปถ่ายตอนที่รัญชิดายังเป็นเด็กมาด้วยตามที่เธอขอไว้กับแม่โรสเมื่อวานนี้ ท่านจึงได้ฝากมาให้ พอหย่งหนานรู้แบบนั้นก็จะขอดูบ้างแต่พิมพ์อรกลับไม่ยอมให้ดูพร้อมทั้งบอกว่าถ้าเขาอยากดูต้องไปขอกับรัญชิดาเอง เพราะมีภาพลับเฉพาะที่เขาจะดูไม่ได้ถ้าเจ้าของไม่อนุญาต หย่งหนานได้ยินแบบนั้นก็ยิ่งอยากเห็น แต่ก่อนที่เขาจะไปขอรัญชิดาดูภาพถ่ายของเธอ พิมพ์อรก็พูดรั้งเขาไว้ก่อน

“ดากำลังดูรูปอยู่ คุณอย่าเพิ่งไปกวนดาดีกว่า เพราะเรายังมีเรื่องต้องคุยกันอีก” พิมพ์อรคว้าแขนของหย่งหนานเอาไว้แล้วชำเลืองสายตาไปทางรัญชิดาที่กำลังดูรูปของเธออย่างสนใจ

“คุณมีเรื่องอะไรจะคุยกับผมหรอครับ” เขาย้อนถามด้วยแววตาสงสัย

“ฉันอยากรู้เรื่องของคุณแอนนี่ บอกฉันมาเดี๋ยวนี้เลยนะว่าทำไมดาราดังอย่างเธอถึงมาเยี่ยมดาได้” หย่งหนานอมยิ้มแล้วจึงเล่าให้พิมพ์อรฟังอย่างไม่ปิดบังว่าแอนนี่ไปหาเขาที่โรงแรมจึงได้รู้ว่าเขาไม่ได้เข้ามาทำงานหลายวันแล้ว เมื่อคืนนี้เธอจึงโทรศัพท์มาหาเขาเพื่อถามว่าเขาเป็นอะไรรึเปล่า หย่งหนานจึงได้บอกกับแอนนี่ว่าเขามาดูแลแฟนที่ไม่สบายอยู่ที่โรงพยาบาลก็เลยไม่ได้เข้าไปที่โรงแรม ซึ่งตอนนี้ได้เหวินฉีช่วยดูแลงานในส่วนของเขาให้ พอแอนนี่รู้แบบนั้นเธอก็เลยมาเยี่ยมรัญชิดาที่โรงพยาบาลและโทรศัพท์บอกเขาตอนที่เธอมาถึงเพื่อให้เขาลงไปรับเธอและพาเธอขึ้นมา ซึ่งตอนแรกหย่งหนานคิดว่าจะใช้เวลาไม่นาน จึงได้ตัดใจให้รัญชิดาอยู่ที่ห้องคนเดียว แต่ก็ไม่นึกเลยว่าจะเสียเวลาแบบนี้จนทำให้ธีรกานต์โกรธ พิมพ์อรได้ฟังที่หย่งหนานเล่าก็หายสงสัยและบอกกับหย่งหนานให้เข้าใจที่ธีรกานต์โกรธหย่งหนานเพราะเธอมีอคติกับมาเฟียทุกคน ทำให้หย่งหนานย้อนถามพิมพ์อรว่าทำไมธีรกานต์ถึงรู้สึกแบบนั้น คำถามของเขาทำให้พิมพ์อรนิ่งไปครู่นึงแล้วจึงพูดขึ้น

“ความจริงฉันก็ไม่รู้อะไรมากนะคะ แต่ที่ดาเคยเล่าให้ฉันฟังก็คือตอนที่ครอบครัวของดาย้ายมาอยู่ที่ฮ่องกงใหม่ๆพ่อกับแม่ถูกมาเฟียเจ้าถิ่นมาหาเรื่องเพื่อเก็บค่าคุ้มครองทั้งที่ร้านอาหารเพิ่งจะเปิดได้ไม่นาน ดาบอกว่าตอนนั้นพ่อกับแม่ไม่มีเงินจ่ายให้ พวกมันก็เลยพังร้านจนข้าวของเสียหาย และด้วยความที่เป็นคนไทยที่เพิ่งเข้ามาอยู่ในฮ่องกงได้ไม่นาน ทำให้ไม่ค่อยรู้จักใครเท่าไหร่ ซึ่งกว่าการค้าจะฟื้นตัวได้ก็ใช้เวลาอีกหลายเดือน ดาบอกว่าช่วงนั้นครอบครัวลำบากมากแต่โชคดีที่ปู่กับย่าของดาที่อยู่เมืองไทย ท่านส่งเงินมาช่วยเหลือค่ะ ก็เลยทำให้ลืมตาอ้าปากได้ แต่ดาก็บอกว่าหลังจากนั้นพ่อกับแม่ก็ต้องแบ่งเงินไว้ส่วนหนึ่งเพื่อจ่ายค่าคุ้มครองให้มาเฟียเจ้าถิ่น ไม่อย่างงั้นก็คงจะค้าขายลำบากค่ะ”

“ผมพอเข้าใจเรื่องที่เกิดขึ้นนะครับ แต่ทำไมมันถึงทำให้คุณกานต์มีอคติกับมาเฟียได้ถึงขนาดนี้ล่ะครับ”

“เพราะเรื่องมันไม่ได้มีแค่นี้ไงค่ะ มันมีเรื่องที่ทำให้พี่กานต์โกรธมากแล้วก็เสียใจมากด้วยค่ะ เพียงแต่..ฉันไม่รู้ว่ามันเป็นเรื่องอะไร” พิมพ์อรยิ้มหน้าเจื่อนๆ ทำให้หย่งหนานที่กำลังจะได้รู้ความจริงถึงกลับถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ “ถ้ายังไงรอให้ดาหายดีก่อน แล้วคุณค่อยถามกับดาเอาเองนะคะ” พิมพ์อรพูดพลางชี้นิ้วไปทางเพื่อนรักทำให้หย่งหนานได้แต่พยักหน้าแล้วถึงได้เดินไปหารัญชิดาที่ยังนั่งดูรูปอยู่อย่างสนอกสนใจ

“ผมขอดูรูปบ้างได้มั้ยดา” รัญชิดาสะดุ้งเมื่อหย่งหนานเดินเข้ามาโดยที่เธอไม่รู้ตัว ทำให้หญิงสาวรีบปิดอัลบั้มรูปแล้วกอดไว้กับตัวของเธอ หน้าตาของหญิงสาวบอกให้เขารู้ว่าเธอหวง หย่งหนานจึงบอกเธอว่าเขาไม่อยากดูก็ได้ แต่เธอต้องนอนพักผ่อนได้แล้ว รัญชิดาจึงหันไปหาพิมพ์อรแล้วฝากอัลบั้มภาพของเธอไว้กับเพื่อนรักและยังพูดกำชับว่าไม่ให้หย่งหนานดูเด็ดขาด เมื่อพิมพ์อรรับปาก เธอจึงได้ยอมนอนพักผ่อนและหลับไปในเวลาไม่นาน หย่งหนานเห็นคนรักหลับไปแล้ว จึงชำเลืองไปมองอัลบั้มรูปถ่ายที่รัญชิดาหวง แต่ด้วยสายตาที่อยากรู้ของหย่งหนานที่ต้องยอมตัดใจ ทำให้พิมพ์อรอดสงสารไม่ได้ สุดท้ายเธอจึงแอบให้หย่งหนานดูรูปถ่ายของรัญชิดาและทำให้เขารู้ว่าภาพลับเฉพาะของผู้หญิงที่เขารักก็คือภาพของเธอตอนอายุหกขวบที่ใส่ชุดว่ายน้ำแบบทูพีช รอยยิ้มของหย่งหนานตอนที่เห็นรูปนั้นทำให้พิมพ์อรต้องชี้นิ้วอย่างคาดโทษเพื่อไม่ให้เขาเผลอหลุดปากออกไปเด็ดขาดว่าเขาเห็นรูปลับเฉพาะของรัญชิดาแล้ว เพราะถ้าเขาเผลอพูดออกไป เพื่อนรักจะต้องโกรธเธอแน่ๆ คำพูดเป็นเชิงออกคำสั่งของพิมพ์อรทำให้หย่งหนานยิ้มจนตาหรี่เล็กลงทั้งสองข้างและสัญญาว่าเขาจะไม่เผลอพูดออกไป

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: Godfather The Series : มาเฟียหลงเงา   Sat Dec 15, 2012 10:06 am

เวลาบ่ายของวันรุ่งขึ้นที่พิมพ์อรถูกธีรกานต์ขอร้องให้ออกไปซื้อของใช้ให้รัญชิดาเป็นเพื่อนเธอ จึงทำให้พิมพ์อรรีบรับปากทันทีเพราะนอกจากจะได้ไปเดินเล่นแล้ว ยังเป็นการเปิดโอกาสให้หย่งหนานได้อยู่ตามลำพังกับรัญชิดาอีกด้วย ทำให้เวลานี้ภายในห้องพักพักฟื้นของผู้ป่วย มีเพียงแค่เขากับเธอสองคน

“คุณรู้มั้ยว่าฉันจะได้กลับบ้านเมื่อไหร่ ฉันไม่อยากอยู่โรงพยาบาลแล้วนะ เบื่อจะแย่” รัญชิดาที่กำลังกดรีโมทเพื่อเปลี่ยนช่องทีวีบ่นกับหย่งหนานที่นั่งอยู่ใกล้ๆ

“คุณหมอบอกว่าวันพรุ่งนี้ก็ให้คุณกลับบ้านได้แล้ว คุณดีใจมั้ย” คำตอบของหย่งหนานทำให้เธอตบมือชอบใจ แต่แล้วเธอก็ยู่ปาก ทำให้หย่งหนานที่เห็นเธอทำหน้าแบบนั้นต้องหัวเราะเธออย่างนึกขำ

“ผมรู้แล้วว่าคุณเบื่อ เอาอย่างงี้ดีมั้ย เดี๋ยวผมพาคุณลงไปเดินเล่นข้างล่าง” รัญชิดารีบพยักหน้าอย่างเห็นด้วยทันที อย่างน้อยมันก็ดีกว่าให้เธอนั่งๆนอนๆอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมแบบนี้ แต่ในขณะที่หย่งหนานกำลังจะพาเธอลงไปเดินเล่น เสียงของคนที่เคาะประตูอยู่ด้านนอกก็เดินเข้ามาพอดี รัญชิดาเห็นแขกที่เข้ามาเท่านั้น เธอก็ยิ้มรับอย่างสดใส

“แอนนี่..คุณมาได้ยังไง” หย่งหนานถามหญิงสาวที่กำลังเดินเข้ามา

“ฉันก็มาคุยเป็นเพื่อนคุณดายังไงคะ” เธอกะพริบตาข้างนึงให้รัญชิดาอย่างรู้กัน ทำให้รัญชิดาพูดด้วยความดีใจที่เห็นแอนนี่มาหาเธอวันนี้ เพราะเธอยังคิดว่าแอนนี่จะไม่มาแล้ว แอนนี่จึงบอกว่าเธอขอเลื่อนคิวถ่ายละครไปตอนค่ำก็เลยทำให้มีเวลามาคุยเรื่องที่ค้างไว้ต่อ พอหย่งหนานได้ยินแบบนั้นก็รีบถามขึ้นมาทันทีว่าพวกเธอสองคนมีเรื่องอะไรที่ต้องคุยกัน แอนนี่ได้ยินคำถามนั้นจึงบอกให้รัญชิดาเป็นคนบอกกับชายหนุ่ม

“ก็คุณแอนนี่เป็นเพื่อนของคุณไม่ใช่หรอคะ ฉันก็เลยอยากรู้เรื่องของคุณจากคุณแอนนี่ ทำไมหรอ..หรือว่าฉันรู้ไม่ได้”

“คุณอยากรู้อะไรก็ถามผมสิ ไม่เห็นต้องไปรบกวนแอนนี่เลย” หย่งหนานพูดค้านขึ้นมา แต่รัญชิดาไม่ได้สนใจในคำพูดของเขาแม้แต่น้อย

“แต่คุณแอนนี่บอกว่าเธอมีความลับของคุณจะเล่าให้ฉันฟังด้วย เรื่องอะไรฉันจะไปอยากรู้จากคุณ รู้จากคุณแอนนี่ไม่ดีกว่าหรอ” รัญชิดาจับมือกับแอนนี่ด้วยความสนิทสนม แต่การแสดงออกแบบนั้นทำให้หย่งหนานรู้สึกไม่ค่อยสบายใจเท่าไหร่ แต่ครั้นจะพูดห้ามก็คงทำไม่ได้ จึงได้แต่นั่งลงและขอฟังพวกเธอคุยกันอย่างเงียบๆ แอนนี่รู้ความคิดของหย่งหนานดีที่เขาคงไม่ยอมให้เธออยู่กับรัญชิดาตามลำพัง เธอจึงกระซิบบอกกับรัญชิดาว่าความลับของหย่งหนาน ถ้ามีเขาอยู่ฟังด้วยจะเรียกว่าเป็นความลับได้อย่างไร ซึ่งรัญชิดาก็พยักหน้าเห็นด้วยทำให้แอนนี่บอกกับรัญชิดาให้เธอขอให้หย่งหนานไปซื้อทาร์ตไข่เจ้าอร่อยที่ซัมซุยโปมาให้ เพื่อที่เขาจะได้ออกไปข้างนอก รัญชิดาได้ยินคำแนะนำแบบนั้นจึงใช้ทั้งสายตาและน้ำเสียงที่อ้อนวอนกับหย่งหนาน จนสุดท้ายเขาก็ต้องยอมตามใจเธอและได้ฝากให้แอนนี่ดูแลรัญชิดาแทนเขาด้วย

แอนนี่พารัญชิดามานั่งคุยกันที่โซฟาตัวยาว แววตาของเธอที่กำลังมองรัญชิดาอยู่มีแต่ความอิจฉาริษยา ยิ่งได้เห็นแววตาที่ห่วงใยของหย่งหนานที่มีให้ผู้หญิงที่เขารัก ทำให้เธอต้องการแย่งชิงหัวใจของเขากลับคืนมาให้ได้ และถ้าหากเธอไม่มัวหลงในชื่อเสียงที่ได้มาจนไม่เห็นคุณค่าความรักของหย่งหนาน มีหรือที่หัวใจของเขาจะไปอยู่ที่คนอื่น ข่าวของหย่งหนานกับผู้หญิงอีกคนทำให้แอนนี่รู้ใจของเธอดีว่าตลอดเวลาสองปีที่ต้องแยกทางกัน เธอไม่เคยลืมเขาได้เลย และจะด้วยความรู้สึกอะไรก็ตามที่ทำให้แอนนี่ยังคิดถึงหย่งหนาน เธอจึงไม่ต้องการให้ผู้หญิงหน้าตาใสซื่อคนนี้ได้หัวใจของหย่งหนานไป และเพราะคำพูดของธีรกานต์ที่คุยกับเธอเมื่อวานนี้ มันทำให้เธอรู้ดีว่าไม่มีใครเหมาะสมกับหย่งหนานไปมากกว่าเธออีกแล้ว

“ฉันรู้สึกว่าฉันเคยอ่านเจอข่าวของคุณกับหย่งหนานในนิตยสารบันเทิงนะคะ ถ้าความจำของฉันยังดีอยู่ เหมือนจะเขียนข่าวว่าคุณแอนนี่กับหย่งหนานเป็นแฟนกันใช่มั้ยคะ” ธีรกานต์ที่รีบเดินตามหลังแอนนี่มาจนทัน รีบพูดขึ้นขณะที่ทั้งสองคนกำลังรอลิฟต์

“หย่งหนาน..คุณหมายถึงวินเซ็นต์อย่างงั้นหรอคะ”แอนนี่ย้อนถามและซ่อนแววตาที่สงสัยในเจตนาของธีรกานต์ที่ถามคำถามนี้กับเธอไว้ภายใต้แว่นกันแดด “นั่นมันข่าวซุบซิบของนักข่าวที่นั่งเทียนเขียนขึ้นมา คุณเชื่อด้วยหรอคะ” เธอยิ้มที่มุมปากก่อนที่จะเดินเข้าไปในลิฟต์ โดยมีธีรกานต์เดินตามไปด้วย

“ฉันไม่ค่อยอยากเชื่อเท่าไหร่หรอกค่ะ เพราะคุณก็น่าจะรู้ว่าตอนนี้น้องสาวของฉันเป็นแฟนกับหย่งหนาน แถมตอนนี้ดายังความจำเสื่อม ใครพูดยังไงดาก็เชื่อตามนั้น ถ้าเกิดดาเข้าใจว่าคุณเป็นแฟนเก่าที่จะมาขอคืนดีกับหย่งหนานขึ้นมา ดาคงเสียใจมาก”

“คุณพูดแบบนี้หมายความว่ายังไงคะ หรือว่าคุณอยากให้ฉันคืนนี้กับวินเซ็นต์จริงๆ เพราะเท่าที่ฉันสังเกตดู ฉันรู้สึกว่าคุณจะไม่ค่อยชอบเขาเท่าไหร่นี่คะ” แอนนี่หันไปมองธีรกานต์ แต่ธีรกานต์ไม่ได้หันมาสบตากับเธอ ใบหน้าที่นิ่งเฉยของอีกฝ่ายมันยากที่แอนนี่จะเดาใจได้

“ฉันไม่ได้พูดซักหน่อยว่าอยากให้คุณมาคืนดีกับหย่งหนาน เพียงแต่ฉันรู้สึกว่าดาไม่ควรอยู่กับเขา เพราะที่ดาต้องเป็นแบบนี้ก็เพราะเขาเป็นต้นเหตุ คุณก็รู้นี่ว่าหย่งหนานเป็นคนรวย แถมยังมีอิทธิพลในขณะที่น้องสาวของฉันเป็นแค่ผู้หญิงธรรมดาแล้วตอนนี้ยังความจำเสื่อม ใครเหมาะสมกับเขามากที่สุด คุณก็น่าจะรู้ดีอยู่แล้ว” ธีรกานต์ยิ้มที่มุมปากและก้าวเดินออกจากไปลิฟต์เมื่อถึงชั้นล่าง ในขณะที่แอนนี่เดินตามมาข้างหลังอย่างช้าๆเหมือนเธอกำลังคิดตามที่ธีรกานต์พูด จนกระทั่งคนที่เดินนำอยู่หันกลับมาและพูดประโยคทิ้งท้ายเอาไว้

“เมื่อกี้ก่อนออกมา..ดาบอกกับฉันว่าคุณมีความลับเกี่ยวกับหย่งหนานจะเล่าให้เธอฟังนี่คะ บังเอิญว่าพรุ่งนี้ฉันจะชวนน้องแพร..เพื่อนคนไทยของดาที่นั่งอยู่ในห้อง คุณคงเห็นแล้วนะ เธอเป็นเพื่อนรักของน้องสาวฉัน วันพรุ่งนี้ตอนบ่ายฉันจะชวนเธอไปซื้อของซักหน่อย ถ้าคุณว่างก็มาคุยเป็นเพื่อนดาสิ”
ถึงแม้แอนนี่จะไม่เข้าใจในเจตนาที่แท้จริงของธีรกานต์ แต่เธอก็อยากให้รัญชิดารู้เรื่องระหว่างเธอกับหย่งหนานว่ามันลึกซึ้งแค่ไหน บางทีคำพูดของธีรกานต์มันอาจจะถูกต้องก็ได้ เมื่อภาพในอดีตที่มีแต่ความรู้สึกดีๆระหว่างเธอกับหย่งหนานมันลอยอยู่ตรงหน้าในขณะที่เธอเล่าเรื่องสมัยเรียนมหาวิทยาลัยด้วยกันให้รัญชิดาฟัง

“คุณดาคะ..คุณดาคิดว่าวินเซ็นต์เป็นคนดีมั้ยคะ” แอนนี่ถามกับรัญชิดาที่กำลังนั่งอมยิ้ม เมื่อเธอรู้สึกว่าคนรักของเธอเป็นคนดีมากหลังจากได้ฟังเรื่องราวของเขาจากแอนนี่ จึงได้พยักหน้าช้าๆแทนคำตอบ

“แต่คุณคงไม่รู้ว่าวินเซ็นต์เป็นคนที่สร้างภาพได้เก่งมาก สมัยที่ฉันเรียนมหาวิทยาลัยที่เดียวกับเขา เขาก็เป็นคนดีแบบนี้จนทำให้ฉันหลงรักและเขาก็เคยสัญญากับฉันว่าเขาจะแต่งงานกับฉันเมื่อฉันเรียนจบ แต่ผ่านมาห้าปีฉันถึงได้รู้ว่ามันเป็นแค่คำลวงของผู้ชายที่ไม่มีความรับผิดชอบ ฉันรู้ว่าตอนนี้วินเซ็นต์กำลังหลงคุณมาก และฉันก็ไม่ควรพูดเรื่องนี้ขึ้นมาอีก แต่ฉันทนไม่ได้ที่จะต้องทนเห็นคุณเหมือนฉันที่ต้องเห็นเขาไปมีอะไรกับผู้หญิงคนอื่น คุณดาคะ..ฉันไม่ได้ต้องการมาทำลายความรักของคุณที่มีต่อวินเซ็นต์นะคะ แต่เขาไม่คู่ควรกับความรักของคุณจริงๆ คุณเชื่อฉันเถอะค่ะ” แอนนี่จับมือที่เย็นเฉียบของรัญชิดาไว้แน่น แววตาของเธอดูสับสนและไม่เชื่อในคำพูดของแอนนี่

“นี่คุณกำลังจะบอกฉันหรอคะว่าคุณกับวินเซ็นต์ไม่ได้เป็นแค่เพื่อนกันธรรมดา” รัญชิดาค่อยๆพูด คำแต่ละคำที่หลุดออกไปจากริมฝีปากบางของเธอทั้งไม่แน่ใจและสับสน ทำให้แอนนี่บีบมือของเธอเบาๆพร้อมทั้งพูดขึ้น

“คุณเข้าใจถูกแล้วค่ะ วินเซ็นต์เป็นคนรักของฉัน พวกเราสองคนคบกันมานานแล้ว แต่เพราะว่าฉันเป็นดาราที่กำลังมีชื่อเสียง ฉันกับเขาจึงไม่เคยเปิดเผยเรื่องนี้ออกไปให้ใครรู้และบอกกับคนภายนอกว่าเราเป็นแค่เพื่อนกัน ทั้งที่จริงแล้วความสัมพันธ์ของพวกเราก็ไม่ต่างอะไรกับคนที่เป็นสามีภรรยา ตลอดเวลาหลายปีที่เขามักมาหาฉันบ่อยๆและอยู่ค้างคืนที่คอนโดของฉัน จนฉันคิดว่าเขาคงไม่มีคนอื่นนอกจากฉันคนเดียว แต่ใครจะรู้ล่ะคะว่าเวลาที่เขาไม่ได้นอนอยู่ข้างๆฉัน เขากลับไปมีอะไรกับผู้หญิงคนอื่น มีหลายครั้งที่ฉันบอกให้เขาเลิกกับผู้หญิงพวกนั้นแต่มันก็เปล่าประโยชน์ จนกระทั่งเขามาเจอคุณ เขา..” แอนนี่หยุดพูดพร้อมทั้งถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ สีหน้าและแววตาที่ดูเป็นทุกข์ของเธอ ทำให้รัญชิดายิ่งสงสัย

“เขาทำไมหรอคะ คุณแอนนี่บอกฉันมาเถอะค่ะ”

“เขาบอกกับฉันว่าเขาต้องการคุณ แต่ฉันรู้ว่ามันไม่ใช่ความรัก เขาไม่เคยรักใครจริง คุณอาจจะไม่เชื่อที่ฉันพูดก็ได้นะคะ แต่นี่คือความจริงที่เขาไม่ต้องการให้คุณรู้”

“หมายความว่าที่คุณพูดมาทั้งหมด มันก็คือความลับของเขาที่คุณจะบอกฉันใช่มั้ยคะ”

“ใช่ค่ะ คุณไม่สังเกตบ้างหรือคะว่าเขาไม่อยากให้ฉันได้คุยกับคุณเท่าไหร่ เพราะเขากลัวว่าฉันจะเล่าเรื่องของเราให้คุณฟัง คุณดาคะ..วินเซ็นต์กำลังหลอกคุณนะคะ เขากำลังใช้โอกาสที่คุณความจำเสื่อมหลอกให้คุณเชื่อว่าเขารักคุณ จริงใจกับคุณ แต่ความจริงเขาก็แค่นึกสนุกตามประสาผู้ชายที่เจ้าชู้เท่านั้นแหละค่ะ”

“แล้วทำไมคุณแอนนี่ยังทนอยู่กับเขาอีกคะ” น้ำเสียงของรัญชิดาเริ่มแผ่วลง ถึงแม้เธอจะไม่รู้ว่าสิ่งที่แอนนี่กำลังบอกเธออยู่นั้นมันเป็นความจริงหรือไม่ แต่เธอก็ต้องการคำตอบ

“เพราะฉันรักเขาไงคะ ถึงแม้วินเซ็นต์จะเจ้าชู้ไปบ้าง แต่ฉันก็รู้ว่าเขาขาดฉันไม่ได้ และสุดท้ายเขาก็จะกลับมาหาฉันเหมือนทุกครั้ง แต่คุณดาเป็นคนดีเกินไปสำหรับวินเซ็นต์ อย่าให้ชีวิตของคุณต้องมัวหมองเพราะผู้ชายคนนี้เลยค่ะ และที่ฉันบอกคุณก็เพราะฉันหวังดี คุณอย่าไปยุ่งกับเขาเลยนะคะ” แอนนี่แตะหลังมือของรัญชิดาเบาๆเมื่อเธอสังเกตเห็นแววตาของรัญชิดาที่กำลังสับสนในความรู้สึกที่กำลังขัดแย้งกันอยู่จนทำให้รัญชิดานั่งเงียบ และความเงียบนั้นทำให้แอนนี่รู้ว่ารัญชิดากำลังคิดตามในสิ่งที่เธอพูดออกไป

“ฉันคงต้องขอตัวกลับก่อนนะคะ ยังไงคุณก็ลองทบทวนดูให้ดี แต่ถ้าคุณไม่เชื่อที่ฉันพูด คุณจะลองถามกับวินเซ็นต์ดูก็ได้ค่ะ แต่ฉันเดาได้เลยว่าเขาจะต้องปฏิเสธแน่ๆ เพราะผู้ชายอย่างเขา เก่งที่สุดก็คือการโกหกค่ะ” แอนนี่ยิ้มบางๆให้รัญชิดาที่ยังนั่งอยู่ที่เดิม คล้ายไม่รับรู้สิ่งใดอีกแล้ว และนั่นทำให้แอนนี่พอใจในสิ่งที่เธอได้ทำลงไป เพียงแค่แอนนี่เดินพ้นสายตาของรัญชิดาไปเท่านั้น ภาพของหย่งหนานกลับปรากฏขึ้นในความทรงจำของเธอ ภาพที่เขากำลังเล่าเรื่องของแอนนี่ให้เธอฟัง เพียงแต่มันเหมือนภาพที่ขาดหายเป็นช่วงๆจนไม่สามารถประติดประต่อเรื่องราวได้ และเพียงแค่เสี้ยววินาทีที่ชื่อของแอนนี่ดังขึ้นชัดเจนในความทรงจำของเธอ รัญชิดาต้องร้องครวญครางออกมาเมื่อเธอรู้สึกปวดหัวเหมือนมีอะไรมาบีบมันไว้จนมือทั้งสองข้างกุมหัวของเธอไว้แน่นและขดตัวนอนคุดคู้บนโซฟา น้ำตาของเธอได้ไหลออกมาจากดวงตาคู่งามพร้อมกับเสียงครางของเธอที่ค่อยๆเงียบลง

++++++++++++++++++++++++++++++++++

โปรดติดตามต่อไป

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
O-yohyo
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 4 กระบี่ไร้น้ำตา
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 4 กระบี่ไร้น้ำตา
avatar

จำนวนข้อความ : 6683
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: Godfather The Series : มาเฟียหลงเงา   Sat Dec 15, 2012 1:01 pm



แวะมาอ่านแล้วค่า Very Happy

_________________



Charmaine Sheh / เสอซือมั่น - อาเส่ / 佘詩曼
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
chuengngee
ศิษย์ใหม่ชาเรี่ยน..เอ๊าะๆเฟรชๆ
ศิษย์ใหม่ชาเรี่ยน..เอ๊าะๆเฟรชๆ


จำนวนข้อความ : 55
: 39
Registration date : 13/12/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: Godfather The Series : มาเฟียหลงเงา   Fri Dec 21, 2012 4:39 pm

แอนนี่...เธอ...ไม่นะ...ทำไม...เธออออ
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: Godfather The Series : มาเฟียหลงเงา   Sat Dec 22, 2012 11:10 am

ตอนที่ 10

เสียงเคาะแป้นคีย์บอร์ดที่เป็นจังหวะด้วยความเร็วที่ไม่สม่ำเสมอภายในห้องทำงานสี่เหลี่ยม ทำให้เกาเหวินฉีที่กำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ที่โซฟาภายในห้องนั้นต้องเงยหน้าขึ้นมามองเถียนหย่งหนานที่กำลังคร่ำเคร่งกับการพิมพ์แผนการตลาดในไตรมาสแรกของปีหน้าที่เขาเป็นคนเขียนร่างในกระดาษเมื่อสองวันก่อนเพื่อเตรียมนำเข้าที่ประชุมของฝ่ายบริหาร แต่เขาพิมพ์อยู่นานแล้วก็ไม่มีวี่แววว่าเขาจะทำเสร็จเสียทีจนเกาเหวินฉีต้องลุกเดินเข้าไปดู ถึงได้รู้ว่าเถียนหย่งหนานพิมพ์งานไปได้ไม่กี่บรรทัด เขาก็ลบแก้ไขอยู่แบบนั้น จึงทำให้หน้าเอกสารของโปรแกรมเวิร์ด มีตัวอักษรไปได้ไม่ถึงครึ่งหน้า

“นายเป็นอะไรรึเปล่า หรือว่ายังไม่พอใจกับแผนการตลาดที่นายร่างไว้ ถ้าเป็นแบบนั้นนายก็คิดแผนขึ้นมาใหม่ก่อนสิ ขืนนายพิมพ์ไปคิดไปแบบนี้ แล้วเมื่อไหร่มันถึงจะเสร็จ” เหวินฉียันมือข้างนึงไว้บนโต๊ะพร้อมทั้งโน้มตัวลงมาดูแผ่นกระดาษที่หย่งหนานเขียนร่างเอาไว้พร้อมทั้งกวาดสายตาอ่านดูคร่าวๆ

“นายคิดว่าดาเปลี่ยนไปมั้ย แต่ฉันรู้สึกว่าดาแปลกๆไปนะ” หย่งหนานหยุดพิมพ์เอกสารแต่สายตายังมองไปที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ แต่เมื่อเหวินฉีได้ยินคำถามของหย่งหนานที่ไม่ใช่คำตอบที่เขาต้องการ ชายหนุ่มจึงได้ร้องอุทานออกมาทั้งรอยยิ้ม

“เฮ้ย..นี่นายมัวคิดถึงแฟนอยู่นี่เอง มิน่าถึงได้พิมพ์ไม่เสร็จซักที ก็มัวแต่ใจลอยอยู่แบบนี้ไงเล่า ถึงได้พิมพ์ผิดพิมพ์ถูกอยู่นั่นแหละ” เหวินฉีหัวเราะเยาะและตรวจดูเอาสารของหย่งหนาน ซึ่งมันเป็นจริงอย่างที่เขาพูดล้อเมื่อเอกสารที่พิมพ์ไปไม่ถึงครึ่งหน้านั้น ยังพบคำผิดอีกหลายคำ แถมกราฟที่ทำออกมาก็แสดงค่าตัวเลขไม่ตรงกับข้อมูลอีกด้วยจนเหวินฉีต้องพูดแหย่ให้เขารีบหาเลขามาช่วยได้แล้ว แต่หย่งหนานกลับบอกว่าเขาไม่ต้องการเลขาคนไหนมาช่วย เพราะเลขาที่ดีที่สุดของเขาก็คือเหวินฉี ทำให้คนฟังหัวเราะชอบใจยกใหญ่

“งั้นนายก็ไปนั่งนู่นเลย เดี๋ยวฉันทำให้เอง แล้วก็ช่วยเพิ่มเงินเดือนให้ด้วยนะ ขอซักแปดแสน” คำพูดของเหวินฉีทำให้หย่งหนานมีรอยยิ้มที่มุมปากและยอมมานั่งรอที่เก้าอี้หน้าโต๊ะทำงานของตัวเอง แต่ผ่านไปซักพักที่เหวินฉีละสายตามาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ เขาจึงได้เห็นหย่งหนานที่กำลังนั่งเหมือนคนใจลอย แม้เขาจะแกล้งเอามือไปปัดอยู่ตรงหน้า หย่งหนานก็ยังไม่รู้ตัว และด้วยท่าทางที่เหมือนคนแบกโลกไว้แบบนั้นทำให้เหวินฉีต้องละจากแป้นคีย์บอร์ดไว้ชั่วคราวเพื่อที่จะคุยกับญาติผู้น้องของเขาให้รู้เรื่อง

“ฉันถามนายจริงๆนายเป็นอะไรไป ในเมื่อตอนนี้ดาก็ออกจากโรงพยาบาลไปอยู่บ้านแล้วไม่ใช่หรอ คุณหมอที่คุณลุงเชิญมาจากประเทศจีนก็บอกแล้วว่าเธอไม่เป็นไรแล้ว จะมีก็แต่ความทรงจำที่ยังไม่ฟื้นคืนมาเท่านั้น หรือนายกลัวว่าดาจะความจำเสื่อมแบบนี้ตลอดไป ถ้าเป็นแบบนั้นนายก็ไม่ต้องเป็นกังวลไปหรอก นายกับดายังมีอนาคตร่วมกัน ถึงตอนนั้นนายก็ยังสามารถที่จะมีความทรงจำที่ดีร่วมกับเธอได้” เหวินฉีพูดซะยืดยาวเพื่อให้หย่งหนานไม่ทำหน้าเหมือนคนที่คิดไม่ตก แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น

“นายคิดว่าดาเปลี่ยนไปมั้ย แต่ฉันคิดว่าดาเปลี่ยนไปนะ” หย่งหนานถามคำถามเดิมกับเหวินฉี ทำให้คนฟังยักไหล่และส่ายหน้าแทนคำตอบ จากนั้นจึงได้ย้อนถามหย่งหนานว่าทำไมเขาถึงรู้สึกแบบนี้ ทั้งที่เหวินฉีได้เจอกับรัญชิดาในวันที่เธอออกจากโรงพยาบาล ก็ดูหญิงสาวเป็นปกติดี ยกเว้นแต่ความทรงจำของเธอที่ยังไม่ฟื้นคืน หย่งหนานจึงได้เล่าให้เหวินฉีฟังถึงวันนั้นที่แอนนี่มาหารัญชิดาที่โรงพยาบาล ซึ่งเขาออกไปข้างนอกจึงไม่ได้อยู่ฟังด้วยว่าพวกเธอคุยอะไรกันบ้าง แต่หลังจากที่เขากลับมา ท่าทางของรัญชิดาก็เปลี่ยนไป เมื่อเธอดูหงุดหงิดและไม่ยอมให้เขาเข้าใกล้เธอได้อีก

“ฉันไม่รู้ว่าแอนนี่พูดอะไรกับดาบ้าง แต่ฉันรู้ว่าดาเปลี่ยนไป” เหวินฉีฟังแล้วได้แต่ขมวดคิ้วพร้อมทั้งส่งเสียงครางดัง ‘อืม’ ในลำคอ

“งั้นปัญหาของนายตอนนี้ก็คงเป็นแอนนี่แล้วล่ะ ทางที่ดีนายต้องชัดเจนกับเธอนะ อย่าทำให้เธอคิดว่านายยังมีเยื่อใยให้อยู่ ถึงฉันจะไม่ใช่คนที่รู้ใจผู้หญิงไปหมดทุกเรื่อง แต่บางทีท่าทางของดาที่เปลี่ยนไปก็เป็นไปได้ว่าดากำลังหึง”

“หึงฉันกับแอนนี่อย่างงั้นหรอ” หย่งหนานหน้าตาตื่น พร้อมทั้งแย้งขึ้นมาว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่รัญชิดาจะหึงเขากับแอนนี่ เพราะเขาเคยเล่าเรื่องในอดีตให้เธอฟังหมดแล้ว คำพูดของหย่งหนานทำให้เหวินฉีต้องย้อนถามขึ้นมาว่าที่เขาเล่าให้เธอฟังมันก่อนที่เธอจะความจำเสื่อม และหลังจากความจำเสื่อม เขาเคยเล่าให้เธอฟังรึเปล่า ซึ่งพอถูกเหวินฉีย้อนถามแบบนั้น หย่งหนานก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่

“ฉันลืมนึกไปว่าตอนนี้ดาความจำเสื่อม ฉันก็เลยไม่ได้เล่าให้ดาฟัง”

“นั่นไง..บิงโก อาการแบบนี้เขาเรียกว่าหึงแน่นอน เพราะฉะนั้นนายต้องรีบไปง้อดาแล้วก็อธิบายให้เธอเข้าใจซะ เพราะตอนนี้ดากลับไปอยู่บ้าน ดีไม่ดีดาจะถูกพี่สาวของเธอล้างสมองด้วยการป้อนข้อมูลที่ผิดๆให้ไม่รู้ด้วย” เหวินฉีอดไม่ได้ที่จะต้องพูดถึงธีรกานต์อย่างจ้องจับผิด หลังจากที่เห็นเธอมีอคติกับพวกเขาอีกครั้ง ถึงแม้หย่งหนานจะเป็นห่วงเหมือนที่เหวินฉีพูด แต่เพราะความรู้สึกบางอย่างที่ทำให้หย่งหนานคิดว่าธีรกานต์คงมีปมในใจจนทำให้มีอคติกับมาเฟียแบบนี้ จึงขอร้องไม่ให้เหวินฉีพูดถึงธีรกานต์แบบนั้นและอย่าหาเรื่องทะเลาะกับเธออีก คำขอร้องของญาติผู้น้องทำให้เหวินฉีต้องรับปากอย่างจนใจ แม้หลายๆครั้งที่เขาจะไม่ได้เป็นคนเริ่มต้นหาเรื่องก่อนก็ตามที

“ยังไงเย็นนี้พอกลับฮ่องกงแล้วนายก็อย่าลืมแวะไปหาดาที่บ้านด้วยนะ ส่วนจะง้อยังไงคงไม่ต้องให้คนที่ยังไม่มีแฟนสอนให้ใช่มั้ย” หย่งหนานพยักหน้าทำตามคำสั่ง แต่แล้วเหวินฉีกลับเปลี่ยนใจขึ้นมาเมื่อเขาบอกให้หย่งหนานรีบไปหารัญชิดาตอนนี้เลย สำหรับงานทางนี้เขาจะเป็นคนช่วยจัดการให้ แต่หย่งหนานกลับไม่เห็นด้วย จึงได้แย้งขึ้น

“เดี๋ยวฉันไปหาดาตอนเย็นก็ได้ ฉันรบกวนนายมาหลายครั้งตั้งแต่ตอนที่ฉันเจ็บแล้วยังมาตอนนี้อีก ฉันเกรงใจ นายไม่ต้องช่วยฉันหรอก ตอนนี้ฉันสบายใจแล้ว เดี๋ยวฉันทำต่อเองก็ได้” หย่งหนานจะขอทำงานต่อโดยที่ไม่ต้องรบกวนเหวินฉี แต่เหวินฉีกลับแกล้งปัดมือของหย่งหนานออก และเงยหน้าขึ้นไปพูดด้วยน้ำเสียงดุ

“ฉันเป็นเลขาของนายนะ งานแบบนี้ต้องให้เลขาทำ ส่วนผู้บริหารอย่างนาย ขอเชิญไปง้อแฟนได้แล้ว” คำพูดของเหวินฉีทำให้หย่งหนานเกาหัว และย้อนถามว่าหน้าที่ของผู้บริหารแบบนี้ก็มีด้วยหรอ จนทำให้เหวินฉีต้องหลุดหัวเราะ

“ฉันล้อเล่น..ถ้านายอยากทำเองก็ตามใจ แต่อย่าลืมนะ..เงินเดือนของฉันแปดแสนเหรียญ” เหวินฉียักคิ้วให้หย่งหนานที่นั่งลงที่เก้าอี้ทำงานพร้อมทั้งตบไหล่ทั้งสองข้างของเขาเบาๆ

“นี่นายคิดจะปล้นกันเลยรึไง พี่น้องกันก็ช่วยกันหน่อยสิ ฉันให้นายแปดพันพอไหวมั้ย” เหวินฉีพอได้ยินแบบนั้นก็ชกไปที่ต้นแขนของหย่งหนานเบาๆแต่เขาก็แกล้งเอียงตัวไปตามแรงหมัดของเหวินฉีแล้วกุมแขนข้างนั้นไว้พร้อมทั้งชำเลืองสายตาขึ้นไปมองเหวินฉีที่กำลังกอดอกมองหน้าหย่งหนานอยู่

“ถ้าให้แปดพัน สู้ทำงานให้ฟรีไม่ดีกว่ารึไง”

“ถ้าได้แบบนั้นก็ดี” หย่งหนานพูดสวนคำของเหวินฉีขึ้นมา แล้วเสียงหัวเราะของพวกเขาก็ดังขึ้นพร้อมๆกัน


+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

พระอาทิตย์เพิ่งจะพ้นขอบฟ้าไปได้ไม่นาน หย่งหนานที่รีบกลับมาฮ่องกงได้ตรงมาที่ร้านอาหารของพ่อแม่รัญชิดาทันที และเพราะเป็นเวลาที่คนฮ่องกงส่วนใหญ่เพิ่งจะเลิกงาน ภายในร้านจึงเต็มไปด้วยลูกค้าที่แวะมารับประทานอาหารเย็น บางคนก็มาสั่งอาหารใส่กล่องกลับไปกินที่บ้าน พนักงานของร้านสองคนที่เป็นลูกน้องของหย่งหนานที่ถูกส่งมาช่วยทำงานที่นี่ก็รีบวิ่งเข้ามาต้อนรับเจ้านายที่กำลังเปิดประตูเข้ามา

“คุณเถียนมาหาคุณดาหรอครับ” ลูกน้องถามอย่างรู้ใจจึงทำให้หย่งหนานยิ้มรับที่มุมปาก “คุณดาพักผ่อนอยู่ข้างบนครับ เดี๋ยวผมจะไปเรียนคุณนายให้นะครับ” ลูกน้องคนนั้นรีบวิ่งไปบอกแม่โรสที่กำลังยุ่งกับงานภายในร้าน ในขณะที่อีกคนรีบพาหย่งหนานไปนั่งรอ แม่โรสพอรู้ว่าหย่งหนานมาจึงได้ยิ้มเข้ามาหา

“ดาอยู่ข้างบน คุณขึ้นไปหาสิ” แม่โรสยิ้มเมื่อเห็นในมือของชายหนุ่มถือช่อดอกกุหลาบสีแดงกำมะหยี ถึงแม้ว่าหย่งหนานจะได้รับอนุญาตแต่เขาก็ยังมีท่าทางที่ยังลังเลอยู่ เพราะนี่ถือว่าเป็นครั้งแรกที่ได้ขึ้นไปชั้นบนของร้านอาหารที่เป็นส่วนของที่พักอาศัยของเจ้าของร้าน แต่แม่โรสบอกให้เขาขึ้นไปได้เพราะมีพิมพ์อรอยู่เป็นเพื่อนรัญชิดา ชายหนุ่มจึงได้ยิ้มรับและขออนุญาตท่านขึ้นไป แต่ระหว่างที่กำลังจะขึ้นไปข้างบน เขากลับเดินสวนกับพ่อดลและธีรกานต์ ทั้งสองคนเห็นหน้าหย่งหนานเท่านั้นก็แสดงความไม่พอใจออกมาทันที แต่โชคดีที่มีแม่โรสช่วยพูดไว้ให้ พ่อดลกับธีรกานต์จึงได้ยอมให้เขาสักครั้ง


เมื่อหย่งหนานขึ้นมาถึงชั้นสามซึ่งถูกทำเป็นบ้านพัก ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึกๆและนึกถึงคำพูดที่จะมาง้อแฟนสาว แต่ยังไม่ทันที่จะเคาะประตู คนจากด้านในก็เปิดประตูออกมารับเสียก่อนจนหย่งหนานรู้สึกแปลกใจอยู่เล็กน้อย แต่เมื่อพิมพ์อรที่มารอเปิดประตูให้บอกว่าแม่โรสโทรขึ้นมาบอกเธอก่อนหน้านี้นิดนึง หย่งหนานจึงได้เข้าใจและสายตาของเขาก็เห็นรัญชิดากำลังนั่งดูโทรทัศน์อยู่เมื่อเขาเดินเข้าไปในบ้าน ในขณะที่พิมพ์อรยิ้มอย่างรู้หน้าที่ของเธอดีจึงได้เดินเข้าไปหาผลไม้กินในครัว เพื่อเปิดโอกาสให้พวกเขาสองคนอยู่กันตามลำพัง

“คุณมาทำไมคะ มีธุระอะไรกับฉันรึเปล่า” หญิงสาวพูดขึ้นโดยที่ไม่ได้หันไปมองหน้าหย่งหนานที่เดินมานั่งอยู่ข้างๆเธอ

“ทำไมผมมาหาแฟนถึงต้องมีธุระด้วยล่ะ หรือมาหาเพราะความคิดถึงไม่ได้” ชายหนุ่มทำปากหวาน พยายามพูดเอาใจเธอ จากนั้นจึงได้ยื่นดอกกุหลาบสีแดงกำมะหยีไปทางด้านหน้าของหญิงสาว “ดอกไม้สำหรับสุดที่รักของผมครับ” คำพูดที่แสนหวานจากปากของชายหนุ่มและดอกกุหลาบสีแดงกำมะหยีช่อนั้น มันสามารถทำให้หญิงสาวหลายคนพอใจแต่คงใช้ไม่ได้กับรัญชิดาเมื่อเธอยังนิ่งเฉย

“คุณไม่ชอบดอกกุหลาบของผมอย่างงั้นหรอ หรือว่าคุณโกรธผมเรื่องอะไร คุณก็บอกผมสิ” หย่งหนานพยายามพูดง้อเมื่อเห็นเธอยังสนใจกับรายการโทรทัศน์โดยที่เธอไม่มีแม้แต่จะชำเลืองมามองดอกกุหลาบของเขา “คุณอย่าทำแบบนี้สิ คุณโกรธผมเรื่องแอนนี่ใช่มั้ย ถ้าเป็นเรื่องนี้ผมสาบานได้เลยนะว่าผมไม่มีอะไรกับแอนนี่แล้วจริงๆ เราเป็นแค่เพื่อนกันเท่านั้น งั้นเอาอย่างงี้ดีมั้ย คุณอยากรู้เรื่องอะไรระหว่างผมกับแอนนี่ คุณก็ถามผมมาสิ ผมจะตอบคำถามของคุณทุกข้อ” หย่งหนานจับมือของเธอไว้แล้ววางดอกกุหลาบสีแดงกำมะหยีไว้ในมือของเธอทำให้รัญชิดาก้มหน้ามาสนใจดอกกุหลาบช่อนั้นจนได้

“คุณรู้มั้ยว่าวันที่ผมถูกคนลอบทำร้าย ผมตั้งใจจะซื้อดอกกุหลาบแบบนี้มาให้คุณ เพื่อจะขอคบกับคุณเป็นแฟน แต่เสียดายที่มาเกิดเรื่องกับผมเสียก่อน ผมก็เลยไม่มีโอกาสที่จะทำแบบนั้น แต่ตอนนี้ผมขอใช้ดอกกุหลาบช่อนี้มาง้อให้คุณหายโกรธผมนะ” น้ำเสียงอ้อนของหย่งหนานทำให้รัญชิดาต้องรับดอกกุหลาบช่อนั้นไว้ แต่เมื่อเธอเห็นมันใกล้ๆภาพที่เธอกำลังวิ่งตามหาหย่งหนานก็ปรากฏขึ้นในความทรงจำของเธอ ภาพของดอกกุหลาบสีแดงกำมะหยีที่ตกอยู่บนพื้น ภาพของหย่งหนานที่เสื้อผ้าของเขาเต็มไปด้วยเลือดซึ่งทั้งหมดมันเป็นภาพที่กำลังซ้อนทับกันขึ้นมากับภาพในวันที่เขาไปช่วยคุณหลี่จากพวกมาเฟีย เรื่องราวในความทรงจำของเธอเหมือนกับแสงแฟรชจากกล้องถ่ายรูปที่สว่างวาบขึ้นมาชั่วครู่แล้วทุกอย่างก็ดับมืดลง

“โอ๊ย..” เสียงร้องของเธอเหมือนถูกเข็มแหลมทิ่มมาที่ศีรษะทำให้เธอต้องกุมมันไว้ด้วยมือทั้งสองข้าง หย่งหนานรู้ดีว่ารัญชิดาปวดหัวเพราะภาพความทรงจำในอดีตที่เธอนึกขึ้นมาได้ในขณะนั้นจึงได้พูดปลอบโยนเธอ ไม่ให้เธอฝืนที่จะนึกถึงมันอีก คำพูดที่ปลอบประโลมของหย่งหนานทำให้เธอซุกตัวอยู่ในอ้อมกอดของเขา จนครู่หนึ่งที่เธอเริ่มดีขึ้นจึงได้ดิ้นขลุกขลักเพื่อให้หย่งหนานคลายอ้อมกอดออกจากตัวเธอ แต่หย่งหนานกลับกระชับอ้อมกอดเอาไว้และถ้าไม่ใช่เสียงโทรศัพท์มือถือของเขาที่ดังขึ้นมาเสียก่อน หย่งหนานคงไม่ยอมปล่อยเธอไปง่ายๆ

รัญชิดาขยับตัวออกมาแต่ก็ยังสามารถได้ยินเสียงของหย่งหนานที่คุยกับปลายสาย ถึงเธอจะรู้ว่าเป็นใครแต่หย่งหนานก็บอกเธอด้วยตัวเองอย่างไม่คิดปิดบังว่าแอนนี่เป็นคนโทรมาและบอกว่าตอนนี้แอนนี่รออยู่ข้างล่าง เขาไม่รู้ว่าแอนนี่รู้ได้ยังไงว่าเขามาที่นี่ แต่เมื่อเธอมาแล้วเขาจึงจับมือของรัญชิดาให้ลงไปหาแอนนี่ข้างล่างพร้อมกัน จนเมื่อทั้งสองคนเดินลงมาถึงข้างล่าง พวกเขาจึงได้เห็นแอนนี่นั่งรออยู่ แม้เธอจะสวมแว่นกันแดดอำพรางไว้แต่ลูกค้าที่นั่งอยู่ในร้านก็จำได้ว่าเธอเป็นดาราชื่อดัง จึงทำให้เธอเป็นจุดสนใจ หย่งหนานเห็นแบบนั้นแล้วจึงคิดในใจว่าแอนนี่คงสงวนท่าทีของเธอไว้ แต่เขาเดาผิดเมื่อเธอเดินตรงเข้ามาแล้วคล้องแขนของชายหนุ่มโดยที่ไม่ได้สนใจสายตาของทุกคนที่กำลังมองอยู่แม้แต่น้อย

“คุณรู้ได้ยังไงมาผมมาที่นี่” หย่งหนานถามกับเธอเพื่อให้หายสงสัย แต่แอนนี่เพียงแค่ยิ้มน้อยๆพร้อมทั้งชายตาไปมองผู้หญิงอีกคนพร้อมทั้งพูดขึ้น

“คุณไม่จำเป็นต้องรู้หรอกค่ะว่าฉันรู้ได้ยังไง เอาเป็นว่าคุณไม่มีทางหนีฉันพ้นอยู่แล้ว” แอนนี่ทำทีเป็นหัวเราะเมื่อเห็นหย่งหนานทำหน้าเคร่งเครียด “ฉันล้อเล่นหรอกค่ะ คุณทำเป็นจริงจังไปได้ เพราะความจริงฉันก็แค่บังเอิญผ่านมาแถวนี้แล้วก็เห็นรถของคุณจอดอยู่หน้าร้านก็เลยลองเดาอยู่ ก็ไม่คิดว่าคุณจะอยู่ที่นี่จริงๆ” หย่งหนานได้ฟังคำอธิบายของแอนนี่แล้วจึงได้ย้อนถามเธอว่า ‘จริงหรือที่เธอแค่ผ่านมา’ ซึ่งก็ได้รับคำตอบว่าเป็นแบบนั้นจริงๆ เมื่อหย่งหนานหายสงสัยแล้วเธอจึงได้หันไปถามรัญชิดาว่าที่ร้านของเธอมีห้องสำหรับลูกค้าที่ต้องการความเป็นส่วนตัวมั้ย เธอมีเรื่องที่จะต้องคุยกับหย่งหนานโดยที่ไม่มีสายตาของคนอื่นมามองดูอยู่ รัญชิดาได้ยินคำถามแบบนั้นจึงได้หันไปทางแม่ของเธอที่ยืนอยู่ไม่ห่างออกไป แม่โรสจึงให้พนักงานในร้านพาแอนนี่ไปที่ชั้นสองที่จะมีห้องอาหารแบบวีไอพีไว้ให้ แม้หย่งหนานจะถูกแอนนี่พาขึ้นไปข้างบนแต่เขาก็ยังจับมือของรัญชิดาไว้ไม่ยอมปล่อยและพาเธอเดินตามไปด้วย แม้ท่าทางของเธอดูจะไม่ยินยอมก็ตาม


_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: Godfather The Series : มาเฟียหลงเงา   Sat Dec 22, 2012 11:12 am

เมื่อเข้ามาในห้องแล้ว แอนนี่จึงได้สั่งอาหารสองสามอย่างโดยในระหว่างที่รออาหารมาเสิร์ฟ เธอก็พยายามที่จะชวนหย่งหนานคุย แต่ดูเหมือนว่าหย่งหนานจะไม่สนใจเธอแม้แต่น้อยเมื่อเขาให้ความสำคัญกับผู้หญิงที่นั่งอยู่ข้างๆ จนกระทั่งเขาเริ่มจะรู้สึกว่าแอนนี่พยายามทำให้รัญชิดาเข้าใจผิด เขาจึงเริ่มต้นพูดกับเธอให้รู้เรื่อง

“คุณมาหาผมที่นี่ก็ดีแล้ว ผมจะได้ไม่ต้องเสียเวลาอีก เพราะผมจะได้พูดกับคุณให้เข้าใจต่อหน้าแฟนของผมนี่แหละ” หย่งหนานพูดเสียงเข้มอย่างคนที่ไม่มีเยื่อใยให้กับแอนนี่อีกแล้ว

“คุณอยากพูดอะไรหรอคะ” เธอย้อนถาม

“ผมจะบอกคุณว่าเรื่องระหว่างเรามันจบไปนานแล้ว และผมกับคุณในตอนนี้ก็เป็นได้แค่เพื่อนเท่านั้น คุณอย่ามาเสียเวลากับผมดีกว่าเพราะคนที่ผมรักมีแค่ดาคนเดียว” หย่งหนานพูดออกมาอย่างชัดเจนจนทำให้แอนนี่รู้สึกหน้าชาที่ถูกหย่งหนานปฏิเสธ แต่เธอก็ทำใจไว้ล่วงหน้าแล้วที่สักวันเธอจะต้องได้ยินคำพูดแบบนี้ เธอจึงยิ้มที่มุมปากเหมือนไม่ได้รู้สึกอะไรทั้งนั้น

“ทำไมคุณถึงพูดแบบนี้อีกแล้วล่ะคะ แถมคราวนี้ยังพูดต่อหน้าคุณดาอีก แสดงว่าคนนี้คงทุ่มสุดตัวเลยล่ะสิ” คำพูดของแอนนี่ทำให้หย่งหนานไม่เข้าใจความหมายของเธอ จนกระทั่งเธอเดินเข้าไปหารัญชิดาที่ยังนั่งเงียบ

“คุณดา..คุณเห็นรึยังคะ เพื่อคุณแล้วเขาถึงขนาดปฏิเสธฉัน ทั้งที่ฉันกับเขามีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งต่อกันมากแค่ไหน แต่เขาก็ยังทิ้งฉัน เขาใจร้ายกับฉันมาก” แอนนี่รีบใช้มือข้างหนึ่งปาดน้ำตาแล้วจึงนั่งลงข้างรัญชิดาพร้อมทั้งกุมมือของเธอไว้ “ฉันไม่คิดเลยว่าวันนี้จะต้องมาได้ยินคำพูดที่ทำร้ายจิตใจจากคนที่ฉันรัก แต่คุณดาคะ ฉันจะไม่เสียใจเลยถ้าเขาจริงใจกับคุณ แต่นี่มันไม่ใช่..ฉันเสียใจจริงๆ ฉันขอโทษค่ะที่ฉันหยุดเขาไม่ได้” สิ้นเสียงพูดของแอนนี่ น้ำตาของเธอก็ไหลอาบแก้มและเป็นเวลาเดียวกันกับที่พนักงานยกอาหารเข้ามา เธอจึงได้หันหน้าหนีเพื่อหลบสายตาของพนักงานในร้าน แต่เมื่อพนักงานเดินออกไปแล้วเธอก็โผเข้าสวมกอดรัญชิดาพร้อมทั้งร้องไห้สะอึกสะอื้น หย่งหนานเห็นแอนนี่ร้องไห้และยังพูดด้วยคำพูดแปลกๆก็ยิ่งทำให้เขาไม่เข้าใจจุดประสงค์ของเธอ แต่เมื่อเห็นสายตาของรัญชิดาที่กำลังมองเข้าอยู่ เขาจึงต้องรีบอธิบายให้คนรักเข้าใจเสียก่อน

“ผมไม่เข้าใจที่แอนนี่พูดนะ แต่ผมยืนยันกับคุณได้ว่าผมไม่มีเยื่อใยต่อแอนนี่อีกแล้ว และที่ผมต้องพูดแบบนี้ก็เพื่อให้คุณสบายใจว่าผมไม่มีใครอีกนอกจากคุณ ดาเชื่อใจผมนะ” คำพูดของหย่งหนานที่กำลังอธิบายให้รัญชิดาฟังทำให้แอนนี่เปล่งเสียงร้องไห้ดังขึ้นจนรัญชิดาต้องค่อยๆลูบหลังของแอนนี่เพื่อปลอบโยน

“ทำไมคุณถึงพูดจาทำร้ายจิตใจคุณแอนนี่แบบนี้ล่ะคะ ถึงคุณจะไม่มีเยื่อใยกับเธอแล้วก็น่าจะนึกถึงสัมพันธ์ที่เคยมีในอดีต เพราะเธอไม่ใช่แค่แฟนของคุณเหมือนฉันนะคะ แต่เธอเป็น..เป็นภรรยาของคุณ” รัญชิดาพูดไม่ค่อยเต็มเสียงในประโยคสุดท้ายแต่ก็ทำให้หย่งหนานได้ยินจนชัดเจน สายตาของเขาพลันเบิกกว้างและรู้สึกมึนงงไปชั่วครู่

“คุณว่าอะไรนะดา ใครเป็นภรรยาของผมนะ”

“ก็คุณแอนนี่ไงคะ เธอเล่าให้ฉันฟังหมดแล้วว่าคุณกับเธอเป็นอะไรกัน ถึงพวกคุณจะยังไม่ได้แต่งงานก็เถอะ แต่ตลอดระยะเวลาห้าปีที่คุณคบกับเธอจนถึงตอนนี้ คุณปฏิเสธฉันได้มั้ยล่ะคะว่าคุณกับเธอไม่เคยมีอะไรกันมาก่อน” รัญชิดาถามเสียงแผ่ว แม้จะรู้สึกขวยเขินที่ต้องถามกับหย่งหนานแบบนี้ แต่เธอก็ต้องการรู้ความจริงจากปากของชายหนุ่ม เพราะหลายวันที่ผ่านมาที่คำพูดของแอนนี่ทำให้เธอสับสนและไม่สบายใจ ถ้าหากเขายังคบกับเธอทั้งที่มีแอนนี่อยู่ เธอก็ไม่ต้องการไปเป็นมือที่สามของคนอื่น

“แอนนี่บอกคุณแบบนี้หรอ” เขาถามรัญชิดาแล้วจึงหันไปทางแอนนี่ที่ยังนั่งร้องไห้ “คุณพูดกับดาแบบนี้ได้ยังไง คุณพูดโกหกกับดาทำไม” หย่งหนานถามด้วยอารมณ์โกรธ ทั้งที่เขาเห็นเธอเป็นเพื่อน แต่เธอกลับให้ร้ายเขา แอนนี่ได้ยินแบบนั้นจึงได้พูดสวนขึ้นมาทันทีว่าที่เธอพูดไปทั้งหมดล้วนเป็นความจริง เธอไม่ได้โกหก พร้อมทั้งหันไปมองรัญชิดาเพื่อขอความเห็นใจจากหญิงสาว

“วินเซ็นต์..คุณตอบฉันมาสิคะ ฉันแค่อยากรู้ว่าความสัมพันธ์ของคุณกับเธอมันลึกซึ้งแค่ไหน ฉันจะได้ตัดสินใจได้ถูก”

“คุณจะตัดสินใจอะไร” หย่งหนานเดินเข้าไปหารัญชิดา แต่เธอกลับลุกหนี

“คุณก็ตอบฉันมาก่อนสิ ฉันแค่อยากรู้ว่าใครเป็นคนพูดความจริง ระหว่างคุณกับแอนนี่” รัญชิดาถอยหลังหนีหย่งหนาน เมื่อเขาพยายามเดินเข้ามาหา และพูดขึ้นอีกครั้งเมื่อเธอยังไม่ได้คำตอบที่ต้องการ “คุณก็รู้ว่าฉันความจำเสื่อม ฉันจำเรื่องในอดีตไม่ได้ และฉันก็ไม่รู้ว่าใครพูดจริง ใครโกหก แต่ที่แอนนี่บอกกับฉัน มันทำให้ฉันสับสนมาก ฉันไม่รู้ว่าระหว่างเราเป็นอะไรกันแน่ ในเมื่อคุณยังอยู่กับเธอแต่คุณกลับบอกว่าคุณรักฉัน จนตอนนี้ฉันไม่รู้จริงๆว่าคุณรักฉันหรือแค่ต้องการตัวฉันกันแน่” หลังจากหย่งหนานได้ยินคำพูดที่พรั่งพรูออกมาของรัญชิดา มันก็เหมือนสายฟ้าที่ผ่ามาที่ตัวของเขา ทำไมเขาถึงได้กลายเป็นผู้ชายที่หลายใจในสายตาของเธอ

“ผมไม่รู้ว่าคำพูดของผมจะทำให้คุณเชื่อได้มั้ย แต่ผมรักคุณ ผมรักคุณคนเดียว”

“ไม่จริง..คุณไม่ได้รักดา ที่คุณบอกกับฉัน คุณแค่ต้องการนอนกับเธอเหมือนที่คุณเคยนอนกับผู้หญิงคนอื่น” แอนนี่พูดสวนคำขึ้นมาทันที ซึ่งคำพูดนั้นทำให้รัญชิดารู้สึกสับสนมากกว่าเดิมจนเธอต้องกุมหัวไว้แน่น

“ไม่จริง..ผมไม่เคยพูดแบบนั้น ทำไมคุณต้องกุเรื่องขึ้นมาด้วย คุณทำไปทำไม” หย่งหนานเถียง ทำให้แอนนี่ต้องพูดแย้งขึ้นมาว่าเขาโกหก หย่งหนานก็เถียงว่าเขาไม่ได้โกหก แต่เป็นแอนนี่ที่ใส่ร้ายเขา สองคนที่กำลังโต้แย้งกันทำให้รัญชิดาต้องตะโกนร้องออกมาจนสุดเสียง

“หยุดได้แล้ว ฉันบอกให้พอได้แล้ว” ร่างของรัญชิดาทรุดลงที่พื้นทันทีหลังจากสิ้นเสียงของเธอ หย่งหนานจึงรีบเข้าไปหาเธอที่กำลังร้องไห้

“ดา..คุณฟังผมก่อนนะ ผมยอมรับว่าผมเคยรักแอนนี่มาก เธอเป็นรักแรกของผม แต่ผมกับเธอก็เลิกกันมาสองปีแล้วและเราก็ไม่เคยติดต่อกันอีก สำหรับเรื่องนี้คนที่บ้านของผมเป็นพยานให้ได้ แล้วผมก็ไม่เคยมีอะไรกับเธอด้วย ผมไม่รู้ว่าแอนนี่พูดอะไรกับคุณไปบ้าง แต่เรื่องระหว่างผมกับเธอ ผมเคยเล่าให้คุณฟังก่อนที่คุณจะความจำเสื่อม และมันก็เป็นความผิดของผมเองที่ผมไม่ได้เล่าให้คุณฟังอีกครั้ง จนทำให้คุณเข้าใจผมผิด ผมขอโทษ แต่ผมกล้าพูดได้ว่าผมไม่เคยโกหกกับคุณ ผมจริงใจกับคุณและรักคุณคนเดียว” หย่งหนานดึงร่างของรัญชิดาเข้ามาสวมกอดและใช้มือเกลี่ยไล้น้ำตาให้เธอ แต่หญิงสาวยังคงร้องไห้สะอึกสะอื้น เธอกำลังนึกโกรธตัวเองที่จำอะไรไม่ได้จนเหมือนเธอกำลังถูกปั่นหัว เธอไม่รู้ว่าควรจะเชื่อคำพูดของใครดี จึงได้แต่ร้องไห้ จนทันใดนั้นร่างสูงใหญ่ที่เปิดประตูห้องเข้ามาได้พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เกรี้ยวกราด

“คุณอย่ามาแตะต้องลูกสาวผม ไปให้พ้น” พ่อดลที่แอบฟังอยู่ด้านนอกออกปากไล่หย่งหนานทำให้เขาต้องรีบคลายอ้อมกอดของเขาออกจากร่างของคนรัก ในขณะที่แม่โรสที่เดินตามเข้ามาพร้อมธีรกานต์รีบเข้ามาปลอบโยนรัญชิดา

“คุณลุงครับฟังผมอธิบายก่อน คุณลุงกำลังเข้าใจผมผิดนะครับ”

“ฉันจะเข้าใจผิดหรือถูกก็ไม่เกี่ยวกับคุณอีกแล้ว เชิญคุณกลับออกไปได้แล้วก็อย่ามายุ่งกับลูกสาวของผมอีก” พ่อดลชี้หน้าต่อว่าหย่งหนานด้วยอารมณ์โกรธ แต่เขาก็ยังดึงดันที่จะขอโอกาสได้พูดแก้ตัวสักครั้ง แม่โรสที่เห็นสามีกำลังอารมณ์ฉุนเฉียว จึงได้รีบพูดขึ้น

“ความจริงเรื่องของคุณกับคุณแอนนี่ พวกเราก็ไม่เคยรู้มาก่อนหรอกค่ะ จนเมื่อหลายวันก่อนที่ดาดูซึมเศร้าและปวดหัวบ่อยๆ ฉันจึงได้คุยกับดาถึงได้รู้สาเหตุที่ทำให้ดาไม่สบายใจเป็นเพราะเรื่องของคุณกับคุณแอนนี่ บอกตามตรงว่าฉันไม่เชื่อว่าคุณจะเป็นคนแบบนั้นที่เป็นคนประเภทจับปลาสองมือ เหยียบเรือสองแคมถึงแม้จะเคยมีข่าวว่าพวกคุณเคยคบกันมาก่อนก็ตาม แต่ฉันก็ยังไม่เชื่อจนกระทั่งคุณมาหาดา ฉันก็หวังว่าคุณจะอธิบายเรื่องนี้กับดาได้ แต่สุดท้ายเรื่องของพวกคุณกลับไปทำร้ายดามากขึ้น ถ้ายังไงตอนนี้ฉันขอเถอะนะคะ ให้ดาได้อยู่อย่างสงบสักพัก อย่าให้มีเรื่องอะไรมารบกวนจิตใจของดาอีกเลย สำหรับพวกคุณสองคนก็ไปตกลงกันให้ดีเสียก่อน เพราะฉันไม่อยากให้ลูกต้องไปแย่งคนรักของใครหรอกนะคะ”

“แต่ผมไม่มีอะไรกับแอนนี่แล้วจริงๆนะครับ ผมเลิกกับเธอไปแล้ว” คำอธิบายของหย่งหนานไม่สามารถแก้ต่างให้ตัวเองได้ เมื่อทั้งรัญชิดาและแอนนี่ยังร้องไห้อย่างน่าสงสารจนกระทั่งธีรกานต์พูดแทรกขึ้นมา

“แล้วเรื่องที่คุณแอนนี่บอกกับดา มันหมายความว่าอย่างไร ถึงฉันจะไม่ค่อยชอบหน้าคุณ ไม่อยากให้ดาคบกับคุณ แต่ฉันก็ไม่ใช่คนที่ไม่ยอมให้โอกาสคนอื่น แต่หลังจากดาบอกกับฉันว่าคุณแอนนี่มีความลับของคุณจะเล่าให้ดาฟัง ฉันจึงได้เปิดโอกาสให้คุณแอนนี่ได้คุยกับดา ในตอนนั้นฉันแค่ต้องการรู้ว่าคุณยังมีอะไรที่ปิดบังน้องสาวของฉันอยู่อีกรึเปล่า แต่ไม่นึกเลยว่ามันจะเป็นเรื่องที่คุณเห็นดาเป็นแค่ของเล่นที่คุณอยากได้เท่านั้น” ธีรกานต์บอกกับหย่งหนานแล้วจึงหันไปหาแอนนี่

“ฉันรู้สึกเสียใจที่ฉันคิดผิดที่ยอมให้คุณได้คุยกับดาจนทำให้ดาเป็นแบบนี้ แต่ถ้าสิ่งที่คุณบอกดาเป็นความจริง ฉันก็ไม่ต้องการให้ผู้ชายคนนี้มายุ่งเกี่ยวกับน้องสาวของฉันอีก และถึงตอนนี้ฉันจะยังไม่รู้ว่าใครกันแน่ที่พูดโกหก แต่เพื่อน้องสาวของฉัน เชิญคุณพาคนรักของคุณกลับไปได้แล้ว” ธีรกานต์เดินเข้าไปหาน้องสาวที่ยังร้องไห้ ในขณะที่แอนนี่เดินเข้ามาหย่งหนาน แต่เขากลับเดินถอยห่างจากเธอ ท่าทางของหย่งหนานทำให้แม่โรสรู้ว่าเขาเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นและพยายามที่จะพูดอธิบายให้ทุกคนเข้าใจ แต่เมื่อท่านหันมามองลูกสาวทำให้แม่โรสต้องพูดขอร้องให้เขากลับไปก่อน ความดื้อรั้นของหย่งหนานที่ไม่ยอมไปง่ายๆหากผู้หญิงที่เขารักยังเข้าใจเขาผิดอยู่แบบนี้ ทำให้พ่อดลต้องพูดด้วยน้ำเสียงดุอีกครั้ง

“ผมบอกให้คุณกลับไปได้แล้ว คุณยังฟังไม่รู้เรื่องอีกรึไง”

“แต่ผมยังไปไม่ได้ ถ้าดายังเข้าใจผมผิดอยู่แบบนี้นะครับ” หย่งหนานพยายามอ้อนวอนพร้อมทั้งชำเลืองไปมองคนรัก

“นั่นมันเป็นปัญหาของคุณ แต่ปัญหาของผมคือถ้าคุณยังอยู่ที่นี่ ลูกสาวของผมจะยิ่งไม่มีความสุข” คำพูดของพ่อดลทำให้ชายหนุ่มก้มหน้าไปมองรัญชิดาที่เงยหน้าขึ้นมาสบตากับเขาพอดี น้ำตาของเธอทำให้เขารู้สึกเจ็บปวดไม่น้อย

“ก็ได้ครับ ผมจะไป แต่ที่ผมยอมไป ไม่ใช่เพราะผมยอมรับข้อกล่าวหาที่ผมเป็นคนหลอกลวง แต่เป็นเพราะผมรักดา ผมจะพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่าสิ่งที่ผมพูดออกไปเป็นความจริง” หย่งหนานหันหน้าไปมองผู้หญิงที่เขารักอีกครั้ง ในขณะที่พ่อดลก็บอกให้ภรรยากับลูกสาวคนโตพารัญชิดากลับไปพักบนห้อง แต่ยังไม่ทันที่หย่งหนานจะได้เดินออกไปจนพ้นห้อง เสียงร้องตกใจของแม่โรสก็ดังขึ้นเมื่อรัญชิดาเป็นลมล้มพับไปต่อหน้าคนในครอบครัวของเธอ หย่งหนานที่หันหลังกลับมาก็หน้าตาตื่นตกใจ

“ให้ผมช่วยนะครับ” เขาอาสาที่จะอุ้มหญิงสาวที่ไม่ได้สติอยู่ในอ้อมแขนของพ่อดล แต่ท่านกลับไม่ยินยอมให้ผู้ชายคนนี้มาแตะต้องตัวลูกสาวของท่านได้อีกแล้ว สีหน้าที่บึ้งตึงของท่านทำให้หย่งหนานต้องยอมถอยห่างออกมาและเฝ้ามองพ่อดลที่กำลังอุ้มลูกสาวขึ้นมาอย่างทุลักทุเล แต่สุดท้ายท่านก็ต้องวางรัญชิดาลงเพราะไม่สามารถอุ้มเธอขึ้นมาได้อย่างง่ายดายเหมือนสมัยที่เธอยังเป็นเด็กอายุไม่กี่ขวบ หย่งหนานที่ยืนมองอยู่จึงได้รีบเดินเข้าไปอีกครั้ง แม้จะมีแอนนี่เหนี่ยวรั้งแขนของเขาไว้ เธอก็ไม่สามารถหยุดเขาได้

“คุณลุงครับ..ให้ผมพาดาขึ้นไปที่ห้องเถอะครับ ผมขอแค่พาดาขึ้นไปส่งข้างบนแล้วผมจะรีบกลับไป จะไม่ยุ่งวุ่นวายอีก ผมสัญญา” ชายหนุ่มอ้อนวอนอีกครั้ง จนในที่สุดพ่อดลจึงพยักหน้าให้ช้าๆเป็นการอนุญาต หย่งหนานจึงประคองร่างที่ไม่ได้สติของคนรักไว้ในอ้อมแขนอย่างทนุถนอมและช้อนร่างของเธอขึ้นมาช้าๆ จากนั้นจึงได้เดินตามพ่อแม่ของเธอที่เดินนำหน้าขึ้นไปชั้นบน ในขณะที่ธีรกานต์ยืนขวางแอนนี่ไว้ไม่ให้เธอตามขึ้นไป จนกระทั่งหน่งหนานเดินกลับลงมาอีกครั้ง แอนนี่จึงได้เดินเข้าไปหาหย่งหนานและยอมเดินตามเขากลับออกไปพร้อมกัน



แสงของพระอาทิตย์ที่ใกล้รุ่งเป็นสีทองระบายอยู่บนท้องฟ้าสีคราม ชีวิตของคนฮ่องกงที่ต้องตื่นแต่เช้าออกไปทำงานต่างออกจากบ้านเพื่อเริ่มต้นกับเช้าวันใหม่ แต่หญิงสาวคนหนึ่งที่ยังคงหลับสนิทและอยู่ในความฝัน ความฝันของเธอที่มันเหมือนภาพในฟิล์มภาพยนตร์เก่าๆที่กำลังฉายภาพไปทีละเฟรมอย่างต่อเนื่อง เพียงแต่มันเป็นเรื่องราวที่กำลังถูกย้อนกลับไปในอดีตที่มีทั้งรอยยิ้ม เสียงหัวเราะและหยาดน้ำตา ภาพของพ่อแม่และพี่สาวของเธอที่เริ่มจะชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ เรื่องราวของความรักความอบอุ่นในครอบครัวของเธอที่มันเหมือนภาพยนตร์ที่กำลังเล่นให้เธอดูอยู่ตรงหน้า จนกระทั่งภาพใบหน้าของผู้ชายอีกคนที่ปรากฏเข้ามาพร้อมช่อกุหลาบสีแดงกำมะหยี ภาพที่เคยชัดเจนอยู่ในความฝันนั้น ก็เหมือนแผ่นฟิล์มเก่าที่กำลังเล่นสะดุดจนไม่ต่อเนื่อง ภาพของเขาที่ขาดหายเป็นช่วงๆทำให้คิ้วของเธอขมวดมุ่นแม้ยังคงหลับตาอยู่ในความฝันก็ตาม จนภาพที่เป็นเรื่องราวในอดีตกลับมาชัดเจนอีกครั้งเมื่อเธอเห็นเขากำลังถูกรุมทำร้ายและมีท่อนไม้ท่อนหนึ่งที่กระเด็นมาตกอยู่ตรงหน้าเธอและทำให้เธอตัดสินใจหยิบท่อนไม้ขึ้นมาถือไว้

และแค่เพียงเสี้ยววินาทีที่เธอก้าวขาออกไป ภาพที่เป็นเรื่องราวต่อจากนั้นกลับมีแสงไฟสว่างจ้าสะท้อนขึ้นมาจนภาพที่อยู่ตรงหน้ากลายเป็นสีขาวโพลน และในความฝันของเธอก็เหมือนกับภาพยนตร์ที่เล่นจนหมดม้วน เมื่อเรื่องราวทุกอย่างมาถึงจนจุดทางที่เป็นรอยต่อระหว่างอดีตกับปัจจุบัน หญิงสาวที่ลืมตาตื่นขึ้นมาพยายามมองไปรอบๆห้องของเธอที่ในตอนนี้ภาพที่เธอเห็นมีเพียงสายลมที่พัดเข้ามากระทบกับผ้าม่านในหน้าต่างที่ถูกเปิดทิ้งไว้และเสียงของเข็มนาฬิกาปลุกที่อยู่บนหัวเตียง มันกำลังเดินเป็นจังหวะที่สม่ำเสมอในทุกวินาที และในตอนนั้นที่รอยยิ้มของเธอพลันปรากฏขึ้นเมื่อเรื่องราวทุกอย่างที่ผ่านมามันชัดเจนในความทรงจำของเธอ


++++++++++++++++++++++++++++++++++++

โปรดติดตามตอนต่อไป

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
O-yohyo
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 4 กระบี่ไร้น้ำตา
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 4 กระบี่ไร้น้ำตา
avatar

จำนวนข้อความ : 6683
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: Godfather The Series : มาเฟียหลงเงา   Sat Dec 22, 2012 8:09 pm


อ่านแล้วสงสารแอนนี่ค่ะ วิธีการที่ใช้ร้ายกาจ แต่ก็ทำร้ายตัวเองด้วย

ทำแบบนี้แล้วจะได้หัวใจของหย่งหนานมาได้ยังไงล่ะ


ความจำของรัญชิดาจะกลับมาแล้ว จะเป็นยังไงล่ะเนี่ย รออ่านต่อไป

_________________



Charmaine Sheh / เสอซือมั่น - อาเส่ / 佘詩曼
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
 
Godfather The Series : มาเฟียหลงเงา
อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน 
หน้า 4 จาก 4ไปที่หน้า : Previous  1, 2, 3, 4

Permissions in this forum:คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
Welcome To Charlianz world :: Fiction & Recreation :: Fiction & Recreation-
ไปที่: