Welcome to Charlian Thai fans
 
บ้านสมัครสมาชิก(Register)เข้าสู่ระบบ(Log in)

Share | 
 

 The Swordsman of Devil

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down 
ไปที่หน้า : Previous  1, 2, 3, ... 9, 10, 11  Next
ผู้ตั้งข้อความ
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Mon Jun 15, 2009 8:19 pm

ว้าว..แม่นางหยู คะแนนความสงสารท่วมท้นจริงๆค่ะ แต่ถ้าถาม ผกก. ย่อมเทคะแนนให้พี่ลี่หูแน่นอน ถึงแม้ว่าเขาจะทำตัวเองส่วนหนึ่ง แต่เบื้องหลังของเขามันชวนให้น่าสงสารมากกว่าคนอื่น อันนี้เลยเห็นใจค่ะ

สำหรับบทลงโทษ ขอ ผกก. ไปคิดก่อนนะค่ะ ว่าจะเอายังไงให้สาสมกับความผิดดี แบบที่พี่โย่วก็โอเคนะค่ะ ขอไปใช้หมองก่อนนะค่ะ

อ่ะ..ไหนๆก็เริ่มประเด็นมาแล้วก็ขอตั้งโหวตซะเลย อย่าลืมลงคะแนนกันด้วยนะค่ะ

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
lingu
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 4 กระบี่ไร้น้ำตา
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 4 กระบี่ไร้น้ำตา
avatar

จำนวนข้อความ : 6491
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Mon Jun 15, 2009 9:04 pm

แวะมาโหวต 1 คะแนนให้แม่นางหยูแล้วค่ะ ถ้าจะให้ดี ผกก.หาหนุ่มที่แสนดี มาดามหัวใจแม่นางในตอนท้ายก็จะดีมากเลยค่ะ หวังว่าแม่นางจะมองชายอื่นและมอบความไว้วางใจให้เหมือนพี่หลงอีกครั้งล่ะ I love you

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=linguniang&group=3]Chil
tomtam
ศิษย์ชาเรี่ยนขั้น 2
ศิษย์ชาเรี่ยนขั้น 2
avatar

จำนวนข้อความ : 167
: 36
Registration date : 14/12/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Mon Jun 15, 2009 11:46 pm

โหวตให้แล้วเหมือนกันค่ะ ไม่อยากจะเชื่อเลย ว่าตัวเองกดโหวตให้พี่ลี่หู

ซ้อสี่มีความรู้สึกส่วนตัวว่า คนอื่นในโลกนี้ไม่รักเราไม่ดีกับเราก็ไม่เป็นไร เพราะยังมีคนสองคนที่รักและจริงใจกับเราโดยไม่มีเงื่อนไข ไม่ว่าเราจะดีจะชั่วแค่ไหน ท่านก็รักเราโดยไม่ต้องการสิ่งตอบแทน ความรักของท่านบริสุทธิ์ อยู่เหนือเหตุผล นั่นก็คือ ความรักของพ่อแม่ค่ะ

ดังนั้น พี่ลี่หูจึงน่าสงสารที่สุดค่ะ เพราะสิ่งที่พ่อทำกับเขาเหมือนกับไม่ใช่ลูก ทำใจรับไม่ได้จริงๆ ค่ะ ชีวิตคนๆ นึง ถ้าแม้แต่พ่อแม่ยังไม่ดีกับเขา แล้วเขาจะไปดีกับคนอื่นได้อย่างไร ก็เห็นใจว่าเพราะแบบนี้พี่ลี่หูถึงได้มีนิสัยแบบนี้อ่ะค่ะ

ส่วนตัวละครตัวอื่นๆ ก็เข้าข่ายทำตัวเองค่ะ ดันไปรักคนที่เขาไม่รักตัว ก็เลยต้องเจ็บเพราะเลือกทางเองหน่ะค่ะ เลยไม่ค่อยน่าสงสารเท่าไหร่ No
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว http://forums2.popcornfor2.com/index.php?showtopic=56077&st=
chuengngee
ศิษย์ใหม่ชาเรี่ยน..เอ๊าะๆเฟรชๆ
ศิษย์ใหม่ชาเรี่ยน..เอ๊าะๆเฟรชๆ


จำนวนข้อความ : 55
: 39
Registration date : 13/12/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Tue Jun 16, 2009 5:54 am

ยังโหวตไม่ได้ตอนนี้ ต้องเก็บให้ครบก่อนเพราะยังไม่ได้อ่าน ไว้ตามมาโหวตวันหยุดนะ
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
O-yohyo
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 4 กระบี่ไร้น้ำตา
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 4 กระบี่ไร้น้ำตา
avatar

จำนวนข้อความ : 6683
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Tue Jun 16, 2009 7:43 am

โหวตให้เจ๊หยูเยี่ยนค่ะ

ประเด็นที่แต๋มบอกว่าพี่ลี่หูน่าสงสาร เพราะใครไม่รักก็ไม่น่าสงสารเท่าพ่อแม่ไม่รัก

อันนี้ก็เริ่มเห็นด้วยนะ แต่ว่าความแค้นที่พี่ลี่หูมาแกล้งพี่หลง อันนี้ทำให้ความน่าสงสารลดลง

เพราะตอนแรกๆ ที่พี่ลี่หูแกล้งพี่หลงน่ะ ไม่ได้เกิดจากพ่อไม่รัก

แต่เกิดจากความอิจฉาริษยาส่วนตัว แถมพี่หลงช่วยไว้ตั้งเยอะก็ไม่เคยสำนึก

มีแต่จะใส่ความพี่หลง ความแค้นที่มากลั่นแกล้งว่าที่พี่เขย เลยทำให้พี่ลี่หูตกโหวตค่ะ

คะแนนเลยทุ่มไปให้เจ๊หยูเยี่ยนเต็มๆ ก็นะถึงจะมากลั่นแกล้งอี้หลาน

แต่ o-yo ก็เป็นโรคใจอ่อนกับพี่สาวทั้งหลาย

ยิ่งพี่สาวสวย เท่ห์ cool แบบนี้ ใจอ่อนให้ตลอดค่ะ Embarassed

_________________



Charmaine Sheh / เสอซือมั่น - อาเส่ / 佘詩曼
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
ทะเล
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 3 กระบี่ไร้เงา
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 3 กระบี่ไร้เงา
avatar

จำนวนข้อความ : 1285
: 33
Registration date : 13/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Tue Jun 16, 2009 9:59 am

Very Happy โหวตพี่ลี่หูไปแล้วค่ะ เสียดายที่ สมาชิก1คน โหวตได้แค่ 1 ครั้ง Sad



ที่โหวตให้พี่ลี่หู เพราะว่า ชีวิตของพี่เค้าน่าสงสารที่สุด ............... Sad น่าสงสารทั้งในเรื่องของครอบครัว , ความรัก


ต่อมาก็เจ๊หยูเยี่ยน ชีวิตของเธอน่าสงสาร แต่ก็ยังไม่ถึงที่สุด Razz สงสารในเรื่องความรักของเธอ ค่ะ ( ที่รับเล่นเรื่องไหนๆ ก็ไม่เคยสมหวังกับเค้าเลย Sad )


ต่อมาก็พี่ลู่ฟง ชีวิตของเค้าก็น่าสงสาร เฉพาะเรื่องความรักเหมือนกัน Crying or Very sad


ต่อมาก็คุณหนูอี้เซียง ชีวิตของเธอก็น่าสาร ตรงที่ต้องสูญเสียลูกคนแรกค่ะ


ส่วนคู่พี่ใหญ่กับคุณหนูอี้หลาน เป็นคู่ที่น่าอิจฉาที่สุดค่ะ คู่นี้ เมื่อมีความสุขหรือทุกข์ก็อยู่ด้วยกัน Very Happy
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
O-yohyo
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 4 กระบี่ไร้น้ำตา
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 4 กระบี่ไร้น้ำตา
avatar

จำนวนข้อความ : 6683
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Tue Jun 16, 2009 5:34 pm

ทะเล . . ควรโหวตได้แค่คนละครั้ง โพลถึงจะขลังและน่าเชื่อถือค่ะ cheers

_________________



Charmaine Sheh / เสอซือมั่น - อาเส่ / 佘詩曼
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
ทะเล
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 3 กระบี่ไร้เงา
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 3 กระบี่ไร้เงา
avatar

จำนวนข้อความ : 1285
: 33
Registration date : 13/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Tue Jun 16, 2009 7:12 pm

Razz ก็แบบว่ายังไม่ได้โหวตเจ๊หยูเยี่ยนเลยค่ะ Embarassed ( bounce ทะเลเป็นผู้จัดการส่วนตัวของเจ๊หยูเยี่ยนกับพี่ลี่หู Embarassed แล้วตัดสินใจโหวตให้พี่ลี่หูไปแล้ว เจ๊หยูเยี่ยนคงไม่ไล่ทะเลออกจากการเป็นผู้จัดการส่วนตัวนะค่ะ Crying or Very sad )

ยังไงก็ขอรบกวนท่านใดที่ยังไม่ได้โหวตช่วยโหวตให้เจ๊หยูเยี่ยน ด้วยนะค่ะ Wink

(เหมือนหาเสียงเลย ผิดกติกานะเนี่ย Arrow )


แก้ไขล่าสุดโดย ทะเล เมื่อ Tue Jun 16, 2009 8:58 pm, ทั้งหมด 4 ครั้ง
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Tue Jun 16, 2009 8:38 pm

เหตุผลที่แต๋มเลือกโหวตให้พี่ลี่หูมีน้ำหนักทีเดียวค่ะ ไม่อยากจะเชื่อว่าแต๋มจะโหวตให้นะเนี่ย อิอิ แต่เริ่มสงสารแล้วใช่ไหมล่ะ แต่พี่โย่วก็ถูกอีกนั่นล่ะ ก็ตอนแรกที่พี่ลี่หูแกล้งพี่หลง เพราะความอิจฉาล้วนๆ แต่แหม..มาเห็นภาพพี่ลี่หูของทะเลที่มาขอคะแนนจากท่านผู้อ่านแล้ว ช่างน่าเห็นใจจริงๆค่ะ แต่ 1 คน ต่อ 1 คะแนนเสียงนะค่ะ เพื่อความยุติธรรมค่ะ

ทับทิมตั้งเวลาโหวตไว้แค่ 5 วัน นะค่ะ เดี๋ยวมาสรุปกัน ใครน่าสงสารที่สุดค่ะ

ป.ล. ผกก. ไม่โหวตให้ใครนะค่ะ เพราะเป็นคนทำแบบสำรวจขึ้นมา เพื่อความไม่ลำเอียงค่ะ Razz

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
ทะเล
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 3 กระบี่ไร้เงา
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 3 กระบี่ไร้เงา
avatar

จำนวนข้อความ : 1285
: 33
Registration date : 13/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Tue Jun 16, 2009 9:07 pm



ผู้กำกับค่ะ พี่ลี่หูฝากมาถามว่า มีรางวัลให้กับนักแสดงที่น่าสงสารที่สุดไหมค่ะ Razz

ปล. ผู้กำกับอย่าลืมรับโทรศัพท์ของคุณชายเจียสง นะค่ะ Wink


ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
Cipher
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 3 กระบี่ไร้เงา
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 3 กระบี่ไร้เงา
avatar

จำนวนข้อความ : 1273
Registration date : 11/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Wed Jun 17, 2009 5:23 pm

เฮ้อ...ไม่สามารถบรรลุภาระกิจในการอ่านฟิคให้จบอย่างที่ตั้งไว้ได้จริงๆ คะ
ต้องขอโทษผกก.ด้วยนะคะ แต่ขอโหวตให้ “พี่ลี่หู” ก่อนเลยล่ะกันนะคะสำหรับบทชายหนุ่มที่น่าสงสารที่สุดคะ
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sun Jun 21, 2009 8:50 am

สรุปคะแนนโหวตกันก่อนนะค่ะ "ตัวละครใดในเรื่อง ที่น่าสงสารที่สุด"

อันดับ 1. เจิ้นลี่หู รับไป 2 คะแนน จากการโหวตปกติ บอกอีก 1 คะแนน จากน้องมล โหวตจากกล่องคอมเมนต์ รวมไป 3 คะแนน

อันที่ 2. มี 2 คนได้ 2 คะแนนเท่ากัน คือ ลู่ฟง กับ หยูเยี่ยน ซึ่งถูกลี่หูเบียดไปแค่ 1 คะแนนเท่านั้นค่ะ

ตอนเย็นๆ มารอลุ้นกับตอนใหม่นะค่ะ ใครที่โหวตให้ทั้ง 3 คนไว้ มาเป็นกำลังใจให้ด้วยค่ะ

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sun Jun 21, 2009 6:44 pm




ตอนที่ 27

“พี่จื่อหลงมีทางช่วยพี่รองได้ไหมค่ะ” อี้เซียงเดินน้ำตาคลอเข้ามาถามจื่อหลงที่มีสีหน้าเคร่งเครียด อำมาตย์ไป๋ที่ยังยืนอยู่ข้างเตียงนอนของลูกสาวคนโตก็พลอยเครียดตามไปด้วย
“พี่จื่อหลง..พี่ต้องช่วยพี่รองด้วยนะค่ะ พี่ต้องช่วยพี่รองให้ได้นะ” อี้เซียงเห็นจื่อหลงไม่ยอมตอบคำถาม สองมือของนางก็เข้าไปเกาะแขนพร้อมทั้งเขย่าแขนของชายหนุ่มอยู่หลายที จนจื่อหลงต้องแตะมือของนางเบาๆเพื่อให้นางใจเย็นลงก่อน
“พิษที่อี้หลานได้รับเป็นพิษเฉพาะ นอกจากจะได้ยาถอนพิษจากผู้เป็นเจ้าของแล้ว ในแผ่นดินนี้คงไม่มีใครรักษาได้” ชายหนุ่มบอกอำมาตย์ไป๋ พอหัวอกคนที่เป็นพ่อได้ยินแบบนี้ก็ก้มหน้าไปมองลูกสาวที่ยังไม่ได้สติ
“แล้วทีนี้จะไปหายาถอนพิษได้ที่ไหน ขนาดใครเป็นคนทำร้ายอี้หลาน เรายังไม่รู้กันเลย” ท่านไป๋ถอนหายใจนั่งก้มมือลูกสาวที่เย็นเฉียบ หัวใจของท่านก็เย็นเฉียบดุจน้ำแข็งเฉกเช่นเดียวกัน
“พี่จื่อหลงพาพี่รองไปหาหมอเทวดาคนนั้นสิค่ะ ให้เขาช่วยรักษาให้ บางทีอาจจะช่วยพี่รองได้”
“หมอเทวดาคนไหน” จื่อหลงนึกไม่ออก จ้องหน้าอี้เซียงที่จ้องหน้าเขาทั้งน้ำตา
“ก็หมอเทวดาที่ช่วยรักษาพี่...” อี้เซียงละคำไว้ พอจะเอ่ยชื่อของลี่หู “ขนาดเขาบาดเจ็บสาหัสเป็นตายเท่ากันก็ยังรอดมาได้ ถ้าได้หมอเทวดาคนนี้ช่วย พี่รองต้องหายดีแน่ๆค่ะ” แม้อี้เซียงจะไม่ได้เอ่ยชื่อลี่หูออกมา แต่มันก็ทำให้จื่อหลงนึกออกแล้ว หมอเทวดาคนนั้นก็คือหยูเยี่ยน แต่ในเมื่อนางเป็นคนทำร้ายอี้หลาน จื่อหลงก็ไม่แน่ใจว่านางจะยอมช่วยหรือไม่
“ถ้าหมอเทวดาคนนั้นสามารถช่วยอี้หลานได้จริงๆก็ดีนะสิ จื่อหลงคิดเสียว่าข้าขอร้อง ช่วยไปเชิญหมอเทวดาคนนั้นมาช่วยรักษาอี้หลานได้ไหม” อำมาตย์ไป๋เข้าไปขอร้องอีกคน ในใจของจื่อหลงนั้นย่อมอยากจะช่วยอี้หลานอยู่แล้ว ถึงท่านไป๋ไม่ขอร้องเขาก็เต็มใจที่จะช่วย แต่ปัญหาที่ทำให้เขาต้องครุ่นคิดเป็นเพราะจื่อหลงไม่มั่นใจว่าหยูเยี่ยนจะยอมช่วยหรือไม่ ทำให้เวลานี้สีหน้าของจื่อหลงจึงดูเคร่งเครียด
“ท่านพ่อ..น้องเซียง” ในระหว่างที่จื่อหลงกำลังคิดหาคำพูดไปขอร้องหยูเยี่ยน อี้หลานที่นอนอยู่ก็ฟื้นคืนสติขึ้นมาเรียกหาบิดาและน้องสาว คนทั้งสองรีบเดินเข้าไปหาคนเจ็บที่ใบหน้ายังไร้สีเลือด
“อี้หลานเป็นยังไงบ้าง ไม่ต้องกลัวนะลูก จื่อหลงกำลังจะไปตามหมอเทวดามารักษาเจ้าแล้ว อดทนไว้นะ” ท่านไป๋ลูบศีรษะของลูกสาวเบาๆแล้วหันหน้าไปทางจื่อหลงที่เข้ามายืนอยู่ที่ปลายเตียง
“ท่านพ่อค่ะ..พี่จื่อหลงรับปากที่จะช่วยเหลือแล้ว แต่ติดตรงที่ว่าพี่จื่อหลงเป็นนักโทษอาญาหนีการจับกุมอยู่ ถ้าจะให้พี่เขาออกไปทั้งแบบนี้คงจะเป็นที่ผิดสังเกต ถ้ายังไงท่านพ่อช่วยออกหน้าให้พี่หลงได้ออกไปอย่างสะดวกได้ไหมค่ะ” อี้เซียงที่พอจะรู้เรื่องของจื่อหลงแล้วจึงพูดเสนอกับบิดา ท่านไป๋ก็คิดตามคำของลูกสาวคนเล็กไปด้วย
“ได้สิ..เดี๋ยวพ่อจะทำทีเป็นว่าออกไปข้างนอกแล้วก็ให้จื่อหลงซ่อนตัวอยู่ในเกี้ยวของพ่อแล้วกัน” อี้เซียงอมยิ้มพยักหน้าอย่างเห็นด้วยในแผนของบิดา เวลานี้เป็นเวลากลางวันผู้คนพลุกพล่าน แม้จื่อหลงจะมีวรยุทธ์สูงแต่ถ้าจะให้ออกไปข้างนอกตอนนี้ก็คงจะลำบากอยู่ไม่น้อย ท่านไป๋เมื่อบอกแผนกับจื่อหลงแล้วท่านก็ออกไปเตรียมตัว อี้เซียงเห็นบิดาเดินพ้นประตูห้องไปแล้วก็จับมือของจื่อหลงไปวางไว้บนมือของพี่สาว
“ข้ารู้ว่าพวกพี่สองคนคงมีเรื่องต้องคุยกัน เดี๋ยวข้าจะออกไปก่อน พี่จื่อหลงก็รีบพูดกับพี่รองนะค่ะ แต่อย่าใช้เวลานานมากนัก พี่รองรอนานไม่ได้” อี้เซียงยิ้มให้พี่ทั้งสองคนแล้วจึงหันไปบอกให้เสี่ยวจูเสี่ยวเจาเดินตามนางออกไปด้วย เหตุผลของนางที่ให้พ่อช่วยส่วนหนึ่งก็เพื่อจื่อหลงจะได้ไม่ถูกจับได้ และอีกส่วนหนึ่งก็เพื่อที่จะเปิดโอกาสให้พี่ทั้งสองคนได้อยู่ด้วยกันตามลำพังสักครู่นึง
“ข้าต้องขอโทษเจ้าแทนนางด้วย แต่ไม่ต้องห่วงนะ ต่อให้ลำบากแค่ไหน ข้าก็จะนำยาถอนพิษจากนางมาช่วยเจ้าให้ได้” เมื่อคนอื่นออกไปกันหมดแล้ว จื่อหลงก็กุมมือของอี้หลานไว้แน่นและจึงกล่าวขอโทษกับนางแทนหยูเยี่ยน
“ท่านไม่ได้เป็นคนทำร้ายข้า ไม่ต้องขอโทษหรอกค่ะ”
“แต่ที่นางทำร้ายเจ้าก็เพราะข้าเป็นต้นเหตุ อี้หลาน..ข้าไม่คิดว่านางจะผิดคำพูด ข้าเสียใจ” ชายหนุ่มก้มหน้าลง ใจนึงเป็นห่วงอี้หลาน แต่อีกใจนึงก็ไม่เข้าใจในสิ่งที่หยูเยี่ยนได้ทำลงไป
“พี่หลง..ข้าเป็นผู้หญิงด้วยกัน ข้าดูออกว่านางรู้สึกยังไงกับท่าน ถ้านางจะโกรธข้า เกลียดข้าจนทำกับข้าแบบนี้ก็คงไม่แปลกอะไรหรอกค่ะ” อี้หลานพูดด้วยน้ำเสียงที่เหนื่อยล้า แต่ใบหน้าของนางยังคงมีรอยยิ้มให้จื่อหลง
“ข้าก็รู้ว่านางรู้สึกยังไง แต่ข้าไม่ได้รักนางเหมือนที่ข้ารักเจ้า ในใจของข้ามีแต่เจ้าคนเดียว นางก็รู้ และทั้งที่รู้นางก็ยังผิดคำพูด” อี้หลานได้ฟังเช่นนั้นก็ส่ายหน้า รีบยกมือที่ยังพอเหลือเรี่ยวแรงอยู่บ้างห้ามจื่อหลงไม่ให้ว่ากล่าวหยูเยี่ยนเช่นนั้น
“ไม่ค่ะ ข้าไม่คิดว่านางจะผิดคำพูด ในเมื่อนางรักมั่นในตัวของท่านขนาดนี้ นางย่อมรักษาสัญญา พี่หลง..ถึงข้าจะไม่รู้เหตุผลที่แท้จริงของนาง แต่ข้าก็อยากให้ท่านระวังตัวไว้ด้วย เพราะสำหรับข้าแล้วชีวิตของท่านสำคัญที่สุด ไม่ว่านางจะต่อรองอย่างไรก็จงอย่าใช้ชีวิตของตัวท่านเองมาแลกกับข้าเป็นอันขาด เพราะข้าตายไม่เป็นไร แต่ท่านจะเป็นไรไป..ไม่ได้” อี้หลานพูดยาวหลายประโยคแบบนี้จึงทำให้นางรู้สึกเหนื่อยอย่างมากจนหายใจรัวเร็วแต่แผ่วเบา
“แต่สำหรับข้า..เจ้าสำคัญที่สุด ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิต ข้าก็ต้องช่วยเจ้าให้ได้” คำพูดของจื่อหลงหนักแน่นมั่นคง อี้หลานที่กำลังจะหมดแรงเริ่มน้ำตาคลอ
“พี่หลง..อย่าทำแบบนี้”
“ข้าเต็มใจเสียสละเพื่อเจ้าได้ทุกอย่าง...อี้หลานรอข้ากลับมานะ ข้าสัญญาว่าข้าจะต้องมาหาเจ้าพร้อมยาถอนพิษ เจ้าจะต้องไม่เป็นอะไร” ชายหนุ่มค่อยๆใช้นิ้วโป้งเกลี่ยไล้น้ำตาที่ข้างแก้มของอี้หลานแล้วจึงโน้มหน้าลงไปหา “อี้หลาน..รอข้ากลับมานะ” จื่อหลงประทับรอยจุมพิตที่หน้าผาก “ข้ารักเจ้า” และจึงเลื่อนริมฝีปากลงมาเพื่อฝากสัมผัสอุ่นที่ริมฝีปากบางอ่อนนุ่มของอี้หลานที่ทั้งอ่อนหวานและอบอุ่น อี้หลานรับสัมผัสนั้นจากชายคนรักอย่างเต็มใจ “ข้าก็รักท่าน ข้าจะรอท่านกลับมา”

๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑

_________________


แก้ไขล่าสุดโดย tabtim เมื่อ Sun Jun 21, 2009 10:51 pm, ทั้งหมด 1 ครั้ง
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sun Jun 21, 2009 6:45 pm

ขบวนเกี้ยวของอำมาตย์ไป๋เคลื่อนตัวออกจากบ้าน แต่คนที่อยู่ภายในนั้นหาใช่อำมาตย์ไป๋เส้าหยาง หากแต่เป็นจางจื่อหลงที่ซ่อนตัวอยู่ภายในนั้น และเพราะเป็นขบวนเกี้ยวของอำมาตย์คนสำคัญของต้าซ้อง จึงได้ถูกละเว้นจากการตรวจสอบของทหารที่กำลังตรวจตราคนที่เดินผ่านเข้าออกอย่างเข้มงวด จวบจนออกมานอกเมืองได้แล้ว พวกคนหามเกี้ยวก็วางเกี้ยวหลังนั้นลงที่ชายป่าและพากันเดินจากไป ต่อจากนั้นจื่อหลงจึงได้ลงมาจากเกี้ยว ชายหนุ่มเดินเข้าไปในป่าแห่งนั้น เพราะเขาย่อมรู้ดีว่าสถานที่ที่จะพบหยูเยี่ยนได้คือที่ใด และหยูเยี่ยนก็ย่อมรู้ดีว่าจื่อหลงจะต้องไปหานางที่นั่น และป่าไผ่สีเขียวสดที่บัดนี้อยู่เบื้องหน้าของจื่อหลงก็คือจุดหมายปลายทาง
“พี่ใหญ่..ไม่ได้เจอกันเสียนาน ท่านสบายดีนะ” หยูเยี่ยนที่อยู่ในชุดสีบานเย็น ผมสีดำสนิทพลิ้วไหวเล็กน้อยตามแรงลม เอ่ยทักจื่อหลงที่ยืนอยู่เบื้องหน้า แต่ชายหนุ่มหาได้สนใจที่จะตอบคำทักทายของหญิงสาวแม้แต่น้อย
“ทำไมเจ้าต้องทำร้ายอี้หลาน” น้ำเสียงของจื่อหลงที่ถามหยูเยี่ยนแข็งกร้าว แต่หยูเยี่ยนหาได้สะทกสะท้าน นางเพียงยิ้มที่มุมปาก ส่วนสายตาก็มองกิ่งไผ่ที่เอนไหวตามสายลมที่พัดผ่าน
“ข้าถามเจ้า ทำไมถึงไม่ตอบ”
“เพื่อรักษาชีวิตของท่าน ข้าสามารถทำได้ทุกอย่าง หรือว่าท่านจำไม่ได้เสียแล้ว” น้ำเสียงของหยูเยี่ยนราบเรียบ สีหน้าเย็นชาไร้ความรู้สึก หากแต่ภายในใจของนางกำลังร่ำไร้เมื่อเห็นชายที่แอบมีใจให้มาโดยตลอดไปห่วงใยคนอื่นถึงขนาดพูดขึ้นเสียงกับนางถึงเพียงนี้
“ข้าจำได้ว่าเจ้าสามารถทำได้ทุกอย่างเพื่อข้า แต่เจ้าก็ไม่ควรไปทำร้ายอี้หลาน นางไปทำอะไรให้เจ้าเจ็บแค้นนักหนา” หญิงสาวคนฟังยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย เบนสายตาไปทางอื่นเพื่อซ่อนความเจ็บช้ำในใจที่กำลังปรากฏให้เห็นจากดวงตาคู่สวย
“นางจะทำหรือไม่ ไม่จำเป็นที่ท่านต้องรับรู้ เพราะนั่นไม่ใช่เหตุผลที่ท่านต้องมาหาข้าวันนี้มิใช่รึ พี่ใหญ่..ถ้าข้าคำนวณไม่ผิด เวลาของอี้หลานคงเหลืออีกไม่มากแล้ว ท่านก็ไม่ควรจะมาเสียเวลาจะดีกว่า เพราะถ้ามัวถามนั่นถามนี่กับข้าอยู่ จะกลับไปช่วยนางในดวงใจไม่ทัน ถึงตอนนั้นท่านจะมากล่าวโทษข้ามิได้นะค่ะ” หยูเยี่ยนกล่าวประชดและก้มลงหยิบขวดยาขวดเล็กที่ซุกซ่อนอยู่ที่ผ้าคาดเอวของนางออกมาชูขึ้นเบื้องหน้าของจื่อหลง “ท่านคงอยากได้ยาถอนพิษจากข้ามากสินะ แต่ช่างน่าเสียดายนักที่ข้าไม่เคยคิดจะใช้มันช่วยใครมาก่อน ทางที่ดีพี่ใหญ่ควรจะรีบกลับไปดูใจอี้หลานจะดีกว่า” คำพูดของหยูเยี่ยนที่กลับไปมาคล้ายกำลังยั่วโมโหจื่อหลง ทำให้ชายหนุ่มร้อนใจอย่างมาก
“เจ้าจะให้ข้าทำอย่างไร ถึงจะยอมมอบยาถอนพิษมาให้ข้า” จื่อหลงขมวดคิ้วแน่น หน้าตาเคร่งเครียด เขาย่อมรู้จักนิสัยของหยูเยี่ยนดี ถ้าหากนางพูดว่าไม่ก็คือไม่ แต่เมื่อชีวิตของอี้หลานอยู่ในกำมือของเขา ไม่ว่าหยูเยี่ยนจะยื่นข้อเสนออะไร ข้าก็ยินดีที่จะยอมแลก
“ในเมื่อข้าไม่เคยช่วยใครมาก่อน ข้อเสนอของข้าย่อมเป็นสิ่งที่ไม่ธรรมดาอยู่แล้ว ถึงตอนนั้นข้าก็ไม่รู้ว่าพี่ใหญ่จะยอมเดิมพันกับข้าหรือไม่” หยูเยี่ยนมองขวดยาถอนพิษที่ยังอยู่ในมือของนางอย่างใจเย็นด้วยความที่นางถือไพ่เหนือกว่า
“เจ้าต้องการอะไรก็พูดมาเลย เพราะแม้แต่ชีวิตของข้า ข้าก็สามารถยกให้เจ้าได้” จื่อหลงยื่นข้อแลกเปลี่ยนกับหยูเยี่ยนโดยไม่ลังเล เมื่อเขารู้ดีว่าใครก็ตามที่ถูกพิษเข็มเงินเพลิงพิรุณของหยูเยี่ยนจะมีชีวิตอยู่ได้เพียงไม่ถึงครึ่งก้านธูป แต่ที่อี้หลานยังมีลมหายใจอยู่ได้จนถึงเวลานี้ นั่นเป็นเพราะหยูเยี่ยนยังต้องการจะยื้อชีวิตของอี้หลานไว้เพื่อเป็นข้อแลกเปลี่ยน และตอนนี้จื่อหลงก็พร้อมแล้วที่จะยอมแลกทุกอย่าง
“ท่านพูดเองนะว่าแม้แต่ชีวิตของท่านก็ยกให้ข้าได้” หยูเยี่ยนย้อนคำพูดของจื่อหลง
“ใช่”ชายหนุ่มตอบรับด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น ไม่มีลังเลแม้แต่น้อย “เจ้าจะมีข้อแลกเปลี่ยนอะไรก็ว่ามาได้เลย ข้ารับปากเจ้าทุกอย่าง ขอเพียงเจ้ายอมมอบยาถอนพิษเท่านั้น” หยูเยี่ยนได้ฟังคำของจื่อหลงจึงเผยรอยยิ้มบนใบหน้า หากแต่เป็นรอยยิ้มที่ซ่อนความรู้สึกขมขื่น
“ที่ผ่านมาข้าไม่เคยมอบยาถอนพิษเพื่อช่วยเหลือใครมาก่อน แต่ถ้าหากมันเป็นความต้องการของพี่ใหญ่ที่ต้องการจะให้ข้าช่วยนางในดวงใจของท่าน ข้าก็จะช่วย” หยูเยี่ยนพูดพร้อมทั้งก้าวเท้าเข้ามาหาจื่อหลง ในมือของนางมีขวดสีขาวขวดเล็กอีกหนึ่งขวด
“แต่ท่านต้องแสดงความกล้าให้ข้าเห็นด้วยการดื่มยาพิษในขวดนี้เสียก่อน แล้วข้าถึงจะยอมช่วยเหลืออี้หลาน ใช้หนึ่งชีวิต แลกหนึ่งชีวิต ท่านลองใคร่ครวญดูให้ดีว่ามันคุ้มค่าหรือไม่” หยูเยี่ยนชูขวดยาสองขวดให้จื่อหลงดู ขวดที่อยู่ในมือซ้ายคือยาพิษ ส่วนขวดที่อยู่ในมือขวาคือยาถอนพิษ จื่อหลงมองขวดยาที่อยู่ในมือของหยูเยี่ยนด้วยท่าทางสงบนิ่ง หากแต่ในใจกำลังร้อนรุ่มด้วยความเป็นห่วงอี้หลาน จึงทำให้การตัดสินของเขาในครั้งนี้ไม่จำเป็นต้องใคร่ครวญให้ดีอีกต่อไปแล้ว เมื่อชายหนุ่มยื่นมือไปหยิบขวดยาพิษจากมือของหยูเยี่ยน

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sun Jun 21, 2009 6:46 pm

“ใช้หนึ่งชีวิต แลกกับหนึ่งชีวิต มันคุ้มค่ากันแล้ว หยูเยี่ยนข้าก็หวังว่าเจ้าจะรักษาคำพูด” จื่อหลงไม่ต้องการจะเสียเวลาไปมากกว่านี้ เมื่อพูดจบประโยคเขาก็เปิดฝาขวดยาสีแดงออกแล้วจึงยกขวดยาพิษขึ้นดื่มต่อหน้าของหยูเยี่ยนในทันที แม้หยูเยี่ยนจะยื่นมือเพื่อไปห้ามแต่ก็สายไปเสียแล้ว เมื่อจื่อหลงดื่มยาพิษจนหมดขวด
“ท่านก็น่าจะรู้ว่าข้าไม่ได้ขู่ แต่ท่านก็ยังยอมดื่มมันเข้าไป นี่แสดงว่าท่านรักนางมากถึงเพียงนี้เชียวรึ” หยูเยี่ยนน้ำตาคลอเมื่อจื่อหลงค่อยๆทรุดลงไปที่พื้น
“ข้าทำตามข้อเสนอของเจ้าแล้ว เจ้า...ช่วย..ช่วย..นาง...ด้วย” ชายหนุ่มเริ่มพูดด้วยน้ำเสียงที่ติดขัดเมื่อพิษเริ่มออกฤทธิ์
“ขอโทษด้วยพี่ใหญ่..ข้าอยากทำตามคำพูดแต่ตอนนี้ข้ามียาถอนพิษแค่เม็ดเดียว ถึงท่านต้องการจะใช้มันเพื่อช่วยอี้หลาน แต่ข้าคงให้ท่านไม่ได้แล้ว เพราะว่า..ข้าจะใช้มันช่วยท่าน” หยูเยี่ยนย่อกายลงบอกกับจื่อหลงที่สีหน้าบูดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดอย่างทรมาน
“เจ้า..โกหก” เขาต่อว่าหยูเยี่ยน แต่หญิงสาวหาได้สะทกสะท้านแม้แต่น้อย นางเพียงเฝ้ามองจื่อหลงที่ส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดมากขึ้นเรื่อยๆ
“ท่านจะต่อว่าข้าอย่างไรก็เชิญ ในเมื่อท่านทำเพื่อคนที่รักได้ ข้าก็จะทำเพื่อคนที่ข้ารักได้เหมือนกัน” หยูเยี่ยนยื่นขวดยาถอนพิษมาตรงเบื้องหน้าของจื่อหลง เขาก็พยายามจะเอื้อมมือไปหยิบยาถอนพิษขวดนั้น แต่ทว่าพิษร้ายของหยูเยี่ยนทำให้เขาไร้สิ้นเรี่ยวแรง ดวงตาที่แข็งกร้าวของจื่อหลงมองหยูเยี่ยนด้วยความผิดหวังได้ไม่นาน สติของเขาที่พยายามจะฝืนไว้ก็ดับวูบลงในทันที ในเวลานี้น้ำตาของหยูเยี่ยนที่พยายามกลั้นไว้ตลอดก็ไหลเรื่อยลงมาจนอาบแก้มทั้งสองข้าง มือบางของนางค่อยๆสัมผัสใบหน้าของชายที่รักอย่างเบามือ
“พี่ใหญ่..ข้ารู้ว่าถ้าทำแบบนี้ อาจจะถูกท่านเกลียดไปชั่วชีวิต แต่ข้าไม่มีทางเลือก แต่ท่านโปรดวางไว้ ข้าเป็นคนที่รักษาคำพูดเสมอ และยิ่งเป็นสัจจะที่ให้ไว้กับท่านแล้ว ข้าจะไม่มีวันคืนคำเด็ดขาด” หยูเยี่ยนสัมผัสใบหน้าของจื่อหลงอีกครั้งแล้วจึงป้อนยาถอนพิษเม็ดเล็กๆใส่ปากของจื่อหลง หลังจากนั้นนางจึงประคองเขาขึ้นมาเพื่อจะพาจื่อหลงหนีไป และนั่นคือความตั้งใจของนางตั้งแต่ต้น หยูเยี่ยนจำเป็นต้องทำตามคำสั่งเพื่อรักษาชีวิตของจื่อหลงคือเหตุผลข้อแรก ส่วนข้อที่สองนางเชื่อมั่นว่าจื่อหลงจะต้องมาขอยาถอนพิษ ซึ่งเหตุผลนี้จะทำให้นางได้พบกับจื่อหลงและมีโอกาสที่จะพาเขาหนีไปก่อนที่จะถูกนายใหญ่จับได้ แต่คนอย่างจื่อหลงคงไม่ยอมหนีไปกับนาง หยูเยี่ยนจึงได้ใช้แผนนี้ ยาถอนพิษไม่ได้มีแค่เม็ดเดียวที่จื่อหลงกินเข้าไป หากแต่ยังมีอีกหนึ่งเม็ดที่หยูเยี่ยนฝากหม่าถงให้เอาไปให้อี้หลาน ทุกอย่างถูกนางกำหนดไว้แล้ว

และเมื่อมันเป็นไปตามที่คิดไว้หยูเยี่ยนก็เตรียมจะพาจื่อหลงหนี แต่ว่านางกลับก้าวพลาดไปหนึ่งก้าว ในขณะที่นางกำลังจะพาจื่อหลงไปนั้น ทหารกลุ่มใหญ่ต่างกรูเข้ามาล้อมนางกับจื่อหลงไว้อย่างแน่นหนา และผู้ที่นำทหารพวกนี้มาก็คือขุนพลเจิ้นและลี่หู พอหยูเยี่ยนเห็นลี่หูเท่านั้น นางก็รู้ในทันทีว่านางกำลังเดินหมากผิดที่คิดว่าสถานที่นัดพบแห่งนี้ไม่มีใครรู้นอกจากนางและจื่อหลงเท่านั้น แต่มันไม่ใช่..นอกจากนางกับจื่อหลงแล้วก็ยังมีพี่น้องอีกสามคน และหนึ่งในนั้นก็คือลี่หู ชายหนุ่มที่ยืนอยู่เบื้องหน้า
“ถ้าไม่อยากให้ข้าจับตาย ก็จงมอบตัวคนร้ายมาให้ข้าเสียแต่โดยดี มิฉะนั้นข้าจะไม่เกรงใจ” ลี่หูก้าวไปเบื้องหน้าเพื่อเจรจากับหยูเยี่ยน
“เจ้าคิดว่าจะรับมือข้าได้อย่างงั้นรึ” หยูเยี่ยนท้าทายลี่หู ชายหนุ่มเพียงยิ้มเยาะที่มุมปาก
“ได้หรือไม่ จะลองดูตอนนี้ก็ได้” ลี่หูพุ่งฝักกระบี่เข้าหาหยูเยี่ยน นางเพียงเบี่ยงตัวหลบไปพร้อมร่างที่ไร้สติของจื่อหลงเท่านั้น พอหันตัวกลับมาคมกระบี่สว่างวาบของลี่หูก็เกือบเข้ามาประชิดตัว หยูเยี่ยนใช้วิชาตัวเบาที่เป็นเลิศหลบเลี่ยงไปมา ขุนพลเจิ้นสั่งให้พวกทหารยืนคุมเชิงอยู่เฉยๆและเฝ้าดูลี่หูต่อสู้กับหยูเยี่ยนอย่างใจเย็น จนเหมือนว่าลี่หูเริ่มได้เปรียบจนเกือบจะคว้าชัยได้แล้ว หม่าถงที่รีบตามมาก็ตรงเข้ามาแยกลี่หูกับหยูเยี่ยนออกจากกัน โดยไปยืนขวางกลางไว้
“พี่รองพอได้แล้ว ท่านหยุดสักที” หม่าถงไม่ได้เข้าข้างหยูเยี่ยน หากแต่บอกให้นางยอมแพ้
“ถ้าเจ้าไม่ช่วยก็อย่าได้มาห้าม”
“แต่ข้าต้องห้าม ท่านสู้เขาไม่ได้หรอก” หม่าถงพูดพลางหันไปมองลี่หู โดยมีขุนพลเจิ้นและทหารยืนคุมเชิงอยู่ไม่ไกล หยูเยี่ยนก้มหน้ามามองจื่อหลงที่ยังคงไม่ได้สติอย่างที่กำลังใช้ความคิด ก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมทั้งบอกกับทุกคนว่าวันนี้นางขอสู้ตาย แต่จะไม่ยอมให้ใครมาพาจื่อหลงไปได้เด็ดขาด เมื่อลี่หูได้ยินคำท้าของหยูเยี่ยนแบบนี้ก็กำกระบี่ที่อยู่ในมือแน่น
“อย่าเอาชีวิตของเจ้ามาทิ้งไว้ที่นี่จะดีกว่า กบฏยังไงก็ย่อมเป็นกบฏ ถ้าทิ้งเขาไว้ที่นี่ เจ้ายังมีทางรอดชีวิต” ลี่หูยื่นทางเลือกสุดท้ายให้หยูเยี่ยน แต่นางยังยืนกรานเหมือนเดิม ขุนพลเจิ้นที่มองดูอยู่จะใช้กำลังทหารเข้าจับกุม แต่ลี่หูกลับยกมือขึ้นห้ามและบอกขุนพลเจิ้นว่าขอให้เป็นหน้าที่ของเขา เมื่อหม่าถงเห็นความดื้อรั้นของหยูเยี่ยนจึงหันไปร่วมมือกับลี่หูตรงเข้าจู่โจมนางพร้อมกัน แม้จะไม่ยุติธรรมที่ผู้ชายสองคนรุมผู้หญิงคนเดียวที่มีคนเจ็บเป็นภาระ แต่มันก็ไม่มีทางเลือก ลี่หูพุ่งปลายกระบี่เข้าไปเพื่อหวังจะบีบให้หยูเยี่ยนยอมปล่อยจื่อหลง จนสามารถเข้าไปประชิดตัวของนางได้ ฝ่ามือของเขาบีบหัวไหล่ของหยูเยี่ยน ส่วนปลายกระบี่ตวัดไปด้านหลังเพื่อใช้ด้ามของกระบี่ทำร้ายหยูเยี่ยนบริเวณท้องน้อย จนนางล้มลงไป ในจังหวะนั้นร่างของจื่อหลงที่ยังไร้สติจึงแยกกับหยูเยี่ยนไปคนละทาง หยูเยี่ยนกำลังจะลุกขึ้นมาช่วยจื่อหลง แต่ก็สายไปเสียแล้วเมื่อปลายกระบี่ของลี่หูจ่อไปที่คอของจื่อหลงอย่างข่มขู่

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sun Jun 21, 2009 6:46 pm

“ถ้าเจ้ายังก้าวเข้ามาอีก ข้าก็ไม่รับรองความปลอดภัยของจื่อหลง” คำพูดของลี่หูทำให้นางหยุดเท้า แต่มือของนางกลับเตรียมซัดเข็มเงินเพลิงพิรุณทำร้ายลี่หู
“พี่รอง หยุดเถอะ พอได้แล้ว” หม่าถงเข้าไปขวางกลางไว้เหมือนเดิม แต่หยูเยี่ยนไม่ยอมลดมือลง วันนี้นางพร้อมที่จะเสี่ยงเพื่อจะช่วยจื่อหลงให้ได้
“ข้าขอเตือนอีกครั้งว่าอย่าคิดลงมือ มิฉะนั้นข้าจะไม่รับรองความปลอดภัยของจื่อหลง” ลี่หูพูดเน้นเสียงในประโยคสุดท้ายให้หยูเยี่ยนได้ยินอย่างชัดเจน “อย่าลงมือ ถ้าอยากให้เขาปลอดภัย” ลี่หูพูดซ้ำอีกครั้งแล้วจึงกดปลายกระบี่ลงจนเลือดของจื่อหลงไหลซึมออกมาเล็กน้อย หยูเยี่ยนมองหน้าลี่หู หม่าถงและจึงก้มลงมองจื่อหลงอีกครั้งก่อนที่จะค่อยๆลดมือลง หม่าถงเมื่อเห็นว่าพี่สาวยอมแล้วจึงรีบเข้าไปหา ส่วนขุนพลเจิ้นก็เดินเข้ามาพร้อมทหารที่กำลังพาตัวจื่อหลงไป
“ข้าจะถือว่าความผิดครั้งนี้ของเจ้าไม่หนักหนานัก ข้าจะละเว้นให้ เพราะอย่างน้อยเจ้าก็มีส่วนช่วยทำให้ข้าจับตัวคนทรยศคนนี้ได้” ขุนพลเจิ้นเดินเข้าไปหาหยูเยี่ยนที่คุกเข่าลง โดยมีหม่าถงคุกเข่าอยู่ด้วยใกล้ๆ “มอบยาถอนพิษมาให้ข้า” ขุนพลเจิ้นแบมือออก หยูเยี่ยนเบือนหน้าไปทางหม่าถงเพื่อให้เขามอบยาถอนพิษที่นางฝากไว้ออกมาให้ขุนพลเจิ้น พอขุนพลเจิ้นได้ยาถอนพิษมาแล้วก็หัวเราะในลำคออย่างพอใจ เมื่อทุกอย่างเป็นไปตามแผน
“นายท่าน...ไว้ชีวิตพี่ใหญ่ด้วย” หยูเยี่ยนก้มหัวลงขอร้องขุนพลเจิ้นเมื่อผู้เป็นนายใหญ่กำลังจะหันหลังจากไป ท่าทางที่เฉยชาของอีกฝ่ายทำให้หยูเยี่ยนต้องเอ่ยปากขอร้องอีกครั้ง “ข้าจะให้ลี่หูเป็นคนจัดการกับจื่อหลง ถ้าเจ้าอยากจะขอให้ละเว้นจื่อหลง ก็ไปขอกับเขาสิ” ขุนพลเจิ้นพูดโดยไม่หันหน้ากลับมามองหยูเยี่ยน แต่เบนสายตาไปทางลี่หู หยูเยี่ยนได้ยินแบบนั้นก็หันหน้าไปหา
“ข้ารอวันที่จะได้เหยียบจื่อหลงให้จมดินมานานแล้ว เมื่อมีโอกาสก็ย่อมไม่ปล่อยให้หลุดมือ เจ้าก็อย่าห่วงเลย ข้าจะไม่ให้เขาตายง่ายๆ แต่จะค่อยๆทรมานให้เขาได้ตายอย่างช้าๆ มันถึงจะสะใจ” ลี่หูแสยะยิ้มและจึงย่อตัวลงไปพูดกับหยูเยี่ยนในระยะประชิด
“ข้าไม่ให้เขาตายง่ายๆหรอก ไม่ต้องเป็นห่วง” ลี่หูลุกขึ้นมาแล้วหัวเราะอย่างชอบใจ “ท่านพ่อเรากลับกันเถอะ ตอนนี้ข้าชักจะคันไม้คันมือ อยากจะสนุกกับของเล่นชิ้นใหม่ของข้าเต็มทนแล้วครับ”
“ได้ เพราะข้าก็ยังมีงานที่ต้องทำ จะมามัวเสียเวลาอยู่แถวนี้ก็คงจะไม่ได้เหมือนกัน” ขุนพลเจิ้นตบไหล่ลูกชายเบาๆและจึงเดินจากไปพร้อมกันสองพ่อลูก โดยที่ไม่สนใจหยูเยี่ยนได้ลุกขึ้นยืนเพื่อที่จะพยายามเข้าไปช่วยจื่อหลงให้ได้ แต่ว่านางก็ทำได้เพียงตะโกนตามหลังให้ขุนพลเจิ้นละเว้นจื่อหลงท่านั้น มิอาจทำสิ่งใดได้นอกเหนือจากนี้ จนสุดท้ายนางก็ทรุดกายลงกับพื้นก้มหน้าลงอย่างสิ้นหวัง พร้อมทั้งกล่าวโทษตนเองที่เป็นต้นเหตุทำให้จื่อหลงต้องถูกจับตัวกลับไป

ที่จวนของอำมาตย์ไป๋ อี้เซียงกับบิดานั่งรอจื่อหลงอย่างใจจดจ่อด้วยความหวังว่าเขาจะพาหมอเทวดามารักษาอี้หลานได้ แต่รอจนถึงเวลาบ่าย คนทั้งสองก็ยังไม่เห็นแม้แต่เงาของจื่อหลง จนกระทั่งบ่าวในบ้านวิ่งเข้ามารายงานว่าขุนพลเจิ้นพร้อมลูกชายเดินทางมาขอพบ สองพ่อลูกจึงได้หันมามองหน้ากันด้วยความแปลกใจ
“พี่ไป๋ ไม่ได้เจอกันเสียนานสบายดีนะ” ไม่ทันที่ท่านไป๋จะบอกบ่าวชายที่เข้ามาบอกให้ไปเชิญขุนพลเจิ้น แขกที่มาเยือนทั้งสองก็ปรากฏอยู่เบื้องหน้า “อ้าว..อี้เซียง ลุงได้ข่าวว่าเจ้าป่วย แต่พอเห็นเจ้ายืนได้แบบนี้เห็นทีว่าคงจะหายดีแล้วสินะ ลี่หูทักทายน้องหน่อยสิ” ขุนพลเจิ้นหันหน้าไปทางลูกชายที่ใบหน้าเรียบเฉย ไม่ได้แสดงออกถึงความดีใจที่ได้พบหน้าคนรัก จะผิดกับอี้เซียงถึงแม้ว่านางจะไม่ได้ยิ้มแสดงออกมาตรงๆ แต่สายตาของนางที่มองลี่หูก็บอกได้อย่างยิ่งว่านางดีใจมากแค่ไหนที่ได้เห็นหน้าเขาอีกครั้ง
“น้องเซียงไม่สบายเป็นอะไรไปหรอ ไม่เห็นให้ใครมาบอกข้าเลย ข้าจะได้มาเยี่ยม” ลี่หูเดินเข้ามาถามอี้เซียงที่ยืนอยู่ข้างท่านไป๋ ผู้อาวุโสมองหน้าชายหนุ่มอย่างนึกโกรธที่เขาไม่รับผิดชอบลูกสาวกับหลานที่กำลังจะเกิดมา
“อย่าได้รบกวนเจ้าเลยหลานชาย อี้เซียงไม่ได้เป็นอะไรมาก แต่ถึงจะเป็นอะไรไป นางก็มีพ่อกับพี่สาวคอยดูแลเป็นอย่างดีอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องให้ใครมาคอยเป็นห่วง” อำมาตย์ไป๋เสียงแข็งใส่ลี่หูและโอบไหล่ลูกสาวที่พยายามก้มหน้าลง นางไม่อยากเห็นสายตาที่มีแต่ความรู้สึกที่ว่างเปล่าของลี่หูแม้แต่น้อย
“อ๋อ..ก็จริงนะครับข้าลืมไป มิน่าตอนนี้น้องเซียงถึงได้ดูอ้วนขึ้น แต่อย่าให้อ้วนมากนักนะ เดี๋ยวจะไม่สวย” ลี่หูพูดหยอกล้อกับอี้เซียง หวังจะให้นางเงยหน้าขึ้นมาต่อว่าเขาสักคำก็ยังดี แต่ไม่เลย..อี้เซียงไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมาจึงทำให้ลี่หูต้องเป็นฝ่ายก้มหน้าลงไปหา แล้วยิ้มล้อพูดหยอกเย้าว่านางอ้วนขึ้น ทำให้อี้เซียงรู้สึกน้อยใจที่ลี่หูไม่ยอมรับเรื่องลูกและยังมาพูดเหมือนไม่รับรู้ว่านางกำลังท้องที่จะต้องอ้วนขึ้นเป็นธรรมดาอยู่แล้ว ท่านไป๋เข้าใจความรู้สึกของลูกสาวจึงได้รีบดึงตัวของอี้เซียงให้ไปยืนอยู่ข้างหลังของท่าน
“พี่เจิ้นมาหาข้าวันนี้ ไม่ทราบว่าท่านมีธุระสำคัญหรือไม่ เพราะถ้าไม่มีข้าคงต้องขออภัยที่ไม่อาจรับรองได้” ท่านไป๋พูดส่งแขกเป็นนัยอย่างมีมารยาท
“โธ่ๆพี่ไป๋พูดแบบนี้แสดงว่าถ้าข้าไม่มีเรื่องสำคัญคงมาหาท่านไม่ได้สินะ” ขุนพลเจิ้นเดินมือไขว้หลังไปยืนข้างลูกชายที่ยังคงยืนอยู่เบื้องหน้าอำมาตย์ไป๋ ผู้อาวุโสทั้งสองประสานสายตาอย่างที่ไม่มีใครยอมให้กัน

_________________


แก้ไขล่าสุดโดย tabtim เมื่อ Sun Jun 21, 2009 7:58 pm, ทั้งหมด 1 ครั้ง
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sun Jun 21, 2009 6:47 pm

“แล้วพี่เจิ้นมีเรื่องสำคัญอะไรมิทราบ ถ้าท่านไม่รีบกล่าวธุระของท่านออกมา เห็นทีข้าคงต้องขอเชิญ” ขุนพลเจิ้นยิ้มที่มุมปากค่อยๆลูบหนวดสีเทาของตนเองอย่างใจเย็น แม้จะถูกอีกฝ่ายไล่ ขุนพลเจิ้นก็ยังไม่มีท่าทางเคืองโกรธแต่กลับเดินไปนั่งลงที่เก้าอี้ โดยมีลี่หูตามไปยืนอยู่ข้างๆ
“ข้ามานี่ก็แค่อยากจะมาส่งข่าวเรื่องของจื่อหลงเท่านั้น เพราะคิดว่าพี่ไป๋อยู่แต่ในบ้านก็คงไม่ทราบสินะว่าตอนนี้จางจื่อหลงถูกข้าคุมตัวไว้ได้แล้ว ช่างน่าเสียดายนักที่พี่ไป๋อุตส่าห์เปลืองแรงให้เขานั่งเกี้ยวอำมาตย์ออกไปนอกเมือง เพื่อจะไปตามคนมาช่วยอี้หลาน แต่สุดท้ายก็ล้มเหลว” ขุนพลเจิ้นวางแขนไว้บนที่พักแขนและพิงหลังไปที่พนักพิงของเก้าอี้อย่างสบายใจ พร้อมทั้งหยิบขวดยาเล็กๆสีขาวขึ้นมา “ตอนนี้อี้หลานคงกำลังรอยาถอนพิษจากจื่อหลงอยู่ แต่น่าเศร้านักที่ยาถอนพิษกลับมาอยู่ในมือของข้าเสียได้ พี่ไป๋...เรื่องที่ข้าจะพูดกับท่านต่อจากนี้ มันสำคัญพอที่ท่านจะสละเวลามาคุยกับข้าได้รึยัง” สายตาของขุนพลเจิ้นดุจพญาราชสีห์ที่พร้อมจะตะครุบเหยื่อที่ยืนอยู่เบื้องหน้าแล้ว อำมาตย์ไป๋ที่พลาดท่าให้กับขุนพลเจิ้นอย่างง่ายดายถึงกับยืนนิ่งพูดไม่ออก มือของท่านไป๋ก็เย็นเฉียบดุจเดียวกับหัวใจของท่านที่ห่วงใยลูกสาว
“ท่านพ่อจะทำยังไงดีค่ะ” อี้เซียงจับมือบิดาไว้แน่น ถึงนางจะไม่รู้เรื่องราวต่างๆมาตั้งแต่ต้น แต่พอรู้ว่าจื่อหลงถูกจับ และยาถอนพิษก็อยู่ในมือของขุนพลเจิ้นแบบนี้ สีหน้าของนางก็มีความกังวลอยู่ไม่น้อย
“ไม่ต้องห่วง เจ้าไปอยู่เป็นเพื่อนพี่สาวของเจ้าก่อน เดี๋ยวทางนี้พ่อจะจัดการเอง” ท่านไป๋แตะมือลูกรักเบาๆอี้เซียงรับคำบิดารีบเดินเข้าไปด้านใน ในระหว่างที่อี้เซียงหันหลังเดินจากไปนั้น ขุนพลเจิ้นยังมิวายสังเกตลี่หูว่าจะมีท่าทางอย่างไรบ้าง แต่เมื่อเห็นเขาไม่มีท่าทางอาลัยอาวรณ์อี้เซียงแม้แต่น้อยก็นึกพอใจอยู่นิดหน่อย
“ธุระระหว่างท่านกับข้าคงจะคุยตรงนี้ไม่สะดวก ถ้าไม่ถือเป็นการลำบากจนเกินไปนัก ข้าขอเชิญที่ห้องทำงานของข้าจะดีกว่า...เชิญ” อำมาตย์ไป๋ผายมือออกเชื้อเชิญขุนพลเจิ้นให้เดินตามเข้าไปข้างใน ซึ่งขุนพลใหญ่ก็ไม่ปฏิเสธ

ที่ในห้องทำงานของอำมาตย์ไป๋ ขุนพลเจิ้นนั่งอยู่ที่เก้าอี้อย่างใจเย็นพร้อมลูกชายที่ติดตามเข้ามาด้วย ในขณะที่อำมาตย์ไป๋สีหน้าเคร่งเครียดแต่ยังเก็บความรู้สึกเอาไว้ได้ทั้งหมด ท่านไป๋เอ่ยถามกับขุนพลเจิ้นตรงๆว่าเขาต้องการอะไร ซึ่งอีกฝ่ายก็ยังคงนั่งเงียบ เหมือนกำลังต้องการที่จะแกล้งให้อำมาตย์ไป๋หมดความอดทนให้ได้
“พี่เจิ้น..ขุนพลเจิ้น ท่านต้องการอะไรกันแน่ หรือต้องการจะให้ข้าลงไปคุกเข่าขอร้องท่านเสียก่อน ถึงจะยอมมอบยาถอนพิษให้ข้า” ในที่สุดอำมาตย์ไป๋ก็หมดความอดทนจริงๆ ท่านรู้แน่แก่ใจว่าขุนพลเจิ้นต้องการใช้ยาถอนพิษมาต่อรองอะไรสักอย่างกับท่านแน่ๆ ถึงได้พูดออกมาอย่างไม่มีอ้อมค้อมอีกต่อไปแล้ว
“ท่านก็น่าจะรู้ที่ผ่านมาข้าอยากให้ลี่หูได้แต่งงานกับอี้หลาน เพื่อที่เราสองครอบครัวจะได้เป็นทองแผ่นเดียวกัน แต่น่าเสียดายที่ท่านคอยปฏิเสธน้ำใจของข้า แล้วไม่ทราบว่าตอนนี้ถ้าหากข้าจะพูดถึงเรื่องนี้อีกครั้ง ท่านยังจะปฏิเสธข้าอีกไหม” อำมาตย์ไป๋อึ้งไปเล็กน้อยที่ขุนพลเจิ้นเอ่ยถึงเรื่องการแต่งงานขึ้นมา
“ข้าไม่ปฏิเสธ ถ้าหากท่านจะให้ลี่หูแต่งงานกับลูกสาวของข้า แต่ต้องเป็นอี้เซียงเท่านั้น ไม่ใช่อี้หลาน ข้าถึงจะยอมตกลงด้วย” อำมาตย์ไป๋พูดขึ้นมาอย่างชัดเจน ในเมื่อเหตุการณ์ทุกอย่างล่วงเลยมาจนถึงขนาดนี้แล้ว ท่านก็ไม่มีอะไรที่จะต้องเสียไปมากกว่านี้ ถ้าจะต้องร่วมมือกับขุนพลเจิ้นทางอ้อม ท่านก็ขอทำให้ลูกสาวคนเล็กได้สมหวังและได้ช่วยชีวิตลูกสาวคนโตไปพร้อมๆกัน แต่ดูเหมือนว่าข้อเสนอนี้จะทำให้ขุนพลเจิ้นถึงขนาดหัวเราะลั่น ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย
“ให้ลี่หูแต่งกับอี้เซียง ท่านช่างคิดมาได้ ทำไมไม่ฟังความเห็นของลี่หูซะก่อนล่ะว่าเขาอยากจะแต่งกับใครกันแน่” ขุนพลเจิ้นหันหน้าไปหาลูกชาย “บอกว่าที่พ่อตาของเจ้าไปสิ ว่าเจ้าอยากแต่งงานกับใคร อี้หลานหรือว่าอี้เซียง” ขุนพลเจิ้นใช้น้ำเสียงปกติ หากแต่สายตาดุรอคอยคำตอบของลี่หู ชายหนุ่มยิ้มเพียงเล็กน้อยเหมือนได้คิดคำตอบไว้ในใจแล้ว
“ข้าต้องการแต่งงานกับอี้หลานเท่านั้น ถ้าท่านลุงจะให้ข้าแต่งกับอี้เซียง ข้าคงต้องปฏิเสธ” ลี่หูตอบด้วยน้ำเสียงที่ทั้งมั่นคงและหนักแน่น สร้างความผิดหวังให้กับอำมาตย์ไป๋ แต่ในขณะเดียวกันก็สร้างความพอใจให้ขุนพลเจิ้น
“งั้นก็สรุปว่าข้อเสนอนี้ก็คงต้องตกไปแล้ว เพราะท่านเป็นคนพูดเอง ถ้าหากจะแต่งก็ต้องแต่งกับอี้เซียงถึงจะยอมตกลงด้วย แล้วทีนี้อี้หลานจะทำยังไงดี ในเมื่อนางไม่ใช่ลูกสะใภ้ของข้า ข้ายังจะช่วยนางดีไหม” ขุนพลเจิ้นมองขวดยาถอนพิษที่ยังอยู่ในมือ อำมาตย์ไป๋มองไปที่ขวดยาสีขาวอย่างคิดหนัก เพราะถ้าท่านยอมให้อี้หลานแต่งงานกับลี่หู ท่านก็จะรักษาชีวิตของลูกสาวคนโตไว้ได้ แต่ในขณะเดียวกันท่านก็ได้ลงมือทำร้ายลูกสาวคนเล็กด้วยมือของท่านเอง ซึ่งท่านคงทำไม่ได้
“พี่ไป๋คิดนานจัง หรือว่าตัดสินใจไม่ได้” ท่านไป๋ยังอ้ำอึ้ง ถอนหายใจครั้งแล้วครั้งเล่า “ข้ารู้ว่าท่านคงกำลังจะมีความคิดเอาเรื่องที่ข้าทำไว้มาต่อรองกับข้าเพื่อแลกกับยาถอนพิษ แต่ท่านคิดผิดแล้วในเมื่อสิ่งที่ข้าทำลงไปทั้งหมดนั้น ข้าย่อมทราบผลร้ายที่จะต้องตามมา ข้าถึงไม่เคยคิดกลัวและกล้าที่จะเสี่ยงเพราะผลตอบแทนมันคุ้มค่ามากกว่านัก เพราะถึงข้าพลาด ตอนนี้ข้าก็มีลูกสาวของท่านตามไปเป็นเพื่อน และไม่ใช่แค่หนึ่งคน แต่เป็น..สองคน” ขุนพลเจิ้นเดาความคิดของอำมาตย์ออกอย่างทะลุปรุโปร่ง เมื่อท่านไป๋หมดหนทางต่อรอง ท่านไป๋จะต้องยกเอาความผิดที่ขุนพลเจิ้นทำไว้มาข่มขู่ ดังนั้นก่อนที่ขุนพลเจิ้นจะมาที่นี่จึงได้วางแผนทุกอย่างไว้อย่างรัดกุมแล้ว เพียงขุนพลเจิ้นพูดจบ อี้เซียงก็ถูกลู่ฟงควบคุมตัวเข้ามาในห้อง ส่วนอี้หลานที่ยังพอมีสติเหลืออยู่อีกเพียงเล็กน้อยก็ถูกคนของขุนพลเจิ้นสองคนหามเข้ามาเช่นกัน

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sun Jun 21, 2009 6:47 pm

“นี่ท่าน..ปล่อยลูกสาวของข้าไปเดี๋ยวนี้นะ”
“ปล่อยอย่างงั้นรึ ได้..แต่ท่านต้องยอมลงลายมือในหนังสือฉบับนี้เสียก่อน” สุดท้ายจิ้งจอกเฒ่าเจ้าเล่ห์ก็พูดจุดประสงค์ที่แท้จริงออกมาจนได้ หนังสือสัญญาที่เหมือนเป็นข้อตกลงว่าด้วยการร่วมมือกันระหว่างอำมาตย์ไป๋กับแค้วนเหลียว มันเหมือนเป็นหนังสือสัญญามรณะ
“ว่ายังไง ขอเพียงท่านยอมลงลายมือ ข้าก็จะมอบยาถอนพิษให้อี้หลาน แล้วก็จะปล่อยอี้เซียงเป็นอิสระ แต่ถ้าไม่ยอม..ข้าก็จะส่งลูกสาวสองคนของท่านไปอยู่เป็นเพื่อนลูกชายคนโตของท่านดีไหม” อำมาตย์ไป๋ร่างกายเย็นวาบ เมื่อได้รับรู้ความจริงเรื่องการตายของเทียนเซิ่น
“ท่านพ่ออย่าไปยอมนะค่ะ ข้าไม่กลัวตายหรอกค่ะ” อี้เซียงน้ำตาไหลบอกบิดา นางนึกโกรธตัวเองที่หลงไว้ใจลู่ฟงมาโดยตลอด ถึงไม่ได้เฉลียวใจที่เห็นเขามาหาในเวลาแบบนี้ จนเป็นเหตุให้นางต้องถูกลู่ฟงจับตัวไว้ได้โดยง่าย
“ปากดีนักนะ” ขุนพลเจิ้นหันไปมองตาดุ “ลี่หู..ตบปากสั่งสอนนังตัวดีหน่อยสิ จะได้หยุดพูด” คำสั่งของขุนพลเจิ้นทำให้ลู่ฟงถึงกลับสะดุ้ง ไม่คิดว่าขุนพลเจิ้นจะสั่งให้ลี่หูตบหน้าอี้เซียง ซึ่งตอนนี้ลี่หูก็รับคำและกำลังเดินเข้ามาหาอี้เซียงที่ถูกมัดมือไขว้หลังไว้ “ตบสิ” ขุนพลเจิ้นตะโกนสั่งอีกครั้ง ทำให้ทุกคนที่อยู่ในห้องได้ยินเสียงฝ่ามือของลี่หูกระทบหน้าของอี้เซียงอย่างแรงจนปรากฏเป็นรอยฝ่ามือ
“หยุดนะ อย่าทำร้ายลูกสาวของข้า” อำมาตย์ไป๋ทนไม่ได้รีบพูดห้าม ลี่หูที่กำลังเงื้อมมือขึ้นตบหน้าอี้เซียงอีกข้างก็ลดมือลง
“ยอมแล้วใช่ไหม” ขุนพลเจิ้นยิ้มเยาะ อำมาตย์ไป๋หัวใจหนักอึ้งมองลูกสาวสองคน ท่านกำลังจะรับปากแต่อี้เซียงก็ร้องตะโกนห้ามบิดาไม่ให้ยอมทำตามที่ขุนพลเจิ้นข่มขู่
“ท่านพ่ออย่ายอมนะค่ะ ข้าขอยอมตายเสียยังดีกว่า” อี้หลานรวบรวมเรี่ยวแรงบอกกับบิดาอย่างยากลำบากจนอาเจียนออกมาเป็นเลือด ท่านไป๋เห็นลูกรักสองคนต่างยอมตายด้วยกันทั้งคู่ หัวใจของท่านก็หนักอึ้งด้วยที่ไม่สามารถยอมให้เป็นแบบนั้นได้ ขุนพลเจิ้นที่เหมือนจะรู้ผลแล้วแต่ยังอยากจะลองใจลี่หูอีกครั้ง จึงได้เดินไปหาลูกชายที่ยืนอยู่ข้างหน้าของอี้เซียง พร้อมทั้งยื่นมีดสั้นให้ลี่หูถือไว้
“ข้าเคยบอกจะให้เจ้าช่วยทำงานให้ชิ้นหนึ่ง ตอนนี้เจ้าก็ช่วยทำให้ข้าได้แล้ว” ลี่หูมองหน้าบิดาพร้อมทั้งก้มลงมองดูมีดที่อยู่ในมืออย่างไม่แน่ใจ
“นายท่าน..นี่ท่านคงไม่คิดจะให้เขา..ฆ่าอี้เซียงนะขอรับ” ลู่ฟงที่ยืนเงียบอยู่นานเบิกตากว้าง ไม่ว่ายังไงเขาก็ทนเห็นอี้เซียงตายไปต่อหน้าต่อตาไม่ได้เด็ดขาด
“ไม่..ถ้านางตายไป เจ้าก็จะมาแค้นข้านะสิ” ขุนพลเจิ้นพูดอย่างรู้ทันในความคิดของลู่ฟงทุกอย่าง ถึงได้พูดเช่นนั้น เพราะอย่างไรเสียขุนพลเจิ้นก็ยังไม่อยากได้ลู่ฟงมาเป็นศัตรู “ข้าอยากให้เจ้าช่วยกรีดหน้าสวยๆของนางให้ข้าดูสักแผล เพื่อที่พ่อของนางจะได้จำเอาไว้ ถ้าคิดจะต่อกรกับคนอย่างข้า มันไม่ง่ายอย่างที่คิด” ขุนพลเจิ้นหันไปพูดกับอำมาตย์ไป๋ และหันมาสั่งเสียงเข้มกับลูกชายให้ลงมือ
“ข้ายอมแล้ว ยอมลงลายมือแล้ว อย่าทำร้ายลูกสาวของข้าได้ไหม” อำมาตย์ไป๋ทนไม่ได้คุกเข่าลงกับพื้นทันที ตอนนี้จะให้ท่านทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น ขอเพียงละเว้นลูกสาวของท่านสองคน ท่านยอมทุกอย่าง ขุนพลเจิ้นยกมือขึ้นให้ลี่หูอย่าเพิ่งลงมือและจึงเดินเข้าไปหาอำมาตย์ไป๋ ยื่นหนังสือฉบับนั้นให้ท่านไป๋อ่านให้ชัดเจนดีเสียก่อนแล้วถึงค่อยตัดสินใจก็ยังไม่สาย แต่อำมาตย์ไป๋ยืนยันคำพูดเดิม ท่านยอมลงลายมือในหนังสือ แม้ลูกสาวจะส่งเสียงร้องห้ามแต่ก็ไม่เป็นผล เมื่อท่านไป๋ค่อยๆเดินกลับไปที่โต๊ะทำงานเพื่อลงชื่อด้วยมือที่สั่นเทา ขุนพลเจิ้นบอกให้อำมาตย์ไป๋ลงตราประทับด้วย ซึ่งท่านไป๋ยังคงทำตามทุกอย่างจนขุนพลเจิ้นเปล่งเสียงหัวเราะชอบใจที่ตนเองเป็นฝ่ายชนะ
“มอบยาถอนพิษให้อี้หลานและก็ปล่อยอี้เซียงได้แล้ว” อำมาตย์ไป๋เอ่ยกับขุนพลเจิ้นด้วยน้ำเสียงที่ทั้งท้อแท้และหดหู่ ขุนพลเจิ้นก็รักษาคำพูด เมื่อได้สิ่งที่ต้องการแล้วจึงได้นำยาถอนพิษให้อี้หลานกินเข้าไป หญิงสาวถูกขุนพลเจิ้นบีบปากและบังคับให้กลืนยาลงท้อง สักพักนางก็ส่งเสียงร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดก่อนที่จะหมดสติ จนสร้างความตกใจให้อำมาตย์ไป๋จนต้องต่อว่าขุนพลเจิ้นที่โกหกไม่ยอมมอบยาถอนพิษของจริงช่วยอี้หลาน แต่ขุนพลเจิ้นเพียงบอกว่า ยาจะเป็นของจริงหรือไม่ อีกครึ่งชั่วยาม อำมาตย์ไป๋ก็จะรู้ หลังจากนั้นขุนพลเจิ้นก็เดินเข้าไปหาอี้เซียง ลู่ฟงที่ยืนรออยู่แล้วก็เตรียมจะแก้มัดให้ แต่ขุนพลเจิ้นรีบยกมือห้ามไว้ก่อน พร้อมทั้งหันไปหาลี่หู
“เจ้ายังไม่ได้ทำตามคำสั่งของข้าเลยนะ ตอนนี้ก็ทำได้แล้ว” ลี่หูมีสีหน้าตื่นตะหนกเล็กน้อย ซึ่งขุนพลเจิ้นก็ดูออก
“ข้าก็ยอมร่วมมือด้วยแล้ว ท่านยังจะสั่งให้ลี่หูทำร้ายอี้เซียงอีกทำไมกัน” อำมาตย์ไป๋ที่เพิ่งเข้าไปประคองอี้หลานตะโกนบอกขุนพลเจิ้น แต่เหมือนอีกฝ่ายจะไม่สนใจเท่าใดนัก
“ข้าอยากให้ท่านจำใส่ใจไว้ คราวหน้าจะได้ไม่คิดงัดข้ากับคนอย่างข้าอีกยังไงล่ะ” ขุนพลเจิ้นแสยะยิ้มให้อำมาตย์ไป๋แล้วจึงหันไปหาลี่หูอีกครั้งพร้อมคำสั่งที่เด็ดขาด “ลงมือ” สายตาของขุนพลเจิ้นแข็งกร้าว น้ำเสียงก็ดุดัน ลี่หูรู้ดีว่าบิดาต้องการจะลองใจเขาถึงได้มีคำสั่งแบบนี้ ชายหนุ่มกำมีดที่อยู่ในมือแน่นแล้วหันหน้าไปหาอี้เซียงอีกครั้ง
“อย่านะ...อย่าทำนะ” ลู่ฟงเอ่ยห้ามลี่หูด้วยแววตาแข็งกร้าว หากลี่หูทำให้อี้เซียงเจ็บ เขาย่อมเจ็บไปด้วย ขุนพลเจิ้นที่ต้องการจะลองใจลี่หูจึงได้ออกคำสั่งให้ลู่ฟงจับตัวอี้เซียงไว้ให้แน่น และให้คนของขุนพลเจิ้นอีกสองคนช่วยกันจับตัวอำมาตย์ไป๋ไว้ที่กำลังจะเข้ามาห้าม
“ลงมือสิ ข้าขอแค่แผลบนใบหน้าของนางแค่แผลเดียวเท่านั้น เจ้าคงทำได้ใช่ไหม” ขุนพลเจิ้นออกคำสั่งอีกครั้ง ทำให้ลี่หูรับคำว่า ‘ทำได้’ คำตอบของลี่หู ทำให้อี้เซียงร้องไห้ด้วยความเสียใจ นางหมดแรงที่จะขอร้องลี่หูจึงได้แต่หลับตาลงยอมรับ เมื่อบัดนี้คนที่นางรักจนหมดหัวใจค่อยๆหันคมมีดเข้าหาใบหน้าของนางช้าๆ ลี่หูมองอี้เซียงด้วยสีหน้าที่เรียบเฉย ไร้ความรู้สึก หากแต่ดวงตาของเขากลับแดงกร่ำด้วยที่พยายามซ่อนความรู้สึกที่อยู่ภายในใจเอาไว้ให้ได้ แม้มือของเขาจะสั่นไหวแต่ก็ต้องบังคับมันไว้ให้นิ่งที่สุด เพื่อที่จะได้ค่อยๆกดคมมีดให้อี้เซียงเจ็บได้น้อยที่สุด แต่ทุกหยดเลือดที่เกิดจากคมมีดในมือของลี่หู มันก็เป็นเหมือนมีดที่กรีดลงไปที่กลางใจของเขาด้วย อี้เซียงเจ็บสิบเท่า แต่ลี่หูเจ็บเป็นร้อยเท่า

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sun Jun 21, 2009 6:48 pm

“รู้สึกตัวแล้วหรอ” เสียงชายหนุ่มที่คุ้นเคยดังอยู่ใกล้ๆ ทำให้จื่อหลงที่เพิ่งจะรู้สึกตัวต้องเงยหน้าขึ้นมามองเจ้าของเสียงให้ชัดๆ
“น้องสาม..เจ้าเองหรอ” จื่อหลงพูดทักตอบ พร้อมทั้งพยายามขยับตัว แต่ก็ต้องพบว่ามันเปล่าประโยชน์เมื่อทั้งแขนและขาของเขานั้น ถูกโซ่พันธนาการไว้อย่างแน่นหนา แม้ว่าจะมีพละกำลังเท่าใด ตอนนี้กลับเหมือนไร้สิ้นเรี่ยวแรง
“พี่ใหญ่อย่าได้ฝืนตัวเองไปเลย เพราะพิษที่พี่รองให้ท่านกินเข้าไปแม้ว่าท่านจะได้กินยาถอนพิษแล้ว แต่กว่าพลังยุทธ์ของท่านจะฟื้นคืน อย่างน้อยก็คงอีกสิบสองชั่วยาม เพราะฉะนั้นถึงท่านจะออกแรงไปก็เหนื่อยเปล่า” ลี่หูที่นั่งบนเก้าอี้ที่ตั้งอยู่เบื้องหน้าของจื่อหลงนั้น ก้มลงมองดูมือข้างขวาที่กำลังกำมือและเบมือออกอยู่หลายครั้ง “พี่รองช่างฉลาดจริงๆ ที่หลอกให้ท่านดื่มยาพิษสลายพลังได้ เพราะกว่าท่านจะรู้สึกตัว กว่าที่พลังยุทธ์จะกลับคืนมา นางก็คงจะพาท่านหนีไปได้ไกล จนยากที่จะกลับมาหาอี้หลานได้อีกแล้ว เขาถึงได้บอกว่าผู้หญิงเวลารักใครสักคน นางจะสามารถทำได้ทุกอย่าง และเพราะความรักนี่ยังไงที่ทำให้พี่รองฉลาดน้อยกว่าข้าไปครึ่งนึง ท่านถึงได้ถูกข้าจับตัวมาได้อย่างง่ายดายนัก” จื่อหลงมองลี่หูที่กำลังนั่งยิ้มให้เขาอย่างเย้ยหยัน จนเขาต้องส่ายหน้าในความไม่รู้สำนึกของลี่หู
“แต่ข้าว่าหยูเยี่ยนยังดีกว่าเจ้านัก เพราะอย่างน้อยนางก็สามารถทำเพื่อคนที่นางรักได้ ส่วนตัวเจ้าไม่เคยทำอะไรเพื่อคนที่เจ้ารักเลยสักครั้ง นอกเสียจากทำเพื่อตัวเองเท่านั้น” ลี่หูได้ฟังคำต่อว่าของจื่อหลงก็เงยหน้าเข้ามาหาและลุกขึ้นเดินไปยืนอยู่เบื้องหน้าของจื่อหลง ลี่หูใช้มือบีบคางของจื่อหลงเพื่อจะจับเขาให้เงยหน้าขึ้นมา
“ใช่..ข้าทำเพื่อตัวเอง แล้วมันผิดตรงไหน ในเมื่อข้าก็ไม่ได้สูงส่งเหมือนกับท่านที่เสียสละได้เพื่อคนรัก ถึงขนาดเอาชีวิตเข้าแลกกับยาถอนพิษ มันช่างน่าซาบซึ้งใจเสียจริงๆ” ลี่หูทำน้ำเสียงประชดแล้วจึงปล่อยมือที่บีบคางของจื่อหลงไว้เพื่อเปลี่ยนมาดึงคอเสื้อ “แล้วท่านจะไม่อยากรู้เลยหรือว่าตอนนี้คนรักของท่านเป็นอย่างไรบ้าง นางจะยังอยู่หรือว่าตายไปแล้ว”
“อี้หลาน..เจ้าทำอะไรนาง” จื่อหลงน้ำเสียงร้อนรน ทำให้ลี่หูยกนิ้วชี้ขึ้นมาแตะปากตนเอง
“จุ๊ๆ อย่าได้พูดแบบนั้นสิ ข้ารึจะกล้าไปทำร้ายนางในดวงใจของท่านได้ เอาเป็นว่าข้าจะบอกให้ท่านได้สบายใจแล้วกัน ตอนนี้อี้หลานได้ยาถอนพิษไปแล้ว นางปลอดภัย ยังมีชีวิตอยู่ พอใจรึยัง” จื่อหลงใช้สายตาที่แข็งกร้าวถามกับลี่หู เพื่อย้ำให้แน่ใจว่าอีกฝ่ายไม่ได้พูดโกหก ลี่หูก็เลิกคิ้วและพยักหน้าขึ้นลงช้าๆจนจื่อหลงยอมเชื่อ
“ถ้าอี้หลานไม่เป็นอะไรแล้ว ข้าก็หมดห่วง คงได้นอนตายตาหลับสักที” จื่อหลงรู้ดีว่าสิ่งที่เขาได้ทำลงไปนั้น ขุนพลเจิ้นต้องไม่ละเว้นชีวิตของเขาแน่ เขาถึงได้คอยบอกตัวเองว่ายังตายไม่ได้ แต่พอได้รู้ว่าอี้หลานปลอดภัย ความห่วงกังวลที่มีอยู่ก็หายไปสิ้น จนเอ่ยกับลี่หูด้วยความรู้สึกที่พร้อมจะยอมรับการลงโทษทุกอย่าง
“คิดจะตายมันไม่ง่ายนักหรอก เพราะยังไงข้าก็จะเก็บท่านไว้เพื่อจะค่อยๆทรมานท่านไปอีกเรื่อยๆ” ลี่หูยิ้มที่มุมปากแล้วจึงเดินไปหยิบแส้ที่วางไว้ขึ้นมาและเดินกลับมาหาจื่อหลงอีกครั้ง
“ท่านเป็นคนทำให้ข้าต้องเสียอี้เซียงไป ข้ายังไม่เคยคิดบัญชีกับท่านสักครั้ง ถ้ายังไงวันนี้ข้าก็จะให้ท่านได้ชดใช้ให้ข้าอย่างสาสม” ลี่หูพูดเน้นเสียงพร้อมทั้งฟาดแส้ลงกับพื้น ฝุ่นจนพื้นที่ถูกแส้กระทบลงไปลอยฟุ้งขึ้นมา
“ข้าไม่ใช่คนที่ทำให้เจ้าต้องเสียอี้เซียงไป แต่ที่มันต้องเป็นแบบนี้เพราะตัวของเจ้าเองทั้งนั้น” จื่อหลงจ้องหน้าลี่หูโดยที่ไม่รู้สึกหวาดกลัวแม้แต่น้อย
“ทำไมจะไม่ใช่..ถ้าไม่ใช่เพราะท่าน ข้าคงไม่ต้องยกอี้เซียงให้คนอื่น” ดวงตาของลี่หูแข็งกร้าว สีหน้าแดงเข้ม “และถ้าท่านไม่ทำเป็นใจดี ยกงานของท่านให้ข้า ข้าก็ไม่ต้องเสียนางไปแบบนี้ จางจื่อหลง..ข้าจะให้ท่านได้ชดใช้” น้ำเสียงของลี่หูเกรี้ยวกราด เส้นเลือดที่ขมับบวมปูดขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด เพียงสิ้นคำพูดของเขา ลี่หูก็ฟาดแส้ไปที่ร่างของจื่อหลง
“เจ้าทำตัวเอง เจ้ามันบ้าอำนาจ” สิ้นเสียงคำด่าทอของจื่อหลง ลี่หูก็ฟาดแส้ไปที่ร่างของเขาอีกครั้ง
“ใช่..ข้ามันบ้าอำนาจ ข้าอยากอยู่เหนือคนอื่น ข้าถึงได้ยอมตัดใจจากอี้เซียง ไม่ใยดีต่อนางอีกแล้ว”
“ไม่จริง เจ้ายังรักนางอยู่ มิเช่นนั้นเจ้าคงไม่โกรธข้าถึงขนาดนี้ น้องสาม..อี้เซียงเป็นอะไรกับเจ้า ทำไมถึงทำเป็นจำไม่ได้” จื่อหลงกำลังพยายามพูดให้ลี่หูได้สติ เพราะเขาเชื่อมั่นในความรักที่ลี่หูมีต่ออี้เซียง ไม่เชื่อว่าอำนาจจะทำให้ลี่หูตาบอด
“รักอย่างงั้นหรอ ถ้าข้ายังรักนางอยู่ วันนี้ข้าคงใช้มีดกรีดหน้าของนางไม่ได้นะสิ” ลี่หูเดินเข้าไปบอกจื่อหลงใกล้ๆด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น
“เจ้าว่าอะไรนะ” จื่อหลงถามด้วยน้ำเสียงที่ไม่อยากจะเชื่อว่าลี่หูจะกล้าลงมือทำร้ายอี้เซียงได้
“ฟังให้ดีๆ วันนี้ข้าใช้มีดทำลายโฉมของอี้เซียง ท่านได้ยินชัดแล้วรึยัง” ลี่หูขยับตัวเข้าไปใกล้จื่อหลงมากขึ้น จนเขาสามารถเห็นดวงตาที่แดงกร่ำของลี่หู
“ข้ามองเจ้าผิดไปจริงๆ เจ้าหลงใหลในอำนาจจนยากที่จะกลับตัวได้อีกแล้ว” น้ำเสียงของจื่อหลงแสดงถึงความผิดหวัง ลี่หูเพียงยิ้มเยาะและถอยหลังออกมา
“ข้า..เคยตาบอดเพราะความรัก แต่ตอนนี้ข้าตาสว่างแล้ว ความรักทำให้ข้าหมดสิ้นทุกอย่าง และเพื่อจะให้ได้สิ่งที่ข้าเสียไปกลับคืนมา ข้าจะต้องกำจัดท่านให้ได้เป็นคนแรก” ลี่หูพูดจบก็ฟาดแส้ไปที่ร่างของจื่อหลงอีกครั้ง พอได้เห็นจื่อหลงเจ็บลี่หูก็เปล่งเสียงหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง ยิ่งจื่อหลงด่าทอก็เหมือนยิ่งไปเติมเชื้อไฟให้ลี่หูได้ระบายความโกรธไปที่ร่างของจื่อหลงมากขึ้น ลี่หูใช้แส้ฟาดจื่อหลงไปได้สี่ครั้งเขาก็หยุดมือแล้วจึงหันไปหยิบเหล็กที่เผาไฟจนร้อนเดินเข้ามาจื่อหลงและจึงทาบเหล็กที่ถูกไฟเผานั้นไปที่หน้าอกของจื่อหลง

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sun Jun 21, 2009 7:02 pm

“ร้องสิ ขอชีวิตกับข้า” ลี่หูพูดเมื่อดึงเหล็กที่ถูกไฟเผาออกมาจากตัวของจื่อหลง ความแสบร้อนที่เกิดจากเหล็กที่ถูกไฟเผามิได้ทำให้จื่อหลงแสดงความอ่อนแอถึงขนาดเอ่ยปากขอร้องลี่หูให้ละเว้น แม้แต่เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดก็ยังไม่หลุดออกมาจากปากของจื่อหลง จะมีเพียงเม็ดเหงื่อที่ปรากฏอยู่บนใบหน้าเท่านั้น
“ร้องสิ ข้าบอกให้ร้อง” เมื่อจื่อหลงไม่ปริปากสักคำ ลี่หูจึงใช้กำปั้นชกที่ไปที่หน้าท้องของจื่อหลง “ข้าบอกให้ร้อง” แล้วเขาก็เกร็งกำปั้นชกไปอีกครั้ง คราวนี้จื่อหลงส่งเสียงครางออกมาเบาๆ
“ฆ่าข้าซะ” จื่อหลงบอกลี่หูด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา แต่ลี่หูส่ายหน้าเพราะไม่เคยคิดจะให้จื่อหลงตายตอนนี้
“ไม่ต้องรีบร้อน นักโทษที่เป็นกบฏยังไงก็ต้องถูกประหาร ถึงตอนนั้นท่านอยากจะตายข้าก็ไม่คิดจะขัดข้องอยู่แล้ว” ลี่หูถอยห่างจากจื่อหลงมาอีกครั้งเพื่อจะโยนเหล็กลงไปที่เตาเผา เขารอจนเหล็กร้อนเป็นสีแดงจึงได้หยิบขึ้นมาใหม่ และถามกับจื่อหลงว่าจะให้เขาทาบเหล็กร้อนๆไปที่ตรงไหน ในระหว่างที่พูดไปนั้นลี่หูก็แกล้งเอาเหล็กที่ถูกไฟเผาไปอยู่ใกล้ๆบริเวณใบหน้าของจื่อหลง
“ถ้าข้าทำให้ใบหน้าของท่านเสียโฉม อี้หลานยังจะรักท่านอยู่อีกไหม” ลี่หูพูดแล้วก็หัวเราะเหมือนคนที่กำลังเสียสติ เมื่อจื่อหลงไม่ตอบ เขาก็ทำทีเป็นถอนหายใจแล้วเดินกลับไปที่เตาเผาอีกครั้ง
“สงสัยเหล็กจะร้อนไม่พอ ใจเย็นๆนะ ให้มันร้อนกว่านี้ แล้วข้าจะสนุกกับท่านต่อ” ลี่หูค่อยๆเผาเหล็กให้ร้อนอย่างสบายใจไปเรื่อยๆจนกระทั่งหางตาของเขาที่เห็นเงาร่างของขุนพลเจิ้นที่แอบดูอยู่ที่ประตูห้องขังด้านนอกตั้งแต่ต้นเดินจากไปแล้ว ชายหนุ่มถึงได้ยอมทิ้งเหล็กที่กำลังเผาอยู่ในมือ และเมื่อรอจนแน่ใจว่าขุนพลเจิ้นจะไม่ย้อนกลับมาอีก ลี่หูจึงได้เดินออกไปจากห้องขัง ปล่อยให้จื่อหลงทำหน้านิ่วคิ้วขมวดด้วยความสงสัยและไม่เข้าใจว่าลี่หูกำลังทำอะไรกันแน่ เพราะตั้งแต่ต้นที่ลี่หูทำร้ายจื่อหลงด้วยวิธีต่างๆนั้น มีเพียงเหล็กที่ถูกเผาจนร้อนเท่านั้นที่ทำให้ผิวหนังของจื่อหลงเป็นรอย

พระจันทร์สีหม่นของยามราตรีในคืนนี้ทำให้หญิงสาวสองคนที่นั่งอยู่ริมระเบียงต่างมีความรู้สึกที่หม่นหมองไม่ต่างจากแสงจันทร์บนฟ้า อี้หลานที่แม้จะรอดพ้นจากความตายมาได้ แต่ร่างกายของนางก็ยังอ่อนเพลียอยู่มาก จนสังเกตได้จากใบหน้าที่ยังคงซีดเซียว แม้ร่างกายของอี้หลานต้องการที่จะพักแต่ใจของนางกลับฝืนไว้ด้วยที่ยังเป็นกังวลด้วยความเป็นห่วงชายคนรักจนมิอาจข่มตาให้หลับลงได้ อี้เซียงรู้ว่าพี่สาวไม่สบายใจจึงได้มานั่งชมจันทร์เป็นเพื่อน
“พี่รอง..อย่าห่วงเลยค่ะ พี่จื่อหลงเป็นดี สวรรค์ย่อมคุ้มครอง เขาต้องไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ” อี้เซียงกุมมือพี่สาวเอาไว้อย่างให้กำลังใจ อี้หลานยิ้มเล็กน้อยค่อยๆยกมือขึ้นเชยคางของน้องสาว
“น้องเซียงยังเจ็บอยู่ไหม” แม้อี้หลานจะห่วงใยจื่อหลง แต่นางก็ไม่ลืมที่จะถามน้องสาวถึงบาดแผลบนใบหน้า
“ไม่เจ็บแล้วค่ะ แผลเล็กนิดเดียว อีกไม่กี่วันก็หาย” อี้เซียงยิ้มเพื่อไม่ให้พี่สาวเป็นห่วง บาดแผลของอี้เซียงนั้นแม้ตอนแรกจะเห็นว่ามีเลือดออกมาเยอะจนทำให้ท่านไป๋ตกใจและเป็นห่วงอย่างมาก เพราะกลัวว่าใบหน้าของลูกสาวจะมีรอยแผลเป็น แต่เมื่อได้ล้างแผลและใส่ยาแล้ว ถึงได้รู้ว่าบาดแผลนั้นเพียงเป็นรอยแค่ผิวเผิน ไม่ได้บาดลึกอย่างที่เข้าใจในตอนแรก
“แล้วแผลที่ใจของเจ้าล่ะจ๊ะ หายเจ็บแล้วรึยัง” อี้หลานลูบหัวน้องสาวอย่างปลอบโยน อี้เซียงยังคงยิ้มและโผเข้าสวมกอดพี่สาว
“ข้าเจ็บจนชินแล้วค่ะ ต่อให้ต้องเจ็บมากกว่านี้ ก็คงไม่รู้สึกอะไรอีกแล้ว” อี้หลานได้ฟังคำของน้องรักก็ถอนหายใจอย่างนึกสงสาร “พี่รองไม่ต้องห่วงข้านะค่ะ ข้าไม่เป็นไรจริงๆ เขาทำตัวของเขาเอง เลือกทางเดินของเขาเอง ไม่ว่าหลังจากนี้เขาจะทำอะไรข้าก็จะไม่เก็บเอามาคิดให้ไม่สบายใจอีกแล้ว ถ้าจะห่วงก็คงจะเป็นท่านพ่อมากกว่า ขุนพลเจิ้นบังคับให้ท่านพ่อร่วมมือด้วยแบบนี้ก็เท่ากับบีบให้ท่านพ่อร่วมกระทำความผิดไปกับขุนพลเจิ้นด้วย ข้าไม่รู้ว่าต่อจากนี้จะเกิดอะไรขึ้นกับครอบครัวของเราบ้าง”
“พี่ก็กำลังเป็นห่วงเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน เห็นทีว่าเราคงต้องหวังพึ่งฟู่เจี้ยนกับจอมยุทธ์เซี่ยงแล้วล่ะจ๊ะ” อี้เซียงได้ฟังคำของพี่สาวก็ทำหน้าสงสัย ด้วยที่นางไม่ค่อยได้รู้เรื่องพวกนี้มาก่อน
“พวกเขาสองคนจะช่วยท่านพ่อได้หรอค่ะ”
“พี่หวังว่าจะเป็นเช่นนั้นจ๊ะ” น้องสาวพยักหน้าและยิ้มอย่างมีความหวังเหมือนกับพี่สาว
“พี่รองค่ะ..เรื่องของพี่ใหญ่ คงไม่ใช่ฝีมือของเขาใช่ไหม” อี้เซียงกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นอย่างหาที่พึ่ง เมื่อขุนพลเจิ้นอยู่เบื้องหลังการตายของพี่ชาย จึงทำให้อี้เซียงนึกกลัวว่าคนที่ลงมือจะกลายเป็นคนที่นางรัก
“ไม่ใช่หรอกจ๊ะ เขาคงไม่กล้าทำแบบนั้นแน่” อี้หลานตอบน้องสาวเพื่อไม่ให้อี้เซียงต้องเป็นกังวล ทั้งที่ความจริงนางก็คิดสงสัยว่าคนที่ทำอาจจะเป็นลี่หูก็ได้
“ขอให้เขาไม่ใช่คนที่ทำจริงๆเถอะค่ะ ข้าสงสารลูกไม่อยากให้คนที่ทำให้ลุงต้องตาย กลายเป็นพ่อของเขาเอง” อี้เซียงคลายอ้อมกอดจากพี่สาว ค่อยๆเอามือลูบท้องตัวเองที่ตอนนี้เริ่มเห็นได้ชัดถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น
“ถ้าสมมติว่าเขาเป็นคนลงมือ เจ้าจะทำยังไง”
“ข้าก็ไม่รู้ พี่รอง..ข้าไม่รู้จริงๆว่าข้าจะทำยังไง” พออี้หลานถามอี้เซียงแบบนี้ นางก็ทำท่าเหมือนจะร้องไห้
“น้องเซียงอย่าคิดมากนะจ๊ะ ไม่ใช่เขาหรอกจ๊ะ เชื่อพี่นะ”
“ข้าเชื่อพี่รองค่ะ ข้าจะไม่คิดมาก แต่พี่รองก็อย่าคิดมากกับเรื่องของพี่จื่อหลงนะค่ะ พี่จื่อหลงต้องไม่เป็นอะไร พี่เชื่อข้านะค่ะ” สองพี่น้องต่างให้กำลังใจกันและกัน เมื่อพี่สาวไม่อยากให้น้องคิดมาก คนที่ได้ชื่อว่าเป็นน้องก็ไม่อยากให้พี่สาวต้องคิดมาก และยังต้องการให้เชื่อมั่นในคำพูดของอีกฝ่ายเหมือนๆกัน
“พี่ก็เชื่อเจ้าจ๊ะ พี่หลงให้สัญญากับพี่แล้วว่าเขาจะกลับมาหาพี่ เขาก็ต้องกลับมา พี่จะรอเขาจ๊ะ”
“งั้นพี่รองให้ข้ารอพี่จื่อหลงเป็นเพื่อนได้ไหมค่ะ พี่รองจะได้ไม่เหงา” อี้เซียงพูดเสียงอ้อนเอียงหน้าขึ้นสบตากับพี่สาวสุดที่รัก
“ได้สิจ๊ะ มีน้องสาวที่น่ารักแบบนี้รอเป็นเพื่อน ถูกใจพี่ที่สุดเลยล่ะจ้ะ” พี่สาวดึงจมูกน้องรักเบาๆอย่างรักใคร่
“งั้นแถมหลานป้าให้อีกหนึ่งคน แบบนี้พี่รองคงถูกใจเป็นสองเท่าเลยใช่ไหมค่ะ” อี้เซียงชี้นิ้วไปที่หน้าท้องของตัวเองก่อน แล้วจึงยกขึ้นมาชูสองนิ้วให้พี่สาว อี้หลานหัวเราะอย่างชอบใจแล้วจึงดึงน้องรักเข้ามากอดไว้แนบอก

หญิงสาวเงยหน้ามองพระจันทร์บนท้องฟ้า นางเชื่อมั่นว่าจื่อหลงจะไม่ผิดคำพูดที่ให้ไว้ เขาจะต้องรักษาสัญญาเหมือนทุกครั้ง “พี่หลง..ข้าจะรอท่านกลับมา” นางนึกกล่าวในใจอย่างคนที่ให้กำลังใจตัวเอง

******************************

โปรดติดตามตอนต่อไป

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sun Jun 21, 2009 7:07 pm

ตอนใหม่ออนแอร์เรียบร้อยนะค่ะ แฟนคลับพี่หลงกับน้องหลานทำใจกันติ๊ดนึง รอบนี้มีให้เจ็บตัวนิดหน่อย แต่ไม่ต้องห่วง ผกก. ใจดีให้น้องเซียงมาเจ็บตัวเป็นเพื่อนพี่ๆนะค่ะ ยังไงก็อย่าเพิ่งตัดคะแนนความสงสารของพี่ลี่หูนะค่ะ เพราะคนที่ใจร้ายที่สุดจริงๆคือ ผกก. คนนี้ค่ะ Laughing

พี่ลี่หูเป็นคนดีแล้วจริงๆนะค่ะ ไม่เชื่อถามพี่เค้าดูได้






สัปาดาห์หน้าของดนะค่ะ เนื้อเรื่องเริ่มเครียดมากขึ้น ให้ผู้อ่านได้พักยกสักครู่ค่ะ จริงๆคือ ผกก. เริ่มเครียดค่ะ ขอไปชาร์ตพลังก่อนนะค่ะ

_________________


แก้ไขล่าสุดโดย tabtim เมื่อ Sun Jun 21, 2009 7:18 pm, ทั้งหมด 1 ครั้ง
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
tomtam
ศิษย์ชาเรี่ยนขั้น 2
ศิษย์ชาเรี่ยนขั้น 2
avatar

จำนวนข้อความ : 167
: 36
Registration date : 14/12/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sun Jun 21, 2009 7:11 pm

alien โหะๆ แปะแล้ว

@@@@@@@@@@@@@@

ทีแรกก็สงสัยว่าพี่ลี่หู เกิดบร้าอะไรขึ้นมาอีกเนี่ย เล่นพี่หลงซะอ่วมเลย แต่พอรู้ว่าความจริงว่าที่แท้ก็ทำเพื่อตบตาท่านขุนพลเท่านั้น ก็โล่งใจ จุดเปลี่ยนนี้คงทำให้ ลมเปลี่ยนทิศเสียทีนะคะ ลุ้นแทบแย่

ตอนนี้สงสารน้องเซียงมากค่ะ โดนพี่ลี่หูทำร้ายทั้งกายและใจ ขุนพลเจิ้นนี่โหดจริงๆ เลย น่าตบหัวมากๆ หวังว่าความจริงจะกระจ่างเร็วๆ นะคะ น้องเซียงจะได้พ้นทุกข์เสียที เฮ้อออ...

ว่าแต่น้องเซียงเข้าใจว่าพี่ลี่หูรู้เรื่องลูกแล้วไม่ใช่เหรอคะ ก็ตอนนั้น ตอนที่ลู่ฟงพาอี้เซียงไปรอหน้าบ้าน แล้วก็เดินหน้าเศร้าออกมา บอกว่าลี่หูไม่ยอมรับเด็ก เลยงงๆ ว่าทำไมยังต้องปิดท้องกลัวพี่ลี่หูจะรู้ว่าตัวเองกำลังท้องหล่ะคะ Arrow

ภาพข้างบน แม่นางอี้หลานโดนพิษอยู่ แต่หน้าตาสดใส สวยเด้งมากเลยค่ะ ฮ่าๆๆ lol!
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว http://forums2.popcornfor2.com/index.php?showtopic=56077&st=
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sun Jun 21, 2009 7:52 pm

affraid ผกก. สับสน งงๆมึนๆ สรุปว่าลืมค่ะ ลืมไปว่าน้องเซียงเข้าใจว่าพี่ลี่หูรู้เรื่องที่ตัวเองท้องแล้ว อ๊าก...แต๋มทำเป็นลืมๆไปก่อนนะค่ะ แล้วก็ขอบคุณจ๊ะที่ช่วยทวงติงค่ะ

** แก้ไขเรียบร้อยแล้วค่ะ น้องเซียงงอนพี่ลี่หูไปแล้วที่มาล้อว่าน้องเซียงอ้วน เชอะๆ คนท้องก็ต้องอ้วนสิค่ะ หรือจะให้ผอมตรอมใจ **

พี่ลี่หูเป็นคนดีแล้วไงค่ะ เชื่อหน่อยน๊า ดีแล้วจริงๆ แบบว่าแอบช่วยหยูเยี่ยนด้วย ก็ถ้าไม่ห้ามหยูเยี่ยน แล้วปล่อยให้หยูเยี่ยนพาพี่หลงหนีไป เจ๊หยูเสร็จแน่ค่ะ

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
tomtam
ศิษย์ชาเรี่ยนขั้น 2
ศิษย์ชาเรี่ยนขั้น 2
avatar

จำนวนข้อความ : 167
: 36
Registration date : 14/12/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sun Jun 21, 2009 8:05 pm

ได้ค่ะครั้งนี้จะทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ งั้นคราวหน้าคงอนุญาตให้ ผกก. พักนานไม่ได้แล้วค่ะ เพราะพักไปนานๆ แล้วดันลืมบทตัวเอง Laughing

ทีแรกก็สะดุดตรงคำพูดของพี่ลี่หูเนี่ยหล่ะค่ะว่าถ้าอยากให้พี่หลงปลอดภัยก็อย่าสู้ ก็เลยเข้าใจว่าพี่ลี่หูกำลังวางแผนอยู่ แต่มาเคืองตอนที่ซ้อมพี่หลงไงคะ เพราะทีแรกไม่รู้ว่าขุนพลเจิ้นแอบดูอยู่ ตอนนี้เชื่อแล้วค่ะ

สงสัยเพิ่มอีกนิดนึงค่ะว่าพี่ลี่หูคิดได้เพราะอะไร มีจุดเปลี่ยนตรงไหนค่ะ เท่าที่จำได้จะใช่ตอนที่โดนพ่อตัวเองซ้อมหรือเปล่า ตอนแรกโน่นเลยคิดว่าพี่ลี่หูจะกลับตัวได้เพราะว่า รู้ว่าตนเองเป็นพ่อคนเสียอีก แต่คิดได้เร็วแบบนี้ก็ดีค่ะ คนอ่านโล่งใจ ทีนี้ก็เหลือปมเดียว (แล้วมั้ง) คือท่านไป๋จะพ้นข้อกล่าวหาได้อย่างไร
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว http://forums2.popcornfor2.com/index.php?showtopic=56077&st=
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sun Jun 21, 2009 8:30 pm

แต๋ม..ขอบคุณนะค่ะที่ช่วยทำเป็นลืมๆไม่รู้ไม่ชี้ไปก่อน แต่ต้องเข้าใจนะค่ะที่ต้องให้สุดที่รักมาเล่นร้ายแบบนี้ มันก็ต้องมีหลงๆลืมๆไปบ้างอ่ะค่ะ Laughing

สำหรับจุดที่ทำให้พี่ลี่หูเริ่มคิดได้มี 2 จุดค่ะ แต๋มเดาถูก 1 จุด ก็คือตอนที่โดนพ่อซ้อมแล้วคิดจะฆ่าเค้าให้ตายคามือจริงๆ พี่หูเค้ารักและเคารพพ่อของเค้ามากๆ พี่หูเข้าใจว่าที่พ่อไม่รักเค้า เกลียดเค้า เพราะเรื่องของแม่ที่เค้าเป็นต้นเหตุทำให้แม่ต้องตาย พี่หูเลยทำทุกอย่างเพื่อให้พ่อรักเค้าบ้าง แต่พ่อพอมาระบายอารมณ์ใส่เค้าและคิดจะฆ่าเค้าได้ลงคอ พี่หูก็เลยรู้ว่าที่ทำไปทั้งหมดมันไม่มีประโยชน์เลย ยังไงพ่อก็ยังเกลียดเค้าอยู่ แล้วก็มาถึงจุดแรกที่ทำให้พี่หูท้อแท้จนไม่ยอมเชื่อฟังพ่อ จนไปยั่วให้พ่อโกรธก็คือ ตอนที่พี่ลูงฟงพาน้องเซียงมาหาที่บ้าน (ฉากที่ ผกก. พลาดนั่นล่ะค่ะ ที่พี่หูต้องรู้ว่าน้องเซียงมีลูก) ฉากนั้นที่พี่ลู่ฟงกอดปลอบใจน้องเซียงที่ร้องไห้ แล้วพี่ฟงก็พาน้องเซียงไป ตอนนั้นเริ่มทำให้พี่ลี่หูคิดถึงคำพูดของพี่หลงที่ว่า "ถ้าเจ้าได้มีอำนาจแล้วต้องเสียคนที่รักไป มันคุ้มค่ากันไหม" เพราะตอนนี้พี่หูได้คำตอบแล้ว (ที่ต่อมาเขาได้ไประบายความในใจต่อหน้าป้ายวิญญาณของแม่) ถึงเขาจะมีอำนาจหรือไม่ เขาก็ยังต้องเสียคนที่รักไปเหมือนกัน เพราะฉะนั้นที่ขุนพลเจิ้นชอบพูดกล่อมเค้าว่า ถ้ามีอำนาจแล้วก็จะสามารถแย่งอี้เซียงกลับคืนมาจากลู่ฟงได้นั้น มันไม่มีทางเป็นไปได้เลย

ตอนแรกๆที่ยังไม่แรกสุด ที่พ่อบังคับให้ยกน้องเซียงให้พี่ฟง พี่หูยังอยากมีอำนาจ จึงยังมีความคิดชั่วๆอยู่ เหตุผลก็เพื่อเค้าจะได้ใช้อำนาจ (ตำแหน่งท่านอ๋องน้อย) ที่ได้มา แย่งอี้เซียงมาจากลู่ฟงค่ะ แต่พอรู้ว่ายังไงก็แย่งคืนมาไม่ได้ ก็เลยตาสว่าง (ที่คิดแบบนี้จริงๆก็แอบหึงน้องเซียงนะค่ะ ที่เห็นน้องเซียงไปกับลู่ฟงค่ะ)


ประโยคที่ว่าค่ะ.....พี่หูสารภาพกับป้ายวิญญาณของแม่ เค้าท้อแท้สิ้นหวัง

“ท่านแม่” คนผู้นั้นใช้สรรพนามเรียกเจ้าของป้ายวิญญาณว่า ‘แม่’ ทำให้สองคนที่แอบอยู่ตั้งใจฟังว่าเขาจะพูดอะไรต่อ “ถ้าท่านยังอยู่ก็คงจะดี ท่านจะได้ช่วยข้าตัดสินใจเรื่องนี้ว่าควรจะจัดการอย่างไรดี ในตอนนี้ข้ารู้สึกทรมานเหลือเกิน ข้าอยากอยู่กับคนที่ข้ารักแต่ท่านพ่อกลับบังคับให้ข้ายกนางให้คนอื่น ถึงข้าไม่อยากทำตามแต่ก็มิอาจทำได้ด้วยเพราะตัวข้าทำเรื่องที่ไม่ควรให้อภัยเอาไว้ ท่านแม่..เพราะความขี้ขลาดของข้า ความกลัวของข้าที่ไม่อยากให้นางรู้เรื่องนี้ ข้าถึงได้ทำร้ายนางโดยไม่ได้ตั้งใจไปแล้ว ทั้งที่นางเป็นภรรยาของข้า เป็นผู้หญิงที่ข้ารัก แต่ข้ากลับต้องทนเห็นนางเดินไปกับคนอื่น เห็นนางต้องร้องไห้เสียใจเพราะข้าเป็นต้นเหตุ ท่านแม่..ข้าผิดตั้งแต่ต้นที่ใจคิดอยากเป็นใหญ่ อยากมีอำนาจอยู่ในมือ แต่ตอนนี้ถึงข้าจะได้มันมาแล้วจะมีความหมายอะไร ในเมื่อข้าไม่มีคนที่ข้ารักอยู่เคียงข้าง ก่อนหน้านี้มีคนๆนึงเคยถามข้าว่า ถ้าข้ามีอำนาจแล้วต้องสูญเสียคนที่รักไปมันคุ้มค่ากันไหม ตอนนี้ข้าได้คำตอบแล้ว...มันไม่คุ้มค่ากันเลย ท่านแม่..มันไม่คุ้มกันเลย”

_________________


แก้ไขล่าสุดโดย tabtim เมื่อ Sun Jun 21, 2009 8:44 pm, ทั้งหมด 1 ครั้ง
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
 
The Swordsman of Devil
อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน 
หน้า 2 จาก 11ไปที่หน้า : Previous  1, 2, 3, ... 9, 10, 11  Next

Permissions in this forum:คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
Welcome To Charlianz world :: Fiction & Recreation :: Fiction & Recreation-
ไปที่: