Welcome to Charlian Thai fans
 
บ้านสมัครสมาชิก(Register)เข้าสู่ระบบ(Log in)

Share | 
 

 Godfather The Series : มาเฟียหลงเงา

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down 
ไปที่หน้า : 1, 2, 3, 4  Next
ผู้ตั้งข้อความ
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Godfather The Series : มาเฟียหลงเงา   Sat Oct 06, 2012 7:11 pm

大家好!!

สวัสดีค่ะ เพื่อนพี่น้องที่น่ารักทุกคน ผู้กินกับทับทิมกรอบกลับมาแล้ว กับผลงานเรื่องใหม่ล่าสุดกับซีรีย์ชุด "ลิขิตรัก เมืองมังกร" Godfather The Series ครั้งนี้มาพร้อมกันทีเดียวถึงสามเรื่องกับสามคู่พระ-นาง ที่จะทำให้ทุกคนได้ซึมซับกับความรักที่อบอุ่นของพวกเขา กับบทพิสูจน์ของคำว่า"รักแท้"

ขอขอบคุณพี่งี้ที่ช่วยคิดชื่อเรื่อง ขอขอบคุณแม่ยกทุกคนที่ส่งฮันนี่มาให้ผู้กินกับปู้ยี่ปู้ยำเหมือนเดิม เมื่อพร้อมกันแล้ว ก็ขอเชิญอิ่มหนำสำราญกับซีรีย์ "ลิขิตรัก เมืองมังกร" กันได้แล้วค่ะ

谢谢你们

ทับทิมกรอบ

ปูลู หากเพื่อนพี่น้องมีข้อเสนอหรือติชม เชิญได้เต็มที่เลยค่ะ ผู้กินกับขอขอบพระคุณล่วงหน้าค่ะ



นิยายเรื่องนี้เป็นลิขสิทธิ์ของผู้เขียนโดยสมบูรณ์ ห้ามมิให้ทำการคัดลอก ดัดแปลง หรือตีพิมพ์ ส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมดของนิยายเรื่องนี้เพื่อการอย่างอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้เขียน นอกจากติดตามอ่านเพื่อความบันเทิงเท่านั้น หากผู้ใดทำการละเมิดจะถูกดำเนินคดีตามที่กฎหมายบัญญัติไว้สูงสุด

_________________


แก้ไขล่าสุดโดย tabtim เมื่อ Sat Oct 13, 2012 6:56 pm, ทั้งหมด 1 ครั้ง
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: Godfather The Series : มาเฟียหลงเงา   Sat Oct 06, 2012 7:15 pm


นิยายเรื่อง "มาเฟียหลงเงา" ได้ตีพิมพ์กับสำนักพิมพ์กรีนมายด์เป็นที่เรียบร้อยแล้วนะคะ ซึ่งเนื้อหาที่ถูกตีพิมพ์จะมีทั้งเพิ่มเติมและแก้ไขเปลี่ยนแปลง ทำให้มีความแตกต่างจากต้นฉบับเดิมที่ได้ลงไว้ให้อ่านในนี้เกือบ 50% และที่สำคัญก็คือเนื้อหาที่ลงไว้เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น จึงแจ้งมาเพื่อทราบค่ะ


http://www.greenmindbook.com/product-%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%9F%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B2-347045-1.html


หนึ่งในซีรีย์ "ลิขิตรัก เมืองมังกร" ความรักระหว่างเขาและเธอกำลังจะผ่านบทพิสูจน์ครั้งสำคัญ ใน "มาเฟีย..หลงเงา"






นักแสดงนำ

เจิ้งเจียอิ่ง รับบท เถียนหย่งหนาน
จางจื้อหลิน รับบท เกาเหวินฉี
หลินฟง รับบท เผิงจินหู่
เสอสือม่าน รับบท ธีรกานต์
หานเสวี่ย รับบท รัญชิดา  

ร่วมด้วย
สันติสุข รับบท ธนดล (พ่อดล)
จิตหรา รับบท รสริน (แม่โรส)
เข็มอัปษร รับบท พิมพ์อร
หลิวสงเหยิน รับบท เถียนไถ่สือ
เจิ้งเส้าชิว รับบท เผิงเว่ยเจีย
หวงจื้อเสียง รับบท ซูเกาเจี้ยน


มาเฟียหลงเงา ตอนที่ 1
มาเฟียหลงเงา ตอนที่ 2
มาเฟียหลงเงา ตอนที่ 3
มาเฟียหลงเงา ตอนที่ 4
มาเฟียหลงเงา ตอนที่ 5
มาเฟียหลงเงา ตอนที่ 6
มาเฟียหลงเงา ตอนที่ 7
มาเฟียหลงเงา ตอนที่ 8
มาเฟียหลงเงา ตอนที่ 9
มาเฟียหลงเงา ตอนที่ 10

_________________


แก้ไขล่าสุดโดย tabtim เมื่อ Mon Oct 14, 2013 12:02 pm, ทั้งหมด 12 ครั้ง
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: Godfather The Series : มาเฟียหลงเงา   Sat Oct 06, 2012 7:33 pm

ตอนที่ 1

รถบัสขนาดกลางกำลังเคลื่อนตัวออกจากสนามบินเช็คแลปก๊อกหรือท่าอากาศยานนานาชาติฮ่องกงอย่างช้าๆหลังจากมารับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจากประเทศไทยสิบสองคนพร้อมเจ้าหน้าที่จากบริษัทนำเที่ยว ‘สุขหรรษา’ ที่มาพร้อมกันอีกหนึ่งคน สายตาของนักท่องเที่ยวที่มีทั้งชายและหญิง ผู้ใหญ่และเด็ก กำลังจ้องมองสนามบินที่ได้ชื่อว่าเป็นสนามบินที่ดีที่สุดในโลกผ่านกระจกรถบัสที่กำลังเคลื่อนตัวออกไป จนกระทั่งพวกเขาได้ยินน้ำเสียงหวานอันไพเราะของมัคคุเทศก์ท้องถิ่นที่มารับที่สนามบินดังขึ้น ทั้งหมดจึงได้ละสายตาไปทางเจ้าของน้ำเสียงหวาน

“สวัสดีค่ะทุกท่าน ดิฉันรัญชิดา วิริทธานันท์ หรือเรียกสั้นๆว่าดาก็ได้ค่ะ ยินดีต้อนรับทุกท่านสู่ฮ่องกงดินแดนที่ได้ชื่อว่าท่าเรือหอมค่ะ” น้ำเสียงหวานของมัคคุเทศก์ท้องถิ่นคือหญิงสาวใบหน้ารูปไข่อายุราว 26 ปีเศษ ผมสีน้ำตาลเข้ม ปลายผมถูกดัดเป็นลอนที่ไว้ยาวจนถึงกลางหลัง หญิงสาวสวมเสื้อคอปกแขนยาวสีฟ้ากับกางเกงขายาวสีดำ พร้อมทั้งห้อยบัตรประจำตัวมัคคุเทศก์ไว้ทำให้เจ้าของน้ำเสียงหวานที่กล่าวทักทายนักท่องเที่ยวดูน่าเชื่อถือและสมกับที่เป็นมัคคุเทศก์ที่ทางบริษัทไว้วางใจให้เป็นผู้นำเที่ยวตลอดการเดินทางสู่ฮ่องกงสี่วันสามคืน รัญชิดายิ้มหวานและยังคงพูดทักทายลูกทัวร์ของเธอด้วยความเป็นกันเอง

“ทุกท่านทราบมั้ยคะว่าทำไมฮ่องกงถึงได้ชื่อว่าท่าเรือหอม” รัญชิดาเอ่ยถามพร้อมทั้งกวาดสายตาไปมองลูกทัวร์ของเธอทุกคน สายตาของพวกเขาแสดงถึงความอยากรู้ หญิงสาวยิ้มหวานอีกครั้งก่อนจะเล่าถึงที่มาของชื่อท่าเรือหอมอย่างคร่าวๆ

“ดาคิดว่าทุกท่านคงรู้จักชื่อฮ่องกงกันเป็นอย่างดีแล้วนะคะ ฮ่องกงเป็นภาษากวางตุ้งค่ะ ซึ่งมีที่มาจากภาษาจีนกลางอ่านว่า ‘เซียงก่าง’ ที่มีความหมายว่า ‘ท่าเรือหอม’ นั่นเป็นเพราะว่ามณฑลกวางตุ้งเป็นแหล่งปลูกไม้หอมชนิดหนึ่งส่งขายเป็นสินค้าออก และจะต้องมาขนถ่ายสินค้าที่ท่าเรือน้ำลึกตอนใต้สุดของจีน ซึ่งก็คือท่าเรือหอมหรือฮ่องกงที่เรารู้จักกันค่ะ” หลังจากรัญชิดาเล่าความหมายของชื่อเขตปกครองพิเศษของจีนอย่างฮ่องกงแล้ว เสียงครางเบาๆของลูกทัวร์ของเธอก็ดังขึ้นแทบจะพร้อมๆกัน จากนั้นเธอจึงบอกตารางการท่องเที่ยวอย่างคร่าวๆของวันพรุ่งนี้ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือโอเชี่ยนพาร์ค พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำและสวนสนุกที่ใครได้มาเที่ยวฮ่องกงก็อดไม่ได้ที่จะต้องมาแวะที่นี่

“พี่ดาคะ หมีแพนด้าที่สวนสนุกจะน่ารักเท่าหลินปิงมั้ยคะ” เด็กหญิงอายุราวเก้าขวบยกมือถามรัญชิดาเสียงใส แววตากลมโตของเด็กน้อยมองพี่สาวอย่างรอคอยคำตอบ

“ถ้าพี่ดาเดาไม่ผิด หนูต้องชอบหมีแพนด้าแน่ๆเลยใช่มั้ยคะ” หญิงสาวย้อนถามลูกทัวร์วัยเยาว์ของเธอ หนูน้อยรีบพยักหน้าตอบพร้อมทั้งหญิงวัยกลางคนที่เป็นแม่ของหนูน้อยได้บอกกับรัญชิดาว่าลูกสาวชอบหมีแพนด้ามาก พอหนูน้อยรู้ว่าได้มาเที่ยวฮ่องกงพร้อมกับครอบครัวครั้งนี้จะได้มาดูหมีแพนด้าด้วย หนูน้อยถึงขนาดนอนไม่หลับทีเดียว ใบหน้าของรัญชิดายังคงเปื้อนยิ้ม พร้อมทั้งเดินเข้าไปหาหนูน้อยใกล้ๆ

“พี่ดาจะบอกแบบไม่ลำเอียงกันเลยนะคะ หลินปิงเป็นแพนด้าที่น่ารักที่สุดแล้วค่ะ” หญิงสาวหรี่ตาข้างนึงพร้อมทั้งกระซิบบอก หนูน้อยได้ยินเช่นนั้นถึงขนาดเอามือป้องปากทำตาโต

“จริงหรอคะ”

“จริงหรือไม่ พรุ่งนี้หนูต้องไปดูด้วยตาตัวเองนะคะ” เด็กหญิงยิ้มรับและรีบหยิบรูปของแพนด้าหลินปิงที่พกติดตัวมาด้วยให้รัญชิดาดู ถึงแม้รัญชิดาจะไม่ได้อยู่เมืองไทย แต่เธอก็ติดตามข่าวสารของแผ่นดินแม่เสมอ จึงไม่แปลกที่เธอจะรู้เรื่องราวของแพนด้ายักษ์ของไทยอยู่บ้าง หญิงสาวบอกกับเด็กหญิงว่าในวันพรุ่งนี้เธอจะพาไปชมแพนด้าและจะช่วยถ่ายรูปให้ด้วย ทำให้เด็กหญิงยิ่งยิ้มอย่างพอใจ และนี่คงเป็นความสุขของมัคคุเทศก์สาวอย่างรัญชิดา เมื่อเธอได้เห็นรอยยิ้มของลูกทัวร์ เธอก็ยิ่งมีความสุขจนปรากฏรอยยิ้มบางๆอยู่บนใบหน้าตลอดเวลาที่เธอพูดคุยกับลูกทัวร์ ในระหว่างที่เดินทางจากสนามบินไปยังโรงแรมที่พักที่อยู่ฝั่งเกาลูน

คฤหาสน์หลังใหญ่สูงสามชั้นสีขาวตั้งตระหง่านอยู่ในเขตดินแดนใหม่ของฮ่องกงหรือนิวเทอร์ริทอรีส์ ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง อายุสามสิบปี ใบหน้าคมคายไว้ผมรองทรงสวมเสื้อเชิ๊ตแขนยาวสีขาวทับด้วยกางเกงสีน้ำเงินเข้มยืนอยู่บนระเบียงชั้นสาม สายตาของชายหนุ่มทอดยาวไกลออกไปดั่งคนที่กำลังมีเรื่องให้ครุ่นคิดแต่ยังคงหาคำตอบให้กับตัวเองไม่ได้ จนต้องถอนหายใจออกมาครั้งแล้วครั้งเล่า

“นายมีเรื่องให้กลุ้มใจอะไรนักหนา ถึงเอาแต่ถอนหายใจฮึ” ชายหนุ่มที่เพิ่งเดินเข้ามาอย่างเงียบๆเอ่ยทักพร้อมทั้งตบไหล่อีกฝ่ายเบาๆ “หรือว่ามีปัญหาเรื่องงาน ถ้าเป็นแบบนั้นนายปรึกษาฉันได้นะ” เขาถามด้วยรอยยิ้มจนปรากฏรอยบุ๋มที่แก้มทั้งสองข้าง คนที่ถูกถามไปเมื่อครู่ค่อยๆหันหน้ามาทางคนพูด

“นายก็รู้ดีนี่ว่าเรื่องอะไร ทำไมพ่อถึงไม่เลือกนาย แต่มาเลือกฉัน ทั้งที่..” ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาเฮือกใจ แววตาของเขามีแต่ความสับสน

“ได้ยังไง ฉันเป็นแค่หลานนะ ไม่ใช่ทายาทเพียงคนเดียวของสกุลเถียนอย่างนาย ไม่เอาน่า..ในเมื่อคุณลุงเชื่อว่านายทำได้ นายก็ต้องทำได้สิ”

ทายาทเพียงคนเดียวของสกุลเถียนที่ชายหนุ่มพูดถึงเมื่อครู่ก็คือเถียนหย่งหนาน ลูกชายของเศรษฐีเถียนไถ่สือ ผู้เป็นเจ้าของห้องเช่าในหว่านไจ๋และซัมซุยโป รวมทั้งบ่อนคาสิโนที่มาเก๊า โดยเฉพาะบ่อนคาสิโนของสกุลเถียนนับได้ว่าเป็นที่รู้จักของเซียนพนันเป็นอย่างดีและต่างแวะเวียนมาแสวงโชคกันที่นี่ทั้งนั้น แต่ขณะเดียวกันคนในวงการต่างรู้ดีว่าเถียนไถ่สือคือเจ้าพ่อมาเฟียที่มีอิทธิพลมากทั้งในฮ่องกงและมาเก๊า ถึงตอนนี้เถียนไถ่สือจะถอดเขี้ยวเล็บหันมาทำธุรกิจที่ถูกกฎหมาย แต่คนในวงการมาเฟียด้วยกันก็ยังคงให้เกียรติเถียนไถ่สืออยู่ จนกระทั่งเถียนไถ่สือวางมือจากการดูแลธุรกิจของตนเมื่อหกเดือนก่อนและให้ลูกชายขึ้นมาแทน หย่งหนานจึงได้กลายเป็นนักธุรกิจหนุ่มรุ่นใหม่มาแรงที่มีข่าวขึ้นหน้าหนึ่งทั้งนิตยสารและหนังสือพิมพ์อยู่เนืองๆ ขณะเดียวกันคนในวงการก็ยกตำแหน่งเจ้าพ่อมาเฟียคนใหม่ให้กับเขาเช่นกัน ชายหนุ่มต้องดูแลทั้งธุรกิจของตระกูลและยังต้องดูแลบรรดาลูกน้องที่มีอยู่นับพันคนให้อยู่ในกรอบ ไม่ให้พวกเขาทำเรื่องผิดกฎหมาย เพราะแค่ได้ชื่อว่าเป็นมาเฟีย คนส่วนใหญ่ก็มองแล้วว่าคนพวกนี้นอกจากรีดไถ่ ก็คงขายยาเสพติด ดั่งคำที่ว่าปลาเน่าเพียงตัวเดียว ก็เหม็นทั้งข้อง ซึ่งเถียนไถ่สือจะไม่ยอมให้มันเกิดขึ้น เช่นเดียวกับหย่งหนานที่จะไม่ยอมให้ใครมากล่าวหาได้ว่าสกุลเถียนทำเรื่องผิดกฎหมายเด็ดขาด

หากแต่เรื่องที่ทำให้เขาต้องกลุ้มใจอยู่ในตอนนี้คือการแข่งขันที่กำลังเกิดขึ้นระหว่างเจ้าพ่อมาเฟียคนใหม่ที่คนในวงการรู้ดีว่าเขามีทั้งความทะเยอทะยานและมากด้วยเล่ห์เหลี่ยม และนับวันอิทธิพลของเขาก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ มีบ่อยครั้งที่ฝ่ายตรงข้ามส่งลูกน้องมาหาเรื่องถึงถิ่นเพียงเพื่อจะข่มอำนาจและอิทธิพลของสกุลเถียนที่มีอยู่มากในตอนนี้ให้ลดน้อยลง หย่งหนานไม่ชอบการต่อสู้ที่ต้องใช้กำลังเข้าตัดสิน เขาพยายามมาตลอดที่จะผูกมิตรกับอีกฝ่ายแต่ก็ไม่เคยเป็นผล นั่นคงเพราะเขาไร้ความสามารถถึงทำให้ฝ่ายตรงข้ามยอมรับเขาไม่ได้ พอนึกถึงความล้มเหลวในการดูแลและจัดการของตัวเอง ชายหนุ่มจึงถอนหายใจออกมาอีกครั้ง พร้อมทั้งพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เหนื่อยอ่อน

“แต่ฉันเชื่อว่านายทำได้ดีกว่า เหวินฉี..ถ้าที่ผ่านมาไม่ได้นายคอยช่วย ฉันจะมายืนอยู่ตรงนี้ได้หรอ”

“นายก็พูดเกินไป สิ่งที่ฉันทำยังถือว่าน้อยไปด้วยซ้ำ เมื่อเทียบกับบุญคุณที่คุณลุงเลี้ยงดูฉันเป็นอย่างดีมาตลอดเวลายี่สิบกว่าปี ถ้าไม่ได้คุณลุง ก็คงไม่มีฉันวันนี้เหมือนกันนั่นแหละ”

ชายหนุ่มที่หย่งหนานกำลังคุยด้วยก็คือเกาเหวินฉี เขาเป็นลูกชายของเถียนลี่หลิง น้องสาวของเถียนไถ่สือ เถียนลี่หลิงกับสามีเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ตั้งแต่เหวินฉีอายุได้หกขวบ เถียนไถ่สือจึงชุบเลี้ยงชายหนุ่มและให้ความรักกับเขาเหมือนลูกชายคนที่สอง และชายหนุ่มก็กตัญญูต่อเถียนไถ่สือเป็นอย่างมาก ความสามารถของเขาไม่ได้ด้อยไปกว่าหย่งหนานแม้แต่น้อยและอาจจะดีกว่าด้วยซ้ำตรงที่เขาเป็นคนที่กล้าคิด กล้าทำ และกล้าที่จะตัดสินใจ เพราะเหตุนี้เถียนไถ่สือจึงให้เขาคอยช่วยเหลืองานของหย่งหนาน พอเหวินฉีพูดขึ้นด้วยสำนึกในบุญคุณของเถียนไถ่สือ หย่งหนานก็เตรียมที่จะพูดต่อ แต่เหวินฉีรีบยกมือห้าม เมื่อเดาได้ว่าอีกฝ่ายกำลังจะพูดสิ่งใด

“ถ้านายเห็นฉันเป็นพี่ก็ไม่ต้องพูดอะไรอีกแล้ว สิ่งที่ฉันสามารถช่วยได้ ฉันเต็มใจและยินดีที่จะช่วยเต็มที่ ขอเพียงนายบอกมาคำเดียว ต่อให้บุกน้ำลุยไฟ ฉันก็ไม่เกี่ยง”

“นายพูดแบบนี้ยิ่งทำให้ฉันรู้สึกไม่สบายใจนะ ฉันรู้ว่านายเป็นพี่น้องที่ดี แต่ถ้าเทียบความสามารถกันแล้ว ยังไงฉันก็สู้นายไม่ได้ ฉันคิดว่า..”

“พอเลยๆที่พูดมาเนี่ย บอกมาตรงๆเลยดีกว่าว่านายเต็มใจหรือไม่เต็มใจที่จะเป็นเถ้าแก่เถียน” เหวินฉีตบหัวไหล่ของหย่งหนานอย่างรู้ทัน พวกเขาสองคนโตมาด้วยกัน เป็นเพื่อนเล่นกันมาตั้งแต่เด็ก มีหรือที่เหวินฉีจะเดาใจลูกพี่ลูกน้องของตัวเองไม่ออก คำถามของเหวินฉีทำให้หย่งหนานอ้ำอึ้ง เขาก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเขาเต็มใจหรือไม่เต็มใจกันแน่ หากเต็มใจ ทำไมเขาถึงยังกลุ้มใจอยู่แบบนี้ หากแต่ไม่เต็มใจ ทำไมเขาถึงไม่บอกกับพ่อตั้งแต่แรก แต่กลับยอมรับโดยที่ไม่มีข้ออ้างใดมาปฏิเสธ เหวินฉีจ้องหน้าหย่งหนานอย่างคาดคั้นจะเอาคำตอบให้ได้ แต่เมื่อเห็นอีกฝ่ายขมวดคิ้วแน่น ท่าทางเคร่งเครียด เขาจึงหัวเราะออกมาดังๆ

“นายจะเต็มใจหรือไม่ ฉันไม่รู้หรอกนะ ฉันรู้แต่ว่านายเป็นน้องชายของฉัน แล้วถ้าในเมื่อมันกลุ้มนัก ก็ไปดื่มให้มันหายกลุ้มก่อนดีกว่า เรื่องอื่นไว้ว่ากันทีหลัง ตกลงมั้ย”

“นี่นายคิดจะมอมเหล้าฉันอีกรึไง” หย่งหนานยิ้มน้อยๆแล้วใช้แขนข้างหนึ่งล็อคคอเหวินฉีไว้อย่างหลวมๆ

“นายเป็นเถ้าแก่แล้ว ใครหน้าไหนจะกล้ามอมเหล้าเถ้าแก่เถียนได้อีกล่ะครับ” เหวินฉีพูดลากเสียงยาวๆในประโยคท้ายพร้อมทั้งใช้หางตามองหย่งหนานและยักคิ้วข้างนึง ปากเขาบอกว่าไม่กล้าแต่ใจกลับกล้าเกินร้อย หย่งหนานส่ายหน้าและสุดท้ายเขาก็หัวเราะออกมาจนได้ สองคนพี่น้องกอดคอเดินเข้าไปในบ้าน พร้อมทั้งเสียงหัวเราะลั่นที่ดังตามหลังทั้งสองคน

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: Godfather The Series : มาเฟียหลงเงา   Sat Oct 06, 2012 7:35 pm

“ยัยดาๆพ่อหนุ่มคนนี้เป็นใครกันเนี่ย ฉันจำได้ว่าเมื่อสองอาทิตย์ก่อนที่พาลูกทัวร์มาเที่ยวฮ่องกง เถียนอะไรนะ ที่ฉันว่าหล่อๆที่เป็นเจ้าของบ่อนที่มาเก๊าคนนั้นนะ ยังหล่อไม่เท่าคนนี้เลยเนี่ย” พิมพ์อร เพื่อนสนิทของรัญชิดา ซึ่งเป็นลูกสาวของบริษัทนำเที่ยวสุขหรรษาที่เดินทางมาฮ่องกงในครั้งนี้พร้อมลูกทัวร์พูดขึ้น เมื่อเธอกับรัญชิดากลับมาถึงห้องพักและหยิบนิตยสารที่เธอซื้อติดมือมาด้วยขึ้นมาดูรูปชายหนุ่มที่ทำให้เธอสะดุดตาทั้งที่อ่านเนื้อหาบนปกนิตยสารได้ไม่กี่คำ

“เถียนไหนหรอ” รัญชิดาย้อนถามเพื่อนสนิทแล้วเดินไปดูนิตยสารที่เพื่อนยื่นให้ดู “อ๋อ..นึกออกแล้ว เถียนหย่งหนาน ส่วนคนนี้คนที่แกชมว่าหล่อมากเนี่ย ชื่อว่าเผิงจินหู่” รัญชิดาอ่านชื่อผู้ชายคนนั้น พร้อมทั้งบอกเพื่อน “เท่าที่ฉันได้ยินมา เขาเป็นคู่แข่งกับเถียนหย่งหนานด้วยนะ” รัญชิดานั่งบนเตียงนอนและยันแขนทั้งสองข้างไปด้านหลัง

“งั้นก็เป็นมาเฟียเหมือนกันสิ”

“คนนี้ระดับเจ้าพ่อแล้วจ้ะ” พิมพ์อรรีบขยับตัวมานั่งข้างเพื่อน พร้อมทั้งยื่นนิตยสารให้เพื่อนอ่านให้ฟัง ตอนนี้เธออยากรู้เรื่องราวของเผิงจินหู่ ชายหนุ่มผิวสีแทน ใบหน้ารูปไข่ที่มีจมูกโด่งเป็นสันรับกับดวงตาคม ริมฝีปากของเขาหยักได้รูป เรียกว่าเป็นเทพบุตรก็คงใช่ ขณะที่พิมพ์อรกำลังเพ้อและรัญชิดาก็กำลังจะอ่านนิตยสารที่ลงข่าวของเผิงจินหู่ เสียงริงโทนโทรศัพท์มือถือของรัญชิดาก็ดังขึ้นมาขัดจังหวะเสียก่อน

“ว่าไงคะพี่กานต์” รัญชิดารีบกดรับโทรศัพท์เมื่อเห็นชื่อคนที่โทรมาคือกานต์หรือธีรกานต์ พี่สาวของเธอ หลังจากฟังปลายสายพูดสักครู่ น้ำเสียงที่เป็นปกติของรัญชิดาก็เปลี่ยนเป็นขึ้นเสียงสูง

“ตายแล้ว..หนูลืม หนูขอโทษค่ะ หนูจะรีบลากยัยแพรไปเดี่ยวนี้ล่ะค่ะ” หญิงสาวรีบวางสายโทรศัพท์แล้วหันไปลากเพื่อนสาวที่ยังทำหน้าเลิกลั่น ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นให้ออกไปข้างนอกด้วยกัน

“เดี๋ยวแก จะพาฉันไปไหน แล้วพี่กานต์โทรมามีเรื่องใหญ่อะไรหรอ” พิมพ์อรหรือแพรหยุดฝีเท้าแล้วฝืนตัวเองไว้เพื่อจะถามเพื่อนให้รู้เรื่องก่อน ทำไมธีรกานต์ถึงได้โทรศัพท์มาขัดขวางความอยากรู้ของเธอที่มีต่อเผิงจินหู่

“เรื่องใหญ่ของฉัน แต่เป็นลาภปากของแกนะสิ ไปกับฉันก่อนเดี๋ยวจะเล่าให้ฟังระหว่างลงลิฟต์” รัญชิดาไม่ยอมให้เพื่อนมาถ่วงเวลาจึงได้รีบคว้ากระเป๋าและดึงมือเพื่อนออกไปจากห้อง แต่พิมพ์อรก็ยังฝืนตัวเองไว้

“บอกมาก่อนว่ามีเรื่องอะไร” พิมพ์อรชี้นิ้วถามเพื่อน จากนั้นก็ใช้มืออีกข้างไปจับบานประตูเสื้อผ้าที่ตั้งอยู่ก่อนจะถึงประตูห้องพักไว้แน่น

“พ่อกับแม่บอกกับฉันว่าวันนี้ให้พาแกไปกินข้าวที่บ้าน ท่านสองคนจัดมื้อใหญ่ไว้เลี้ยงต้อนรับ แต่ฉันดันลืมจนพี่กานต์ต้องโทรมาตามนี่แหละ ทีนี้เข้าใจรึยังว่าทำไมต้องรีบ เพราะถ้าปล่อยให้ผู้ใหญ่รอนานมันไม่ดีนะ เข้าใจรึยังคะคุณผู้หญิง” รัญชิดายอมเสียเวลาอธิบายให้เพื่อนรักฟัง พอพิมพ์อรรู้ว่าวันนี้จะได้กินของอร่อยๆ จากที่ไม่ยอมไปในครั้งแรก พิมพ์อรก็เป็นฝ่ายดึงมือเพื่อนให้รีบวิ่งออกไปจากห้องแล้วรีบเรียกรถแท็กซี่จากหน้าโรงแรมไปยังบ้านของรัญชิดา และภายในไม่ถึงยี่สิบนาทีทั้งสองคนก็มาถึงถนนนัมกว๊อกในเกาลูนซิตี้ ซึ่งที่นี่เต็มไปด้วยภัตตาคารแหล่งรวมอาหารนานาชาติ และภัตตาคารสองคูหาสูงสามชั้นที่อยู่ตรงหน้า ก็คือบ้านของรัญชิดา ที่ชั้นสามถูกทำเป็นบ้านพัก

เมื่อยี่สิบปีก่อนพ่อแม่ของรัญชิดาคือคนไทยที่ย้ายถิ่นฐานมาเปิดร้านอาหารไทยที่นี่ด้วยเงินก้อนหนึ่งพร้อมลูกสาวอีกสองคน ผ่านไปหลายปีจากร้านอาหารเล็กๆ ในที่สุดก็สามารถเปิดเป็นภัตตาคารสองคูหา มีลูกค้าที่เป็นทั้งคนฮ่องกงและนักท่องเที่ยวต่างแวะเวียนมาลิ้มรสอาหารไทยที่นี่ซึ่งมีเมนูหลากหลายให้เลือกชิม เพราะเหตุนี้รัญชิดาและพี่สาวจึงพูดภาษาจีนกวางตุ้งได้คล่องแคล่ว แต่ขณะเดียวกันเธอก็ไม่เคยลืมภาษาบ้านเกิดอย่างภาษาไทย จนกระทั่งสองพี่น้องได้เรียนในมหาวิทยาลัยก็มีโอกาสได้รู้จักกับนักศึกษาไทยคนนึง ซึ่งคนนั้นก็คือพิมพ์อร หลังจากพิมพ์อรเรียนจบเธอก็กลับไปช่วยงานในบริษัทนำเที่ยวของพ่อ และทุกครั้งที่เธอพาลูกทัวร์ของบริษัทมาเที่ยวฮ่องกง มัคคุเทศก์ท้องถิ่นที่เธอนึกถึงก็คือรัญชิดา เพื่อนสนิทที่อุตส่าห์ขอใบอนุญาตเป็นมัคคุเทศก์จนได้ ซึ่งพิมพ์อรย่อมนึกถึงเป็นคนแรก และทุกครั้งเธอก็มักจะมีลาภปากเป็นอาหารไทยและอาหารฮ่องกงชุดใหญ่ที่พ่อกับแม่ของรัญชิดาทำเลี้ยงเธอเสมอ ซึ่งตอนนี้เธอก็กินไม่หยุดโดยที่ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความหิวหรือเพราะมันอร่อยมากกันแน่ จนแม่ของรัญชิดาถามขึ้น

“เป็นไงแพร อร่อยมั้ยลูก เพิ่มข้าวอีกมั้ย”

“อร่อยมากเลยคะคุณแม่ งั้นหนูไม่เกรงใจนะคะ” หญิงสาวพูดพลางยื่นถ้วยให้แม่ของเพื่อนรักตักข้าวเพิ่มให้ ระหว่างที่กำลังกินข้าวกันอยู่นั้น ก็ดูละครไปด้วย ซึ่งเป็นละครของดาราหนุ่มหล่อขวัญใจสาวๆอย่าง ‘เรย์มอน แลม’ ที่เขารับบทเป็นตำรวจมาดเข้ม พอพิมพ์อรได้เห็นหน้าดาราหนุ่มเท่านั้น เธอก็นึกถึงเผิงจินหู่ขึ้นมาทันที จึงได้หันหน้าไปบอกเพื่อนรัก

“นี่ๆฉันว่าเผิงจินหู่สุดหล่อของฉันเนี่ยก็มีส่วนคล้ายเรย์มอนอยู่นะ ตรงที่ดวงตาของเขาเป็นประกายวิ้งๆเหมือนกันเลย แกดูสิ แล้วคืนนี้แกอย่าลืมอ่านข่าวของเขาให้ฉันฟังด้วยนะ เข้าใจมั้ยเพื่อนรัก” พิมพ์อรยิ้มหวาน สายตาของเธอยังคงจับจ้องไปที่จอทีวี

“น้องแพรกำลังพูดถึงใครอยู่หรอ เผิงจินหู่..เป็นดาราใหม่ใช่มั้ย พี่ถึงไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อนเลย” ธีรกานต์นั่งฝั่งตรงข้ามถามขึ้นมาด้วยความสงสัย ฮ่องกงเป็นแค่เกาะเล็กๆทีวีก็มีไม่กี่ช่อง ละครแทบทุกเรื่องเธอก็ไม่เคยพลาด แต่กลับไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน แต่ยังไม่ทันที่พิมพ์อรจะตอบคำถาม ธีรกานต์ก็นึกขึ้นมาได้ “นี่..อย่าบอกพี่นะว่าเป็นเจ้าพ่อมาเฟียที่ชื่อเผิงจินหู่ พี่ขอเตือนเลยนะว่าอย่าไปยุ่งกับคนพวกนี้เป็นอันขาด ทั้งนิสัยไม่ดี อันธพาล ชอบหาเรื่องคนอื่น แล้วก็ยังทำสิ่งผิดกฎหมาย ค้ายา เปิดบ่อน...”

“พี่กานต์ใจเย็นๆก่อนคะ เพื่อนหนูจะไปยุ่งกับคนพวกนั้นได้ยังไง เพราะอีกไม่กี่วัน แพรก็กลับเมืองไทยแล้วนะคะ” รัญชิดารีบห้ามพี่สาวที่กำลังจะพูดต่อ พร้อมทั้งหันไปขึงตาใส่เพื่อนรัก

“ใช่คะๆพี่กานต์ ยังไงหนูก็ไม่ไปยุ่งกับคนพวกนั้นหรอกค่ะ พี่สบายใจได้” พิมพ์อรยิ้มเจื่อนๆ พ่อแม่และรัญชิดาต่างอมยิ้มอย่างนึกขำ แต่ไหนแต่ไรที่ธีรกานต์มีอคติกับคนที่ได้ชื่อว่าเป็นมาเฟียทุกคน อาจเป็นเพราะตั้งแต่พ่อแม่ของเธอเปิดร้านอาหารก็ต้องถูกพวกมาเฟียเก็บค่าคุ้มครองมาโดยตลอด ถึงตอนนี้มาเฟียในเกาลูนซิตี้จะน้อยลงแล้ว แต่ก็ทำให้เธอฝังใจมาตั้งแต่บัดนั้น จนไม่อยากที่จะได้ยินแม้ชื่อของผู้ที่เป็นรู้กันว่าเป็นมาเฟียหรือมีอิทธิพลด้วยใจที่ยังมีอคติอยู่ พอเพื่อนรักของน้องสาวพูดออกมาแบบนี้ หน้าตาที่ดูเคร่งเครียดและจริงจังของธีรกานต์ก็ดูผ่อนคลายลงทันที พร้อมทั้งตักปูผัดผงกะหรี่ก้ามโตๆให้พิมพ์อรหนึ่งชิ้น

“พี่ขอเตือนเลยนะอย่าไปยุ่งกับคนพวกนี้เป็นอันขาด แล้วก็เราด้วย” ธีรกานต์ยังไม่วายที่จะพูดเตือนทั้งพิมพ์อรและรัญชิดา ทำให้สองสาวหันมามองหน้ากัน พร้อมทั้งพูดรับปากสั้นๆว่า ‘ค่ะ’ แต่ลากเสียงยาวๆแค่คำเดียว

---------------------------------------------------

“ฮัดเช้ย..ฮัดเช้ย” เสียงคนจามดังขึ้นภายในห้องสี่เหลี่ยมที่เปิดไฟไว้ที่มุมโต๊ะ และไฟในห้องที่เป็นพวงระย้าอีกหนึ่งดวง หลังจากสิ้นเสียงจาม น้ำเสียงอันนุ่มทุ้มแต่ก้องกังวานก็ดังขึ้น “เกาเจี้ยน เข้ามานี่หน่อยสิ” สิ้นเสียงเรียก เจ้าของชื่อก็เดินเข้ามาในห้อง

“คุณเผิงมีอะไรจะเรียกใช้ผมหรอครับ” เกาเจี้ยนหรือซูเกาเจี้ยนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสุภาพ

“เรื่องที่ฉันให้ไปสืบไปถึงไหนแล้ว สกุลเถียนมีความเคลื่อนไหวอะไรมั้ย หลังจากที่ฉันให้แกส่งลูกน้องไปหยั่งเชิงพวกมันถึงถิ่น”

“เถียนหย่งหนานไม่เหมือนพ่อของมันครับ ถ้าเป็นเมื่อก่อนคงส่งคนมาหาเราแล้ว แต่นี่ยังเงียบอยู่ แสดงว่ามันคงรู้ตัวดีว่าคงสู้คุณเผิงไม่ได้” เกาเจี้ยนรายงานไปตามความจริง หากแต่ทำให้คนฟังแสยะยิ้ม

“แกอย่าลืมว่าคนๆนี้มันไม่ธรรมดา บางทีมันอาจจะมีแผนอยู่ในใจและรอวันที่จะเอาคืนก็ได้ คิดดูสิแค่ผ่านไปไม่กี่เดือน ยอดเงินที่ไหลเข้าบ่อนของสกุลเถียนก็นำหน้าสกุลเผิงไปตั้งสิบเปอร์เซ็นต์ แถมตอนนี้มันยังส่งคนไปคุมที่หว่านไจ๋ ซึ่งมันเป็นที่ทำกินที่ฉันจ้องอยู่ ถ้าไม่ทำอะไรซะบ้าง มีหวังสกุลเผิงคงไม่มีวันเอาชนะได้แน่ๆ” คนพูดกำมือแน่น สายตาดุดัน

เมื่อได้ชื่อว่าเป็นคนสกุลเผิงแล้วจะไม่มีวันยอมถอยง่ายๆ ซึ่งในฮ่องกงตอนนี้นอกจากจะมีเศรษฐีอย่างเถียนไถ่สือแล้วยังมีเผิงเว่ยเจีย ทั้งสองตระกูลล้วนเป็นคู่แข่งกันมาตลอด โดยเฉพาะบ่อนคาสิโนที่มาเก๊า สมัยรุ่นพ่อขับเคี่ยวกันมาอย่างไรจนมาถึงรุ่นลูกก็ยังเป็นเช่นนั้น และเจ้านายของเกาเจี้ยนในตอนนี้ก็คือเผิงจินหู่ ลูกชายคนโตของเผิงเว่ยเจียที่ขึ้นมาดูแลธุรกิจของตระกูล และยังเป็นคู่แข่งคนสำคัญของเถียนหย่งหนาน ที่ข้างกายของเขายังมีกุนซือคนเก่งอย่างเกาเหวินฉี เกาเจี้ยนรู้ดีว่า
เจ้านายของตนกำลังใช้ความคิดอย่างหนักที่จะแก้สถานการณ์ที่กำลังตกเป็นรองให้ได้ ด้วยความที่รับใช้เผิงเว่ยเจียมาหลายปี เกาเจี้ยนจึงได้คิดแผนการอันแยบยลขึ้นมาได้และจึงพูดขึ้น

“ถ้าคุณเผิงคิดจะลดอิทธิพลของสกุลเถียน ผมก็พอมีวิธีอยู่นะครับ”

“แกพูดแบบนี้หมายความว่ายังไง” เผิงจินหู่ขมวดคิ้วถาม

“ถ้ามังกรไร้หัว มันจะเป็นมังกรได้ยังไงล่ะครับ” เผิงจินหู่ได้ยินเช่นนั้นจึงรีบลุกขึ้นและเดินไปเผชิญหน้ากับเกาเจี้ยน

“แกจะบ้ารึไง หรืออยากเข้าไปนอนในซังเต ฉันไม่เอาด้วยหรอกนะ” เผิงจินหู่สั่งห้ามเกาเจี้ยนด้วยเสียงอันเฉียบขาด ถึงเขาอยากจะเอาชนะฝ่ายตรงข้ามด้วยวิธีใดๆก็ตาม แต่มันต้องไม่ใช่วิธีนี้

“คุณเผิงใจเย็นๆก่อนครับ ผมไม่ได้ให้คุณเผิงใช้วิธีรุนแรงขนาดนั้น เพียงแค่เราใช้วิธีข่มขู่ให้มันหนักขึ้นมาหน่อย ให้พวกมันรู้ว่าถ้าคิดจะแข่งกับคุณเผิง พวกมันยังห่างไกลนัก และถ้าจะเล่นทั้งที ก็เล่นให้มันสะท้านสะเทือนไปเลยสิครับ”

“ยังก่อน ฉันยังอยากเล่นเกมส์นี้อย่างขาวสะอาด ไม่มีอะไรแล้ว แกออกไปได้” เกาเจี้ยนรับคำสั่งของเจ้านาย จากนั้นจึงเดินออกไปจากห้อง เผิงจินหู่กลับมานั่งที่โต๊ะทำงาน สายตาของเขาจ้องไปที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ ดูตารางแสดงผลประกอบการของธุรกิจที่มีอยู่ในมือตอนนี้พร้อมทั้งใช้ความคิดอย่างหนัก เพื่อที่จะทำให้สกุลเผิงมีผลกำไรแซงหน้าสกุลเถียนให้ได้

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: Godfather The Series : มาเฟียหลงเงา   Sat Oct 06, 2012 7:36 pm

วันนี้นักท่องเที่ยวที่มาจากประเทศไทยก็จะเดินทางกลับ หลังจากรัญชิดาไปส่งลูกทัวร์ของเธอและพิมพ์อรเรียบร้อยแล้ว หญิงสาวจึงแวะไปเดินเล่นแถวถนนไท่หยวนในเขตหว่านไจ๋ ที่ที่เต็มไปด้วยสินค้ามากมายหลายอย่างของฮ่องกง หรือจะเรียกว่าเป็นถนนคนเดินของคนฮ่องกงก็คงจะไม่แปลก หลังจากที่หญิงสาวทำหน้าที่เป็นไกด์นำเที่ยวมาตลอดสี่วัน ก็ถึงเวลาไปเดินเลือกซื้อเสื้อผ้าสวยๆให้เป็นรางวัลกับตัวเองสักชุดก่อนที่จะกลับบ้านไปกินอาหารอร่อยๆพร้อมครอบครัว รัญชิดาเดินเข้าร้านนั้น แวะร้านนี้ แต่ยังไม่เจอเสื้อผ้าที่ถูกใจ และวันนี้คนก็ค่อนข้างเยอะ คงเพราะตรงกับสิ้นเดือนพอดี ทำให้ถนนไท่หยวนในวันนี้เต็มไปด้วยผู้คนที่มาเดินจับจ่ายซื้อสินค้าราคาถูก

อีกด้านหนึ่งของถนนไท่หยวน เถียนหย่งหนานและเกาเหวินฉี พร้อมด้วยลูกน้องที่ติดตามมาด้วยจำนวนหนึ่งกำลังเดินตรวจความเรียบร้อยร้านค้าที่เปิดขายของโดยรอบ ใครว่าเมื่อเห็นมาเฟียเดินเข้ามาแล้วต้องมาเก็บค่าคุ้มครองเสมอไป เถียนหย่งหนานคือตัวอย่าง ชายหนุ่มจะส่งลูกน้องมาดูแลความเรียบร้อยที่นี่ เพราะร้านค้าที่เปิดขายของส่วนใหญ่ ล้วนเช่าห้องเช่าของสกุลเถียนถึงครึ่งหนึ่ง ดังนั้นพวกเขาก็คือลูกค้าของสกุลเถียนที่หย่งหนานต้องคอยดูแลและไม่เคยที่จะเรียกเก็บเงินค่าคุ้มครองแม้แต่เพียงเหรียญเดียว ส่วนลูกน้องที่ส่งมา หนึ่งนั้นคือไม่ให้มาเฟียต่างถิ่นเข้ามาหาเรื่องหรือเก็บค่าคุ้มครองได้ สองคือไม่ให้ลูกน้องที่ผ่าเหล่า แอบมาเก็บค่าคุ้มครองเสียเอง และวันนี้นอกจากมาดูความเรียบร้อยแล้ว หย่งหนานยังถือโอกาสเดินเที่ยวเล่นตามประสาคนหนุ่มที่อยากจะมีเวลาที่เป็นอิสระโดยที่ไม่มีผู้ติดตาม พอนึกได้แบบนั้นเขาจึงหันไปทางเหวินฉี

“ฉันเบื่อพวกที่เดินตามข้างหลัง เดี๋ยวนายช่วยเล่นกับฉันหน่อยนะ” ชายหนุ่มพูดด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย แต่น้ำเสียงจริงจัง เหวินฉีรู้ดีว่าหย่งหนานคิดจะทำอะไร จึงได้แต่ยักคิ้วให้แทนคำตอบว่าเขาตกลง

“เดี๋ยวพวกนายทุกคนไปเดินตรวจรอบๆนะ วันนี้คนเยอะอาจมีพวกมิจฉาชีพมาฉวยโอกาส พวกนายก็ไปคอยจับตาดูไว้ ช่วยเจ้าหน้าที่ทำงานหน่อย ฉันอยากให้คนที่มาเดินซื้อของ ได้ซื้อของกันอย่างสบายใจ พวกพ่อค้าแม่ค้าจะได้ขายของได้เยอะๆ พวกเขาจะได้มีเงินมาจ่ายค่าเช่าให้ฉัน”

“แต่คุณเถียนครับ เถ้าแก่ให้พวกผมมาดูแลความปลอดภัยของคุณเถียนนะครับ ถ้ายังไงเหลือไว้สักคนหรือสองคนดีมั้ยครับ” หนึ่งในลูกน้องของหย่งหนานพูดขึ้น

“ถนนไท่หยวนไม่ใช่ถนนเล็กๆ คนก็เยอะขนาดนี้ พวกนายไม่ช่วยกันจะไหวมั้ย หากมีหลุดรอดสายตาไปจะทำยังไง ในเมื่อพี่เถียนสั่งก็ทำตามนี้เถอะ แล้วก็ไม่ต้องห่วง มีฉันอยู่ทั้งคน ไม่มีใครหน้าไหนทำอันตรายพี่เถียนได้อยู่แล้ว” เหวินฉีรับช่วงต่อจากหย่งหนาน ถึงเขาจะไม่ใช่เจ้านายใหญ่ แต่พวกลูกน้องก็ล้วนเชื่อฟัง

“ตกลงครับคุณเกา” หลังจากรับคำ พวกลูกน้องก็แยกย้ายกันไป ตอนนี้จึงเหลือเพียงหย่งหนานและเหวินฉี

“เดี๋ยวฉันจะไปเดินเล่นทางนู้น นายจะไปด้วยกันมั้ย” หย่งหนานชี้ไปทางซ้ายมือและถามเหวินฉี

“นายอยากไปคนเดียว ฉันรู้ทันหรอกน่า ยังจะมาแกล้งถามอีก” เหวินฉีส่ายหน้าอย่างรู้ทัน ทำให้หย่งหนานหัวเราะ สองพี่น้องตกลงจะแยกกันไปคนละทางและนัดหมายมาเจอกันตรงทางออก หย่งหนานอยากมีเวลาที่เป็นอิสระของตัวเอง เหวินฉีก็เช่นกัน

“นายดูแลตัวเองดีๆด้วยล่ะ เกิดมีรอยขีดข่วนขึ้นมา คุณลุงจะมาว่าฉันเอาได้” เหวินฉีตบไหล่หย่งหนานเบาๆพร้อมทั้งพูดล้อ

“นายก็ดูแลตัวเองดีๆเหมือนกัน เดี๋ยวคุณพ่อจะมาว่าฉันเอาไว้” หย่งหนานย้อนคำของเหวินฉี ต่างคนต่างหัวเราะก่อนที่จะแยกย้ายกันไป

ถนนไท่หยวนทางทิศเหนือ รัญชิดาเสียเวลาอยู่ในร้านขายรองเท้าอยู่นาน จนกระทั่งเธอเดินออกมาจากร้านพร้อมถุงอีกสามใบ รองเท้าบูธของร้านนี้มีแต่แบบสวยๆและน่ารัก อีกทั้งราคาก็ไม่แพง รัญชิดาจึงซื้อมาทีเดียวถึงสามคู่ เป็นของพี่สาวหนึ่งคู่ ของเธอหนึ่งคู่และของพิมพ์อรอีกหนึ่งคู่ อีกสองอาทิตย์พิมพ์อรก็จะมาฮ่องกงพร้อมลูกทัวร์ชุดใหม่ เธอจึงตั้งใจจะซื้อไปฝากเพื่อนรัก พอเดินออกมาจากร้านขายรองเท้า หญิงสาวก็เดินดูเสื้อผ้าต่อ จนมาเจอแผงร้านขายเสื้อข้างทางราคาถูก รัญชิดาจึงแวะเข้าไปเลือกชม แต่ด้วยมือข้างหนึ่งที่ต้องถือถุงใบใหญ่ ในขณะที่มืออีกข้างก็ต้องคอยจับกระเป๋าที่สะพายไว้ข้างตัวให้มาอยู่ด้านหน้า จึงทำให้เธอไม่สามารถเลือกดูเสื้อผ้าได้ สุดท้ายเธอจึงตัดสินใจวางถุงใบใหญ่ของเธอลงบนพื้น

“คุณน้าคะ เสื้อแบบนี้มีแค่ตัวเดียวหรอค่ะ” หญิงสาวหยิบเสื้อแขนตุ๊กตาผ้าชีฟองสีชมพูอ่อนขึ้นมาลองเทียบกับตัว ซึ่งดูเหมือนว่าจะตัวใหญ่ไปนิดหน่อยจึงได้ถามคนขายเผื่อว่าจะมีตัวที่มีขนาดเล็กกว่านี้

“มีคะ เดี๋ยวหยิบให้นะคะ” คนขายก้มลงไปหยิบเสื้อที่อยู่ในกล่องที่วางอยู่ใต้แผงขายของ พอได้เสื้อที่ต้องการจึงส่งให้หญิงสาว รัญชิดารับเสื้อมาลองเทียบกับตัวอีกครั้ง ทำให้กระเป๋าที่สะพายข้างไว้เฉไปด้านหลังเล็กน้อย

“พอดีเป๊ะ” รัญชิดายิ้มแล้วจึงนำเสื้อตัวนั้นมาพาดไว้ที่ข้อพับแขน จากนั้นเธอก็เลือกดูเสื้อตัวใหม่ สายตาของรัญชิดาเห็นเสื้อผ้าฝ้ายสีขาวแขนยาวที่ชายเสื้อระบายด้วยลูกไม้ เธอเห็นแล้วชอบใจจึงเอื้อมมือไปหยิบมาดู และในระหว่างที่เธอกำลังสนใจเสื้อตัวสวยอยู่นั้น ด้านหลังของเธอมีชายคนนึงที่ทำทีเข้ามาดูเสื้อแต่สายตาของเขาจ้องมองไปที่กระเป๋าของรัญชิดา พอได้จังหวะที่หญิงสาวเอี่ยวตัวไปหยิบเสื้อผ้าฝ้ายแขนกุดอีกตัว ชายคนนั้นจึงกระชากกระเป๋าของรัญชิดาสุดแรง แม้เธอจะหันมาเพื่อหวังจะแย่งกระเป๋ากลับคืน แต่กลับถูกชายคนนั้นผลักจนเธอเสียหลักเซไปทางแผงร้านขายเสื้อ คนขายเห็นลูกค้าโดนวิ่งราวก็ตะโกนร้องให้คนช่วยแล้วจึงรีบเข้าไปประคองรัญชิดา หญิงสาวพอตั้งหลักได้ก็ตะโกนลั่น

“หยุดนะ เอากระเป๋าฉันคืนมานะ” หญิงสาวไม่เพียงตะโกนไล่หลังหัวขโมย แต่ยังวิ่งไล่หลังตามไปด้วย มีพลเมืองดีคนหนึ่งที่เพิ่งเดินมาถึงบริเวณนั้น พอได้ยินว่ามีคนวิ่งราว เขาก็รีบวิ่งตามไป แต่ชายคนนั้นก็วิ่งเร็วมาก พลเมืองดีที่วิ่งตามมาจึงได้อ้อมไปอีกทางนึง ในขณะที่รัญชิดายังคงวิ่งไล่ตามหลังมาอย่างไม่ลดละ แต่หญิงสาวร่างบอบบางเช่นเธอ พอวิ่งมาได้สักระยะหนึ่งก็ต้องหยุดพัก

“หยุดนะ..กระเป๋าฉัน” หญิงสาวพูดอย่างเหนื่อยหอบ แล้วจึงกัดฟันวิ่งไล่ตามหัวขโมยต่อ
หัวขโมยคนนั้นวิ่งมาถึงทางแยกข้างหน้าไม่เห็นใครวิ่งตามมาก็นึกว่าหนีพ้นแล้ว แต่ทันใดนั้นก็มีชายหนุ่มคนหนึ่งพุ่งตัวออกมาจากทางแยกด้านซ้ายมือ หัวขโมยพอรู้ตัวว่าโดนจับก็พยายามดิ้นรนต่อสู้ จนสามารถสลัดชายหนุ่มคนนั้นออกมาได้ แต่อีกฝ่ายก็ไม่ยอมแพ้พุ่งเข้ามาหมายจะแย่งกระเป๋าคืนมาให้ได้เช่นกัน หัวขโมยคนนั้นจึงดึงมีดพับที่เหน็บไว้ข้างเอวออกมา พอกดสปริงปลายมีดที่ถูกซ่อนไว้ในด้ามจับก็เด้งออกมา

“ถ้าไม่อยากเจ็บตัวก็อย่างมาแส่” หัวขโมยข่มขู่ แต่ไม่สามารถทำให้ชายคนนั้นหวาดกลัวได้ เขาเดินตรงเข้าไปในขณะที่หัวขโมยพุ่งปลายมีดเข้าใส่ ชายหนุ่มเพียงเอี่ยวตัวหลบแล้วใช้มือข้างเดียวจับข้อมือของหัวขโมยไว้ได้อย่างว่องไว พร้อมทั้งค่อยๆบิดข้อมือของหัวขโมยจนมีดหลุดจากมือ เมื่อเห็นว่ากำลังจะพลาดท่า หัวขโมยจึงใช้มือข้างที่ถือกระเป๋าไว้ออกแรงเหวี่ยงให้กระเป๋าออกไปหวังใช้มันทำร้ายชายหนุ่ม อย่างน้อยมันอาจจะเป็นหนทางรอดทางเดียว แต่ชายหนุ่มที่เป็นพลเมืองดีคนนั้นกลับใช้มืออีกข้างจับกระเป๋าไว้ได้ ในขณะเดียวกันก็เตะไปที่กลางลำตัวจนหัวขโมยล้มลง มันกำลังจะลุกหนี เขาก็รีบเข้าไปล็อคตัวไว้ แล้วจับแขนของหัวขโมยไขว้หลังเพื่อเตรียมจะนำตัวไปส่งตำรวจที่เพิ่งจะวิ่งมาถึงที่เกิดเหตุพอดี หลังจากส่งตัวหัวขโมยให้กับตำรวจแล้ว ชายหนุ่มก็เตรียมจะเอากระเป๋าไปคืนเจ้าของ แต่ตอนที่วิ่งมานั้น เขาก็ได้ยินแต่เสียงร้องขอความช่วยเหลือของเธอ แต่ยังไม่ทันเห็นหน้าของเธอด้วยซ้ำ จึงไม่รู้จะเอาไปคืนให้เธอได้ยังไง พอคิดได้ก็เตรียมจะเอาไปส่งให้ตำรวจให้ตามหาเจ้าของ แต่น้ำเสียงแหลมเล็กก็ดังขึ้นเสียก่อน

“เดี๋ยวคุณ นั่นกระเป๋าฉัน” รัญชิดาที่วิ่งตามมารีบตะโกนห้ามก่อนที่ชายหนุ่มจะส่งกระเป๋าของเธอให้ตำรวจที่กำลังจะนำกระเป๋าของเธอกลับโรงพักไปพร้อมหัวขโมย

“คุณผู้หญิง นี่กระเป๋าของคุณหรอครับ” ตำรวจนายหนึ่งถาม รัญชิดาพยักหน้า ชายหนุ่มคนนั้นก็ช่วยยืนยันให้ด้วยว่ากระเป๋าใบนั้นเป็นของเธอ ถึงเขาจะไม่ได้เห็นหน้าคนที่เป็นเจ้าของ แต่ท่าทางของรัญชิดาที่ยังเหนื่อยหอบอยู่แบบนี้เพราะต้องวิ่งไล่หัวขโมยมานั้น ก็เป็นสิ่งที่ยืนยันได้ว่าเธอไม่ได้โกหก หญิงสาวเมื่อได้กระเป๋าคืนมาจึงกล่าวขอบคุณชายหนุ่ม แต่พอได้เห็นหน้าของเขาชัดๆเธอถึงกลับตาค้างทำอะไรไม่ถูก จนกระทั่งมีชายหนุ่มอีกคนวิ่งเข้ามาทักเขาและเดินจากไปพร้อมกัน เธอจึงได้พูดชื่อของผู้ชายคนนั้นออกมาเบาๆ

-------------------------------------------------

“อะไรนะ..นี่ช่วยพูดอีกทีสิว่าคนที่ช่วยเราไว้วันนี้ก็คือเถียนหย่งหนาน” ธีรกานต์น้ำเสียงตกใจเมื่อน้องสาวกลับมาถึงบ้านและเล่าให้ทุกคนฟังว่าวันนี้เกิดอะไรขึ้น ธีรกานต์ถึงจะตกใจที่น้องสาวโดนวิ่งราวในตอนแรก แต่เธอยิ่งตกใจกว่าเมื่อรู้ว่าคนที่ช่วยจับขโมยคือนักธุรกิจหนุ่มไฟแรงและยังเป็นเจ้าพ่อมาเฟียอย่างเถียนหย่งหนาน

“ดาจำไม่ผิดนะลูก” แม่ของหญิงสาวถามขึ้นอีกครั้งในขณะที่ลูกสาวคนโตยังทำท่าตกตะลึงอยู่

“หนูจำไม่ผิดหรอกค่ะ คนดังขนาดนี้แล้วก็หล่อขนาดนี้ จะจำผิดได้ยังไง” รัญชิดาตอบแม่แต่แกล้งพูดแบบนี้เพื่อจะยั่วพี่สาว

“หยุดเลยๆ ถึงเขาจะช่วยเราไว้ก็ห้ามไปหลงเสน่ห์เขาเด็ดขาด พี่ขอเตือนไว้ก่อน”

“น้องแกล้งแหย่เราเล่น ทำเป็นตกใจไปได้ยัยกานต์” พ่อแกล้งปรามลูกสาวคนโตอย่างนึกขำ รัญชิดาก็หัวเราะ แต่ก็ยังแกล้งยั่วพี่สาวอีกนิดหน่อย โดยการพูดถึงความดีของเถียนหย่งหนานที่ช่วยเธอไว้ในวันนี้ อย่างน้อยอาจจะทำให้พี่สาวของเธอไม่ได้มองมาเฟียเป็นพวกคนร้ายไปเสียหมดทุกคน ธีรกานต์ไม่อยากฟังน้องพูดถึงเถียนหย่งหนาน จึงได้เปลี่ยนเรื่อง

“แล้วไหนล่ะรองเท้าของพี่ ไม่เห็นเอามาให้พี่สักที” ธีรกานต์แบมือออกทวงของฝากจากน้องสาว รัญชิดานึกขึ้นมาได้จึงรีบลุกไปหยิบถุงใบใหญ่ที่วางอยู่ข้างโซฟามาให้พี่สาว

“โชคดีนะคะเนี่ย ที่แม่ค้าขายเสื้อช่วยเก็บไว้ให้ ไม่งั้นถ้าหายไปหนูเสียดายแย่เลย” รัญชิดาบอกพี่สาวที่กำลังลองใส่รองเท้าคู่งาม ธีรกานต์ยิ้มอย่างพอใจที่รองเท้าที่น้องสาวเลือกมาให้ถูกใจเธอมาก

“เสียดายที่ไม่มีรองเท้ากลับมาฝากพี่ หรือเสียดายเงินที่ต้องเสียไปฟรีๆกันแน่จ๊ะน้องรัก”

“ก็ต้องเสียดายเงินสิค่ะ คู่ล่ะต้องแปดสิบเหรียญ” รัญชิดาทำหน้าเศร้า

“ยัยดา..นี่เห็นเงินแค่นี้ดีกว่าพี่อย่างงั้นหรอ” ธีรกานต์ทำเสียงแข็ง พ่อกับแม่ที่นั่งฟังอยู่หันมามองหน้ากันแล้วอมยิ้ม เมื่อเห็นรัญชิดาเอี่ยวตัวไปกอดพี่สาวและพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงอ้อน

“หนูล้อเล่น หนูจะเห็นเงินดีกว่าพี่สาวสุดที่รักคนนี้ได้ยังไงล่ะค่ะ”

“ถ้าเราเห็นพี่ดีกว่าก็มาช่วยงานที่ร้านสิ เราได้หยุดตั้งสองอาทิตย์ไม่ใช่หรอ”

“พี่คิดถึงหนูหรอคะ ถึงอยากให้หนูมาอยู่ใกล้ๆ”

“พ่อกับแม่ก็คิดถึง เดี๋ยวพอทัวร์มาลง เราก็ต้องออกไปอีก” ธีรกานต์แกล้งเบือนหน้าหนีน้องสาว เพราะรัญชิดาเป็นมัคคุเทศก์จึงทำให้เธอไม่ค่อยอยู่ติดบ้าน

“โอ๋ๆ แต่สองอาทิตย์นี้หนูก็อยู่บ้านนี่ค่ะ เดี๋ยวจะไปช่วยงานคุณพ่อสุดหล่อ คุณแม่คนสวย แล้วก็คุณพี่สาวสุดน่ารักที่ร้านด้วย” รัญชิดาอ้อนพี่สาวทำให้ธีรกานต์อมยิ้ม

“งั้นเดี๋ยวพรุ่งนี้เราไปร้านกับพี่เลยนะ ช่วงต้นเดือนคนเยอะ ไปช่วยๆกันหน่อย” ธีรกานต์โน้มคอน้องสาวมาพิงที่หัวไหล่

“รับทราบค่ะ เดี๋ยวหนูไปเป็นเด็กเสิร์ฟให้”

“พ่อว่าดาไปเป็นผู้ช่วยของกานต์ดีกว่านะ” พ่อของทั้งสองคนพูดขึ้น รัญชิดามองหน้าธีรกานต์แล้วอมยิ้ม

“ช่วยพี่กานต์ชิมหรอค่ะ”

“นี่กำลังล้อพี่อยู่ใช่มั้ยยัยดา” ธีรกานต์ชี้นิ้วถามน้องสาว ถึงธีรกานต์จะจบการบริหารมา แต่เธอก็เป็นนักชิมตัวยง อาหารขึ้นเหลาของภัตตาคารในฮ่องกง เธอล้วนไปลองชิมมาหมดแล้ว ยิ่งในถนนนัมกว๊อกไม่ต้องพูดถึง ไม่เว้นแม้แต่อาหารในร้านของพ่อแม่

“หนูเปล่าสักหน่อย แค่หนูพูดความจริงเท่านั้นเอง” คนพูดลอยหน้าลอยตาแล้วรีบวิ่งไปหลบหลังพ่อกับแม่

“ก็พี่แค่ต้องการเปรียบเทียบว่ามีร้านไหนอร่อยกว่าร้านเรารึเปล่า พี่จะได้ให้พ่อกับแม่ปรับปรุงสูตรอาหาร”

“หรอ...คะ หนูเข้าใจแล้ว” รัญชิดาแกล้งพูดลากเสียงยาวๆ

“ถ้าเข้าใจแล้วก็มาให้พี่จับตีก้นซะดีๆ มาล้อพี่แบบนี้ได้ยังไง” ธีรกานต์พูดจบก็วิ่งไล่น้องสาวที่กำลังวิ่งหนีไปรอบๆบ้านที่เป็นแค่ห้องสี่เหลี่ยมที่ไม่ได้ใหญ่โตนัก หากแต่อบอุ่นไปด้วยเสียงหัวเราะและรอยยิ้ม


---------------------------------------------------

โปรดติดตามตอนต่อไป

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
chuengngee
ศิษย์ใหม่ชาเรี่ยน..เอ๊าะๆเฟรชๆ
ศิษย์ใหม่ชาเรี่ยน..เอ๊าะๆเฟรชๆ


จำนวนข้อความ : 55
: 39
Registration date : 13/12/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: Godfather The Series : มาเฟียหลงเงา   Sat Oct 06, 2012 9:43 pm

อิอิ...ตามมาสูบตอนแรก บรรยายได้มองเห็นภาพมากๆ ค่ะ ว่าแต่ไม่คิดว่านางเอกจริงๆ แล้วเป็นคนไทยในฮ่องกง ตอนนี้สาวกฟิคชั่นเลยได้สนุกกันทีเดียว รอตอนต่อไปนะคะ
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
tomtam
ศิษย์ชาเรี่ยนขั้น 2
ศิษย์ชาเรี่ยนขั้น 2
avatar

จำนวนข้อความ : 167
: 36
Registration date : 14/12/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: Godfather The Series : มาเฟียหลงเงา   Sun Oct 07, 2012 10:39 am

เรื่องนี้ ดูใสๆ น่ารักดีค่ะ รัญชิดานี่คือ อวี้ถานใช่ไหมคะ หน้าคุ้นๆ อยากรู้ว่าทำไมเลือกเธอเป็นนางเอกค่ะ รออ่านตอนต่อไปนะคะว่า สองมาเฟียหนุ่มจะเฉือนกันอย่างไร ^^
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว http://forums2.popcornfor2.com/index.php?showtopic=56077&st=
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: Godfather The Series : มาเฟียหลงเงา   Sun Oct 07, 2012 11:22 am

พี่งี้..ขอบคุณค่ะที่มาเจิมให้เป็นคนแรกเลย เซอร์ไพรสนิดๆนะคะที่นางเอกของทับทิมคราวนี้เป็นสาวไทยในฮ่องกง แต่ก็เฉพาะของเฮียเคกับพี่ชายจางค่ะ นางเอกของฟงเป็นคนไทยที่อิมพล็อตเข้ามาเพื่อพิชิตหัวใจเจ้าพ่อฟงโดนเฉพาะเลย


แต๋ม..ขอบคุณที่มาเจิมให้ทับทิมค่ะ เรื่องนี้คิดว่าไม่ค่อยเครียดเท่าไหร่นะคะ ก็แนวเบาๆนิดนึง อีกอย่างเป็นมินิซีรีย์ด้วยค่ะ มีปมเยอะไม่ได้เดี๋ยวจบไม่ลง

สำหรับรัญชิดาไม่ใช่อวี้ถานจ้า แต่คือพี่เสี่ยวซิน ในมีดบินทะลุฟ้า ที่พวกเราชอบจิ้นกับไฉ่เยี่ยไงค่ะ ซึ่งรับบทโดยหานเสวี่ย แล้วที่ทับทิมเลือกหานเสวี่ยให้มาเป็นนางเอกของเฮียเค ก็เพราะว่าตอนนี้หานเสวี่ยเล่นละครกับเฮียเคอยู่ค่ะ เรื่องยิปมัน โดยรับบทเป็นภรรยาของเฮีย แล้วความน่ารักของหานเสวี่ยนอกจอก็ไปสะดุดใจทำให้ทับทิมเลือกเธอค่ะ

น่ารักมั้ยค่ะ




หวีตหวานในละครค่ะ




_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
tomtam
ศิษย์ชาเรี่ยนขั้น 2
ศิษย์ชาเรี่ยนขั้น 2
avatar

จำนวนข้อความ : 167
: 36
Registration date : 14/12/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: Godfather The Series : มาเฟียหลงเงา   Sun Oct 07, 2012 5:04 pm

อ้อที่แท้ก็คือพี่เสี่ยวซินนี่เอง มิน่าว่าทำไมหน้าคุ้นๆ ภาพที่ทับทิมโพสหวานน่ารักมากค่ะ ถ้าสองคนนี้เป็นแฟนกันจริงๆ ก็ดูเหมาะสมกันดีเนอะ เฮียยังโสดอยู่ด้วย (ใช่เปล่า) ในเรื่องนี้ดูบทฟงจะเข้มกว่าคนอื่นเนอะ ชอบพระเอกขรึมๆ อ่ะ แอบนอกใจพี่เกานิดนึง แหะๆ Razz

พี่เกาไปช้อปปิ้งค่ะ "ชุดนี้สวยจังเลย" cheers




"ซื้อไปฝากซ้อแต๋มดีกว่า" lol!




ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว http://forums2.popcornfor2.com/index.php?showtopic=56077&st=
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: Godfather The Series : มาเฟียหลงเงา   Sun Oct 07, 2012 5:24 pm

เฮียเคยังโสดค่ะแต๋ม แต่ไม่แน่ใจว่าตอนนี้เฮียแอบคบกับใครอยู่รึเปล่านะคะ สำหรับหานเสวี่ยก็ได้ข่าวว่ายังโสดเหมือนกันค่ะ ตอนงานแถลงข่าวละครยิปมัน นักข่าวก็เลยพยายามชงข่าวให้นิดนึงว่าหานเสวี่ยพยายามทำความรู้จักกับเฮียโดยการซื้อของกินมาฝาก จริงๆข่าวแบบนี้ฝ่ายหญิงออกจะเสียหายนะคะ แต่เฮียปฏิเสธให้แล้วว่ามันไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะซื้อของกินให้กัน เพราะเฮียก็ซื้อให้หานเสวี่ยแล้วก็ทุกๆคนในกองด้วยค่ะ

ทับทิมชอบภาพนี้ หานเสวี่ยน่ารักค่ะ




ขำแต๋มอ่ะ สุดท้ายก็ลงท้ายว่า "ซื้อไปฝากซ้อแต๋มดีกว่า" จีบพี่เกาแบบเนียนๆเลย เหมือนที่อี้แต๋มแอบจีบพี่หลงแบบเนียนๆเหมือนกัน

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
O-yohyo
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 4 กระบี่ไร้น้ำตา
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 4 กระบี่ไร้น้ำตา
avatar

จำนวนข้อความ : 6683
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: Godfather The Series : มาเฟียหลงเงา   Sun Oct 07, 2012 6:13 pm


มาเจิมค่ะ rendeer


และขอรีเควสให้หานเสวี่ยหวีตกะเฮียเคเยอะๆ เลยนะ

แต่อย่ามาอ้อนอาเส่เป็นอันขาด ตอนนี้โหมดหวงกำเริบรุนแรง

อาเส่มาไทยตั้งสองหน ไม่ได้เจอแม้เงาสักกะครั้ง

เพราะงั้นตอนนี้ไม่อยู่ในโหมดที่จะทนเห็นสาวคนไหนมาอ้อนอาเส่ได้ค่ะ

ไม่อยากเห็นอาเส่มีน้องสาว ไม่อยากเห็นอาเส่เอ็นดูน้องสาวคนไหนทั้งสิ้น Sad

_________________



Charmaine Sheh / เสอซือมั่น - อาเส่ / 佘詩曼
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
midori
ศิษย์ใหม่ชาเรี่ยน..เอ๊าะๆเฟรชๆ
ศิษย์ใหม่ชาเรี่ยน..เอ๊าะๆเฟรชๆ
avatar

จำนวนข้อความ : 51
: 40
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: Godfather The Series : มาเฟียหลงเงา   Sun Oct 07, 2012 8:51 pm

มาอ่านช้าไปนิด ติดปัญหาสุขภาพตัวเอง ในฐานะที่เป็นแม่ยกเผิงจินหู่ต้องขอทำหน้าที่

ร้ายแบบนี้ ชอบๆ

ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
lingu
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 4 กระบี่ไร้น้ำตา
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 4 กระบี่ไร้น้ำตา
avatar

จำนวนข้อความ : 6491
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: Godfather The Series : มาเฟียหลงเงา   Sun Oct 07, 2012 9:10 pm


ตามมาเก็บฟิคเรื่องที่จ๋องแล้วค่ะ คำโบราณว่าไว้ เกลียดอะไรได้อย่างนั้น สงกะสัยธีรกานต์ก็หนีไม่พ้นสุภาษิตนี้

อะครึๆๆ ท่าทางพี่สาวจะดุมิใช่เล่นเลยน้า Twisted Evil


ส่วนพี่หย่งหนานก็ทำคะแนนตั้งแต่รู้จักกับนางในดวงใจครั้งแรกเลย แบบนี้หนทางรักต้องโรยด้วยกลีบกุหลาบแน่ค่ะ Embarassed

ชอบบทของอาฟงเหมือนกันค่ะ ชอบพระเอกร้ายๆ แต่ถูกสยบด้วยหญิงสาวที่รักเพียงหนึ่งเดียว ฮู้ววว โรแม้นนนน

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=linguniang&group=3]Chil
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: Godfather The Series : มาเฟียหลงเงา   Sun Oct 07, 2012 9:47 pm

ขอบคุณพี่โย่ว มามิ และพี่หลินที่มาเจิมให้ค่ะ

พี่โย่ว.. pale เดี๋ยวพระ-นางก็หวีตกันแล้วค่ะ ไม่ได้อ้อนพี่สาวแล้ว

มามิ..ร้ายแบบมาดเข้ม แต่ก็มีเหตุและผล แต่ตัวอย่างไปหึงพิมพ์อรนะ หล่อนได้แค่แทะเล็มเท่านั้นแหละ

พี่หลิน..ไม่ได้สปอยด์ แต่ก็เป็นอย่างงั้นแหละค่ะ ธีรกานต์เกลียดยังไงก็ได้อย่างงั้น อิอิ


_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
O-yohyo
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 4 กระบี่ไร้น้ำตา
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 4 กระบี่ไร้น้ำตา
avatar

จำนวนข้อความ : 6683
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: Godfather The Series : มาเฟียหลงเงา   Wed Oct 10, 2012 6:00 am



เย้! หานเสวี่ยหวีตกับพระเอกไม่หวงค่ะ lol!


แต่ตำแหน่งน้องสาวอาเส่ตอนนี้ห้ามใครมาแย่งเป็นอันขาด

เห็นอาเส่ไปเที่ยวกับอาแคทแล้ว ต่อมอิจฉากำเริบอ้ะ Crying or Very sad

_________________



Charmaine Sheh / เสอซือมั่น - อาเส่ / 佘詩曼
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: Godfather The Series : มาเฟียหลงเงา   Sat Oct 13, 2012 4:09 pm

ตอนที่ 2

ร้านอาหารบ้านไทยวันนี้มีลูกค้าเข้ามารับประทานอาหารไทยกันอย่างอุ่นหนาฝาคลั่ง โดยเฉพาะในช่วงเที่ยง ทุกโต๊ะมีลูกค้านั่งกันเต็ม จนลูกสาวของเจ้าของร้านต้องมาทำหน้าที่เป็นพนักงานเสิร์ฟช่วยลูกจ้างของร้านที่ทำหน้าที่ให้บริการลูกค้าจนไม่มีเวลาหยุดพัก ระหว่างที่ธีรกานต์และรัญชิดากำลังทำงานอย่างขยันขันแข็ง ทันใดนั้นแขกที่ไม่ได้รับเชิญก็เดินเข้ามาในร้าน ผู้ชายคนนั้นสวมชุดยีนส์ทั้งชุด โดยที่เสื้อแจ็คเกตยีนส์นั้นสวมทับเสื้อยืดคอกลมสีขาวไว้ ชายคนนั้นเดินมาหยุดตรงหน้าธีรกานต์และรัญชิดา พร้อมทั้งพ่นควันบุหรี่ใส่หน้าทั้งสองคน แม้ธีรกานต์จะรู้สึกไม่พอใจแต่ก็ต้องอดทนไว้จนกระทั่งพ่อและแม่ของเธอรีบเดินเข้ามาพร้อมซองสีขาวที่รีบยื่นให้ชายคนนั้น

“วันนี้ร้านขายดีนี่ คงต้องเพิ่มค่าน้ำชาสักหน่อยมั้ง” ชายคนนั้นพูดพร้อมทั้งกวาดสายตามองไปทั่วร้าน ภรรยาของเจ้าของร้านจึงรีบวิ่งไปที่หลังเคาเตอร์แล้วรีบหยิบเงินอีกจำนวนหนึ่งจากในลิ้นชักใส่ซอง แล้วจึงรีบนำมาให้ผู้ชายคนนั้น พอได้ซองเพิ่มอีกหนึ่งซอง มันก็เดินออกจากร้านไปทันที พร้อมเสียงถอนหายใจของเจ้าของร้านที่ดังขึ้น

“เมื่อไหร่ตำรวจจะกวาดล้างพวกมาเฟียให้มันหมดไปสักทีเนี่ย พอมีตำรวจมาเฝ้า มันก็หายหัวไปพักนึง พอไม่มีตำรวจมันก็โผล่หน้ามาเชียว” ธีรกานต์สองมือเท้าสะเอวด้วยความโมโห และด่าทอไล่หลังมาเฟียที่มารีดไถ่เสียงดังลั่น

“พี่กานต์ใจเย็นๆค่ะ ลูกค้าตกใจหมดแล้ว” รัญชิดาบอกพี่สาวให้สงบใจลงหน่อย เพราะตอนนี้ลูกค้าในร้านต่างหันมามองธีรกานต์เป็นจุดเดียว หญิงสาวพอได้น้องเตือนสติจึงหายใจเข้าลึกๆก่อนที่จะฉีกยิ้มกว้างแล้วจึงกลับไปทำงานต่อ

“เห็นทีว่าพ่อต้องโทรไปแจ้งผู้กองหวงอีกแล้วว่ามีพวกมาเฟียมาป้วนเปี้ยนแถวนี้ ผู้กองจะได้ส่งลูกน้องมาดูแลให้” หลังจากบอกกับลูกสาว คนเป็นพ่อก็เดินกลับไปที่เคาเตอร์แล้วยกหูโทรศัพท์เพื่อรีบแจ้งตำรวจ รัญชิดาจับมือแม่ของเธอไว้ จากนั้นจึงกลับไปทำงานต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเช่นเดิม


หากพูดถึงมาเก๊า สิ่งแรกที่คนส่วนใหญ่นึกถึงก็คือคาสิโนที่เปิดอย่างถูกกฎหมาย ซึ่งไม่ใช่แค่คาสิโนอย่างเดียวแต่ต้องเรียกว่านี่คือแหล่งบันเทิงครบวงจรก็ว่าได้ เพราะเป็นทั้งโรงแรมสุดหรูที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันและยังมีคาสิโนให้เข้ามาเสี่ยงโชค คาสิโนของสกุลเถียนก็เป็นหนึ่งในนั้น โรงแรมหรูระดับห้าดาวของสกุลเถียนที่เป็นเลิศในเรื่องบริการและความปลอดภัยเมื่อเข้ามาเสี่ยงโชคที่นี่ และนั่นคือความประทับใจของลูกค้าที่มาเยือน เถียนหย่งหนานรู้ดีว่าการแข่งขันที่เน้นในเรื่องการบริการเป็นจุดขายที่สำคัญที่สุด เขาจึงไม่เคยละเลยแม้รายละเอียดเพียงเล็กน้อย อย่างเช่นเวลานี้ที่เขากำลังดูผู้คนที่ต่างแวะเวียนกันเข้ามาเสี่ยงโชคผ่านกล้องวงจรปิดภายในห้องทำงานของเขาที่อยู่บนชั้นสิบของโรงแรม

“ฉันคิดว่าแค่บริการน้ำดื่มอย่างเดียวยังไม่พอนะ ควรจะเพิ่มอาหารว่างให้ด้วย อย่างพวกขนมกินเล่น นายคิดว่าเป็นไง” หย่งหนานละสายตาจากหน้าจอสี่เหลี่ยมเพื่อพูดกับเกาเหวินฉีที่นั่งอยู่เบื้องหน้า

“ฉันก็เห็นด้วยนะ แต่การบริการแบบนี้สำหรับลูกค้าบางคนอาจจะรู้สึกเฉยๆก็ได้ อย่าลืมสิว่าลูกค้าของเรามีหลายระดับ ยิ่งลูกค้าวีไอพีคงไม่สนใจการบริการเล็กน้อยเพียงแค่นี้ไปมากกว่าเงินเดิมพันที่วางอยู่ตรงหน้าแน่ๆ” หย่งหนานพยักหน้าอย่างเห็นด้วย ชายหนุ่มเอนหลังไปพิงเก้าอี้ พร้อมทั้งกอดอก

“ถ้าอย่างงั้นเราก็ควรจะเน้นการบริการให้ถูกกลุ่มเป้าหมาย อย่างลูกค้าระดับวีไอพี ในเมื่อความสนใจของพวกเขาอยู่ที่การเดิมพัน เราก็ควรจะมีห้องพิเศษไว้ให้พวกเขา อย่างเช่นเก้าอี้ก็ควรจะออกแบบให้นั่งได้สบายที่สุด มีเครื่องดื่มไว้บริการพิเศษแล้วแต่ความต้องการของลูกค้า สำหรับลูกค้าทั่วไปฉันก็ไม่อยากให้มีข้อแตกต่างมากนัก ฉันเห็นลูกค้าของเราบางคนก็อยู่ในวัยทำงาน ถึงบางคนจะแค่เข้ามาเปิดหูเปิดตาไม่ได้มาเสี่ยงโชค ฉันก็อยากทำให้พวกเขาประทับใจ เป็นไปได้ฉันอยากปรับปรุงให้ดูทันสมัยหน่อย เครื่องดื่มที่มีไว้บริการก็อยากให้มีหลากหลาย” หย่งหนานเสนอความคิดด้วยรอยยิ้ม เหวินฉีคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงพยักหน้าอย่างเห็นด้วย

“ในส่วนของโรงแรม ฉันก็คิดว่านายควรจะปรับปรุงด้วยนะ ไม่งั้นเราจะสู้คนอื่นไม่ได้”

“นายหมายถึงสกุลเผิงอย่างงั้นหรอ” หย่งหนานยิ้มที่มุมปากแต่แววตาของเขาแฝงไว้ด้วยความกังวล “ในบรรดาคู่แข่งของเราทั้งหมด ฉันกลัวสกุลเผิงที่สุด ไม่ใช่กลัวว่าจะสู้เขาไม่ได้นะ แต่กลัวว่าเขาจะใช้วิธีสกปรกมาสู้กับเรามากกว่า เพราะคนที่ได้ชื่อว่าเป็นมาเฟียเหมือนกัน มันอ่านใจกันออก”

“นี่นายกล้าเรียกตัวเองว่ามาเฟียแล้วหรอ” เหวินฉีล้ออีกฝ่ายอย่างอารมณ์ดี “แต่นายไม่ต้องห่วง ฉันเชื่อว่าฝ่ายนั้นก็มีศักดิ์ศรีพอ ถ้าคิดจะทำธุรกิจอย่างถูกกฎหมาย ก็ต้องเต็มใจที่จะเล่นเกมส์นี้อย่างขาวสะอาดด้วย” ชายหนุ่มพูดอย่างมั่นใจ

“งั้นเราก็มาหารือเรื่องปรับปรุงโรงแรมกันต่อเถอะ” หย่งหนานกลับมาคุยเรื่องงานต่อ พร้อมทั้งหันหน้าจอคอมพิวเตอร์ไปให้เหวินฉีสามารถดูไปพร้อมกับเขาได้ สองคนปรึกษาหารือกันและได้ร่างแผนรวมทั้งงบประมาณที่จะต้องใช้ ก่อนที่จะนำไปปรึกษากับเถียนไถ่สืออีกครั้งหนึ่ง แต่ทั้งสองคนก็เชื่อว่าเถียนไถ่สือจะต้องเห็นด้วย แม้จะใช้งบประมาณไม่น้อย หากแต่มันคุ้มค่ากับการลงทุน

บริเวณด้านหน้าของโรงแรมและคาสิโนของสกุลเถียน รถเบนซ์สีดำจอดอยู่บริเวณนั้น คนภายในรถเปิดกระจกที่ติดฟิล์มสีดำลงมา พร้อมทั้งสายตาที่มองดูผู้คนที่กำลังเดินผ่านเข้าออก ครู่หนึ่งกระจกจึงถูกเลื่อนขึ้นพร้อมทั้งรถที่ค่อยๆเคลื่อนตัวออกไป


หนึ่งสัปดาห์ของการหยุดพักผ่อนของรัญชิดากับครอบครัวผ่านไปอย่างรวดเร็ว ถึงเธอจะมีเวลาได้หยุดพักอีกหนึ่งสัปดาห์ก่อนที่จะเริ่มทำงานต่อก็ตาม แต่เมื่อเธอได้รับโทรศัพท์ทางไกลจากเพื่อนรักเมื่อสองวันก่อนเรื่องโปรแกรมการท่องเที่ยวที่บริษัทสุขหรรษาจัดขึ้นมาใหม่ ทำให้เธอต้องการจะหาข้อมูลเพิ่มเติมโดยการไปยังสถานที่แห่งนั้น และตอนนี้หญิงสาวกำลังนั่งอยู่บนเรือข้ามฟากเพื่อมุ่งหน้าสู่มาเก๊า ดินแดนที่ผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมตะวันออกและตะวันตกได้อย่างลงตัว ระหว่างที่นั่งมองดูพื้นน้ำทะเลสีครามอยู่นั้น หญิงสาวได้เผลออมยิ้มออกมา เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ขึ้นมาได้

“ไม่ให้ไปนะ ยังไงพี่ก็ไม่ให้เราไปเด็ดขาด” ธีรกานต์หน้าตาบึ้งตึง น้ำเสียงไม่พอใจเมื่อรัญชิดามาบอกพ่อแม่และพี่สาวถึงเรื่องที่เธอจะไปมาเก๊าหลังจากทุกคนมานั่งดูทีวีด้วยกันหลังรับประทานอาหารเย็น “เราก็พูดเองไม่ใช่หรอว่าสถานที่ท่องเที่ยวในมาเก๊าเราก็รู้จักดีอยู่แล้ว ถ้าข้อมูลยังมีไม่มากพอก็เปิดอินเตอร์เน็ตค้นหาเอาสิ ทำไมจะต้องไปให้ถึงที่ด้วย ยังไงพี่ก็ไม่อนุญาต” หญิงสาวนั่งกอดอกขมวดคิ้วแน่น รัญชิดารู้ว่าพี่สาวโกรธจึงพยายามจะอธิบายให้พี่สาวเข้าใจความจำเป็นของเธอ

“หนูรู้ว่าพี่เป็นห่วง แต่นี่ปี 2012 แล้วนะคะ ไม่มีมาเฟียที่ไหนมาไล่ตีกันหรอกค่ะ อีกอย่างถึงหนูไม่ไปตอนนี้ เดี๋ยวพอทัวร์มาลง หนูก็ต้องไปกับลูกทัวร์อยู่ดี มันเป็นงาน มันเป็นเรื่องที่หนูปฏิเสธเพื่อนไม่ได้นะคะ”

“แต่ตอนที่ทัวร์มาลงมีไปกันตั้งหลายคน ไม่เหมือนตอนนี้ที่เราจะไปคนเดียว พี่ไม่ให้ไป ยังไงพี่ก็ไม่ให้ไป” ธีรกานต์ยืนยันเสียงแข็ง รัญชิดารู้สึกอ่อนใจที่จะเอาชนะความคิดของพี่สาว เธอจึงได้แต่พูดตัดพ้อ

“แพรบอกกับหนูว่าจุดขายของโปรแกรมทัวร์อันใหม่นี้ก็คือที่เวเนเชี่ยน หนูก็แค่อยากไปเปิดหูเปิดตาสักหน่อย เผื่อมีลูกทัวร์ของหนูอยากจะเสี่ยงโชค หนูจะได้ให้คำแนะนำได้ถูกก็แค่นั้นเอง หนูผิดด้วยหรอที่หนูอยากทำหน้าที่ของมัคคุเทศก์ให้ดีที่สุด ให้คำแนะนำกับลูกทัวร์ของหนูให้ดีที่สุด” รัญชิดาชำเลืองหางตาไปทางพี่สาว แต่ธีรกานต์ก็ยังนิ่งเฉย เธอจึงหันไปขอความเห็นจากพ่อและแม่

“ดาจะไปคนเดียว ใจจริงพ่อกับแม่ก็เป็นห่วงนะ แต่ดาก็โตแล้ว พ่อเชื่อว่าหนูดูแลตัวเองได้ อีกอย่างฮ่องกงมาเก๊าใครๆเขาก็ไปกัน ไม่เห็นมีอะไรที่จะต้องกลัวเลย ถ้าดาอยากจะไปจริงๆ พ่อกับแม่ก็อนุญาต แต่ดาจะเข้าไปดูคาสิโนในเวเนเชี่ยนด้วย ยังไงก็อย่าเผลอไปลองเล่นนะลูก ดูแต่ตาอย่างเดียว เข้าใจรึเปล่า” รัญชิดาได้ยินแบบนั้นก็ยิ้มหน้าบาน พร้อมทั้งรับปากตามที่พ่อขอ

“ถ้าพ่อกับแม่อนุญาต พี่กานต์ก็คงไม่ว่าอะไรใช่มั้ยคะ พี่ไม่ต้องห่วงหนูนะคะ ถึงหนูจะไปคนเดียว แต่คาสิโนในมาเก๊าตอนนี้ก็ปลอดภัยมากๆ ไม่มีอะไรที่น่าเป็นห่วงแน่ๆ แต่ถ้าพี่ห่วง พี่จะไปกับหนูก็ได้” รัญชิดาแตะแขนพี่สาวเบาๆ

“ในเมื่อพ่อกับแม่อนุญาต พี่จะห้ามอะไรเราได้อีกล่ะ อยากจะไปก็ไปสิ แต่พี่ไม่ไปกับเราด้วยหรอกนะ” ธีรกานต์พูดจบก็ลุกขึ้นเดินเข้าห้อง รัญชิดารู้ว่าพี่สาวโกรธ ถึงพี่สาวจะสำคัญแต่งานก็สำคัญด้วย เอาไว้เธอกลับมาแล้วค่อยมาง้อพี่สาวก็ยังไม่สาย

พอรัญชิดานึกถึงวิธีที่จะง้อพี่สาวให้หายโกรธ เธอก็ยิ้มขึ้นมาอีกครั้ง ถ้าจะง้อธีรกานต์ไม่ใช่เรื่องยากแต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เธอก็พอมีวิธี หลังจากที่ต้องนั่งอยู่บนเรือร่วมชั่วโมง รัญชิดาก็มาถึงมาเก๊า จากนั้นเธอจึงเดินทางไปที่โรงแรมเดอะเวเนเชี่ยนมาเก๊าเป็นที่แรก เพราะเธอสามารถใช้บริการ Shuttle bus ของโรงแรม ซึ่งใช้เวลาเพียงห้านาทีในการเดินทางเท่านั้นจากท่าเรือ หลังจากที่เธอเดินทางมาถึง หญิงสาวไม่รอช้าที่จะรีบเดินเข้าไปด้านในทันที

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: Godfather The Series : มาเฟียหลงเงา   Sat Oct 13, 2012 4:11 pm

โรงแรมและคาสิโนของสกุลเผิง เผิงจินหู่เดินตรวจความเรียบร้อยภายในคาสิโนของโรงแรม เขาอดนึกสงสัยไม่ได้ว่าทำไมลูกค้าถึงได้เข้ามาเสี่ยงโชคกันบางตาถึงขนาดนี้ ชายหนุ่มรู้ดีว่ารายได้หลักเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ของโรงแรมก็คือคาสิโน ถ้ามีลูกค้าเข้ามาเสี่ยงโชคน้อยลง ก็เท่ากับว่ารายได้ก็จะลดลงตามไปด้วย ซึ่งจากที่เขาเห็นลูกค้าส่วนใหญ่เพียงเข้ามาเดินชมและนั่งพักผ่อนเท่านั้น อย่างเช่นหญิงสาวสี่คนที่กำลังเดินดูอย่างสนใจ แต่ไม่ยอมแม้แต่จะลองเสี่ยงโชคสักครั้ง เผิงจินหู่คิดที่จะลองเข้าไปถามความคิดเห็นของพวกเธอเกี่ยวกับโรงแรมและคาสิโนของเขาเพื่อจะได้นำมาปรับปรุงให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า จึงได้เดินตรงเข้าไปถามด้วยท่าทางสุภาพ

“ขอโทษนะครับ ผมขอรบกวนเวลาของพวกคุณสักครู่ได้มั้ยครับ” หญิงสาวทั้งสี่หันมามองหน้ากันด้วยท่าทางตื่นกลัวเล็กน้อย แต่ด้วยท่าทางที่สุภาพและการแต่งตัวในชุดสูทสีเข้มทั้งชุด ทำให้ทั้งสี่คนรู้สึกคลายความตื่นกลัวลง และหนึ่งในนั้นจึงได้บอกเผิงจินหู่เป็นภาษาอังกฤษว่าพวกเธอไม่เข้าใจที่เขาพูด และขอร้องให้เขาช่วยพูดเป็นภาษาอังกฤษกับเธอ เผิงจินหู่จึงรู้ได้ทันทีว่าพวกเธอไม่ใช่คนมาเก๊าหรือฮ่องกง แต่เป็นนักท่องเที่ยวแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ชายหนุ่มยิ้มเล็กน้อยและตอบพวกเธอเป็นภาษาอังกฤษตามคำขอ

“สวัสดีครับ ผมเรย์มอน เป็นหัวหน้าฝ่ายบริการลูกค้าของโรงแรม ผมอยากจะขอรบกวนเวลาของพวกคุณสักครู่ เพื่อสอบถามความพึงพอใจของพวกคุณที่มีต่อโรงแรมของเรา ไม่ทราบว่าพวกคุณพอจะมีเวลามั้ยครับ” หญิงสาวที่พูดคุยกับจินหู่เมื่อครู่ เธอฟังและพูดภาษาอังกฤษพอได้ หลังจากรู้เจตนาของชายหนุ่มที่เข้ามาทัก เธอจึงหันไปคุยกับเพื่อนๆของเธออีกสามคนด้วยภาษาที่จินหู่ไม่คุ้นหู “พวกคุณเป็นคนไทยใช่มั้ยครับ” เขาลองถาม เพราะฟังจากสำเนียงการพูดและจากประสบการณ์ที่เห็นนักท่องเที่ยวคนไทยมาเที่ยวที่มาเก๊ากันเป็นจำนวนมาก เขาก็น่าจะเดาได้ถูก

“ใช่ค่ะ พวกเราเป็นคนไทย” หญิงสาวคนเดิมตอบเผิงจินหู่ ชายหนุ่มยิ้มเล็กน้อยและจึงเชิญทั้งสี่คนไปนั่งคุยตรงม้านั่ง พร้อมทั้งหันไปสั่งเกาเจี้ยนให้ไปบอกบริกรให้นำเครื่องดื่มมาให้หญิงสาวทั้งสี่

“พวกคุณมาเที่ยวมาเก๊าเป็นครั้งแรกรึเปล่าครับ”

“ใช่ค่ะ” หญิงสาวที่คุยกับจินหู่ดูจะไม่ค่อยเก็งเท่าไหร่ แต่เขาสังเกตได้ว่าเพื่อนของเธออีกสามคนค่อนข้างที่จะตื่นตระหนกอยู่ไม่น้อย อาจเป็นไปได้ว่าพวกเธอพูดและฟังภาษาอังกฤษไม่ค่อยได้ โดยเฉพาะหญิงสาวแววตาคมที่กำลังจ้องหน้าเขาอยู่ ชายหนุ่มรู้สึกได้ว่าเธอกำลังไม่ไว้ใจคนแปลกหน้าเช่นเขา จินหู่รู้สึกเช่นนั้นจึงได้พูดคุยให้เธอรู้สึกผ่อนคลาย

“พวกคุณเพิ่งมาเที่ยวมาเก๊าแบบนี้ งั้นอย่าลืมไปลองกินทาร์ตไข่นะครับ เพราะถ้าไม่ได้กินก็เท่ากับว่ามาไม่ถึง” ชายหนุ่มยิ้มอย่างเป็นมิตร หลังจากพูดจบสาวไทยเพียงคนเดียวที่ฟังออก จึงพูดเป็นภาษาไทยให้อีกสามคนฟัง ระหว่างที่ทั้งสี่คนกำลังคุยกันอยู่ เครื่องดื่มที่เป็นน้ำผลไม้ก็มาวางตรงหน้าพอดี พวกเธอจึงหันมาสนใจผู้ชายที่นั่งอยู่ด้วย

“ผมจะรบกวนเวลาของพวกคุณไม่นานนะครับ ตามที่บอกไว้ตอนแรกที่ผมต้องการจะสอบถามความพึงพอใจของพวกคุณที่มีต่อโรงแรมของเรา ไม่ทราบว่าพวกคุณมีความคิดเห็นอย่างไรบ้าง และต้องการให้เราปรับปรุงสิ่งใดหรือไม่ครับ” หญิงสาวฟังคำถามก็หันไปคุยกับเพื่อนด้วยภาษาไทยที่จินหู่ฟังไม่ออก จากนั้นสักครู่ หญิงสาวจึงได้ตอบคำถาม

“พวกเราแค่มาเปิดหูเปิดตาเท่านั้นค่ะ ถ้าจะถามเกี่ยวกับคาสิโนในโรงแรมของคุณ พวกเราคงตอบไม่ได้ เพราะพวกเราเล่นไม่เป็น แต่ถ้ามองโดยรวม พวกเราก็ประทับใจค่ะ” หญิงสาวตอบเพียงเท่านั้นก็รีบขอตัวและบอกว่าพวกเธอจะไปเที่ยวที่อื่นต่อ เผิงจินหู่ไม่ได้รั้งพวกเธอไว้ เพียงแต่กล่าวขอบคุณพวกเธอด้วยน้ำเสียงสุภาพเช่นเดิม หลังจากที่พวกเธอเดินไปได้ไกลแล้ว ซูเกาเจี้ยนจึงได้พูดขึ้น

“ดูเหมือนพวกเธอจะกลัวคุณเผิงนะครับ ไม่ทราบว่าเมื่อสักครู่นี้คุณเผิงคุยอะไรกับพวกเธอหรอครับ” สิ้นคำถามของเกาเจี้ยน เผิงจินหู่ก็หันมาถลึงตาใส่เป็นเชิงปรามที่เขาสอดรู้เรื่องของเจ้านาย แต่แล้วจินหู่ก็ยิ้มที่มุมปาก

“ฉันถามพวกเธอว่าพวกเธอรู้สึกยังไงกับโรงแรมของฉัน ถึงคำตอบที่ได้มาจะไม่ได้ช่วยอะไรเท่าไหร่ แต่ก็ทำให้ฉันรู้ว่าถ้าจะทำให้ธุรกิจได้ผลกำไรที่ดี เราต้องพยายามดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาใช้บริการโรงแรมของเราเยอะๆถึงจะดีที่สุด”

“นักท่องเที่ยวแบบสี่สาวเมื่อกี้หรอครับ” เกาเจี้ยนทำหน้าและน้ำเสียงอย่างไม่เห็นด้วย

“ไม่ใช่ แต่เป็นนักท่องเที่ยวที่จะนำเงินมาให้เราต่างหากล่ะ” เผิงจินหู่พูดอย่างมั่นใจ เมื่อสกุลเถียนดึงลูกค้าไปจากเขาได้ เขาก็จะหาทางดึงลูกค้ากลับมาให้ได้เหมือนกัน

----------------------------------------------

“นี่คุณทำอะไร แล้วนั่นจดอะไรอยู่ ขอผมดูหน่อยสิ” เจ้าของน้ำเสียงที่ดุดันใส่สูทผูกเนคไทท่าทางสุภาพ หากแต่สายตาดูไม่ค่อยเป็นมิตรยื่นมือออกไปเพื่อขอสมุดเล่มเล็กจากมือของหญิงสาว

“ผมถามว่าคุณจดอะไรอยู่ ขอผมดูหน่อย” หญิงสาวคนนั้นไม่เพียงไม่ให้ ซ้ำยังถอยหลังเตรียมจะเดินหนี ชายคนนั้นจึงขึ้นเสียงพร้อมทั้งเดินตรงเข้าไปหมายจะแย่งชิงสมุดเล่มนั้นมาดู แต่ไม่ทันที่จะเข้าไปประชิดตัวหญิงสาว ชายคนนั้นก็ถูกดุโดยผู้ที่มาใหม่เสียก่อน

“ห้ามเสียมารยาท” ชายที่มาใหม่เดินเข้าไปหาชายคนนั้นใกล้ๆ ทำให้เขารีบหันหน้ามาพร้อมทั้งก้มหัวลงเล็กน้อย สองมือประสานไว้ข้างหน้า

“คุณเถียน” เขาพูดด้วยน้ำเสียงสุภาพ หากแต่ใบหน้ากลับซีดเผือด “คุณเกา” จากนั้นจึงรีบก้มหัวให้ชายอีกคนที่มาพร้อมกัน

“ยังไม่รีบขอโทษคุณผู้หญิงอีก” หลังสิ้นคำสั่ง เขาจึงรีบหันไปหาหญิงสาวเพื่อกล่าวคำขอโทษ

“เอ่อ..ไม่เป็นไรค่ะ ไม่ต้องขอโทษก็ได้ค่ะ” หญิงสาวพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเล็กน้อย พร้อมทั้งชำเลืองสายตาไปทางคุณเถียน

“ผมผิดเอง ผมขอโทษครับ” ชายคนนั้นไม่ได้ฟังเสียงห้ามของหญิงสาว หากแต่รีบขอโทษเธอ จากนั้นเขาจึงได้ยินคำสั่งของเจ้านายให้ไปทำงานต่อ ชายคนนั้นจึงได้ลอบถอนหายใจออกมาพร้อมทั้งรีบก้มหัวให้ก่อนที่จะเดินจากไป หญิงสาวมองตามหลังชายคนนั้นไปครู่หนึ่งและจึงได้หันกลับมา แต่ทว่าเธอกลับต้องสะดุ้งตกใจเมื่อคุณเถียนเดินมายืนอยู่ด้านหลังของเธออย่างเงียบๆ เมื่อเธอหันกลับมาทำให้ใบหน้าของเขาอยู่ในระดับเดียวกับสายตาของเธอพอดี

“ขอโทษด้วยนะครับที่คนของผมเสียมารยาทกับคุณ” ชายหนุ่มกล่าวกับหญิงสาวด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้ม หากแต่สายตาของเธอยังไม่อาจละไปจากใบหน้าของเขาไปได้ แววตาคู่นั้นเหมือนมีมนต์สะกดจนทำให้เธอไม่ได้ยินในสิ่งในเขาพูด

“คุณไม่เป็นไรนะครับ” ชายหนุ่มถามพร้อมทั้งยื่นมือไปแตะแขนของเธอออย่างแผ่วเบา ทำให้หญิงสาวสะดุ้งตกใจรีบถอยห่างออกมา แต่เพราะความรีบร้อนจึงทำให้เธอเซเสียหลักจะล้ม ชายหนุ่มจึงรีบเข้าไปประคองเธอไว้ แต่การการะทำของเขากลับทำให้เธอทำอะไรไม่ถูก

“ไม่..ไม่เป็นไรค่ะ” เธอตอบด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก ชายหนุ่มจึงปล่อยมือออกจากแขนของเธอ และถามเธอด้วยน้ำเสียงสุภาพอีกครั้งเมื่อชำเลืองเห็นในมือของหญิงสาวยังถือสมุดเล่มเล็กไว้แน่น

“ผมเถียนหย่งหนาน เป็นเจ้าของที่นี่ ไม่ทราบคุณจะบอกกับผมได้มั้ยครับว่าสมุดเล่มนั้นคืออะไร”

“ขอโทษด้วยนะครับ บังเอิญว่าคุณเถียนกับผมเห็นคุณในกล้องวงจรปิดมาสักครู่ใหญ่แล้ว เราเห็นคุณให้ความสนใจกับคาสิโนของเรา แต่คุณกลับไม่ลองเสี่ยงโชคเอาแต่จดอะไรบางอย่างลงในสมุดเล่มนี้ ผมกับคุณเถียนก็เลยอดที่จะสงสัยไม่ได้ จึงจะเข้ามาถามคุณ แต่บังเอิญว่าการ์ดของเรามาเสียมารยาทกับคุณเสียก่อน ยังไงผมก็ต้องขอโทษคุณอีกครั้ง แต่ก็อยากขอให้คุณกรุณาให้เกียรติบอกกับคุณเถียนได้มั้ย ว่าสมุดเล่มนั้นคืออะไร” เกาเหวินฉีเห็นหญิงสาวไม่ยอมพูดจึงได้บอกความจริงกับเธอว่าพวกเขาจับตาดูเธอมาสักครู่หนึ่งแล้ว หญิงสาวจึงยิ้มน้อยๆและตัดสินใจพูดความจริงก่อนที่เธออาจจะถูกจับโยนออกไปจากที่นี่

“ฉันเป็นมัคคุเทศก์ค่ะ และฉันก็ต้องการที่จะหาข้อมูลเกี่ยวกับเกมส์การพนันในคาสิโน เผื่อว่าจะได้ให้คำแนะนำกับลูกทัวร์ของฉันได้ถูก ถ้าคุณไม่เชื่อนี่เป็นนามบัตรของฉันและนี่ก็สมุดที่ฉันได้จดบันทึกไว้ค่ะ” หญิงสาวรีบหยิบนามบัตรในกระเป๋าพร้อมสมุดเล่มเล็กให้กับเถียนหย่งหนาน ชายหนุ่มยิ้มที่มุมปากพร้อมทั้งรับของมาจากมือของหญิงสาว

“คุณหวังเหม่ยซิง” เขาอ่านชื่อของเธอพร้อมทั้งพูดต่อ “แต่อีกชื่อนึงเหมือนจะไม่ใช่ชื่อจีนนี่ครับ” เถียนหย่งหนานพยายามสะกดชื่อของเธอที่เขียนเป็นภาษาอังกฤษด้วยรอยยิ้ม ทำให้ท่าทางของเขาตอนนี้ดูไม่น่ากลัวเหมือนตอนที่กำลังดุบอดี้การ์ดคนนั้นแม้แต่น้อย

“นั่นเป็นชื่อภาษาไทยของฉันค่ะ” เธอบอกกับชายหนุ่ม ชื่อหวังเหม่ยซิงก็คือชื่อจีนของรัญชิดา

“อ๋อ..อย่างงั้นหรอครับ งั้นลายมือของคุณที่จดในสมุดก็คงเป็นภาษาไทยด้วยสิ แย่จัง..ผมอ่านมันไม่ออก” เถียนหย่งหนานยิ้มอย่างเคอะเขินและจึงยื่นสมุดเล่มนั้นคืนหญิงสาว “ถ้าคุณหวังไม่รังเกียรติ ผมยินดีที่จะให้ข้อมูลกับคุณเกี่ยวกับคาสิโนของผมนะครับ ไม่ทราบว่าคุณหวังเห็นว่าเป็นอย่างไรบ้าง” หญิงสาวใช้เวลาคิดเพียงครู่เดียว เธอจึงยิ้มและตอบตกลง

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: Godfather The Series : มาเฟียหลงเงา   Sat Oct 13, 2012 4:14 pm

หลังจากนั้นเถียนหย่งหนานและเกาเหวินฉีจึงพารัญชิดาเดินดูภายในคาสิโนของเขาพร้อมทั้งให้คำแนะนำกับเธอ ในขณะที่หญิงสาวก็ตั้งใจจดลงในสมุดบันทึก เธอรู้สึกว่าสิ่งที่หย่งหนานบอกกับเธอมันมีประโยชน์มากกว่าสิ่งที่เธอเรียนรู้ด้วยตัวเองและจดลงในสมุดไปก่อนหน้านี้ด้วยซ้ำ และเธอยังรู้สึกว่าเขาไม่ได้ดูแตกต่างไปจากวันนั้นที่เขาช่วยเธอแย่งกระเป๋าคืนมาจากคนร้าย ด้วยท่าทางที่เป็นมิตร สุภาพและอ่อนโยน ทำให้เธอลืมภาพของมาเฟียไปโดยสิ้นเชิง หลังจากผ่านไปเกือบสี่สิบห้านาที ชายหนุ่มทั้งสองจึงพาหญิงสาวมานั่งพักในห้องของแขกวีไอพีที่เป็นห้องกระจกใสสี่ด้านพร้อมบริกรที่เดินถือน้ำผลไม้มาให้หญิงสาว

“ผมหวังว่าข้อมูลที่ผมให้กับคุณคงจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยนะครับ”

“เป็นประโยชน์มากเลยค่ะ ฉันต้องขอขอบคุณคุณเถียนและคุณเกามากๆนะคะ” รัญชิดาก้มหัวลงเล็กน้อยให้กับชายหนุ่มทั้งสอง พวกเขาได้แต่ยิ้ม

“คุณหวังครับ ผมขออนุญาตถามอะไรคุณสักอย่างได้มั้ยครับ” เกาเหวินฉียังมีข้อสงสัยอยู่จึงได้เอ่ยถาม แต่ดูเหมือนว่าจะเป็นสิ่งที่เถียนหย่งหนานก็อยากรู้ เมื่อเขาขยิบตาให้กับญาติผู้พี่

“คุณเกาอยากจะถามอะไรหรอคะ” เมื่อรัญชิดาเอ่ยปากเช่นนี้ เกาเหวินฉีจึงไม่รีรอที่จะไขปริศนาที่พวกเขาสองคนคาใจ

“คือโดยทั่วไปแล้วถ้าพูดถึงมาเก๊า คนส่วนใหญ่ก็จะนึกถึงเวเนเชี่ยนเป็นที่แรก ผมจึงรู้สึกว่าถ้าลูกทัวร์ของคุณจะมาเที่ยวมาเก๊า ก็น่าจะไปที่นั่น ไม่น่าจะมาสนใจโรงแรมของเรานะครับ ผมก็เลยสงสัยว่าทำไมคุณถึงมาหาข้อมูลที่นี่” รัญชิดาได้ฟังคำถามแล้วจึงฉีกยิ้มให้ชายหนุ่ม แต่มือของเธอเย็นเฉียบ เพราะที่เกาเหวินฉีพูดมานั้นถูกต้องที่สุด ถ้าพูดถึงมาเก๊า คนส่วนใหญ่จะต้องนึกถึงเวเนเชี่ยนหรือก็คือโรงแรมเดอะเวเนเชี่ยนมาเก๊ารีสอร์ทเป็นอันดับแรก โรงแรมที่ออกแบบด้วยสถาปัตยกรรมอันงดงามให้บรรยากาศเหมือนเมืองเวนิสของอิตาลี ซึ่งที่นี่ไม่ได้เป็นเพียงโรงแรมอย่างเดียว แต่ยังมีร้านค้า ร้านอาหาร โรงละคร ลำคลอง และบ่อนคาสิโนที่อยู่ภายในอาคารอีกด้วย แล้วแบบนี้จะมีใครบ้างที่ไม่อยากมาที่นี่ ในขณะที่หญิงสาวกำลังหาคำตอบที่ดีที่สุดเพื่อไม่ให้ผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าโมโห เกาเหวินฉีจึงได้พูดขึ้นมาก่อน

“หรือว่าคุณมาที่นี่เพราะมีจุดประสงค์อื่น คุณเป็นสายให้ใครใช่มั้ย” ชายหนุ่มแสร้งขึ้นเสียงดุ

“ไม่ใช่นะคะ คุณเข้าใจผิดแล้ว ฉันไม่ได้เป็นสายให้ใครนะคะ” รัญชิดาลนลานรีบปฏิเสธ ท่าทางของเธอตื่นกลัวสีหน้าซีดเผือด จนทำให้เกาเหวินฉีกลั้วหัวเราะ

“ผมล้อคุณเล่น คุณบอกความจริงมาเถอะ ผมไม่ให้ลูกน้องจับคุณโยนออกไปจากที่นี่หรอกน่า อีกอย่าง..ผมออกจะหล่อขนาดนี้ หน้าตาเหมือนผู้ร้ายที่ไหน” เกาเหวินฉีพูดด้วยอารมณ์ขันและยังยิ้มอย่างเป็นมิตรให้กับเธอ รัญชิดามองหน้าเหวินฉีที่มีแต่รอยยิ้มและหันไปมองหน้าหย่งหนานที่ยิ้มเล็กน้อยที่มุมปาก หากแต่แววตาของเขาให้ความรู้สึกบางอย่างที่ไม่สามารถอธิบายได้ แต่เธอรู้ว่าเขาจะไม่โกรธเธอ หากเธอพูดความจริง

“ฉันจะพูดความจริงก็ได้ค่ะ ฉันไม่ปฏิเสธที่ลูกทัวร์ของฉันต้องการจะไปเที่ยวที่เวเนเชี่ยนและก่อนหน้าที่ฉันจะมาโรงแรมของคุณ ฉันก็ไปที่นั่นมาแล้ว อย่างที่คุณรู้..ที่นั่นเป็นสถานที่ขึ้นชื่อของมาเก๊า มีนักท่องเที่ยวไปเที่ยวแทบทุกวันและก็เยอะมากๆ ฉันรู้สึกว่าถ้าลูกทัวร์ของฉันได้มาเที่ยวที่นี่จะต้องประทับใจแน่ๆ แต่ฉันจะบอกคุณแบบไม่อาย ที่นั่นใหญ่โตมากจนฉันรู้สึกว่าตัวเองกำลังถูกจับตามองอยู่ตลอดเวลา ฉันจึงไม่กล้าที่จะหาข้อมูลจากที่นั่น สุดท้ายฉันจึงได้แต่เดินดูรอบๆโดยไม่ได้ข้อมูลอะไรมาซักอย่างก่อนที่จะเดินออกมา และฉันก็นึกขึ้นมาได้ว่าไม่ไกลจากเวเนเชี่ยนมากนัก มีโรงแรมของคุณตั้งอยู่ ฉันก็เลยลองแวะเข้ามาที่นี่ มันอาจจะฟังดูไม่ค่อยมีเหตุผลเท่าไหร่นะคะ แต่นี่ก็เป็นเหตุผลของฉันจริงๆ”

“นี่คุณเห็นโรงแรมของเราเป็นแค่ทางผ่านอย่างงั้นหรอ”

“ไม่ใช่นะคะ ฉันไม่เคยคิดแบบนั้น” รัญชิดารีบปฏิเสธ

“คุณโกหก” เหวินฉีพูดด้วยน้ำเสียงดุจนทำให้รัญชิดาสะดุ้งตกใจ

“ฉันไม่ได้โกหก ฉันไม่เคยคิดแบบนั้นจริงๆ โรงแรมของคุณถึงจะไม่โด่งดังเท่าเวเนเชี่ยน แต่ก็เป็นที่รู้จักของคนส่วนใหญ่ นี่คือเหตุผลที่ฉันเลือกโรงแรมของคุณนะคะ” เหวินฉีชำเลืองหางตาไปทางหย่งหนานที่นั่งปั่นหน้านิ่ง จากนั้นเขาจึงลุกขึ้นยืน ยันแขนทั้งของข้างไปบนโต๊ะและโน้มตัวเข้าไปหารัญชิดาที่กำลังนั่งตัวลีบ

“งั้นคุณก็คงรู้มาก่อนด้วยสิว่าที่นี่ใครเป็นเจ้าของ” รัญชิดาพยักหน้าช้าๆพร้อมทั้งมองไปทางเถียนหย่งหนาน เหวินฉีก็มองตามพร้อมทั้งแสยะยิ้ม “ผมหมายถึงเจ้าของที่นี่เป็นมาเฟีย คุณก็รู้ใช่มั้ย” รัญชิดาพยักหน้าช้าๆอีกครั้ง คราวนี้เหวินฉีใช้ทั้งสองมือทุบโต๊ะเสียงดัง จนรัญชิดาตกใจกลัวสองมือรีบแนบกับใบหู

“เมื่อคุณรู้ว่าที่นี่ใครเป็นเจ้าของ แต่คุณไม่กลัวพวกเราเข้าใจผิดรึไง คุณหวัง..คุณช่างกล้ามากจริงๆเลยนะ คุณทำแบบนี้ผมสามารถจัดการกับคุณยังไงก็ได้ คุณรู้ตัวรึเปล่า” เหวินฉีขู่ในขณะที่หย่งหนานนั่งเงียบ ไม่มีแม้รอยยิ้มเหมือนเมื่อครู่ ท่าทางของพวกเขาทำให้รัญชิดารู้สึกกลัวเมื่อภาพของมาเฟียเข้ามาหลอกหลอนอยู่ในความคิดของเธอเวลานี้ หญิงสาวกำลังประเมินสถานการณ์ในห้องกระจกสี่เหลี่ยมที่คงเป็นห้องเก็บเสียง ถ้าหากพวกเขาสองคนคิดร้ายกับเธอ ต่อให้ร้องให้คนช่วยก็คงไม่มีใครได้ยิน นี่เธอกำลังหาเรื่องใส่ตัวแท้ๆ

“ว่าไงครับ..คุณหวัง คุณไม่กลัวพวกเราเข้าใจผิดอย่างงั้นหรอ” เกาเหวินฉีถามซ้ำอีกครั้ง รัญชิดาเม้มปากพร้อมทั้งสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เมื่อเข้าถ้ำเสือแล้ว ทำไมเธอต้องกลัวเสือที่อยู่ตรงหน้า

“ฉันกลัวค่ะ แต่ฉันเชื่อว่าคนที่เคยช่วยฉันไว้เขาเป็นคนดี ไม่งั้นแค่กระเป๋าใบเดียวเขาคงไม่ต้องเปลืองแรงไปเอามาคืนให้ฉันจนได้ และเพราะเหตุนี้ถึงฉันจะกลัวว่าเขาจะเข้าใจฉันผิด แต่ฉันก็เชื่อว่าเขาจะไม่ทำร้ายฉันค่ะ” รัญชิดาเสี่ยงวัดดวง เธอไม่แน่ใจว่าหย่งหนานจะจำเธอได้หรือไม่ แต่ถ้าหากคำพูดของเธอจะทำให้เธอรอดจากกรงเล็บเสือที่อยู่ตรงหน้า เธอก็จะลองเสี่ยงดู หลังสิ้นคำพูด เกาเหวินฉีก็หัวเราะดังลั่น

“ผมไม่รู้หรอกนะว่าคุณกำลังพูดถึงใครอยู่ แต่ผมเชื่อว่าคุณไม่ได้เป็นสายให้ใคร และไม่มีเจตนาร้ายกับโรงแรมของเรา ผมคงต้องขอโทษคุณด้วยที่ผมพูดจาเสียมารยาทกับคุณ หวังว่าคุณจะไม่โกรธผมนะครับ” เกาเหวินฉียิ้มให้รัญชิดาอีกครั้ง การเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของชายหนุ่มทำให้เธอกลัวจนตัวสั่น

“คุณหวัง ตอนนี้โรงแรมของเรากำลังมีคู่แข่งที่น่ากลัว ถึงข้อมูลที่ผมให้คุณจะแค่เล็กน้อย แต่ผมก็จะประมาทไม่ได้ ผมจำเป็นต้องทำแบบนี้เพื่อดูปฏิกิริยาของคุณ ถ้าผมทำให้คุณกลัว ผมต้องขอโทษคุณอีกครั้งนะครับ” เหวินฉีเดินเข้าไปพูดกับรัญชิดาใกล้ๆ พร้อมรอยยิ้มอย่างเป็นมิตร ในขณะที่หย่งหนานยิ้มให้เธออย่างอ่อนโยน

“ฉัน..ฉันไปได้แล้วใช่มั้ยคะ” รัญชิดารีบลุกจากเก้าอี้

“ใช่ครับ ผมขอขอบคุณคุณมากที่ให้ความสนใจโรงแรมของเราและหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะมีโอกาสรับใช้ลูกทัวร์ของคุณนะครับ” เหวินฉียื่นมือออกไปเพื่อจับมือกับเธอ รัญชิดาลังเลอยู่เล็กน้อย แต่ด้วยรอยยิ้มของเหวินฉี ทำให้เธอแน่ใจว่าเขาไม่ได้คิดร้ายต่อเธอ จึงได้ยื่นมือออกไปแต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้สัมผัสมือของเขา เสียงโทรศัพท์มือถือของรัญชิดาก็ดังขึ้น ชายหนุ่มทั้งสองคนฟังไม่ออกว่าเธอพูดอะไรและกับใคร เพียงแต่ท่าทางที่ร้อนรนของหญิงสาวทำให้พวกเขารู้ว่าอาจจะเกิดเรื่องบางอย่างขึ้นก็ได้ เพียงครู่เดียวรัญชิดารีบวางสายโทรศัพท์และรีบร้อนจะออกไป หย่งหนานเห็นทางทางของเธอจึงรีบพูดขึ้น

“มีอะไรให้ผมช่วยมั้ยครับ” รัญชิดาส่ายหน้าและพูดขอบคุณเขาเพียงสั้นๆก่อนที่จะรีบวิ่งออกไปสร้างความสงสัยให้หับหย่งหนานไม่น้อย ในขณะที่เหวินฉีเห็นท่าทางของเธอแบบนั้นยังคิดว่าเธอคงรู้สึกกลัวเขาอยู่จึงหัวเราะอย่างนึกขำ

“ผู้หญิงคนนี้ตลกดีนะ ฉันแกล้งเธอหน่อยเดียวก็พูดอะไรไม่รู้ คนที่เคยช่วยเธอไว้ ฉันไม่เห็นจะเข้าใจเลย แล้วนายเข้าใจรึเปล่า” เหวินฉีตบไหล่หย่งหนานในขณะที่สายตาของเขายังมองตามหลังรัญชิดาอย่างนึกขำไม่หาย

“แต่ฉันเข้าใจนะ ฉันเข้าใจว่าเธอหมายถึงใคร” หย่งหนานตอบญาติผู้พี่ทั้งที่สายตาของเขายังคงมองหญิงสาวที่เพิ่งวิ่งออกไปจนลับสายตา

------------------------------------------------------

เวลาเกือบเที่ยงคืน พ่อดลแม่โรสและธีรกานต์รู้สึกกังวลใจด้วยความเป็นห่วงที่รัญชิดายังกลับมาไม่ถึงบ้าน ครั้งสุดท้ายที่รัญชิดาโทรกลับมาบอกพี่สาวเมื่อตอนบ่ายสามโมงก็คือมีเพื่อนคนไทยของพิมพ์อรพลัดหลงกับเพื่อนที่มาเที่ยวมาเก๊าด้วยกัน และพวกเธอก็โทรศัพท์มาหารัญชิดาตามเบอร์ที่พิมพ์อรให้เอาไว้ติดต่อหากต้องการความช่วยเหลือ ซึ่งก่อนหน้านี้พิมพ์อรได้โทรศัพท์มาบอกรัญชิดาไว้แล้ว เมื่อเพื่อนคนไทยเดือดร้อนและกำลังต้องการความช่วยเหลือ หลังจากที่เธอได้รับโทรศัพท์จึงได้ช่วยออกตามหา แต่จนป่านนี้แล้วรัญชิดาก็ยังกลับมาไม่ถึงบ้าน แม้ธีรกานต์จะพยายามโทรศัพท์ติดต่อน้องสาวแต่เธอก็ยังไม่สามารถติดต่อได้อีกหลังจากนั้น หญิงสาวนึกตำหนิตัวเองที่มัวแต่โกรธน้องสาว เพราะถ้าเธอไปเป็นเพื่อน อย่างน้อยก็น้องสาวก็คงไม่ต้องอยู่ข้างนอกคนเดียว

“ทำไมดายังกลับมาไม่ถึงอีก ฝนก็ตกแบบนี้แม่เป็นห่วงจริงๆ” หัวอกคนเป็นแม่พูดขึ้นด้วยความกังวล

“พ่อจะออกไปตามดีมั้ย ดึกจนป่านนี้แล้วไม่รู้เกิดเรื่องอะไรขึ้นรึเปล่า หรือว่ายังหาเพื่อนคนไทยไม่เจอ ดาก็เลยยังกลับมาไม่ได้” สามคนพ่อแม่ลูกนั่งรออยู่ชั้นล่างของบ้านในส่วนที่เป็นร้านอาหาร ทันใดนั้นทั้งหมดก็ได้ยินเสียงคนกำลังไขกุญแจเพื่อเปิดประตูม้วน สายตาทุกคู่จึงมองคนที่กำลังดันประตูม้วนขึ้น พอธีรกานต์เห็นคนที่อยู่ด้านนอกผ่านประตูร้านที่เป็นกระจกใสเท่านั้น เธอจึงเป็นฝ่ายรีบวิ่งไปเปิดประตูเพื่อรับน้องสาง

“ยัยดาทำไมถึงกลับมาป่านนี้ รู้มั้ยว่าพ่อแม่พี่เป็นห่วง พี่โทรไปก็ติดต่อเราไม่ได้มันเกิดอะไรขึ้น แล้วเพื่อนคนไทยคนนั้นหาเจอรึเปล่า” ธีรกานต์ถามน้องสาวพร้อมทั้งจับมือน้องเดินเข้ามาหาพ่อแม่

“หนูขอโทษที่ทำให้เป็นห่วงนะคะ” รัญชิดายกมือไหว้ขอโทษพ่อแม่และพี่สาวที่ทำให้เป็นห่วง และเริ่มตอบคำถามของพี่สาวทีละข้อ ที่ธีรกานต์ติดต่อเธอไม่ได้ เพราะหลังจากเธอโทรศัพท์มาบอกที่บ้าน เธอก็โทรศัพท์ติดต่อกับกลุ่มเพื่อนคนไทยที่ช่วยกันตามหาเพื่อนที่พลัดหลงจนแบตโทรศัพท์หมด เพื่อนคนไทยที่พลัดหลงคนนั้นพูดอังกฤษไม่ได้และยังเป็นการเดินทางมาต่างประเทศเป็นครั้งแรกจึงทั้งตื่นกลัวและตกใจ มิหนำซ้ำยังทำเบอร์โทรศัพท์ของรัญชิดาที่พิมพ์อรให้ไว้หล่นหาย ถึงกลุ่มเพื่อนของเธอจะติดต่อเธอได้ แต่เธอก็ไม่รู้จักสถานที่ตรงนั้น จนกลุ่มเพื่อนของเธอต้องรอรัญชิดาแล้วให้รัญชิดาพยายามติดต่อกับเธอ โชคดีที่มีผู้ชายใจดีคนหนึ่งผ่านมาและช่วยเธอไว้ เมื่อรัญชิดาติดต่อเธอได้ เขาจึงช่วยบอกกับรัญชิดาว่าเธอออยู่ที่ไหน จนรัญชิดาสามารถตามหาเธอจนพบ จากนั้นรัญชิดาจึงทำหน้าที่เจ้าบ้านคอยช่วยเหลือดูแลพวกเธอ กว่าจะนึกขึ้นมาได้ว่าต้องกลับบ้านก็มืดค่ำเสียแล้ว และเพราะแบตโทรศัพท์หมด เธอจึงไม่ได้โทรกลับมาบอกที่บ้านก่อน

หลังจากที่รัญชิดาเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ให้ทุกคนฟัง พ่อแม่จึงบอกลูกสาวให้ไปนอนพักผ่อน แต่ธีรกานต์เพิ่งสังเกตเห็นว่าน้องสาวใส่เสื้อสูทคุมทับเสื้อตัวในไว้ เธอจำได้ว่าก่อนน้องสาวไปมาเก๊า น้องสาวไม่ได้ใส่เสื้อตัวนี้ ครั้นจะถามให้หายสงสัย พ่อกับแม่ก็ไล่ทั้งเธอและรัญชิดาให้ขึ้นไปนอน เธอจึงต้องเก็บความสงสัยนั้นไว้และตั้งใจว่าจะถามน้องสาวในวันพรุ่งนี้ตอนเช้า ส่วนรัญชิดาเมื่อกลับเข้าห้องของเธอ ขณะที่หญิงสาวกำลังจะถอดเสื้อสูทที่เธอสวมทับไว้อยู่นั้น รอยยิ้มของเธอพลันปรากฏขึ้นเมื่อนึกถึงเจ้าของเสื้อที่สวมให้กับเธอขึ้นมา

ก่อนหน้านี้ระหว่างที่รัญชิดากำลังรอรถเพื่อไปท่าเรือเฟอร์รี่ของมาเก๊าอยู่นั้น ฝนได้ตกลงมาพร่ำๆ ถึงบรรยากาศโดยรอบจะดูไม่น่ากลัวเพราะยังมีผู้คนเดินผ่านไปมา แต่หญิงสาวก็ยังรู้สึกว่าที่นี่ไม่ปลอดภัยเท่าไหร่ เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงบ่าย เกาเหวินฉีทำให้เธอนึกหวาดกลัวเมื่อยังอยู่ในถิ่นที่มีมาเฟียเดินปะปนกับคนทั่วไป ขณะที่หญิงสาวกำลังภาวนาให้มีรถแท็กซี่ผ่านมาสักคันอยู่นั้น รถบีเอ็มดับเบิ้ลยูสีน้ำเงินเข้มก็มาจอดเทียบอยู่ตรงหน้าเธอตามด้วยรถตู้สีดำที่จอดอยู่ข้างหลัง รถคันนี้ติดฟิล์มสีดำจนเธอไม่สามารถมองเห็นคนที่อยู่ในรถได้ และด้วยความที่หญิงสาวหวาดระแวงจากภัยรอบด้าน ทำให้เธอถอยห่างออกมาจากรถคันนั้น และพยายามมองไปรอบๆเพื่อหาคนช่วยหากเกิดเรื่องไม่ดีขึ้น จนกระทั่งเธอเห็นคนที่นั่งอยู่ด้านหน้ารีบลงจากรถเพื่อเปิดประตูให้คนที่อยู่ด้านหลังลงมา รัญชิดาถึงกลับทำอะไรไม่ถูก สีหน้าของเธอตื่นตะหนก แต่ชายหนุ่มที่เพิ่ลงมาจากรถกลับยิ้มให้เธอ

“คุณหวังกำลังรอรถไปท่าเรืออยู่ใช่มั้ยครับ บังเอิญว่าผมจะต้องไปทางนั้นพอดี ถ้าคุณไม่รังเกียรติ ขอเชิญคุณไปรถของผมได้นะครับ” ชายหนุ่มพูดด้วยรอยยิ้ม แต่ถึงเขาจะพูดกับเธอด้วยความสุภาพ แต่หญิงสาวก็ยังไม่ไว้ใจ

“รบกวนคุณเถียนเปล่าๆค่ะ ฉันกลับเองได้” รัญชิดาปฏิเสธความหวังดีของชายหนุ่ม พร้อมทั้งกวาดสายตามองหารถแท็กซี่

“แต่ตอนนี้ก็จะสองทุ่มแล้วนะครับ ฝนก็ตก คุณเป็นผู้หญิงยืนอยู่ตรงนี้คนเดียวมันอันตราย ไปรถของผมดีกว่า ผมก็กำลังจะกลับบ้านพอดี ยังไงก็ต้องไปขึ้นเรือข้ามฟากที่เดียวกัน อย่าเกรงใจเลยครับ”

“ไม่ดีกว่าค่ะ ฉันไม่อยากรบกวนคุณ” รัญชิดาปฏิเสธอีกครั้ง แต่อีกฝ่ายยังตื้อจะให้เธอไปกับเขาให้ได้

“หรือว่าคุณไม่ไว้ใจผม กลัวผมจะทำร้ายคุณหรอครับ”

“ไม่..” รัญชิดายังพูดไม่ทันจบ เธอก็ส่งเสียงจามออกมา เถียนหย่งหนานเห็นเช่นนั้นจึงรีบถอดเสื้อตัวนอกของตัวเองออกเพื่อจะคุมให้หญิงสาว แต่เธอเบี่ยงตัวหนี สายตาของเธอที่มองเขาทำให้หย่งหนานรู้ว่าเธอกำลังหวาดกลัว

“คุณเป็นคนพูดเองไม่ใช่หรอครับว่าคุณเชื่อว่าคนที่เคยช่วยคุณไว้เขาเป็นคนดี และคุณก็เชื่อว่าเขาจะไม่มีวันทำร้ายคุณ คุณหวัง..คุณจะเชื่อใจผมได้มั้ยครับ” สิ้นคำพูดของเขา รอยยิ้มหวานของรัญชิดาได้ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเธอ แววตาที่อ่อนโยนคู่นั้นของชายหนุ่ม ทำให้เธอไม่สามารถปฏิเสธความหวังดีของเขาได้ หย่งหนานยิ้มให้หญิงสาวและค่อยๆคุมเสื้อของเขาให้กับเธอ

“ให้ผมไปส่งนะครับ” รัญชิดาไม่พูดตอบรับหรือปฏิเสธ เพียงพยักหน้าช้าๆ ทำให้เธอได้เห็นรอยยิ้มของหย่งหนานอีกครั้ง รอยยิ้มที่ทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัย ชายหนุ่มเดินเคียงคู่กับเธอไปที่รถ ซึ่งตอนนี้เกาเหวินฉีที่นั่งอยู่ด้านในได้ก้าวลงมาและยิ้มให้กับเธอ หญิงสาวหันไปมองหย่งหนาน เขาเพียงพยักหน้าให้รัญชิดา ในขณะที่เกาเหวินฉีก้าวถอยออกมาและขึ้นไปนั่งบนรถทางด้านหน้าข้างคนขับ บอดี้การ์ดที่นั่งมาในรถกับหย่งหนานในตอนแรกรีบปิดประตูรถให้เหวินฉีและรีบหันกลับมาปิดประตูรถให้หย่งหนานที่นั่งข้างกับหญิงสาว จากนั้นบอดี้การ์ดจึงรีบวิ่งไปขึ้นรถตู้ที่จอดด้านหลัง เพื่อรีบตามรถของเจ้านายที่เพิ่งเคลื่อนตัวออกไป

รัญชิดาค่อยๆสัมผัสกับเสื้อของหย่งหนานพร้อมรอยยิ้มอีกครั้ง เมื่อนึกถึงช่วงเวลาที่เธอเดินทางกลับมาจากมาเก๊าพร้อมกับชายหนุ่ม แม้ในระหว่างนั้นจะไม่มีบทสนทนาใดๆเกิดขึ้นระหว่างเขากับเธอก็ตาม แต่รัญชิดารับรู้ถึงความเอาใจใส่ของเขา และเมื่อเธอแอบมองเขาในตอนที่เขาเผลอ ผู้ชายคนนี้กลับทำให้เธอต้องยิ้มให้เขาโดยไม่รู้ตัว

----------------------------------------------

โปรดติดตามตอนต่อไป

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
chuengngee
ศิษย์ใหม่ชาเรี่ยน..เอ๊าะๆเฟรชๆ
ศิษย์ใหม่ชาเรี่ยน..เอ๊าะๆเฟรชๆ


จำนวนข้อความ : 55
: 39
Registration date : 13/12/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: Godfather The Series : มาเฟียหลงเงา   Sat Oct 13, 2012 7:32 pm

ว้าวๆๆๆๆ ตัวละครค่อยๆ โผล่แระนะ แต่ยังต้องตามลุ้นกันต่อไปเพราะยังอยู่แค่ช่วงเริ่มต้นทีเดียว อิอิ
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
midori
ศิษย์ใหม่ชาเรี่ยน..เอ๊าะๆเฟรชๆ
ศิษย์ใหม่ชาเรี่ยน..เอ๊าะๆเฟรชๆ
avatar

จำนวนข้อความ : 51
: 40
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: Godfather The Series : มาเฟียหลงเงา   Sun Oct 14, 2012 12:23 am

แวะเข้ามาอ่านเช้าวันใหม่เลย นอนดึกซะเคยตัวละ

รออ่านตอนต่อไปนะคะ lol!
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: Godfather The Series : มาเฟียหลงเงา   Sun Oct 14, 2012 9:37 am

พี่งี้..ใช่ค่ะ ตัวละครเริ่มโผล่มาอีก แต่ต้องตามลุ้นกันต่อไป

มามิ..มาซะดึกเชียวตัว มัวติดคุณตำรวจอยู่สิ อย่างว่าล่ะนะ เรียกแต่ Ah Pat อยู่แบบนี้นี่เนอะ

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
tomtam
ศิษย์ชาเรี่ยนขั้น 2
ศิษย์ชาเรี่ยนขั้น 2
avatar

จำนวนข้อความ : 167
: 36
Registration date : 14/12/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: Godfather The Series : มาเฟียหลงเงา   Sun Oct 14, 2012 8:44 pm

โหะๆ ยังไม่ทันไร รัญชิดาก็ตกหลุมรักเสี่ยเถียนเข้าซะแล้ว อย่างนี้กลับบ้านเจอพี่สาวตีแน่เลย

ขำพี่เกาตอนแกล้งดุรัญชิดาจังค่ะ ถึงจะดุแต่ก็น่ารักนะ ชอบคนดุหล่ะ หุๆ

“หรือว่าคุณมาที่นี่เพราะมีจุดประสงค์อื่น คุณเป็นสายให้ใครใช่มั้ย”





“ผมล้อคุณเล่น คุณบอกความจริงมาเถอะ ผมไม่ให้ลูกน้องจับคุณโยนออกไปจากที่นี่หรอกน่า อีกอย่าง..ผมออกจะหล่อขนาดนี้ หน้าตาเหมือนผู้ร้ายที่ไหน” (คนอะไร ชมตัวเองก็เป็น 555)



ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว http://forums2.popcornfor2.com/index.php?showtopic=56077&st=
lingu
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 4 กระบี่ไร้น้ำตา
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 4 กระบี่ไร้น้ำตา
avatar

จำนวนข้อความ : 6491
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: Godfather The Series : มาเฟียหลงเงา   Sun Oct 14, 2012 8:48 pm

ตกใจหมดนึกว่าพี่หย่งหนานจำน้องดาไม่ได้ที่แท้ก็แกล้งนี่เอง คะแนนเกือบหายหมดแล้วเนี่ย ดีนะที่พี่หย่งหนานรีบตามไปเก็บคะแนนเพิ่ม สร้างคะแนนบวกเพิ่มอีกโขเลย กิ้วๆ Embarassed

ส่วนพี่เหวินฉี ดุนักนะตะเอง ทำเอาน้องดาตกใจหมดเลย ฝากไว้ก่อนเถอะ ได้เจ๊อะแม่เสือแล้วจะรู้ซึ๊ก bounce Twisted Evil

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=linguniang&group=3]Chil
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: Godfather The Series : มาเฟียหลงเงา   Sun Oct 14, 2012 9:20 pm

แต๋ม..จะไม่ให้น้องดาตกหลุมเสน่ห์เสี่ยเถียนได้ไงคะ ออกจะหล่อขนาดนี้ แถมยังสุภาพอ่อนโยนสุดๆ แต่แค่ประทับใจเฉยๆ ยังไม่ถึงขั้นหลงรักหรอกค่ะ ผกก. ยังหวงอยู่ เดี๋ยวมาจิ๊จ๊ะกับเสี่ยเถียนเร็วเกินไป ผกก. ไม่ยอมค่ะ แต่ก็เร็วๆนี้แหละ

คำพูดของพี่เกาที่แต๋มชอบ ทับทิมก็ชอบค่ะ แบบมันเป็นมุกให้ขำๆ แบบว่าให้อารมณ์พี่เกาเปลี่ยนกลับไปมา น้องดาจะได้สับสนปนความกลัว ผู้ชายคนนี้จะเอายังไงกับฉันแน่เนี่ย สำคัญมากๆงานนี้พี่เกาต้องออกโรงดุแทนเสี่ยเถียน ถ้าเสี่ยเถียนดุน้องดา คะแนนจะตกวูบค่ะ เพราะงั้นพี่เกาต้องเสียสละนิดนึง


พี่หลิน..พี่เหวินฉีมาดุน้องดาของเสี่ยเถียน เดี๋ยวแบบนี้ต้องส่งแม่เสือดุมาปราบให้เข็ดค่ะ มาดุว่าที่น้องสะใภ้ในอนาคตได้ยังไงเนี่ย แต่จะว่าไปก็ดีนะคะ เพราะเป็นการเปิดโอกาสให้สี่ยเถียนทำคะแนนเพิ่มได้ยังไงล่ะคะ

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: Godfather The Series : มาเฟียหลงเงา   Sun Oct 14, 2012 9:44 pm

น้องดาแอบมองเสี่ยเถียน



_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
 
Godfather The Series : มาเฟียหลงเงา
อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน 
หน้า 1 จาก 4ไปที่หน้า : 1, 2, 3, 4  Next

Permissions in this forum:คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
Welcome To Charlianz world :: Fiction & Recreation :: Fiction & Recreation-
ไปที่: