Welcome to Charlian Thai fans
 
บ้านสมัครสมาชิก(Register)เข้าสู่ระบบ(Log in)

Share | 
 

 Godfather The Series : มาเฟียหลงเงา

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down 
ไปที่หน้า : Previous  1, 2, 3, 4  Next
ผู้ตั้งข้อความ
O-yohyo
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 4 กระบี่ไร้น้ำตา
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 4 กระบี่ไร้น้ำตา
avatar

จำนวนข้อความ : 6683
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: Godfather The Series : มาเฟียหลงเงา   Mon Oct 15, 2012 7:19 am



พี่กานต์คะ รัญชิดาไม่เชื่อฟังพี่ สนใจมีน้องสาวคนใหม่รึเปล่าคะ lol!



_________________



Charmaine Sheh / เสอซือมั่น - อาเส่ / 佘詩曼
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: Godfather The Series : มาเฟียหลงเงา   Mon Oct 15, 2012 5:40 pm

ถ้าเสี่ยเถียนนัดดินเนอร์กับน้องดา แล้วน้องดาใส่ชุดแบบนี้ไป เสี่ยเถียนจะสติแตกก่อนมั้ยเนี่ย




พี่โย่ว..รีบยื่นใบสมัครด่วนเลยค่ะ น้องดาจะขัดคำสั่งของพี่สาวอีกแล้ว

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: Godfather The Series : มาเฟียหลงเงา   Fri Oct 19, 2012 9:02 pm

ตอนที่ 3

เช้าวันนี้รัญชิดารีบเร่งออกจากบ้าน แต่ก่อนไปเธอยังไม่ลืมที่จะบอกพ่อดลแม่โรสและพี่กานต์ของเธอที่กำลังยุ่งกับการเตรียมเปิดร้านว่าเธอจะออกไปข้างนอกเพื่อไปส่งเพื่อนของพิมพ์อรที่จะเดินทางกลับประเทศไทย แต่ธีรกานต์กลับอดนึกสงสัยไม่ได้เมื่อเห็นน้องสาวถือถุงใส่เสื้อจากร้านซักแห้งไปด้วยจึงได้ถามกับน้องสาวว่าจะถือถุงเสื้อไปส่งเพื่อนด้วยทำไม รัญชิดาจึงบอกกับพี่สาวว่าเธอจะแวะเอาเสื้อที่ซักจนสะอาดแล้วไปคืนเพื่อนก่อนถึงค่อยไปส่งเพื่อนของพิมพ์อร พอรัญชิดาตอบแบบนี้จึงทำให้ธีรกานต์นึกถึงเสื้อที่น้องใส่กลับมาเมื่อสองวันก่อนขึ้นมาได้ ซึ่งธีรกานต์ตั้งใจจะถามในวันรุ่งขึ้นแต่กลับลืมไปเสียก่อน พอนึกขึ้นมาได้ ธีรกานต์จึงได้ถามถึงเจ้าของเสื้อตัวนั้นว่าเป็นตัวเดียวกับที่รัญชิดาจะเอาไปคืนเพื่อนใช่หรือไม่และยังถามอีกว่าเจ้าของเสื้อเป็นใคร หลังจากได้ฟังคำถามของพี่สาว รัญชิดาถึงขนาดอ้ำอึ้งไปชั่วครู่ก่อนที่จะตอบพี่สาวไปว่าเป็นเสื้อของเพื่อนคนไทยที่จะกลับวันนี้ที่ให้เธอยืมใส่กลับมาบ้าน เธอจึงต้องรีบเอาไปคืน ธีรกานต์พยักหน้าเข้าใจแต่ก็ยังอดสงสัยต่อไปไม่ได้ที่เห็นเสื้อตัวนั้นตัวใหญ่และอาจจะเป็นเสื้อของผู้ชายมากกว่าผู้หญิง แต่พอธีรกานต์จะถามต่อ รัญชิดาก็รีบออกไปแล้ว จึงทำให้หญิงสาวต้องเก็บความสงสัยนั้นไว้ต่อไป


ที่ห้องทำงานของเถียนหย่งหนาน..หลังจากที่เขามาถึงโรงแรมในช่วงสาย ชายหนุ่มเอาแต่นั่งจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เปิดโปรแกรมกล้องวงจรปิดของโรงแรมไว้ คิ้วของเขาขมวดแน่นเหมือนกำลังมีเรื่องให้ครุ่นคิด จนกระทั่งเกาเหวินฉีที่นั่งทำงานอยู่ห้องข้างๆเดินเข้ามาและนั่งลงตรงหน้าของเขาแล้ว หย่งหนานก็ยังไม่ละสายตามาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์นั้น จนเกาเหวินฉีต้องลุกเดินอ้อมไปดูด้านหลังของญาติผู้น้องด้วยความสงสัย พอเห็นหย่งหนานกำลังมองดูลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการของโรงแรมในมุมต่างๆด้วยกล้องวงจรปิดเหมือนเขากำลังมองหาใครอยู่ เหวินฉีจึงได้ตบไหล่ของเขาเบาๆพร้อมรอยยิ้มที่มุมปากอย่างนึกขำ

“อย่าบอกนะว่านายกำลังมองหาเจ้าหญิงของนายอยู่ แต่ฉันคิดว่าเจ้าหญิงของนายคงไม่กล้ามาโรงแรมของเราแล้วมั้ง” หย่งหนานได้ยินคำพูดของญาติผู้พี่จึงได้ละสายตาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์มาได้

“เจ้าหญิงของฉันคนไหน ฉันไม่เข้าใจที่นายพูด” เหวินฉีได้ยินหย่งหนานพูดแบบนั้นยิ่งนึกขำมากกว่าเดิม ชายหนุ่มเดินกลับมานั่งที่หน้าโต๊ะทำงานของหย่งหนานพร้อมทั้งหัวเราะในลำคอ

“อย่ามาทำเป็นไขสือไปหน่อยเลยไอ้น้องชาย เจ้าหญิงคนไหนนายไม่รู้จริงๆหรอ”

“ฉันไม่รู้จริงๆ นายหมายถึงใครก็พูดมาตรงๆเถอะ อย่ามาทำเป็นเล่นทายปริศนา” เหวินฉีส่ายหน้าช้าๆพร้อมทั้งถอนหายใจ เขาอุตส่าห์ตั้งท่าจะล้อญาติผู้น้องให้สนุกสักหน่อย แต่อีกฝ่ายกลับไม่เข้าใจเสียได้

“ก็คุณหวังเหม่ยซิงของนายไงล่ะ นายกำลังมองหาเธออยู่ใช่มั้ย แต่วันนั้นฉันก็แกล้งเธอแรงไปหน่อย ไม่รู้ว่าเธอจะกล้ามาอีกรึเปล่า” หย่งหนานได้ฟังคำเฉลยจากปากของเหวินฉีเท่านั้น ก็เอามือมากุมขมับพร้อมทั้งยิ้มน้อยๆ จากนั้นจึงหันหน้าจอคอมพิวเตอร์มาให้เหวินฉีดูพร้อมคำอธิบาย

“ที่ฉันกำลังดูอยู่นี่ไม่ใช่จะมองหาคุณหวัง แต่ฉันกำลังมองดูลูกค้าของเราอยู่” หย่งหนานพูดมาได้เท่านี้ เหวินฉีก็อ้าปากคิดจะเถียงที่หย่งหนานกำลังหาข้ออ้าง แต่หย่งหนานก็ไม่ยอมเปิดโอกาสให้เหวินฉีได้โต้แย้ง เขารีบชิงพูดต่อ “ตั้งแต่ฉันให้มีการปรับปรุงเรื่องการบริการทั้งในส่วนโรงแรมและคาสิโนมาได้เกือบสองอาทิตย์ วันนี้ฉันก็ได้เห็นความเปลี่ยนแปลง ถึงจะแค่เล็กน้อยก็เถอะ ไม่เชื่อนายดูนี่สิ ลูกค้าของเราล้วนยิ้มแย้มแจ่มใสแสดงว่าพวกเขาล้วนพอใจในบริการของเรา” เหวินฉีมองตามหย่งหนานที่กำลังชี้ให้ดูลูกค้ายังจุดต่างๆของโรงแรม มันจริงอย่างที่ญาติผู้น้องพูด เมื่อได้เห็นลูกค้าล้วนพอใจที่ได้มาใช้บริการ และเหนือสิ่งอื่นใดคือความสบายใจ เพราะที่นี่ใครๆก็รู้ว่ามีมาเฟียเป็นเจ้าของ พนักงานที่อยู่ตามจุดต่างๆของโรงแรมก็เป็นลูกน้องของมาเฟีย แต่เมื่อเห็นลูกค้าได้รับการดูแลและบริการโดยพวกเขาเหล่านั้นแล้วไม่มีท่าทางหวาดกลัว คนที่เป็นผู้บริหารเช่นหย่งหนานและเหวินฉีจึงรู้สึกพอใจ

“แล้วนี่ก็คือตัวอย่างแบบฟอร์มสำหรับแสดงความคิดเห็นของลูกค้าที่ฉันให้ฝ่ายบริการลูกค้าจัดทำขึ้น มีลูกค้าแสดงความคิดเห็นแล้วก็เสนอแนะมาด้วยนะ ตอนนี้ฉันให้พวกเขารวบรวมข้อมูลให้อยู่” หย่งหนานพูดด้วยความกระตือรือร้นในขณะที่ยื่นแบบฟอร์มให้เหวินฉีดู เหวินฉีอดชื่นชมญาติผู้น้องของเขาไม่ได้ที่เห็นความตั้งใจในการทำงานของเขา นี่แสดงว่าหย่งหนานคงจะคิดได้แล้ว และเต็มใจที่จะรับตำแหน่งนี้

“งั้นฉันเชื่อนายก็ได้ว่านายไม่ได้นั่งรอคุณหวังอยู่ แต่ขอถามหน่อยว่านายไม่ได้คิดอะไรกับเธอแน่นะ” เหวินฉีชี้นิ้วถามพร้อมทั้งหรี่ตามองหน้าหย่งหนานอย่างจับผิด

“จะบ้ารึไง ฉันจะไปคิดอะไรกับเธอ นายเอาอะไรมาพูด” หย่งหนานโบกมือไปมาเพื่อปฏิเสธ

“ไม่ได้คิดอะไร แต่ทำไมนายต้องลงทุนขนาดนั้นด้วย ที่นายให้เธอติดรถไปกับเรายังไม่พอ ยังไปนั่งเรือข้ามฟากกลับฮ่องกงเป็นเพื่อนเธออีก ทำให้ต้องเสียเวลานั่งอยู่บนเรือร่วมชั่วโมง แทนที่จะกลับด้วยเฮลิคอปเตอร์แล้วใช้เวลาแค่สิบกว่านาทีเหมือนทุกวัน นายคิดจะทำอะไรกันแน่ ถ้าไม่สนใจเธอ ทำไมต้องเอาใจกันถึงขนาดนี้”

“นายพูดถึงคุณหวังขึ้นมาก็ดีเลย วันนั้นนายเล่นแรงไปจริงๆ เกิดเธอหัวใจวายไปหรือไปแจ้งความว่านายข่มขู่ โรงแรมของเราไม่ต้องเสียชื่อเสียงหมดรึไง ที่ฉันทำไปเนี่ยก็เพื่อไม่ให้เธอโกรธ ไม่เอาความแล้วก็เพื่อให้เธอมองภาพลักษณ์ของโรงแรมเราในทางที่ดีขึ้น อย่าลืมสิว่าเธอเป็นมัคคุเทศก์ ฉันมีความหวังว่าอย่างน้อยๆเธอจะช่วยพูดเชียร์โรงแรมของเราให้ลูกทัวร์ของเธอยังไงล่ะ” เหวินฉีได้ฟังคำอธิบายของหย่งหนานแล้วจึงพยักหน้าอย่างเข้าใจ แต่ที่เขาทำลงไปทั้งหมดก็เพราะความหวังดีจึงได้พูดขึ้น

“แต่ที่ฉันทำไปก็เพื่อความไม่ประมาท นายมองโลกในแง่ดีเกินไปแล้วก็ไว้ใจคนง่ายเกินไป ถ้าฉันไม่ทำแบบนี้นายจะรู้ได้ยังไงว่าเธอไม่ได้เป็นสายให้กับคู่แข่งของเรา นายจะมั่นใจได้ยังไงว่าสิ่งที่เราพูดให้เธอฟังเหมือนกับสิ่งที่เธอจดลงไปในสมุด อย่าลืมสิว่าเราอ่านตัวหนังสือที่เธอเขียนไม่ออก เธอจดอะไรลงไปบ้างเราจะรู้ได้ยังไง ที่ฉันทำลงไปเนี่ยก็เพื่อนายคนเดียวเลยนะ” เหวินฉีแสร้งทำเป็นน้อยใจ หากแต่ส่งสายตาหวานเหยิ้มให้กับหย่งหนาน หย่งหนานเห็นท่าทางของเหวินฉีแล้วถึงกับหลุดหัวเราะ

“โอเคๆฉันรู้ว่านายหวังดี ฉันขอโทษและก็ขอบคุณนายด้วย แต่ขอร้องล่ะอย่ามาทำสายตากับฉันแบบนี้ ฉันขนลุก” หย่งหนานพูดพลางหัวเราะไปพลาง เหวินฉีก็พลอยหัวเราะไปด้วย ระหว่างที่ทั้งสองคนยังมัวนั่งหัวเราะกันอยู่นั้น เสียงคนเคาะประตูก็ดังอยู่ด้านนอก หลังสิ้นเสียงของหย่งหนานที่อนุญาตให้เข้ามาได้ บอดี้การ์ดที่เป็นเคาะประตูจึงเดินเข้ามาพร้อมถุงใส่เสื้อ

“คุณเถียนครับ มีคุณผู้หญิงแซ่หวัง ฝากให้ผมนำเสื้อตัวนี้มาให้คุณเถียน ผมตรวจดูแล้วไม่มีสิ่งผิดปกติครับ” บอดี้การ์ดคนนั้นพูดจบก็ยื่นถุงเสื้อให้หย่งหนาน ชายหนุ่มรับเสื้อตัวนั้นมาถือไว้และจึงย้อนถามบอดี้การ์ดไปว่าผู้หญิงที่นำมาเสื้อมาให้เขาอยู่ที่ไหน บอดี้การ์ดจึงบอกกับหย่งหนานว่าผู้หญิงแซ่หวังอยู่ที่ลอบบี้ของโรงแรม พอได้คำตอบเท่านั้นหย่งหนานก็วางเสื้อไว้บนโต๊ะพร้อมทั้งรีบวิ่งออกไปจากห้องทันที บอดี้การ์ดเห็นเจ้านายวิ่งออกไปก็ทำท่าจะวิ่งตามแต่เหวินฉีกลับสั่งห้ามเอาไว้และบอกให้เขากลับไปทำงานต่อ

เหวินฉีมองตามหลังหย่งหนานที่วิ่งออกไปเมื่อครู่ด้วยท่าทางรีบร้อนเช่นนั้นทำให้ชายหนุ่มถึงกลับอมยิ้มพร้อมทั้งส่ายหน้าช้าๆแล้วก็คิดอะไรขึ้นมาได้ เมื่อเขาเดินไปนั่งที่โต๊ะทำงานของหย่งหนานพร้อมทั้งเปิดโปรแกรมกล้องวงจรปิดขึ้นมา เพื่อดูภาพในจุดที่เป็นลอบบี้ของโรงแรม เขากำลังจับตามองเจ้าหญิงที่กำลังรอเจ้าชายอยู่ที่โซฟาและอีกครู่เดียวที่พวกเขาก็ได้พบกัน

------------------------------------------------

สามเดือนต่อมา..เผิงจินหู่กำลังนั่งอ่านผลประกอบการของโรงแรมในรอบสามเดือน สีหน้าที่เคร่งเครียดและคิ้วที่ขมวดกันแน่นเป็นสิ่งที่บอกได้ว่าเขากำลังไม่พอใจกับผลกำไรที่ไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง เผิงจินหู่เปิดไฟล์ในคอมพิวเตอร์เพื่อตรวจดูข้อมูลโดยรวมอีกครั้งทั้งจำนวนลูกค้าที่มาเสี่ยงโชคในคาสิโนและที่มาเข้าพักรวมทั้งที่มาใช้บริการในส่วนของโรงแรมทั้งหมด เขาใช้เวลาเกือบชั่วโมงในการตรวจดูอย่างละเอียดพร้อมทั้งดูเอกสารที่ฝ่ายบัญชีทำสรุปขึ้นมาให้ และความไม่พอใจของเขาก็ถูกแสดงออกมาโดยการโยนแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะ พร้อมทั้งหันไปทางซูเกาเจี้ยนที่ยืนอยู่ใกล้กันนั้น

“แกจะให้ฉันทำยังไง ผ่านไปแล้วสามเดือน สามเดือนที่ฉันสู้อุตส่าห์เล่นเกมส์นี้อย่างขาวสะอาด แล้วแกดูผลที่ได้รับมาสิ มันคุ้มกันบ้างมั้ย” จินหู่พูดออกมาอย่างหัวเสีย เส้นเลือดที่ขมับทั้งสองข้างบวมปูดด้วยความโมโห ในบรรดามาเฟียด้วยกันที่หันมาทำธุรกิจอย่างถูกกฎหมาย สกุลเผิงเป็นรองเพียงสกุลเถียนเท่านั้น ซึ่งมันเป็นสิ่งที่เผิงจินหู่จะยอมให้ไม่ได้

“แกบอกมาซิมาฉันควรจะทำยังไง” จินหู่เงยหน้าขึ้นไปถามเกาเจี้ยนด้วยแววตาที่แข็งกร้าว เกาเจี้ยนยิ้มที่มุมปากและพยายามพูดให้จินหู่ใจเย็นลงก่อน

“ผมคิดว่าคุณเผิงน่าจะลองปรึกษาเถ้าแก่ดูก่อนนะครับ เถ้าแก่อยู่ในวงการมานาน คงมีวิธีที่จะจัดการเรื่องนี้ได้”

“ถ้าทุกอย่างฉันต้องคอยปรึกษาพ่อแล้วเมื่อไหร่ฉันถึงจะจัดการเรื่องทุกอย่างได้ด้วยตัวเองสักที อีกอย่างตอนนี้ท่านก็อยู่ที่ไต้หวัน กว่าท่านจะกลับมาก็อีกสองอาทิตย์ ฉันรอไม่ได้ ฉันต้องทำอะไรสักอย่างให้ทางนั้นมันรู้ว่าอย่ามาคิดสู้กับสกุลเผิงของฉัน” เกาเจี้ยนได้ยินเจ้านายพูดแบบนั้น จึงได้เสนอความเห็นขึ้น

“วิธีที่จะเล่นงานฝ่ายนั้นก็มีอยู่หลายวิธี ถ้าหากคุณเผิงเห็นด้วย ผมจะจัดการให้คุณเผิงทันทีครับ” เกาเจี้ยนพูดเสนอขึ้นด้วยรอยยิ้มที่มุมปากหากแต่แววตากลับเต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม

“วิธีอะไรก็ว่ามา” จินหู่ขบกรามเพื่อระงับอารมณ์โกรธของตนเองเมื่อครู่และตั้งใจฟังแผนของเกาเจี้ยน ซึ่งทำให้เขาค่อยๆเผยรอยยิ้มออกมา

_________________


แก้ไขล่าสุดโดย tabtim เมื่อ Fri Oct 19, 2012 10:21 pm, ทั้งหมด 1 ครั้ง
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: Godfather The Series : มาเฟียหลงเงา   Fri Oct 19, 2012 9:04 pm

ที่โรงแรมของสกุลเถียน เถียนหย่งหนานและเกาเหวินฉีกำลังนั่งดื่มไวน์ด้วยกันเพื่อฉลองความสำเร็จที่ผลประกอบการของโรงแรมมีกำไรเพิ่มขึ้นอีกสิบเปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นตัวเลขถึงแปดหลัก ที่ผลกำไรเพิ่มขึ้นนั้นล้วนเป็นผลงานของเกาเหวินฉีล้วนๆที่สามารถดึงลูกค้าจากจีนแผ่นดินใหญ่ให้เข้ามาเสี่ยงโชคที่คาสิโนของสกุลเถียนได้

“ฉันโทรไปบอกพ่อที่มาเลเซียแล้ว ท่านดีใจมากและก็ฝากชื่นชมนายมาด้วย เหวินฉี..นายนี่เก่งจริงๆถ้าไม่ได้นาย ลำพังแค่ฉันคนเดียว ฉันก็คงทำไม่ได้ขนาดนี้” หย่งหนานตบบ่าของเหวินฉีเบาๆ อีกฝ่ายได้แต่ก้มหัวลงเล็กน้อยให้กับคำชม เมื่อสามเดือนที่แล้ว หย่งหนานตั้งใจที่จะปรับปรุงโรงแรมและคาสิโนของสกุลเถียนในด้านต่างๆให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าที่สุด แต่เหวินฉีรู้ดีว่าแค่การปรับปรุงเรื่องการบริการและทำให้โรงแรมรวมทั้งคาสิโนมีความทันสมัยขึ้นนั้น ไม่สามารถทำให้ผลกำไรเพิ่มสูงขึ้น ในเมื่อเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ของรายได้มาจากคาสิโน เหวินฉีจึงคิดที่จะดึงลูกค้ากลุ่มนั้นให้เข้ามาใช้บริการให้ได้มากที่สุด ชายหนุ่มใช้เวลาศึกษาถึงจุดเด่นจุดด้อยในคาสิโนของสกุลเถียน จากนั้นเขาถึงได้วางแผนการตลาดเพื่อดึงลูกค้าที่กระเป๋าหนักให้หันมาสนใจคาสิโนของเขา ซึ่งลูกค้ากลุ่มใหญ่ที่เหวินฉีสนใจก็คือนักเสี่ยงโชคจากประเทศจีน จากนั้นเหวินฉีจึงเดินทางไปที่นั่นและด้วยที่เขาเป็นคนที่กว้างขวางเมื่อไปถึงจึงมีเพื่อนๆให้ความสนใจแผนงานของเขาและเต็มใจที่จะช่วยหาลูกค้าให้กับเหวินฉี ซึ่งเขาก็มีค่าตอบแทนเป็นจำนวนเงินที่ไม่น้อย แต่ถ้าเทียบกับรายได้ที่สกุลเถียนจะได้รับ ยังถือว่าคุ้มค่ากว่ามาก

“แต่ฉันก็ถือว่านายก็ทำได้ไม่เลวนะ เพราะถึงฉันหาลูกค้ามาได้ แต่ถ้าพวกเขาไม่ประทับใจในบริการของเรา ลูกค้าก็หายเหมือนกันนั่นแหละ เพราะงั้นความสำเร็จในครั้งนี้นายก็มีเอี่ยว ฉันไม่กล้ารับความดีความชอบไว้คนเดียวเด็ดขาด”

“งั้นฉันก็ไม่ปฏิเสธแล้วกันนะ เอ้า...ดื่ม” หย่งหนานยิ้มรับแล้วจึงชนแก้วกับเหวินฉี

“แล้วเรื่องที่นายเสนอโปรโมชั่นพิเศษให้กับคุณหวัง เธอมีท่าทีที่จะสนใจบ้างรึเปล่า นี่อย่าบอกนะว่าที่ฉันเห็นนายคุยกับเธอตั้งหลายครั้ง มันไม่ใช่เรื่องงานแต่เป็นเรื่องหัวใจล้วนๆ” เหวินฉีใช้นิ้วจิ้มไปที่หน้าอกด้านซ้ายของหย่งหนานเป็นเชิงหยอกล้อ หย่งหนานรีบปัดมือญาติผู้พี่ออกพร้อมด้วยรอยยิ้มบางๆที่มุมปาก

“ไง..พูดแทงใจดำเข้าหน่อย เขินจนพูดไม่ออกเลยรึไง” เหวินฉีไม่วายที่จะล้อหย่งหนานต่อ เป็นเวลาสามเดือนแล้วนับตั้งแต่วันที่รัญชิดานำเสื้อมาคืนหย่งหนานที่โรงแรม เหวินฉีก็คอยสังเกตความสัมพันธ์ของญาติผู้น้องกับรัญชิดามาโดยตลอด ถึงพวกเขาจะไม่ค่อยได้พบกัน แต่ก็ติดต่อกันทางโทรศัพท์อยู่บ่อยครั้ง เหวินฉีเคยถามหย่งหนาน เขาก็จะตอบว่าเขากำลังยื่นข้อเสนอให้กับบริษัททัวร์ที่รัญชิดาเป็นมัคคุเทศก์ให้อยู่ และให้เธอช่วยพูดแนะนำโรงแรมของเขาให้ด้วย อย่างเช่นถ้าพาลูกทัวร์มาพักที่โรงแรมของสกุลเถียน เขาจะมีส่วนลดให้ยี่สิบเปอร์เซ็นต์พร้อมบริการรถบัสรับ-ส่งระหว่างท่าเรือกับโรงแรม หรือถ้าจะใช้รถจากโรงแรมของเขาพาลูกทัวร์เที่ยวชมมาเก๊า เขาก็จะคิดค่าบริการสำหรับค่าเช่ารถบัสในราคาพิเศษ ซึ่งโครงการนี้มันก็ผ่านมาแล้วถึงสามเดือน แต่เหวินฉีก็ยังไม่เห็นมันสำเร็จเป็นรูปเป็นร่าง จึงอดไม่ได้ที่จะถาม หย่งหนานรู้ดีว่าญาติผู้พี่ของเขากำลังคิดอะไรอยู่ จึงได้บอกรายละเอียดให้เหวินฉีฟัง

“ฉันนึกว่านายจะไม่สนใจเรื่องนี้ซะแล้วนะเนี่ย” หย่งหนานยกมือห้ามเมื่อเห็นเหวินฉีกำลังอ้าปากจะล้อเขาต่อ “ที่ฉันไม่บอกนายกับพ่อเพราะมันยังไม่ได้ข้อสรุป แต่เรื่องที่ฉันได้เสนอเธอไป คุณหวังได้คุยกับเพื่อนของเธอให้แล้ว เห็นเธอบอกว่าบริษัททัวร์ที่ประเทศไทยให้ความสนใจ และยังบอกอีกว่าลูกสาวของบริษัททัวร์หรือก็คือเพื่อนของคุณหวังจะเดินทางมาชมโรงแรมของเราด้วยตัวเอง จากนั้นจึงค่อยตัดสินใจว่าจะตกลงหรือไม่ตกลง” หย่งหนานพูดจบก็ใช้มือตีหัวเข่าของตัวเอง หน้าตาของเขาดูไม่มีความกังวลแม้แต่น้อยว่าโครงการนี้จะไม่สำเร็จ ซึ่งเหวินฉีก็ดูออก

“ดูนายมั่นใจว่ามันจะสำเร็จมากเลยนะ แสดงว่างานนี้คงลงทุนไปไม่น้อยเลยสิ” เหวินฉีเหล่สายตาแล้วจึงขยับไปนั่งใกล้ๆหย่งหนาน “ลงทุนให้เขาทั้งหัวใจเลยรึเปล่าเนี่ยไอ้น้องชาย” เหวินฉีพูดแหย่พร้อมทั้งยักคิ้วให้หย่งหนาน

“บ้าสิ..ฉันกับคุณหวังเป็นแค่เพื่อนกัน นายเอาอะไรมาพูด” เหวินฉีได้ยินคำแก้ตัวของหย่งหนาน เขาจึงชี้นิ้วขึ้นอย่างจับผิด แต่ยังไม่ทันที่จะได้พูดล้อญาติผู้น้องต่อ เสียงโทรศัพท์มือถือของหย่งหนานก็ดังขึ้น เหวินฉีพยายามที่จะแอบมองที่หน้าจอโทรศัพท์ว่าใครโทรมา แต่หย่งหนานรู้ทัน เขารีบลุกไปรับโทรศัพท์ตรงริมหน้าต่าง ปล่อยให้เหวินฉีนั่งกอดอกมองด้วยความสงสัย จนครู่เดียวที่หย่งหนานเดินกลับมานั่งที่เดิมแล้วจึงจ้องหน้าเหวินฉีตอบเมื่ออีกฝ่ายกำลังมองด้วยสายตาที่กำลังจับผิดเขาอยู่

“คุณหวังโทรมาบอกว่าอีกสามวันเพื่อนของเธอจะมามาเก๊าเพื่อเยี่ยมชมโรงแรมของเรา นายก็ให้ทุกคนเตรียมตัวไว้ด้วยล่ะ ถ้างานชิ้นนี้สำเร็จ ฉันเชื่อว่าต่อไปจะต้องมีทัวร์มาใช้บริการของเราเพิ่มแน่ๆ” หย่งหนานบอกเหวินฉีแล้วจึงได้เดินกลับไปที่โต๊ะเพื่อทำงานต่อตามปกติ แต่เหวินฉีกลับมองตามหลังหย่งหนานและส่ายหน้าช้าๆ เขาไม่เชื่อว่าในใจของหย่งหนาน ผู้หญิงแซ่หวังคนนั้นจะเป็นแค่เพื่อนธรรมดา

--------------------------------------------------

“สวัสดีค่ะคุณพ่อ คุณแม่ พี่กานต์” พิมพ์อรยกมือไหว้พ่อแม่และพี่สาวของรัญชิดาเมื่อเธอมาถึงฮ่องกงและรัญชิดาพาเธอมาค้างที่บ้านหนึ่งคืนก่อนที่พรุ่งนี้จะเดินทางไปมาเก๊าและจะพักที่นั่นสามวัน ถึงตอนแรกธีรกานต์จะไม่ค่อยชอบใจที่น้องสาวจะไปมาเก๊าแต่เพราะเป็นงานและมีพิมพ์อรไปด้วย เธอจึงไม่ห่วง หลังจากที่รับประทานอาหารเย็นกันเรียบร้อย ทุกคนจึงมานั่งดูทีวีด้วยกัน จนกระทั่งมีข่าวลอบวางระเบิดในโรงแรมดังที่มาเก๊า พิมพ์อรที่ฟังเนื้อหาของข่าวไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ถึงกลับร้องลั่นเมื่อเธอเห็นคนที่กำลังให้สัมภาษณ์เป็นชายหนุ่มที่เธอคุ้นหน้า

“นั่นเสี่ยเถียนนี่นา เขาออกทีวีมีเรื่องอะไรหรอยัยดา มันเป็นเรื่องไม่ดีใช่มั้ย” น้ำเสียงของพิมพ์อรที่ดังขึ้นแสดงถึงความตื่นเต้นของเธอที่ได้เห็นเถียนหย่งหนานออกทีวี แต่ดูแล้วน่าจะเป็นข่าวใหญ่เพราะสีหน้าของรัญชิดาดูเคร่งเครียด

“โรงแรมของเขาถูกลอบวางระเบิดแล้วก็มีจดหมายข่มขู่ด้วย แต่โชคดีที่การ์ดของโรงแรมตรวจพบเจอซะก่อนแล้วมันก็ไม่ใช่ระเบิดจริงๆแต่เป็นนาฬิกาปลุกที่ผูกติดสายชนวนระเบิดเอาไว้ก็เลยไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต นี่เขาก็กำลังให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องที่เกิดขึ้นอยู่จ้ะ” ธีรกานต์ช่วยตอบพิมพ์อรแทนน้องสาวที่เอาแต่นั่งเงียบ

“แบบนี้โรงแรมของเขาไม่เสียชื่อเสียงหรอคะ แล้วแบบนี้ใครจะกล้าไปเข้าพัก” พิมพ์อรพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วพร้อมทั้งจับมือของรัญชิดาเอาไว้ มือของเพื่อนรักเย็นเฉียบ

“พ่อก็คิดว่าคงได้รับผลกระทบไม่มากก็น้อยนั่นแหละ แต่ดูเจ้าของโรงแรมเขาก็แก้ไขสถานการณ์ได้ดีทีเดียวนะ” พ่อดลของธีรกานต์และรัญชิดาออกความคิดเห็น แต่พิมพ์อรไม่เข้าใจจึงได้ให้พ่อของเพื่อนรักช่วยอธิบาย ท่านจึงบอกว่าเถียนหย่งหนานให้สัมภาษณ์ว่ากล่องกระดาษลึกลับที่ถูกวางไว้ข้างกระถางต้นไม้ในส่วนที่เป็นคาสิโนของโรงแรม ถูกตรวจพบโดยการ์ดของเขาจึงได้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและกล้องวงจรปิดของโรงแรมก็จับภาพของคนร้ายไว้ได้ ถึงคนร้ายจะสวมหมวกและแว่นดำอำพรางไว้ แต่ก็เชื่อแน่ว่าตำรวจจะสามารถจับตัวคนร้ายมาได้โดยเร็ว และเขายังให้สัมภาษณ์อีกว่าถึงจะเป็นแค่การข่มขู่ แต่จากการที่คนของเขาสามารถตรวจพบสิ่งผิดปกติได้อย่างรวดเร็ว นั่นแสดงให้เห็นถึงการรักษาความปลอดภัยของเขาที่มีประสิทธิภาพ ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการจึงไม่ต้องกังวล หลังจากพิมพ์อรฟังที่พ่อดลอธิบายให้ฟัง เธอจึงพยักหน้าช้าๆ

“แล้วนี่บริษัททัวร์ของแพรจะพาลูกทัวร์ไปพักที่ไหนหรอ ได้เลือกไว้แล้วรึยัง”

“หนูยังไม่ได้เลือกเลยค่ะแม่ เอาไว้ไปถึงมาเก๊าก่อนแล้วค่อยคิด” พิมพ์อรตอบแม่ของเพื่อนรัก ธีรกานต์เห็นน้องสาวเอาแต่นั่งเงียบจึงยื่นมือไปตีนต้นขาของน้องเบาๆและได้ถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง

“เป็นอะไรไปน้องพี่ เอาแต่นั่งเงียบเชียว นี่อย่าบอกนะว่าพรุ่งนี้เราจะต้องไปพักที่โรงแรมของเขา” รัญชิดาสะดุ้งท่าทางอึกอัก พิมพ์อรเห็นเพื่อนรักหน้าซีด จึงได้ช่วยปฏิเสธเป็นพัลวัน

“ไม่ใช่หรอกค่ะพี่กานต์ พวกหนูสองคนไม่กล้าไปพักโรงแรมหรูระดับห้าดาวแบบนั้นหรอกค่ะ นอกจากไม่มีเงินจ่ายแล้ว ที่นั่นยังเป็นโรงแรมของมาเฟียด้วย หนูไม่อยากกลับมาแล้วโดนพี่กานต์ดุ” พิมพ์อรหัวเราะคิกคักเพื่อกลบเกลื่อน ธีรกานต์ได้ฟังคำตอบของพิมพ์อรแล้วจึงชี้นิ้วคาดโทษเธอไว้พร้อมรอยยิ้ม พิมพ์อรไม่กล้าที่จะพูดล้อเล่นต่อเพราะเธอรู้สึกว่าเพื่อนรักที่นั่งอยู่ด้วยคงกำลังไม่สบายใจ และอาจต้องการใครสักคนที่จะอยู่เป็นเพื่อนเพื่อปรับทุกข์ พิมพ์อรจึงขอตัวกลับเข้าห้องแล้วดึงมือของรัญชิดาให้ลุกตามเข้าไปด้วย เมื่อเข้ามาในห้องแล้วพิมพ์อรจึงจับไหล่เพื่อนรักไว้ ดวงตาคู่งามของเธอกำลังจ้องหน้าเพื่อนรักพร้อมทั้งพูดขึ้น

“ตอนนี้ในห้องมีแค่เราสองคนแล้ว ถ้าดาเป็นห่วงเขาก็โทรไปหาเขาสิ ฉันสัญญาว่าฉันจะไม่บอกใคร” พิมพ์อรยิ้มหวานอย่างให้กำลังเพื่อนรัก รัญชิดาน้ำตาคลอและพยักหน้าเป็นเชิงขอบคุณ จากนั้นเธอจึงรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วเดินไปที่ริมระเบียงด้านนอก พิมพ์อรมองเพื่อนรักได้เพียงครู่เดียว เธอจึงล้มตัวนอนลงบนเตียง ตั้งแต่แรกที่รัญชิดาพยายามพูดให้เธอเห็นด้วยกับข้อเสนอของเถียนหย่งหนานเรื่องโรงแรมของเขา ถึงเธอจะเคยถามถึงเหตุผลแต่รัญชิดาไม่เคยบอกกับเธอสักครั้งนอกจากพูดชมผู้ชายคนนี้ให้เธอฟัง แม้ตอนแรกเธอจะไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่ถึงความรู้สึกที่รัญชิดามีต่อหย่งหนาน แต่จากท่าทางของรัญชิดาในวันนี้ และเมื่อเธอเอียงหน้าไปมองรัญชิดาที่กำลังคุยโทรศัพท์อยู่ด้านนอก เธอได้เห็นเพื่อนรักใช้มือปาดน้ำตาที่กำลังไหลอยู่ข้างแก้ม ทำให้เธอมั่นใจได้ว่าผู้ชายคนนี้มีความสำคัญต่อเพื่อนรักของเธอแค่ไหน มันไม่ใช่แค่ความรู้สึกของเพื่อนที่ห่วงใยกัน หากแต่มันเป็นความรู้สึกพิเศษที่มากกว่านั้น

-----------------------------------------------

ที่บ้านของเผิงจินหู่ หลังจากเขาเห็นข่าวที่โรงแรมของเถียนหย่งหนานเกิดเรื่อง เผิงจินหู่จึงสามารถนั่งดื่มไวน์ได้อย่างมีความสุข โดยมีซูเกาเจี้ยนนั่งดื่มเป็นเพื่อน

“แกแน่ใจนะว่าคนส่งของจะไม่สร้างปัญหาให้ฉันในภายหลัง ถ้ามัน..เกิดถูกจับได้ขึ้นมา” สายตาของเผิงจินหู่กำลังมองไวน์สีแดงเข้มที่อยู่ในแก้วเอ่ยถามซูเกาเจี้ยน คนเป็นลูกน้องยิ้มที่มุมปากพร้อมทั้งวางแก้วไวน์ในมือลงตรงหน้า

“คุณเผิงไม่ต้องเป็นห่วง คนส่งของเป็นหนี้ในบ่อนของคุณเผิงอยู่หลายแสน แค่คุณเผิงเมตตาให้มันทำงานล้างหนี้ ผมกล้ารับรองได้ว่ามันจะไม่กลับมาสร้างปัญหาให้คุณเผิงอีกแน่ๆ แล้วกล่องของขวัญที่เราส่งไปก็แค่ทำให้ฝ่ายนั้นตกใจนิดหน่อยเท่านั้นเอง ตำรวจก็แค่ทำงานตามหน้าที่ เดี๋ยวพอเรื่องเงียบก็ไม่มีใครสนใจแล้วครับ” จินหู่ได้ยินแบบนั้นจึงยิ้มอย่างพอใจพร้อมทั้งรินไวน์ให้เกาเจี้ยนเป็นรางวัล

“มันคิดจะปิดข่าวเรื่องนี้ไม่ให้คนอื่นรู้ แต่หารู้ไม่ว่ามันยังฉลาดน้อยกว่าฉัน ในเมื่อฉันคิดจะใช้วิธีนี้ ฉันก็ต้องก้าวให้เร็วกว่ามันหนึ่งก้าว” จินหู่ชูแก้วไวน์ของตนขึ้น เกาเจี้ยนจึงยื่นแก้วของตนเข้ามาชนแก้วของเจ้านาย
เรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้เถียนหย่งหนานต้องการจะปิดข่าวเพื่อไม่ให้ลูกค้าต้องแตกตื่น แต่เผิงจินหู่กลับแอบปล่อยข่าวนี้ออกไปจนถึงหูของนักข่าว ทำให้เรื่องนี้กลายเป็นที่สนใจของคนส่วนใหญ่ และนั่นก็คือผลลัพธ์ที่เผิงจินหู่ต้องการ เมื่อลูกค้าไม่มีความมั่นใจในความปลอดภัยของโรงแรมและคาสิโนของสกุลเถียน เผิงจินหู่ก็จะใช้โอกาสนั้นดึงลูกค้าจากสกุลเถียนมาให้ได้

“ตอนนี้เถียนหย่งหนานกำลังล้ม ฉันจะใช้โอกาสนี้เหยียบมันขึ้นมาให้ได้” จินหู่เอนหลังพิงกับโซฟาและจิบไวน์อย่างสบายใจ ที่เกมส์ครั้งนี้ตนเองคงเป็นฝ่ายชนะได้ไม่ยาก แต่เกาเจี้ยนที่อยู่รับใช้เผิงเว่ยเจียมานานหลายปีจึงรู้ดีว่าเกมส์ครั้งนี้มันเพียงแค่เริ่มต้น จึงได้พูดยุยงให้เผิงจินหู่เล่นเกมส์นี้ต่อไปให้จบ

“แต่ผมคิดว่าคุณเผิงคงจะเอาชนะฝ่ายนั้นได้ยากอยู่นะครับ ถึงเหตุการณ์ครั้งนี้จะทำให้สกุลเถียนเสียหายไม่น้อย แต่เถียนหย่งหนานก็เป็นคนฉลาดแถมยังมีเกาเหวินฉีคอยช่วยเหลือ คิดว่าในเวลาไม่นานสกุลเถียนต้องกอบกู้ชื่อเสียงกลับคืนมาได้แน่ๆ ถ้ายังไงผมคิดว่าคุณเผิงน่าจะทำอะไรสักอย่าง สกุลเถียนจะได้ล้มจนลุกขึ้นยืนไม่ได้” สายตาของเกาเจี้ยนฉายแววเจ้าเล่ห์

“งั้นแกก็บอกแผนต่อไปกับฉันมา ฉันอยากจะรู้นักว่ามันจะเอาอะไรมาสู้กับฉันได้อีก” เมื่อเจ้านายต้องการที่จะเล่นเกมส์นี้ต่อ เกาเจี้ยนจึงไม่รอช้าที่จะรีบบอกแผนการของเขาออกไป หลังจากเผิงจินหู่ได้ฟังแล้ว รอยยิ้มเหี้ยมได้ปรากฏขึ้นบนใบหน้าพร้อมคำสั่งให้เกาเจี้ยนรีบไปจัดการ เพื่อให้เกมส์นี้มันจบโดยสมบูรณ์

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: Godfather The Series : มาเฟียหลงเงา   Fri Oct 19, 2012 9:06 pm

เช้าวันรุ่งขี้นพิมพ์อรและรัญชิดาเดินทางไปมาเก๊าแต่เช้า ธีรกานต์ทำเหมือนทั้งสองคนจะไปไหนไกลหูไกลตาจึงได้กำชับให้ทั้งสองคนดูแลกันและกันให้ดี มีเรื่องอะไรให้รีบโทรศัพท์กลับมาหาเธอ ซึ่งทั้งสองคนก็ยิ้มรับก่อนที่จะไปท่าเรือ และเมื่อเรือข้ามฟากจอดเทียบท่าที่ท่าเรือเฟอร์รี่ของมาเก๊า หลังจากที่ทั้งสองคนเดินออกมาจากท่าเรือ ทั้งรัญชิดาและพิมพ์อรจึงได้พบกับเถียนหย่งหนานที่มารับพวกเธอที่ท่าเรือด้วยตัวเอง จากนั้นรัญชิดาจึงได้แนะนำพิมพ์อรให้กับเถียนหย่งหนานได้รู้จัก ชายหนุ่มพูดสวัสดีกับพิมพ์อรเป็นภาษาไทย ซึ่งรัญชิดาเป็นคนสอนให้ แม้สำเนียงของเขาจะไม่ค่อยชัดอยู่นิดหน่อย แต่รอยยิ้มที่เป็นมิตรและอ่อนโยน ทำให้พิมพ์อรรู้สึกประทับใจผู้ชายคนนี้ตั้งแต่แรกพบและเธอยิ่งไม่แปลกใจเลยที่เพื่อนรักของเธอจะมีความรู้สึกดีๆให้กับผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้า หลังจากทักทายกันไม่กี่คำ เถียนหย่งหนานจึงพาทั้งสองคนไปที่โรงแรมของเพื่อน ซึ่งแต่เดิมเขาได้เตรียมห้องพักไว้ที่โรงแรมของสกุลเถียน แต่กลับมาเกิดเรื่องเสียก่อนจนต้องปิดโรงแรมหนึ่งวันเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาหาหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อจับตัวคนร้าย หลังจากทั้งสองคนนำกระเป๋าไปเก็บที่โรงแรมแล้ว เถียนหย่งหนานจึงใช้โอกาสที่เขาได้หยุดพักหนึ่งวัน พาทั้งสองคนไปเที่ยวมาเก๊า

“วันนี้คุณเกาไม่ไปกับเราด้วยหรอคะ” รัญชิดาถามถึงญาติผู้พี่ของหย่งหนาน เมื่อเธอไม่เห็นเขามาด้วย

“เหวินฉีช่วยจัดการเรื่องที่โรงแรมให้ผมครับ ผมก็เลยมีเวลามาต้อนรับพวกคุณสองคน” หย่งหนานคุยกับรัญชิดาเป็นภาษาจีนจึงทำให้พิมพ์อรทำหน้าสงสัยจนต้องสะกิดเพื่อนรักให้ช่วยเป็นล่ามจำเป็นให้กับเธอด้วย พอรัญชิดาบอกเธอถึงเรื่องที่เพิ่งคุยกันไปเมื่อครู่ พิมพ์อรจึงยิ้มน้อยๆแล้วพูดกับหย่งหนานด้วยความเกรงใจ

“ความจริงคุณเถียนไม่ต้องลำบากก็ได้นะคะ ฉันก็อยู่ฮ่องกงมาหลายปี มาเก๊าก็เคยมาเที่ยวอยู่บ้าง แล้วก็มีดามาเป็นเพื่อนแบบนี้ ฉันไปไหนมาไหนคงไม่หลงหรอกค่ะ” พิมพ์อรคุยกับหย่งหนานเป็นภาษาอังกฤษ ท่าทางของเธอดูอึดอัดที่มีเขาเป็นคนพาเที่ยว

“ผมไม่รู้สึกลำบากหรอกครับ แต่ถ้าผมทำให้คุณ...” หย่งหนานหยุดพูดเมื่อเขากำลังนึกชื่อของพิมพ์อรและพยายามพูดชื่อนั้นออกมา “แต่ถ้าผมทำให้คุณพิ้มอ๋อนรู้สึกอึดอัด ผมต้องขอโทษด้วยนะครับ” สิ้นเสียงพูดของชายหนุ่ม พิมพ์อรที่พยายามกลั้นเสียงหัวเราะตั้งแต่ได้ยินเขาพูดชื่อของเธอออกมา ก็ไม่สามารถกลั้นเสียงหัวเราะได้อีกต่อไป เสียงหัวเราะของเธอทำให้หย่งหนานเขินจนหน้าแดง ในขณะที่รัญชิดาได้แต่อมยิ้มอย่างนึกขำ

“นี่อย่าบอกนะคะว่าเพื่อนของฉันสอนให้คุณพูดชื่อของฉันแบบนี้” พิมพ์อรล้อหย่งหนานก็ยิ่งทำให้เขาเขิน จนรัญชิดาต้องช่วยพูดแก้ต่างให้ว่าเป็นความผิดของเธอเองที่เป็นครูสอนภาษาไทยที่ไม่ดี พิมพ์อรเข้าใจว่ามันคงเป็นเรื่องยากสำหรับหย่งหนานจึงได้บอกให้เขาเรียกเธอว่า ‘เอมมี่’ ซึ่งเป็นชื่อที่เพื่อนๆใช้เรียกเธอ เมื่อครั้งที่เธอเรียนอยู่ที่ฮ่องกง หย่งหนานจึงให้เธอเรียกเขาว่าวินเซ็นต์ที่เป็นชื่อภาษาอังกฤษของเขาเช่นกัน จากนั้นเธอจึงบอกกับหย่งหนานอย่างตรงไปตรงมาว่าเธอไม่ได้รู้สึกอึดอัดที่มีหย่งหนานพาเที่ยว แต่เธอรู้สึกอึดอัดที่มีคนแปลกหน้าเดินตามเป็นขบวนมากกว่า ทำให้เธอรู้สึกเหมือนตัวเองไม่มีอิสระ ซึ่งพิมพ์อรหมายถึงบอดี้การ์ดของชายหนุ่ม

พิมพ์อรรู้ดีว่าเธอกำลังพูดกับเจ้าพ่อมาเฟีย แต่ที่เธอพูดออกไปตรงๆก็เพื่อต้องการจะพิสูจน์ความจริงใจของชายหนุ่มที่ต้องการจะทำธุรกิจร่วมกันในฐานะของคนทำธรรมดา ไม่ใช่ฐานะของมาเฟียที่กำลังจะบีบบังคับเธอทางอ้อมด้วยอิทธิพลของเขา หย่งหนานยังคงยิ้มและพูดกับเธออย่างสุภาพ

“ถ้าคนของผมทำให้คุณเอมมี่รู้สึกไม่สบายใจ ผมต้องขอโทษด้วยนะครับ” หย่งหนานกล่าวขอโทษหญิงสาวพร้อมทั้งหันไปบอกบอดี้การ์ดไม่ให้ตามไปด้วย ถึงพวกเขาจะไม่ยอมแต่มันเป็นคำสั่งจึงไม่กล้าขัด หลังจากนั้นหย่งหนานจึงได้เชิญทั้งรัญชิดาและพิมพ์อรขึ้นรถโดยที่เขาทำหน้าที่เป็นคนขับให้กับทั้งสองคน หย่งหนานชำเลืองมองพิมพ์อรผ่านกระจกมองหลังและถามกับเธอว่าอยากจะให้เขาพาไปเที่ยวที่ไหนก่อน ซึ่งหญิงสาวก็บอกกับหย่งหนานตามตรงว่าเธออยากกินของอร่อยขึ้นชื่อของมาเก๊า เพราะถ้าท้องอิ่ม เธอถึงจะสามารถเที่ยวได้อย่างมีความสุข ทำให้หย่งหนานยิ้มน้อยๆที่มุมปากและบอกกับเธอว่าเขาจะพาไปกินอาหารที่อร่อยที่สุด

“เสี่ยเถียนเป็นคนยิ้มง่ายแบบนี้หรอ ฉันเห็นหน้าของเขาต้องมีรอยยิ้มที่มุมปากอยู่ตลอดเวลาเลย สร้างภาพรึเปลาเนี่ย” เมื่อหย่งหนานตั้งใจทำหน้าที่ขับรถ พิมพ์อรจึงได้หันหน้ามาคุยกับรัญชิดาเป็นภาษาไทย

“เขาก็เป็นแบบนี้แหละ ทุกครั้งที่ฉันเจอเขา เขาก็จะยิ้มแบบนี้” รัญชิดายิ้มเขินเมื่อเธอแอบชำเลืองมองแววตาที่อ่อนโยนของหย่งหนานที่สะท้อนกับกระจกมองหลัง โดยที่หารู้ไม่ว่าอีกฝ่ายก็แอบมองเธอเช่นกัน

“มิน่า..แกถึงได้หลงเสน่ห์เขาจนลืมข้อห้ามของพี่กานต์ที่ไม่ให้ยุ่งกับพวกมาเฟีย” พิมพ์อรหยิกแขนเพื่อนรักเบาๆพร้อมทำตาดุใส่

“ฉันไม่ได้หลงเขาสักหน่อย แกก็พูดเกินไป”

“จ้า..ฉันจะพยายามเชื่อ แต่จะว่าไปเขาก็ดูดีนะ ฉันให้ผ่าน” พิมพ์อรแอบมองหย่งหนานผ่านกระจกหลังและพูดชมออกมาด้วยรอยยิ้ม แต่เป็นเวลาเดียวกับที่ชายหนุ่มชำเลืองสายตามองกระจกรถพอดี จึงได้พูดขึ้น

“คุณเอมมี่กำลังนินทาผมอยู่รึเปล่าครับเนี่ย ผมเห็นนะ” หญิงสาวได้ยินแล้วจึงรีบชี้นิ้วไปทางเพื่อนรัก

“ฉันเปล่านะคะ แต่เป็นดาต่างหากที่กำลังนินทาคุณให้ฉันฟัง” รัญชิดาเมื่อถูกเพื่อนรักโยนความผิดมาให้ก็รีบปฏิเสธเป็นพัลวัน และรีบบอกให้หย่งหนานตั้งใจขับรถ อย่าไปฟังที่พิมพ์อรพูด แต่หย่งหนานพอได้ยินพิมพ์อรเรียกชื่อเล่นของรัญชิดา เขาจึงได้ขมวดคิ้วถาม

“ขอโทษนะครับ เมื่อกี้คุณเอมมี่เรียกคุณหวังว่าอะไรนะครับ ตอนที่ผมได้ยินครั้งแรกก็ไม่กล้าถาม จนได้ยินเมื่อครู่นี้ เป็นชื่อเล่นของคุณหวังหรอครับ” พิมพ์อรพยักหน้าช้าๆแล้วจึงจับเบาะด้านหน้าข้างคนขับเพื่อชะโงกหน้าไปคุยกับหย่งหนานใกล้ๆ เขาจะได้ไม่ต้องคอยหันหน้ากลับมาคุยกับเธอให้เสียสมาธิในการขับรถ

“ใช่ค่ะเป็นชื่อเล่นของคุณหวังเหม่ยซิงหรือรัญชิดา เพื่อนรักของฉันเองค่ะ” หญิงสาวพูดจบก็โดนเจ้าของชื่อตีแขน และยังโดนต่อว่าที่วันนี้เธอพูดมากเกินความจำเป็น และรัญชิดายังหันไปต่อว่าหย่งหนานที่เขาก็พูดมากเกินความจำเป็นเหมือนกัน แต่ดูเหมือนว่าทั้งสองคนจะไม่ได้สนใจคำต่อว่าของอีกฝ่ายแม้แต่น้อย พิมพ์อรยังชวนหย่งหนานคุยต่อไปด้วยความสงสัยว่าทำไมเขาถึงเรียกรัญชิดาว่าคุณหวัง เขาจึงพูดแก้ตัวว่ารัญชิดาอนุญาตให้เขาเรียกเธอแบบนี้ เขาจึงไม่กล้าเรียกชื่อจีนหรือชื่อไทยของเธอ พิมพ์อรได้ฟังคำตอบแล้วจึงหันไปมองหน้าเพื่อนพร้อมทั้งหัวเราะ จากนั้นเธอจึงหันหน้ากลับไปคุยกับหย่งหนานต่อ

“งั้นฉันจะสอนให้คุณพูดชื่อเล่นภาษาไทยของเพื่อนฉันดีมั้ยคะ”

“ดีครับ ขอบคุณครับคุณเอมมี่” รัญชิดาไม่ทันที่จะห้าม หย่งหนานก็ชิงพูดขึ้นมาเสียก่อน “ผมไม่อยากเรียกคุณว่าคุณหวังแล้ว หวังว่าคุณจะไม่ว่าอะไรนะครับ” หย่งหนานยิ้มให้รัญชิดาสะท้อนผ่านกระจกมองหลัง ทำให้หญิงสาวพูดอะไรไม่ออก ได้แต่ยิ้มเขิน พิมพ์อรจึงได้โอกาสย้อนถามหย่งหนานว่าถ้าเขาเรียกเพื่อนของเธอด้วยชื่อเล่นภาษาไทย แล้วจะให้เพื่อนของเธอเรียกเขาว่าอะไร ถ้าจะให้เรียกว่าคุณเถียน มันดูห่างเหิน เธอจึงเจ้ากี้เจ้าการให้รัญชิดาเรียกหย่งหนานว่าวินเซ็นต์ตามเธอด้วย และความเจ้ากี้เจ้าการของเธอจึงทำให้ได้รับรางวัลจากรัญชิดาเป็นรอยหยิกที่แขน ในขณะที่หย่งหนานได้แต่ยิ้ม

“งั้นเดี๋ยวคุณหัดพูดชื่อของเพื่อนฉันตามฉันนะคะ” พิมพ์อรตั้งใจสอนภาษาไทยให้หย่งหนานเต็มที่ ในขณะที่หย่งหนานก็ตั้งใจฟัง “ชื่อของเพื่อนฉันสะกดเป็นภาษาอังกฤษว่า ‘ดี..เอ’ อ่านว่าดา ไหนคุณพูดตามฉันสิ” พิมพ์อรพูดจบก็พูดออกเสียงชื่อเล่นของรัญชิดาอีกครั้ง หย่งหนานจึงพูดออกเสียงตามเธอ

“ตา” เขาเข้าใจว่าตัวอักษรภาษาอังกฤษตัวดีกับตัวเอ ใช้หลักการออกเสียงตามการเขียนพินอินในภาษาจีน จึงได้ออกเสียงว่า ‘ตา’ แทนที่จะเป็น ‘ดา’

“ไม่ใช่ค่ะ เอาใหม่ๆ ออกเสียงว่าดา ไม่ใช่ตานะคะ” พิมพ์อรพยายามสอนหย่งหนานอีกครั้ง แต่เขาก็ยังพูดชื่อเล่นของรัญชิดาว่า ‘ตา’ อยู่ดี แต่พิมพ์อรก็ไม่ยอมแพ้ เธอยังคงตั้งใจสอนให้หย่งหนานพูดชื่อเล่นของเพื่อนรักให้ถูกต่อไป โดยที่รัญชิดาได้แต่นึกขำพวกเขาสองคน รัญชิดาไม่รู้ว่าหย่งหนานตั้งใจหรือไม่ตั้งใจที่จะเรียกชื่อของเธอไม่ได้กันแน่ แต่เธอก็มั่นใจว่าหย่งหนานได้แสดงให้พิมพ์อรได้เห็นถึงอีกด้านหนึ่งของเขาที่เป็นแค่ผู้ชายธรรมดาคนหนึ่งที่มีแต่ความสุภาพและอ่อนโยน ไม่ใช่ภาพของมาเฟียที่มีลูกน้องมากมายล้อมหน้าหลัง เขากำลังทำให้พิมพ์อรเห็นเขาเป็นเพื่อนเพื่อหวังผลในการเจรจาธุรกิจ แต่เธอก็สัมผัสได้ถึงความจริงใจของชายหนุ่ม เธอรู้ว่าเขากำลังลำบาก ถึงการเจรจาครั้งนี้จะไม่สำเร็จ แต่เธอก็เชื่อว่าความจริงใจของหย่งหนานจะไม่มีวันเปลี่ยนแปลง

ในระหว่างที่รถของหย่งหนานกำลังเลี้ยวเข้าร้านอาหาร รถตู้สีดำได้มาจอดนิ่งอยู่ไม่ห่างไกลและเฝ้าดูชายหนุ่มที่เพิ่งลงมาจากรถพร้อมหญิงสาวอีกสองคน หย่งหนานบอกให้พวกเธอเข้าไปรอในร้านก่อน จากนั้นจึงได้หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาเพื่อโทรหาใครสักคน แต่จากคำพูดเพียงไม่กี่คำ รถตู้สีดำที่ตามเขามาตั้งแต่แรกและจอดอยู่ไม่ไกลหากแต่หย่งหนานสามารถมองเห็น จึงค่อยๆเคลื่อนตัวออกไป เมื่อหย่งหนานเห็นรถตู้สีดำคันนั้นไปแล้ว ชายหนุ่มจึงได้เดินเข้าไปในร้าน โดยที่ไม่ได้สังเกตเห็นเลยว่ายังมีรถยนต์อีกคันที่สะกดรอยตามเขามา ซึ่งคนในรถไม่ใช่บอดี้การ์ดของเขาเหมือนกลุ่มคนที่อยู่ในรถตู้คันสีดำที่เพิ่งขับรถออกไป


-------------------------------------

โปรดติดตามตอนต่อไป

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
midori
ศิษย์ใหม่ชาเรี่ยน..เอ๊าะๆเฟรชๆ
ศิษย์ใหม่ชาเรี่ยน..เอ๊าะๆเฟรชๆ
avatar

จำนวนข้อความ : 51
: 39
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: Godfather The Series : มาเฟียหลงเงา   Fri Oct 19, 2012 10:35 pm

วันนี้ละครงดเลยเข้ามาเจิมแต่หัววัน ความหวานกำลังได้ที่ เขาจีบกันเรียบๆ เรื่อยๆ แต่จดจำอยู่ในหัวใจกันนานๆ

แต่นะพี่จินหู่ของเค้าเลยต้องเป็นตัวเบรกความหวานช่วยเร่งดอกรักให้คู่นี้เร็วขึ้น Twisted Evil

อิอิ เอาพอหอมปากหอมคอ
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: Godfather The Series : มาเฟียหลงเงา   Sat Oct 20, 2012 9:38 am

เมื่อวานมิบอกว่าโดนมดกัด วันนี้เลยเอายาหม่องมาฝากหรือจะเลือกแซมบัคก็ได้

แต่มิอย่าใช้คนเดียวหมดนะ เผื่อไว้ให้คนอื่นด้วย






อันนี้ยาฆ่ามด เอามาเผื่อด้วย




_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
chuengngee
ศิษย์ใหม่ชาเรี่ยน..เอ๊าะๆเฟรชๆ
ศิษย์ใหม่ชาเรี่ยน..เอ๊าะๆเฟรชๆ


จำนวนข้อความ : 55
: 39
Registration date : 13/12/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: Godfather The Series : มาเฟียหลงเงา   Sat Oct 20, 2012 7:17 pm

ความรักกำลังเบ่งบานงอกเงย อิอิ
ว่าแต่พิมพ์อรนี่คือน้องเคทหรือเปล่าคะ แล้วเมื่อไหร่พี่กานต์จะได้เจอกับเหวินฉีคะ
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: Godfather The Series : มาเฟียหลงเงา   Sat Oct 20, 2012 7:25 pm

พี่งี้..พิมพ์อรไม่ใช่น้องเคทค่ะ คนที่รับบทนี้คือเชอรี่ เข็มอัปษรไงค่ะ ส่วนน้องเคทโผล่มาแล้วจริงๆค่ะ

แต่ทับทิมไม่ได้พูดถึงมากเท่านั้นเอง

สำหรับพี่กานต์กับเหวินฉีใกล้จะได้ปะทะคารมกันแล้วค่ะ ต้องรอให้หย่งหนานเกิดเรื่องก่อนนะคะ

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
lingu
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 4 กระบี่ไร้น้ำตา
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 4 กระบี่ไร้น้ำตา
avatar

จำนวนข้อความ : 6491
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: Godfather The Series : มาเฟียหลงเงา   Sat Oct 20, 2012 11:00 pm

แหม...พี่หย่งหนานปากไม่ตรงกับใจนะก๊ะ ดูแลเทคแคร์น้องรัญขนาดนั้น ยังบอกไม่มีอะไรในกอไผ่อีกแหน่ะ

ขำพี่หย่งหนานเรียกชื่อเพื่อนของน้องรัญผิด แต่ก็น่าร๊ากมั่กค่ะ แบบนี้ต้องแกล้งสอนภาษาไทยแบบผิดๆ ให้ซะแหล่ว

ตอนนี้พี่หย่งหนานกับน้องรัญกำลังหวีดจนน่าอิจฉา ความรักกำลังงอกเงยดังโรยด้วยกลีบกุหลาบ ไม่รู้ว่ามรสุมจะเข้ามาเมื่อไหร่

กำลังถูกมดกัดพอดีค่ะ ดีนะที่ ผู้กินกับเตรียมยาหม่องมาไว้ให้แล้ว ฮี่ๆ

รอพี่เหวินฉีพบกับพี่กานต์นะคะ ท่าทางจะปากร้ายทั้งคู่ สงครามขนาดหย่อมๆ +55 I love you

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=linguniang&group=3]Chil
O-yohyo
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 4 กระบี่ไร้น้ำตา
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 4 กระบี่ไร้น้ำตา
avatar

จำนวนข้อความ : 6683
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: Godfather The Series : มาเฟียหลงเงา   Tue Oct 23, 2012 4:20 pm


แวะมาหาพี่กานต์แล้วค่ะ มาช้าไปหน่อยไม่งอนนะ

รักพี่กานต์เสมอนะจ๊ะ จุ๊บ จุ๊บ

_________________



Charmaine Sheh / เสอซือมั่น - อาเส่ / 佘詩曼
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
tomtam
ศิษย์ชาเรี่ยนขั้น 2
ศิษย์ชาเรี่ยนขั้น 2
avatar

จำนวนข้อความ : 167
: 36
Registration date : 14/12/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: Godfather The Series : มาเฟียหลงเงา   Thu Oct 25, 2012 10:45 pm

อย่างไรก็ไว้ไมตรีกันบ้างนะคะเสี่ยเผิง ตอนหน้าลุ้นว่าใครจะถูกจับตัวไป แอบดีใจนิดนึงเสี่ยเกาจะได้พบกับพี่กานต์แล้วสินะคะ รออ่านตอนหน้านะคะ
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว http://forums2.popcornfor2.com/index.php?showtopic=56077&st=
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: Godfather The Series : มาเฟียหลงเงา   Sat Oct 27, 2012 10:08 am

ชมภาพการเล่น skywalk ก่อนอ่านตอนต่อไปนะคะ จะได้จินตนาการได้บรรเจิด







แต๋ม..เสียเผิงไม่ได้จับตัวใครไปค่ะ แต่...


เสี่ยเถียนตอนนี้ จินตนาการเป็นเฮียเค ณ ปัจจุบันได้เลยนะคะ ผู้กินกับเศร้ามาก เค้าไม่ได้ตั้งใจจริงๆ

_________________


แก้ไขล่าสุดโดย tabtim เมื่อ Sat Oct 27, 2012 10:25 am, ทั้งหมด 1 ครั้ง
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: Godfather The Series : มาเฟียหลงเงา   Sat Oct 27, 2012 10:14 am

ตอนที่ 4

เวลาบ่ายสามโมง รถบีเอ็มดับเบิ้ลยูสีน้ำเงินเข้มจอดนิ่งอยู่ด้านหน้ามาเก๊าทาวเวอร์ หอคอยที่มีความสูงถึงสามร้อยสามสิบแปดเมตร ซึ่งถือเป็นหอชมวิวที่สูงเป็นอันดับแปดของเอเชียและเป็นอันดับสิบของโลก หย่งหนานพาพิมพ์อรและรัญชิดามาที่นี่ เพราะเมื่อขึ้นไปยังจุดชมวิวจะสามารถมองเห็นมาเก๊าได้เกือบทั้งหมด และที่นี่ยังมีศูนย์การค้า ร้านอาหาร โรงภาพยนตร์และโรงละคร

หย่งหนานทำหน้าที่เป็นสุภาพบุรุษไปเข้าคิวซื้อตั๋วมาให้ หลังจากได้ตั๋วแล้วทั้งสามคนจึงขึ้นลิฟต์แก้วเพื่อไปยังชั้นที่ห้าสิบแปดที่เป็นจุดชมวิวในร่ม ซึ่งในระหว่างที่ลิฟต์แก้วค่อยๆขึ้นไปนั้น จะทำให้เห็นทิวทัศน์ของเมืองมาเก๊าได้อีกด้วย จนกระทั่งมาถึง หย่งหนานจึงทำหน้าที่พาทั้งสองคนเดินชมเมืองมาเก๊าที่วันนี้ท้องฟ้าเป็นสีคราม พิมพ์อรอดไม่ได้ที่จะต้องหยิบกล้องถ่ายรูปออกมาเพื่อบันทึกภาพไว้เป็นที่ระลึก หย่งหนานเห็นพิมพ์อรชอบที่นี่จึงแนะนำมาเก๊าทาวเวอร์ให้เป็นหนึ่งในโปรแกรมทัวร์ของบริษัทเธอ ซึ่งหญิงสาวได้ตอบรับคำแนะนำของชายหนุ่ม จากนั้นเธอจึงถ่ายรูปทุกมุมของเมืองมาเก๊าในระหว่างที่เดินชมวิวไปเรื่อยๆและขอให้เขาช่วยถ่ายรูปให้เธอกับรัญชิดา จากนั้นหย่งหนานจึงพาพิมพ์อรและรัญชิดาไปยังจุดที่พื้นเป็นแผ่นกระจก เขาแนะนำให้พิมพ์อรลองไปยืนบนพื้นกระจกนั้นและก้มลงไปมองพื้นด้านล่าง ซึ่งหญิงสาวก็ทำตาม แต่พอเห็นพื้นดินที่อยู่สูงจากจุดที่เธอยืนอยู่มาก พิมพ์อรก็รีบกระโดดออกมาเกาะแขนรัญชิดาไว้แน่น พร้อมทั้งต่อว่าหย่งหนานที่แกล้งเธอเสียยกใหญ่

“นี่ก็ถือว่าเป็นจุดที่น่าสนใจของมาเก๊าทาวเวอร์นะครับ คุณเอมมี่อย่าลืมให้ลูกทัวร์มาลองยืนที่จุดนี้ด้วยนะ” หย่งหนานพูดแนะนำพิมพ์อรเสร็จก็หัวเราะชอบใจ หญิงสาวได้แต่ย่นจมูกใส่เขา แต่ทำอะไรไม่ได้ หลังจากเดินชมวิวบนชั้นที่ห้าสิบแปดจนครบ สามร้อยหกสิบองศาแล้ว หย่งหนานจึงได้พาทั้งสองคนไปชั้นที่หกสิบเอ็ด ซึ่งที่นี่เป็นจุดชมวิวที่สูงที่สุดและยังมีกีฬาสำหรับคนที่ชอบท้าทายความสูงอย่างเช่น Sky Walk หรือก็คือการเดินชมวิวรอบหอคอยด้านนอกโดยจะมีอุปกรณ์ให้นักท่องเที่ยวผูกติดกับตัวเอาไว้เพื่อความปลอดภัย ทั้งรัญชิดาและพิมพ์อรเห็นนักท่องเที่ยวที่กำลังเล่น Sky Walk อยู่ด้านนอกแล้วถึงกลับส่ายหน้าเมื่อหย่งหนานให้พวกเธอลองเล่นดูสักครั้ง

“คุณบอกให้พวกเราสองคนไปลองเล่น แล้วทำไมคุณถึงไม่ไปเล่นให้เราดูก่อนล่ะ ถ้าคุณกล้า พวกเราสองคนก็กล้า” พิมพ์อรพูดท้าหย่งหนานทั้งที่ใจยังเต้นตึกๆเมื่อจินตนาการภาพที่ตัวเองออกไปเดินด้านนอก แต่เธอก็อยากจะเอาคืนชายหนุ่มที่เมื่อกี้เธอโดนเขาแกล้งให้ไปยืนท้าความเสียวที่ชั้นห้าสิบแปด

“ผมไม่กล้าหรอกครับ” หย่งหนานทำหน้าเศร้า ทำให้พิมพ์อรเตรียมจะหัวเราะเยาะแต่ไม่สำเร็จเมื่อหย่งหนานพูดประโยคถัดมาเสียก่อน “แต่ถ้ามีคนออกไปเดินเป็นเพื่อนผมข้างนอกผมก็กล้านะครับ พวกคุณกล้ารึเปล่า ถ้าพวกคุณกล้า ผมก็กล้า” ชายหนุ่มพูดพลางชำเลืองสายตาไปมองรัญชิดาที่กำลังมองเขาปะทะคารมกับเพื่อนของเธอ พิมพ์อรเมื่อถูกหย่งหนานย้อนคำพูดจึงทำได้แต่เม้มปากแน่นและใช้ความคิดเพื่อจะเอาชนะมาเฟียหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้าให้ได้

“ฉันไม่กล้าหรอกค่ะ แต่เพื่อนของฉันคงกล้า” พิมพ์อรไม่พูดอย่างเดียวแต่ยังผลักรัญชิดาให้ก้าวออกไปข้างหน้าหนึ่งก้าว

“ฉันไม่เล่นนะ สูงขนาดนี้ฉันไม่กล้า” หญิงสาวรีบปฏิเสธ แต่พิมพ์อรขยิบตาให้และกระซิบบอกกับเธอเป็นภาษาไทยเพื่อที่หย่งหนานจะได้ฟังไม่ออกและเดาไม่ได้

“หายใจเข้าลึกๆไว้เพื่อนรัก แกเป็นมัคคุเทศก์ต้องลองไปเล่นดู เผื่อลูกทัวร์ของฉันถาม แกจะได้อธิบายถูก เหมือนที่แกยังเสี่ยงเข้าถ้ำเสือไปล้วงข้อมูลในคาสิโนมาจนได้ไง แล้วยังได้แฟนรูปหล่อมาเป็นของแถมอีก เอาน่า..กล้าๆหน่อย”

“เขาไม่ใช่แฟนฉัน” รัญชิดารีบปฏิเสธในขณะที่หย่งหนานหันมามองเธอด้วยความสงสัย

“ตอนนี้ไม่ใช่ อีกเดี๋ยวก็ใช่ ฉันรู้ว่าแกแอบชอบเขาอยู่” พิมพ์อรล้อเพื่อนรักแล้วยังหัวเราะคิกคิกชอบใจ รัญชิดาไม่อยากเถียงกับเพื่อนจึงได้พยักหน้าตกลง ในเมื่อเธอเคยนั่งรถไฟเหาะตีลังกาที่โอเชี่ยนพาร์คที่เป็นรถไฟเหาะที่เร็วที่สุดในฮ่องกงมาแล้ว ความตื่นเต้นและหวาดเสียวของ Sky Walk ก็คงไม่ต่างกันเท่าไหร่ เมื่อรัญชิดายอมตกลง เธอจึงได้พูดท้าทายกับหย่งหนาน

“ฉันส่งเพื่อนรักไปเดินเป็นเพื่อนคุณ ถ้าคุณกล้า เพื่อนของฉันก็กล้า” หญิงสาวเท้าสะเอวพูดทำให้หย่งหนานส่ายหน้าช้าๆแต่ก็รับคำท้าของเธอ จากนั้นเขาจึงเดินไปซื้อตั๋วและพารัญชิดาไปใส่อุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยที่ทางเจ้าหน้าที่เตรียมไว้ให้ เมื่อเตรียมตัวพร้อมแล้ว หย่งหนานจึงยื่นมือไปกุมมือของรัญชิดาไว้แน่น พร้อมทั้งเอียงหน้าไปพูดกับเธอใกล้ๆ

“คุณไม่ต้องกลัวนะครับ ผมจะดูแลคุณเอง เชื่อใจผมนะคุณดา” หลังจากรัญชิดาได้ยินเขาเรียกชื่อเล่นของเธอด้วยสำเนียงที่ชัดเจน ใบหน้าของเธอกลับเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อ พิมพ์อรที่ยืนมองอยู่ไม่รู้ว่าเขาพูดอะไรกับเพื่อนรักถึงทำให้รัญชิดาหน้าแดง จึงได้จ้องหน้าของหย่งหนานและต่อว่าชายหนุ่ม

“คุณขี้โกงนี่นา ทำไมเวลาคุณคุยกับเพื่อนฉันต้องคุยเป็นภาษาจีนด้วยล่ะ แบบนี้ฉันก็ฟังไม่รู้เรื่องนะสิ บอกมาเดี๋ยวนี้เลยนะว่าคุณพูดอะไรกับดา ทำไมเพื่อนฉันถึงหน้าแดง” พิมพ์อรทำตาดุแต่ไม่ได้ทำให้มาเฟียหนุ่มเกรงกลัวเธอแม้แต่น้อย

“เรื่องอะไรผมจะต้องบอกคุณด้วยล่ะ ทีเวลาคุณคุยกับเพื่อน คุณยังคุยเป็นภาษาไทย ผมก็ฟังไม่รู้เรื่องเหมือนกัน เพราะงั้นตอนนี้ก็ถือว่าเราหายกันนะครับ” หย่งหนานยักไหล่แล้วจึงจับมือรัญชิดาให้เดินไปกับเขา หญิงสาวจับมือชายหนุ่มไว้แน่นระหว่างที่เดินไปด้านนอกหอคอยด้วยกัน เมื่ออยู่ด้านนอกหอคอยแล้วเจ้าหน้าที่จะติดอุปกรณ์ชิ้นสุดท้ายโดยจะยึดติดกับรางเหล็กให้จากนั้นเจ้าหน้าที่จะเล่นเป็นตัวอย่างให้ดูก่อนและคอยช่วยถ่ายรูปให้เป็นที่ระลึก
ถึงแม้ตอนแรกรัญชิดาจะไม่กลัวแต่เมื่อต้องไปยืนอยู่ข้างนอกจริงๆมือของเธอกลับเย็นเฉียบจนหย่งหนานรู้สึกได้ หย่งหนานกำลังจะก้มหน้าไปพูดปลอบเธอ แต่รัญชิดากลับเกาะแขนของเขาไว้อย่างลืมตัว ชายหนุ่มเห็นแบบนั้นได้แต่อมยิ้มและกระซิบบอกให้เธอเกาะแขนไว้แน่นๆ จากนั้นทั้งสองคนจึงเดินตามเจ้าหน้าที่ที่เดินนำออกไป เจ้าหน้าที่คนนั้นไปยืนอยู่ริมทางเดิน ยกขาไปข้างหลังหนึ่งข้างและกางแขนทั้งสองขนานกับหัวไหล่ หลังจากทำให้ดูแล้วเจ้าหน้าที่จึงบอกให้ทั้งหย่งหนานและรัญชิดาลองทำดู โดยที่เจ้าหน้าที่จะช่วยถ่ายรูปไว้ หย่งหนานจึงหันไปมองหน้ารัญชิดาและบอกกับเธอว่าอีกเดี๋ยวเขาจะบินให้เธอดูก่อนแล้วเขาถึงเดินไปยังจุดที่เจ้าหน้าที่ยืนเมื่อครู่ ชายหนุ่มทำท่าเหมือนที่เจ้าหน้าที่ทำให้ดูทุกอย่าง ซึ่งจากมุมกล้องในภาพถ่ายจะทำให้เขาเหมือนกำลังบินอยู่บนท้องฟ้าของเกาะมาเก๊าจริงๆ หลังจากนั้นเขาจึงบอกให้รัญชิดาลองทำดูบ้าง หญิงสาวทำตามโดยมีหย่งหนานคอยจับมือเธอไว้ หลังจากเธอตั้งหลักได้เขาถึงค่อยปล่อยมือ หลังจากได้ภาพแรกแล้ว รัญชิดาเริ่มไม่กลัวแต่กลับรู้สึกสนุก เมื่อเธอค่อยๆวิ่งมาแล้วจึงค่อยยกเท้าขึ้นให้ลอยเหนือพื้นเพื่อปล่อยให้แรงเหวี่ยงนั้นค่อยๆพาเธอเคลื่อนตัวไปข้างหน้าราวกับว่าเธอกำลังลอยอยู่บนปุยเมฆ โดยมีหย่งหนานยืนมองเธออยู่ด้วยรอยยิ้ม ทั้งสองคนได้ถ่ายรูปคู่กันโดยมีฉากหลังเป็นท้องฟ้าสีครามที่เริ่มจะเปลี่ยนสีเป็นแดงอมส้ม

พิมพ์อรแอบมองภาพที่งดงามนั้นจนรู้สึกถึงใบหน้าที่ร้อนผ่าวพร้อมความคิดที่ผุดขึ้นมาในหัวสมองของเธอ ‘ที่แท้มาเฟียก็มีวิธีจีบสาวที่แปลกไปจากคนธรรมดาจริงๆ’ เธอคิดเช่นนั้น และจึงหันกลับมาเพื่อหาที่นั่งรอเพื่อนรักของเธอ ในตอนนั้นเธอจึงได้สังเกตเห็นผู้ชายคนหนึ่งที่สายตากำลังเฝ้ามองหย่งหนานอย่างไม่ให้คลาดสายตา หญิงสาวได้แต่ส่ายหน้าช้าๆ เมื่อคิดว่านี่คงจะเป็นบอดี้การ์ดของชายหนุ่มที่แอบตามมาดูแลความปลอดภัยให้เจ้านาย

เวลาสามทุ่มครึ่งหลังจากหย่งหนานพารัญชิดาและพิมพ์อรไปรับประทานอาหารค่ำเรียบร้อย เขาจึงทำหน้าที่ขับรถมาส่งพวกเธอจนถึงโรงแรม และนัดกันว่าพรุ่งนี้เช้าเขาจะมารับพวกเธอไปที่โรงแรมของสกุลเถียน หลังจากพวกเธอเดินเข้าไปในโรงแรมแล้ว หย่งหนานก็เตรียมจะขับรถออกไป แต่ปรากฏว่ามีชายฉกรรจ์สองคนมายืนขวางหน้ารถของเขาเสียก่อนทำให้หย่งหนานไม่สามารถขับรถออกไปได้ สีหน้าของชายหนุ่มไม่ได้แสดงถึงความตกใจเมื่อเขาก้าวลงจากรถ ในขณะที่ชายฉกรรจ์สองคนต่างเดินเข้ามาหาเขาพร้อมกัน

“ฉันสั่งแล้วไงว่าไม่ให้ตามมา” น้ำเสียงของชายหนุ่มที่ต่อว่าคนที่เดินเข้ามานั้น แสดงถึงความไม่พอใจอยู่ไม่น้อย แต่เขาก็ไม่ได้ว่ากล่าวต่อเมื่อได้ยินเสียงผู้ชายอีกคนที่ดังอยู่ด้านหลัง

“พวกเขาตามฉันมาเอง ไม่ได้ตามนายมาสักหน่อย” เกาเหวินฉีเดินสองมือล้วงกระเป๋าเข้ามาหาหย่งหนาน พอเดินมาถึงตัวญาติผู้น้อง เขาจึงพูดขึ้นอีกครั้ง “กลับบ้านได้รึยังครับคุณเถียน” เหวินฉีพูดพลางก้มหัวลงเล็กน้อย จึงทำให้หย่งหนานยิ้มออกมาได้ บอดี้การ์ดสองคนที่มายืนขวางรถของหย่งหนานเมื่อครู่คนหนึ่งรีบมาเปิดประตูให้เจ้านาย หลังจากหย่งหนานและเหวินฉีขึ้นรถไปด้วยกันแล้ว บอดี้การ์ดคนนั้นก็รีบไปทำหน้าที่คนขับรถ ส่วนอีกคนก็ขึ้นไปนั่งด้านหน้าข้างคนขับ และรถยนต์ทั้งสามคันจึงได้ขับออกไปอย่างช้าๆ จนเมื่อรถของหย่งหนานไปไกลแล้ว ผู้ชายที่พิมพ์อรเจอที่มาเก๊าทาวเวอร์จึงได้เดินออกมาจากมุมมืด ท่าทางของคนผู้นั้นคล้ายไม่พอใจอะไรบางอย่าง จนต้องระบายอารมณ์ออกมาด้วยการกระแทกกำปั้นไปที่เสาต้นหนึ่งที่อยู่ใกล้ๆ ก่อนที่คนผู้นั้นจะเดินจากไป

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: Godfather The Series : มาเฟียหลงเงา   Sat Oct 27, 2012 10:16 am

เช้าวันรุ่งขึ้นเถียนหย่งหนานขับรถมารับพิมพ์อรกับรัญชิดาด้วยตัวเอง เพื่อพาพวกเธอไปเยี่ยมชมโรงแรมของสกุลเถียนตามที่นัดกันไว้ วันนี้โรงแรมเปิดดำเนินกิจการตามปกติอีกครั้ง ซึ่งนับจากนี้คงต้องเป็นหน้าที่ของเถียนหย่งหนานและเกาเหวินฉีที่จะต้องช่วยกันกอบกู้ชื่อเสียงของโรงแรมให้กลับคืนมาให้ได้ เมื่อทั้งสามคนมาถึงโรงแรม เกาเหวินฉีได้มารอต้อนรับอยู่ก่อนแล้ว จนทำให้พิมพ์อรรู้สึกว่าพวกเขาให้ความสำคัญกับบริษัททัวร์ของเธอมากจนเกินไป แต่เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ลอบวางระเบิดที่เพิ่งเกิดขึ้น หญิงสาวก็เข้าใจได้ไม่ยากจากที่เธอเห็นจำนวนลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการจนบางตา ซึ่งมันแตกต่างจากก่อนหน้านี้ที่รัญชิดาเคยเล่าให้เธอฟัง

เกาเหวินฉีเป็นคนพาพิมพ์อรกับรัญชิดาเดินชมบริเวณที่เป็นคาสิโนพร้อมทั้งให้คำแนะนำต่างๆ ซึ่งกว่าจะพาชมจนทั่วก็ผ่านไปครึ่งวัน เหวินฉีจึงพาทั้งสองคนมานั่งพักผ่อนที่ห้องของแขกวีไอพีที่ตอนนี้หย่งหนานได้รออยู่ที่นั่นพร้อมอาหารและเครื่องดื่ม หลังจากที่รับประทานอาหารเรียบร้อยแล้ว หย่งหนานจึงรับช่วงต่อทำหน้าที่พาทั้งสองคนไปชมในส่วนของโรงแรมทั้งหมด ระหว่างนั้นพิมพ์อรก็ถ่ายรูปไปด้วย ในขณะที่รัญชิดาช่วยจดรายละเอียดต่างๆให้ หลังจากเวลาผ่านไปร่วมสองชั่วโมง ทั้งหมดจึงกลับมานั่งพักผ่อนที่ห้องเดิม เถียนหย่งหนานจึงได้ลองถามพิมพ์อรว่าเธอมีความคิดเห็นเกี่ยวกับโรงแรมของเขาอย่างไรบ้าง หญิงสาวจึงบอกไปว่าเธอประทับใจในการบริการ รวมทั้งโรงแรมและคาสิโนก็ดูทันสมัย ซึ่งทุกอย่างถูกจัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบ แต่เธอยังไม่สามารถตัดสินใจได้ในตอนนี้ เพราะเธอยังมีตัวเลือกเป็นโรงแรมอื่น จึงต้องนำไปเปรียบเทียบกันก่อน หลังจากหย่งหนานได้ฟัง สีหน้าของเขาแสดงถึงความผิดหวังเล็กน้อย แต่ยังมีรอยยิ้มและพูดขึ้น

“คุณเอมมี่คงไม่มั่นใจในความปลอดภัยของโรงแรมผมใช่มั้ยครับ” พิมพ์อรยิ้มเล็กน้อยพร้อมทั้งส่ายหน้าช้าๆ

“ไม่ใช่หรอกค่ะและไม่ได้เกี่ยวกับข่าวที่เพิ่งเกิดขึ้น โรงแรมของคุณมีความปลอดภัยมาก แต่คุณก็ต้องเข้าใจเหตุผลของฉันนะคะ แล้วที่ฉันตอบรับคำเชิญของคุณก็เพราะเพื่อนของฉัน ฉันเชื่อในสายตาของเพื่อนฉันค่ะ” หย่งหนานกับเหวินฉีหันมามองหน้ากัน พวกเขาไม่เข้าใจที่พิมพ์อรพูด หญิงสาวจึงอธิบายให้ฟังว่ารัญชิดาได้พูดถึงโรงแรมของพวกเขาให้เธอฟังว่าอย่างไรบ้าง จนเธออยากมาเห็นด้วยตาของตัวเอง

“ถึงฉันจะยังไม่ได้ตัดสินใจ แต่ฉันก็ให้คะแนนโรงแรมของคุณเป็นอันดับหนึ่งค่ะ และฉันก็ต้องขอบคุณคุณเช่นกันที่นึกถึงบริษัททัวร์ของฉัน ถ้าฉันเดาไม่ผิดก็คงเป็นเพราะเพื่อนรักของฉันใช่มั้ยคะ” คำถามของพิมพ์อรทำให้หย่งหนานไม่กล้าปฏิเสธเมื่อดวงตาคู่งามของรัญชิดามองมาทางเขาพอดี

“ผมหวังว่าจะได้รับข่าวดีจากคุณนะครับ” หย่งหนานลุกขึ้นยืนพร้อมทั้งยื่นมือออกไปจับมือกับพิมพ์อร หญิงสาวจึงลุกขึ้นยืนและจับมือกับเขาตอบ หย่งหนานถือโอกาสชวนทั้งสองคนอยู่รับประทานอาหารเย็นที่โรงแรมด้วยกัน แต่พิมพ์อรกลับปฏิเสธน้ำใจของชายหนุ่มเมื่อเธอบอกกับเขาว่าเธอขอเวลาได้ไปเดินเที่ยวกับเพื่อนรักตามลำพังสองคน ซึ่งหย่งหนานก็ไม่ได้รั้งพวกเธอไว้แต่อาสาที่จะขับรถไปส่งพวกเธอ พิมพ์อรอ่านใจของหย่งหนานออก เธอจึงไม่ได้ปฏิเสธ และก่อนที่หย่งหนานจะเดินออกไปพร้อมพวกเธอสองคน ชายหนุ่มได้ฝากให้ญาติผู้พี่ช่วยดูแลงานที่โรงแรมไปก่อน เมื่อส่งพิมพ์อรและรัญชิดาแล้ว เขาจะรีบกลับมา

---------------------------------------------

ที่ห้องทำงานของเผิงจินหู่ ชายหนุ่มกำลังนั่งฟังเกาเจี้ยนรายงานเรื่องที่เขาให้ไปสืบความเคลื่อนไหวภายในโรงแรมของสกุลเถียน และเมื่อเขาฟังจบ ใบหน้าของชายหนุ่มกลับเคร่งเครียด แววตาที่แข็งกร้าวจ้องมองไปที่หนังสือพิมพ์ที่ลงข่าวลอบวางระเบิดที่โรงแรมของสกุลเถียนโดยไม่มีคำพูดใดหลุดออกมาจากปากของเผิงจินหู่ มันช่างเป็นความเงียบที่น่ากลัวนัก เมื่อไม่มีใครคาดเดาความคิดของเผิงจินหู่ได้ เมื่อมือทั้งสองข้างกลับกำไว้จนแน่น จนเห็นเส้นเลือดบวมปูด รอยยิ้มที่เหยียดหยามดูถูก ค่อยๆปรากฏขึ้นบนใบหน้า

“มันยังอุตส่าห์หาทางดิ้นรน คิดจะดึงลูกค้าจากเมืองไทยอย่างงั้นหรอ มันไม่ง่ายนักหรอก” เผิงจินหู่สบถออกมาและหันไปสั่งเกาเจี้ยนด้วยน้ำเสียงที่เฉียบขาด “หาทางรีบไปจัดการมันซะ อย่าให้มันลุกขึ้นมาได้อีก” เกาเจี้ยนก้มหน้าลงรับคำสั่งแต่สีหน้าของเขายังมีความกังวลอยู่บ้าง จึงได้พูดขึ้นด้วยความลังเล

“แต่ผมว่าคราวนี้เราคงลงมือได้ยากอยู่นะครับ ฝ่ายนั้นระวังตัวมาก” เพียงเกาเจี้ยนพูดจบ เผิงจินหู่จึงระบายความโกรธด้วยการทุบโต๊ะเสียงดังและตวาดใส่หน้าเกาเจี้ยน

“แกเป็นคนต้นคิด แกก็ต้องหาวิธีจัดการให้ได้ ไม่งั้นก็ไม่ต้องกลับมาให้ฉันเห็นหน้า” เผิงจินหู่สั่งเกาเจี้ยนด้วยน้ำเสียงที่เฉียบขาด จนคนฟังได้แต่ก้มหน้ารับคำฟัง แววตาของเผิงจินหู่แข็งกร้าวเมื่อกำลังมองเกาเจี้ยนที่กำลังเดินพ้นประตูห้องไป

-------------------------------------------------

ค่ำคืนสุดท้ายที่พิมพ์อรและรัญชิดาจะอยู่ที่มาเก๊า ทั้งสองคนจึงเดินเที่ยวที่นี่จนทั่ว หาของกินอร่อยๆและหาซื้อของฝากกลับไปให้คนที่บ้านจนพลบค่ำ จนรถประจำทางมาจอดที่ด้านหน้าโรงแรม เสียงโทรศัพท์มือถือของรัญชิดาจึงดังขึ้น พิมพ์อรมองหน้าเพื่อนรักที่กำลังยิ้มหวานทำให้เธอเดาได้ทันทีว่าปลายสายไม่ใช่ใครที่ไหน หากแต่เป็นเถียนหย่งหนานจึงได้พูดล้อเพื่อนรักที่ชายหนุ่มรุดหน้าไปเร็วกว่าที่เธอคิด รัญชิดาไม่ได้พูดแก้ตัวแต่กลับรีบรับโทรศัพท์ หลังจากเธอฟังปลายสายพูดเพียงไม่กี่คำเธอจึงได้มองหาหย่งหนานและย้อนถามไปว่าเขาอยู่ที่ไหน ซึ่งคำตอบที่ได้ก็คือเธอเห็นชายหนุ่มได้ลงมาจากรถที่จอดอยู่ไม่ไกลจากที่เธอยืนอยู่และกำลังเดินเข้ามาหาเธอ พิมพ์อรอดไม่ได้ที่จะล้อเพื่อนรักอีกครั้งที่มีมาเฟียมาดักรออยู่หน้าโรงแรม พอหย่งหนานเดินมาถึงเธอยังอดไม่ได้ที่จะพูดล้อชายหนุ่มบ้าง

“ไม่ทราบว่าคุณวินเซ็นต์มีธุระอะไรรึเปล่าคะ หรือว่าทำหัวใจหล่นหายไว้ถึงได้มาหาแถวๆนี้” พิมพ์อรหรี่ตาข้างขึ้นพร้อมทั้งชี้นิ้วถามหย่งหนาน สิ้นเสียงของเธอ รัญชิดาจึงแอบหยิกไปที่เอวของเธอแรงๆจนพิมพ์อรร้องโอดโอย

“คุณเอมมี่พูดอะไรครับ ผมไม่เห็นเข้าใจเลย” หย่งหนานกรอกตาขึ้น เขาทำเหมือนไม่เข้าใจที่พิมพ์อรพูดจริงๆ ทำให้พิมพ์อรถึงกลับทำหน้ามุ่ย ส่วนรัญชิดาได้แต่หัวเราะเพื่อนจากนั้นเธอจึงได้ถามหย่งหนานว่าเขามาคงไม่แค่บังเอิญมาที่นี่ใช่มั้ย ซึ่งหย่งหนานไม่ได้ปฏิเสธและบอกว่าเขาตั้งใจจะมาขอบคุณรัญชิดาที่ช่วยพูดแนะนำโรงแรมของเขาให้กับพิมพ์อร และมาขอบคุณพิมพ์อรที่จะรับโรงแรมของเขาไว้พิจารณา ชายหนุ่มยอมรับว่าหลังจากเกิดเรื่องขึ้นเขาจำเป็นต้องหาลูกค้าเพิ่มทางอื่น และหวังว่าจะสามารถได้ลูกค้าจากประเทศไทยมาเพิ่มไม่มากก็น้อย ซึ่งทั้งพิมพ์อรและรัญชิดาต่างเข้าใจ พิมพ์อรบอกกับหย่งหนานว่าเขาไม่จำเป็นต้องพูดขอบคุณพวกเธออีกแล้ว เพราะถ้าโรงแรมของเขาไม่มีข้อดีจริงๆ ต่อให้เอาปืนมาจ่อหัวเธอ เธอก็ไม่มีทางสนใจแน่ๆ จากคำพูดที่ตรงไปตรงมาของพิมพ์อรทำให้หย่งหนานยิ้มและบอกกับพิมพ์อรว่าเธอคือเพื่อนคนไทยที่ดีที่สุดของเขา ถ้าหากเธอต้องการความช่วยเหลือให้บอกเขาได้ทุกเมื่อ หญิงสาวได้ยินเช่นนั้นเธอจึงบอกว่าเขาก็คือเพื่อนของเธอเช่นกัน และถ้าหากหย่งหนานมีโอกาสได้ไปประเทศไทย เธอจะเป็นเจ้าบ้านให้การต้อนรับเขาอย่างดี
พิมพ์อรยังถามหย่งหนานต่อไปว่าเขาคงไม่ได้ตั้งใจมาเพื่อกล่าวขอบคุณพวกเธอแค่นี้ใช่มั้ย ซึ่งหย่งหนานยอมรับว่านอกจากการมาขอบคุณ เขายังต้องการจะเลี้ยงข้าวพวกเธอเป็นการตอบแทนด้วย แต่พิมพ์อรปฏิเสธและบอกไปว่าก่อนจะกลับมาที่โรงแรม พวกเธอได้กินข้าวกันจนอิ่มเรียบร้อย ทำให้หญิงสาวลอบเห็นสีหน้าที่แสดงความผิดหวังของชายหนุ่ม

“แต่ดาน่าจะยังไม่อิ่ม ถ้ามีคุณกินเป็นเพื่อน” พิมพ์อรพูดพลางหยิบถุงใส่ของจากมือของรัญชิดามาถือไว้ จากนั้นจึงใช้หัวไหล่ของเธอดันหลังของเพื่อนรัก “ฉันฝากเพื่อนด้วยนะคะ” หญิงสาวพูดจบก็วิ่งหนีเข้าไปในโรงแรม ปล่อยให้หย่งหนานยืนยิ้มชอบใจกับรัฐชิดาที่จะเงื้อมมือไปตีเพื่อนก็ไม่ทันเสียแล้ว ชายหนุ่มก้มหน้าลงมามองหญิงสาวที่กำลังหันหน้าหนีไม่กล้าสบตาเขาตอบ

“คุณดาอยากไปที่ไหนเป็นพิเศษมั้ยครับ” เขาถามด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้ม แต่หญิงสาวกลับส่ายหน้าช้าๆเพื่อสื่อความหมายว่าเขาจะพาเธอไปที่ไหนก็ได้ แต่หย่งหนานกลับเข้าใจว่าเธอไม่อยากไป จึงพูดด้วยน้ำเสียงผิดหวัง “งั้นผมไม่รบกวนเวลาพักผ่อนของคุณก็ได้ เดี๋ยวผมจะเดินเข้าไปส่งในโรงแรมนะครับ” ชายหนุ่มเดินนำไปก่อนแต่แล้วก็ต้องหยุดฝีเท้าเมื่อรัญชิดาเรียกเขาไว้

“แล้วคุณไม่กลับฮ่องกงหรอคะ” คำถามของรัญชิดายิ่งทำให้หย่งหนานถอนหายใจ คิดว่าเธอกำลังไล่เขาทางอ้อม

“ที่โรงแรมเกิดเรื่องทำให้ช่วงนี้ผมต้องค้างที่มาเก๊าเพื่อจัดการปัญหาก่อนครับ แต่ถ้าผมทำให้คุณรำคาญ งั้นผมกลับก็ได้” ชายหนุ่มพูดโดยที่ไม่หันหลังกลับมามองหญิงสาว พอพูดจบเขาก็จะเดินไปที่รถแต่รัญชิดากลับพูดขึ้น

“ฉันพูดตอนไหนหรอคะ ว่าฉันรำคาญคุณ” คำพูดของหญิงสาวทำให้ชายหนุ่มยอมหันหน้ากลับมา เธอถึงได้เห็นหน้าของเขาที่กำลังยู่ปากและหัวคิ้วที่ชนกัน จนเธออดไม่ได้ที่จะต้องหัวเราะเด็กตัวโตที่ถูกขัดใจตรงหน้า

“งั้นไปเดินเล่นกันนะครับ” หย่งหนานยิ้มให้รัญชิดาและจึงถือโอกาสจับมือของเธอไว้ สายตาของชายหนุ่มมองไปที่ใบหน้าของหญิงสาวที่กำลังเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อ ไม่มีคำพูดใดนับจากนี้ เมื่อมีเพียงเขาและเธอที่ต่างสัมผัสได้ถึงความรู้สึกที่มีให้กัน หย่งหนานยิ้มกว้างและจับมือของรัญชิดาไว้ และก้าวเดินไปช้าๆ

พิมพ์อรที่ยังไม่ไปไหนแต่แอบดูพวกเขาสองคนผ่านกระจกบริเวณลอบบี้ด้านหน้าของโรงแรมพลันรู้สึกหน้าร้อนผ่าวขึ้นมากะทันหันที่กำลังเห็นต้นรักของมาเฟียหนุ่มกับเพื่อนของเธอกำลังงอกเงย แต่แล้วหญิงสาวกลับขมวดคิ้ว สายตาของเธอจ้องมองไปที่ผู้ชายคนหนึ่งที่เธอเคยเจอที่มาเก๊าทาวเวอร์ เธอกำลังคิดว่าเขาเป็นบอดี้การ์ดของหย่งหนาน แต่เมื่อเธอเห็นผู้ชายคนนั้นรีบวิ่งกลับไปที่รถตู้ที่จอดอยู่ไม่ไกล เธอกลับไม่แน่ใจแล้วว่าพวกเขาจะใช่บอดี้การ์ดของหย่งหนานหรือไม่ พิมพ์อรจึงตัดสินใจโทรศัพท์บอกรัญชิดาว่ามีคนแอบสะกดรอยตามอยู่ อย่างน้อยรัญชิดาจะได้บอกหย่งหนาน หากเป็นบอดี้การ์ดของชายหนุ่ม มันก็ไม่ใช่เรื่องที่ต้องกังวล หากแต่ไม่ใช่ เขาจะได้ระวังตัว

หย่งหนานพารัญชิดาเดินมาเรื่อยๆ ต่างมีเรื่องให้คุยด้วยกันอย่างไม่รู้เบื่อ ตลอดสามเดือนที่ได้รู้จักกันนี่คงเป็นครั้งแรกที่รัญชิดาได้มีโอกาสคุยกับเขาโดยที่ไม่มีเรื่องงานมาเกี่ยวข้อง หย่งหนานเล่าให้เธอฟังถึงวีรกรรมสมัยเด็กๆของเขาหลายเรื่อง รวมทั้งที่แอบหนีไปเล่นที่สวนสนุกกับเหวินฉีตามลำพัง จนทำให้รัญชิดาสงสัยว่าทำไมเขาต้องหนี หย่งหนานจึงบอกว่าตั้งแต่เล็กจนโตเขากับพี่ชายจะมีบอดี้การ์ดคอยติดตามตลอดเวลา แต่ชีวิตที่มีคนคอยตามแบบนี้ มันไม่ใช่สิ่งที่เขาปรารถนา เพราะมันทำให้เขาไม่มีเพื่อน มันทำให้ไม่มีใครอยากคบกับลูกชายของมาเฟีย ดังนั้นพอมีโอกาสเขาถึงชวนเหวินฉีหนีออกไป ซึ่งครั้งนั้นทำให้วุ่นกันทั้งบ้าน พ่อของเขาทั้งโกรธและเป็นห่วง ท่านส่งคนออกตามหาจนทั่ว เมื่อหย่งหนานนึกถึงความวุ่นวายในตอนนั้นก็นึกขำ

สองคนเดินคุยกันมาจนเพลิน มารู้สึกตัวกันอีกทีพวกเขาก็เดินมาไกลพอสมควรแล้ว หย่งหนานจึงเดินเข้าไปซื้อไอศกรีมจากร้านข้างทางมาให้หญิงสาวและไปนั่งกินด้วยกันที่ม้านั่งริมทางเดิน รัญชิดาแอบมองหย่งหนานตอนที่เขากำลังกินไอศกรีมรสชอคโกแลต แววตาของเขาดูมีความสุขและมีรอยยิ้มที่มุมปากตอนที่เขาหันมามองเธอ

“ดามองผมมีอะไรรึเปล่า” เขาถามเมื่อสายตาของรัญชิดามองมาที่ใบหน้าของเขาด้วยรอยยิ้มแปลกๆ หญิงสาวไม่ตอบคำถามแต่กลับหยิบกระดาษทิชชู่ออกมาช่วยเช็ดคราบไอศกรีมที่เลอะอยู่ที่มุมปากให้

“คุณนี่ช่างเหมือนเด็กจริงๆกินไอศกรีมแค่นี้ก็ยังเลอะ” รัญชิดาแกล้งว่าหย่งหนานแก้เขินเมื่อเขาจับมือของเธอไว้ไม่ยอมปล่อย เมื่อเธอยิ่งเขิน เขาก็ยิ่งจับมือไว้แน่น รัญชิดาจะคิดว่าเขาฉวยโอกาสก็ได้ แต่ในเวลานี้เขารู้แต่ว่าเขาจะจับมือผู้หญิงคนนี้ไว้ให้แน่นเพื่อที่เธอจะได้ไม่หนีหายไปไหน

“ไม่รู้ว่าถ้าคุณกลับไปฮ่องกงแล้ว ผมจะมีโอกาสชวนคุณออกมาเดินเล่นแบบนี้อีกรึเปล่านะ” หย่งหนานแกล้งถามขึ้นพร้อมทั้งชำเลืองสายตาไปมองหญิงสาวอย่างรอคอยคำตอบ

“ก็ไม่รู้เหมือนกันสิคะ ฉันไม่ค่อยว่าง” หญิงสาวหันหน้าหนีเพื่อซ่อนรอยยิ้มอย่างเขินอายของเธอ

“งั้นให้ผมโทรหาคุณทุกวันนะ”

“ฉันไม่ชอบคุยโทรศัพท์”

“งั้นผมไปหา” หย่งหนานไม่ยอมแพ้ ขยับตัวเข้าไปถามใกล้ๆ

“ฉันไม่ค่อยอยู่บ้าน ต้องไปกับทัวร์” รัญชิดาอมยิ้มและรอฟังว่าหย่งหนานจะพูดอะไรต่อ แต่เธอก็ไม่ได้ยินเสียงของเขา จนเธอหันหน้ากลับมาจึงพบว่าหย่งหนานไม่ได้นั่งอยู่ข้างเธอแล้ว ทำให้รัญชิดาลุกขึ้นยืนเพื่อมองหาเขาด้วยความเป็นห่วงแต่ก็ไม่พบจนกระทั่งเธอได้รับข้อความจากชายหนุ่มที่บอกให้เธอรอเขาอยู่ตรงนี้ รัญชิดาจึงรีบโทรศัพท์ไปหาหย่งหนาน แต่เขากลับไม่ยอมรับสาย ในขณะที่เธอกำลังคิดว่าควรจะทำอย่างไรต่อไป เธอกลับนึกถึงเรื่องที่พิมพ์อรบอกกับเธอว่ามีคนแอบสะกดรอยตามหย่งหนานอยู่ ซึ่งเธอได้บอกเรื่องนี้กับหย่งหนานไปแล้ว และถึงเขาจะรับฟังแต่เธอรู้ว่าเขาไม่เชื่อและคิดว่าคนพวกนั้นเป็นบอดี้การ์ดที่แอบติดตามมา ครั้นนึกถึงความปลอดภัยของหย่งหนาน รัญชิดาจึงตัดสินใจโทรศัพท์หาเขาอีกครั้ง ถึงแม้เธออาจจะเป็นกังวลเกินไป แต่อย่างน้อยขอให้เธอรู้ว่าเขาอยู่ที่ไหนและทำอะไรอยู่ก็พอ

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: Godfather The Series : มาเฟียหลงเงา   Sat Oct 27, 2012 10:21 am

ในตรอกทางเดินที่เชื่อมต่อกับถนนสายหลัก ร้านค้าส่วนใหญ่ล้วนปิดกันไปเกือบหมดแล้ว แต่โชคดีที่ร้านขายดอกไม้ที่ไฟยังเปิดอยู่ หย่งหนานจึงรีบวิ่งเข้าไปในร้านและใช้เวลาเลือกอยู่ไม่นาน เขาก็ได้ช่อกุกลาบสีแดงที่ผูกด้วยริบบิ้นสีชมพูติดมือออกมาด้วย หย่งหนานไม่รู้ว่าคนรับจะชอบดอกกุหลาบสีแดงกำมะหยีของเขาหรือไม่ แต่เขามั่นใจว่าเขาจะต้องได้คำตอบที่ต้องการจากปากของหญิงสาว มันมีความรู้สึกบางอย่างที่เขาสามารถสัมผัสได้บอกกับเขาแบบนั้น แต่แล้วชายหนุ่มกลับนึกขึ้นมาได้ว่าเขาปล่อยให้หญิงสาวรอเขาอยู่เกือบยี่สิบนาทีแล้ว เมื่อคิดเช่นนั้นหย่งหนานจึงตัดสินใจที่จะใช้ทางลัด ถึงทางเดินนั้นจะไม่ค่อยมีคนเดินผ่านแต่มันก็ทำให้เขากลับไปหารัญชิดาได้ไวกว่า

ดังคนหนุ่มที่ใจร้อนที่อยากจะกลับไปคนที่สำคัญที่สุด เขาจึงรีบวิ่งมาตลอดทาง เพราะรู้ดีว่าป่านนี้รัญชิดาคงจะเป็นห่วง ไม่เช่นนั้นเธอคงไม่พยายามโทรศัพท์หาเขาตั้งหลายครั้ง แต่หย่งหนานกลับไม่ยอมรับสาย และป่านนี้รัญชิดาอาจจะกำลังโกรธเขาอยู่ก็ได้ ในขณะที่ชายหนุ่มกำลังจินตนาการถึงใบหน้าที่บึ้งตึงของรัญชิดาอยู่และกำลังคิดคำพูดที่จะง้อหญิงสาวให้สำเร็จ กลับปรากฏชายฉกรรจ์รูปร่างสูงใหญ่จำนวนสิบคนมายืนขวางหน้าไว้ หย่งหนานเห็นเช่นนั้นจึงได้หยุดวิ่งและกำลังคิดว่าชายกลุ่มนั้นต้องการสิ่งใด เมื่อในมือของพวกมันล้วนมีอาวุธทั้งกระบองและมีด ครั้นเมื่อหันไปมองด้านหลังยังมีชายฉกรรจ์รูปร่างสูงใหญ่อีกสิบคนยืนอยู่ ในมือของพวกมันล้วนมีอาวุธเหมือนกับกลุ่มแรก ท่าทางของพวกมันทำให้หย่งหนานรู้ดีว่าคนกลุ่มนี้ไม่ใช่แค่นักเลงธรรมดา หากแต่เป็นลูกน้องของมาเฟีย เพียงแต่เขาไม่รู้ว่าหัวหน้าของพวกมันเป็นใครจึงได้ถามขึ้น

“ใครเป็นคนส่งพวกแกมา” หย่งหนานถามพวกมันในขณะที่เขาก็คอยระวังตัวทุกฝีก้าว แต่คำตอบที่ได้รับกลับกลายเป็นพวกมันต่างวิ่งเข้ามาหาหย่งหนานพร้อมกัน หย่งหนานเห็นเช่นนั้นจึงต่อสู้เพื่อป้องกันตัวเอง ถึงจะยี่สิบรุมหนึ่งแต่หย่งหนานก็ได้ชื่อว่าเป็นลูกชายของเจ้าพ่อมาเฟีย ศิลปะการต่อสู้ของเขาจึงได้รับการฝึกฝนตั้งแต่เขายังเป็นเด็ก ต่อให้พวกมากก็ใช่ว่าทำร้ายเขาได้โดยง่าย หย่งหนานใช้ความว่องไวเพื่อหลบเลี่ยงเมื่อพวกมันจู่โจมเข้ามาและสวนกลับด้วยหมัดเปล่า แต่เขายังไม่สามารถหลุดจากวงล้อมของพวกมันไปได้ คมมีดที่บางเฉียบกระทบกับแสงไฟข้างทางสว่างวาบมาที่กลางลำตัวอย่างรวดเร็ว แม้หย่งหนานจะพยายามเอี่ยวตัวหลบ แต่เพราะต้องตั้งรับกับกระบองที่จู่โจมมาที่ศีรษะของเขา ทำให้หย่งหนานไม่อาจหลบเลี่ยงได้ทัน รอยคมมีดกลางลำตัวของหย่งหนานคือผลงานที่ทำให้พวกมันยิ่งได้ใจ พวกมันจึงฉวยโอกาสรุมทำร้ายทุบตีหย่งหนานพร้อมกันจนเขาทรุดลงที่พื้น พวกมันใช้จังหวะที่หย่งหนานล้มจะเข้ามาซ้ำอีกรอบ แต่ชายหนุ่มยังกัดฟันต่อสู้ เมื่อพวกมันตรงเข้ามา เขาจึงพุ่งตัวเข้าใส่หนึ่งในพวกของมัน มือข้างหนึ่งของเขาจับข้อมือของมันไว้ได้ ส่วนมืออีกข้างบีบไปที่ลำคอ เมื่อได้จังหวะเขาจึงเหวี่ยงร่างของมันเข้าใส่พวกเดียวกันเพื่อฉวยโอกาสรีบวิ่งไปยังทางออกสู่ถนนใหญ่ พวกมันเห็นหย่งหนานวิ่งหนีจึงได้วิ่งไล่ตามอย่างไม่ลดละ

-------------------------------------------

รัญชิดาที่เห็นว่าหย่งหนานไม่ยอมรับโทรศัพท์ของเธอ เธอจึงตัดสินใจเดินตามหา และมันก็ไม่ได้ยากเกินไปกว่าความสามารถของเธอที่จะตามหาผู้ชายสักคนที่เป็นที่รู้จักของคนส่วนใหญ่อย่างเถียนหย่งหนาน รัญชิดาถามจากคนแถวนั้นจึงรู้ว่าเขามาที่ร้านขายดอกไม้ โชคดีที่ร้านยังไม่ปิดเธอจึงได้รู้จากคุณน้าที่เป็นเจ้าของร้านว่าหย่งหนานได้ออกไปแล้ว และคุณน้ายังได้บอกกับรัญชิดาว่าหย่งหนานใช้ทางลัดกลับไปที่ถนนใหญ่ เพราะก่อนออกจากร้านไปเขาได้ถามกับคุณน้าว่ามีทางลัดทางไหนบ้างที่จะทำให้เขาสามารถนำดอกไม้กลับไปให้คนรักของเขาได้เร็วที่สุด พอรัญชิดาได้ยินคำว่า ‘คนรัก’ จึงได้ย้อนถามกับคุณน้าว่าหย่งหนานได้พูดแบบนี้จริงๆหรือ คุณน้าท่าทางใจดีจึงได้ตอบด้วยรอยยิ้มว่าเขาพูดแบบนี้จริงๆและยังย้อนถามรัญชิดาอีกว่าเธอใช่คนรักของชายหนุ่มหรือไม่ เพราะถ้าใช่เธอควรจะรีบไปหาเขา เพราะป่านนี้เขาคงจะไปรอเธอแล้ว
คำพูดของคนขายดอกไม้ทำให้รัญชิดาหน้าแดง แต่ก่อนที่เธอจะเดินออกมา คุณน้ากลับนึกขึ้นมาได้ว่าก่อนหน้าที่รัญชิดาจะมาถึงพักใหญ่ก็มีผู้ชายหน้าตาดุๆมาถามหาหย่งหนานเหมือนกัน รัญชิดาได้ฟังแบบนั้นจึงรู้สึกเป็นกังวล เธอไม่รู้ว่าผู้ชายคนนั้นจะเป็นบอดี้การ์ดของหย่งหนานหรือไม่ และเพื่อพิสูจน์ความจริงข้อนี้ เธอจึงได้โทรศัพท์ไปหาเหวินฉี เมื่อปลายสายรับโทรศัพท์เธอจึงได้ถามเรื่องที่ยังคาใจและเมื่อได้ยินคำตอบจากชายหนุ่ม ใบหน้าของรัญชิดากลับซีดเผือด เธอพยายามตั้งสติและบอกกับเหวินฉีด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ

“คุณเกา..วินเซ็นต์อยู่ในอันตราย คุณรีบมาช่วยเขาเร็วเข้า” สิ้นเสียงของเธอ ปลายสายก็พูดตอบกลับเธอมาด้วยน้ำเสียงที่ตกใจเหมือนกัน เธอไม่มีเวลาที่จะมาอธิบายให้กับเหวินฉี เพียงแต่บอกเหวินฉีสั้นๆว่าตอนนี้เธออยู่ที่ไหนเท่านั้นก่อนที่จะวางสาย และรีบวิ่งออกไป

------------------------------------------------

หน้าห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในมาเก๊า เกาเหวินฉีสองมือเท้าสะเอวเดินวนไปมาด้วยใจที่ร้อนรุ่มเพื่อรอพยาบาลหรือใครสักคนที่สามารถบอกกับเขาได้ว่าคนเจ็บที่อยู่ข้างในเป็นอย่างไรบ้าง แต่รออยู่นานก็ยังไม่มีวี่แววทำให้เขายิ่งรู้สึกหงุดหงิด ยิ่งได้ยินเสียงของบอดี้การ์ดและเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลกำลังช่วยกันห้ามนักข่าวไม่ให้เข้ามา เขาก็ยิ่งโมโหแต่ไม่รู้จะระบายความอัดอั้นนั้นออกมาได้อย่างไร จนกระทั่งพิมพ์อรเดินประคองรัญชิดาเข้ามาหาหลังจากที่เธอได้ไปให้ปากคำกับตำรวจเรียบร้อยแล้ว หญิงสาวจึงได้รีบถามถึงหย่งหนาน แต่เหวินฉีไม่สามารถให้คำตอบกับเธอได้จึงได้พาเธอไปนั่งที่เก้าอี้หน้าห้องฉุกเฉินและถามถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น ตอนนี้เหวินฉีต้องการรู้แต่เพียงว่าใครคือผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ครั้งนี้


เมื่อหนึ่งชั่วโมงที่แล้ว รัญชิดาวิ่งมาตามทางที่คุณน้าร้านขายดอกไม้บอกแต่ก็ยังไม่เจอหย่งหนาน จนกระทั่งมาถึงกลางทางเธอจึงได้พบช่อกุหลาบสีแดงกำมะหยีที่ตกอยู่บนพื้นและร่องรอยการต่อสู้ที่สิ่งของที่ตั้งอยู่บริเวณนั้นล้มระเนระนาด ทำให้รัญชิดายิ่งเป็นห่วงหย่งหนานมากขึ้น เธอจึงรีบวิ่งไปตามทางข้างหน้าแต่กลับไม่เจอแม้แต่เงาของเขา ในขณะที่เธอกำลังมองหาหน่งหนานและกำลังจะตะโกนเรียก กลับมีใครบางคนพุ่งตัวออกมาจากมุมมืดและดึงเธอเข้าไปหลบในซอกตึกแคบๆที่มีประตูบานพับปิดไว้ คนผู้นั้นใช้มือปิดปากเธอไว้แน่น ส่วนมืออีกข้างกลับโอบกอดร่างของเธอไว้แนบกับตัว รัญชิดาไม่ได้ขัดขืนเมื่อเธอเห็นเลือดสีแดงสดที่เลอะเสื้อสีขาว และเมื่อเธอละสายตาจากคนที่กอดเธออยู่ เธอจึงเห็นชายร่างกายกำยำที่ในมือถืออาวุธเดินอยู่ด้านนอกคล้ายกับว่ามันกำลังตามล่าใครอยู่ เมื่อชายคนนั้นไม่เห็นมีใครอยู่แถวนี้จึงได้เดินผ่านไปเพื่อสมทบกับพวกของมันที่กำลังบ่นที่ปล่อยให้คนที่มันตามล่าวิ่งหนีไปได้ ในขณะที่พวกมันกำลังจะแยกย้ายกันออกตามหาต่อ หนึ่งในนั้นกลับได้รับโทรศัพท์จากใครสักคน ซึ่งเสียงที่มันคุยกับปลายสาย รัญชิดาได้ยินไม่ถนัด แต่ก็ทำให้พวกมันยอมเลิกราและเดินจากไป หลังจากแน่ใจว่าพวกมันไปกันหมดแล้ว รัญชิดาจึงค่อยๆดึงมือของคนที่ปิดปากเธอไว้อยู่ออกซึ่งเป็นเวลาเดียวกันที่เขาไม่สามารถทรงตัวต่อไปได้ ร่างของเขาทรุดลงที่พื้นตามด้วยเสียงของรัญชิดาที่เรียกชื่อของเขาด้วยความตกใจ

“วินเซ็นต์..คุณอดทนไว้นะคะ ฉันจะโทรเรียกรถพยาบาล” รัญชิดารีบหยิบโทรศัพท์ออกมา แต่หย่งหนานกลับจับมือเธอไว้และพูดห้าม

“อย่า..พาผมกลับบ้าน” รัญชิดาไม่ฟังเสียงห้ามของเขา เธอรู้แต่ว่าหย่งหนานต้องรีบไปโรงพยาบาลจึงได้รีบกดโทรศัพท์แต่หย่งหนานกลับใช้เรี่ยวแรงที่มีแย่งโทรศัพท์มาจากมือของเธอ “ดา..ผมขอร้อง พาผมกลับบ้าน” ชายหนุ่มบอกกับรัญชิดาอีกครั้ง สีหน้าของเขาแสดงถึงความเจ็บปวด และได้พูดซ้ำอีกครั้งเพื่อให้รัญชิดาทำตามที่เขาขอ หญิงสาวไม่เข้าใจถึงเหตุผลของหย่งหนานและไม่สนใจในคำขอร้องของเขา เมื่อเธอเห็นมือของหย่งหนานที่กำโทรศัพท์มือถือของเธอไว้จนแน่นค่อยๆคลายออกและเสียงเพ้อของเขาที่เธอฟังไม่รู้เรื่อง ไม่มีสิ่งใดสำคัญไปกว่าชีวิตของหย่งหนาน เพียงแค่หกนาทีหลังจากที่เธอโทรแจ้งเหตุร้าย รถพยาบาลก็มาถึง และเพียงแค่สิบนาทีที่เหวินฉีได้ตามมาถึงโรงพยาบาล และจากนั้นเรื่องที่เจ้าของโรงแรมและคาสิโนชื่อดังในมาเก๊าถูกทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บสาหัสก็กลายเป็นข่าวดังในชั่วข้ามคืน สื่อทุกสื่อในฮ่องกงและมาเก๊าต่างประโคมข่าว ทำให้รัญชิดาเริ่มเข้าใจเหตุผลของหย่งหนาน


หลังจากรัญชิดาเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้เหวินฉีฟังจนจบ เธอจึงได้กล่าวขอโทษที่ทำให้เรื่องในวันนี้กลายเป็นที่สนใจของนักข่าว แต่เหวินฉีไม่เพียงกล่าวโทษเธอซ้ำยังขอบคุณรัญชิดาที่ช่วยหย่งหนานเอาไว้ และบอกกับเธอว่าเรื่องทุกอย่างเขาจะเป็นคนจัดการเอง ระหว่างที่ทั้งสามคนกำลังนั่งรอฟังผลการรักษาของหย่งหนานอยู่นั้น เสียงของนักข่าวก็ดังขึ้นอีกครั้งเมื่อชายสูงวัยอายุราวหกสิบปีเศษแต่งกายภูมิฐานปรากฏตัวขึ้นโดยมีบอดี้การ์ดกำลังช่วยกันพวกนักข่าวให้ชายคนนั้นเดินเข้ามาได้ เหวินฉีเห็นผู้ที่เพิ่งมาถึงจึงได้รีบเดินเข้าไปหา

“อาหนานเป็นอย่างไรบ้าง”

“ยังอยู่ในห้องฉุกเฉินครับคุณลุง” คนฟังคำตอบเพียงแค่พยักหน้ารับรู้ จากนั้นจึงหันไปมองรัญชิดาที่นั่งอยู่บริเวณนั้น เหวินฉีจึงแนะนำให้รัญชิดาได้รู้จักกับคุณลุงของเขาหรือก็คือเถียนไถ่สือ พ่อของหย่งหนาน เถ้าแก่เถียนเพียงยิ้มที่มุมปากให้กับรัญชิดาเป็นการทักทาย จากนั้นจึงไปนั่งที่เก้าอี้หน้าห้องฉุกเฉิน ด้วยท่าทางที่สงบนิ่งและไม่แสดงออกถึงความกังวลใจออกมาทั้งที่คนที่นอนเจ็บอยู่ข้างในเป็นลูกชายของเขาแท้ๆ ทำให้รัญชิดาไม่แปลกใจเลยว่าเถ้าแก่เถียนที่อยู่ตรงหน้าเธอนั้น จะเป็นถึงเจ้าพ่อมาเฟียที่โด่งดังในอดีต ดั่งเสือที่ถึงแม้จะถอดเขี้ยวเล็บแล้ว แต่ก็ยังเป็นเสืออยู่วันยังค่ำ

เสียงของความวุ่นวายของนักข่าวเพิ่งจะเงียบไปได้ครู่เดียว เสียงแหลมเล็กก็ดังขึ้นมาทำลายความเงียบอีกครั้ง เหวินฉีมองไปทางเจ้าของน้ำเสียงที่กำลังโวยวายกับบอดี้การ์ดของเขาที่ไม่ยอมให้เธอเข้ามาด้วยความรู้สึกที่หงุดหงิดและกำลังจะเดินเข้าไปต่อว่า แต่รัญชิดากลับเรียกรั้งเขาไว้และบอกว่าผู้หญิงคนนั้นคือพี่สาวของเธอ ส่วนชายหญิงที่ดูสูงวัยเป็นพ่อแม่ เหวินจึงได้อนุญาตให้ทั้งสามคนเข้ามาได้ ธีรกานต์พอเห็นเสื้อของรัญชิดาเปื้อนเลือดก็เข้าใจว่าน้องสาวบาดเจ็บ เธอจึงได้ร้องโวยวายด้วยความตกใจจนรัญชิดาต้องบอกว่านี่เป็นเลือดของหย่งหนานและเธอไม่ได้บาดเจ็บ ธีรกานต์จึงเงียบเสียงลง แต่แล้วเธอก็โวยวายขึ้นมาอีกรอบ

“พี่อยากจะตีเราจริงๆเลยนะยัยดา เกิดเรื่องใหญ่ขนาดนี้ทำไมถึงไม่บอกพี่ นี่ถ้าพี่กับพ่อแม่ไม่ดูข่าวและไม่เห็นเราในทีวี เราก็ยังจะปิดเรื่องนี้ไว้ใช่มั้ย” ธีรกานต์ดุน้องสาวด้วยภาษาไทย ทำให้เหวินฉีฟังไม่ออก แต่จากท่าทางที่เอาเรื่องของเธอและสีหน้าที่ไม่สู้ดีของรัญชิดา ทำให้เหวินฉีพอจะเดาได้ จากนั้นธีรกานต์จึงหันไปต่อว่าพิมพ์อรที่ช่วยกันปิดบังเธอด้วย

“พี่กานต์อย่าเพิ่งโมโหเลยค่ะ ที่นี่โรงพยาบาลนะคะ นักข่าวก็ยังอยู่ เดี๋ยวได้ขึ้นหน้าหนึ่งค่ะ” พิมพ์อรก้มหน้าสำนึกผิดและค่อยๆบอกให้ธีรกานต์ใจเย็นลง ถ้ามีอะไรให้กลับไปพูดที่บ้าน ซึ่งหญิงสาวยอมเชื่อแต่ก็อดไม่ได้ที่จะต่อว่าน้องสาวต่อ

“เป็นเพราะเราที่ไม่เชื่อพี่ พี่บอกแล้วใช่มั้ยว่าไม่ให้ยุ่งกับพวกมาเฟีย คนพวกนี้ยุ่งด้วยก็มีแต่เดือดร้อน ไหนบอกมาซิว่าไปรู้จักกันตั้งแต่เมื่อไหร่ รู้จักกันมานานแค่ไหน” ธีรกานต์จับแขนรัญชิดาเขย่าไปมาด้วยอารมณ์โกรธที่ถูกน้องสาวฝืนข้อห้ามของเธอ แต่แทนที่เธอจะได้คำตอบจากน้องสาว กลับกลายเป็นว่าเธอได้ยินเสียงของรัญชิดาร้องไห้ พิมพ์อรรีบเข้ามาปลอบเพื่อน พ่อกับแม่ก็ช่วยกันห้ามธีรกานต์ให้เลิกต่อว่าน้อง เหวินฉีที่ทนดูความเกรี้ยวกราดของธีรกานต์ที่ทำให้รัญชิดาร้องไห้ต่อไปไม่ได้ จึงต้องยื่นมือเข้าไปแทรก

“นี่คุณ..หยุดโวยวายซักทีเถอะ ที่นี่มันโรงพยาบาลนะหัดเกรงใจคนอื่นเขาบ้าง” คนพูดทำตาดุใส่ แต่ไม่ได้ทำให้ธีรกานต์เกรงกลัวแม้แต่น้อย หญิงสาวยืนเท้าสะเอวเงยหน้าขึ้นไปมองชายหนุ่มอย่างเอาเรื่อง

“ทำไมฉันจะต้องเชื่อคุณด้วย คุณเป็นใครไม่ทราบ”

“ผมเป็นใครก็ไม่เกี่ยวกับคุณ แต่คุณดุน้องสาวโดยไม่ฟังเหตุผลจนเธอร้องไห้ขนาดนี้ เขาเรียกว่าป่าเถื่อน” เหวินฉีจ้องตาธีรกานต์ตอบ เขาไม่ชอบเถียงกับผู้หญิงแต่คราวนี้คงต้องยกเว้นเมื่อหญิงสาวที่ยืนปะทะคารมกับเขาอยู่ เป็นคนที่ไม่มีเหตุผล

“คุณว่าฉันป่าเถื่อนแล้วคุณวิเศษมาจากไหนกันเชียว พวกมาเฟียก็เหมือนกันหมดนั่นแหละ ชอบใช้แต่กำลัง ดูหน้าตานายแล้วก็คงจะเป็นลูกน้องเขาสิ ถ้าเจ็บแค้นที่เจ้านายถูกทำร้ายก็ไปลงกับคนพวกนั้น อย่ามาใส่อารมณ์กับฉัน” ธีรกานต์ชี้หน้าต่อว่าเหวินฉีที่เขากล้ามาว่าเธอเป็นคนป่าเถื่อน รัญชิดาเห็นพี่สาวกำลังทะเลาะกับเหวินฉีจึงได้รีบเข้ามาห้ามและกระซิบบอกเธอว่าเหวินเป็นใคร แต่หลังจากที่ธีรกานต์รู้แล้วแทนที่จะกลัว เธอกลับยิ่งโมโหมากกว่าเดิมจึงได้พูดขึ้น

“ที่แท้นายก็เป็นพี่ชายของเถียนหย่งหนาน งั้นก็ช่วยบอกน้องชายของนายด้วยว่าอย่ามายุ่งกับน้องสาวของฉันอีก ถึงฉันจะเป็นแค่ผู้หญิงธรรมดา แต่ฉันก็ไม่กลัวมาเฟียอย่างพวกนายหรอกนะ ขอบอกไว้ซะด้วยว่าฮ่องกงมีกฎหมาย ฉันไม่เชื่อว่านายจะอยู่เหนือกฎหมายไปได้ ระวังเถอะมาทำวางมาดใหญ่โตแถวนี้ จะโดนตำรวจจับข้อหาข่มขู่โดยไม่รู้ตัว”

“แต่ที่นี่มาเก๊า ไม่ใช่ฮ่องกง” เหวินฉีพูดสวนขึ้นมาทันทีหลังจากธีรกานต์พูดจบ ทำให้หญิงสาวที่กำลังเชิดหน้าใส่รู้สึกหน้าชาขึ้นมากะทันหัน

“มันก็เหมือนกันนั่นแหละ” ธีรกานต์พยายามที่จะเอาชนะอีกคนให้ได้ จึงได้พูดต่อว่าเหวินฉีอย่างไม่ยอมลดละ “ฉันขอเตือนไว้ก่อนว่าอย่ามายุ่งกับน้องสาวของฉันอีก ไม่งั้นฉันจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด” ธีรกานต์พูดจบก็พยายามพารัญชิดากลับบ้าน แต่เหวินฉีไปยืนขวางหน้าเอาไว้

“คุณจะพาน้องสาวกลับ แล้วคุณได้ถามน้องสาวรึยังว่าเธออยากจะกลับไปกับคุณรึเปล่า” ธีรกานต์หันไปบอกให้รัญชิดากลับไปกับเธอ แต่รัญชิดาส่ายหน้าและขอร้องกับพี่สาวให้เธออยู่ที่นี่ ถึงเหวินฉีจะฟังที่ธีรกานต์พูดกับรัญชิดาไม่เข้าใจ แต่เขาก็เดาได้ว่ารัญชิดาไม่อยากไปไหนจึงได้หัวเราะเยาะ

“นายหัวเราะอะไร นายฟังรู้เรื่องรึไงว่าฉันพูดอะไรกับน้องสาว”

“รู้สิ ผมรู้ดีกว่าคุณด้วยซ้ำว่าน้องสาวของคุณห่วงน้องชายของผมมากแค่ไหน” เหวินฉีกอดอกพูด ท่าทางอวดดีของธีรกานต์ทำให้เขาอยากจะเอาชนะเธอให้ได้ แต่อีกฝ่ายก็ใช่ว่าจะยอมแพ้ หญิงสาวขึงตาใส่และต่อว่าเขากลับ

“อย่ามาอวดรู้ น้องชายของนายจะเป็นหรือตายก็ไม่เกี่ยวกับน้องสาวของฉัน” ธีรกานต์พูดจบก็ดึงมือน้องสาวให้ไปกับเธอ แต่เหวินฉีก็ยังไปยืนขวางไว้ แม้ธีรกานต์จะบอกให้เขาหลบไป อีกฝ่ายก็ไม่ยอม พ่อดล แม่โรส พิมพ์อรเกรงว่าจะเกิดเรื่องจึงได้เข้าไปช่วยพูดไกล่เกลี่ย พิมพ์อรช่วยขอร้องให้รัญชิดาอยู่ค้างที่มาเก๊าคืนนี้และสัญญาว่าเธอจะพารัญชิดาไปส่งให้ถึงมือธีรกานต์ในวันรุ่งขึ้น แต่ไม่ว่ายังไงธีรกานต์ก็ยังไม่ยอม ใครจะมองว่าเธอเป็นคนใจร้ายหรือไม่มีเหตุผล ธีรกานต์ก็ไม่สนใจทั้งนั้น เธอรู้แต่ว่าน้องสาวของเธอไม่ควรไปเกี่ยวข้องกับพวกมาเฟีย แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเมื่อเหวินฉีให้ลูกน้องมาช่วยยืนขวางธีรกานต์เอาไว้ ซึ่งการกระทำของชายหนุ่มที่ถือว่ามีพวกมากกว่ามารังแกผู้หญิงตัวเล็กๆอย่างเธอ ทำให้ธีรกานต์โกรธจัดจนหน้าแดง หูแดง

“มันจะมากไปแล้วนะ นายถือดียังไงมายุ่งกับเรื่องในครอบครัวของฉัน แล้วถ้านายยังไม่สั่งพวกลูกน้องของนายให้หลีกไป ฉันจะแจ้งความ” ธีรกานต์ไม่แค่พูดขู่อย่างเดียว แต่เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อจะโทรแจ้งตำรวจแต่เหวินฉีก็ไปแย่งโทรศัพท์มาจากมือของเธอ แม้ธีรกานต์จะพยายามเขย่งขาจนสุดตัว ก็ไม่สามารถแย่งโทรศัพท์คืนมาได้ เมื่อเหวินฉีชูโทรศัพท์ไว้เหนือหัว

“ทำไมผมจะยุ่งไม่ได้ ในเมื่อน้องสาวของคุณเป็นน้องสะใภ้ของผม” สิ้นเสียงพูดของเหวินฉีทำให้ธีรกานต์รู้สึกชาไปทั้งร่าง แต่พอตั้งสติได้ เธอก็เตรียมจะอ้าปากโวยวายต่อว่าเหวินฉี แต่แล้วสงครามที่กำลังจะเกิดขึ้นกลับต้องสงบลงทันที เมื่อเสียงอันเฉียบขาดที่สั่งให้พวกเขาสองคนหยุดทะเลาะกัน พร้อมเจ้าของเสียงที่เดินก้าวออกมา

“ถ้าฉันไม่อนุญาต ใครก็ห้ามออกไปจากที่นี่ทั้งนั้น” เถียนไถ่สือมองธีรกานต์ด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย หากแต่เหมือนมีพลังบางอย่างจากสายตาคู่นั้นที่มากระทบกับร่างของเธอจนธีรกานต์ได้แต่ยืนนิ่ง เธอไม่กล้าแม้แต่จะพูดยอมรับหรือปฏิเสธ และเมื่อเถียนไถ่สือดึงมือของรัญชิดามาจากมือของธีรกานต์ ทุกคนกลับเงียบกริบไม่มีแม้ใครที่จะพูดห้าม แม้แต่นักข่าวที่เตรียมจะกดชัตเตอร์ก็ยังไม่กล้า เถียนไถ่สือพารัญชิดากลับมานั่งเก้าอี้ที่หน้าห้องฉุกเฉินด้วยกันและได้พูดกับเธอด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน

“ไม่ต้องห่วงนะ อาหนานมันกระดูกแข็ง มันไม่เป็นอะไรง่ายๆหรอก เชื่อฉันเถอะ” เถียนไถ่สือแตะบนหลังมือของรัญชิดาเบาๆ จากนั้นจึงยื่นกระดาษทิชชู่ให้เธอซับน้ำตา เหวินฉีมองลุงของเขาและกล่าวขอบคุณท่านในใจที่คำพูดเพียงไม่กี่คำก็ทำให้ผู้หญิงคนหนึ่งที่ดุยิ่งกว่าเสือกลายเป็นลูกแมวเชื่องๆ เมื่อเธอยอมเลิกราและกลับไปนั่งกับพ่อแม่ของเธอ ในขณะที่พิมพ์อรก็แอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก พร้อมทั้งแอบชูนิ้วหัวแม่มือให้กับเหวินฉี ซึ่งชายหนุ่มก็ทำสัญลักษณ์มือ ‘โอเค’ ตอบกลับมา


เวลาเที่ยงคืน..ประตูห้องฉุกเฉิกจึงได้ถูกเปิดออกพร้อมแพทย์และพยาบาลที่เดินนำออกมาก่อน เหวินฉีจึงได้รีบไปถามอาการของหย่งหนาน ซึ่งคำตอบที่ได้รับทำให้เขาพอใจเมื่ออาการของญาติผู้น้องพ้นขีดอันตรายแล้ว รถเข็นผู้ป่วยถูกนำออกมาเพื่อพาไปยังห้องพักฟื้น ในเวลานั้นแสงแฟลตก็สว่างขึ้นเพื่อพยายามจะเก็บภาพของเถียนหย่งหนานที่นอนไม่ได้สติอยู่บนเตียงในสภาพที่เขามีผ้าพันแผลพันรอบศีรษะและใบหน้ามีแต่รอยฟกช้ำ แต่นั่นไม่หนักหนาเท่าบาดแผลที่เกิดขึ้นตามลำตัวจากคมมีด เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลพยายามห้ามนักข่าวไม่ให้บันทึกภาพ ส่วนบอดี้การ์ดก็พยายามกันนักข่าวเอาไว้เพื่อเปิดทางให้รถเข็นผู้ป่วยผ่านไปได้ เถ้าแก่เถียนพารัญชิดาเดินตามไปที่ห้องพักฟื้นผู้ป่วย ในขณะที่ธีรกานต์ พ่อ แม่ และพิมพ์อรได้เดินตามไปห่างๆ เหลือแต่เพียงเหวินฉีที่ยังยืนอยู่ที่เดิม แววตาที่อ่อนโยนของเขาเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าว เมื่อมันคงถึงเวลาแล้วที่เขาจะเป็นฝ่ายรุกและตอบโต้กลับอีกฝ่ายให้สาสมกับสิ่งที่พวกมันได้ทำลงไป

------------------------------------------------

โปรดติดตามตอนต่อไป

_________________


แก้ไขล่าสุดโดย tabtim เมื่อ Sat Oct 27, 2012 10:31 pm, ทั้งหมด 2 ครั้ง
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
tomtam
ศิษย์ชาเรี่ยนขั้น 2
ศิษย์ชาเรี่ยนขั้น 2
avatar

จำนวนข้อความ : 167
: 36
Registration date : 14/12/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: Godfather The Series : มาเฟียหลงเงา   Sat Oct 27, 2012 3:43 pm

ทีแรกก็ว่าทำไมตอนนี้มันสั้นจัง กำลังจะโวยวาย ที่ไหนได้ มีต่อหน้าสามนี่เอง 555

ตอนนี้มีครบทุกรสเลยค่ะ ตั้งแต่รสหวานของคู่หย่งหนานกับรัญชิดา ตอนออกไปเล่น skywalk จินตนาการตามที่ทับทิมบรรยายแล้วทั้งเสียวทั้งสนุกแทนทั้งสองคนมากค่ะ

ตอนที่อินสุดๆ ก็คือรสเผ็ดของคู่พี่เกากะพี่กานต์นี่หล่ะ ในที่สุดก็ได้เจอกันซักที และก็เถียงกันได้เผ็ดร้อนมาก เดาไม่ออกเลยค่ะว่าคู่นี้จะลงเอยกันได้อย่างไร Razz Razz Razz

ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว http://forums2.popcornfor2.com/index.php?showtopic=56077&st=
O-yohyo
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 4 กระบี่ไร้น้ำตา
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 4 กระบี่ไร้น้ำตา
avatar

จำนวนข้อความ : 6683
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: Godfather The Series : มาเฟียหลงเงา   Sat Oct 27, 2012 4:41 pm


เห็นแต๋มพิมพ์ชื่อพี่เกากะพี่กานต์ เพิ่งสังเกตว่าสองคนนี้ชื่อตัว ‘ก’ เหมือนกันเลย

เนี่ยแหล่ะหนา เนื้อคู่กระดูกคู่ กัดกันตั้งแต่เจอกันเลย 555 Laughing


บุคลิกของธีรกานต์ ตอนแรกยังไม่แจ่มค่ะว่าจะนำตัวละครตัวไหนของอาเส่มาจิ้นเสริมดี

ตอนนี้เริ่มแจ่มแล้ว มองไว้สองคน เจ๊ฮัว ณ นางฟ้ามหาประลัย กับ หมิวหมิว ณ You’re Hired

สองคนนี้ฝีปาก ฝีมือ ฝีเท้า ไม่เป็นรองใครจริงๆ ขำพี่เกา มาหักหน้าซะได้ว่านี่มาเก๊าไม่ใช่ฮ่องกง lol!


คาดว่าพ่อดลกะแม่โรส คงสะใจยิ่งนัก ที่มาเจอพี่เกาฝีมือเอก ลับคารมกับลูกสาวคนโตได้

เพราะดูท่าแล้วลูกสาวคนนี้คงเป็นขาใหญ่ประจำบ้าน งานนี้เจอลบเหลี่ยมซะแล้ว ก๊าก


สงสัยอยู่อย่างค่ะ อะไรคือปมที่ทำให้ธีรกานต์ไม่ชอบพวกมาเฟียอย่างแรงคะ

อาการขนาดนี้เนี่ย ถ้าไม่มีปมก็แสดงว่าเป็นคนที่ไม่มีเหตุผลเอาซะเลย พี่กานต์จ๋า

หรืออีกอย่างเธอจะเป็นพวกรักแรงเกลียดแรงรึเปล่า แบบนี้เวลางอนแล้วง้อยากแหงมๆ



ธีรกานต์ ฉะแหลก คารมเป็นเอกไม่เป็นสองรองใคร 555






มาเฟียใหญ่แค่ไหน ธีรกานต์ไม่เคยหวั่น






เวลาพี่กานต์โมโห ก็ต้องกิน กิน กิน . . กินไปบ่นไป albino



_________________



Charmaine Sheh / เสอซือมั่น - อาเส่ / 佘詩曼
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
tomtam
ศิษย์ชาเรี่ยนขั้น 2
ศิษย์ชาเรี่ยนขั้น 2
avatar

จำนวนข้อความ : 167
: 36
Registration date : 14/12/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: Godfather The Series : มาเฟียหลงเงา   Sat Oct 27, 2012 8:18 pm

พามาเฟียเกามาส่งค่ะ ^^


"ยัยนี่เป็นใครกัน เสียงดังโวยวาย อย่างนี้ต้องสั่งสอนเสียให้เข็ด" 555
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว http://forums2.popcornfor2.com/index.php?showtopic=56077&st=
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: Godfather The Series : มาเฟียหลงเงา   Sat Oct 27, 2012 8:49 pm

แต๋ม..คู่ของพี่เกาแซบเว่อร์มั้ยคะ อันนี้แค่เริ่มต้นพอเป็นน้ำจิ้มเท่านั้นเองค่ะ เดี๋ยวยังมีอีก

แต่จะเต็มที่ต้องรอในพาร์ทของคู่พี่เกาค่ะ ส่วนเสี่ยเถียนกับน้องดาก็หวีตหวานกันไป คู่นี้ออกหวานค่ะ

คู่พี่เกาจะออกเผ็ดดุ ส่วนคู่เสี่ยเผิง มีรีเควสขอแบบตบจูบๆ แบบโหดๆค่ะ Razz

ขอบคุณสำหรับรูปพี่เการูปหล่อนะคะ



พี่โย่ว..พี่จิ้นได้ถูกแล้วค่ะ เพราะทับทิมเขียนธีรกานต์โดยใช้อิมเมทของหมิวหมิวเลย ตอนวางตัวละครตัวนี้

ก็นึกถึงหมิวหมิวค่ะ เพราะจำได้ว่าปากจัด กลัวใครซะที่ไหน สำหรับเรื่องที่พี่กานต์ไม่ชอบมาเฟียมีปมอยู่ค่ะ

เกริ่นไว้ในตอนต้นนิดหน่อย แต่มันมีปมที่เป็นเหตุมากกว่านั้นค่ะ พี่กานต์ไม่ใช่คนที่ไม่มีเหตุผลตามที่พี่เกาว่าหรอกค่ะ

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
tomtam
ศิษย์ชาเรี่ยนขั้น 2
ศิษย์ชาเรี่ยนขั้น 2
avatar

จำนวนข้อความ : 167
: 36
Registration date : 14/12/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: Godfather The Series : มาเฟียหลงเงา   Sat Oct 27, 2012 9:45 pm

ทับทิมยังไงคะ หมายความว่า ซีรีย์ชุดนี้มี 3 คู่ 3 เรื่องรึเปล่า แต่ละคู่ก็จะเด่นในตอนของตัวเองเหรอคะ กลับไปดูหน้าแนะนำตัวละครแปลว่าเสี่ยเผิงไม่ได้คู่กับพิมพ์อรหล่ะสิเนี่ย นางเอกของเสี่ยเผิงเป็นใครยังไม่ออกใช่เปล่าคะ

แอบแซวหย่งหนานนิดนึง เจ็บตัวทั้งเรื่องจริงทั้งในฟิคเลยนะคะ หายเร็วๆ ละกันนะคะ Laughing
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว http://forums2.popcornfor2.com/index.php?showtopic=56077&st=
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: Godfather The Series : มาเฟียหลงเงา   Sat Oct 27, 2012 10:22 pm

แต๋มเข้าใจถูกแล้วค่ะ ซีรีย์ชุดนี้มีทั้งหมด 3 คู่ 3 เรื่องด้วยกันค่ะ และแต่ละคู่ก็จะเด่นในตอนของตัวเองค่ะ

ทั้ง 3 เรื่องมีรายชื่อนักแสดงนำตามนี้นะคะ

เฮียเค-หานเสวี่ย...ตอน มาเฟียหลงเงา

พี่ชาย-เจ้เส่...ตอน ภูตรักพยัคฆ์ร้าย

ฟง-เคท... ตอน รักร้าย ลายมังกร


เรื่องราวของคู่เฮียเคกับคู่พี่ชาย เรื่องราวจะต่อเนื่องกันมากหน่อยค่ะ เพราะตัวละครนำ เป็นพี่น้องกัน

ส่วนของฟง เรื่องราวจะเกิดขึ้นหลังจากตอนของเฮียเคในอีกสามปีข้างหน้า ซึ่งนางเอกของฟงโผล่มาแล้วค่ะ

ใบ้ให้ว่าก็คือสาวไทยที่พลัดหลงกับเพื่อนคนนั้นนั่นแหละ คนที่มองเสี่ยเผิงด้วยสายตาแปลกๆ

ส่วนพิมพ์อรเป็นแค่เพื่อนซี้นางเอก แล้วก็แค่ปลื้มๆคนหล่ออย่างเสี่ยเผิงเท่านั้นค่ะ


ขอบอกไว้ก่อนว่าจะเดินเรื่องเร็วมาก ปมไม่เยอะและซับซ้อนมาก เพราะเดี๋ยวปิดให้จบไม่ได้ค่ะ

เพราะแต่ละเรื่องความยาวแค่ประมาณ 10 ตอนเท่านั้นเอง เพราะงั้นของคู่เฮียเคก็มากลางเรื่องแล้วนะคะ


พี่หย่งหนานขอบอกว่าเป็นอะไรที่ทับทิมปวดใจมากจริงๆค่ะ คือทับทิมวางพลอตไว้ก่อนแล้วว่าตอนที่ 4

พี่หย่งหนานต้องเจ็บตัว แล้วทับทิมปิดตอนที่ 4 ได้ในวันพุธ พอบ่ายวันพฤหัส เฮียก็เจ็บตัวจริงๆ เศร้ามากค่ะ

โชคดีมากที่ปิดตอนนี้ได้ก่อน ไม่งั้นอาทิตย์นี้คงต้องงดค่ะ แบบว่าคืนวันที่ 25 นอนไม่ค่อยหลับเลยจริงๆ

คือเราไม่รู้ไงว่าเฮียเจ็บแค่ไหน ข่าวก็ลงแต่ว่าเจ็บเยอะ ต้องรีบกลับมาฮ่องกง รายละเอียดก็มีไม่มาก

จนเฮียกลับมาถึง เฮียให้สัมภาษณ์ก็โอเค เฮียบอกสิวๆ คงไม่เป็นไรมากหรอก ไปหาหมอแล้ว ตื่นมากลางดึก

เห็นตอนที่เฮียเจ็บเท่านั้น ยอมรับค่ะว่า..บ่อน้ำตาแตกเลย แบบว่ามันไหลออกมาเองจริงๆค่ะ สงสารมากๆ

แล้วแบบว่าเหมือนมันเป็นลางยังไงก็ไม่รู้ ทั้งที่มันไม่เกี่ยวกันหรอกค่ะ แต่เหมือนกับว่าในนิยายเค้าก็เจ็บ

เรื่องจริงเค้าก็เจ็บอีก Sad Sad เวิ่นเว้อๆค่ะ แต่ตอนนี้สบายใจล่ะ ขอให้เฮียหายไวๆ แล้วก็อย่าคิดมากเรื่องงาน

พักผ่อนเยอะๆ แล้วก็ให้หายดีก่อนแล้วค่อยกลับไปทำงานต่อ


กำลังคิดว่าถ้าเฮียไม่ได้บาดเจ็บที่หน้านะ แต่เป็นส่วนอื่น อย่างแขน หรือ ขา รับรองว่าพรุ่งนี้ไปทำงานต่อแล้วค่ะ

ไม่มีทางยอมหยุดเป็นอาทิตย์แบบนี้แน่ๆ

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
lingu
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 4 กระบี่ไร้น้ำตา
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 4 กระบี่ไร้น้ำตา
avatar

จำนวนข้อความ : 6491
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: Godfather The Series : มาเฟียหลงเงา   Sat Oct 27, 2012 10:43 pm

พี่เหวินฉีน้า น้องชายกะจะหวีดกับแฟนสักหน่อย ตามมาเป็น กขค.จนได้ ทีหลังเสี่ยเถียนต้องแก้แค้นเอาคืนบ้างนะคะ +55

ยามหวีดแม้กินไอติมก็ยังหวานไม่หยุดเลย เสี่ยเถียนถูกรุมทำร้าย โชคดีที่หนีเอาตัวรอดมาได้ ไม่งั้นน้องดาเสียใจแย่เลยค่ะ

กริ๊ดๆ ในที่สุดเสือก็ปะทะสิงห์จนได้ ว่าแต่พี่กานต์ก๊ะ หน้าตาพี่เหวินฉีแย่ขนาดเป็นลูกสมุนมาเฟียเลยเหรอก๊ะ อะคึๆ affraid โชคดีนะที่ลุงเถียนช่วยห้ามสงครามเล็กๆลงได้ ไม่งั้นมีขว้างระเบิดใน รพ.แน่เลย
แอบสงกะสัยว่าไหงพี่กานต์ถึงเกรงๆลุงเถียนคะ หรือว่ารัศมีเจ้าพ่อมาเฟียเก่าเปล่งประกาย ทำให้ชักอยากอ่านตอนเต็มๆ ของ ภูตรักพยัคฆ์ร้าย ไวๆแล้วจิ Embarassed

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=linguniang&group=3]Chil
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: Godfather The Series : มาเฟียหลงเงา   Sat Oct 27, 2012 10:55 pm

พี่หลิน..พี่เข้าใจถูกแล้วค่ะ พี่กานต์เกรงรัศมีเจ้าพ่อมาเฟียเก่า นึกถึงหน้าลุงหลิวแบบมาดนิ่งๆ

แต่สายตาแบบว่ามันดูมีพลังและอำนาจทำนองนั้นค่ะ ขนาดน้องดายังบอกเลยว่าไม่แปลกใจเลย

ที่เสี่ยเถียนคนนี้จะเป็นถึงเจ้าพ่อมาเฟีย เพราะขนาดถอดเขี้ยวเล็บแล้ว เสือก็ยังเป็นเสือ

แบบว่าแค่มาดก็ทำเอาเกรงกลัวกันไปหมด ขนาดนักข่าวก็ไม่กล้าถ่ายภาพ แล้วตอนที่ห้ามศึก

ลุงเริ่มจะมีน้ำโหแล้วค่ะ มาทะเลาะกันอยู่ได้ โดยเฉพาะตอนที่พูดว่า..............

“ถ้าฉันไม่อนุญาต ใครก็ห้ามออกไปจากที่นี่ทั้งนั้น” อู๊ย..นี่มันประกาศิตเจ้าพ่อชัดๆค่ะ

แล้วไหนเลยพี่กานต์จะกล้าหาญไปสู้รบด้วย

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
midori
ศิษย์ใหม่ชาเรี่ยน..เอ๊าะๆเฟรชๆ
ศิษย์ใหม่ชาเรี่ยน..เอ๊าะๆเฟรชๆ
avatar

จำนวนข้อความ : 51
: 39
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: Godfather The Series : มาเฟียหลงเงา   Sun Oct 28, 2012 9:41 am

แวะมาเม้นต์อีกรอบค่ะ เมื่อวานนี้เข้ามาอ่านแต่ยังไม่ได้คุยอะไร

555 เสี่ยเผิงของมามิเล่นแรงกันเลยเนอะ แต่เห็นทีต้องปะ ฉะ ดะ กับพี่เกาเข้าซะแล้ว

เหอะๆ น่าลุ้นกันล่ะทีนี้ เอารูปเสี่ยเผิงขึ้นปกนิตยสารมาฝาก สายตาวายร้ายสุดๆ ขอบอก

ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
 
Godfather The Series : มาเฟียหลงเงา
อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน 
หน้า 2 จาก 4ไปที่หน้า : Previous  1, 2, 3, 4  Next

Permissions in this forum:คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
Welcome To Charlianz world :: Fiction & Recreation :: Fiction & Recreation-
ไปที่: