Welcome to Charlian Thai fans
 
บ้านสมัครสมาชิก(Register)เข้าสู่ระบบ(Log in)

Share | 
 

 The Swordsman of Devil

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down 
ไปที่หน้า : Previous  1, 2, 3 ... 8, 9, 10, 11  Next
ผู้ตั้งข้อความ
ทะเล
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 3 กระบี่ไร้เงา
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 3 กระบี่ไร้เงา
avatar

จำนวนข้อความ : 1285
: 33
Registration date : 13/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sun Sep 20, 2009 10:14 pm

ทะเลพาคู่รักที่กำลังหวานซึ้ง มาร่วมอวยพรให้พี่ลี่หูกับอี้เซียงค่ะ Cool

และนี้คือของขวัญจากพวกเค้าทั้งคู่ค่ะ Cool ขอมอบให้กับคู่บ่าวสาว Very Happy








"เจ้าชายกาเซน" ยินดีกับคู่บ่าวสาวด้วยครับ ขอให้ครองรักกันไปยาวนาน มีลูกหลานเต็มบ้าน และ ให้ความรักเบ่งบานทุกๆ วัน นะครับ




"คุณหนูโซเซเนีย" ยินดีกับคู่บ่าวสาวด้วยค่ะ ขอให้ครองรักกันไปยาวนาน มีลูกหลานเต็มบ้าน แล้วอย่าลืมเติมความหวานให้กันและกัน นะค่ะ


แก้ไขล่าสุดโดย ทะเล เมื่อ Sun Sep 20, 2009 10:48 pm, ทั้งหมด 2 ครั้ง
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sun Sep 20, 2009 10:15 pm

พี่ลี่หูค่ะ ได้ข่าวว่าพี่เปลี่ยนแซ่จากแซ่เจิ้นมาเป็นแซ่เฉิน เป็นความจริงรึเปล่าค่ะ



ถูกต้องนะคร๊าบบบบ

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
ทะเล
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 3 กระบี่ไร้เงา
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 3 กระบี่ไร้เงา
avatar

จำนวนข้อความ : 1285
: 33
Registration date : 13/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sun Sep 20, 2009 10:27 pm

ช่วงเก็บตก ภาพจากงานแต่งของพี่ลี่หูกับอี้เซียง ค่ะ Very Happy ซึ่งตอนนี้ทั้งคู่ได้เข้าพิธีแต่งงานกันถูกต้องตามประเพณีได้ 2 ชั่วโมงแล้ว Razz Embarassed เชิญชมค่ะ Cool


ฝ่ายเจ้าบ่าว มีนามว่า เจิ้นลี่หู (แต่อีกไม่กี่วันจะเปลี่ยนแซ่ ไปใช้แซ่ เฉิน ค่ะ Cool )







ฝ่ายเจ้าสาว มีนามว่า ไป๋อี้เซียง








ตอนเข้าห้องหอ Embarassed





แก้ไขล่าสุดโดย ทะเล เมื่อ Sun Oct 18, 2009 9:47 pm, ทั้งหมด 2 ครั้ง
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
ทะเล
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 3 กระบี่ไร้เงา
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 3 กระบี่ไร้เงา
avatar

จำนวนข้อความ : 1285
: 33
Registration date : 13/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sun Sep 20, 2009 10:44 pm

ช่วงฝากข้อความ จากคนที่รักและห่วงใย คู่บ่าวสาว Cool




"ลู่ฟง" ข้าขอให้พวกจ้าวมีแต่ความสุข (ลี่หู จ้าวอย่าทำให้อี้เซียงต้องเสียน้ำตาให้จ้าวอีกนะ ไม่งันข้าจะมารับตัวอี้เซียงคืน)




"หยูเยี่ยน" ข้าดีใจกับน้องลี่หูกับน้องอี้เซียงด้วย ขอให้รักกันยาวนาน มีแต่ความสุขกันตลอดไป ข้าขออวยพรให้พวกจ้าวทั้งสองและตัวข้าเองด้วย
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
ทะเล
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 3 กระบี่ไร้เงา
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 3 กระบี่ไร้เงา
avatar

จำนวนข้อความ : 1285
: 33
Registration date : 13/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sun Sep 20, 2009 10:54 pm

หยกที่บอกที่มาของพี่ลี่หูค่ะ ต่อไป พี่ลี่หูคงต้องไปสู้เพื่อแม่และพ่อที่แท้จริง แล้วเนอะ Sad



ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
lingu
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 4 กระบี่ไร้น้ำตา
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 4 กระบี่ไร้น้ำตา
avatar

จำนวนข้อความ : 6491
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sun Sep 20, 2009 11:17 pm

ออย...ใจเต้นตึ๊กตั๊ก ลุ้นฉากเข้าหอสุดโต่ง เขินแทนน้องเซียงเลยง่ะค่ะ Embarassed คิดละว่าพี่ลี่หูต้องแกล้งภริยาแน่ๆ เพราะพี่ลี่หูทั้งถนุถนอมน้องเซียงขนาดนั้น มีรึจะฝืนเอาแต่ใจไม่คิดถึงลูกในท้อง พี่ลี่หูน่ารักมั่กๆ และทีนี่ทำให้รู้กำเนิดที่แท้จริงของพี่ลี่หู ช่างซับซ้อนจริงๆ ต่อไปพี่ลี่หูก็จะมีศัตรูคนเดียวกับตาหลงแล้วนะเนี่ย ตาขุนพลเจิ้น เตรียมตัวถูกชำระแค้นได้เล้ย Twisted Evil

แล้วก็มาคู่ตากับยาย อ๊ากกกก หวีดซู๊ดดดดดด อ่านไปยิ้มไปหุบยิ้มไม่ลงเลยเนี่ย ดีนะที่นั่งอยู่ในห้อง ไม่มีใครเห็น ชอบฉากตายายเล่นน้ำมากเลยค่ะ ผกก.น่ารักซู๊ด ผกก.เขียนได้เป็นธรรมชาติมากๆ จิ้นออกเลยค่ะ ว่าตาหลงยิ้มยังไง ยายหลายยิ้มตาหยียังไง กวักน้ำยังไง ล้มทับกันยังไง จูบบบบยังไง เฮ้ออออ เคลิ้ม อยากสวมบทเป็นแสตนอินแทนยายหลานได้ป่าวคะ ผกก. Laughing

ภาพปลากรอบทะเลเข้ากับบรรยากาศวิวาห์มากค่ะ และก็รอติดตามความเป็นไปของแม่นางหยูกับคุณชายลู่ฟงเหมือนกัน ว่าจะลงเอยเช่นไร jocolor

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=linguniang&group=3]Chil
lingu
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 4 กระบี่ไร้น้ำตา
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 4 กระบี่ไร้น้ำตา
avatar

จำนวนข้อความ : 6491
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sun Sep 20, 2009 11:55 pm

ภาพปลากรอบค่ะ พอกล้อมแกล้ม bounce

ตาหลงกำลังจับปลาให้ยายหลาน Embarassed



ตาหลงกวักน้ำใส่ยายหลานเอาคืน Laughing


_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=linguniang&group=3]Chil
chuengngee
ศิษย์ใหม่ชาเรี่ยน..เอ๊าะๆเฟรชๆ
ศิษย์ใหม่ชาเรี่ยน..เอ๊าะๆเฟรชๆ


จำนวนข้อความ : 55
: 39
Registration date : 13/12/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Mon Sep 21, 2009 5:47 am

เข้ามาสำรอกความหวานด้วยคนค่ะ...แต่แหมกว่าจะหวานกันได้ก็ลุ้นน่าดูเลย
แต่น่าสงสารลี่หูเหมือนกันเนอะ ชีวิตเศร้า
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
wanza
ศิษย์ใหม่ชาเรี่ยน..เอ๊าะๆเฟรชๆ
ศิษย์ใหม่ชาเรี่ยน..เอ๊าะๆเฟรชๆ
avatar

จำนวนข้อความ : 3
: 29
Registration date : 14/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Mon Sep 21, 2009 7:29 pm

มาแสดงความยินดีกับพี่ลี่หูค่ะที่ได้แต่งงานแล้ว

น่ารักดีค่ะ แต่งงานแบบเรียบง่ายดีค่ะ
Very Happy
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
O-yohyo
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 4 กระบี่ไร้น้ำตา
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 4 กระบี่ไร้น้ำตา
avatar

จำนวนข้อความ : 6683
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Mon Sep 21, 2009 8:54 pm

โอ้ . . พิธีแต่งงานของพี่ลี่หูกับอี้เซียงที่ทะเลช่วยจัดช่างตระการจริงๆ ค่ะ

พี่ลี่หูหยอกล้อเจ้าสาวซะด้วย ไม่รู้คุณลูกในท้องจะแอบค้อนใส่คุณพ่อรึเปล่าหนอ

เบื้องหลังของพี่ลี่หูกับขุนพลเจิ้นเป็นไปตามที่คาดไว้เลย เมื่อไหร่พี่ลี่หูจะรู้สักที

ขุนพลเจิ้นจะได้รับกรรมไวไว คนอ่านคันไม้คันมือจะแย่แล้วค่ะ


ตากะยายก็เล่นอะไรไม่รู้ กุ๊กกิ๊กกันจนปลานี้โม้ด คนอ่านล่ะเขินแทนจริงๆ

นี่ก็ไม่รู้ว่าระแวงเกินไปมั้ย คือรู้สึกว่ากุ้ยซื่ออันไม่น่าไว้ใจเลยค่ะ

กลัวว่าจะโดนขุนพลเจิ้นซื้อตัวเอาไว้ แล้วก็แกล้งทำเป็นมาช่วยอำมาตย์ไป๋

ขอให้เดาผิดทีเถ๊อะ อยากให้ตากับยายได้สวีทกันต่ออีกหน่อย

_________________



Charmaine Sheh / เสอซือมั่น - อาเส่ / 佘詩曼
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Mon Sep 21, 2009 9:13 pm

ทะเล..ภาพที่นำมาเข้ากะตอนนี้สุดๆไปเลยคะ โดยเฉพาะภาพชุดหลังสุด เห็นบรรยากาศในห้องหอแล้ว รู้สึกเขินแทนน้องเซียงจริงๆ ไม่รู้ว่าตอนเข้าฉากนี้น้องเซียงจะเขินแค่ไหนก็ไม่รู้ รู้งี้ขอไปเป็นสแตนอินให้ดีกว่า ก็น้องเค้ายังเด็กนิ อิอิ (ตัวเป็น ผกก.ไม่ใช่หรอ อย่าดีกว่ามั้ง)


พี่หลิน..หวานดีไหมคะ น้ำตาลขึ้นไหมคะ เครียดกันมานานหลายตอนแล้ว ขอพักยกหวานกันบ้างดีกว่า พี่ลี่หูชอบแกล้งน้องเซียงค่ะ ยังแต่สมัยยังไม่ได้แต่งงานกัน ถึงได้ทะเลาะกันอยู่เรื่อย จำได้เปล่าค่ะที่เปิดตัวคู่นี้ตอนแรก พี่ลี่หูก็แกล้งจะจูบน้องเซียง เลยได้เข่าจากน้องเซียงเป็นรางวัล สมๆ

เรื่องชาติกำเนิดของพี่ลี่หู คือปมสุดท้ายแต่ยังไม่ท้ายที่สุด เพราะยังเหลืออีกหนึ่งคราวนี้จะเกี่ยวกับพี่หลงแล้วค่ะ แต่ไม่น่าสงสารเท่าพี่ลี่หู เพราะพี่ลี่หูน่าสงสารสุด

คู่ตายายหวานแบบผู้ใหญ่เค้ารักกัน จีบกัน ก็ผกก.บอกแล้ว ต้อนเป็ดอาบน้ำในคลอง สองตาก็จ้องแลมอง เพราะในคลองมีตากะยายอาบน้ำด้วยกัน แต่ว่ากลางป่าหาคลองไม่ได้ เลยต้องเปลี่ยนเป็นลำธารแทนค่ะ ฉากนี้เป็นการแสดงตัวตนอีกมุมหนึ่งของคู่นี้ ที่มีแววขี้เล่น ซุกซน แล้วคงจะรู้แล้วใช่ไหมค่ะว่าทำไมตายายถึงได้หุงข้าวสำเร็จไปตั้งหลายหม้อ ก็เพราะตาบอกอยากมีลูกเยอะๆค่ะ ยายเลยต้องตามใจ อิอิ นี่ถ้าไม่เกรงใจน้องเขย ตาตั้งใจว่าจะมีสักครึ่งโหลไปเลย

ป.ล. พี่หลินอาสาเป็นสแตนอินแทนยายหลาน โชคดีนะคะที่อี้แต๋มไม่อยู่ ไม่งั้นคงต้องแย่งชิงกันน่าดูเลยค่ะ


พี่งี้..มาเก็บความหวานไปเติมพลังนะค่ะ กว่าจะหวานกันได้ ทำเอาเหนื่อยไปเลยเนอะ


น้องหวาน..ขอบคุณแทนคู่บ่าวสาวคะที่มาร่วมแสดงความยินดี


พี่โย่ว..ไม่ต้องเป็นห่วงค่ะ กุ้ยซื้ออันเป็นคนดีล้านเปอร์เซ็นต์ เพราะเค้าเป็นเพื่อนรักของพี่เทียนเซิ่นคะ ก่อนหน้านี้ที่ไม่ได้มาช่วย เพราะตัวเขาก็ลำบากอยู่ ถูกย้ายไปเฝ้าประตูเมืองลั่วหยาง ตอนที่จะถูกเสนอให้ขึ้นแทนพี่เทียนเซิ่นนั่นล่ะคะ เค้าก็ถูกเขี่ยทิ้งทันที แล้วตอนนี้ก็หาโอกาสที่จะกลับมาช่วยครอบครัวของเพื่อนรักได้แล้วค่ะ

คือทับทิมคิดว่าลำพังแค่กำลังเล็กๆของอำมาตย์ไป๋ที่มีไม่กี่คน คงต่อกรกับขุนพลเจิ้นไม่ได้เท่าไหร่ เลยต้องหาใครสักคนที่ไว้ใจได้มาช่วย เลยทำให้นึกถึงรองแม่ทัพกุ้ยขึ้นมาค่ะ ก็เลยดึงเค้ากลับมาหลังจากแค่เอ่ยถึงในช่วงแรกเท่านั้น


ตอนที่ 32 น้องเซียงจะแท้งลูกแล้ว ผู้อ่านเตรียมใจไว้ล่วงหน้าด้วยนะคะ ซินเอ๋อหมายเลข 1 จะไม่อยู่แล้วค่ะ

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
ทะเล
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 3 กระบี่ไร้เงา
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 3 กระบี่ไร้เงา
avatar

จำนวนข้อความ : 1285
: 33
Registration date : 13/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Mon Sep 21, 2009 10:20 pm

ฉากเข้าหอของพี่ลี่หู ทะเลไม่กล้าจะโพสเลย เพราะเจ็บปวดใจ ค่ะ Sad ( Razz )

Very Happy ห้องหอตกแต่สวยๆ โดนใจทะเลมาก ค่ะ Cool (เป็นฉากในละครองค์หญิงแสนซน โปรโมทสะหน่อย Cool )

พี่ลี่หูคงเสียใจที่จะต้องเสียลูกคนแรกไป Sad ทะเลต้องไปเตรียมหายาดีมารักษาบาดแผล

ของพี่ลี่หู (มีบาดแผลถึง 2 แห่ง Sad Sad )


ผู้กำกับค่ะ ท่านองครักษ์สุดหล่อ มีข้อความฝากมาด้วยค่ะ Cool





ราตรีสวัสดิ์ครับ ผมจะเป็นกำลังใจให้ผู้กำกับตลอดไป ขอให้มีผลงานออกมาเยอะๆ นะครับ


แก้ไขล่าสุดโดย ทะเล เมื่อ Mon Sep 21, 2009 10:29 pm, ทั้งหมด 2 ครั้ง
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Mon Sep 21, 2009 10:23 pm

ทะเลไม่ได้อยากโพสรูปตอนเข้าหอเพราะปวดใจ แต่ทับทิมเห็นนางฟ้าน้อยแต่งงานแล้วเสียใจ เห็นฉากนี้ทีไงแล้วเศร้าทุกที เป็นฉากที่ไม่อยากดูเลยค่ะ เพราะหลังจากนี้นางฟ้าน้อยก็จะตาย หือๆๆๆ (หมายถึงเรื่องเซียวฮื้อยี้ ตามภาพประกอบคะ)

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
ทะเล
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 3 กระบี่ไร้เงา
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 3 กระบี่ไร้เงา
avatar

จำนวนข้อความ : 1285
: 33
Registration date : 13/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Mon Sep 21, 2009 10:36 pm

นางฟ้าน้อย น่าสงสารค่ะ Sad Sad

มารับบทอี้เซียง ก็ได้บทที่น่าสงสารอีก Sad Sad Sad




ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
ทะเล
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 3 กระบี่ไร้เงา
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 3 กระบี่ไร้เงา
avatar

จำนวนข้อความ : 1285
: 33
Registration date : 13/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Mon Sep 21, 2009 11:11 pm

ช่วงเก็บตกภาพเจ้าบ่าว (พี่ลี่หู) ค่ะ Cool








------------------------------------------------------------

ถ้าพ่อที่เลี้ยงดู มายืนให้กำลังใจลูกชายที่กำลังมีชีวิตที่สมบูรณ์ จะเป็นภาพนี้ค่ะ Wink





แล้วถ้าลูกชายรู้ชาติกำเนิดที่แท้จริงของตน (พี่ลี่หูจะมีสีหน้าแบบนี้ค่ะ Sad )





ลูกชายก็จะแค้นผู้เป็นพ่อ ถึงเลี้ยงดูมาจนเติบใหญ่แต่วิธีการเลี้ยงดูนั้น ไม่ได้ใส่ความรักมาด้วย (สีหน้าของพี่ลี่หู แค้นๆๆ Sad Sad )

ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Tue Sep 22, 2009 7:21 pm

ทะเล..น้องเซียงน่าสงสารเพราะมารักพี่ลี่หูค่ะ เพราะชะตาของพี่ลี่หูที่ถูกกำหนดไว้ว่าบาปกรรมที่เค้าทำไว้จะมาตกที่คนที่เค้ารักมากที่สุด (ตามคำทำนายของหมอดูนะค่ะ ไม่ใช่ของ ผกก.) น้องเซียงเป็นคนที่พี่ลี่หูรักมากที่สุดค่ะ ก็เลยต้องเคราะห์ร้าย

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
ทะเล
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 3 กระบี่ไร้เงา
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 3 กระบี่ไร้เงา
avatar

จำนวนข้อความ : 1285
: 33
Registration date : 13/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Tue Sep 22, 2009 10:15 pm


เครดิตภาพจาก google.com

"แม่หมอ" ต่อไปชีวิตของพี่ลี่หูจะเริ่มดีขึ้น หลังจากต้องเสียลูกและเสียใจกับชาติกำเนิดของตนเอง
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sun Oct 18, 2009 4:35 pm

ตอนที่ 32

พระอาทิตย์เริ่มลับขอบฟ้า ลี่หูที่ออกไปทำงานกับอากุ้ยที่สวนผักก็ชวนกันกลับบ้าน อากุ้ยถือผักสดกลับมา ในขณะที่ลี่หูได้ปลาตัวโตมาสองตัวสำหรับอาหารมื้อเย็น เมื่อมาถึงลี่หูก็อาสาที่จะแสดงฝีมือทำอาหารด้วยการทอดปลาให้ทุกคนได้กิน ชายหนุ่มทอดปลาด้วยท่าทางเก้ๆกังๆแต่เต็มไปด้วยความตั้งใจของเขาทำให้ท่านน้าเถาที่คอยช่วยสอนกับอี้เซียงที่นั่งเป็นกำลังใจอยู่ในครัวถึงกลับพากันหัวเราะ ซึ่งลี่หูก็หันมายิ้มให้ด้วยหน้าตาที่แจ่มใส หลังจากอาหารมื้อเย็นผ่านไป อี้เซียงจึงชวนลี่หูออกมานั่งดูดาวด้วยกันที่ลานหลังบ้าน สองคนนั่งลงบนพื้นหญ้าโดยที่อี้เซียงเอียงศรีษะซบลงบนบ่าของลี่หู ในขณะที่ลี่หูโอบกอดอี้เซียงไว้ด้วยความรัก
“ดาวคืนนี้สวยจังเลยค่ะ ถ้ามีหิ่งห้อยด้วยก็คงจะดีไม่น้อยนะคะ” หญิงสาวนึกถึงค่ำคืนแรกที่ลี่หูหลอกให้นางออกมาจากบ้าน เพื่อให้นางมาชมหิ่งห้อยและดูดาวด้วยกัน มันผ่านมานานแล้วแต่ความรู้สึกของทั้งสองคน เหมือนเพิ่งผ่านไปเพียงข้ามวันเท่านั้น
“งั้นเอาไว้วันหลังข้าจะพาเจ้าไปดูหิ่งห้อยแล้วก็ดูดาวนะ แต่คืนนี้คงต้องดูดาวอย่างเดียวไปก่อนเพราะข้าก็ไม่รู้ว่าที่นี่จะมีหิ่งห้อยเหมือนที่ผาชมดาวรึเปล่า” ลี่หูพูดจบก็เหมือนว่าทุกอย่างจะเป็นใจเมื่อหิ่งห้อยตัวน้อยต่างบินออกมาจากต้นไม้ใหญ่ที่อยู่เบื้องหน้า จนสามารถสร้างรอยยิ้มให้กับทั้งสอง
“ถึงที่นี่ไม่ใช่ผาชมดาว แต่ก็เหมือนผาชมดาวแล้วค่ะ” หญิงสาวเงยหน้าขึ้นไปมองสามีที่ก้มหน้าลงมามองตอบ “พี่ยังจำได้ไหม ตอนนั้นที่เราสองคนแข่งนับดาวด้วยกัน ซึ่งถ้าข้าแพ้ ข้าจะเลี้ยงข้าวพี่หนึ่งมื้อ แต่ถ้าพี่แพ้ ข้าจะให้พี่ทำอะไรให้ก็ได้” ลี่หูเม้มปากทำหน้าใช้ความคิด
“จำได้ แล้วเจ้าจะให้ข้าทำอะไรเหรอ พูดมาสิ ข้าสามารถทำให้เจ้าได้ทุกเรื่อง” ลี่หูชี้นิ้วออกไปเพื่อให้รู้ว่าขอเพียงอี้เซียงออกคำสั่ง เขาก็พร้อมทำให้ทุกอย่าง ท่าทางที่จริงจังของลี่หูทำให้อี้เซียงต้องกลั้นหัวเราะ
“ไม่ใช่เรื่องยากอะไรหรอกค่ะ เพราะสิ่งที่ข้าจะขอก็คือ..ข้าอยากให้พี่ดูดาวเป็นเพื่อนข้าทุกคืน พี่ลี่หู..พี่จะรับปากตามคำขอของข้าได้ไหมคะ”
“เรื่องแค่นี้เอง” ชายหนุ่มคลายอ้อมกอดจากภรรยาแล้วจึงประคองใบหน้าของนางให้ประสานสายตากับตนเอง “ข้ารับปาก..ข้าจะนั่งดูดาวเป็นเพื่อนเจ้าทุกคืน จนกว่าเราสองคนจะมีผมขาวเต็มหัว” ลี่หูพูดติดตลกหากแต่สายตาอ่อนโยน ยามที่มองอี้เซียงด้วยความรัก ในชีวิตนี้คงไม่มีสิ่งใดสำคัญไปกว่าหญิงสาวที่อยู่เบื้องหน้าอีกแล้ว ที่ผ่านมาเขาหลงใหลในอำนาจจนเกือบจะสูญเสียคนที่รักไป แต่วันนี้..วันที่ลี่หูได้คนที่รักกลับคืนมา เขาจะไม่มีวันยอมเสียนางไปอีกแล้ว ชายหนุ่มดึงร่างของอี้เซียงเข้ามาแนบไว้กับตัวอีกครั้ง
“ขอให้ข้าสัมผัสลูกได้ไหม” ลี่หูพูดไม่เต็มเสียงคล้ายมีความกลัวซ่อนอยู่ ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นพ่อของลูกและเป็นสามีของอี้เซียงก็ตามแต่ก็ยังมิกล้าเท่าใด คำพูดของเขาทำให้อี้เซียงยิ้มแล้วจึงจับมือของลี่หูวางบนหน้าท้องของนางและบอกให้ลี่หูค่อยๆส่งผ่านความรักของพ่อส่งไปถึงลูกด้วยมือหนาที่อบอุ่น ชายหนุ่มโน้มตัวลงเพื่อโอบกอดเอวของอี้เซียงไว้แล้วเอาใบหน้าไปแนบที่หน้าท้องของภรรยา เขาอยากจะฟังเสียงลูก อยากจะกอดลูกและอยากจะหอมลูกจึงได้ใช้ริมฝีปากแตะไปเบาๆ
“ข้าว่าลูกของเราต้องน่ารักมากๆ เจ้าว่าไหม”
“แม่น่ารัก ลูกก็ต้องน่ารักสิคะ” อี้เซียงตอบสามีที่ยังกอดเอวของนางไว้
“แต่ถ้าได้พ่อหล่อด้วย ลูกก็จะยิ่งน่ารักเป็นสองเท่านะ” ลี่หูเงยหน้าขึ้นมาแล้วหรี่ตาลงข้างนึง “ข้าไม่นึกเลยว่าแค่คืนนั้นจะทำให้ข้าได้เป็นพ่อเร็วขนาดนี้ นับว่าไม่เสียแรงที่ตั้งใจทำ” สิ้นคำพูดของลี่หู อี้เซียงก็ตีเขาไปหลายทีด้วยความเขินอายจนหน้าแดงเป็นลูกตำลึงสุก
“เดี๋ยวสิๆ ข้ายังพูดไม่จบ” ชายหนุ่มรีบรวบแขนของอี้เซียงไว้ก่อนที่เขาจะโดนนางตีจนน่วมไปทั้งตัวเสียก่อน “ข้าหมายความว่าลูกเกิดจากความรักของเราสองคนต่างหาก และเมื่อเกิดจากความรักก็ไม่ใช่เกิดจากความไม่ตั้งใจ อี้เซียง..ข้าขอโทษ ถ้ากล้าพอที่จะยอมรับความจริงตั้งแต่แรก เจ้าก็คงไม่ต้องเสียใจขนาดนี้”
“พี่จะพูดถึงมันอีกทำไมล่ะคะ เราตกลงกันแล้วไม่ใช่หรอว่าเราจะเริ่มต้นกันใหม่ ลืมเลือนอดีต มองแต่อนาคต”
“ใช่..มองอนาคต” ลี่หูกอดอี้เซียงไว้ดุจของรักที่หวงแหน สายตาของเขามองแหวนหยกสีเขียวสดที่นิ้วนางข้างซ้ายของอี้เซียง “แหวนวงนี้ใครเป็นคนให้เจ้า ลู่ฟงใช่ไหม”
“ใช่ค่ะ พี่ลู่ฟงให้ข้าเป็นของขวัญวันเกิด”
“แล้วทำไมเจ้าไม่ใส่ต่างหูที่ข้าให้เจ้าบ้างล่ะ” ลี่หูถามเสียงเข้ม อี้เซียงเงยหน้าสบตาของลี่หูพร้อมทั้งถอนหายใจช้าๆเพื่อจะบอกกับเขาว่าที่นางถอดออกก็เพราะลี่หูที่ปฏิเสธนางอย่างหมดสิ้นเยื่อใยเมื่อคราวนั้น ลี่หูนึกขึ้นมาได้จึงก้มหน้าลงจุมพิตเบาๆที่หน้าผากของหญิงสาวพร้อมคำขอโทษ
“ตอนที่พี่ลู่ฟงพาข้ามา แล้วที่บ้านก็เกิดเรื่อง ข้าไม่รู้ว่าต่างหูคู่นั้นที่ข้าเก็บไว้ยังอยู่ดีรึเปล่า ถ้าเกิดมันหายไป..” อี้เซียงหยุดคำพูดเพื่อเงยหน้าขึ้นไปมองสามีด้วยแววตาเสียดาย หากของที่คนที่ตนเองรักจะหายไปแล้ว
“ไม่เป็นไรหรอก ถ้าเกิดมันหายไปจริงๆเดี๋ยวข้าซื้อให้เจ้าใหม่ก็ได้” ลี่หูปลอบใจอี้เซียง เมื่อเขาเริ่มนึกขึ้นมาได้ว่าวันที่เขาไปควบคุมตัวอำมาตย์ไป๋และอี้หลานในข้อหากบฏ ก่อนที่จะกลับออกมา เขาได้เข้าไปในห้องของอี้เซียง จึงได้พบว่าของทุกชิ้นที่เขาเคยให้นางไว้ ถูกลู่ฟงทำลายจนหมดสิ้น ไม่เว้นแม้แต่ต่างหูที่เขาถามถึง ซึ่งในตอนนั้นลี่หูได้แต่เก็บความไม่พอใจเอาไว้จนเกือบจะลืมการกระทำของลู่ฟงไปแล้ว พอลี่หูพูดว่าจะซื้อให้ใหม่ อี้เซียงก็ส่ายหน้าและบอกกับเขามันไม่เหมือนกัน ถ้าเป็นไปได้หากนางได้กลับบ้าน นางจะลองไปหาดูและจะใส่ไว้ตลอดไม่ยอมถอดออกอีกแล้ว ด้วยคำพูดเอาใจของอี้เซียงทำให้ลี่หูยิ้มได้ แต่คิ้วของเขายังขมวดติดกันแน่น

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sun Oct 18, 2009 4:35 pm

“แต่ถ้าเจ้าใส่ต่างหูของข้าแล้ว ก็ห้ามสวมแหวนวงนี้อีกนะ”
“งั้นแสดงว่าตอนนี้ข้าก็ยังสวมแหวนวงนี้ต่อไปได้ใช่ไหม” อี้เซียงเห็นสีหน้าลี่หูตอนออกคำสั่งที่ดูบึงตึ้ง จึงได้พูดล้อ
“ตอนนี้ ตอนไหนก็ไม่ได้ ข้าไม่ชอบ”
“ไม่ชอบก็แสดงว่าหึง ยิ่งหึงข้าก็จะยิ่งสวมมันไว้” อี้เซียงหรี่ตาลงข้างหนึ่ง แล้วเงยหน้าขึ้นไปมองลี่หูที่กำลังพ่นลมหายใจออกมาแรงๆจนนางสัมผัสได้ “ก็ข้าอยากให้พี่หึงข้านี่ค่ะ เพราะถ้าพี่หึงก็แสดงว่าพี่ยังรักข้าอยู่” หญิงสาวพูดจบก็ยื่นหน้าเข้าไปใกล้เพื่อกดจมูกเบาๆที่แก้มของสามี
“เจ้านี่นะ ข้ายอมให้เลยจริงๆ” ชายหนุ่มเจอไม้นี้เข้าไปก็อารมณ์ดีขึ้นมาทันตาเห็น “แต่เจ้าสวมแหวนของลู่ฟงไว้แบบนี้ ถ้าเจ้าตัวเขามาเห็น เขาจะไม่คิดว่าเจ้ามีใจให้เขารึไง”
“เอาไว้ถ้ามีโอกาส ข้าจะคืนพี่ลู่ฟงไปค่ะ แต่พี่ก็ไม่ต้องหึงข้าให้มากนักนะคะ ยังไงใจของข้าก็มีพี่อยู่เพียงคนเดียว” คำพูดหวานลื่นหูจากปากของภรรยา ทำให้ลี่หูยิ้มกว้าง
“ได้ๆ ข้าจะหึงนิดหน่อยพอให้เจ้ารู้ว่าข้ารักเจ้า หวงเจ้า ไม่เคยเปลี่ยนใจเป็นอื่น พอใจไหม แต่ทำไมข้าไม่เคยเห็นเจ้าหึงข้าบ้างเลยล่ะ”
“พี่จะให้ข้าหึงพี่กับใคร ที่ผ่านมาข้าไม่เคยเห็นพี่มองใครสักคน นอกจากพี่รองของข้า แล้วถ้าเป็นพี่รองยังไงข้าก็ไม่หึงอยู่แล้ว” อี้เซียงนั่งเอาหลังพิงอกของลี่หู “พี่รองทั้งสวย ใจดี เรียบร้อย ฉลาด แล้วก็เก่งที่สุด ถ้าพี่เลือกพี่รอง ข้าก็ไม่ว่าอะไรหรอกค่ะ” อี้เซียงก้มหน้าลงมองมือของตัวเองที่กำลังหมุนเป็นวงกลม ลี่หูเห็นเช่นนั้นก็อมยิ้ม ชอบใจยกใหญ่
“นั่นสิ อี้หลานแสนดีขนาดนี้ ข้าก็ควรจะเลือกนาง” ลี่หูพูดพลางสังเกตอี้เซียงที่ยังนั่งก้มหน้าไปด้วย อาการของนางทำให้เขายิ้มน้อยยิ้มใหญ่ “แต่นางกลับไม่เลือกข้า เสียดายจัง”
“ก็พี่ไม่คิดที่จะจริงจังกับพี่รองนี่นา พี่รองก็ไม่เลือกพี่นะสิ”
“ใครบอกว่าข้าไม่จริงจังกับอี้หลาน ข้าจริงจังแล้วก็จริงใจนะ” คำพูดของลี่หูประโยคนี้ทำให้อี้เซียงยิ่งหมุนนิ้วเป็นวงกลมมากขึ้น
“งั้นพอพี่รองไม่สนใจ พี่ก็หันมามองข้าใช่ไหม” น้ำเสียงของอี้เซียงดูเศร้า นางยังก้มหน้าไม่ยอมหันมาสบตากับลี่หูที่ก้มหน้าลงมามอง “พี่น่าจะพยายามอีกหน่อยนะ บางทีพี่รองอาจจะเลือกพี่ก็ได้”
“เอ..ข้ารู้สึกไปเองรึเปล่าที่รู้สึกว่าเหมือนมีคนกำลังหึงข้าอยู่นิดๆ” ชายหนุ่มกระซิบถามข้างๆหู ลมหายใจของเขาทำให้นางต้องเอียงคอหนี
“ไม่ได้หึงสักหน่อย คนอย่างข้าไม่เคยมีอะไรดีสักอย่าง ดื้อรั้นเอาแต่ใจ คอยหาเรื่องพี่ตลอด ถ้าพี่จะเลือกพี่รองก่อนข้า ข้าก็ไม่..” อี้เซียงพูดยังไม่จบประโยค นางก็รู้สึกได้ถึงสัมผัสอุ่นที่สามีมอบไว้ให้ที่ข้างแก้ม
“อี้หลานเป็นเหมือนนางฟ้าที่ข้ามิอาจจะเอื้อมถึง สำหรับนางแล้วความรู้สึกที่ข้ามีให้นอกจากความเป็นเพื่อนก็คือน้องสาว ส่วนสำหรับเจ้าคือรักแรกของข้าและเป็นรักเดียวที่ข้าไม่เคยคิดเปลี่ยนใจ อี้เซียงจนป่านนี้แล้ว เจ้ายังมิเชื่อใจข้าอีกอย่างงั้นเหรอ” อี้เซียงหน้าร้อนผ่าว หัวใจมันพองโตจนแทบจะซ่อนรอยยิ้มของนางไว้ไม่ได้
“ถ้าพี่รองเป็นนางฟ้า ข้าก็คงเป็นนางมาร แล้วทำไมพี่ถึงได้รักนางมารคนนี้ล่ะค่ะ”
“แล้วทำไมเจ้าถึงได้รักปีศาจร้ายคนนี้ล่ะ” ลี่หูย้อนถาม เขาเป็นมือสังหาร ปีศาจร้ายที่คนทั้งยุทธภพหวาดกลัว
“ข้าก็ไม่รู้ พอรู้ตัวอีกที ข้าก็หลงรักปีศาจหน้าหล่อคนนี้ไปแล้ว” อี้เซียงหันหน้าไปหาลี่หู พร้อมทั้งใช้นิ้วชี้จิ้มไปที่แก้มของชายหนุ่มเบาๆ
“ข้าก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงหลงรักนางมารที่น่ารักคนนี้ได้ บางทีการที่เราจะรักใครสักคนมันก็ไม่จำเป็นต้องหาเหตุผล แค่รู้สึกว่ารัก แค่รู้สึกว่าใช่ มันก็เพียงพอแล้ว” ลี่หูพูดจบก็โน้มหน้าเข้าไปหาเพื่อที่จะประทับรอยจุมพิตหวานของตน แต่ทว่าอี้เซียงที่กำลังเขินจนหน้าแดงและหัวใจพองโตกลับใช้มือดันร่างของเขาไว้
“ไม่ได้ค่ะ เดี๋ยวใครมาเห็น มันจะไม่ดี”
“เจ้ากลัวคนเห็น งั้นถ้ากลับไปที่ห้องก็ไม่มีคนเห็นแล้ว ทีนี้ก็ทำได้สินะ” ลี่หูทำสายตากรุ่มกริ่มแล้วค่อยๆอุ้มอี้เซียงขึ้นมาจากพื้น หญิงสาวรีบกอดคอเขาไว้แน่นกลัวเขาจะทำนางหล่นแล้วจะมีอันตรายถึงลูกที่ยังอยู่ครรภ์ “เจ้าไม่ต้องกลัว ข้าไม่ทำเจ้าหล่นหรอกน่า” ลี่หูเดาใจอี้เซียงออก จึงได้พูดขณะที่อุ้มนางเดินเข้าบ้าน พอเข้าไปในห้องเรียบร้อย ลี่หูจึงค่อยๆวางอี้เซียงนั่งบนเตียงนอนแล้วถึงได้จูบนางอย่างรักใคร
“นอนได้แล้วนะ นอนดึกมากเดี๋ยวลูกจะขี้อ้อน”
“พี่ไปเอามาจากไหน ใครบอก” อี้เซียงถามตาแป๋ว มองลี่หูที่กำลังปลดม่านลงทั้งสองข้าง
“น้าเถาบอก” ลี่หูยิ้มแล้วจึงเดินไปดับไฟ

แสงเทียนที่ดับลงเหลือเพียงแสงจันทร์ที่ลอดผ่านหน้าต่างห้องนอน ลี่หูนอนโอบกอดภรรยาที่เขารักไว้แนบกาย แต่เพียงเขาเข้าสู่ห้วงนิทราได้มินานนัก ภาพความฝันที่น่ากลัวที่เคยเฝ้าหลอกหลอนลี่หูก็ย้อนกลับมาอีกครั้ง ภาพของอี้เซียงที่ต้องเจ็บปวดทนทุกข์ทรมานโดยที่เขามิอาจช่วยเหลือนางได้ เสียงคำสาปแช่งจากสะใภ้ใต้เท้ากู้ที่ดั่งแว่วอยู่ข้างๆหู ทำให้ชายหนุ่มสะดุ้งตื่นตกใจขึ้นมา เหงื่อไหลเต็มหน้า ลมหายใจหอบถี่ เมื่อลี่หูตั้งสติได้และพยายามบอกตนเองว่ามันเป็นเพียงความฝัน ลมหายใจของเขาก็เริ่มเป็นปกติจึงได้หันหน้าไปมองหญิงสาวที่ยังนอนเคียงข้างและโอบกอดนางไว้อย่างหวงแหนด้วยความรู้สึกที่ยังหวาดกลัวว่าความฝันจะกลายเป็นจริง

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sun Oct 18, 2009 4:36 pm

เวลาสายของวันใหม่ หลังจากที่ลี่หูออกทำงานที่สวนผักพร้อมอากุ้ย อี้เซียงก็ช่วยท่านน้าเถาทำงานบ้านตามปกติ แต่ในขณะที่นางกำลังถือกระจาดใส่เครื่องเทศไปตากแดดที่บริเวณหน้าบ้าน สายตาของนางพลันเห็นเงาร่างของชายหนุ่มที่คุ้นตายืนอยู่ตรงมุมรั้วประตูหน้าบ้านพอดี ชายคนนั้นเห็นอี้เซียงกำลังจ้องมองมายังตนเองแทนที่จะหลบซ่อน หากแต่ยืนนิ่งมองนางตอบด้วยสายตาที่เย็นชาภายใต้ใบหน้าที่เคร่งขรึมเสียจนน่าหวาดกลัว อี้เซียงเห็นเขาจ้องมาที่นางก็มือไม้สั่นถอยหลังไปหนึ่งก้าวเพื่อตั้งสติ พอข่มใจให้สงบนิ่งได้แล้วนางจึงได้สูดลมหายใจเข้าลึกๆรวบรวมความกล้าเพื่อที่จะเดินเข้าไปหาผู้ชายคนนั้น แต่ครานี้ผู้ชายคนนั้นกลับรีบเดินหนีอี้เซียงจากไป ครั้นนางจะเดินตามไปให้ทันแต่ก็มิกล้านัก พอลี่หูกลับมาบ้านนางก็ไม่กล้าพูด จึงได้แต่เก็บไว้ในใจ จนกระทั่งวันรุ่งขึ้นนางก็เจอผู้ชายคนนั้นยืนอยู่ที่หน้าบ้านคอยจ้องมองนางอยู่เหมือนเดิม คราวนี้อี้เซียงตัดสินใจเดินเข้าไปหาอย่างมิหวาดกลัว แม้ผู้ชายคนนั้นจะเดินหนี นางก็ยังตามเขาไป จนเห็นว่าเริ่มที่จะตามไม่ทัน นางจึงได้ตะโกนไปสุดเสียง
“พี่ลู่ฟง อย่าเพิ่งไป” คำเรียกของอี้เซียงทำให้ชายหนุ่มหยุดยืนนิ่ง อี้เซียงเห็นเช่นนั้นจึงรีบเดินเข้าไปหา
“ทำไมท่านถึงมาอยู่ที่นี่ได้ แล้วอาการบาดเจ็บของท่านหายดีแล้วใช่ไหมค่ะ” ลู่ฟงยังคงยืนนิ่งไม่มีเสียงตอบ อี้เซียงจึงได้เดินไปยืนอยู่เบื้องหน้าชายหนุ่ม
“ท่านยังโกรธข้ากับพี่ลี่หูอยู่ใช่ไหม ถ้าใช่..ข้าขอโทษ และอยากจะขอโทษสักพันครั้งหมื่นครั้ง แต่เรื่องทั้งหมดไม่เกี่ยวกับพี่ลี่หู หากจะโกรธจะแค้นก็ขอให้มาลงที่ข้า เพราะเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นล้วนเป็นข้าทั้งนั้นที่หลอกลวงความรักจากท่าน ทำให้ท่านต้องเสียใจ ข้าเป็นคนผิด เป็นคนที่ทำร้ายท่าน ข้า..”
“เจ้าไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น พอได้แล้ว” ลู่ฟงพูดแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงดุ “ข้าจะบอกให้เจ้าได้ตาสว่าง ที่ผ่านมา ข้าทั้งรักเจ้า โกรธเจ้า จนเคยทำร้ายเจ้ากับลูก” ลู่ฟงละคำพูดส่งเสียงดัง ‘หึ’ ในลำคอ “เจ้ายังจำคนชุดดำที่เคยทำร้ายเจ้ากับลี่หูได้ไหม คนๆนั้นก็คือข้า แล้วตอนที่เจ้าเกือบจะแท้งลูก ก็เพราะข้าที่เป็นคนแอบใส่ยาขับเลือดให้เจ้ากินทุกวัน อี้เซียง..เจ้าเข้าใจถูกแล้ว ข้ายังโกรธเจ้าและแค้นเจ้ากับลี่หู ตราบใดที่มีข้าอยู่ พวกเจ้าสองคนจะไม่มีวันได้ครองรักกันอย่างสงบสุข” ชายหนุ่มเดินตรงเข้าไปหาอี้เซียงที่ยืนนิ่ง ร่างกายชาไปทั้งร่างเมื่อได้รับรู้ความจริงจากปากของผู้ชายตรงหน้า ลู่ฟงเห็นสายตาของอี้เซียงที่ยังตกตะลึงอยู่จึงใช้สองมือบีบหน้าของนางให้เงยขึ้นมาสบตากับเขา
“ถ้าไม่อยากให้ข้าทำอะไรรุนแรงไปมากกว่านี้ ก็จงรีบไปเสียให้พ้นหน้าข้า ไปให้ไกลที่สุด อย่าให้ข้าตามเจ้าเจอเป็นครั้งที่สอง มิเช่นนั้นจะหาว่าข้าใจร้ายกับพวกเจ้าไม่ได้” ชายหนุ่มพูดจบก็ปล่อยมือที่จับใบหน้าของอี้เซียงไว้ “ของของข้า ข้าคงต้องขอคืน” ลู่ฟงจับมืออี้เซียงขึ้นมาเพื่อที่จะถอดแหวนหยกสีเขียวจากนิ้วมือของนาง เมื่อได้ของคืนมาแล้วลู่ฟงจึงได้เดินจากไป สิ้นสุดกันเสียทีสำหรับความรักที่เคยมีให้ อี้เซียงที่ยังยืนอยู่ตรงนั้นทำอะไรไม่ถูก นางคิดไว้เสมอว่าสิ่งที่ลู่ฟงทำไปกับนางนั้น นางไม่เคยคิดโกรธเพราะเพียงเพื่อจะไถ่โทษในความผิดที่นางเคยทำร้ายหัวใจของเขามาก่อน แต่พอมาถึงวันนี้ทุกคำพูดที่นางได้รับรู้จากปากของลู่ฟง มันกลับทำให้นางรู้สึกโกรธและหวาดกลัวเขาภายในเวลาเดียวกัน อี้เซียงเดินเหม่อใจลอยจนถึงบ้าน ท่านน้าเถาที่กำลังเป็นห่วงอี้เซียงพอเห็นนางกลับมาก็รีบเข้าไปถามว่านางไปไหน แต่คำตอบที่ได้คือการส่ายหน้าช้าๆ และรอยยิ้มจางๆบนใบหน้าที่ซีดเซียว

@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@

แสงแดดที่ร้อนระอุยามเที่ยงวัน มิได้ทำให้ผู้ที่กำลังเดินทางอยู่ยอมแพ้หากแต่ยังคงมุ่งมั่นเพื่อไปให้ถึงจุดหมายโดยเร็วที่สุด แม้ในกลุ่มคนที่เดินทางมาด้วยกันนั้นจะมีหญิงสาวร่างบอบบางและผู้อาวุโสอายุราวหกสิบปีรวมอยู่ด้วย แต่คนทั้งสองก็มิเคยที่จะปริปากขอหยุดพักแม้แต่คำเดียว จนกระทั่งจอมยุทธ์หนุ่มเป็นผู้เอ่ยปากให้หยุดพักกันก่อน ทั้งหมดจึงได้นั่งพักที่ใต้ร่มไม้ใหญ่เพื่อดื่มน้ำและกินขนมเปี๊ยะที่พกติดตัวมาประทังความหิว แต่ได้พักกันเพียงครู่เดียว จอมยุทธ์หนุ่มที่ฝีมือดีที่สุดก็ได้ยินเสียงฝีเท้าของคนกำลังมุ่งตรงมาทางนี้ จึงได้บอกให้ทั้งหมดเตรียมพร้อมและระวังตัว
“ใช่เป็นคนของขุนพลเจิ้นที่ตามพวกเรามารึเปล่า” ผู้อาวุโสเอ่ยถาม สายตาก็มองไปยังเบื้องหน้า
“จะเป็นใครก็ช่าง พวกเราคงต้องเตรียมตัวรับมือไว้ก่อน ถ้าอย่างไรขอเชิญใต้เท้ากับอี้หลานไปหลบอยู่ด้านหลังก่อน และถ้าหากเห็นท่าไม่ดี รองแม่ทัพกุ้ยก็ช่วยอารักษ์ขาทั้งสองคนให้ด้วย” จอมยุทธ์จางพูดด้วยสีหน้าเข้มขรึม สายตาก็คอยระวังภัย รองแม่ทัพกุ้ยพยักหน้ารับคำก็เชิญอำมาตย์ไป๋และอี้หลานไปอยู่ด้านหลังโดยมีทหารที่ใส่ชุดชาวบ้านธรรมดาคอยยืนล้อมไว้เป็นวงกลม ยิ่งเสียงนั้นใกล้เข้ามา ทุกคนก็ยิ่งระวังตัว จนกระทั่งเห็นเจ้าของเสียงฝีเท้านั้นเป็นชายร่างสูงแต่งกายเยี่ยงชาวยุทธ์ ฟู่เจี้ยนเห็นผู้มาใหม่ก็ร้องทักด้วยความยินดี
“พี่เซี่ยงมาแล้วหรอ” ฟู่เจี้ยนเดินเข้าไปทักจอมยุทธ์หนุ่ม คนที่เหลือก็ลดอาวุธ
“อืม..พอได้รับพิราบสื่อสารของเจ้า ข้าก็รีบเดินทางมาสมทบทันที แล้วท่านนี้คือ..” จอมยุทธ์เซี่ยงเอ่ยถามด้วยความสงสัยเมื่อเห็นสหายใหม่ที่ร่วมเดินทางมากับอำมาตย์ไป๋ ฟู่เจี้ยนยิ้มเล็กน้อยแล้วจึงแนะนำให้รองแม่ทัพกุ้ยและจอมยุทธ์เซี่ยงได้รู้จักกัน จอมยุทธ์หนุ่มเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็สบายใจรวมทั้งดีใจที่ได้กำลังคนมาเพิ่ม
“พอข้าทราบว่าใต้เท้าจะเดินทางกลับเข้าเมืองหลวง ข้าก็รีบมาดักรอท่านก่อนเพื่อที่จะนำท่านไปพักยังสถานที่ที่ข้าจัดเตรียมไว้ให้ ซึ่งข้าว่ามันน่าจะปลอดภัยมากกว่าขอรับ”
“ถ้าเจ้าเห็นสมควรเช่นนั้น ข้าก็ไม่ขัดข้องหรอกนะ เพราะตอนนี้ข้าก็อยากหาสถานที่ที่เราจะสามารถหาวิธีรับมือขุนพลเจิ้นได้สะดวกเหมือนกัน” อำมาตย์ไป๋เห็นด้วย ทุกคนก็เห็นด้วย จอมยุทธ์เซี่ยงจึงได้เดินนำหน้าทุกคนไปยังที่พักที่ได้จัดเตรียมไว้ ซึ่งมันอยู่ห่างจากเมืองหลวงไม่ถึงสิบลี้ เป็นบ้านยกพื้นสูงที่ถูกโอบล้อมด้วยต้นไม้สีเขียวขจีโดยรอบ ซึ่งกว่าจะเดินทางมาถึงก็บ่ายคล้อย จอมยุทธ์เซี่ยงจึงได้ให้ทุกคนพักผ่อนกันก่อนแล้วถึงค่อยมารวมตัวกันในตอนเย็นอีกครั้ง เมื่อมากันพร้อมหน้าจอมยุทธ์เซี่ยงก็รีบบอกความเป็นไปในเมืองหลวงในตอนนี้ทันที

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sun Oct 18, 2009 4:37 pm

“ช่วงนี้เมืองหลวงมีคนแปลกหน้าเดินทางเข้ามากันเป็นจำนวนมาก เท่าที่ข้าสังเกตดู คนพวกนั้นไม่ใช่คนภาคกลาง ส่วนจะเป็นคนของแคว้นเหลียวที่แฝงตัวมาหรือไม่นั้น ความเห็นส่วนตัวของข้ามันก็เป็นไปได้ เพราะอย่างแรกเลยก็คือขุนพลเจิ้นสมคบคิดกับแคว้นเหลียว นั่นคือเรื่องจริงที่จอมยุทธ์จางเคยบอกไว้ อย่างที่สองข้าได้ยินมาว่าต้นเดือนหน้าฝ่าบาทจะทำพิธีบวงสรวงเทพยดาเพื่อให้ช่วยคุ้มครองแผ่นดินต้าซ้อง และคนที่เสนอให้ฝ่าบาทจัดพิธีนี้ขึ้นมาก็เป็นขุนพลเจิ้น นั่นก็มีความเป็นไปได้ตรงที่ว่าขุนพลเจิ้นอาจจะใช้โอกาสนี้ลงมือก็ได้ แต่ที่น่าแปลกใจก็คือในเมื่อใกล้จะถึงเวลาแล้วเหตุใดขุนพลเจิ้นถึงไม่ได้อยู่ในเมืองหลวง” จอมยุทธ์เซี่ยงเล่าถึงตรงนี้ก็หยุดใช้ความคิด
“ขุนพลเจิ้นไม่ได้อยู่ในเมืองหลวง จะเป็นไปได้ยังไง ในเมื่อเขาสู้อุตส่าห์วางแผนมาตั้งมากมายก็สมควรที่จะอยู่ดูผลงานของตัวเองสิ” ฟู่เจี้ยนออกความคิดเห็นแล้วจึงหันไปทางจื่อหลงและอำมาตย์ไป๋
“เขาจะมาตามล่าพวกเรารึเปล่า” อำมาตย์ไป๋พูดแต่จื่อหลงส่ายหน้าไม่เห็นด้วย
“ถ้าขุนพลเจิ้นคิดจะตามล่าพวกเราด้วยตัวเองจริงๆ คงไม่จำเป็นส่งทหารออกมาตั้งมากมายถึงขนาดนี้หรอกครับ ข้าว่า..เป้าหมายของขุนพลเจิ้นคงเป็นเรื่องอื่นมากกว่า”
“แล้วมันเรื่องอะไรกันล่ะ ว่าไง..พวกเจ้าคิดอย่างไรกันบ้าง” อำมาตย์ไป๋ถามและมองหน้าจอมยุทธ์หนุ่มทั้งสาม
“ถ้าข้าจะขอเสนอความคิดเห็นบ้างได้ไหมค่ะ” อี้หลานที่นั่งฟังอยู่ใกล้ๆยกมือขึ้นเล็กน้อย เสียงหวานใสของนางทำให้สายตาทุกคู่มองไปด้วยความสนใจ อำมาตย์ไป๋พยักหน้าช้าๆให้ลูกสาว เป็นเชิงอนุญาต
“ในบรรดาเสี้ยนหนามของขุนพลเจิ้นที่คอยขัดขวางแผนการของเขาก็มีแต่เพียงท่านพ่อ ส่วนคนอื่นไม่ว่าจะเป็นใต้เท้ากู้หรือมือปราบฟู่ก็ล้วนถูกกำจัดจนหมดสิ้น ส่วนขุนนางคนอื่นก็ไม่กล้าที่จะต่อกรด้วย ถ้าขุนพลเจิ้นคิดจะเล่นงานท่านพ่อให้หมดทางหนี ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม ขุนพลเจิ้นก็ไม่จำเป็นต้องลงมือด้วยตัวเองแม้แต่น้อย เพราะแค่คำว่านักโทษที่เป็นกบฏและหลบหนีการประหารมานั้น กฎหมายก็สามารถเอาผิดท่านพ่อได้อยู่แล้ว ถึงได้มีพวกมือปราบและทหารออกตามล่าเสียจนไม่เหลือทางจะให้เดินขนาดนี้ แม้ขุนพลเจิ้นจะรู้ว่าท่านพ่อยังมีชีวิตอยู่และยังมีคนที่คอยให้ความช่วยเหลือเพื่อที่จะย้อนกลับมาเล่นงานขุนพลเจิ้นได้อีกครั้ง แต่นั่นก็เป็นคำพูดเพียงลมปากของคนที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นกบฏ มิมีหลักฐานใดมายืนยันความผิดของขุนพลเจิ้นได้ แม้แต่ความน่าเชื่อถือก็ยังมองไม่เห็น ขุนพลเจิ้นถึงได้ใจเย็นพอที่จะยืมกฎหมายมาเล่นงานท่านพ่อมากกว่าจะออกหน้าด้วยตัวเอง แต่ถ้าเป็นคนที่สามารถยืนยันความผิดของขุนพลเจิ้นจนคนผู้นี้ดิ้นไม่หลุด เป็นเพียงคนเดียวที่จะต่อกรกับขุนพลเจิ้นได้ ข้าว่ามันก็มีน้ำหนักมากพอที่จะให้ขุนพลเจิ้นอดทนรอต่อไปไม่ได้ จนต้องออกตามล่าคนๆนั้นด้วยตัวเองนะคะ” อี้หลานพูดในสิ่งที่นางคิดจบประโยคของมองหน้าทุกคนอยากต้องการความเห็น
“เจ้ากำลังหมายถึงคนที่ข้าเคยพูดถึงใช่ไหม คนๆเดียวที่สามารถยืนยันความผิดของขุนพลเจิ้นและคืนความบริสุทธิ์ให้อำมาตย์ไป๋ได้” จื่อหลงย้อนถามอี้หลานด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แววตาดูเป็นกังวล
“พี่หลงก็คิดเหมือนที่ข้าคิดใช่ไหมล่ะค่ะ” นางย้อนถามชายหนุ่มบ้าง ทำให้จอมยุทธ์หนุ่มหันมามองหน้าท่านไป๋ที่สีหน้าเริ่มเคร่งเครียด
“ก็ไหนท่านเคยบอกว่าคนๆนั้นจะไม่ช่วยเรายังไง แล้วทำไมขุนพลเจิ้นต้องกลัวด้วยล่ะ” ฟู่เจี้ยนถามด้วยน้ำเสียงคาดคั้นอย่างคนที่ต้องการคำตอบให้หายสงสัย
“ข้าเคยทำงานให้ขุนพลเจิ้นมาหลายปี ย่อมรู้ดีว่าคนผู้นี้เป็นคนที่หวาดระแวงและกลัวคนใกล้ชิดหักหลังที่สุด เจ้าก็ดูข้าเป็นตัวอย่างสิ ทั้งที่ขุนพลเจิ้นไว้วางใจข้า มอบงานสำคัญให้ข้าทำ แต่เขาก็ยังระแวงข้า ถึงได้วางแผงตลบหลังข้าแบบนี้”
“แต่ท่านก็ทำตัวของท่านเอง ถ้าท่านไม่ส่อพิรุธที่จะทรยศต่อขุนพลเจิ้นก่อน บางทีท่านก็คงไม่ถูกจับได้” ฟู่เจี้ยนแย้ง
“ไม่..ถึงข้าจะทำงานชิ้นนี้หรือไม่ได้ทำ ขุนพลเจิ้นก็คิดที่จะกำจัดข้าอยู่แล้ว เพราะว่าข้าได้ทำผิดกฎของการเป็นมือสังหาร” จื่อหลงหยุดพูดแล้วสบตาอี้หลานพร้อมรอยยิ้มที่มุมปาก “มือสังหารหลายคนต้องพบจุดจบเพราะมีความรัก เพราะความรักจะทำให้พวกเขาใจอ่อน ซึ่งขุนพลเจิ้นก็ทราบถึงเหตุผลข้อนี้ดีอยู่แล้ว เขาถึงได้คิดกำจัดข้าและตอนนี้เขาก็กำจัดคิดที่จะกำจัดลูกชายของตัวเอง คนที่ใกล้ชิดขุนพลเจิ้นมากที่สุดและเป็นเพียงคนเดียวที่จะกระชากหน้ากากผู้ดีจอมปลอมของคนผู้นี้ได้”
“ไม่มีทาง..ขุนพลเจิ้นไม่มีทางลงมือกับลูกของตัวเองได้ และลี่หูก็ไม่มีวันยืนอยู่คนละข้างกับขุนพลเจิ้น” อำมาตย์ไป๋นั่งฟังอยู่ด้วยหัวใจที่ร้อนรุ่ม จึงได้พูดค้านความเห็นของจื่อหลง
“แต่มันเป็นไปได้ ใต้เท้า..ข้าต้องขออภัยท่านด้วยที่ปิดบังความจริงบางอย่างเอาไว้” จื่อหลงตัดสินใจบอกความจริงถึงคนชุดดำที่ทำร้ายอี้เซียงกับลี่หูจนเกือบตายเมื่อคราวนั้นว่าเป็นฝีมือของลู่ฟง และคนที่สั่งลู่ฟงให้ลงมือก็คือขุนพลเจิ้นที่ต้องการจะสั่งสอนลี่หูที่ทำผิดกฎเหมือนกับเขา และที่ลี่หูต้องถูกลู่ฟงทำร้ายจนเจ็บปางตายก็เพราะลี่หูถูกขุนพลเจิ้นทำร้ายจนบาดเจ็บมาก่อน อำมาตย์ไป๋พอได้รับทราบความจริงข้อนี้ ใบหน้าของท่านก็ยิ่งเคร่งเครียด
“ถ้าสิ่งที่ข้าคิดไว้ถูกต้อง เป้าหมายของขุนพลเจิ้นตอนนี้ก็คงเป็นพี่ลี่หู ซึ่งลำพังตัวเขาคนเดียวข้าก็ไม่เป็นห่วงหรอกค่ะ แต่ถ้าพี่ลี่หูอยู่กับน้องเซียง ข้าก็เกรงว่า..” อี้หลานหยุดพูด นางไม่กล้าจะคิดไปมากกว่านี้
“ไม่หรอก อี้เซียงไม่มีทางอยู่กับคนที่ทำให้พี่ชายของนางตายได้” ท่านไป๋พูดค้าน หากแต่ใจกลับตรงกันข้าม “เจ้าก็รู้ไม่ใช่หรอว่าอี้เซียงรักเทียนเซิ่นมากแค่ไหน นางจะต้องไม่มีวันให้อภัยลี่หูและไปอยู่กับเขาแน่ๆ” ท่านไป๋ขอความเห็นจากอี้หลาน นางได้แต่นั่งนิ่ง “ว่ายังไงเจ้าก็เห็นด้วยกับพ่อใช่ไหม” ทุกถ้อยคำที่เอ่ยออกมา น้ำเสียงของผู้อาวุโสยิ่งเริ่มสั่นเครือ ใจของท่านร้อนดั่งถูกไฟเผา

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sun Oct 18, 2009 4:37 pm

“ใต้เท้า คือข้าก็มีเรื่องที่ปิดบังท่านอยู่อยู่เหมือนกันขอรับ” คำพูดประโยคนี้ของจอมยุทธ์เซี่ยงทำให้ท่านไป๋ขมวดคิ้วแน่น มองหน้าคู่สนทนาด้วยความอยากรู้อย่างมากที่สุด
“เรื่องที่ท่านเคยขอให้ข้าช่วยติดตามข่าวคราวของคุณหนูรอง ซึ่งข้าก็ให้เพื่อนของข้าช่วยตามหาอีกแรงนึงนั้น ทำให้ตอนนี้ข้าทราบแล้วว่าคุณหนูรองอยู่ที่หมู่บ้านอิงเฉิงขอรับ”
“ในเมื่อเจ้ารู้ทำไมถึงเพิ่งมาบอกข้าตอนนี้ มันไม่ใช่เรื่องที่ควรจะปิดบังอะไรเลยนะ”
“ข้าต้องขออภัยใต้เท้าจริงๆขอรับ เพราะที่ข้าต้องปิดบังก็ด้วยเกรงว่าจะทำให้ท่านไม่สบายใจ”
“ทำไมต้องทำให้ข้าไม่สบายใจด้วย” อำมาตย์ไป๋พูดแทรกขึ้นมา ไม่ได้รอให้จอมยุทธ์เซี่ยงพูดให้จบประโยค
“เพราะตอนนี้คุณหนูรองอยู่กับเจิ้นลี่หูขอรับ” สิ้นคำพูดของจอมยุทธ์หนุ่ม ผู้อาวุโสก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ความกังวลใจถาโถมดั่งคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่ง อี้หลานเห็นสีหน้าของบิดาแล้วจึงขยับกายเข้ามาหาแล้วแตะหลังมือของท่านเบาๆอย่างให้กำลังใจ
“ท่านพ่อไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ อย่างน้อยตอนนี้เราก็ได้รู้แล้วว่าน้องเซียงอยู่ที่ไหนและอยู่กับใคร น้องคงไม่มีอันตรายอะไรหรอกค่ะ ข้าเชื่อว่าพี่ลี่หูจะต้องดูแลน้องเซียงได้”
“แต่เมื่อกี้เจ้าก็บอกพ่อไม่ใช่หรือว่าเป้าหมายของขุนพลเจิ้นตอนนี้ก็คือลี่หู แล้วเจ้าคิดดูขนาดพวกเรายังรู้ว่าลี่หูอยู่ไหน แล้วขุนพลเจิ้นจะไม่รู้ก็คงเป็นไปไม่ได้ ถ้าให้อี้เซียงอยู่กับเขา นางจะปลอดภัยได้ยังไง ” อำมาตย์ไป๋พูดพลางมองหน้าจื่อหลง อี้หลานก็มองตาม สายของของสองพ่อลูกในตอนนี้ ชายหนุ่มก็พอจะเดาอะไรได้ “ข้าไม่สนใจว่าขุนพลเจิ้นจะลงมือกับลูกชายของตนเองได้หรือไม่ แต่ที่ข้าใส่ใจคือลูกสาวกับหลานของข้า จื่อหลง..ข้าขอร้อง เจ้าช่วยไปที่หมู่บ้านอิงเฉิง พาอี้เซียงกลับมาหาข้าได้ไหม”
“พี่หลง..ช่วยน้องเซียงกับพี่ลี่หูด้วยนะคะ” อี้หลานขอร้องซึ่งเขายิ่งไม่มีวันปฎิเสธ แต่ถึงนางไม่พูดขอ เขาก็จะรับปากอยู่แล้ว
“ช่วยอี้เซียงคนเดียวก็พอ คนอื่นไม่ต้อง” อำมาตย์ไป๋พูดแทรกขึ้นมาเช่นนี้ก็เหมือนท่านใจดำกับลี่หูจนเกินไป ทำให้ทุนคนที่ได้ยินหันมามองหน้ากัน พูดอะไรไม่ออก “แต่ถ้าเจ้าจะมีน้ำใจช่วยเขาด้วย ข้าก็ไม่ขัดข้อง” หากแต่คำพูดประโยคถัดมาของผู้อาวุโสกลับทำให้ทุกคนยิ้มได้ เพราะนั่นแสดงว่าอำมาตย์ไป๋เริ่มที่จะยอมรับและให้อภัยลี่หูได้แล้ว
“ใต้เท้าไม่ต้องห่วง ข้ารับปากจะพาทั้งสองคนกลับมาหาท่านอย่างปลอดภัยครับ” จื่อหลงยิ้มที่มุมปากรับคำและหันไปสบตากับอี้หลานเล็กน้อย
“ใครบอกว่าสองคน แต่เป็นสามคนต่างหาก พี่หลงลืมหลานตาไปได้ยังไง ระวังท่านพ่อจะเคืองเอาได้นะคะ” หญิงสาวพูดล้อหากแต่หันไปทางบิดาของตนเอง ท่านไป๋ทำเป็นปั้นหน้านิ่งเคร่งขรึม หากแต่สายตาของท่านกำลังส่งยิ้มตอบให้ลูกสาวที่ช่างพูด
“รีบไปรีบกลับนะ ยังไงทางนี้ก็ต้องการให้เจ้าคอยช่วยเหลือ” ผู้อาวุโสกำชับ จื่อหลงก็รับคำเป็นมั่นเหมาะ ซึ่งเขาจะออกเดินทางไปพรุ่งนี้แต่เช้ามืด ดังนั้นคืนนี้เขาถึงได้กำชับฟู่เจี้ยน จอมยุทธ์เซี่ยงและรองแม่ทัพกุ้ยให้ดูแลความปลอดภัยของสองพ่อลูกแซ่ไป๋เป็นอย่างดี และรอจนกว่าเขาจะกลับมา

@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@

พระจันทร์สีนวลลอยเด่นอยู่กลางท้องฟ้า มีดาวดวงน้อยประดับเคียงคู่ ไป๋อี้เซียงนั่งมองดูดาวอยู่ริมหน้าต่างด้วยจิตใจที่เหม่อลอย หลังจากที่ได้พบกับลู่ฟงเมื่อตอนกลางวัน อี้เซียงก็เงียบไม่พูดไม่จากับใคร ท่านน้าเถาเห็นความผิดปกติของอี้เซียงจึงได้ไปกระซิบบอกลี่หูเมื่อเขากลับมาถึงบ้าน ให้ชายหนุ่มเข้าไปพูดคุยกับนาง ให้นางสบายใจ เพราะท่านน้าเถาเข้าใจว่าเป็นอาการของหญิงมีครรภ์ที่มักอ่อนไหวง่ายและอารมณ์แปรปรวน ก่อนที่ลี่หูจะเข้าไปหาภรรยาในห้อง ท่านน้าเถาจึงได้ย้ำให้ลี่หูใจเย็นให้มากที่สุด ไม่ว่านางจะแสดงความไม่พอใจออกมาอย่างไรก็ขอให้เขายิ้มไว้ ซึ่งลี่หูก็รับปากจะทำตามทุกอย่างจนกระทั่งเดินเข้ามาในห้องและนั่งลงข้างๆอี้เซียง เขาก็เริ่มทำตามที่ท่านน้าเถาบอกมา
“เจ้าเป็นอะไรไปเหรอ วันนี้ดูเงียบๆ ข้าวเย็นก็กินนิดเดียว หรือว่ากลัวอ้วน” ลี่หูโอบกอดอี้เซียงทางด้านหลัง วางคางไปที่หัวไหล่ของหญิงสาว “แต่ถึงอ้วนก็ไม่เป็นไรนะ ข้าชอบ เวลากอดแล้วเต็มไม้เต็มมือดี” ชายหนุ่มยังพูดเล่นหยอกล้อหวังให้นางยิ้มได้หรือหยิกแขนเขาแก้เขินก็ยังดี แต่ไม่เลย ทุกอย่างมีแต่ความเงียบและสายตาที่เหม่อลอยของอี้เซียงเท่านั้น ลี่หูไม่เข้าใจว่าภรรยาสุดที่รักเป็นอะไรไปแต่ที่เขาเริ่มสัมผัสได้ก็คือเสียงถอนหายใจของนางและสายตาของเขาที่มองไม่เห็นแหวนหยกของลู่ฟง
“เจ้ามีอะไรในใจก็บอกข้าได้นะ หรือว่าเจ้าทำแหวนหยกของลู่ฟงหายไปก็เลยไม่สบายใจอย่างงั้นหรอ” น้ำเสียงของลี่หูฟังดูน้อยใจอยู่นิดหน่อย ถึงจะไม่ได้หึงแต่เขาก็ไม่ชอบ ถ้าหากเรื่องที่ทำให้อี้เซียงทุกข์ใจจะเป็นเพราะแหวนหยกที่ไม่ได้อยู่บนนิ้วเรียวงามของหญิงสาว ลี่หูกำลังจะอ้าปากถามต่อแต่ก็พูดไม่ออกเมื่อได้ยินเสียงสะอื้นของอี้เซียงเข้ามาแทนที่ นางกำลังร้องไห้ จากเสียงสะอื้นเบาๆตอนนี้เริ่มดังขึ้น ลี่หูรีบประคองร่างที่สั่นไหวเพราะแรงสะอื้นของอี้เซียงให้มาซุกอยู่ในอ้อมกอดของตนเอง พอได้ไออุ่นจากชายที่นางรัก อี้เซียงก็ยิ่งร้องไห้มากขึ้นจนลี่หูไม่รู้จะทำสิ่งใดนอกจากเสียงใช้มือลูบศีรษะของนางเบาๆเพื่อปลอบโยน
“เจ้าร้องไห้ทำไม หรือว่าข้าทำอะไรให้เจ้าไม่สบายใจรึเปล่า” ลี่หูถามด้วยน้ำเสียงอ่อนนุ่ม อี้เซียงส่ายหน้าช้าๆปฎิเสธและกอดลี่หูไว้แน่นเหมือนกลัวว่าเขาจะหนีหายไปไหน
“งั้นเจ้าบอกข้าได้ไหมว่าเจ้าร้องไห้ทำไม”
“ข้า..ข้าคิดถึงท่านพ่อกับพี่รอง” อี้เซียงตอบปนเสียงสะอื้น ทำให้ลี่หูยิ้มอย่างโล่งอกโดยที่ไม่รู้ว่าอี้เซียงโกหก เรื่องที่ทำให้นางทุกข์ใจอยู่ในตอนนี้คือคำพูดของลู่ฟงที่ยังคงคิดแค้นนางกับลี่หู จนทำให้นางหวาดกลัวแต่ก็ไม่กล้าจะบอกให้ลี่หูรู้ เพราะถ้าเขารู้ ลี่หูก็จะไม่มีวันหลุดพ้นจากวังวนของความแค้นและการต่อสู้ ซึ่งนางไม่เคยต้องการแม้แต่น้อย ในหัวสมองของอี้เซียงตอนนี้มีแต่ความว่างเปล่า นางไม่รู้จะหาทางออกได้อย่างไร นอกเสียจากขอให้ลี่หูพานางไปจากที่นี่เพื่อไปหาบิดาและพี่สาว
“พี่พาข้าไปหาท่านพ่อกับพี่รองได้ไหม เราออกเดินทางพรุ่งนี้เลยนะคะ” อี้เซียงขอร้องด้วยน้ำตาที่ยังอาบแก้ม
“แต่ร่างกายของเจ้ายังมิสู้จะแข็งแรง ท่านหมอก็สั่งไว้แล้วว่าห้ามเจ้าเดินทางไปไหนไกลๆ เกินเจ้ากับลูกเป็นอะไรไป ข้าจะเสียใจมากเลยนะ”
“ข้าไม่เป็นไรแล้ว พี่ลี่หู..ข้าอยากไปหาท่านพ่อกับพี่รอง พาข้าไปนะคะ” อี้เซียงรบเร้าด้วยน้ำตา ทำให้ลี่หูใจอ่อนยอมรับปาก แต่ลี่หูก็บอกนางตามความจริงไปว่าในตอนนี้เขาก็ไม่รู้ว่าอำมาตย์ไปและอี้หลานอยู่ที่ไหน แต่อี้เซียงก็บอกให้เขาพานางไปจากที่นี่ก่อนแล้วค่อยสืบหาในภายหลัง ลี่หูจึงต้องยอมตามใจ

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sun Oct 18, 2009 4:38 pm

เช้าวันรุ่งขึ้นลี่หูกับอี้เซียงมาลาท่านอากุ้ยและท่านน้าเถา ในตอนแรกผู้อาวุโสทั้งสองไม่อยากให้ลี่หูและอี้เซียงไป จึงช่วยกันพูดเปลี่ยนใจสามีภรรยาคู่นี้ให้ได้ แต่เมื่อลี่หูบอกว่าเขาต้องพาอี้เซียงกลับไปหาบิดาของนาง ผู้อาวุโสทั้งสองจึงต้องยอมตามใจ ท่านน้าเถารีบเร่งไปเตรียมอาหารแห้งและน้ำให้ทั้งสองระหว่างเดินทาง ท่านอากุ้ยก็ช่วยลี่หูจัดเตรียมรถม้าไว้ให้พร้อม ก่อนออกเดินทางในยามสายของวันนั้น ท่านน้าเถากล่าวอวยพรให้ทั้งสองคนโชคดีและยังสวมกอดลี่หูกับอี้เซียงด้วยน้ำตานองหน้า นั่นไม่ใช่แค่การจากลาของชายหนุ่มหญิงสาวที่ท่านน้าเอ็นดูเหมือนลูกหลานเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นการอำลาของนายน้อยที่น้าเถาเพิ่งจะได้พบหน้า ผู้อาวุโสทั้งสองยืนส่งชายหนุ่มหญิงสาวที่หน้าประตูบ้านจนรถม้าค่อยๆลับสายตาไป

ลี่หูพาอี้เซียงเดินทางออกมาจากหมู่บ้านอิงเฉิงได้ไม่ไกลนักเขาก็หยุดพักเพราะไม่อยากให้อี้เซียงเหนื่อยจนเกินไปจนมีผลกระทบถึงลูก ชายหนุ่มประคองหญิงสาวลงจากรถม้ามานั่งพักที่ใต้ร่มไม้และนำน้ำมาให้อี้เซียงได้ดื่ม สีหน้าของนางในตอนนี้ก็ดูสดใสขึ้นคงเป็นเพราะสบายใจขึ้นแล้วเป็นแน่ที่จะได้กลับไปหาบิดาและพี่สาว ลี่หูคิดเช่นนั้นโดยที่ไม่รู้ว่าที่อี้เซียงสบายใจขึ้นเป็นเพราะนางกำลังคิดว่าลี่หูได้พานางหนีมาจากลู่ฟงได้แล้ว แต่ทว่าความคิดนั้นก็พังทลายลงในพริบตา เมื่อต่อหน้าของทั้งสองคนเวลานี้ปรากฏเงาร่างของชายหนุ่มสองคน คนนึงสูงโปร่ง อีกคนรูปร่างท้วม
“ลู่ฟง หม่าถง” ลี่หูเรียกชื่อบุคคลที่มาใหม่ทั้งสองด้วยเสียงเข้ม ชายหนุ่มลุกยืนขึ้นเอาตัวบังอี้เซียงไว้ อี้เซียงเห็นหน้าลู่ฟงเท่านั้นก็เกาะแขนลี่หูแน่นไม่กล้าแม้แต่ที่จะก้าวออกมาจากหลังของลี่หู
“ในที่สุดพวกเจ้าก็หนีข้าไม่พ้นจนได้” ใบหน้าของลู่ฟงฉาบไว้ด้วยรอยยิ้มเหี้ยม สายตาของเขาจ้องมองไปทางอี้เซียงที่หลบอยู่ด้านหลังของลี่หู ลี่หูเห็นเช่นนั้นก็ยิ่งยืนบังอี้เซียงเอาไว้ กระบี่ในมือถูกกำไว้แน่นอย่างเตรียมพร้อม
“ข้าไม่อยากสู้กับพวกเจ้า ทางที่ดีก็หลบไปซะ”
“ไม่อยากสู้ก็ต้องสู้ เพราะในเมื่อข้าอุตส่าห์ตามมาเจอพวกเจ้าสองคนแล้ว ถ้าจะปล่อยให้หนีไปได้อีกก็คงจะปราณีจนเกินไปแล้ว” ลู่ฟงยกปลายดาบหันไปทางลี่หู
“เจ้าเคยแพ้ให้ข้ามาครั้งนึงแล้ว ก็น่าจะรู้ฝีมือของตนเองดีว่าถ้าคิดจะเอาชนะข้าให้ได้เป็นครั้งที่สอง ย่อมไม่ใช่เรื่องง่ายนัก” ลี่หูยกปลายกระบี่ขึ้นขู่ แต่ลู่ฟงหาได้เกรงกลัวแม้แต่น้อย
“ลำพังข้าตัวคนเดียวอาจจะรับมือเจ้าลำบาก แต่ถ้ามีน้องห้าช่วยมันก็คงไม่ยากสินะ” ลู่ฟงชำเลืองหางตาไปทางหม่าถงที่ยืนถือลูกตุ้มเหล็กของตนพาดบ่าเอาไว้
“ขอโทษทีนะพี่สาม ที่ตอนนี้ท่านคงต้องกลายเป็นศัตรูของข้า ไม่ใช่พี่น้องของข้าอีกต่อไปแล้ว”
“ถ้าคำพูดแค่นี้จะข่มขู่ข้าได้ พวกเจ้าคิดผิดแล้ว ในเมื่อพวกเจ้าอยากให้ข้าใช้กำลังก็เข้ามาพร้อมกันได้เลย” ลี่หูชักกระบี่ออกฝักแล้วหันหน้าไปกระซิบกับอี้เซียงให้หลบไปก่อน ถึงวรยุทธ์ของลี่หูจะเหนือกว่าทั้งสองคน แต่ถ้าหากลู่ฟงกับหม่าถงร่วมมือกันเล่นงานเขาพร้อมกัน ลี่หูก็ไม่มั่นใจว่าจะเอาชนะได้ แต่ถึงไม่มั่นใจ ลี่หูก็มิได้แสดงสีหน้าถึงความเกรงกลัวออกมาให้เห็นแม้แต่น้อย หม่าถงกับลู่ฟงเห็นความองอาจของลี่หูก็ร่วมมือกันจู่โจมเข้าใส่ทันที ลี่หูใช้กระบี่เข้าต้านรับคมดาบของลู่ฟงดังสนั่นหวั่นไหว ในขณะที่หม่าถงก็ตวัดลูกตุ้มเหล็กเข้าใส่ ทำให้ลี่หูต้องต้านรับอาวุธทั้งสองชนิดที่มีอนุภาพที่รุนแรงและทรงพลัง การจู่โจมที่หนักหน่วงอย่างไร้ความปราณีนั้นทำให้ลี่หูเป็นฝ่ายล่าถอยเพื่อตั้งหลัก แล้วฉวยโอกาสที่หม่าถงกับลู่ฟงผลัดกันรุกผลัดกันรับนั้น ตอบโต้กลับได้หลายกระบวนท่า พลังยุทธ์ที่แข็งแกร่งของลี่หูเป็นไปดังคำพูดของขุนพลเจิ้นที่ยากจะเอาชนะได้ แม้หม่าถงกับลู่ฟงจะร่วมมือกันก็ยังมิอาจถูกตัวลี่หูได้แม้เพียงปลายเสื้อ หม่าถงเห็นเช่นนั้นจึงคิดจะทำลายสมาธิของลี่หู จึงได้ละจากการต่อสู้แล้วเปลี่ยนเป้าหมายไปหาอี้เซียง หญิงสาวเห็นหม่าถงเดินเข้ามาพร้อมอาวุธก็เตรียมจะถอยหนี แต่หม่าถงก็พุ่งตัวเข้ามาหานางอย่างรวดเร็ว ทำให้อี้เซียงที่ไม่มีอาวุธต้องใช้มือเปล่าเข้ารับมือ หญิงสาวนึกถึงวิชาที่จื่อหลงเคยสอนมา เมื่อหม่าถงจู่โจมเข้าใส่ นางก็เอี่ยวตัวหลบแล้วซัดฝ่ามือไปที่หัวไหล่ด้านหลังของหม่าถงจนเขาเสียหลักไปด้านหน้า หม่าถงหันหน้ากลับมาก็ตรงเข้าเล่นงานอี้เซียงอีกครั้ง นางก็ใช้ความว่องไวหลบเลี่ยงไปมาแล้วตวัดขาจู่โจมใส่หม่าถง หม่าถงฮึดฮัดรู้สึกไม่พอใจเมื่อเห็นกระบวนท่าของจื่อหลงที่อี้เซียงใช้มาเล่นงานตนเองก็เริ่มลงมือหนักมากขึ้น อี้เซียงที่ต้องรับมือกับหม่าถงทั้งที่นางกำลังตั้งครรภ์อยู่ก็เริ่มเหนื่อยล้า หม่าถงยิ้มกระหยิ่มอยู่ในใจเมื่อเห็นเช่นนั้นจึงได้ฟาดลูกตุ้มเหล็กใส่อี้เซียง อี้เซียงรีบเอี่ยวตัวหลบแต่คราวนี้นางมิได้ว่องไวจึงถูกหม่าถงทำร้ายไปที่หัวไหล่ ทำให้ร่างของหญิงสาวเซเสียหลักจนแทบจะล้ม ในจังหวะนั้นลี่หูที่กำลังต่อสู้กับลู่ฟงก็เริ่มเสียสมาธิด้วยความเป็นห่วงอี้เซียง หม่าถงไม่รอช้ารีบจู่โจมเข้าใส่อี้เซียงอีกครั้งโดยใช้ลูกตุ้มเหล็กกระแทกใส่กลางหลัง แม้จะไม่เต็มแรงแต่มันก็มากพอให้ร่างของหญิงสาวล้มไปที่พื้น เสี้ยววินาทีที่อี้เซียงล้มลงไปด้วยสันชาตญาณของความเป็นแม่ทำให้นางพยายามที่ปกป้องลูกน้อยที่ยังอยู่ในครรภ์เอาไว้ให้ได้ แต่ทว่านางก็ต้องร้องครางด้วยความเจ็บปวดที่กำลังจู่โจมเข้าใส่จนกุมท้องเอาไว้แน่น ลี่หูมองอี้เซียงด้วยใจที่ร้อนรุ่มพยายามที่จะผละออกจากลู่ฟงไปให้ได้
“อย่าทำร้ายนาง” เขาตะโกนห้ามเมื่อเห็นหม่าถงก้าวเท้าเข้าไปหาอี้เซียงที่ยังนอนเจ็บอยู่ที่พื้น ไม่มีแม้แต่เรี่ยวแรงที่จะขยับกายถอยหนี ในจังหวะที่ลี่หูกำลังเสียสมาธิเพื่อหันไปหาอี้เซียง ลู่ฟงก็ฉวยโอกาสนั้นฟันดาบลงไปที่ร่างของลี่หู ลี่หูจึงต้องรีบยกกระบี่เข้าต้านรับแต่มันก็ยังช้าไปเมื่อคมดาบของลู่ฟงบาดลงไปที่ต้นแขนของลี่หูและถูกลู่ฟงเตะใส่ไปที่ลำตัวจนล้มลง ลี่หูไม่ได้ลุกขึ้นมาสู้กับลู่ฟงอีกครั้ง หากแต่รีบพยุงร่างเข้าไปหาอี้เซียงแล้วใช้ลำตัวขวางหม่าถงที่กำลังก้าวเข้ามา

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sun Oct 18, 2009 4:38 pm

ลี่หูพ่ายแพ้ให้กับลู่ฟงและหม่าถงอย่างไม่มีหลีกเลี่ยง ตัวเขาเจ็บไม่เท่าไหร่ หากแต่หญิงสาวที่อยู่ในอ้อมกอดของลี่หูเวลานี้ทำให้ดวงตาของชายหนุ่มแดงก่ำ ยิ่งได้เห็นเม็ดเหงื่อเม็ดใหญ่ที่ผุดอยู่เต็มใบหน้าที่ซีดเซียวของนาง เขาก็แทบอยากจะหลั่งน้ำตา เมื่อรับรู้ได้ถึงความเจ็บปวดและความกลัวที่นางกำลังเผชิญ
“พี่ลี่หู..ข้า..ข้าเจ็บ..ลูกของเรา” อี้เซียงน้ำตาไหล มือน้อยของนางกุมหน้าท้องของตนเองด้วยความเป็นห่วงอีกหนึ่งชีวิตที่ยังอยู่ภายในกายของนาง
“ข้ายอมแล้ว พวกเจ้าจะทำยังไงกับข้าก็ได้ แต่ขอให้ช่วยอี้เซียงกับลูกก่อนได้ไหม” ลี่หูเอ่ยปากขอร้องลู่ฟงที่ย่อกายลงมาจ้องหน้าด้วยสายตาที่ดุดัน
“ทำไมข้าต้องช่วย”
“อี้เซียงบาดเจ็บ เจ้าจะใจดำเห็นนางเป็นอะไรไปได้ยังไง”
“นางไม่ได้เป็นอะไรกับข้า ไม่ใช่ภรรยาของข้า ลูกของนางก็ไม่ใช่ของข้า ข้าไม่ช่วย”
“ลู่ฟง..” ลี่หูตะวาดใส่เมื่อลู่ฟงพูดจบประโยค สายตาของอีกฝ่ายน่ากลัวและบอกให้ลี่หูรู้ว่าลู่ฟงพูดจริงและทำจริง เมื่อเขาหันไปบอกหม่าถงให้ช่วยแยกอี้เซียงมาจากลี่หู แม้ลี่หูจะต่อต้านแต่ก็มิอาจทำได้เพราะคมดาบของลู่ฟงที่ตวัดลงมาพาดที่ลำคอของลี่หูไว้ อี้เซียงร้องครางเสียงดังด้วยความเจ็บปวด ยิ่งหม่าถงจับร่างของนางแรงเท่าใด นางก็ยิ่งเจ็บมากขึ้นเท่านั้น
“ใครสั่งให้พวกเจ้าทำรุนแรงแบบนี้” เจ้าของน้ำเสียงอันทรงพลังทำให้หม่าถงปล่อยร่างของอี้เซียง ลู่ฟงก็รีบดึงดาบกลับเข้าหาฝัก “ข้าบอกแล้วไงว่าไม่ให้ใช้ความรุนแรง นี่ลูกชายของข้า พวกเจ้ากล้าล่วงเกินได้ยังไง”
“ข้าน้อยผิดไปแล้ว” ทั้งลู่ฟงและหม่าถงรีบประสานมือขออภัยผู้เป็นนาย เจ้าของน้ำเสียงนั้นย่อกายลงมาหาลี่หูที่กอดอี้เซียงเอาไว้แน่นจนนางแทบจะหายเข้าไปในร่างกายของตนเอง ท่าทางที่กำลังหวาดกลัวของลี่หูทำให้คนผู้นั้นยิ้มแล้วจึงยื่นมืออกไปลูบศีรษะของเขาเบาๆ
“ไม่ต้องกลัว พ่อมารับเจ้ากลับบ้าน กลับไปกับพ่อนะ พ่อรู้ว่าพ่อทำผิดต่อเจ้าไว้มาก ทำร้ายเจ้าไม่รู้กี่ครั้ง ถ้าเจ้าจะเกลียดพ่อ โกรธพ่อ พ่อก็ไม่ว่า แม้แต่เรื่องที่เจ้าร่วมมือกับคนอื่นมาเล่นงานพ่อ พ่อก็ไม่ถือ ในตอนนี้ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าเจ้า ลูกรักของพ่ออีกแล้ว ลี่หู..กลับไปกับพ่อ พ่ออภัยให้เจ้าทุกอย่าง” ลี่หูได้ยินคำพูดหวานลื่นหูก็ไม่ยอมเชื่อ บิดาของเขาใช้คำพูดแบบนี้หลอกเขามาไม่รู้กี่ครั้งแล้ว ขุนพลเจิ้นยังคงยิ้มให้อย่างใจเย็นแล้วจึงหยิบผ้าสะอาดออกมาพันแผลให้ลี่หู “เจ้าไม่ห่วงตัวเองก็น่าจะห่วงอี้เซียงนะ พ่อคิดว่าตอนนี้นางคงกำลังต้องการหมอ”
“แต่นางมีฐานะเป็นนักโทษ ถ้าพานางกลับเข้าเมืองแล้วเกิดไปเจอพวกทหาร นางมิต้อง..” ลี่หูแย้งทั้งที่ในใจก็เป็นนางกับลูกเป็นอย่างมาก
“เจ้าจะกลัวอะไรในเมื่อมีพ่ออยู่ทั้งคน ใครก็ตามที่มันกล้าจะจับตัวสะใภ้ของพ่อไป มันจะได้เห็นดีกับพ่อแน่ๆ เจ้าอย่ากังวลใจไปเลย พ่อยอมให้เจ้ากับอี้เซียงได้อยู่ด้วยกันแล้ว ย่อมไม่ยอมให้ใครมาพรากพวกเจ้าสองคนออกจากกันเป็นอันขาด แต่ถ้ากลัวงั้นพ่อจะให้หยูเยี่ยนมารักษาเจ้ากับอี้เซียงก็ได้” ลี่หูยังคงลังเลหากแต่เมื่อได้เห็นสีหน้าของอี้เซียง เขาจึงตัดสินใจที่จะยอมเชื่อขุนพลเจิ้นสักครั้ง ขุนพลเจิ้นยิ้มอย่างพอใจจึงค่อยๆประคองลี่หูกับอี้เซียงลุกขึ้นมา และยังสั่งให้ลู่ฟงมาช่วยอุ้มอี้เซียง แต่ลี่หูไม่ยอมให้ใครมาแตะต้องอี้เซียงได้ทั้งนั้น ขุนพลเจิ้นก็อนุญาตให้ลี่หูเป็นคนอุ้มอี้เซียงขึ้นลงมาโดยมีเขาคอยประคองร่างของนางไว้อย่างทนุถนอมอยู่ตลอดเวลา

๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑

“พี่รอง..อี้เซียงกับลูกเป็นอย่างไรบ้าง” ลี่หูที่ยืนรออยู่หน้าห้องเอ่ยถามกับหยูเยี่ยนที่เพิ่งเปิดประตูออกมาหลังจากช่วยรักษาอี้เซียงให้เรียบร้อย หญิงสาวสีหน้าราบเรียบชายสายตามองผู้เป็นนายที่ยืนอยู่ข้างหลังลี่หู
“นางกับลูกปลอดภัย” สิ้นคำพูดของหยูเยี่ยน ลี่หูก็ยิ้มออกมาอย่างหมดห่วงแล้วรีบวิ่งเข้าไปหาอี้เซียงในห้อง อี้เซียงนอนหน้าซีดอยู่บนเตียงพอเห็นสามีวิ่งเข้ามาหาก็ยื่นแขนจะโผเข้าไปหา ลี่หูเห็นเช่นนั้นก็รีบเข้ามาคุกเข่าลงข้างเตียงเพื่อสวมกอดนางเอาไว้ พร้อมทั้งพูดปลอบใจนางกับลูกว่าไม่เป็นไรแล้ว อี้เซียงสะอื้นซบหน้าลงบนอกกว้างของสามีและพร่ำบอกชายหนุ่มอยู่ข้างๆหูให้เขาพานางไปจากที่นี่ ลี่หูจึงกระซิบตอบว่าเขาจะพานางไป ไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น
“ถึงตอนนี้นางกับลูกจะไม่เป็นไรแล้ว แต่นางก็ได้รับบาดเจ็บจำเป็นต้องได้รับการรักษา ถ้ายังไงก็พักรักษาตัวอยู่ที่นี่ก่อน แล้วเดี๋ยวค่อยกลับเมืองหลวง” ขุนพลเจิ้นเดินเข้ามาพูดกับลี่หูใกล้ๆ อี้เซียงเห็นเพียงเงาของขุนพลเจิ้นเท่านั้น นางก็ขดตัวซุกหน้าไว้ในอ้อมกอดของลี่หู ไม่กล้าแม้ที่จะสบตาผู้อาวุโส
“ไม่นะ ข้าไม่อยากอยู่ที่นี่” อี้เซียงกระซิบบอกสามีอีกครั้ง ซึ่งลี่หูก็พยักหน้าเข้าใจแล้วจึงได้ช้อนร่างของนางขึ้นมา จะพานางไปจากที่นี่โดยไม่ยอมฟังเสียงค้านของขุนพลเจิ้น หยูเยี่ยนเห็นแบบนั้นก็รีบไปยืนขวางไว้
“พานางไปไม่ได้นะ ถ้าเจ้ายังอยากรักษาชีวิตของนางกับลูกไว้”
“พี่รองหมายความว่ายังไง ในเมื่อพี่รองก็บอกว่านางกับลูกปลอดภัยแล้ว เหตุใดถึงมาพูดเช่นนี้” หยูเยี่ยนยังคงกางแขนไว้ไม่อยากให้ลี่หูพาอี้เซียงออกไปจากห้อง
“ใช่..ข้าบอกว่านางกับลูกปลอดภัย แต่ถ้าเจ้ายังดื้อดึงจะพานางไปให้ได้ ข้าก็ไม่รับรองอีกแล้ว” หยูเยี่ยนอธิบายให้ลี่หูเข้าใจถึงอาการของอี้เซียง ที่นางได้รับบาดเจ็บจนกระทบถึงทารกในครรภ์ หากลี่หูยังดึงดันจะพานางไปให้ได้ นางก็มีโอกาสที่จะแท้งลูก ลี่หูได้ยินแบบนี้ก็ยืนนิ่งไม่กล้าแม้แต่จะก้าวขาแล้วจึงก้มหน้าลงมามองอี้เซียงที่ยังคงส่ายหน้าบอกให้ลี่หูรู้ว่านางไม่อยากอยู่ที่นี่
“ถ้าเจ้าพานางไปแล้วใครจะช่วยรักษาให้นาง น้องสาม..เชื่อใจข้าสิ ถ้าอี้เซียงอยู่ที่นี่ข้าจะช่วยรักษานางให้หาย นางกับลูกจะปลอดภัย” ลี่หูนึกถึงเรื่องนี้แล้วก็ตัดสินใจหันหลังกลับวางอี้เซียงลงบนเตียงนอนเหมือนเดิม หญิงสาวจับแขนเสื้อของลี่หูไว้แน่น อยากจะให้เขาอยู่ใกล้ๆ ลี่หูเข้าใจจึงได้บอกกับนางว่าเขาจะอยู่กับนางตรงนี้ไม่ไปไหนทั้งนั้น อี้เซียงจึงได้วางใจแต่ก็ยังไม่ยอมปล่อยมือ ขุนพลเจิ้นหันไปมองหยูเยี่ยนอย่างพอใจที่นางสามารถรั้งลี่หูให้อยู่ต่อได้ และจากนั้นจึงได้เดินเข้าไปหาลี่หูบอกให้เขาอยู่เป็นเพื่อนอี้เซียง แล้วจึงเดินออกไปจากห้อง ปล่อยให้สองคนได้อยู่ด้วยกันตามลำพัง

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sun Oct 18, 2009 4:39 pm

ที่บริเวณลานหน้าบ้าน..ลู่ฟงและหม่าถงยืนรออยู่ด้านนอก พอเห็นขุนพลเจิ้นเดินออกมาด้วยใบหน้าที่บึงตึ้งก็รีบยืนตัวตรงประสานมือคำนับ แต่เมื่อลู่ฟงเงยหน้าขึ้นมา ขุนพลเจิ้นก็บันดาลโทสะตบหน้าลู่ฟงอย่างแรง
“เจ้ากล้าปิดบังข้า เรื่องที่มันกำลังจะมีลูกกับนังตัวดีนั่นได้ยังไง” ขุนพลเจิ้นเค้นเสียงแน่น กระชากคอเสื้อของลู่ฟงเข้ามาด้วยสีหน้าที่โกรธจัด
“ข้าไม่ได้คิดจะปิดบังนายท่านแม้แต่น้อย เพียงแต่ลูกของอี้เซียงก็เหมือนเป็นลูกของข้า ข้าก็เลย..” ลู่ฟงมิทันได้พูดจบ เขาก็โดนขุนพลเจิ้นผลักจนล้มลงไป หม่าถงที่ยืนอยู่ด้วยได้แต่มองไม่กล้าเข้าไปห้ามเมื่อขุนพลเจิ้นก้าวเท้าเข้ามากระชากคอเสื้อของลู่ฟงจนเขาลอยขึ้นมาตามแรง
“แต่ข้าก็เคยวางยาอี้เซียงเพื่อให้นางแท้งลูก เพียงแต่มันไม่สำเร็จ” ลู่ฟงรีบแก้ตัวก่อนที่จะโดนลงโทษไปมากกว่านี้ ขุนพลเจิ้นลดมือลงแล้วย้อนคำว่า ‘วางยา’ เพียงเท่านี้สายตาของขุนพลเจิ้นก็ซ่อนแววเหี้ยมไว้ภายใน
“เจ้ารู้ไหมที่ข้าทำดีกับลี่หูตอนนี้ก็หวังที่จะค่อยๆทรมานให้มันตายอย่างช้าๆให้สมกับความผิดที่มันกล้าหักหลังข้า และวิธีเดียวที่จะทำให้มันเจ็บและทรมานจนเหมือนตายทั้งเป็นก็คือ..ทำลายคนที่มันรักที่สุด ลู่ฟง..ขอบใจเจ้ามากที่เจ้าช่วยเก็บเด็กคนนั้นจนรอดมาถึงมือข้าได้” ขุนพลเจิ้นยิ้มเหี้ยมและส่งเสียงหัวเราะในลำคอ ลู่ฟงที่ตีความในคำพูดของขุนพลเจิ้นได้ก็แสยะยิ้มที่มุมปาก แววตาของเขานั้นก็ดูน่ากลัวไม่ต่างจากผู้เป็นนาย

พระอาทิตย์ใกล้จะตกดินแล้ว แต่ลี่หูยังคงนั่งเฝ้าอี้เซียงที่นอนหลับสนิทอยู่บนเตียงโดยที่ไม่ยอมลุกหนีไปไหน แม้แต่ข้าวสักเม็ด น้ำสักหยดเขาก็ไม่ยอมแตะ จนกระทั่งหยูเยี่ยนถือถาดอาหารเข้ามาในห้องและบอกให้ลี่หูมากินข้าว แต่ลี่หูก็ยังไม่ยอมมากินจนหยูเยี่ยนต้องพูดขู่ไปว่าถ้าเขาไม่กินข้าวก็จะไม่มีแรงเฝ้าอี้เซียง ในตอนนั้นลี่หูถึงได้ยอมเชื่อฟัง ลี่หูนั่งกินข้าวได้ไม่ถึงสามคำเท่านั้นอี้เซียงที่หลับอยู่ก็ตื่นขึ้นมาพอดี ทำให้ชายหนุ่มต้องรีบเดินเข้าไปหา อยากให้นางได้เห็นหน้าเขาเป็นคนแรก หยูเยี่ยนเห็นอี้เซียงตื่นจึงได้บอกให้ลี่หูนำข้าวต้มที่นางเตรียมมาด้วยป้อนอี้เซียง ซึ่งอี้เซียงก็ไม่ยอมกินเพราะความหวาดระแวง จนลี่หูต้องพูดให้นางคลายความกังวลว่าหยูเยี่ยนไม่คิดร้ายต่อนาง รอยยิ้มที่มีไมตรีของหยูเยี่ยน สุดท้ายก็ทำให้อี้เซียงยอมเชื่อ หลังจากกินข้าวและดื่มยาแล้ว ลี่หูจึงให้อี้เซียงนอนพัก หญิงสาวลังเลอยู่ในใจ นางไม่อยากให้ลี่หูอยู่ที่นี่เพราะเกรงกลัวขุนพลเจิ้นจะทำร้ายลี่หู แต่นางก็ไม่รู้จะหาเหตุผลใดมากล่าวอ้างเพื่อมาลบล้างเหตุผลของลี่หูที่ต้องการจะอยู่ที่นี่ก็เพื่อสุขภาพของนางและลูก
“พี่ลี่หู..พี่คิดว่าท่านลุงจะยอมให้อภัยเราสองคนจริงๆหรอคะ” อี้เซียงกุมมือของลี่หูไว้แล้วถามคำถามกับชายหนุ่ม อย่างต้องการคำตอบ
“ข้าก็ไม่รู้ ความคิดของท่านพ่อ บางครั้งข้าก็เดาไม่ออก และบางครั้งท่านก็น่ากลัวเสียจนข้าไม่กล้าแม้กระทั่งสบตาท่านด้วยซ้ำ”
“แสดงว่าตอนนี้พี่ก็ยังกลัวและก็ระแวงท่านลุงอยู่ใช่ไหมค่ะ” ลี่หูพยักหน้ารับอย่างมิมีปฏิเสธ
“งั้นเราก็ไปจากที่นี่เถอะค่ะ”
“ไม่ได้ เจ้ายังไม่หายดี ข้าจะพาเจ้าไปได้ยังไง เจ้าวางใจเถอะ อย่างไรเสียข้าก็เป็นลูก ต่อให้ท่านพ่อโกรธข้าแค่ไหน ท่านก็คงไม่ลงโทษข้าจนถึงตายหรอกน่า” ลี่หูพูดเพื่อให้นางคลายกังวล แต่อี้เซียงยิ่งส่ายหน้าคัดค้าน
“ไม่ใช่นะค่ะ ท่านลุงเจิ้นไม่ใช่พ่ะ..” อี้เซียงกำลังจะพูดความจริงให้ลี่หูรู้ แต่ว่าคำพูดของนางก็ถูกขัดจังหวะด้วยเสียงเคาะประตูหน้าห้อง ลี่หูกล่าวเชิญให้คนที่อยู่ด้านนอกเข้ามาได้ พอเห็นว่าเป็นขุนพลเจิ้นเท่านั้นอี้เซียงก็รีบหลบอยู่ข้างหลังของลี่หูทันที ในขณะที่ลี่หูก็พยายามพูดให้นางไม่ต้องกลัว
“พ่อไม่ได้ตั้งใจจะมารบกวนพวกเจ้าสองคนหรอกนะ เพียงแต่ว่าพ่อมียาบำรุงชั้นเลิศติดตัวมาได้ พ่อก็เลยเอามาให้เจ้าเอาไปต้มให้อี้เซียงได้ดื่ม นางกับลูกจะได้แข็งแรง หายไวๆ” ขุนพลเจิ้นเดินถือห่อยาเข้ามา แต่ลี่หูไม่กล้าที่จะรับ “เจ้ากลัวว่าพ่อจะแอบวางยาลูกเมียของเจ้ารึไง ดูทำหน้าเข้าสิ ถ้าเจ้าไม่เชื่อจะให้หยูเยี่ยนตรวจสอบดูก่อนก็ได้นะ” ขุนพลเจิ้นวางห่อยาไว้บนโต๊ะแล้วก็เดินออกไปจากห้อง ไปตามหยูเยี่ยนเข้ามาเพื่อตรวจสอบยาในห่อว่ามีพิษหรือไม่
“ยาไม่มีปัญหา เจ้าให้อี้เซียงดื่มได้” หยูเยี่ยนมองหน้าผู้เป็นนายก่อนตอบ “ถ้าเจ้ายังกังวลอยู่ ข้าจะเป็นคนต้มยาให้ก็ได้นะ” นางเสนอตัวจะต้มยาให้อี้เซียง ขุนพลเจิ้นลูบหนวดช้าๆขึงตาใส่
“แต่ข้าว่าเจ้าอย่ายุ่งดีกว่า ลี่หูคงจะไม่ไว้ใจให้จ้าวแห่งพิษเช่นเจ้าเตรียมยาให้เมียรักของเขาดื่มเข้าไปหรอก เอาอย่างงี้เดี๋ยวให้ลี่หูเป็นคนจัดการเองแล้วกัน เขาจะได้สบายใจ”
“แต่ถ้าจะต้มยาก็ต้องไปทำในครัว อี้เซียงไม่ยอมให้น้องสามไปไหน แล้วเขาจะทำได้ยังไงล่ะคะ” หยูเยี่ยนพยายามที่จะขอเป็นคนเตรียมยาให้อี้เซียงดื่มตนเองให้ได้ แต่ก็ยังถูกขุนพลเจิ้นยกมือห้าม
“จะไปยากอะไร เดี๋ยวข้าจะเอาอุปกรณ์ยกมาตั้งไว้ที่หน้าห้อง ลี่หูก็ต้มยาตรงนั้น อี้เซียงก็จะสามารถมองเห็นลี่หูได้ แค่นี้เจ้าก็ไม่ต้องมายุ่ง” ขุนพลเจิ้นเน้นเสียงคำหลังให้หยูเยี่ยนได้ยินอย่างชัดเจน จนนางมิอาจคัดค้านได้อีกต่อไป ขุนพลเจิ้นออกคำสั่งให้หยูเยี่ยนไปเอาหม้อและเตาสำหรับต้มยามาไว้ที่นี่ จนนางกลับมาอีกครั้งขุนพลเจิ้นก็ให้นางออกไป ขุนพลเจิ้นเดินถือห่อยามาให้ลี่หูแล้วจึงเดินออกไปจากห้อง ชายหนุ่มมีท่าทางลังเลแต่ก็อยากให้อี้เซียงหายป่วย ในเมื่อหยูเยี่ยนยืนยันว่ายาไม่มีปัญหาเขาจึงออกไปต้มยาให้อี้เซียงหน้าห้อง จนได้ยามาแล้วลี่หูจึงเดินถือหม้อยาเข้ามาแล้วจึงเทยาใส่ถ้วยเพื่อจะให้อี้เซียงดื่ม แต่อี้เซียงกลับไม่ยอมดื่ม
“ข้ารู้ว่าเจ้ากลัวว่ายาจะมีปัญหา แต่พี่รองก็ช่วยตรวจสอบให้แล้วว่าไม่มีอันตรายอะไร เจ้าก็เชื่อใจนางเถอะ ถึงพี่รองจะเป็นมือสังหาร เชี่ยวชาญเรื่องพิษและอาจจะดูเย็นชาไปบ้าง แต่นางก็เป็นคนที่จิตใจดีมากเลยนะ ตอนที่ข้าบาดเจ็บสาหัสก็ได้นางที่ช่วยรักษาให้ นางไม่เคยคิดร้ายกับพี่น้องก็ย่อมไม่คิดร้ายต่อเจ้าด้วย” ลี่หูพยายามพูดกล่อมอี้เซียง ถ้ายานี้ดีจริงเขาก็อยากให้นางได้ดื่มเข้าไป “หรือว่าเจ้าไม่ยากหายเร็วๆ ไม่อยากให้ข้าพาเจ้าไปจากที่นี่ไวๆเหรอ”
“งั้นข้าดื่มก่อน ถ้ายามีพิษข้าจะได้โดนพิษก่อนเจ้า” ลี่หูเห็นอี้เซียงยังลังเลจึงตั้งใจที่จะดื่มยาก่อนที่จะให้อี้เซียงดื่มเข้าไป หญิงสาวเห็นสามีแสดงทั้งความรักและห่วงใยที่มีต่อนางถึงขนาดนั้นก็ไม่อยากขัดใจอีกต่อไปแล้ว สุดท้ายอี้เซียงจึงยอมที่จะดื่มยา แต่ทว่านางเพียงดื่มไปเพียงครึ่งเดียว ประตูห้องก็ถูกผลักออกอีกครั้งด้วยท่าทางที่ร้อนรนของคนที่เพิ่งเข้ามา
“อย่าดื่มยานั่นนะ” หยูเยี่ยนร้องห้าม หลังจากนางออกไปแล้ว ใจของนางก็ร้อนรอนจนอยู่ไม่เป็นสุขเมื่อรู้ว่าตัวยาที่ให้อี้เซียงดื่มมีปัญหา ทั้งที่รู้นางก็ต้องพูดโกหก และทั้งที่รู้นางถึงได้ตัดสินใจกลับมาห้ามไม่ให้อี้เซียงดื่มยาเข้าไป ทั้งที่มันเสี่ยงต่อการที่นางจะต้องถูกลงโทษ แต่ทว่านางก็มาช้าไปจนได้ เมื่อนางเดินเข้ามาแล้วพบว่าอี้เซียงดื่มยาไปแล้วครึ่งนึง
“รีบทำให้นางอาเจียนออกมาเร็วเข้า” หยูเยี่ยนไม่รอช้ารีบเดินไปหยิบน้ำให้อี้เซียงดื่มโดยลี่หูไม่ทันได้ถามหาความจริงใดๆจากปากของหยูเยี่ยนแม้แต่น้อย แต่ว่าตัวยาที่อี้เซียงดื่มเข้าไปนั้นมีฤทธิ์รุนแรงนัก แม้จะดื่มไปแค่ครึ่งเดียวมันก็ยังออกฤทธิ์ภายในทันที
“โอ๊ย..พี่ลี่หู...ช่วยด้วย ข้า..ข้าเจ็บ” อี้เซียงล้มตัวลงบนเตียง กุมท้องไว้แน่น ความเจ็บปวดที่เหมือนถูกบีบรัดอย่างรุนแรงกำลังถาโถมเข้าใส่อี้เซียงจนนางทุรนทุรายอย่างทรมาน ลี่หูเห็นเช่นนั้นก็มือไม้สั่นรีบเข้าไปหา
“อี้เซียง..เจ้าเป็นไรไป” เขาถามแล้วเริ่มจะร้องไห้เมื่อเห็นหว่างขาของอี้เซียงมีเลือดสีแดงสดไหลซึมออกมาให้เห็น เขานึกถึงคำพูดของท่านหมอที่หมู่บ้านอิงเฉิง ถ้าอี้เซียงตกเลือด นั่นก็หมายความว่านางกำลังจะแท้งลูก ไม่จริง..มันต้องไม่ใช่อย่างนั้น
“พี่รอง..ยานั่นมีปัญหาใช่ไหม ทำไมอี้เซียงถึงเป็นแบบนี้” ลี่หูหน้าซีดทำอะไรไม่ถูกนอกจากกอดร่างของอี้เซียงที่กำลังเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส
“ใช่ ยามีปัญหา เพราะว่ามันเป็นยาขับเลือดชนิดรุนแรงที่สุด ต่อให้เด็กแข็งแรงแค่ไหนก็ทนต่อไปไม่ได้” หยูเยี่ยนมิทันตอบคำถามของลี่หู เสียงของขุนพลเจิ้นที่ยืนอยู่ตรงประตูก็ช่วยเฉลยความจริงให้กระจ่าง “นางบาดเจ็บอยู่ก่อนแล้ว ร่างกายก็ยิ่งอ่อนแอจึงยิ่งทำให้ยาออกฤทธิ์รุนแรงแม้จะดื่มไปแค่ครึ่งเดียว” ขุนพลเจิ้นยังคงพูดต่อแล้วมองดูอี้เซียงที่ร่ำไห้ร้องหาลูกที่กำลังจะจากไปในไม่ช้า
“ทำไมท่านต้องทำเช่นนี้ ทำร้ายนางกับลูกได้ยังไง”
“ใครว่าข้าทำ ข้าไม่ได้ทำสักหน่อย ถึงแม้ข้าจะเป็นคนนำยามาให้เจ้า แต่ถ้าเจ้าไม่ให้นางดื่ม แล้วนางกับลูกจะเป็นไรไปได้ จริงไหมหยูเยี่ยน” ขุนพลเจิ้นแสยะยิ้ม “คนที่ฆ่าเด็กคนนี้ก็คือเจ้า มันเจ็บมากไหมที่ทำให้ลูกของตัวเองต้องตาย” น้ำเสียงที่เยาะเย้นมันยังไม่กรีดหัวใจของเขาเท่ากับความจริงที่ลี่หูเป็นคนฆ่าลูกของตนเองอย่างที่ขุนพลเจิ้นกล่าว ถ้าเขาไม่ให้อี้เซียงดื่มยาเข้าไป ลูกก็คงไม่ต้อง...
“ไม่..ข้าไม่ได้ทำ ข้าไม่ได้ทำ” ลี่หูร่ำไห้กอดร่างของอี้เซียงไว้แน่น
“เจ้าทำ เจ้าเป็นคนทำ” ขุนพลเจิ้นก้มหน้าลงไปพูดใกล้ๆ ลี่หูหันมาขึงตาใส่ด้วยความโกรธแค้น แต่แทนที่เขาจะเห็นใบหน้าของขุนพลเจิ้นกลับกลายเป็นใบหน้าของสะใภ้ของใต้เท้ากู้ที่ซ้อนทับขึ้นมา นางกำลังยิ้มเยาะและพูดสาปแช่ง “เจ้าจะต้องสูญเสีย เจ้าจะเจ็บปวดยิ่งกว่าข้า เจ้าจะต้องได้ชดใช้” เสียงสาปแช่งนั้นซ้อนทับกับเสียงพูดของขุนพลเจิ้นจนแทบจะเป็นประโยคเดียวกัน ลี่หูต้องสูญเสีย ลี่หูต้องเจ็บปวด ลี่หูต้องชดใช้ความโกรธแค้นให้ขุนพลเจิ้นที่เขาไม่ได้เป็นคนก่อ ความแค้นที่ขุนพลเจิ้นมีต่อพ่อแม่บังเกิดเกล้าของลี่หูที่เขาต้องเป็นคนแบกรับ นี่มันไม่ใช่แค่การลงโทษของคนที่คิดทรยศ แต่มันเป็นการล้างแค้นของขุนพลเจิ้นที่ต้องการให้ลี่หูได้ชดใช้ ความบาดหมางของคนรุ่นก่อนที่ลี่หูไม่มีส่วนรู้เห็น หากแต่ต้องมารับผิดชอบเพียงเพราะเขาคือลูกชายของหญิงสาวที่ขุนพลเจิ้นโกรธแค้นและเคยรักจนหมดหัวใจ

++++++++++++++++++++++++

จบตอนที่ 32

โปรดติดตามตอนต่อไป

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
 
The Swordsman of Devil
อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน 
หน้า 9 จาก 11ไปที่หน้า : Previous  1, 2, 3 ... 8, 9, 10, 11  Next

Permissions in this forum:คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
Welcome To Charlianz world :: Fiction & Recreation :: Fiction & Recreation-
ไปที่: