Welcome to Charlian Thai fans
 
บ้านสมัครสมาชิก(Register)เข้าสู่ระบบ(Log in)

Share | 
 

 The Swordsman of Devil

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down 
ไปที่หน้า : Previous  1, 2, 3, 4, 5 ... 9, 10, 11  Next
ผู้ตั้งข้อความ
Cipher
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 3 กระบี่ไร้เงา
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 3 กระบี่ไร้เงา
avatar

จำนวนข้อความ : 1273
Registration date : 11/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Wed Jun 24, 2009 9:13 am

พี่หลินกุอยากให้หมิงเยี่ยตายถึงเพียงนั้นเลยเหรอคะ

งั้นน้องหมิงเยี่ยน้อมรับสนองความต้องการให้คะ แบบว่ายอมตายคะเพื่อพี่เจี้ยนและความรักของเราคะ

เพราะฉะนั้นผกก.ทับทิมกรอบช่วยจัดความตายแบบประทับอยู่ใจความทรงจำของพี่เจี้ยนให้หมิงเยี่ยหน่อยนะคะ
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
lingu
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 4 กระบี่ไร้น้ำตา
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 4 กระบี่ไร้น้ำตา
avatar

จำนวนข้อความ : 6491
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Wed Jun 24, 2009 9:23 am

โอ ไม่ใช่นะคะ แม่นางหลินกุไม่ได้ต้องการให้แม่นางหมิงเยี่ยตาย ไม่ใจร้ายขนาดนั้นเลยค่ะ แม้จะซาดิสต์ก็ตาม ที่เสนอไปคือรักที่เสียสละ ยอมให้คนที่รักมีความสุข หมายถึงว่ายอมหลีกทาง แล้วแม่นางหมิงเยี่ยก็ไปหาหนุ่มใหม่ไฉไลกว่าเก่าไงคะ อย่างที่แม่นางหยูกำลังพ่ายความจริงใจที่พี่หลงมีต่อน้องหลานและก็คงยอมหลีกทางให้ในที่สุดน่ะค่ะ อันนี้ต้องขึ้นอยู่คนกลางคือพี่เจี้ยนว่าจะยอมมั้ยล่ะค่ะ ไม่รู้ว่าพี่เจี้ยนจะทำใจได้มั้ย อันนี้ต้องรอถาม ผกก.ล่ะค่ะ Cool

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=linguniang&group=3]Chil
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Wed Jun 24, 2009 7:56 pm

ไม่ได้ๆค่ะ พี่เจี้ยนหมั้นกับหมิงเยี่ยไปแล้วและกำลังจะแต่งงานกันในตอนพิเศษนะค่ะ ลืมไปแล้วหรอ เพราะงั้นจะให้พี่เจี้ยนมาเลิกกับหมิงเยี่ยแล้วไปหาแม่นางหยูไม่ได้ค่ะ หมิงเยี่ยไม่ใช่ลูกสาวชาวบ้านธรรมดา เป็นลูกขุนนางนะค่ะ ถ้าจะให้ดีให้หมิงเยี่ยป่วยและเสียชีวิตก่อนวันแต่งงานจะดีกว่า....ฮ่าๆ ล้อเล่นๆ ก็ให้พี่เซี่ยงไปดามอกเจ๊หยูก็ดีอยู่แล้วไม่ใช่หรอค่ะ แบบประมาณว่าหลังจากเหตุการณ์ทุกอย่างเรียบร้อย พี่เซี่ยงก็ออกท่องยุทธภพ ถูกศัตรูลอบทำร้ายได้รับบาดเจ็บสาหัส ระหว่างนั้นแม่นางหยูก็ผ่านมาพอดีให้การช่วยเหลือ พี่เซี่ยงซาบซึ้งในน้ำใจ เห็นความดีของแม่นางหยูก็เลยตามจีบแม่นางหยู จนแม่นางหยูใจอ่อน ตกลงปลงใจใช้ชีวิตกับพี่เซี่ยง แบบนี้ดีออกค่ะ ไม่ต้องให้ใครมาเสียสละ หมิงเยี่ยก็จะได้แต่งกับพี่เจี้ยนไป แม่นางหยูก็มีพี่เซี่ยงมาดามอก แฮปปี้ เอนจอยด์ค่ะ

แต่..ถ้าผู้อ่านอยากเห็นรักที่ต้องเสียสละจริงๆ หรือไม่อยากเห็นก็ตาม ผกก. ย้ำว่าได้เห็นแน่ๆ ไม่ได้โกหก ไม่ได้แกล้งหลอก เป็นรักที่เสียสละที่...ไม่บอกดีกว่า ต้องคอยติดตามนะค่ะ

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
ทะเล
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 3 กระบี่ไร้เงา
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 3 กระบี่ไร้เงา
avatar

จำนวนข้อความ : 1285
: 32
Registration date : 13/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Thu Jun 25, 2009 10:48 pm

ก้อย พิมพ์ว่า:



พี่ลี่หู ดูแลตัวเองกับน้องเซียง ดีๆ นะค่ะ อย่าพึ่งเป็นอะไรไปในช่วงที่ทะเลไม่อยู่ 2 วันนี้นะค่ะ
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
O-yohyo
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 4 กระบี่ไร้น้ำตา
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 4 กระบี่ไร้น้ำตา
avatar

จำนวนข้อความ : 6683
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sun Jun 28, 2009 11:56 am

พี่เซี่ยงขาาาาาาาาาาา . . . . . ผกก ทับทิม กับ หมิงเยี่ย ใจร้าย

คิดจะพรากพี่เซี่ยงไปจากอี้โหยว กลับมาหาอี้โหยวเถอะนะ


ถึงจะสงสารเจ๊หยูเยี่ยนแค่ไหน แต่ในสารบัญหัวใจของอี้โหยว

ไม่มีคำว่าเสียสละค่ะ ถ้าอี้โหยวมาทีหลังอันนี้ยอมได้

แต่อี้โหยวกับพี่เซี่ยง เราปิ๊งกันมาก่อนแล้วนะ ทำไม ผกก กับ หมิงเยี่ยถึงใจร้ายเช่นนี้

ที่สำคัญอุตส่าห์หมายมั่นปั้นมือ จะให้เจ๊หยูเยี่ยนคู่กับลู่ฟง

ทำไมถึงได้กลายเป็นว่าจัดพี่เซี่ยงไปให้เจ๊หยูเยี่ยนล่ะคะ ทำแบบนี้ได้ยังไง

ฮือ ฮือ ดูซิน้องๆ คิดจะทรมานหัวใจ ไม่มีใครรักอี้โหยวเท่าพี่อี้หลานอีกแล้ว

กลับไปซบพี่อี้หลานดีกว่า











ปล. อี้โหยวไม่ชอบเสียสละ แล้วก็ไม่อยากให้ตากับยายเสียสละกันและกันให้คนอื่นด้วย

ถ้าแบบว่าเสียสละยอมตายแทนกันอันนี้ซาบซึ้งค่ะ

แต่ยังไงก็อยากให้ครองคู่ตุนาหงันเป็นตากับยายดูลูกหลานเติบโตดีกว่านะ

_________________



Charmaine Sheh / เสอซือมั่น - อาเส่ / 佘詩曼
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
O-yohyo
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 4 กระบี่ไร้น้ำตา
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 4 กระบี่ไร้น้ำตา
avatar

จำนวนข้อความ : 6683
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sun Jun 28, 2009 12:01 pm

อ่านจบก็กะว่าจะโม้สักกะหน่อย แต่พอมาอ่านคอมเมนต์ทุกคน

ที่จะยกพี่เซี่ยงให้กับเจ๊หยูเยี่ยน ทำเอาช็อคและอกหักไปเลย โม้ไม่ออกแล้ว

ขอแปะรูปอย่างเดียวค่ะ

















ขอเวลาไปทำใจคิดหาแผนการมัดใจพี่เซี่ยงกลับคืนมา

ต้องไปปรึกษาอาจารย์เอ่อฉุนและอาจารย์ย่านาคดีกว่า

_________________



Charmaine Sheh / เสอซือมั่น - อาเส่ / 佘詩曼
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
Cipher
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 3 กระบี่ไร้เงา
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 3 กระบี่ไร้เงา
avatar

จำนวนข้อความ : 1273
Registration date : 11/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sun Jun 28, 2009 5:15 pm

โอ้...ศิษย์พี่อี้โหยว ศิษย์น้องหมิงเยี่ยไม่ทราบจริงๆ ว่าศิษย์พี่มีจิตผูกพันอย่างแน่นหนากับจอมยุทธ์เซี่ยง

มิเช่นนั้นตอนที่ผกก.เอ่ยปากยกหยูเยี่ยนให้กับพี่เซี่ยง หมิงเยี่ยจะคัดค้านอย่างหัวชนฝาทีเดียว

แต่เหตุการณ์ก้อล่วงเลยมาถึงเพียงนี้แล้ว ก้อสุดแท้แต่ผกก.ทับทิมกรอบก้อแล้วกันนะคะ (รีบโยนลูกอย่างรวดเร็ว lol! )
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sun Jun 28, 2009 7:28 pm

จริงๆ ผกก. ก็ยังไม่ได้สรุปนะค่ะว่าใครจะได้ลงเอยกับใครบ้าง เพราะอย่างงั้นอี้โหยวอย่าเพิ่งเศร้าใจไปนะค่ะ (รีบโยนลูกบ้าง)

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
O-yohyo
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 4 กระบี่ไร้น้ำตา
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 4 กระบี่ไร้น้ำตา
avatar

จำนวนข้อความ : 6683
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sun Jun 28, 2009 10:36 pm

โยนกันไปมา แล้วตกลงอยู่ที่ใครแล้วคะตอนนี้

จะได้ตามไปหลอน ได้ถูกคน tongue

_________________



Charmaine Sheh / เสอซือมั่น - อาเส่ / 佘詩曼
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
ทะเล
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 3 กระบี่ไร้เงา
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 3 กระบี่ไร้เงา
avatar

จำนวนข้อความ : 1285
: 32
Registration date : 13/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sun Jul 12, 2009 10:54 am





Very Happy พาพี่Rex มาเป็นกำลังใจในการแต่งฟิคของผู้กำกับค่ะ Razz
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sat Jul 18, 2009 8:54 pm

ตอนที่ 28

ภายในคุกคุมขังนักโทษของกรมอาญา จางจื่อหลงถูกคุมขังอยู่ที่นี่โดยมีทหารและมือปราบคอยเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด ถึงแม้ว่าจื่อหลงจะถูกโซ่พันธนาการเอาไว้ทั้งที่ยังอยู่ในคุกคุมขังก็ตาม แต่เพื่อความไม่ประมาทขุนพลเจิ้นจึงได้กำชับให้ทั้งทหารและมือปราบคอยเฝ้าระวังจื่อหลงไว้ให้ดี เพราะเกรงว่าจะมีคนมาช่วยพาจื่อหลงหลบหนีไปจากที่คุมขังในระหว่างที่รอการตัดสินโทษ จื่อหลงที่เหมือนจะรู้ชะตากรรมของตัวเองดีอยู่แล้วจึงไม่ได้ทุกข์ร้อนอันใด ยังคงนั่งหลังพิงผนังห้องขังหลับตาพักผ่อน แม้ว่าเขาจะได้ยินเสียงฝีเท้าคนเดินมาและหยุดที่หน้าประตูห้องขังตามด้วยเสียงผู้คุมไขกุญแจเข้ามาแล้ว จื่อหลงก็ยังไม่ยอมลืมตาขึ้นมามองคนที่เพิ่งมาถึงแม้แต่น้อย จนเมื่อคนผู้นั้นบอกกับผู้คุมว่าจะสอบสวนนักโทษด้วยตัวเองในนี้ จื่อหลงจึงได้ยอมลืมตาขึ้นมาพร้อมทั้งเห็นหลังของผู้คุมที่เดินกลับไปยืนรักษาการณ์ที่ประตูทางเข้าออกที่อยู่ห่างจากห้องขังของจื่อหลงพอสมควร
“วันนี้ท่านพ่อได้ไปเข้าเฝ้าฝ่าบาทเพื่อกราบทูลเรื่องของเจ้าแล้ว ทางที่ดีเจ้าก็รับสารภาพมาเสียแต่โดยดีว่ามีใครบงการอยู่เบื้องหลังหรือไม่ เผื่อว่าโทษของเจ้าจะได้ลดหย่อนลงได้บ้าง” ชายหนุ่มที่มาใหม่เอ่ยถามกับจื่อหลงด้วยเสียงอันแข็งกร้าวและดังพอให้ผู้คุมที่ยืนคุมเชิงอยู่บริเวณนั้นได้ยินด้วย
“ข้าไม่ได้ทำ” จื่อหลงตอบเสียงแข็ง ทำให้ชายผู้นั้นไม่พอใจตรงเข้ากระชากคอเสื้อของจื่อหลงขึ้นมาและดันร่างของจื่อหลงไปจนชิดกำแพงโดยที่ตัวของคนผู้นั้นก็โน้มเข้ามาหาอย่างที่คิดจะทำร้ายร่างกายของจื่อหลง แต่จื่อหลงรู้ว่ามันเป็นเพียงแผนตบตา เมื่อคนผู้นั้นนำของบางอย่างยัดใส่มือของเขา
“นี่เป็นยาสมานแผลอย่างดีที่ไร้กลิ่น ข้าหวังว่ามันจะช่วยท่านได้” คนผู้นั้นรีบบอกจื่อหลงด้วยเสียงที่เบาพอจะได้ยินกันเพียงสองคน
“น้องสาม..เจ้าคิดกำลังจะทำอะไรอยู่” จื่อหลงขมวดคิ้วแน่น เขายังคิดสงสัยในการกระทำของอีกฝ่ายอย่างมาก
“อย่าถาม..ถ้าท่านยังอยากมีชีวิตรอด” น้องสามของจื่อหลงหรือลี่หูยังคงกระซิบบอกโดยที่มือยังกระชากคอเสื้อของจื่อหลงไว้แน่น สิ้นคำพูดลี่หูก็ปล่อยมือจากคอเสื้อของจื่อหลงและลุกขึ้นยืนเพื่อจะเดินออกไปจากห้องขัง
“เดี๋ยวก่อนคุณชายเจิ้น อย่าเพิ่งไป” จื่อหลงเรียกลี่หูไว้ ทำให้เขาหยุดฝีเท้าและยอมหันหน้ากลับมาคุยด้วย
“จะสารภาพแล้วหรอว่าใครเป็นผู้บงการอยู่เบื้องหลัง” ลี่หูยิ้มที่มุมปาก แสร้งเล่นละครต่อไปอีกสักครู่เมื่อเห็นสายตาเห็นผู้คุมที่แอบชะเง้อคอมองอยู่
“ถ้าข้าทำก็ทำเพียงคนเดียว แต่ถ้าไม่ได้ทำก็ไม่ได้ทำแค่คนเดียว” จื่อหลงที่ต้องแสร้งเล่นละครไปกับลี่หู ตอบคำถามด้วยสำนวนที่แฝงความหมายบางอย่างเอาไว้
“ตอบได้ดี แต่ข้าอยากจะรู้นักว่าเจ้าจะปากแข็งได้ไปอีกสักกี่น้ำ” ลี่หูตรงเข้าไปกระชากร่างของจื่อหลงขึ้นมาแล้วใช้เข่ากระแทกไปที่หน้าท้องของจื่อหลงอยู่หลายที ซึ่งถ้าตามระยะสายตาจากจุดที่ผู้คุมยืนอยู่จะทำให้เห็นว่าลี่หูกำลังทำร้ายจื่อหลงอยู่ แต่ความจริงแล้วลี่หูเพียงยกเข่าขึ้นไปที่ด้านข้างลำตัวของจื่อหลงเท่านั้น ส่วนจื่อหลงก็ทำทีเป็นจุกตัวงอแล้วโน้มตัวเข้าไปหาลี่หูที่ใช้มือทั้งสองข้างจับหัวไหล่ของจื่อหลงเอาไว้
“ไม่ว่าเจ้ากำลังจะทำอะไรอยู่ก็ตาม แต่ได้โปรดอย่าดึงอี้หลานกับอี้เซียงเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยได้ไหม”
“สำหรับอี้หลานข้าเข้าใจว่าท่านเป็นห่วง แต่อี้เซียงไปเกี่ยวอะไรกับท่านด้วย” ลี่หูถามน้ำเสียงแข็งด้วยความรู้สึกที่หงุดหงิดขึ้นมาในทันที แม้จะรู้ว่าใจของจื่อหลงอยู่กับอี้หลาน แต่ก็อดที่จะมีความรู้สึกหึงหวงไม่ได้
“อี้เซียงไม่ได้เกี่ยวข้องกับข้ามากไปกว่าพี่ชายกับน้องสาว แต่ที่ข้าต้องพูดแบบนี้เพราะข้าไม่อยากให้เจ้าทำร้ายนาง ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม” จื่อหลงพยายามใช้เวลาที่มีอยู่อย่างจำกัดบอกกับลี่หูให้ชัดเจนที่สุด แต่เหมือนลี่หูจะยังไม่เข้าใจในความหมายที่จื่อหลงกำลังจะบอก
“ข้ารับปากว่าจะไม่ทำร้ายพวกนางสองคนโดยไม่จำเป็น แต่ท่านก็รู้ว่าท่านพ่อไม่ยอมไว้ใจข้าง่ายๆอีกแล้ว ถ้าข้าไม่มีทางเลือกข้าก็อาจจะ...” ลี่หูหยุดคำไว้เท่านั้น เพราะถ้าเขามีทางเลือกอื่น เขาจะไม่ทำร้ายอี้เซียงเหมือนเมื่อวานเป็นแน่ แต่เพื่อให้ขุนพลเจิ้นไว้วางใจจนลี่หูสามารถทำอะไรก็ได้ เขาก็จำเป็นที่จะต้องทำ ทำร้ายแม้แต่กระทั่งผู้หญิงที่เขารักมากที่สุด แม้จื่อหลงจะเข้าใจความจำเป็นของลี่หู แต่ก็ยังไม่เห็นด้วยในความคิดของชายหนุ่มรุ่นน้อง
“เจ้าฟังข้านะ เจ้าจะทำร้ายอี้เซียงไม่ได้ เพราะนางกำลังตั้งครรภ์ลูกของเจ้า ถ้าเจ้าทำร้ายนางก็เท่ากับว่าเจ้าได้ทำร้ายลูกของเจ้าด้วย เข้าใจรึยัง” สิ้นคำพูดของจื่อหลง ลี่หูก็เบิกตากว้างด้วยความที่ไม่เคยรู้ความจริงในเรื่องนี้มาก่อน
“ท่านรู้ได้ยังไง” ลี่หูถามเน้นเสียงแล้วดันร่างของจื่อหลงไปจนชิดผนังห้องก่อนที่จะเบี่ยงตัวให้ตัวของเขาบังจื่อหลงเอาไว้เพื่อหลบสายตาของผู้คุมห้อมขัง
“อี้หลานเป็นคนบอก และนางก็เคยคิดจะบอกเจ้า แต่ข้าห้ามไว้เพราะกลัวว่าเจ้าจะทำอะไรโดยไม่คิด” จื่อหลงตัดสินใจบอกเรื่องลูกกับลี่หู ถึงแม้จะกลัวว่าเขาจะทำอะไรโง่ๆลงไปแต่มันก็ยังดีกว่าที่เขาจะทำร้ายลูกเมียโดยไม่ตั้งใจ ลี่หูพอรู้ความจริงเรื่องนี้ก็เหมือนมีอะไรมาจุกอยู่ที่อกจนพูดไม่ออก เขาดีใจที่จะได้เป็นพ่อและเสียใจที่ไม่ได้รู้เรื่องนี้เป็นคนแรก

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sat Jul 18, 2009 8:55 pm

“น้องสาม..ที่ข้าบอกเจ้าเพราะต้องการให้เจ้าคิดให้รอบคอบเสียก่อน ก่อนที่จะทำอะไรลงไป เพราะตอนนี้เจ้าไม่ได้มีแค่อี้เซียง แต่เจ้ายังมีลูก ไม่ว่าจะทำอะไรข้าก็อยากให้เจ้าคิดถึงพวกเขาไว้ให้มาก” เมื่อสิ้นคำพูดของจื่อหลง ดวงตาที่เป็นประกายของลี่หูก็ปรากฏขึ้นอย่างแจ่มชัดด้วยความรู้สึกที่เปี่ยมล้นไปด้วยความสุข
“ข้าเข้าใจแล้ว พี่ใหญ่ไม่ต้องห่วง ข้ารู้ว่าข้าต้องทำอะไร แต่ระหว่างนี้ท่านก็อดทนไปก่อน รักษาตัวด้วย” ลี่หูพูดแค่นั้นก็หันหลังเดินออกไปจากห้องขังด้วยสีหน้าที่เป็นปกติ เขาบอกให้ผู้คุมห้องขังให้คอยเฝ้านักโทษเอาไว้ หลังจากนั้นก็รีบเดินออกไปให้เร็วที่สุด พอออกมาจากกรมอาญาได้ รอยยิ้มของความสุขใจก็ปรากฎขึ้นบนใบหน้าของเขาอย่างแจ่มชัด ดวงตาทั้งสองข้างมีน้ำตามาเอ่อล้นด้วยความดีใจจนถึงที่สุด ที่เขากำลังจะมีลูกและได้เป็นพ่อ ความดีใจของลี่หูทำให้เขาอยากรีบไปหาอี้เซียงในตอนนี้ให้ได้ เขาอยากจะกอดนาง อยากดูแลนางกับลูก แต่เดินมาได้ไม่เท่าไหร่เขาก็ต้องรีบเปลี่ยนความคิดนั้นด้วยเพราะมันยังไม่ถึงเวลาอันควรนักเมื่อเขายังมีงานอื่นให้รีบทำมากกว่า ชายหนุ่มคิดได้เช่นนั้นก็รีบเดินเลี้ยวเข้าไปในตรอกข้างหน้า ซึ่งบัดนี้มีหญิงสาวนางหนึ่งยืนรอเขาอยู่ด้วยใบหน้าที่เย็นชา

๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑

“อะไรนะครับ ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้” ฟู่เจี้ยนกับจอมยุทธ์เซี่ยงที่มาหาอำมาตย์ไป๋ต่างพากันส่งเสียงอุทานด้วยความตกใจหลังจากทราบเรื่องที่ท่านไป๋ลงลายมือชื่อยอมอยู่ข้างขุนพลเจิ้นอย่างไม่มีทางเลือก “แล้วทีนี้เราจะทำยังไงดีล่ะครับ ทั้งที่รู้ว่าขุนพลเจิ้นกำลังคิดจะทำการณ์ใหญ่และอาจจะเป็นผู้อยู่เบื้องหลังคดีฆาตกรรมหลายคดี แต่เรากลับทำอะไรไม่ได้อย่างงั้นหรือครับ” น้ำเสียงของฟู่เจี้ยนดูท้อแท้ เมื่อหนทางที่เดินมาตั้งไกลกลับมาพบทางตันยามที่ใกล้จะถึงจุดหมาย
“ข้าทำอะไรไม่ได้ แต่พวกเจ้าสองคนยังทำได้ ไม่ว่ายังไงก็ห้ามทิ้งเรื่องนี้เด็ดขาด เข้าใจไหม” อำมาตย์ไป๋ที่ยังคงมีท่าทีสงบนิ่งบอกกับชายหนุ่มทั้งสองที่หันมามองหน้ากันและพยักหน้ารับคำ “ตอนนี้พวกเจ้าสองคนสืบอะไรมาได้บ้าง ไหนลองเล่าให้ข้าฟังก่อนสิ” ผู้อาวุโสพูดต่อ ฟู่เจี้ยนจึงได้เล่ารายละเอียดที่เขาสืบมาได้ โดยมุ่งไปที่คดีฆาตกรรมของมือปราบฟู่และเทียนเซิ่น เพราะเขายังติดใจมือสังหารมังกรเงินที่ฟู่เจี้ยนสงสัยว่าจะเป็นจื่อหลง ถ้าใช่นั่นก็เท่ากับว่าปริศนาคดีฆาตกรรมของมือปราบก็จะถูกคายออกรวมทั้งของเทียนเซิ่นด้วย เนื่องจากจอมยุทธ์เซี่ยงได้ให้สหายชาวยุทธ์ช่วยสืบอีกแรงถึงพลังฝีมือระหว่างมังกรเงินและพยัคฆ์ขาว แม้จะเป็นการยากเพราะไม่เคยมีผู้ใดที่ได้พบมือสังหารทั้งสองคนแล้วมีชีวิตรอด แต่จอมยุทธ์เซี่ยงก็ใช้รายงานการชันสูตรศพของคดีฆาตกรรมทั้งสามคดีมาเป็นตัวเปรียบเทียบ จนได้ผลสรุปออกมาว่าบาดแผลที่เกิดจากคมกระบี่นั้นมีลักษณะที่เฉพาะและแทบจะเรียกได้ว่าเป็นลัแกษณะเด่นของมือสังหารทั้งสองในการฆ่าคนเลยก็ว่าได้ เพราะคนหนึ่งสังหารเหยื่อด้วยคมกระบี่ที่ปักลึกจนตัดขั้วหัวใจในกระบี่เดียว ส่วนอีกคนสังหารเหยื่อด้วยการปาดคอหอยจนเส้นเลือดใหญ่ขาด ซึ่งเป็นผลการชันสูตรศพของมือปราบฟู่และไป๋เทียนเซิ่น ซึ่งลักษณะบาดแผลแบบเดียวกันที่เกิดจากคมกระบี่ที่ทั้งบางและคมเป็นพิเศษก็พบในคดีฆาตกรรมครอบครัวใต้เท้ากู้ จึงทำให้สรุปไปได้ว่าลักษณะบาดแผลแบบนี้เป็นเอกลักษณ์เฉพาะเจาะจงของมือสังหารทั้งสองคนแน่ๆ
“จากผลการชันสูตรศพครอบครัวใต้เท้ากู้ มีบาดแผลที่เกิดจากคมดาบ กระบี่ และลักษณะที่คล้ายถูกของแข็งกระแทกจนถึงแก่ความตาย ทำให้ข้อมูลที่ข้าได้มาจากสหายชาวยุทธ์ล้วนยืนยันได้แน่นอนว่าเป็นฝีมือของพวกปีศาจเงิน และจากที่ฟู่เจี้ยนเคยบอกว่าพ่อของเขาถูกมังกรเงินฆ่าตาย มันจึงเป็นไปได้ว่าคนที่สังหารแม่ทัพไป๋ก็คือพยัคฆ์ขาว” จอมยุทธ์เซี่ยงกล่าวสรุปด้วยความมั่นใจในข้อสันนิษฐานจากข้อมูลที่ได้มา
“แต่เราก็ยังไม่รู้อยู่ดีว่ามือสังหารทั้งสองคนนี้เป็นใคร” อำมาตย์ไป๋ลูบหนวดสีเทาอย่างนึกสงสัย
“ถ้าขุนพลเจิ้นคือหัวหน้าใหญ่ ก็อาจจะเป็นไปได้ว่าเจิ้นลี่หูอาจจะเป็นหนึ่งในสองคนนี้ เพราะว่าเขาใช้กระบี่เป็นอาวุธ วรยุทธ์ก็สูงส่ง” จอมยุทธ์เซี่ยงเสนอความเห็น
“แต่จางจื่อหลงก็ใช้กระบี่เป็นอาวุธ วรยุทธ์ก็สูงส่ง เขาก็อาจจะใช่เหมือนกัน” ฟู่เจี้ยนกล่าวเสนอบ้าง “ตอนที่คัดเลือกแม่ทัพปราบเหลียวคนใหม่ ใต้เท้าก็เป็นประธานและอยู่ชมการประลองด้วย คงเห็นฝีมือของพวกเขาสองคนเป็นอย่างดีแล้วใช่ไหมครับ”

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sat Jul 18, 2009 8:56 pm

“เอ่อ..ข้าก็ชมอยู่นะ แต่ข้าไม่เคยฝึกยุทธ์เลยไม่รู้ว่าฝีมือของพวกเขาสองคนเป็นอย่างไรบ้าง ถ้าจะถามความเห็นของข้าจริงๆ สองคนนี้ต่างมีฝีมือที่สูสีกันมาก เพลงกระบี่ที่ใช้ก็ล้วนหาผู้ใดเทียบได้ยาก” อำมาตย์ไป๋ตอบตามความเป็นจริง แม้ว่าท่านจะเริ่มเห็นด้วยกับความคิดของชายหนุ่มทั้งสอง แต่ก็ภาวนาไม่ให้ใช่ทั้งจื่อหลงและลี่หู
“งั้นก็เป็นไปได้ที่จะใช่ทั้งสองคนนี้” ฟู่เจี้ยนสรุปในทันที ทำให้จอมยุทธ์เซี่ยงหันไปมองหน้า
“แล้วใครคือมังกรเงินและใครคือพยัคฆ์ขาวกันล่ะ ถึงแม้ทั้งสองคนจะใช้กระบี่แต่ก็ไม่มีอะไรที่สรุปได้ว่าพวกเขาจะใช่มือสังหาร”
“ถ้าอยากจะพิสูจน์มันก็ไม่ใช่เรื่องยาก หากต้องการได้คำตอบจริงๆ ข้าก็คิดที่จะลองเสี่ยงอีกสักครั้ง” ฟู่เจี้ยนยิ้มเหมือนมีแผนอยู่ในใจ ทำให้ทั้งสองคนที่ฟังอยู่เริ่มทำหน้าสงสัย จนเขาต้องอธิบายต่อไปว่าเขาจะใช้ตัวเองเป็นเหยื่อล่อบีบให้คนใดคนนึงลงมือเพื่อเทียบพลังยุทธ์ แต่ทั้งอำมาตย์ไป๋และจอมยุทธ์เซี่ยงไม่เห็นด้วยที่จะให้ฟู่เจี้ยนไปเสี่ยงอันตรายแบบนี้
“แต่ข้าไม่เห็นด้วย ยังมีหนทางอื่นที่จะหาความจริงได้”
“แล้วทางไหนล่ะพี่เซี่ยง ใต้เท้ากำลังลำบากเราต้องรีบหาความจริงให้ได้โดยเร็วที่สุด และถ้าเจิ้นลี่หูเป็นหนึ่งในมือสังหาร หนทางที่จะพิสูจน์ว่าขุนพลเจิ้นคือผู้ที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมดก็จะยิ่งง่ายขึ้นไม่ใช่หรอ” ฟู่เจี้ยนหาเหตุผลให้อีกทั้งสองคนคล้อยตาม พร้อมทั้งอธิบายด้วยว่าที่เขาเลือกจะบีบให้ลี่หูลงมือกับเขาเพราะจื่อหลงยังอยู่ในคุกตอนนี้ คงทำอะไรไม่ได้ แต่ถ้าเป็นลี่หูย่อมจะทำได้ง่ายกว่านัก แต่ทั้งสองคนก็ยังไม่เห็นด้วย
“แต่ยังไงข้าก็ไม่เห็นด้วย เพราะนอกจากจะให้เจ้าไปเสี่ยงอันตรายแล้ว วิธีนี้อาจไม่ได้ผลก็ได้ เพราะเท่าที่ข้าสังเกตมาขุนพลเจิ้นผู้นี้ไม่เพียงฉลาด แต่เขาสามารถทำได้ทุกอย่างแม้กระทั่งหักหลังลูกชาย เจ้าอาจจะคิดว่าถ้าลี่หูผู้เป็นลูกชายของขุนพลเจิ้นมีฐานะเบื้องหลังเป็นมือสังหารแล้วจะใช้เหตุผลนี้มาเอาผิดขุนพลเจิ้นได้ ข้าคิดว่าเจ้าคงคิดผิดแล้ว ขุนพลเจิ้นคงจะมีทางเอาตัวรอดโดยการโยนความผิดให้ลี่หูทั้งหมด ถึงตอนนั้นไม่เพียงคว้าน้ำเหลว กลับจะยิ่งทำให้ขุนพลเจิ้นระวังตัวมากขึ้น จนเราไม่สามารถทำอะไรเขาได้อีกต่อไปแล้ว”
“ใต้เท้ากล่าวมาถูกต้อง ข้าว่าเจ้าอย่าเสี่ยงด้วยวิธีนี้เลยดีกว่า” จอมยุทธ์เซี่ยงเอามือไปตบไหล่ของฟู่เจี้ยนที่ถอนหายใจที่ใครๆก็ไม่เห็นด้วยในความคิดของตนเอง เขาก็แค่หวังดีอยากช่วยอำมาตย์ไป๋ที่เปรียบเสมือนญาติผู้ใหญ่ อยากจับตัวคนร้ายที่ฆ่าบิดา อยากทำความจริงให้กระจ่าง แม้ว่ามันจะเสี่ยงไปหน่อยแต่ก็คุ้มค่า จอมยุทธ์เซี่ยงที่บอกว่าไม่เห็นด้วย หากแต่ใจจริงนั้นก็พูดเพียงไม่ให้อำมาตย์ไป๋เป็นห่วง เมื่อสองคนออกมาจากจวนอำมาตย์ไป๋ได้เท่านั้น พวกเขาก็วางแผนการที่จะกระชากหน้ากากจิ้งจอกเฒ่าเจ้าเล่ห์ให้ได้โดยเร็ว

เวลาค่ำของคืนข้างแรมไร้ซึ่งแสงจันทร์มีเพียงแสงดาวที่ส่องประกายระยิบระยับอยู่เต็มท้องฟ้า ความมืดมิดของราตรีกาลนั้นภายในจวนขุนพลเจิ้นปรากฏเงาร่างของลี่หูที่กำลังเดินมาตามทางระเบียงที่ทอดยาวจากตึกหนึ่งสู่อีกตึกหนึ่ง ท่าทางของชายหนุ่มสงบนิ่งแต่คอยระวังตัว จนกระทั่งเดินมาถึงห้องๆหนึ่งซึ่งภายในไร้แสงสว่างจากแสงเทียน ลี่หูหันซ้ายแลขวาเพื่อความมั่นใจว่าจะไม่มีใครผ่านมาเห็นแล้วจึงค่อยเปิดประตูเข้าไปด้านใน แม้ภายในห้องจะไร้แสงเทียน แต่ลี่หูก็อาศัยแสงรำไรจากคบไฟที่จุดอยู่ตามทางเดินข้างนอกผสมกับความเคยชิดทำให้ลี่หูสามารถหาของที่ต้องการได้ไม่ยากเย็นนัก จนเขาพูดออกมาคนเดียวเบาๆอย่างพอใจที่หาของชิ้นนั้นเจอแล้ว พอได้ของที่ต้องการ ลี่หูก็หยิบของบางอย่างออกมาจากอกเสื้อเพื่อจะสับเปลี่ยนกันระหว่างของสองชิ้น แต่มิทันได้ดำเนินการใดๆเสียงประตูห้องก็ถูกเปิดออกพร้อมด้วยแสงสว่างจากคบไฟที่อยู่ด้านนอกที่ผ่านประตูห้องเข้ามา
“ดึกดื่นป่านนี้แล้ว เจ้ามาทำอะไรอยู่ที่นี่” เจ้าของเสียงที่ทรงพลังยืนตระหง่านอยู่หน้าประตูห้อง ลี่หูรีบเก็บของที่เตรียมจะสับเปลี่ยนไว้ในอกเสื้ออย่างรวดเร็วและรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติแล้วจึงค่อยหันไปหาผู้ที่ถาม
“ท่านพ่อยังไม่นอนหรอครับ”
“ใช่ บังเอิญว่าข้ามีงานสำคัญจะให้ลู่ฟงไปทำ ก็เลยเรียกเขามาสั่งงานที่นี่เท่านั้น” ขุนพลเจิ้นหันไปทางประตูห้องที่บัดนี้มีเงาร่างสูงโปร่งยืนคอยอยู่เพื่อรอรับคำสั่งให้เข้ามาได้ แสงไฟจากตะเกียงที่ขุนพลเจิ้นได้เป็นคนจุดขึ้นเป็นแสงสีทองฉาบบนใบหน้าที่เคร่งขรึมของลู่ฟงยามที่ก้าวเท้าเข้ามา สายตาของเขาคมกริบยามที่หันไปมองลี่หูด้วยที่ยังนึกเคืองโกรธ
“แล้วเจ้าเข้ามาในห้องนี้ทำไม มีอะไรอย่างงั้นรึ” ขุนพลเจิ้นย้อนคำถามเดิมกับลี่หู “หรือว่าจะมาขโมยอะไรในห้องนี้” ขุนพลเจิ้นถามพร้อมทั้งมองไปที่โต๊ะ
“ท่านพ่อ..ข้าผิดไปแล้ว ที่ข้าเข้ามาในห้องนี้โดยไม่ได้รับอนุญาต สมควรได้รับโทษ” ลี่หูรีบประสานมือก้มหน้ากล่าวคำขออภัย เมื่อเห็นบิดายังนิ่งเงียบไม่พูดอะไรต่อ เขาจึงชำเลืองสายหน้าขึ้นมามองเล็กน้อย เพื่อสังเกตสีหน้าของผู้อาวุโส “ท่านพ่อครับ..วันนี้ข้าคิดมาทั้งวันแล้วว่าจะเล่นงานอำมาตย์ไป๋ยังไงดี สุดท้ายก็คิดได้ว่าควรจะใช้หนังสือสัญญาที่อำมาตย์ไป๋ลงลายมือไว้ให้เป็นประโยชน์ พอข้าคิดได้ก็รีบเข้ามาในห้องเพื่อจะนำไปเรียนให้ท่านพ่อทราบถึงแผนการที่ข้าคิดไว้เท่านั้น หากข้าทำให้ท่านพ่อไม่พอใจ ข้าก็ยินดีที่จะรับโทษทุกอย่างครับ” ลี่หูกล่าวจบก็ก้มคุกเข่าลงไปกับพื้น

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sat Jul 18, 2009 8:57 pm

“เรื่องที่ข้าจะลงโทษเจ้าหรือไม่เอาไว้ทีหลัง แต่ที่ข้าอยากรู้ก็คือแผนของเจ้าที่คิดจะเล่นงานอำมาตย์ไป๋เป็นอย่างไรกันแน่ ไม่ใช่ว่าจะเป็นการหาทางรอดให้กับว่าที่พ่อตาของเจ้ามากกว่านะ” ขุนพลเจิ้นหยิบหนังสือสัญญาที่วางอยู่บนโต๊ะในตำแหน่งเดิมที่เคยวางไว้ในตอนแรกขึ้นมาและจึงย่อกายลงเพื่อเผชิญหน้ากับลี่หู
“อำมาตย์ไป๋เป็นศัตรูของท่านพ่อ ข้าเพียงแค่อยากช่วยท่านกำจัดคนผู้นี้ให้พ้นทางเท่านั้นครับ”
“แล้วเจ้าจะช่วยข้ายังไง เจ้าจะตัดใจได้เชียวรึ” ขุนพลเจิ้นพูดด้วยน้ำเสียงที่ดูแคลนและไม่เชื่อใจ
“ขนาดอี้เซียงข้ายังทำร้ายนางด้วยมือของตัวเองได้ แล้วนับประสาอะไรกับอำมาตย์ไป๋ที่เป็นแค่บิดาของผู้หญิงที่ข้าเคยมีความสัมพันธ์ด้วยเท่านั้น ข้าย่อมทำได้โดยไม่ลังเลอยู่แล้ว”
“งั้นถ้าตอนนี้ข้าสั่งให้เจ้าไปฆ่าอำมาตย์ไป๋ หรือแม้แต่อี้หลานกับอี้เซียง เจ้าก็คงทำได้อย่างงั้นสิ” ขุนพลเจิ้นใช้มือข้างซ้ายบีบหัวไหล่ของลี่หูพร้อมทั้งยื่นหน้าไปใกล้ๆเพื่อจะสังเกตแววตาของลี่หูที่มองตอบว่าจะมีพิรุธหรือไม่ แต่ลี่หูที่รู้อยู่แล้วว่ากำลังถูกทดสอบจึงได้นิ่งเฉยไม่แสดงท่าทางหวั่นวิตกใดๆทั้งสิ้น ซึ่งผิดจากลู่ฟงที่หายใจถี่เร็วขึ้นด้วยใจที่รุ่มร้อน
“ถ้าเป็นคำสั่งของท่านพ่อ ข้าย่อมทำตามอยู่แล้วครับ” ลี่หูตอบด้วยอย่างชัดถ้อยชัดคำทำให้ขุนพลเจิ้นรู้สึกพอใจพยุงลูกชายให้ลุกขึ้นมา
“ดี..งั้นข้าก็จะให้เจ้าไปเอาชีวิตของอี้เซียงเดี๋ยวนี้ เจ้าก็คงทำให้ข้าได้ใช่ไหม”
“ครับ..ข้าทำได้” ลี่หูตอบรับคำด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นพร้อมทั้งหันหลังกลับจะเดินออกไปจากห้องเพื่อทำตามคำสั่ง แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้ก้าวเท้าออกไป ลู่ฟงที่ทนต่อไปไม่ได้ก็กางแขนออกเพื่อรั้งลี่หูเอาไว้ก่อน
“นายท่าน..ได้โปรดละเว้นชีวิตของอี้เซียงด้วย” ลู่ฟงเอ่ยปากขอชีวิตคนที่เขารักเป็นครั้งแรกโดยที่ไม่คิดห่วงตัวเองต่อไปอีกแล้ว หากคำขอนี้จะทำให้นายใหญ่โกรธจนมีสภาพเดียวกับลี่หูเมื่อครั้งก่อนเขาก็ยินดีรับ ลี่หูแอบดีใจที่ลู่ฟงช่วยขอร้องแทน เพราะลี่หูก็เดาใจของลู่ฟงไว้แล้วว่าสุดท้ายเขาก็ต้องออกหน้า
“ให้ข้าละเว้นนางก็ได้ แต่เจ้าต้องทำงานตอบแทนให้ข้า”
“ข้ายินดีทำทุกอย่าง ขอเพียงนายท่านอนุญาตตามคำขอของข้าเท่านั้นขอรับ” ลู่ฟงพูดจบประโยคขุนพลเจิ้นก็เปล่งเสียงหัวเราะที่ดังกังวานด้วยความชอบใจ
“เจ้ารับปากเองนะ แต่ไม่รู้ว่างานชิ้นนี้เจ้าจะกล้าทำไหม” ขุนพลเจิ้นกล่าวพร้อมทั้งยื่นหนังสือสัญญาให้กับลู่ฟง ชายหนุ่มมองด้วยแววตาที่สงสัย “ตอนนี้อำมาตย์ไป๋หมดประโยชน์ต่อข้าแล้ว ข้าอยากให้เจ้าช่วยนำหนังสือสัญญาฉบับนี้ไปใส่ความอำมาตย์ไป๋ให้ข้าสักหน่อย ข้าอยากให้เขาหมดความเชื่อถือเพราะมีความผิดติดตัวด้วยข้อหากบฏ ถึงตอนนั้นในราชสำนักก็จะไม่มีใครมาทัดทานอำนาจของข้าได้อีกแล้ว แม้แต่กระทั่งฮ่องเต้ที่มีแต่ความอ่อนแอ สุดท้ายก็จะถูกข้าควบคุมอำนาจเอาไว้ให้อยู่ในกำมือ” ขุนพลเจิ้นพูดพลางชูกำปั้นสูงขึ้น เพื่อแสดงให้เห็นว่าชัยชนะของตนเองนั้นอยู่ใกล้แค่เอื้อม
“แต่ถ้าอำมาตย์ไป๋โดนข้อหากบฏ ก็ต้องถูกประหารทั้งครอบครัวสิครับ นายท่าน..แล้วอี้เซียง” ลู่ฟงกระสับกระส่ายท่าทางร้อนรน เขาเริ่มรู้สึกว่านายใหญ่น่ากลัวกว่าที่คิดไว้มากนัก
“หลังจากที่เจ้าให้ร้ายอำมาตย์ไป๋และนำมือปราบเข้าไปจับกุม ต่อจากนั้นถ้าเจ้าจะหาโอกาสไปช่วยอี้เซียง ข้าก็ไม่ได้ขัดขวาง เพราะที่ข้าต้องการคือกำจัดอำมาตย์ไป๋ให้พ้นทางเท่านั้น ส่วนลูกสาวทั้งสองคนจะอยู่หรือตายก็ไม่มีผลอะไรกับข้าอยู่แล้ว”
“นายท่านอนุญาตจริงๆนะขอรับ” ลู่ฟงยิ้มด้วยความดีใจเมื่อนายใหญ่พยักหน้ารับคำ
“ข้าอนุญาตให้เจ้าพาอี้เซียงหนีไปได้ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะมีใครชิงตัดหน้าช่วยนางไปก่อนเจ้ารึเปล่านะ ถ้าเป็นแบบนั้นข้าก็คงทำอะไรไม่ได้ รึว่ายังไงลี่หู” ขุนพลเจิ้นหันไปหาลูกชายที่ยังยืนนิ่งเฉย ไม่ได้มีความรู้สึกทุกข์ร้อนใดๆทั้งสิ้น
“ถ้าลู่ฟงอยากจะช่วยอี้เซียงก็เป็นเรื่องของเขา ย่อมไม่เกี่ยวอะไรกับข้าอยู่แล้ว” ชายหนุ่มพูดจบประโยคก็หันไปมองหน้าลู่ฟง “นางเป็นของเจ้าแล้วนี่ ถ้านางยอมไปกับเจ้า ข้าก็ไม่คิดจะขัดขวาง” ลี่หูพูดด้วยความมั่นใจในตัวของอี้เซียงว่านางยังรักเขาอยู่ แต่ลู่ฟงกลับไม่คิดเช่นนั้นจึงได้แสยะยิ้มให้เป็นเชิงท้าทาย
“มันต้องเป็นแบบนั้นอยู่แล้ว เพราะถึงข้าจะผิดต่อนางมันก็แค่ครั้งเดียว ไหนเลยจะเหมือนกับท่านได้ล่ะที่ผิดมาจนนับครั้งไม่ถ้วน” ลู่ฟงเยาะเย้ยลี่หูอย่างคนที่เหนือกว่าเพราะมีผู้เป็นนายใหญ่ให้ท้าย

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sat Jul 18, 2009 8:58 pm

“เอาล่ะในเมื่อเจ้าเต็มใจที่จะทำงานชิ้นนี้ให้ข้าก็รับไป เพราะที่ข้าเรียกเจ้ามาก็เพื่อจะให้ทำงานนี้อยู่แล้ว” ขุนพลเจิ้นยกมือห้ามศึกของชายหนุ่มทั้งสองที่กำลังปะทะคารมกันอยู่และจึงยื่นหนังสือสัญญาให้ลู่ฟงไปจัดการตามแผน “งานนี้ข้าอยากให้เจ้าอยู่เฉยๆอย่าเข้าไปยุ่งเป็นอันขาด มิฉะนั้นต่อให้เป็นลูกข้าก็จะไม่ละเว้น เข้าใจใช่ไหม” ขุนพลเจิ้นหันไปถามลี่หู
“ท่านพ่อโปรดวางไว้ครับ เพราะแผนที่ข้าคิดจะเล่นงานอำมาตย์ไป๋ก็เหมือนกับความคิดของท่านพ่อทุกอย่าง ข้าย่อมที่จะเห็นด้วย คงไม่เหมือนบางคนที่ไม่แน่ว่าอาจจะคิดเปลี่ยนใจในภายหลัง ไม่ยอมทำตามคำสั่งของท่านพ่อก็ได้ครับ”
“ท่านอย่าได้พูดจาใส่ความข้าแบบนี้ เพราะยังไงข้าก็จงรักภักดีต่อนายท่านมาโดยตลอดย่อมไม่เคยคิดที่จะหักหลัง ถึงแม้ว่างานชิ้นนี้จะเกี่ยวข้องกับคนที่ข้ารัก ข้าก็สามารถทำได้ เพราะยังไงนายท่านก็อนุญาตให้ข้าพานางหนีไปด้วยกันแล้ว ข้ายิ่งต้องทำงานชิ้นนี้ให้สำเร็จเพื่อตอบแทนพระคุณของนายท่านที่เมตตาต่อข้ามาโดยตลอด”
“งั้นถ้าท่านพ่อไม่อนุญาตให้เจ้าพาอี้เซียงหนีไป เจ้าก็ไม่คิดจะทำงานชิ้นนี้ให้ท่านพ่อนะสิ” ลี่หูย้อนถามลู่ฟงเช่นนี้ ทำให้อีกฝ่ายหาคำมาต่อไม่ได้ แต่ลี่หูที่รู้ตัวว่าตนเองเริ่มจะเผยความรู้สึกที่แท้จริงออกมาก็รีบพูดแก้ต่างให้ลู่ฟง ทั้งที่เมื่อกี้กำลังให้ร้าย “แต่ถึงท่านพ่อไม่อนุญาตเจ้าก็ต้องทำอยู่ดี ไม่อย่างงั้นคราวที่แล้วเจ้าคงไม่ไปทำร้ายอี้เซียงตามคำสั่งได้สินะ เจ้าจงรักภักดีถึงขนาดนี้ก็สมควรแล้วที่ท่านพ่อจะอนุญาตให้เจ้าฝืนกฎของการเป็นมือสังหาร” ลี่หูยิ้มแล้วเข้าไปตบไหล่สร้างความแปลกใจให้กับลู่ฟงอย่างมากที่เขาสามารถกลับไปมา เปลี่ยนความคิดได้เร็วเกินกว่าจะตามได้ทัน
“เจ้าไม่ต้องพูด ข้าก็รู้ว่าลู่ฟงภักดีต่อข้า” ขุนพลเจิ้นพูดแทรกขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมทั้งมองหน้าชายหนุ่มทั้งสองคนที่กำลังเถียงกันอยู่ให้เงียบเสียงลงได้ หลังจากนั้นขุนพลเจิ้นก็สั่งให้ลู่ฟงรีบไปทำงานที่ได้รับมอบหมาย พอลู่ฟงคล้อยหลังจากไป ขุนพลเจิ้นก็ออกคำสั่งกับลี่หูอีกรอบว่าไม่ให้ยุ่งเรื่องนี้ ซึ่งชายหนุ่มก็รับปากว่าจะวางมือทุกอย่างเกี่ยวกับเรื่องของอี้เซียงและจะตั้งใจช่วยงานของบิดาอย่างเต็มความสามารถ สร้างความพอใจให้กับขุนพลเจิ้นจนถึงที่สุดจนเปล่งเสียงหัวเราะออกมาเสียงดัง

อีกทางด้านหนึ่งภายในจวนของขุนพลเจิ้น จอมยุทธ์เซี่ยงกับฟู่เจี้ยนทำงานแข่งกับเวลาเพื่อหาหลักฐานพิสูจน์ให้ได้ว่าลี่หูคือหนึ่งในมือสังหารตามที่พวกเขากำลังสงสัยหรือไม่ และในขณะที่พวกเขากำลังจะถอดใจเมื่อค้นห้องนอนของลี่หูจนทั่วแล้วก็ยังไม่พบสิ่งที่สามารถยืนยันฐานะของลี่หูได้ ฟู่เจี้ยนพลันฉุกใจคิดได้ว่าตนมองข้ามบางอย่างไปแล้ว เขาจึงหันไปที่ภาพวาดทิวทัศน์ที่แขวนเอาไว้ตรงมุมห้องที่พวกเขาไม่ได้ใส่ใจตั้งแต่แรก และเมื่อปลดภาพวาดลงฟู่เจี้ยนจึงได้พบช่องลับซ่อนอยู่ด้านหลังภาพ และเปิดออกสองคนก็เบิกตากว้างทันที เมื่อสิ่งของที่อยู่ในนั้นคือกระบี่ที่บนฝักสลักลวดลายพยัคฆ์สีขาวเอาไว้พร้อมด้วยหน้ากากสีเงินที่อยู่เคียงข้างกัน

๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑

รุ่งเช้าของวันใหม่ทั้งฟู่เจี้ยนและจอมยุทธ์เซี่ยงรีบมารายงานอำมาตย์ไป๋เรื่องที่ลี่หูเป็นหนึ่งในมือสังหารตามที่คาดเดาเอาไว้ตั้งแต่ต้น โดยชายหนุ่มทั้งสองค่อนข้างที่จะมั่นใจว่าลี่หูคือมือสังหารอันดับที่สาม ฉายาพยัคฆ์ขาวเพราะลวดลายที่สลักไว้บนฝักกระบี่ เมื่อเป็นเหตุผลนี้จึงทำให้มือสังหารฉายามังกรเงินสมควรที่จะเป็นจื่อหลง อำมาตย์ไป๋นั่งฟังการวิเคราะห์ของทั้งสองคนด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียดอย่างใช้ความคิด อีกใจก็นึกตำหนิที่พวกเขาสองคนไม่ฟังคำเตือนของท่าน แต่ก็ไม่ได้ว่ากล่าวเพราะเข้าใจว่าทั้งสองคนหวังดี
“จากการวิเคราะห์ของเจ้ากำลังจะบอกข้าใช่ไหมว่าคนที่สังหารเทียนเซิ่นก็คือพยัคฆ์ขาว ซึ่งก็คือลี่หู” หลังจากใช้ความคิดอยู่ครู่หนึ่ง อำมาตย์ไป๋ก็หลุดปากที่สิ่งที่คิดไว้ในใจออกมาด้วยน้ำเสียงที่ยังขาดความเชื่อมั่น แต่ทั้งสองคนกับพยักหน้าอย่างมั่นใจ
“ถ้าจะให้ข้าสันนิษฐานมากกว่านั้น คนที่บอกกับข้าว่าคนที่สังหารท่านพ่อก็น่าจะเป็นลี่หู และถ้าลี่หูคือพยัคฆ์ขาว จื่อหลงก็คือมังกรเงิน เพราะก่อนหน้านี้เขาก็ยอมรับว่าเป็นมือสังหารไม่ใช่หรอครับ”
“แต่ลี่หูอาจจะให้ร้ายจื่อหลงก็ได้” อำมาตย์ไป๋แย้ง
“ลี่หูอาจจะให้ร้ายจื่อหลงว่าเขาเป็นคนที่สังหารท่านพ่อ แต่คงไม่ได้ให้ร้ายเรื่องที่เขาก็เป็นมือสังหารหรอกครับ เพราะในเมื่อจื่อหลงเป็นคนยอมรับเรื่องนี้ด้วยตัวเอง และหลังจากที่ข้ากับพี่เซี่ยงได้วิเคราะห์ดูแล้วถึงคดีฆาตกรรมที่ผ่านมาทำให้ข้าสรุปได้ตามที่เรียนใต้เท้าไปครับ” ฟู่เจี้ยนใช้หลักเหตุผลชี้แตง ไม่ได้นำความรู้สึกส่วนตัวเข้ามาเกี่ยวข้อง แม้จะแค้นใจคนที่สังหารมือปราบฟู่เพียงใดก็ตาม “ใต้เท้ามีความเห็นว่าอย่างไรบ้างครับ” ชายหนุ่มถามเมื่อเห็นผู้อาวุโสเงียบไป สุดท้ายท่านไป๋ก็พยักหน้าช้าๆอย่างเห็นด้วย
“พวกเจ้ารู้ไหมว่าข้าไม่ต้องการให้คำสันนิษฐานของพวกเจ้าเป็นจริงแม้แต่น้อย เพราะตลอดเวลาที่จื่อหลงอยู่ภายในบ้านของข้า เขาเป็นคนที่ดีมากจนข้านึกเอ็นดูเขาเหมือนเป็นลูกหลาน อาจจะมีบางครั้งที่ข้านึกระแวงสงสัยในตัวของจื่อหลง แต่สุดท้ายความเชื่อใจที่ข้ามีให้เขามันกลับมีมากกว่า แม้ว่าจุดประสงค์ที่จื่อหลงเข้ามาอยู่ในบ้านของข้านั้นก็เพื่อทำงานให้ขุนพลเจิ้น แต่ข้าอายุปูนนี้แล้วข้าดูออกว่าเขาพยายามปกป้องข้ามาโดยตลอด ไม่เช่นนั้นขุนพลเจิ้นคงคิดกำจัดข้ามาตั้งนานแล้ว ไม่ต้องรอมาจนถึงป่านนี้ มันช่างน่าเสียดายนักที่จื่อหลงเลือกรับใช้คนผิด สุดท้ายเขาถึงต้องลงเอยแบบนี้ ไม่น่าเลย ไม่น่าเลยจริงๆ” อำมาตย์ไป๋กล่าวจบก็ถอนหายใจ ถ้าจื่อหลงไม่ใช่คนดีจริง เขาคงไม่ทำเรื่องมากมายจนเป็นการทรยศต่อขุนพลเจิ้น
“ดูเหมือนใต้เท้าจะไม่สบายใจเท่าไหร่ที่รู้เรื่องนี้นะครับ” ฟู่เจี้ยนถามแล้วหันหน้าไปหาจอมยุทธ์เซี่ยง ซึ่งจอมยุทธ์หนุ่มก็ดูออกถึงความทุกข์ใจของอำมาตย์ไป๋

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sat Jul 18, 2009 8:59 pm

“เรื่องของจื่อหลงยังไม่ทำให้ข้าทุกข์ใจมากเท่าเรื่องของลี่หูหรอกนะ พวกเจ้ารู้ไหมว่าตอนนี้ข้าไม่อยากให้เขาเป็นลูกชายของขุนพลเจิ้น ไม่อยากให้เขาเป็นมือสังหาร และก็ไม่อยากให้เขาเป็นคนที่ลงมือฆ่าเทียนเซิ่น ข้าอยากให้ทั้งหมดที่พวกเจ้าสันนิษฐานมาไม่เป็นเรื่องจริงแม้แต่น้อย เป็นเพราะอะไรรู้ไหม” ผู้อาวุโสเว้นจังหวะเพื่อถามทั้งสองคนที่มีคำตอบให้ด้วยการส่ายหน้า “เพราะหัวใจของคนที่เป็นพ่อมิอาจทนเห็นฆาตกรที่สังหารลูกชายต้องลอยนวลอยู่ต่อไปได้ แต่ในขณะเดียวกันก็มิอาจทนเห็นลูกรักอีกคนต้องเสียใจ ถ้าข้าสามารถทำได้ ข้าจะไม่ขอรับรู้เรื่องพวกนี้แม้แต่น้อย แต่ว่าข้าทำไม่ได้ พวกเจ้าสองคนช่วยบอกข้าหน่อยสิว่าข้าควรจะทำอย่างไรต่อไป” ชายหนุ่มทั้งสองมองหน้าผู้อาวุโสโดยไร้คำพูดเมื่อพวกเขาได้เห็นน้ำตาของผู้อาวุโสที่เอ่อล้น ไร้คำพูดที่จะอธิบายหากแต่สามารถสัมผัสได้ถึงความรักที่ยิ่งใหญ่ แม้จะมิอาจยอมรับความจริงที่ต้องรับรู้ได้ภายในเวลาอันรวดเร็ว แต่เพื่อลูกรักทั้งสองคน ถึงจะยอมรับไม่ได้แต่ท่านก็ต้องให้อภัย
ที่ด้านนอกประตูห้องอี้หลานกับอี้เซียงที่ตั้งใจจะมาหาบิดากลับได้ยินเรื่องราวต่างๆที่ทั้งสามพูดคุยกันโดยบังเอิญ อี้หลานที่พอจะรับรู้เรื่องราวเหล่านี้มาก่อนแล้วจึงได้พอทำใจยอมรับได้ หากแต่อี้เซียงเหมือนจะไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยินเท่าไหร่จนใบหน้าซีดขาว มือเย็นเฉียบ อี้หลานหันไปมองหน้าน้องรักก็เข้าใจในความรู้สึกนั้นทันที จึงได้ยื่นมือไปจับมือของน้องสาวเอาไว้ อี้เซียงพยายามยิ้มรับอย่างทำใจเพื่อไม่ให้พี่สาวเป็นห่วง แต่เมื่อกลับมาถึงห้องนอน นางกลับนั่งถอนหายใจเมื่อก้มหน้าลงมองดูของที่อยู่กล่องใบเล็ก ในนั้นมีตุ๊กตาล้มลุกและต่างหูของคนที่นางรักจนสุดหัวใจได้มอบไว้ให้ ยิ่งมองนางก็ยิ่งคิดถึง ยิ่งคิดถึงก็ยิ่งทำใจไม่ได้ หากเขาคือคนที่สังหารพี่ชายของนาง นางจะยอมรับได้อย่างไร ในระหว่างที่อี้เซียงกำลังนั่งคิด ประตูห้องของนางก็ถูกเปิดออกพร้อมร่างสูงของชายหนุ่มคนหนึ่งที่เดินก้าวเข้ามา พออี้เซียงหันหน้ากลับไปเท่านั้น ดวงตาของนางก็เบิกกว้างด้วยความตกใจ มิทันที่จะได้ร้องขอความช่วยเหลือ สติของนางก็พลันดับวูบลง

หลังจากนั้นเพียงหนึ่งชั่วยามความโกลาหลภายในบ้านไป๋ยังมิทันจะได้สิ้นสุดลงหลังจากที่พบว่าอี้เซียงหายตัวไป มือปราบกลุ่มใหญ่ที่นำโดยลู่ฟงก็เดินทางมาถึง โดยที่เขาไม่สนใจเจ้าของบ้านที่เป็นถึงมหาอำมาตย์ หากแต่สั่งลูกน้องที่ติดตามมาด้วยค้นให้ทั่วบริเวณ ลู่ฟงใช้จังหวะนั้นเข้าไปในห้องนอนของอี้เซียงอีกครั้งและทำทีเป็นรื้อข้าวของภายในห้อง แม้เสี่ยวเจาจะห้ามไม่ให้เขายุ่งของของคุณหนูก็ไม่เป็นผล เมื่อลู่ฟงเห็นกล่องสีเหลี่ยมที่ยังวางไว้อยู่บนโต๊ะเครื่องแป้งก็จัดการปัดมันลงมาจนตุ๊กตาล้มลุกกับต่างหูที่อยู่ภายในกล่องหล่นลงพื้นจนตุ๊กตาที่ทำจากดินเผาแตกเสียหาย สีหน้าของลู่ฟงคล้ายจะพอใจและจึงฉวยไปหยิบแหวนหยกสีเขียวสดที่อยู่ในกล่องใบนั้นเหมือนกันขึ้นมาจากพื้นก่อนที่เดินกลับไปที่ห้องโถง
“เจ้ามาค้นบ้านอำมาตย์โดยพละการแบบนี้รู้ไหมว่ามีโทษสถานใด” ฟู่เจี้ยนที่ยังอยู่ที่นั่น รู้สึกทนไม่ไหวจึงได้เอ่ยปากต่อว่าลู่ฟงที่เดินกลับออกมาจากด้านใน และยืนเผชิญหน้ากับอำมาตย์ไป๋อยู่ในห้องโถง
“แล้วไยข้าต้องสนใจด้วย ในเมื่อข้ามาที่นี่ก็เพื่อมาจับกุมผู้ต้องหาคนสำคัญอยู่แล้ว ย่อมมีสิทธิ์ที่จะค้นบ้านทุกซอกทุกมุมเพื่อหาหลักฐานนำไปประกอบในการดำเนินคดีได้ทุกเมื่อ”
“บังอาจ..นี่เจ้ากล้ากล่าวหาท่านอำมาตย์ถึงเพียงนี้เชียวรึ” ฟู่เจี้ยนชี้หน้าลู่ฟงที่ไม่รู้สึกสะทกสะท้านแม้แต่น้อย นอกเสียจากยืนกอดอกรออย่างใจเย็น อำมาตย์ไป๋ที่ยืนพร้อมลูกสาวคนโตหันไปมองหน้าฟู่เจี้ยนพร้อมกัน เพื่อให้ชายหนุ่มใจเย็นลงก่อน เพราะท่านไป๋ก็อยากจะรู้นักว่าขุนพลเจิ้นส่งลู่ฟงมาครั้งนี้จะมาไม้ไหนกับท่านอีก จนกระทั่งมือปราบที่เข้าไปค้นในด้านในเดินกลับออกมาทั้งหมด มือปราบคนหนึ่งจึงได้ส่งหนังสือสัญญาให้กับลู่ฟง ทันทีที่เปิดอ่านข้อความที่อยู่ในนั้น ดวงตาของลู่ฟงของจ้องไปทางอำมาตย์ไป๋อย่างดุดัน
“หลักฐานแน่ชัดแล้วว่าอำมาตย์ไป๋สมรู้ร่วมคิดกับแคว้นเหลียวถือว่าเป็นกบฏของแผ่นดินมีความผิดร้ายแรง มือปราบทุกคนควมคุมตัวอำมาตย์ไป๋และไป๋อี้หลานไปดำเนินคดีได้” ลู่ฟงออกอำสั่งด้วยเสียงอันเฉียบขาด พวกมือปราบที่เป็นลูกน้องต่างก็เข้ามาจะจับตัวอำมาต์ไป๋และอี้หลานตามคำสั่ง แต่ฟู่เจี้ยนและจอมยุทธ์เซี่ยงก็ไปยืนขวางหน้าไว้
“ใครก็ตามที่กล้าแตะท่านอำมาตย์กับคุณหนูต้องผ่านพวกเราสองคนไปให้ได้ก่อน” ฟู่เจี้ยนประกาศเสียงดังชัดเจน พวกมือปราบก็หยุดหันมาทางลู่ฟงอย่างลังเลก่อนที่จะก้าวเท้าเข้าไปหาอีกครั้ง ซึ่งบัดนี้ทั้งฟู่เจี้ยนและจิมยุทธ์เซี่ยงก็ตั้งท่าเตรียมพร้อมที่จะต่อสู้
“ถ้าใครมันกล้าขัดขืนก็จับตัวมันไปให้หมด” ลี่หูที่นำกำลังทหารมาอีกกลุ่มหนึ่งปรากฏกายขึ้นและต่างมีอาวุธครบมือเข้ามาล้อมกรอบฟู่เจี้ยนและจอมยุทธ์เซี่ยงเอาไว้ ลี่หูเดินเข้ามาหาลู่ฟงพร้อมทั้งบอกกับเขาว่างานนี้แม้ไม่อยากจะยุ่งแต่ด้วยคดีนี้มีความสำคัญยิ่งจึงเป็นหน้าที่ของทหารองครักษ์ที่ต้องยื่นมือเข้ามาช่วย ลู่ฟงเมื่อได้ฟังคำพูดของลี่หูก็เพียงยิ้มที่มุมปากคล้ายน้อมรับความช่วยเหลือ
“ถ้าท่านลุงไม่อยากให้มีการเสียเลือดเนื้อ ข้าก็อยากให้ท่านลุงกับน้องอี้หลานยอมไปกับข้าเสียแต่โดยดีเถอะนะ อย่าให้ต้องมีการใช้กำลังกันเลย เพราะยังไงข้าก็นับถือท่านมาโดยตลอด จึงไม่อยากจะทำร้ายท่านหรือแม้แต่คนของท่านแม้แต่น้อย”
“ได้ ข้าจะตามเจ้าไป เพราะในเมื่อหมากกระดานนี้ข้าก็แพ้ให้กับพ่อของเจ้าอย่างไม่มีทางสู้อยู่แล้ว” อำมาตย์ไป๋หันไปทางอี้หลานที่ยืนอยู่ด้านข้าง “เจ้าก็ไม่กลัวความตายใช่ไหม”
“หากข้ายังนึกกลัวก็ไม่สมควรเป็นลูกของท่านพ่อได้อีกแล้วค่ะ” อำมาตย์ไป๋ยิ้มพร้อมทั้งกุมมือลูกสาวเอาไว้เพื่อจะเดินเข้าไปหากลุ่มทหารและมือปราบพร้อมกัน แม้ฟู่เจี้ยนกับจอมยุทธ์เซี่ยงพร้อมทั้งบ่าวไพร่คนอื่นๆจะทัดทานเอาไว้ก็ไม่เป็นผล
“พวกเจ้าไม่ต้องเป็นห่วงข้าหรอกนะ เพราะข้ายังเชื่อมั่นในความดีที่ข้าทำมาตลอด ถึงแม้ข้าต้องตายก็ยังมีคนเสียน้ำตาให้ข้า ซึ่งมันคงย่อมดีเสียกว่าบางคนที่คงไม่มีโอกาสแม้กระทั่งได้แก้ไขในสิ่งที่ผิดพลาดของตัวเอง แม้ยามที่ต้องอยู่โดดเดี่ยวก็ยังไม่มีคนช่วยปลอบโยน” อำมาตย์ไป๋พูดเน้นเสียงยามที่จ้องหน้าของลี่หู แววตาของท่านมีทั้งตัดพ้อ ต่อว่าและผิดหวังจนชายหนุ่มรู้สึกจุกขึ้นมาในอกแต่ก็พูดสิ่งใดออกไปมิได้ นอกเสียจากกลั้นใจออกคำสั่งให้ทหารคุมตัวอำมาตย์ไป๋และอี้หลานไปดำเนินคดี
๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sat Jul 18, 2009 9:00 pm

ที่บ้านพักของลู่ฟง..ทางฝั่งตะวันออกของเมืองไคฟง ชายหนุ่มพาอี้เซียงมาซ่อนตัวอยู่ที่นี่ หลังจากที่นางฟื้นคืนสติขึ้นมาได้ก็พบว่าตนเองถูกมัดมือและเท้านอนอยู่บนเตียงนอน นางพยายามที่จะยันกายลุกขึ้นมานั่ง และมองสิ่งต่างๆที่อยู่ภายในห้องจนสายตาไปสะดุดเข้ากับชายหนุ่มที่นั่งยิ้มให้กับนางที่มุมสุดของห้อง
“เจ้ารู้สึกตัวแล้วหรอ หิวไหมข้าซื้อโจ๊กหมูมาฝาก” ลู่ฟงเดินยิ้มเข้ามาพร้อมถ้วยโจ๊กที่เขาเตรียมไว้
“ท่านจับตัวข้ามาทำไม ปล่อยข้าไปเดี๋ยวนี้นะ” อี้เซียงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่ยังนึกโกรธชายหนุ่มที่ร่วมมือกับขุนพลเจิ้นมาทำร้ายครอบครัวของนาง แต่ลู่ฟงหาได้สนใจในคำถามของอี้เซียงแม้แต่น้อย เขาค่อยๆวางถ้วยโจ๊กไว้บนเก้าอี้ที่อยู่หัวเตียงแล้วจึงนั่งลงใกล้ๆหญิงสาวที่กำลังทำท่านึกหวาดกลัวเขาอยู่ไม่น้อย
“พี่ลู่ฟงปล่อยข้าไปนะค่ะ ท่านพาข้าออกมาแบบนี้จะทำให้ท่านพ่อกับพี่รองเป็นห่วงข้าแน่ๆเลยค่ะ” อี้เซียงเปลี่ยนน้ำเสียงเป็นนุ่มลงเพื่อขอร้องชายหนุ่มที่ค่อยๆใช้มือไล้ข้างแก้มของนางอย่างหลงใหล
“เจ้าก็น่าจะรู้ว่าข้ารักเจ้ามาก ในเมื่อรักมากข้าก็ไม่อยากให้เจ้าอยู่ห่างจากกายข้าอีกแล้ว” ลู่ฟงพูดพลางสวมกอดอี้เซียงไว้พร้อมทั้งแนบใบหน้าของตัวเองให้ติดกับแก้มของนวลของหญิงสาว “อี้เซียง..ไหนเจ้าเคยรับปากข้าไม่ใช่หรอว่าจะไม่ถอดแหวนวงนี้ออก แล้วทำไมตอนนี้เจ้าถึงไม่ใส่มันไว้ล่ะ” ชายหนุ่มหยิบแหวนหยกออกมาจากอกเสื้อชูให้อี้เซียงดูพร้อมทั้งกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นจนอี้เซียงรู้สึกอึดอัด
“คือ..ตอนนี้ข้าอ้วนขึ้นก็เลยใส่ไม่ได้ ข้าก็เลยต้องถอดมันเก็บไว้เท่านั้นค่ะ” อี้เซียงพูดปดเพื่อไม่ให้ลู่ฟงโกรธ เพราะในเมื่อนางสัมผัสได้ว่าน้ำเสียงที่อ่อนนุ่มของลู่ฟงนั้นมันได้ตรงกันข้ามกับความรู้สึกภายในใจของชายหนุ่มโดยสิ้นเชิงที่กำลังนึกโกรธนางอยู่ไม่น้อย
“แบบนี้นี่เอง แต่ตอนนั้นเจ้าบ่นว่าแหวนของข้าวงใหญ่เกินไปก็เลยต้องมาใส่ที่นิ้วกลางข้างขวา งั้นตอนนี้เจ้าอ้วนขึ้นก็คงจะใส่ที่ข้างซ้ายได้แล้ว ไหนลองดูหน่อยสิ” ลู่ฟงจับนิ้วนางของซ้ายของอี้เซียงและพยายามที่จะใส่แหวนหยกให้ ถึงแม้ว่ามันจะยังดูหลวมอยู่แต่ลู่ฟงก็พูดว่านางใส่ได้พอดีกับนิ้ว ทำให้อี้เซียงต้องฝืนยิ้ม
“ใส่ไว้นะ ถ้าข้าไม่อนุญาต เจ้าห้ามถอดมันอีกเป็นอันขาด เข้าใจไหม” เขาออกคำสั่งและกอดนางแน่นขึ้นอีก จนอี้เซียงเริ่มอึดอัดมากขึ้นเรื่อยๆ
“พี่ลู่ฟงปล่อยข้าก่อน ข้าหายใจไม่ออก” ลู่ฟงคล้ายไม่ได้ยินคำขอร้องของอี้เซียง จึงได้เลื่อนมือลดเพื่อปลดผ้าคาดเอวของนางออก จนอี้เซียงตกใจร้องเสียงหลงถามเขาว่าเขาคิดจะทำอะไร หากแต่ลู่ฟงยังคงเงียบและตั้งใจค่อยๆปลดผ้าคาดเอวของอี้เซียงออกจนสำเร็จ
“ทีหลังอย่ารัดผ้าคาดเอวจนแน่นแบบนี้อีก เพราะนอกจากจะทำให้เจ้ารู้สึกอึดอัด ลูกก็จะอึดอัดไปด้วยนะ” ลู่ฟงยิ้มอย่างอารมณ์ดีและถือวิสาสะใช้มือลูบหน้าท้องของอี้เซียงอย่างแผ่วเบา หากแต่สายตาที่แข็งกร้าวของลู่ฟงกลับทำให้อี้เซียงนึกหวาดกลัว “ท้องเจ้าเริ่มเห็นชัดแล้วนะ เห็นทีว่าคงต้องรีบแต่งงานแล้วล่ะ ไม่อย่างงั้นคนจะสงสัยเด็กคนนี้ คิดว่าเขาเป็นลูกของคนอื่น แต่ไม่ใช่ลูกของข้า” ลู่ฟงพูดพลางหัวเราะในลำคอ “หรือว่าจะยังไม่ต้องแต่งแต่เข้าหอด้วยกันก่อนดีไหม เพราะถ้าเกิดวันหน้าเจ้าคลอดเด็กคนนี้ออกมาจนคนสงสัยว่าเจ้าท้องก่อนแต่ง ข้าจะได้ไม่รู้สึกลำบากใจนัก แล้วข้าจะได้ยอมรับไปเลยว่าเจ้าเป็นเมียข้าและท้องก่อนแต่งจริงๆ” ชายหนุ่มพูดเพื่อปลอบใจตัวเองให้ยอมรับลูกของคนอื่นที่เกิดกับหญิงสาวที่เขารัก แต่เมื่อพยายามคิดแล้วยังทำใจไม่ได้ ความคิดฝ่ายชั่วจึงเข้าครอบงำจิตใจของเขาทันที เมื่อลู่ฟงกดร่างของอี้เซียงลงไปที่เตียงนอน
“พี่ลู่ฟงจะทำอะไร”
“ข้าก็จะทำให้เจ้าเป็นของข้านะสิ ถึงใจของเจ้าจะเป็นของลี่หู กายของเจ้าก็เคยเป็นของลี่หู แต่นับแต่นี้ไป ถึงใจของเจ้าจะไม่ได้อยู่ที่ข้า แต่กายของเจ้าก็ต้องเป็นของข้าคนเดียว” ลู่ฟงพูดจบก็ซุกไซร้ใบหน้าไปที่ซอกคอขาวของอี้เซียง หญิงสาวพยายามร้องและดิ้นรนสุดกำลังแต่ก็เหมือนยิ่งเป็นการเติมเชื้อไฟปรารถนาให้กับลู่ฟงยิ่งโหมรุนแรงมากขึ้น เขากำลังขาดสติและคิดเพียงสิ่งเดียวคือต้องการที่จะครอบครองหญิงสาวที่เขารักมากที่สุดเท่านั้น แต่เมื่อเสียงร่ำไห้ของอี้เซียงดังขึ้นอย่างเวทนา สติที่ขาดหายไปเมื่อครู่ก็กลับคืน อารมณ์โกรธถูกน้ำตาของอี้เซียงชะล้างออกไปจากใจจนแทบจะหมดสิ้น
“ทำไมพอเป็นข้าเจ้ากลับนึกรังเกียจ แต่พอเป็นลี่หูเจ้าถึงได้ยอมมอบกายใจให้แบบนี้” ชายหนุ่มผละตัวเองออกมาจากอี้เซียงที่ยังนอนร้องไห้สะอึกสะอื้นอย่างไร้เรี่ยวแรงที่จะต่อต้าน
“ทำไมเจ้าต้องรักลี่หู ทำไมถึงไม่รักข้าบ้าง ทั้งที่ข้าทำดีกับเจ้ามาตลอด ข้ายอมแลกด้วยชีวิตเพื่อที่จะขอร้องนายท่านให้ยอมละเว้นเจ้า ให้ท่านยอมอนุญาตให้ข้าพาเจ้าหนีมาแบบนี้ แต่เจ้าไม่เพียงไม่ซาบซึ้ง ยังทำท่ารังเกียจข้า ข้าไม่ดีตรงไหน มีอะไรที่สู้ลี่หูไม่ได้ ทั้งที่เขาทำร้ายเจ้า ทอดทิ้งเจ้า” ลู่ฟงกดหัวไหล่ของอี้เซียงไว้แน่นพยายามคาดคั้นจะเอาคำตอบที่อี้เซียงมีให้เพียงเสียงร่ำไห้ “ข้าบอกให้เจ้าพูด” ลู่ฟงถามด้วยดวงตาที่แดงก่ำ
“พี่ลู่ฟง..ข้าขอโทษที่ข้าหลอกลวงความรักของท่าน ถ้าท่านจะทำกับข้าแบบนี้ ข้า..ก็ขอยอมรับ” อี้เซียงตอบด้วยน้ำเสียงปนสะอื้น ทำให้ลู่ฟงโน้มหน้าลงมาหาเพื่อเชยชมความหอมหวานจากริมฝีปากอ่อนนุ่ม แต่ทว่าเขาก็หยุดริมฝีปากหยักได้รูปของตนไว้เพียงระยะห่างไม่ถึงครึ่งนิ้ว
“เจ้าไม่ได้รักข้า แต่ที่เจ้ายอมให้ข้าก็เพื่อต้องการจะไถ่โทษ ซึ่งข้าไม่ต้องการ” ลู่ฟงพูดจบประโยคก็ประคองร่างของอี้เซียงขึ้นมาแล้วแบกนางขึ้นบ่าลุกไปจากเตียง
“ท่านจะพาข้าไปไหน”
“ข้าจะพาเจ้าหนีไปจากที่นี่ ไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้”
“ข้าไม่ไป ข้าจะกลับไปหาท่านพ่อกับพี่รอง ท่านปล่อยข้าไปนะ” อี้เซียงขอร้อง แต่ลู่ฟงที่ยังแบกนางไว้ยังขึ้นเดินตรงไปที่หน้าบ้าน ซึ่งบัดนี้มีรถม้าจอดรออยู่แล้ว
“เจ้าไม่ต้องกลับไปหาพวกเขาแล้ว กลับไปก็มีแต่จะไปตายเท่านั้น” ชายหนุ่มพูดพลางประคองอี้เซียงลงนอนบนรถม้าที่ภายในมีผ้าห่มวางรองไว้หลายชั้น เพื่อป้องกันการกระทบกระเทือนถึงทารกในครรภ์ของอี้เซียงยามที่ต้องออกเดินทาง อี้เซียงที่ได้ฟังคำตอบของลู่ฟงเมื่อครู่ยังคงนึกสงสัย นางพยายามดิ้นรนที่จะลุกมาถามเขาให้รู้เรื่อง หากแต่โดนลู่ฟงขู่ไว้ว่าถ้าไม่อยากให้ลูกของลี่หูต้องมีอันตรายก็ขอให้นางนอนอยู่เฉยๆจนกว่าจะถึงจุดหมาย อี้เซียงไม่รู้ว่าลู่ฟงจะพานางไปที่ใดและยังมีความสงสัยอยู่บ้างแต่ไม่มีทางเลือกอื่น นางจึงได้ยอมเงียบเสียงและนอนอยู่ภายในรถม้าจนกระทั่งลู่ฟงค่อยๆบังคับมันออกพ้นประตูเมือง

_________________


แก้ไขล่าสุดโดย tabtim เมื่อ Sat Jul 18, 2009 9:39 pm, ทั้งหมด 1 ครั้ง
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sat Jul 18, 2009 9:01 pm

ที่คุกของกรมอาญา จื่อหลงที่ยังถูกคุมขังอยู่กำลังรอการมาของลี่หูด้วยใจจดจ่อ เมื่อเขาได้ยินพวกผู้คุมพูดกันว่าอำมาตย์ไป๋และอี้หลานถูกจับตัวมาขังคุกรอการตัดสินโทษด้วยข้อหากบฏเช่นเดียวกับตนเอง จนกระทั่งเวลาพลบค่ำเสียงประตูห้องขังถึงได้ถูกเปิดออกพร้อมเงาร่างของคนที่จื่อหลงเฝ้ารอก็มาปรากฏกายอยู่เบื้องหน้า
“จากสีหน้าของเจ้าก็คงจะรู้แล้วสินะว่าตอนนี้อำมาตย์ไป๋กับนางในดวงใจของเจ้าก็ถูกคุมขังอยู่ที่นี่ด้วย แต่อย่างว่านักโทษคนละระดับชั้นถึงจะมีความผิดด้วยข้อหาเดียวกันก็คงจะยากที่จะให้ขังใกล้กันได้” ลี่หูที่ยืนอยู่ด้านนอกประตูห้องขังเอ่ยขึ้นก่อน ในขณะที่จื่อหลงที่ยังคงถูกโซ่พันธนาการเอาไว้ค่อยๆขยับกายเข้ามาหาจนถึงกรงห้องขังแล้วจึงใช้มือทั้งสองข้างจับลูกกรงเอาไว้
“ทำไมถึงต้องให้ร้ายอำมาตย์ไป๋ด้วย ท่านไม่ได้ทำผิดเจ้าก็รู้”
“ใครบอกว่าไม่ได้ทำ ในเมื่อหลักฐานมันแน่ชัดถึงขนาดนั้น ทางที่ดีเจ้าก็ยอมรับมาเสียดีกว่าว่าเจ้ากับอำมาตย์ไป๋สมรู้ร่วมคิดกัน เผื่อว่าตอนที่ตายจะได้ตายพร้อมกันยังไงล่ะ” ลี่หูย่อตัวลงมาพูดกับจื่อหลง ชายหนุ่มสองคนต่างจ้องหน้ากันอย่างคนที่อ่านใจกันออก
“อี้เซียงไม่ได้ถูกจับตัวมาด้วย เพราะเจ้าช่วยนางหนีไปแล้วใช่ไหม” จื่อหลงชำเลืองสายตาไปทางผู้คุม เมื่อเห็นว่ามิได้ถูกจับตามองก็กระซิบถามลี่หู
“เปล่า..ลู่ฟงพานางหนีไป เอาไว้ข้าช่วยท่านกับท่านลุงและอี้หลานให้ได้ก่อน ข้าถึงจะตามไปช่วยนาง” ลี่หูกระซิบตอบ ทำให้จื่อหลงพอจะเข้าใจ แต่ก็ยังกังวลอยู่ว่าลี่หูจะตามไปช่วยอี้เซียงได้ที่ไหน ในเมื่อเขายังอยู่ที่นี่ แต่จื่อหลงก็ไม่กล้าที่จะถามเมื่อหันสายตาของผู้คุมหันมามองอีกครั้ง
“ข้าขอร้อง ได้โปรดละเว้นครอบครัวของท่านอำมาตย์จะได้ไหม จะให้ข้ายอมรับผิดทั้งหมดก็ได้ ข้ายอมทุกอย่าง” จื่อหลงแสร้งเล่นละครกับลี่หูต่อเพื่อตบตาผู้คุมที่ทำเป็นเอียงหูฟัง
“ไม่ได้..คนผิดก็ต้องว่าไปตามผิด แต่ไม่ต้องห่วงยังไงอี้หลานก็เคยเป็นว่าที่คู่หมั้นของข้า ข้าย่อมดูแลนางเป็นอย่างดีระหว่างที่ยังอยู่ในคุก เจ้าคงไม่ต้องเป็นห่วง แต่ถึงห่วงเจ้าก็คงไม่มีปัญญาจะไปทำอะไรได้ เพราะลำพังตัวเองก็เอาให้รอดเสียก่อนเถอะ” ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนปัดเสื้อผ้า ทำทีจะเดินหันหลังกลับออกไป แต่จื่อหลงกับยื่นมือไปสุดแขนเพื่อดึงชายเสื้อของลี่หูไว้ก่อน
“เดี๋ยวก่อน..เจ้าสัญญากับข้าแล้วนะ”
“แน่นอน” ลี่หูตอบด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นแล้วจึงเดินจากไป ทิ้งให้จื่อหลงนั่งทอดถอนใจด้วยความเป็นห่วงอี้หลาน เขาค่อยๆเดินกลับไปนั่งที่มุมห้องขังเพื่อเงยหน้ามองแสงจันทร์ที่สามารถเห็นผ่านช่องลมที่อยู่สูงขึ้นไปบนผนังห้องขัง ป่านนี้อี้หลานจะเป็นเช่นใดบ้าง จื่อหลงเฝ้าถามตัวเองด้วยความป็นห่วงและคิดถึง โดยที่ไม่อาจรู้ได้เลยว่าอีกฝั่งหนึ่งของห้องขัง อี้หลานที่นั่งอยู่มุมสุดของห้องก็กำลังเงยหน้ามองพระจันทร์บนฟ้าผ่านช่องลมเหมือนกับจื่อหลงเฉกเช่นเดียวกัน หญิงสาวมีความรู้สึกที่ไม่ต่างจากชายหนุ่มแม้แต่น้อยที่ทั้งห่วงและคิดถึงคนที่รักและห่วงใยเหมือนกัน
ยามสายของวันรุ่งขึ้น ขุนพลเจิ้นพร้อมด้วยเจ้ากรมอาญามาที่คุกคุมขังอำมาตย์ไป๋และอี้หลาน หลังจากที่ใต้เท้าทั้งสองได้ไปกราบทูลฮ่องเต้ถึงความผิดของอำมาตย์ไป๋เรียบร้อยแล้ว ฝ่าบาทมีรับสั่งให้สอบสวนเรื่องนี้ให้กระจ่าง จึงทำให้ใต้เท้าทั้งสองต้องมาที่คุกของกรมอาญาเพื่อจะมาสอบปากคำอำมาตย์ไป๋ในนี้ ถึงแม้ว่าในตอนแรกเจ้ากรมอาญาจะเปิดศาลเพื่อไต่สวนคดีความของจื่อหลงและอำมาตย์ไป๋พร้อมกัน แต่ก็ถูกขุนพลเจิ้นห้ามไว้และให้เหตุผลว่าควรจะสอบสวนในคุกเสียก่อน เพื่อเป็นการปกป้องชื่อเสียงให้อำมาตย์ไป๋หากมิได้ทำความผิดจริง เจ้ากรมอาญาที่ไม่เคยคิดว่าอำมาตย์ไป๋จะเป็นกบฏย่อมเห็นด้วยอยู่แล้ว จึงได้ทำตามที่ขุนพลเจิ้นแนะนำทุกอย่างโดยที่ไม่ได้รู้เท่าทันความคิดของขุนพลเจิ้นแม้แต่น้อย จนกระทั่งอำมาตย์ไป๋ถูกนำตัวออกมาจากห้องคุมขังแล้ว เจ้ากรมอาญาก็เริ่มไต่สวนซึ่งอำมาตย์ไป๋ก็ยังยืนกรานปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา
“พี่ไป๋อย่าได้ดื้อรั้นไปหน่อยเลย ในเมื่อในหนังสือสัญญาก็มีลายมือชื่อของท่านเป็นหลักฐานอยู่แล้ว เหตุใดถึงได้ไม่รับสารภาพไปซะ เผื่อว่าโทษหนักจะได้กลายเป็นเบานะ” ขุนพลเจิ้นทำทีเป็นพูดเกลี่ยกล่อมอย่างเห็นใจ
“ถ้าข้าบอกว่าข้าถูกบังคับให้ลงลายมือชื่อด้วยความไม่เต็มใจ จะมีใครเชื่อข้าบ้างไหม”
“แล้วใครเป็นคนบังคับท่านล่ะท่านไป๋” เจ้ากรมอาญาถาม ทำให้ท่านไป๋เงยหน้าขึ้นไปมองหน้าขุนพลเจิ้น
“คนผู้นี้เป็นคนบังคับข้า..ขุนพลเจิ้น” ท่านไป๋พูดพลางชี้นิ้วไปยังผู้ที่เอ่ยถึง
“ข้ารู้ๆว่าท่านโกรธที่ลี่หูปฏิเสธอี้หลานจนทำให้ท่านนึกโกรธ แต่ท่านก็ไม่ควรผูกใจเจ็บกับเรื่องนี้จนมาใส่ความข้าเลยนะ ลายมือของท่าน ท่านเป็นคนเขียนด้วยตัวเอง แล้วใครที่ไหนจะไปบังคับท่านได้” ขุนพลเจิ้นเล่นลิ้นแก้ตัว
“แล้วท่านขุนพลเจิ้นไปบังคับท่านได้อย่างไรล่ะ ท่านก็บอกข้ามาตามตรงสิ” เจ้ากรมอาญาไม่ได้ใส่ใจในคำแก้ตัวของขุนพลเจิ้น หากแต่ตั้งคำถามต่อไปเพื่อให้ความจริงกระจ่าง เมื่อเป็นเช่นนี้อำมาตย์ไป๋จึงได้คิดจะพูดความจริงออกไปทั้งหมด แต่ว่าขุนพลเจิ้นกลับพูดขัดขึ้นมาเสียก่อน
“จริงสิท่านเจ้ากรม ลูกสาวคนเล็กของท่านไป๋ที่หนีไปได้ ท่านให้ทหารออกติดตามกลับมาได้รึยัง ถ้ายังไม่ได้ข้าจะช่วยส่งคนของข้าไปจัดการให้ รับรองว่าไม่เกินสองวันต้องได้ตัวมาแน่ๆ” ขุนพลเจิ้นพูดด้วยแววตาดุ เมื่อเจ้ากรมอาญายอมรับข้อเสนอของขุนพลเจิ้น ท่านขุนพลใหญ่จึงเดินเข้าไปหาอำมาตย์ไป๋
“พี่ไป๋..ข้าได้ข่าวมาว่าลู่ฟงที่ทำทีไปจับกุมท่านถึงที่บ้าน ที่แท้เขาก็เป็นคนที่พาอี้เซียงหนีไป ท่านจะไม่เชื่อคำพูดของข้าก็ได้ แต่ท่านก็น่าจะรู้ดีอยู่แล้วว่าถ้าข้าอยากได้ตัวลูกสาวของท่านมันก็ไม่ใช่เรื่องยากนัก ทางที่ดีก็พูดความจริงมาเสียดีกว่าเผื่อว่าลูกสาวของท่านที่คนนึงอยู่ในคุมกับอีกคนที่กำลังหนีอยู่จะได้ปลอดภัย”
“ข้าไม่มีอะไรจะต้องพูดอยู่แล้ว ในเมื่อคนที่บังคับข้าให้ลงชื่อก็คือขุนพลเจิ้น เขาใช้ชีวิตของลูกสาวของข้าสองคนมาเป็นข้อแลกเปลี่ยน เขาเป็นคนทำให้บ้านข้าต้องพังพินาศ” อำมาตย์ไป๋ที่ไม่ได้เกรงกลัวขุนพลเจิ้นอีกแล้วพูดความจริงออกมาจนทำให้ขุนพลเจิ้นโกรธจนคิ้วกระตุก
“ท่านไป๋เรื่องแบบนี้จะมาพูดล้อเล่นกันไม่ได้นะ ท่านควรไตร่ตรองให้ดีเสียก่อน”

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sat Jul 18, 2009 9:02 pm

“ที่ข้าพูดล้วนเป็นเรื่องจริง ขุนพลเจิ้นเป็นคนให้ร้ายข้า เขาต่างหากที่เป็นกบฏ” อำมาตย์ไป๋ที่ไม่กลัวสิ่งใดอีกแล้วพูดออกมาอย่างชัดเจน แต่ขุนพลเจิ้นก็ยังหาทางเล่นลิ้นต่อไปได้
“แล้วท่านมีหลักฐานไหมว่าข้าเป็นคนบังคับท่าน มีใครสามารถเป็นพยานให้ท่านได้”
“เจิ้นลี่หูเป็นพยายให้ข้าได้ ท่านเจ้ากรมได้โปรดให้คนไปตามเขามาที่นี่ด้วย” อำมาตย์ไป๋ใช้ไพ่ใบสุดท้ายด้วยหวังว่ามันจะเป็นทางรอด ท่านเจ้ากรมอาญาหันไปขอความเห็นของขุนพลเจิ้นเมื่ออีกฝ่ายพยักหน้าอนุญาต ท่านเจ้ากรมจึงให้คนไปตามลี่หู แต่ไม่ทันที่จะได้ไปตามคนมา ลี่หูที่เป็นพยานและไพ่ใบสุดท้ายของอำมาตย์ไป๋ก็ปรากฏตัวขึ้น
“บังเอิญว่าข้ายืนฟังอยู่ด้านนอกได้ยินว่ามีคนต้องการให้ข้ามาเป็นพยาน ข้าก็เลยรีบเข้ามา ไม่ทราบว่าจะให้ข้ายืนยันความผิดของใคร ระหว่างท่านไป๋กับท่านพ่อหรอครับ”
“ท่านไป๋บอกว่าเจ้าสามารถเป็นพยานได้ว่าขุนพลเจิ้นเป็นคนบังคับอำมาตย์ไป๋โดยใช้ชีวิตลูกสาวเป็นข้อแลกเปลี่ยน เจ้าก็บอกข้ามาตามตรงว่าความจริงมันเป็นเช่นไรกันแน่” ท่านเจ้ากรมถามลี่หูที่กำลังยิ้มที่มุมปากอย่างสบายใจ
“ความจริงก็คือก่อนหน้าที่ท่านลุงจะถูกจับ ข้ากับท่านพ่อได้ไปเยี่ยมอี้หลานที่บ้านเพราะได้ยินมาว่านางล้มป่วย แต่ท่านลุงที่ไม่พอใจข้าที่ปฏิเสธอี้หลาน ทำให้ท่านออกปากขับไล่ข้ากับท่านพ่อ ถึงแม้ว่าท่านพ่อจะพยายามพูดให้ท่านลุงเข้าใจโดยไปคุยกันถึงในห้องทำงานของท่านลุง แต่ท่านลุงก็ยังยืนยันและขับไล่เหมือนเดิม จนสุดท้ายข้ากับท่านพ่อก็ยอมแพ้ ยอมออกมาจากบ้านไป๋ ส่วนหลังจากนั้นจะเป็นอย่างไรต่อไปข้าไม่อาจจะทราบได้ จนกระทั่งข้าได้ทราบว่าท่านลุงเป็นกบฏจึงได้นำกำลังทหารไปช่วยพวกมือปราบจับกุมเท่านั้นครับ” ลี่หูอธิบายหน้าตาเฉย แล้วจึงพูดเสริมไปว่าเรื่องที่เขากับพ่อถูกไล่ออกมาจากบ้านไป๋มีพ่อบ้านไป๋สามารถเป็นพยานให้เขาได้ เมื่อเป็นเช่นนี้ท่านเจ้ากรมจึงให้นำตัวพ่อบ้านไป๋มา ซึ่งพ่อบ้านไป๋ก็ให้การสอดคล้องกับที่ลี่หูพูดทุกอย่างโดยไม่มีผิดเพี้ยนแม้แต่น้อย เพราะนั่นคือสิ่งที่พ่อบ้านไป๋เห็นด้วยตาแต่ไม่ได้รู้ความจริงทั้งหมด
“แต่ก็ไม่สามารถยืนยันได้ว่าขุนพลเจิ้นไม่ได้บังคับท่านไป๋”
“ใช่ครับ” ลี่หูตอบชัดถ้อยชัดคำ ทำให้ขุนพลเจิ้นหันมาจ้องเขม็ง “แต่ท่านเจ้ากรมลองตรองดูให้ดี ท่านพ่อของข้าจะมีเหตุผลใดล่ะครับถึงต้องไปใส่ร้ายท่านลุงถึงขนาดนี้ได้ ทั้งที่ตลอดเวลาท่านพ่อก็เป็นเพื่อนที่ดีของท่านลุงมาโดยตลอด ถ้าหากจะมาผิดใจกันด้วยเรื่องของอี้หลานที่ข้าปฏิเสธการแต่งงานกับนาง ท่านพ่อยิ่งไม่มีเหตุผลที่จะไปใส่ความท่านลุงแม้แต่น้อย เพราะคนที่น่าจะไม่พอใจควรจะเป็นท่านลุงมากกว่า เพราะฉะนั้นน้ำหนักที่ว่าใครใส่ความใครกันแน่นั้น ท่านเจ้ากรมคงวินิจฉัยได้” ลี่หูยังคงพูดชี้แจงโดยที่ไม่มีติดขัดจนทำให้เจ้ากรมอาญาเริ่มคล้อยตามมากขึ้นเรื่อยๆ
“ที่เจ้าพูดมาก็ล้วนมีเหตุผล เอาเป็นว่าเรื่องที่ท่านไป๋ถูกบังคับให้ลงลายมือชื่อในหนังสือสัญญาก็ตกไปก่อนแล้วกัน เพราะตอนนี้ที่ฮ่องเต้ทรงต้องการจะทราบก็คือความจริงที่ว่าอำมาตย์ไป๋เป็นกบฏหรือไม่” ขุนพลเจิ้นเมื่อได้ยินเจ้ากรมอาญากล่าวเช่นนี้ก็พอใจ และยิ่งพอใจในตัวของลี่หูที่รู้จักพูดให้เหตุผลจนคำพูดของอำมาตย์ไป๋ดูไร้ความหมาย หลังจากเห็นว่าอำมาตย์ไป๋ยังมิยอมรับสารภาพ ขุนพลเจิ้นจึงได้เสนอให้เจ้ากรมอาญากลับไปก่อน ส่วนตัวท่านจะลองพยายามเกลี่ยกล่อมอำมาตย์ไป๋ดูอีกครั้ง ซึ่งท่านเจ้ากรมอาญาที่ไม่ได้ระแวงสิ่งใดก็เห็นด้วยจึงได้กลับไปก่อน ขุนพลเจิ้นรอจนแน่ใจว่าเจ้ากรมอายากลับไปแล้วจริงๆจึงได้สั่งผู้คุมออกไปยืนคุมที่ด้านนอกโดยให้เหตุผลว่าต้องการที่จะพูดคุยกับผู้ต้องหาเป็นการส่วนตัวด้วยความสัมพันธ์ฉันท์เพื่อน

พอพวกผู้คุมออกไปกันหมด ขุนพลเจิ้นก็เดินตรงเข้าไปหาอำมาตย์ไป๋ด้วยสีหน้าที่ไม่พอใจอย่างมาก จนแทบอยากจะฉีกร่างของท่านไป๋ออกเป็นชิ้นๆ
“นึกไม่ถึงเลยว่าจวนจะตายอยู่แล้ว เจ้ายังมีฤทธิ์มากถึงขนาดเปิดโปงข้าได้”
“ในเมื่อมันเป็นเรื่องจริง ข้าย่อมต้องพูด” อำมาตย์ไป๋สวนคำทันทีโดยไม่นึกหวาดกลัว
“งั้นแสดงว่าเจ้าไม่นึกห่วงลูกสาวสองคนแม้แต่น้อยสินะ ข้าจะบอกให้ถึงอี้เซียงจะหนีไปได้ ข้าก็สามารถจับนางกลับมาได้ ส่วนอี้หลานยิ่งไม่ต้องพูดถึง ข้าจะให้นางอยู่หรือว่าตายย่อมง่ายยิ่งกว่าพลิกฝ่ามือด้วยซ้ำ”
“ลูกสาวของข้าไม่ใช่คนที่รักตัวกลัวตาย เจ้าไม่สามารถใช้พวกนางมาข่มขู่ข้าได้อีกแล้ว” อำมาตย์ไป๋ทำใจกล้า ทั้งที่ความจริงนั้นท่านกำลังข่มความกลัว กลัวว่าลูกสาวสองคนจะมีอันตราย
“ดี งั้นข้าจะดูสิว่าเจ้าจะทนเห็นลูกสาวที่รักมากต้องเจ็บตัวได้ไหม” ขุนพลเจิ้นพูดจบก็ออกคำสั่งให้ลี่หูไปพาตัวอี้หลานมาที่นี่ ไม่นานนางก็ถูกลี่หูพอตัวมาถึงและคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าของอำมาตย์ไป๋
“ท่านพ่อไม่ต้องห่วงข้านะค่ะ ต่อให้ข้าต้องตาย ท่านพ่อก็ไม่ต้องไปยอมคนอย่างขุนพลเจิ้นเป็นอันขาด”
“ปากเก่งเหมือนกันทั้งพี่ทั้งน้องเลยนะ” ขุนพลเจิ้นพูดจบก็เงื้อมมือขึ้นจะตบปากสั่งสอนอี้หลาน หากแต่ลี่หูยื่นมือไปขว้างไว้

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sat Jul 18, 2009 9:03 pm

“ทำแค่นี้อำมาตย์ไป๋คงไม่รู้สึกเจ็บแทนลูกสาวหรอกครับท่านพ่อ” ลี่หูบอกแบบนี้ทำให้ขุนพลเจิ้นลดมือลงแล้วเดินไปเลือกเครื่องทรมาน
“เจ้าว่าข้าควรจะใช้เครื่องทรมานชิ้นไหนดี” ขุนพลเจิ้นเดินวนไปมา อำมาตย์ไป๋ก็มองตามด้วยใจที่นึกหวาด แต่อี้หลานกลับไม่มีทีท่าที่จะนึกกลัวแม้แต่น้อย
“เครื่องรัดนิ้วเป็นไงครับ เหมาะดี” ลี่หูเสนอเพราะเห็นว่ามันจะทำให้อี้หลานเจ็บตัวได้น้อยที่สุดแล้ว “ท่านลุงรับสารภาพมาดีกว่า ถ้าไม่อยากให้อี้หลานเจ็บตัว” เขาบอกบิดาแล้วก็เดินไปบอกท่านไป๋
“ท่านลุงยอมให้ท่านพ่อไปก่อน แล้วเดี๋ยวข้าจะหาทางช่วย” เขาฉวยโอกาสที่ขุนพลเจิ้นหันหลังไปหยิบเครื่องรัดนิ้วตามคำแนะนำของตนเอง รีบกระซิบบอกอำมาตย์ไป๋ ทำให้ผู้อาวุโสแปลกใจอย่างมาก ไม่รู้ว่าจะเชื่อดีหรือไม่
“ท่านพ่อให้ข้าเป็นลงมือนะครับ ยังไงอี้หลานก็เคยเป็นว่าที่ภรรยาของข้า”
“ได้สิ ถ้าเจ้าต้องการเช่นนั้น” ขุนพลเจิ้นยื่นเครื่องรัดนิ้วให้ลี่หู เขาก็รับมาแล้วจึงเดินเข้าไปหาอี้หลาน และเมื่อเขาย่อตัวลงค่อยๆใส่เครื่องรัดนิ้วไปที่ระหว่างนิ้วเรียวงามของหญิงสาว ชายหนุ่มก็หันไปมองอำมาตย์ไป๋และพูดซ้ำอีกครั้งให้ท่านไป๋ยอมรับผิดทั้งหมดไว้คนเดียว
“ข้าจะถามเจ้าอีกครั้ง เจ้าจะยอมรับผิดทั้งหมดไว้คนเดียว หรืออยากจะให้ลูกสาวสุดที่รักต้องเจ็บตัวก่อนจึงจะยอมทำตามคำสั่งของข้า” ขุนพลเจิ้นถามเป็นครั้งสุดท้าย
“ท่านพ่อถึงท่านยอมรับผิดไว้คนเดียว คนผู้นี้ก็ไม่ละเว้นข้ากับท่านพ่ออยู่แล้ว หากเราสองคนพ่อลูกจะต้องตายก็ข้าตายโดยไร้ความผิด อย่าให้ใครมาใส่ร้ายเราได้เลยค่ะ” อี้หลานที่ไม่เคยคิดกลัวพูดกับบิดาอีกครั้ง ทำให้ลี่หูที่ใส่เครื่องรัดนิ้วรอไว้อยู่แล้วออกแรงดึงเครื่องรัดนิ้วให้ทำงานเล็กน้อย จนอี้หลานร้องคราวออกมาเบาๆด้วยความเจ็บปวด
“ว่ายังไง ขอเพียงเจ้ายอมลงลายมือรับสารภาพ ทุกอย่างก็จบ ข้ารับปากว่าจะหาทางช่วยกราบทูลกับฝ่าบาทให้อภัยโทษให้อี้หลานและอี้เซียง เพื่อที่เจ้าจะได้นอนตายตาหลับดีไหม” ขุนพลเจิ้นกางหนังสือรับสารภาพไว้บนพื้นเบื้องหน้าของอำมาตย์ไป๋
“ท่านพ่ออย่าไปฟังคนผู้นี้พูด เขาโกหก” อี้หลานร้องห้าม ลี่หูก็ออกแรงดึงเครื่องรัดนิ้วอีกครั้ง โดยที่เขาพยายามใช้สายตาเป็นเชิงห้ามปรามมิให้อี้หลานพูดอะไรไปมากกว่านี้ แต่เมื่อไม่มีใครเข้าใจเขา ขุนพลเจิ้นที่กำลังใช้อี้หลานเป็นเครื่องข่มขู่จึงได้ออกคำสั่งให้ลี่หูทรมานอี้หลานมากขึ้น จนเขาต้องออกแรงดึงเครื่องรัดนิ้วให้มากขึ้นไปด้วย จนนิ้วทั้งสิบนิ้วของอี้หลานแดงจนเป็นห้อเลือด จนสุดท้ายอำมาตย์ไป๋ก็ทนเห็นลูกสาวต้องทนทรมานต่อไปอีกไม่ได้จริงๆ
“พอได้แล้ว ข้ายอมแล้ว” คำขอร้องของอำมาตย์ไป๋ทำให้ทุกอย่างจบสิ้นลง เมื่อหลังจากสิ้นเสียงขุนพลเจิ้นได้ยื่นพู่กันให้อำมาตย์ไป๋ลงชื่อในหนังสือรับสารภาพ ในเวลานั้นภาระหน้าที่ของลี่หูที่ต้องทรมานอี้หลานก็สิ้นสุดลง และเพียงเสี้ยววินาทีที่อี้หลานได้เห็นแววตาของลี่หู นางเหมือนจะรับรู้ได้ว่าลี่หูได้กล่าวคำขอโทษออกมา


**********************************

จบตอนที่ 28

โปรดติดตามตอนต่อไป

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sat Jul 18, 2009 9:13 pm

หลังจากห่างหายไปนานเกือบๆหนึ่งเดือน ในที่สุดตอนที่ 28 ก็คลอดออกมาจนได้ แบบว่า ผกก. มัวไปหลงเพลิงหลงไฟอยู่ค่ะ ก็นะ..คุณพี่นักดับเพลิงเค้าหล่อจริงๆนี่นา ก็เลยเผลอไปบ้างนิดเดียวเอง (นิดเดียวแต่ล่อซะเกือบเดือนนี่นะ) เอาน่าๆ ยังไงตอนใหม่ก็คลอดออกมาแล้ว ขอให้บรรดาหนุ่มๆออกโรงกันหน่อยนะค่ะ Best Actor ของ ผกก. ขอทำคะแนนทิ้งท้ายนะค่ะ

ส่วนแม่ยกของพี่ลู่ฟงอาจหายใจไม่ค่อยสะดวกกับเลิฟซีนร้อนของพี่เค้าค่ะ โหะๆ แต่ไม่ต้องห่วงเรามีนักดับเพลิงสุดหล่อมาช่วยดับไฟให้เรียบร้อย แม่ยกสบายใจได้นะค่ะ



บริการเสริมจากสถานีนักเพลิง เกาลูนซิตี้ หัวหน้าทีมบี นำโดย Mr.Rex สุดหล่อค่ะ

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
lingu
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 4 กระบี่ไร้น้ำตา
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 4 กระบี่ไร้น้ำตา
avatar

จำนวนข้อความ : 6491
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sat Jul 18, 2009 10:41 pm

ที่หนึ่งค่ะ หลังจากใช้เวลาอ่านชั่วโมงกว่า หุหุ ตอนนี้ยาวมั่กๆ สมกะที่ ผกก.กั๊กไว้หลายอาทิตย์ เพราะ ผกก.ติดอยู่ท่ามกลางเปลวไฟแห่งรัก อิอิ Laughing

ขำพี่ลี่หูตอนสอบสวนพี่หลงในคุกอ่ะ พอพี่หลงพูดถึงน้องเซียงหน่อยนึง ก็ดันมาหึงพี่หลงซะได้ ในสถานการณ์เยี่ยงนี้นะ แสดงว่ารักสุดหัวใจเจงๆ แล้วก็สองหนุ่มสมแล้วที่ได้รางวัลเนียนอะวอร์ด เบสแอคเธอร์ค่ะ Cool

ส่วนพี่ลู่ฟง ฉากนี้ทำเอาพี่จิ้นไปถึงหนุ่มโรคจิตจอมหื่นเลยง่ะ ความสงสารพี่ลู่ฟงเกือบหมดไปแล้วเนี่ย ช่างกู่ไม่กลับจริงๆค่ะ น่ากลัวแทนน้องเซียงมากๆ ไม่รู้ว่าอนาคตจะต้องเสี่ยงภัยอะไรอีก ต้องถูกลากไปกับพี่ลู่ฟงอีก

ส่วนพี่หลงกับน้องหลาน แม้ยังไม่ได้พบหน้ากัน ยังมีชมเดือนตรงกันอีก นี่แอบลุ้นให้เศษใบไม้ตกอยู่บนพื้นในคุกห้องของพี่หลงสักใบ เผื่อพี่หลงจะได้เก็บมาเป่าเพลงใบไม้ น้องหลานได้ยินต้องรู้แน่ว่าพี่หลงอยู่ห้องข้างเคียงล่ะ ทีนี้คงได้ต่างคนต่างตะกายผนังเป็นกำแพงรักแน่เยย I love you

ว่าแต่แฟนคลับน้องหลาน อย่าลืมเตรียมกล่องปฐมพยาบาลมาทำแผลให้มือของน้องหลานด้วยนะคะ ถูกพี่ลี่หูแสดงสมบทบาทมากไปหน่อย ไม่งั้นไม่สมจริง ขุนพลเจิ้นจะจับพิรุทได้ล่ะ Surprised

รออ่านตอนต่อไปนะคะ สำหรับภาพปลากรอบ พรุ่งนี้จะนำมาแปะนะคะ คืนนี้ง่วงซู๊ดเลยค่ะ แป๊ะไว้ก่อน flower

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=linguniang&group=3]Chil
ทะเล
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 3 กระบี่ไร้เงา
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 3 กระบี่ไร้เงา
avatar

จำนวนข้อความ : 1285
: 32
Registration date : 13/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sat Jul 18, 2009 10:43 pm



ขอบคุณสำหรับฟิคตอนนี้ค่ะ ผู้กำกับ

---------------------------------------------------

ภาพประกอบตอนพี่ลี่หูสอบสวนพี่จือหลง Surprised








(เจ้าชอบอี้เซียงเหรอ)




(เจ้าพูดว่าอะไรนะ)


(อี้เซียงนางท้องลูกของข้าเหรอ เจ้าพูดจริงใช่ไหม)

-----------------------------------------------------







พี่ลู่ฟงค่ะ พี่เกือบทำให้พี่ลี่หูเสียใจแล้วนะค่ะ Sad

-----------------------------------------------


(สิ่งที่ข้าต้องทำ เพื่อลูกเมียของข้า)

-----------------------------------------------


(อี้เซียงเจ้ารอข้าก่อนนะ)


(พี่ลี่หูช่วยข้าด้วย พี่ลี่หู......)


แก้ไขล่าสุดโดย ทะเล เมื่อ Sun Jul 19, 2009 10:43 pm, ทั้งหมด 4 ครั้ง
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
midori
ศิษย์ใหม่ชาเรี่ยน..เอ๊าะๆเฟรชๆ
ศิษย์ใหม่ชาเรี่ยน..เอ๊าะๆเฟรชๆ
avatar

จำนวนข้อความ : 51
: 39
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sat Jul 18, 2009 11:31 pm

อ๊าย ทับทิมหาหน่วยดับเพลิงมาช่วยดับไฟหรือคะ

อ่ะๆ แม่ยกหยุดหายใจไปหนึ่งนาทีแล้วกลับมาหายใจใหม่

เดี๋ยวอ่านต่อไม่จบ Embarassed รีบมาอ่านเลยนะคะ

แม่ยกแอบหื่นๆ อยู่ คงค้างอารมรณ์จากคอนเสิร์ตสายน้ำของพี่ลู่ฟ่ง

------------------------

แหมๆ หลินกุ ผู้กำกับไม่ได้เขียนให้ดูโรคจิตขนาดนั้นซะหน่อย

ยังค่ะๆ สติพี่ลู่ฟ่งกลับมาไวค่ะ ไม่งั้นน้องอี้เซียงเสร็จสมอารมณ์หมาย

ไปนานแล้วค่ะ ก็ออกจะเสือผู้หญิงปานนั้น ปล่อยน้องบริสุทธิ์มาได้นี่

ก็อัศจรรย์แล้ว แถมยังช้ากว่าอีตาพี่ลี่หูอีก

--------------------------

หายใจไม่ทั่วท้องเลยทับทิม รีบส่งตอนใหม่มาด่วนนะคะ

ลุ้นๆ อี้หลานโดนทรมานด้วย โอยๆ ใจร้าย ถึงจะเป็นละครตบตาของลีหู

อะไรก็เหอะ Sad
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
Cipher
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 3 กระบี่ไร้เงา
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 3 กระบี่ไร้เงา
avatar

จำนวนข้อความ : 1273
Registration date : 11/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sun Jul 19, 2009 5:00 am

พี่หลิน พี่มิ เห็นน้องหลานเจ็บตัวแล้วทำใจไม่ได้อ่ะ มือไม้สั่นไม่สามารถเขียนคอมเมนต์ได้ เพราะถึงจะเป็นละครตบตาแต่น้องหลานเจ็บตัวจริงนี่นา ถึงพี่ลี่หูจะพยายามช่วยแล้วก้อเถอะ Sad

ที่พี่หลินเสนอให้แฟนคลับน้องหลานมาปฐมพยาบาล งั้นมลทำแผลให้น้องหลานเสร็จแล้วให้พี่หลงช่วยดูแลต่อ เปลี่ยนผ้าพันแผลให้ทุกวันได้ไหมคะ Laughing

ส่วนพี่ลู่ฟงนี่ยังหื่นน้อยไปนะ เรียกว่ามีสติอยู่ ถ้าถึงขั้นนั้นแล้วนี่ มลจะเขียนให้ปล่อยเลยตามเลยซะเลย Embarassed
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
 
The Swordsman of Devil
อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน 
หน้า 4 จาก 11ไปที่หน้า : Previous  1, 2, 3, 4, 5 ... 9, 10, 11  Next

Permissions in this forum:คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
Welcome To Charlianz world :: Fiction & Recreation :: Fiction & Recreation-
ไปที่: