Welcome to Charlian Thai fans
 
บ้านสมัครสมาชิก(Register)เข้าสู่ระบบ(Log in)

Share | 
 

 The Swordsman of Devil

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down 
ไปที่หน้า : Previous  1, 2, 3 ... 7, 8, 9, 10, 11  Next
ผู้ตั้งข้อความ
ทะเล
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 3 กระบี่ไร้เงา
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 3 กระบี่ไร้เงา
avatar

จำนวนข้อความ : 1285
: 33
Registration date : 13/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sat Sep 12, 2009 8:34 pm

น้าทับทิม พิมพ์ว่า:



Very Happy พาหลานสาวมารองับเค้กงานแต่งงานของลุงลี่หูค่ะ Cool

ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Fri Sep 18, 2009 9:33 pm

ตัวอย่างตอนที่ 31

เจ้าบ่าว




เจ้าสาว




เข้าหอ..(รอบสอง)




พี่เจี้ยนคิดถึงใครน๊า..หรือว่าจะเป็นหมิงเยี่ย




หรือว่ากำลังคิดที่จะไปแอบดูตายายอาบน้ำในคลองอยู่น๊า

แบบนี้ต้องติดตามในตอนที่ 31 เร็วๆนี้

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
lingu
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 4 กระบี่ไร้น้ำตา
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 4 กระบี่ไร้น้ำตา
avatar

จำนวนข้อความ : 6491
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sat Sep 19, 2009 3:58 pm

โอ้ว มีโหมโรงด้วย น้ำหมากจะหยด Laughing แม่นางมลเยี่ยเอาพี่เจี้ยนไปเก็บตัวด่วน จะคิดไปส่องรูตากับยาย เดี๋ยวไก่ก็ตื่นหมด แฟนคลับอดดูฉากหุงข้าวพอดี ตอนนี้เอาเบาะมาปูรอละค่ะ แต่ต้องไปซื้อขนมมาก่อน ค่ำๆมืดๆจะกลับมาอีกรอบนะคะ ผกก. Embarassed

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=linguniang&group=3]Chil
O-yohyo
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 4 กระบี่ไร้น้ำตา
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 4 กระบี่ไร้น้ำตา
avatar

จำนวนข้อความ : 6683
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sat Sep 19, 2009 6:39 pm

ดูจากภาพตัวอย่างแล้ว ของขวัญวันแต่งงานของคู่พี่ลี่หูกับอี้เซียง

คงต้องให้เป็นสปอตไลท์จะดีกว่า ดูซิเข้าหอทั้งที มืดจนไม่เห็นอะไรเลย


พี่เจี้ยนอยากดูตากับยายอาบน้ำในคลองเหรอคะ

มีตังค์รึเปล่า สำหรับพี่เจี้ยนจะลดค่าเช่าที่ให้ 1%

เห็นกับที่กำลังเก็บเงินเก็บทองเตรียมขอมลเยี่ยแต่งงานใช่เปล่าคะ

หรือว่าอยากดูไว้เผื่อไปใช้ยามอยากสวีทบ้างหนอ Laughing

_________________



Charmaine Sheh / เสอซือมั่น - อาเส่ / 佘詩曼
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sun Sep 20, 2009 7:18 pm

พี่ลี่หูกับน้องเซียงเขินคะ ถึงจะเคยเข้าหอกันมาแล้ว แต่พอรอบสองก็ยังเขินอยู่ดีเลยขอปิดไฟนิดนึง

แต่ไม่เป็นไรคะ ผกก. แอบไปจุดไฟในห้องให้แล้ว แล้วก็เจาะรูไว้เรียบร้อย งั้นก็แอบดูหน่อยล่ะกัน





ขอแอบดูหน่อยนะ



โอ๊ะ..โอ๋..!!!!

_________________


แก้ไขล่าสุดโดย tabtim เมื่อ Sun Sep 20, 2009 7:24 pm, ทั้งหมด 1 ครั้ง
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sun Sep 20, 2009 7:25 pm

ตอนที่ 31

“อะไรนะ แต่งงาน นี่ข้าไม่ได้หูฝาดไปใช่ไหมที่ได้ยินพวกเจ้าพูดว่าจะแต่งงานกัน” ท่านน้าเถาร้องเสียงดังด้วยความตกใจ ที่ได้ยินคำขอร้องของลี่หูที่ขอให้ท่านอากุ้ยและท่านน้าเถาช่วยเป็นพยานให้เขากับอี้เซียงที่ตกลงจะเข้าพิธีแต่งงานกันในคืนนี้ แม้ท่านน้าเถาจะดีใจที่เห็นสองสามีภรรยากลับมารักใคร่เข้าใจกัน แต่ก็ไม่เคยนึกมาก่อนว่าทั้งสองกันเป็นสามีภรรยากันทั้งที่ยังไม่ได้เข้าพิธี จึงแสดงทั้งน้ำเสียงและสีหน้าที่ตกใจ แปลกใจจนดวงตาของท่านน้าเบิกกว้างเอามือแคะหูตนเองสองครั้ง
“ท่านน้าได้ยินไม่ผิดหรอกครับ ข้ากับอาอี้เข้าใจกันแล้วและตัดสินใจที่จะแต่งงานกัน ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันไปจนแก่เฒ่า” ลี่หูพูดพลางโอบไหล่อี้เซียงไว้ด้วย เมื่อกล่าวจบเขาก็หันไปส่งสายตาและรอยยิ้มหวานให้กับภรรยาสาว
“ข้ารู้ๆว่าพวกเจ้าสองคนคืนดีกันแล้ว ไม่บอกข้าก็เห็น ดูสิเนี่ยยืนติดกันจนแทบจะแยกออกจากกันไม่ได้ซะขนาดนี้ แต่ที่ข้าไม่เข้าใจก็คือ ในเมื่อพวกเขาสองคนถึงขนาดมีลูกด้วยกันแล้ว แต่กลับยังไม่ได้เข้าพิธีแต่งงานกัน งั้นก็แสดงว่าพวกเจ้า..” ท่านน้าเถาหยุดคำพูดแล้วเดินเข้าไปตีแขนของลี่หูด้วยความเอ็นดูกึ่งลงโทษจนเขาร้อง ‘โอย’เสียงดัง รีบเอามืออีกข้างมากุมแขนที่ถูกตี “แสดงว่าเจ้ารังแกอาอี้ รวบรัดเอาแต่ใจกับนางใช่ไหม” ท่านน้าเถาพูดจบก็ตีแขนลี่หูไปอีกหนึ่งที จนชายหนุ่มยิ้มเจื่อนๆแล้วพยักหน้าอย่างยอมรับ ทำให้อี้เซียงที่ยืนอยู่ด้านข้างเขินจนหน้าแดงเป็นลูกตำลึงสุด จนต้องแก้ความเขินอายด้วยการหยิกแขนลี่หูอีกข้าง ซึ่งเขาก็ได้แต่ร้อง ‘โอย’ ด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมสุข
“แต่ข้าก็รักนางนะครับ” ชายหนุ่มแกตัวออกมาอีกหน่อย เมื่อเห็นท่านน้าชี้นิ้วคาดโทษพร้อมรอยยิ้ม
“แล้วนี่เจ้าก็พาอาอี้หนีตามกันมาด้วยสิ” ลี่หูพยักหน้ายอมรับ ถึงแม้จะไม่ถึงขนาดหนีตามกันมา แต่มันก็ใกล้เคียง คำตอบของลี่หูทำให้น้าเถาถอนหายใจ ทำให้ลี่หูต้องพูดแก้ตัวไปถึงสาเหตุที่ต้องพาอี้เซียงหนีมาด้วยกันนั้นเพราะพ่อของเขาไม่เห็นด้วยที่จะให้เขาแต่งกับอี้เซียง และตอนนี้อี้เซียงก็ตั้งครรภ์แล้ว เขาจึงไม่มีทางเลือก แม้ว่าคำแก้ตัวที่ลี่หูได้พูดออกไปจะไม่ใช่เรื่องจริงทั้งหมดแต่มันก็ถูกไปกว่าครึ่งหนึ่ง
“ถึงพ่อจะไม่ชอบใจ แต่ก็ไม่ควรทำแบบนี้ เจ้าน่าจะคิดถึงพ่อแม่ของอาอี้บ้างว่าฝ่ายนั้นเขาจะคิดกันยังไง ลูกสาวของเขาทั้งคนเลยนะ”
“เอาน่า..ในเมื่ออาลี่ก็จะแต่งงานกับอาอี้ให้ถูกต้องแล้ว เจ้าก็อย่าไปว่าเขาอีกเลย เด็กสองคนรักกันก็ให้พวกเขาแต่งงานกันเถอะ” ท่านอากุ้ยช่วยพูดกับภรรยาเข้าข้างชายหนุ่มรุ่นลูก
“แล้วใครว่าข้าจะไม่ให้พวกเขาสองคนแต่งงานกันล่ะ ถึงข้าจะไม่ใช่พ่อแม่ แต่วันนี้จะเป็นแม่สื่อช่วยจัดงานแต่งให้เต็มที่ เพียงแต่ว่ามันกะทันหันแบบนี้ น้าก็เตรียมอะไรไม่ทันจริงๆเหมือนกัน” ท่านน้าเถากอดอกใช้ความคิดอย่างหนักมองหน้าชายหนุ่มหญิงสาวที่ยังยืนยิ้มให้อยู่
“ท่านน้าไม่ต้องเตรียมอะไรให้พวกเราหรอกครับ ขอแค่มีข้า มีอาอี้ แล้วก็ท่านทั้งสองคนที่เป็นเหมือนญาติผู้ใหญ่ของเราในตอนนี้ก็พอ”
“แหม..หวานจริงๆเลยนะอาลี่ เจ้าพูดซะอาอยากจะแต่งรอบสองกับเขาบ้างจัง” อากุ้ยอารมณ์ดีพูดด้วยอารมณ์ขันแบบนี้จึงได้รับรางวัลจากท่านน้าเถาด้วยรอยหยิก “อ้าว..โดนซะแล้ว แต่งรอบสองข้าก็หมายถึงแต่งกับเจ้านั่นล่ะ” ท่านอากุ้ยเอามือกุมแขนข้างที่โดนหยิกแล้วหัวเราะ
“ท่านนี่นะ อายเด็กมันมั่งสิ” ท่านน้าเถาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกเขิน เมื่อได้ยินคำพูดของสามี “เอาล่ะ พวกเจ้าสองคนก็ไปเตรียมตัวเป็นเจ้าบ่าวเจ้าสาวกันได้เลย งานแต่งของพวกเจ้าคืนนี้ แม้จะไม่ใหญ่โตนักแต่น้าก็จะช่วยเป็นธุระจัดการให้อย่างเต็มที่ ไม่ต้องห่วง” ลี่หูและอี้เซียงหันมายิ้มให้กันแล้วจึงขอบคุณผู้อาวุโสทั้งสองคน

ในค่ำคืนที่อบอุ่นและแสนหวาน งานแต่งงานของลี่หูกับอี้เซียงถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายหากแต่เต็มเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มของความสุข ชุดแต่งงานที่ท่านน้าเถาเตรียมไว้ให้ลี่หูและอี้เซียงนั้น แม้จะเคยเป็นชุดของท่านอากุ้ยและท่านน้าเถาสมัยแต่งงาน หากแต่ท่านน้าเก็บรักษาไว้อย่างดี วันนี้จึงดูเหมือนชุดใหม่ แต่ถึงมันจะเก่าก็คงไม่เป็นไรเพราะนั่นไม่สำคัญมากไปกว่าความรักของเจ้าบ่าวและเจ้าสาวของคืนนี้ ลี่หูอยู่ในชุดเจ้าบ่าวยืนรอเจ้าสาวอยู่กลางบ้านที่ตอนนี้มีโต๊ะพิธีตั้งอยู่เบื้องหน้า เมื่อได้เวลามงคลแล้วท่านน้าเถาที่ทำหน้าที่เป็นแม่สื่อก็ประคองอี้เซียงที่อยู่ในชุดเจ้าสาวสีแดงเดินออกมา ทันทีที่ลี่หูได้เห็นเจ้าสาว รอยยิ้มของเขาก็ระบายอยู่บนใบหน้าอย่างแช่มชื่น ท่านน้าเถาส่งผ้าสีแดงที่ปลายข้างหนึ่งให้อี้เซียงจับไว้และยื่นปลายอีกข้างให้ลี่หู
“กราบไหว้ฟ้าดิน” ท่านน้าเถาใบหน้ายิ้มแย้มเป็นคนกล่าว
“เคารพผู้ใหญ่” เจ้าบ่าวเจ้าสาวโค้งทำความเคารพท่านอากุ้ยและท่านน้าเถา ที่เป็นตัวแทนญาติผู้ใหญ่ของทั้งสอง
“เคารพซึ่งกันและกัน” ลี่หูยิ้ม อี้เซียงก็ยิ้มภายใต้ผ้าคุมหน้าสีแดง วันที่พวกเขาสองคนรอคอยมาถึงแล้ว
“เสร็จพิธี” ผู้อาวุโสทั้งสองยิ้มแสดงความยินให้คู่บ่าวสาวอีกครั้ง ท่านน้าเถาทำหน้าที่ประคองอี้เซียงเข้าไปรอลี่หูในห้องหอ พอท่านน้าเถาเดินออกมาลี่หูจึงได้เดินตามเข้าไป

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sun Sep 20, 2009 7:25 pm

บัดนี้ภายในห้องหอที่ถูกตกแต่งด้วยกระดาษอักษรมงคลสีแดง เทียนคู่สีแดง พร้อมทั้งสุรามงคลถูกเตรียมไว้เรียบร้อย ชายหนุ่มเดินยิ้มเข้าไปหาเจ้าสาวที่นั่งอยู่บนเตียงนอนแล้วจึงค่อยๆเปิดผ้าคุมหน้าออก เผยให้เห็นรอยยิ้มหวานของอี้เซียงที่ซ่อนอยู่ภายใต้ผ้าสีแดงผืนบาง
“วันนี้เจ้าสวยมาก สวยที่สุดเลยรู้ไหม” ลี่หูพูดชมภรรยา ทำให้อี้เซียงยิ้มเขิน
“วันนี้ข้าสวย แต่เมื่อวานคงไม่ค่อยสวยสิคะ” คำพูดแก้เขินของอี้เซียงทำให้ลี่หูหัวเราะ แล้วจึงดึงร่างบางของภรรยาเข้ามาแนบอก
“ใครบอก สำหรับข้า เจ้าสวยทุกวัน แต่วันนี้สวยมากที่สุด แล้วข้าก็มีความสุขมากที่สุดด้วย” ชายหนุ่มก้มหน้าไปมองอี้เซียงแล้วจึงจุมพิตเบาๆไปที่หน้าผากของหญิงสาว “ข้ารักเจ้านะ” และจึงเลื่อนริมฝีปากมาที่ริมฝีปากบางอ่อนนุ่มของอี้เซียง หญิงสาวรับสัมผัสอุ่นของสามีด้วยความรักของนางที่มีอย่างสุดซึ้ง วันที่ทั้งสองคนรอคอย วันที่จะได้ใช้ชีวิตร่วมกันอย่างมีความสุข..มาถึงแล้ว ลี่หูเลื่อนริมฝีปากออกช้าๆและจูงมืออี้เซียงเดินไปที่โต๊ะเพื่อดื่มสุรามงคล
“ท่านน้าเถาบอกว่าสุรามงคลในวันแต่งงาน ไม่ดื่มไม่ได้ แต่เจ้ากำลังท้องอยู่ ท่านน้าบอกว่าถ้าให้ดื่มนิดหน่อยก็ไม่เป็นไร เจ้าก็ดื่มนิดเดียวนะ” ลี่หูรินสุรามงคลให้อี้เซียงและตนเอง ชายหนุ่มหญิงสาวไขว้แขนของกันและกันไว้และดื่มสุรามงคลพร้อมกัน ลี่หูดื่มสุราจนหมดจอกในขณะที่อี้เซียงดื่มไปไม่ถึงครึ่ง ลี่หูจึงทำหน้าที่ดื่มแทนอี้เซียงจนหมด เวลานี้ชายหนุ่มหญิงสาวต่างยืนนิ่งกันไปทั้งคู่ ทำอะไรไม่ถูก จะเป็นเพราะความเขิน ตื่นเต้นหรืออะไรก็ตาม จนกระทั่งลี่หูเป็นฝ่ายยื่นมือไปกุมมือของอี้เซียงไว้
“เจ้าเป็นอะไรไปรึเปล่า หรือว่ามีความสุขจนพูดไม่ออก” ชายหนุ่มพูดล้อแล้วก้มหน้าลงไปมองอี้เซียงด้วยรอยยิ้ม
“พี่ลี่หู ถ้าหากคืนนี้ตอนที่ทำพิธี มีท่านพ่อกับพี่รองอยู่ด้วยก็คงจะดีไม่น้อยนะคะ” อี้เซียงตอบด้วยน้ำเสียงเศร้า นางคงจะมีความสุขมากกว่านี้ ถ้าได้ยกน้ำชาให้บิดาและได้รับคำอวยพรของท่านในวันที่สำคัญที่สุดในชีวิต
“พี่ลี่หู จะเป็นไปได้ไหม ถ้าพี่จะพาข้ากลับเมืองหลวงไปหาท่านพ่อกับพี่รอง” ลี่หูได้ฟังคำขอแล้วทำหน้าเคร่งเครียด ใช้ความคิดอย่างมาก
“พี่ลี่หู..เราแต่งงานกันแล้วก็จริง แต่ก็ยังไม่ได้ยกน้ำชาให้ท่านพ่อ ถ้าเป็นไปได้ข้าก็อยากทำหน้าที่ของลูก อยากได้รับอวยพรจากท่านพ่อ ถึงแม้ว่าพี่จะเป็นคน..ทำให้พี่ใหญ่ต้องตาย แต่ข้าเชื่อว่าท่านพ่อจะต้องให้อภัย ยอมดื่มน้ำชาของพี่นะคะ” อี้เซียงเข้าใจว่าลี่หูกำลังกังวลกลัวว่าท่านไป๋จะไม่ยอมรับตนเองเป็นลูกเขย จึงได้ทำหน้าเครียด หากแต่มันไม่ใช่ เขาไม่รู้ว่าจะบอกความจริงเรื่องของท่านไป๋ดีไหมจึงได้แต่ถอนหายใจอย่างคนที่คิดไม่ตก
“พี่ลี่หู ข้ารู้ว่าพี่รู้สึกอย่างไร เพียงแต่ว่าข้า..” ชายหนุ่มรีบใช้มือแตะริมฝีปากของอี้เซียงไม่ให้นางพูดต่อ
“ข้าไม่ได้คิดมากเรื่องนี้ แต่ที่ข้าไม่พูดก็เพราะว่า..ตอนที่ลู่ฟงพาเจ้าหนีมา ท่านลุงโดนข้อหาเป็นกบฏ ทำให้ท่านกับอี้หลานถูกจับและตัดสินประหารชีวิตไปแล้ว” สิ้นคำพูดของลี่หู ความสุขของอี้เซียงพลันมลายหายไป ความตกใจของนางมากเสียทำอะไรไม่ถูก ที่ผ่านมานางเคยสงสัยและคิดจะถามกับลู่ฟงแต่ว่าไม่เคยได้รับคำตอบ พอได้รู้วันนี้นางจึงทำอะไรไม่ได้นอกจากร้องไห้ ลี่หูเห็นน้ำตาของคนรักก็รีบกอดนางไว้เพื่อปลอบโยน
“แต่เจ้าไม่ต้องเป็นห่วงนะ ก่อนที่ข้าจะตามมาช่วยเจ้า ข้าก็ได้ช่วยจื่อหลงออกจากที่คุมขังเพื่อให้เขาไปช่วยท่านลุงกับอี้หลานแล้ว และข้าก็เชื่อว่าเขาสามารถทำได้ ท่านลุงกับอี้หลานจะต้องปลอดภัย” ลี่หูใช้นิ้วเกลี่ยน้ำตาให้อี้เซียง นางพยายามถามย้ำอีกครั้งและอีกครั้งขอคำตอบจากลี่หูให้มั่นใจว่าบิดาและพี่สาวจะปลอดภัย ซึ่งลี่หูก็ตอบอย่างหนักแน่น
“เอาไว้เจ้าร่างกายแข็งแรงกว่านี้ ข้าให้สัญญาว่าจะพาเจ้าไปหาท่านลุงกับอี้หลาน เจ้าก็อย่าร้องไห้เลยนะ วันนี้เป็นวันมงคลของเรา ถ้าเจ้าร้องไห้มันจะไม่ดีรู้ไหม” ลี่หูให้สัญญากับอี้เซียงทั้งที่ตนเองก็ยังมิอาจทราบได้ว่าจื่อหลงพาท่านไป๋กับอี้หลานไปหลบซ่อนตัวอยู่ที่ไหน ถึงจะไม่รู้ที่อยู่แต่เขาก็มั่นใจว่าจื่อหลงคงช่วยทั้งคนไปได้แน่
“พี่พูดจริงนะ อย่าโกหกข้านะ” หญิงสาวย้ำอีกครั้ง เมื่อลี่หูพยักหน้ารับรองนางถึงได้หยุดร้องไห้แล้วรีบเช็ดน้ำตาให้แห้ง ต่อจากนั้นนางจึงพนมมืออธิษฐานขอให้ท่านแม่กับพี่ชายที่อยู่บนสวรรค์ช่วยคุ้มครองบิดากับพี่สาวให้ปลอดภัย และขอให้ท่านแม่กับพี่ชายอวยพรให้นางได้เจอกับทั้งสองคนโดยเร็ว ลี่หูรับรู้ความปรารถนาของอี้เซียงที่ต้องการจะพบบิดากับพี่สาวให้ได้ ทำให้เขาต้องลอบถอนหายใจ ใช่ว่าเขาไม่ต้องการให้พ่อลูกได้เจอหน้ากัน หากแต่เขาไม่ต้องการเผชิญหน้ากับขุนพลเจิ้นมากกว่าถึงได้หนีมาเสียไกลขนาดนี้ แต่ถ้านั่นคือความต้องการของคนที่เขารัก เขาก็ยอมที่จะย้อนกลับไป แม้จะต้องพบเจอกับสิ่งใดก็ตาม ชายหนุ่มเห็นอี้เซียงสบายใจและเลิกร้องไห้แล้ว จึงจะพานางไปพักผ่อน
“เจ้าสาวเลิกร้องไห้งอแงแล้ว งั้นก็ได้เวลาเข้าหอสินะ” ชายหนุ่มพูดจาหยอกล้อเพื่อให้อี้เซียงอารมณ์ดี พอพูดจบเขาก็อุ้มนางขึ้นมาและเดินไปที่เตียงนอน อี้เซียงทำหน้าตาตื่นกอดคอลี่หูไว้แน่น
“พี่ลี่หู..คือข้า..ข้ากำลังท้องอยู่นะคะ ข้าว่า..ถ้ายังไงเราอย่าเพิ่ง..คือว่า..ข้า..ข้า..” หญิงสาวอายหน้าแดง พูดน้ำเสียงตะกุกตะกัก ลี่หูทำเป็นไม่ได้ยินค่อยๆวางอี้เซียงให้นั่งลงบนเตียง
“ข้า..ทำไมเหรอ” ชายหนุ่มทำสายตาหวานเหยิ้มโน้มหน้าเข้าไปหาเพื่อจุมพิตเบาๆที่ริมฝีปากบางอ่อนนุ่มของภรรยา “คืนนี้เป็นคืนแต่งงานของเรานะ แต่งงานแล้วก็ต้องเข้าหอสิ” ลี่หูฝากสัมผัสอุ่นร้อนจากริมฝีปากของเขาไปที่แก้มนวลหอมกรุ่นของอี้เซียงและจึงละเรื่อยลงมาที่ซอกคอเพื่อจุมพิตเบาๆอย่างหยอกล้อ
“พี่ลี่หู ข้า..ว่าเราอย่าเพิ่งเลยนะคะ” อี้เซียงใช้มือดันร่างของลี่หูออก แต่ยิ่งทำให้เขากอดนางไว้แน่นขึ้น
“เจ้ารังเกียจข้า ไม่รักข้าแล้วหรอ” ลี่หูกระซิบถามเบาๆที่ข้างหู จนอี้เซียงสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนของสามี
“ไม่ใช่นะคะ ข้ารักพี่ แต่ว่า..”
“ไม่มีแต่ ถ้าเจ้ารักข้าก็ต้องตามใจข้า เข้าใจไหม” ชายหนุ่มออกคำสั่งแล้วโน้มร่างของอี้เซียงนอนลงไปโดยที่มีร่างหนาของชายหนุ่มเอนกายอยู่เคียงข้าง หากแต่อ้อมแขนของเขายังโอบกอดร่างของภรรยาไว้ อี้เซียงได้ยินคำพูดเช่นนี้จึงค่อยๆหลับตาลงเมื่อลี่หูทำท่าจะโน้มใบหน้าเข้ามาหานางอีกครั้ง แต่สุดท้ายแทนที่นางจะได้รับจุมพิตจากสามี กลายเป็นเสียงหัวเราะอย่างชอบใจอยู่ข้างๆหู
“พี่หัวเราะทำไม มีอะไรน่าขำหรอคะ” อี้เซียงลืมตาขึ้นมามองลี่หูด้วยดวงตาที่กลมโตด้วยความสงสัย
“ก็เจ้านั่นไง นี่เจ้าคิดไปถึงไหนแล้ว” ลี่หูอดไม่ได้ที่จะหัวเราะต่อไปอีกหน่อย “อี้เซียง..เรามีลูกด้วยกันแล้วนะ และข้าก็รักลูก ห่วงลูก ข้าไม่ทำอะไรเจ้าตอนนี้หรอกน่า” สิ้นคำพูดของลี่หู อี้เซียงก็หยิกเขาไปที่ต้นแขน
“ตาบ้า พูดอะไรก็ไม่รู้”
“ข้าพูดเรื่องจริง เพราะตอนนี้ข้าแค่อยากจะนอนกอดเจ้าไปทั้งคืนมากกว่า เจ้าก็ตามใจข้าหน่อยนะ” สามีพูดพลางโอบกอดร่างของภรรยาไว้แน่นๆ
“ก็ได้ แต่อย่ากอดแน่นมากนะคะ เดี๋ยวลูกอึดอัด” อี้เซียงใช้นิ้วแตะจมูกของลี่หูอย่างออกคำสั่ง ชายหนุ่มจึงได้คลายอ้อมกอดออกนิดหน่อยจากภรรยาที่เขาแสนรักแล้วจึงลุกขึ้นมานั่งเพื่อจะหยิบของบางอย่างออกมาจากอกเสื้อ อี้เซียงเห็นแบบนั้นก็ลุกขึ้นมานั่งมอง
“ข้ามีของจะให้เจ้าด้วย เดี๋ยวนะ” ลี่หูเอียงหน้ามาบอกอี้เซียงที่กำลังมองอย่างสงสัย จนกระทั่งเขาหยิบหยกสีเขียวสดออกมาแล้ววางไว้บนมือของหญิงสาว “หยกชิ้นนี้เป็นของที่ท่านแม่มอบไว้ให้ข้า ตอนนี้ข้าจะขอมอบให้กับเจ้า” อี้เซียงพอรู้ว่าเป็นหยกของท่านแม่ของลี่หู นางก็ไม่กล้าที่จะรับ เพราะนางรู้ดีว่าหยกชิ้นนี้เป็นสมบัติชิ้นเดียวที่มารดาของลี่หูมอบไว้ให้เขาและครั้งหนึ่งหยกชิ้นนี้ก็เคยช่วยชีวิตของเขาไว้ด้วย มันจึงมีความหมายต่อเขามาก
“พี่ลี่หู ข้ารับไว้ไม่ได้หรอกค่ะ ก็ในเมื่อหยกชิ้นนี้ท่านแม่เป็นคนให้พี่ และพี่ก็รักหยกชิ้นนี้มาก ข้าคง..”
“ท่านแม่ให้เป็นของรับขวัญลูกสะใภ้กับหลานที่กำลังจะเกิดมา เจ้าไม่กล้ารับของจากแม่สามีอย่างงั้นหรอ” ลี่หูพูดแทรกขึ้นมาหน้าตาขึงขัง แต่แล้วเขาก็ยิ้มกว้าง “ข้าอยากให้ท่านแม่อยู่กับเจ้า ท่านจะได้คอยคุ้มครองเจ้ากับลูก เจ้าก็เก็บรักษาไว้ให้ดี เพราะหยกชิ้นนี้เป็นเหมือนหัวใจของข้า แต่นี้ไปข้าขอมอบหัวใจของข้าให้เจ้าดูแล เจ้าจะรับไว้ได้ไหม” คำพูดด้วยประโยคแสนหวาน แม้จะไม่มีคำตอบรับจากหญิงสาวที่นั่งเคียงข้างชายหนุ่ม หากแต่มือบางของนางที่ค่อยๆกำหยกชิ้นเล็กไว้ในมืออย่างทะนุถนอม นั่นก็คือคำตอบที่ดีที่สุดแล้ว หัวใจของลี่หูเป็นของอี้เซียง หัวใจของอี้เซียงเป็นของลี่หู ชีวิตที่ขาดหายไปครึ่งหนึ่งบัดนี้ถูกเติมให้เต็มด้วยอีกครึ่งชีวิตของกันและกัน

๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sun Sep 20, 2009 7:26 pm

แสงแดดอันอบอุ่นยามเช้ากระทบกับพื้นน้ำจนเป็นประกายระยิบระยับ สายลมพัดผ่านจนใบไม้พริ้วไหว เสียงนกร้องประสานรับขับขานมาแต่ไกล ต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงาตามทางเดิน จอมยุทธ์หนุ่มจางจื่อหลงร่างสูงโปร่งใบหน้าเคร่งขรึมเดินนำหน้าหญิงสาวร่างบางมาที่ลำธารที่อยู่ไม่ห่างไกลจากที่พัก โดยที่ท่านไป๋ยังอยู่ที่ที่พักภายในถ้ำกับฟู่เจี้ยนที่ย้อนกลับมาหาผู้อาวุโสเมื่อวานนี้เพื่อแจ้งข่าวความเคลื่อนไหวของขุนพลเจิ้น ซึ่งตอนนี้จอมยุทธ์เซี่ยงกำลังพยายามติดต่อกับสหายชาวยุทธ์ที่อยู่ทางเมืองหลวงให้ช่วยหาข่าวอีกทาง เมื่อบิดามีคนอยู่เป็นเพื่อน อี้หลานจึงได้ตามจื่อหลงออกมาด้านนอกเพื่อที่จะมาช่วยชายหนุ่มเตรียมน้ำและอาหาร จนทั้งสองเดินมาถึงริมลำธารที่น้ำใสเสียจนเห็นปลาตัวน้อยที่กำลังแหวกว่าย หญิงสาวจึงได้ย่อกายนั่งลงบริเวณต้นน้ำเพื่อจะตักน้ำดื่มใส่ในถุงหนังสีน้ำตาลที่เตรียมมา หลังจากได้น้ำดื่มที่สะอาดแล้วนางจึงเดินมาหาจื่อหลงที่กำลังนั่งเหลาต้นไผ่ด้วยมีดสั้นเพื่อให้ปลายด้านหนึ่งมีความแหลม
“พี่หลงกำลังจะทำอะไรเหรอค่ะ” หญิงสาวถามชายหนุ่มด้วยความสนใจ จื่อหลงหันหน้ามายิ้มเล็กน้อยแล้วจึงตั้งใจทำต่อให้เสร็จ
“วันนี้เจ้าอยากกินปลาเผารึเปล่า ถ้าอยากกินก็นั่งรออยู่นี่ เดี๋ยวข้าจะแสดงฝีมือให้ดู” จื่อหลงบอกอี้หลานเรียบร้อยก็จัดการถอดรองเท้า ถุงเท้าแล้วถกขากางเขนขึ้นมาจนเหนือเข่าแล้วจึงค่อยๆเดินลงไปในลำธาร สายตาของเขากำลังจับจ้องไปที่ฝูงปลาที่กำลังแหวกว่าย มือถือต้นไผ่ปลายแหลมที่ใช้เป็นเครื่องมือในการหาปลา
“เสร็จข้าล่ะ” ชายหนุ่มนึกในใจเมื่อพุ่งปลายแหลมของต้นไผ่ลงในลำธาร ฝีมือของเขามิมีพลาดเมื่อปลาตัวโตติดอยู่ที่ปลายอาวุธคู่มือ จื่อหลงเงยหน้าขึ้นมาส่งยิ้มให้อี้หลานที่ยืนเป็นกำลังใจพร้อมทั้งชูผลงานให้หญิงสาวได้ชม “เจ้าจะลองดูบ้างไหม” เขาถามเมื่อนำปลาตัวแรกที่จับมาได้วางไว้บนฝั่ง
“ข้าไม่เคยทำแบบนี้มาก่อน ไม่รู้ว่าจะทำได้รึเปล่าสิคะ” อี้หลานแบ่งรับแบ่งสู้ พี่ชายไม่เคยสอน น้องสาวก็ไม่เคยให้ลอง จึงมิรู้ว่าจะทำได้หรือไม่ กลัวแต่จะขายหน้าและเป็นที่หัวเราะให้จื่อหลงมากกว่า
“ไม่เป็นไร เดี๋ยวข้าสอนให้ก็ได้” จื่อหลงเดินกลับขึ้นไปบนฝั่งเพื่อไปตัดต้นไผ่แล้วนำมาเหลาให้ปลายข้างหนึ่งแหลมเพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการหาปลา พอทำเสร็จแล้วก็ส่งให้อี้หลาน
“ลองดูสักครั้งก็ได้ค่ะ ถ้าไม่ลองก็ไม่รู้ว่าจะทำได้ไหม” หญิงสาวยิ้มแล้วจึงถอดรองเท้าถุงเท้าของนางออก จื่อหลงจึงยื่นมือให้นางจับไว้และค่อยๆพานางเดินลงไปในลำธารด้วยกัน
“อย่างแรกต้องจับอาวุธให้มั่น” เขาทำท่าเหมือนจับกระบี่โดยชูด้านที่มีปลายแหลมขึ้นชี้ฟ้า
“พี่หลงจะไปสู้กับพวกปลาหรอค่ะ ดูทำท่าเข้าสิ” อี้หลานหัวเราะจนตาหรี่เล็กลง จื่อหลงก็หัวเราะไปด้วยเพราะที่เขาทำท่าเมื่อครู่ก็เพียงทำให้หญิงสาวอารมณ์ดีและหัวเราะได้เท่านั้น
“เมื่อกี้เล่นๆคราวนี้จะเอาจริงล่ะนะ เจ้าทำตามข้าแล้วกัน” ชายหนุ่มปรับโทนเสียงให้ทุ้มเพื่อให้ดูจริงจัง มือข้างหนึ่งจับต้นไผ่ปลายแหลมตรงกึ่งกลางลำต้น อีกมือหนึ่งก็ชี้นิ้วให้อี้หลานดูปลาตัวเขื่องกำลังแหวกว่าย “เล็งให้ดีแล้วก็พุ่งลงไปให้เต็มแรง” เขาบอกและทำให้อี้หลานดูไปด้วย ทันใดนั้นเจ้าปลาตัวที่จื่อหลงหมายมั่นจะจับให้อี้หลานก็ติดปลายฉมวกที่ทำจากต้นไผ่ขึ้นมาได้อย่างไม่ยากเย็น จากนั้นเขาก็ให้อี้หลานลองดูบ้าง หญิงสาวทำตามที่จื่อหลงบอกทุกอย่าง ‘จับฉมวกให้มั่น เล็งให้ดีแล้วพุ่งให้เต็มแรง’
“ไม่ใช่อย่างงั้น ลองดูใหม่นะ” จื่อหลงยิ้มน้อยๆส่ายหน้า เมื่ออี้หลานพลาดเป้าหมายไปอย่างน่าเสียดาย ชายหนุ่มจับมือของนางไว้เพื่อจะช่วยให้นางจับฉมวกต้นไผ่ให้ถูกต้อง แต่ครั้งที่สองก็ยังพลาด ตอนนี้อี้หลานเริ่มท้อ สายตาของนางดูสิ้นหวัง
“ลองดูอีกครั้งนะ ข้าเชื่อว่าเจ้าต้องทำได้” จื่อหลงให้กำลังใจ นางก็พยักหน้าท่าทางมาดมั่น แต่ครั้งที่สามในจังหวะที่นางกำลังจะพุ่งฉมวกลงไปนั้น คงเพราะออกแรงมากเกินไปจึงทำให้นางเสียหลักแทบจะล้ม จื่อหลงที่ยืนอยู่ใกล้ๆจึงไช้มือที่ยังว่างโอบรอบเอวของอี้หลานไว้แล้วจึงดึงร่างบางเข้ามาในอ้อมแขน ลมหายใจอุ่นๆของชายหนุ่มสาดรสไปที่พวงแก้มของหญิงสาวจนใบหน้าที่เป็นสีขาวอมชมพูเปลี่ยนเป็นสีแดงดั่งลูกตำลึงสุกอย่างรวดเร็ว
“ดูท่าวันนี้ข้าคงจะจับปลาไม่ได้สักตัวแล้วล่ะค่ะ” หญิงสาวก้มหน้าตอบ จื่อหลงยิ้มที่มุมปากแล้วจึงคลายอ้อมแขนของตนออกเพื่อจะจับมือของอี้หลานให้เดินขึ้นมาบนฝั่ง
“ไม่เป็นไร งั้นปล่อยให้เป็นหน้าที่ของข้าก็แล้วกัน” จื่อหลงเอาปลาตัวที่สองที่หามาได้วางไว้บนฝั่งแล้วจึงเดินลงน้ำไปจับปลาต่อ อี้หลานยืนมองชายหนุ่มอยู่ได้ไม่นาน นางก็ตัดสินใจเดินลงไปในน้ำอีกครั้งด้วยความนึกสนุก จื่อหลงหันมาเห็นนางเดินลงมา ยังมิทันจะได้ถาม หญิงสาวก็อมยิ้มแล้วจึงก้มตัวลงใช้มือวิดน้ำใส่หน้าของจื่อหลง จนตัวของเขาเปียกไปหมด
“นี่เจ้า..” จื่อหลงยืนเท้าเอวทิ้งฉมวกที่อยู่ในมือ เขากำลังจะหาปลาไปเป็นอาหารให้กับทุกคน แต่นางกลับมายืนเล่นน้ำอยู่เช่นนี้ ทำให้พวกปลาก็พากันว่ายน้ำหนีไปหมด อี้หลานเห็นสีหน้าท่าทางที่จริงจังของชายหนุ่มแล้วก็หยุดเล่นน้ำทันที ด้วยกำลังคิดว่าตนเองนั้นทำให้อีกฝ่ายไม่พอใจ แต่ไม่ได้เป็นเช่นนั้นเมื่อจื่อหลงที่ทำท่าทางขึงขังก้มตัวลงแล้ววิดน้ำใส่หน้าของหญิงสาวบ้างเพื่อเป็นการเอาคืน

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sun Sep 20, 2009 7:27 pm

“พี่หลงอย่าคิดนะว่าข้าจะไม่สู้”
“แล้วใครบอกไม่ให้เจ้าสู้กันล่ะ” ชายหนุ่มหัวเราะชอบใจใหญ่ เวลานี้เขาไม่สนใจจะหาปลาอีกแล้ว หากแต่ใส่ใจที่จะเล่นน้ำกับหญิงสาวมากกว่า ชายหนุ่มหญิงสาวใช้มือวักน้ำใส่กันเป็นที่สนุกสนาน เสียงหัวเราะของอี้หลานยามที่วิ่งหนีจื่อหลงกังวานสดใส ใบหน้าที่เคร่งขรึมของจื่อหลงก็ระบายไปด้วยรอยยิ้ม ทุกจังหวะของฝีเท้าของทั้งสองที่กระทบลงไปบนผิวน้ำก่อให้เกิดละอองน้ำกระจายคละคลุ้ง จื่อหลงวิ่งไล่ตามอี้หลานจนทันจึงได้โอบรอบเอวของนางไว้ด้วยท่อนแขนแข็งแรงของตนเอง หญิงสาวเอี่ยวตัวเพื่อจะให้หลุดจาดอ้อมกอดหากแต่ยิ่งทำให้ชายหนุ่มกอดนางไว้แน่นขึ้น
“เจ้าจะวิ่งหนีข้าอีกไหม” จื่อหลงกระซิบถาม
“ไม่หนีแล้วค่ะ ท่านปล่อยข้าก่อนเถอะ” อี้หลานก้มหน้าลงตอบเพื่อซ่อนสายตาของตนเองที่ฉายแววเจ้าเล่ห์ จื่อหลงได้ยินเช่นนั้นจึงได้ยิ้มแล้วคลายอ้อมแขนออก เพียงอี้หลานหลุดจากพันธนาการจากชายหนุ่ม นางก็เอี่ยวตัวกลับไปหาเขาอย่างรวดเร็วและออกแรงผลักชายหนุ่ม จื่อหลงที่มิทันจะได้ตั้งตัวจึงได้เสียหลังหงายหลังลงไปในน้ำจนเปียกไปทั้งตัว
“นี่ตัวจริงของเจ้าใช่ไหม ข้าไม่แปลกใจเลยว่าอี้เซียงได้นิสัยแบบนี้มาจากใคร” จื่อหลงที่ยังนั่งอยู่ในน้ำชี้นิ้วขึ้นถามอี้หลานพร้อมทั้งส่ายหน้าช้าๆ ความเรียบร้อยอ่อนหวานของอี้หลานที่เคยคุ้นตาถูกแทนที่ด้วยความร่าเริงสดใสและขี้เล่น ชายหนุ่มเพิ่งจะเคยเห็นในอีกมุมหนึ่งซึ่งเป็นตัวตนที่น่ารักของนางอีกด้านก็ในวันนี้ จื่อหลงหัวเราะชอบใจแล้วจึงยื่นมือให้อี้หลานดึงเขาลุกขึ้นมา อี้หลานจึงยื่นมือไปทั้งสองข้างเพื่อจะช่วยแต่เมื่อหญิงสาวยื่นมือออกไปและจะออกแรงดึงกลับกลายเป็นว่านางเป็นฝ่ายถูกจื่อหลงดึงให้ล้มลงไป อี้หลานร้องลั่นเพราะไม่ทันตั้งตัวว่าตนเองจะถูกจื่อหลงเอาคืนอย่างรวดเร็วถึงเพียงนี้ พอนางลืมตาขึ้นมาอีกทีก็พบว่าตัวของนางนั้นอยู่ในน้ำหากแต่มีร่างของจื่อหลงรองรับไว้ สายตาของทั้งสองประกายกันจนนิ่งเงียบคล้ายต้องมนต์สะกด มือหนาของจื่อหลงค่อยๆเกลี่ยไล้เส้นผมที่เปียกน้ำของอี้หลานและละเรื่อยมาที่ข้างแก้มเพื่อสัมผัสอย่างเบามือ อี้หลานหลับตาลงเพื่อรับสัมผัสอุ่นจากริมฝีปากของชายหนุ่มที่ครอบครองริมฝีปากบางของนางอย่างอ่อนโยน
“อี้หลาน..ถ้าข้าทำงานชิ้นนี้เสร็จเมื่อไหร่ เราแต่งงานกันนะ” จื่อหลงถามด้วยน้ำเสียงนุ่มแต่หนักแน่น
“คะ” คนตอบหน้าแดงเพียงคำเดียว
“แล้วถ้าข้าพาเจ้าไปใช้ชีวิตที่ไม่สุขสบายเหมือนก่อน เจ้าคงไม่ว่าอะไรข้าใช่ไหม”
“ถ้าพี่หลงจะให้ข้าไปช่วยท่านหาปลา ข้าก็คิดข้าทำได้แต่อาจต้องฝึกฝนอีกสักหน่อย ถึงตอนนั้นท่านคงไม่เบื่อที่จะสอนข้าเสียก่อนนะคะ” อี้หลานอมยิ้มน้อยๆมองหน้าจื่อหลงด้วยสายตาที่ยังเขินอายอยู่ไม่น้อย
“ข้าไม่ให้เจ้าทำหรอกน่า หาปลา ปลูกผักทำสวนมันเป็นหน้าที่ของข้า ส่วนหน้าที่ของเจ้าคือเลี้ยงลูกๆ”
“พี่หลง..ไม่ทันไรก็พูดเรื่องนี้แล้วหรอ” หญิงสาวเม้มปากแน่น ใบหน้าเป็นสีแดงระเรื่อ
“แน่นอนสิ เราจะมีลูกหลายๆคน วิ่งเล่นเต็มบ้าน”
“นี่ท่านเห็นข้าเป็นแม่หมูรึไง ถึงให้มีลูกเยอะขนาดนั้น” อี้หลานยื่นมือไปหยิกต้นแขนของจื่อหลงแก้เขิน ตั้งแต่รู้จักกันมาเขามีแต่มาดขรึม หากแต่เวลานี้กลับรู้จักพูดอย่างมีอารมณ์ขัน
“ข้าเกิดมาตัวคนเดียว ไม่มีพี่ ไม่มีน้อง ข้าก็เลยอยากให้ครอบครัวของเราเป็นครอบครัวใหญ่จะได้อบอุ่นก็เท่านั้น ถ้าเจ้ากลัวจะเหนื่อย ข้าก็จะช่วยเจ้าเลี้ยงลูกเต็มที่ แล้วแต่เจ้าจะใช้ข้ามาได้เลย” จื่อหลงมองอนาคตที่สวยงามระหว่างเขาและอี้หลาน ถ้าหากมันเป็นไปอย่างที่วาดไว้ ชีวิตคงมีความสุขที่สุดจนไม่ต้องการสิ่งใดอีกแล้ว
“ครอบครัวของเราต้องเป็นครอบครัวที่อบอุ่นแน่นอนค่ะ” อี้หลานพูดจบประโยคด้วยรอยยิ้มเท่านั้น จื่อหลงก็ประทับรอยจุมพิตบนริมฝีปากบางของหญิงสาวอีกครั้ง หากแต่ครั้งนี้เนิ่นนานและหอมหวานประดุจน้ำผึ้ง
“เอ่อ..ข้าว่าเราสองคนออกมากันนานแล้วนะคะ” อี้หลานผละออกจากอ้อมกอดของจื่อหลงแล้วพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเพื่อข่มความเขินอาย จื่อหลงที่ได้ยินแล้วแต่ยังคงกดปลายจมูกไปที่พวงแก้มของหญิงสาวเพื่อชมความหอมอย่างที่มิอาจห้ามใจได้
“พี่หลง..เราออกมานานแบบนี้ เดี๋ยวท่านพ่อจะเป็นห่วงนะคะ”
“ข้าขอโทษ” ชายหนุ่มยอมคลายอ้อมกอดจากหญิงสาวเมื่อรู้สึกได้ว่าตนเองนั้นปล่อยให้ความรู้สึกที่ต้องเก็บซ่อนไว้อยู่เหนือสติที่ควรจะยั้งใจไว้บ้าง “งั้นเราก็กลับกันเถอะ เจ้าตัวเปียกหมดแล้วเดี๋ยวจะไม่สบาย” จื่อหลงยิ้มๆแล้วประคองอี้หลานให้ลุกขึ้นมาจากน้ำพร้อมกัน ทั้งสองคนเดินขึ้นฝั่งพอเห็นปลาที่หามาได้แค่สองตัวเท่านั้นก็มองหน้ากันเหมือนกำลังคิดว่าปลามีแค่สองตัวจะเลี้ยงคนสี่คนให้กินอิ่มได้อย่างไร จื่อหลงกำลังคิดว่าจะลงน้ำไปหาปลาอีกครั้งแต่พอหันมาเห็นอี้หลานที่ยืนตัวเปียกแล้วเริ่มหนาวสั่นก็ต้องเปลี่ยนใจไปหาฟืนมาก่อไฟให้อี้หลานเสียก่อนแล้วจึงได้ลงน้ำไปหาปลามาเพิ่ม แต่กว่าจะจับปลาได้คราวนี้ก็ใช้เวลาอยู่พักนึงเพราะเจ้าปลาตัวน้อยว่ายหนีจื่อหลงไปตั้งแต่เขากับอี้หลานลงไปเล่นน้ำ และเพราะสองคนพากันออกมานานจนทำให้ท่านไป๋เป็นห่วง ท่านจึงได้ออกมาตามพร้อมกับฟู่เจี้ยน ปลาที่ตั้งใจจะไปทำกินที่ที่พัก สุดท้ายเลยต้องนั่งกินกันอยู่ที่ริมลำธาร

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sun Sep 20, 2009 7:27 pm

เข้าใกล้เวลาเที่ยงท่านน้าเถากับอี้เซียงกำลังช่วยกันเตรียมอาหารให้กับสามีของพวกนาง วันนี้ลี่หูออกไปช่วยท่านอากุ้ยที่แปลงผัก ส่วนอี้เซียงก็ช่วยท่านน้าเถาทำงานบ้าน แต่ท่านน้าเถาเห็นว่าอี้เซียงยังไม่ค่อยจะแข็งแรงจึงไม่ยอมให้นางทำอะไรนอกจากนั่งกับนอน สุดท้ายนางก็ทนอยู่เฉยๆไม่ได้จริงๆจึงได้มาช่วยท่านน้าเถาในครัว ซึ่งมันเป็นงานที่ยากมากสำหรับคุณหนูอย่างอี้เซียงที่ทำอะไรไม่เป็น แต่นางก็จะค่อยๆฝึกไป อย่างในตอนนี้ที่นางกำลังช่วยท่านน้าเตรียมเครื่องปรุงแล้วคอยถามท่านน้าไปด้วยถึงวิธีทำอาหาร นางตั้งใจไว้ถ้าทำเป็นเมื่อไร่ นางจะทำอาหารอร่อยๆให้ลี่หูกินทุกวัน และในที่สุดอาหารมื้อเที่ยงก็ถูกทำเสร็จเรียบร้อย ถูกนำมาวางไว้บนโต๊ะส่งกลิ่นหอมชวนรับประทาน อี้เซียงวางจานอาหารบนโต๊ะแล้วก็มานั่งพักที่เก้าอี้ มือข้างนึงลูบหน้าท้องของตนเองเบาๆส่วนอีกข้างก็หยิบแผ่นหยกที่ลี่หูมอบให้ขึ้นมาดู ท่านน้าเถาที่เดินตามหลังออกมาเห็นอี้เซียงถือหยกสีเขียวสดก็เดินยิ้มเข้ามาหา
“อาลี่ให้เจ้าใช่ไหม ถึงได้นั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่แบบนี้” ท่านน้าเถาพูดล้อเมื่อเห็นอี้เซียงนั่งอมยิ้มอยู่คนเดียว
“ใช่ค่ะ หยกชิ้นนี้ท่านแม่ของพี่ลี่ให้พี่ลี่ไว้ แล้วพี่ลี่ก็มอบให้ข้า ข้าก็ตั้งใจไว้ว่าถ้าคลอดลูกเมื่อไหร่ก็จะมอบให้ลูก ถือว่าเป็นของรับขวัญจากท่านย่าของเขาคะ” ท่านน้าเถาได้ยินแบบนี้ก็พลอยรู้สึกยินดีไปด้วย เมื่อได้เห็นชายหญิงคู่นี้รักกันและมีความสุขถึงขนาดนี้ อี้เซียงเห็นน้าเถาเป็นเหมือนญาติคนนึงจึงได้ให้ท่านน้าดูหยกของนาง ท่านน้ารับหยกชิ้นนั้นไปดูอยู่เพียงครู่เดียวเท่านั้น รอยยิ้มที่ปรากฏอยู่บนใบหน้าของท่านน้าพลันหายไป ดวงตาของท่านน้าเบิกกว้าง มือทั้งสองข้างที่ประคองหยกชิ้นน้อยสั่นไหวจนเกือบจะควบคุมไว้ไม่ได้
“ท่านน้าเป็นอะไรไปหรอค่ะ” อี้เซียงกุมมือของท่านน้าไว้ จึงทำให้ท่านรู้สึกตัว
“หยกชิ้นนี้เป็นของอาลี่จริงๆใช่ไหม”
“ใช่ค่ะ ท่านแม่ของพี่ลี่เป็นคนให้ไว้ ท่านน้ามีอะไรรึเปล่าค่ะ” อี้เซียงถามด้วยความแปลกใจ ยังมิทันที่ท่านน้าจะได้ถามต่อ ท่านอากุ้ยกับลี่หูก็กลับมาที่บ้านพอดี ท่านน้าจึงรีบคืนหยกชิ้นนั้นให้อี้เซียงแล้วจึงไปกินข้าวแต่ยังคงเก็บความสงสัยไว้ในใจ จนกระทั่งกินข้าวเรียบร้อยและรอจนอากุ้ยกับลี่หูกลับไปที่แปลงผักแล้ว ในระหว่างที่อี้เซียงช่วยท่านน้าเก็บถ้วยชามไปล้าง ท่านน้าก็จูงมืออี้เซียงมาคุยด้วยอีกครั้ง
“เจ้าบอกข้ามาตามตรง พวกเจ้าสองคนเป็นใครมาจากไหน ชื่อแซ่อะไร” ท่านน้าถามอี้เซียงแบบไม่อ้อมคอมจนทำให้อี้เซียงนิ่งไป ไม่รู้ว่าจะหาคำตอบใดมาให้ท่านน้าได้
“อาลี่ แซ่เจิ้นใช่ไหม” อี้เซียงยังไม่ทันได้ตอบ ท่านน้าเถาก็ถามคำถามที่สอง เหมือนท่านรู้เรื่องทุกอย่างแล้ว “เขาไม่ได้ชื่ออาลี่คำเดียว แต่ชื่อลี่หู เจิ้นลี่หูใช่ไหม เจ้าตอบข้ามาเดี๋ยวนี้” ท่านน้าเถาจับแขนของอี้เซียงไว้แน่นอย่างคาดคั้นจะเอาคำตอบให้ได้ ในตอนแรกอี้เซียงคิดที่จะโกหกต่อไปหากแต่เมื่อได้เห็นน้ำตาของท่านน้าที่เอ่อล้นอยู่ที่ขอบตาทั้งสองข้าง นางจึงไม่อาจที่จะโกหกต่อไปได้ จึงได้ตอบคำถามด้วยการพยักหน้าช้าๆ
“ข้าขอดูหยกชิ้นนั้นอีกครั้งได้ไหม ไม่ต้องกลัวข้านะ ข้าไม่เคยคิดร้ายต่อพวกเจ้า เพียงแต่ข้าอยากเห็นมันอีกครั้งให้แน่ใจเท่านั้น” ท่านน้าแบมือขอหยกจากอี้เซียง นางจึงนำเอาออกมาให้ท่านน้าได้ดูอีกครั้ง ท่านน้าเถารับหยกมาถือไว้แล้วจึงค่อยๆใช้มือลูบเบาๆ
“สวรรค์..ใช่คุณชายน้อยจริงๆ คุณชายน้อยยังมีชีวิตอยู่ ข้าดีใจเหลือเกิน” น้าเถามองหยกก็ยิ่งร้องไห้สร้างความแปลกใจให้อี้เซียงยิ่งนัก
“ท่านน้าพูดเหมือนเคยรู้จักพี่ลี่หูมาก่อน เพราะหยกชิ้นนี้หรอค่ะ แล้วเรื่องมันเป็นมายังไงกันแน่”
“ใต้เท้าเจิ้นดีกับคุณชายน้อยบ้างรึเปล่า เจ้าตอบข้ามาก่อน” ท่านน้าเถายังไม่ตอบคำถามนี้หากแต่ย้อนถามอี้เซียงถึงขุนพลเจิ้น
“ท่านลุงเข้มงวดกับพี่ลี่หูมาก มากเสียจนข้าแทบจะไม่เคยเห็นความรักของพ่อที่ควรจะมีให้พี่ลี่หูเลยแม้แต่น้อย” อี้เซียงสะท้อนใจ หากขุนพลเจิ้นรักลูกชายคนนี้จริง คงไม่ให้ลี่หูเป็นมือสังหารและคงไม่บีบลี่หูเสียจนไม่มีทางเดินแบบนี้
“ข้าคิดไว้แล้วไม่มีผิด คนใจร้ายเช่นนั้นไม่มีวันยอมรับลูกของคนอื่นได้หรอก” ท่านน้าเถาพูดด้วยน้ำเสียงโกรธ
“ลูกของคนอื่น ท่านน้าหมายความว่าพี่ลี่หูไม่ใช่ลูกของท่านลุงเจิ้นอย่างงั้นหรอค่ะ” อี้เซียงตกใจและกำลังคิดว่าตนเองกำลังหูฝาด
“เจ้าเข้าใจถูกแล้ว คุณชายน้อยของข้าไม่สมควรที่จะใช้แซ่เจิ้นด้วยซ้ำ แต่ควรจะใช้แซ่เฉินตามแซ่ที่แท้จริงของบิดาบังเกิดเกล้า” ทุกถ้อยคำของท่านน้ายิ่งสร้างความแปลกใจให้อี้เซียง ท่านน้าเถามองออกจึงได้ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่
“ดูเหมือนว่าทั้งเจ้าและคุณชายน้อยคงไม่เคยรู้ความจริงเรื่องนี้มาก่อนสินะ เอาเถอะ..บางทีมันอาจจะเป็นความต้องการของคุณหนูก็ได้ ถึงได้ดลใจให้คุณชายน้อยพาเจ้ามาเจอข้าจนถึงที่นี่” ท่านน้าเถาจูงมืออี้เซียงไปนั่งที่เก้าอี้แล้วจึงเริ่มเล่าเรื่องทั้งหมดที่นางรู้ให้อี้เซียงฟัง

_________________


แก้ไขล่าสุดโดย tabtim เมื่อ Sun Sep 20, 2009 9:21 pm, ทั้งหมด 1 ครั้ง
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sun Sep 20, 2009 7:27 pm

ย้อนไปเมื่อสามสิบกว่าปีก่อน จินเหม่ยเยวี่ยเป็นลูกสาวของนายอำเภอเล็กๆในเขตปกครองของเมืองไคฟง นางเป็นหญิงงามจึงเป็นที่หมายปองของชายหนุ่มในเมือง แต่มีเพียงเฉินกัวะหมิงบัณฑิตหนุ่มผู้นี้เท่านั้นที่ได้ครอบครองหัวใจของนาง เฉินกัวะหมิงตั้งใจไว้ถ้าหากเขาสอบจอหงวนติดจะส่งเกี้ยวเจ้าสาวมารับจินเหม่ยเยวี่ยเข้าบ้านไปเป็นฮูหยินจอหงวน อนาคตของชายหนุ่มที่กวาดไว้อย่างสวยงาม แต่แล้วกลับต้องพังทลายลงเมื่อขุนพลเจิ้นในสมัยนั้นที่ยังดำรงตำแหน่งแม่ทัพเดินทางผ่านมาทางนี้และได้พบกับเหม่ยเยวี่ย ความงามของนางเป็นที่ต้องใจของแม่ทัพเจิ้น พอกลับเข้าเมืองหลวง ฝ่าบาทมีรับสั่งจะมอบรางวัลให้ที่เขาสามารถชนะศึกกับแคว้นเหลียวกลับมาได้ ในตอนนั้นแม่ทัพเจิ้นจึงได้ทูลขอกับฝ่าบาทให้มีสมรสพระราชทาน โดยเจ้าสาวของเขาก็คือเหม่ยเยวี่ย ทันทีที่เหม่ยเยวี่ยรู้เรื่องนี้จึงได้ไปบอกกัวะหมิง ชายหนุ่มจึงตัดสินใจละทิ้งการสอบจอหงวนเพื่อจะพาหญิงสาวคนรักหนีการแต่งงาน ในค่ำคืนที่สองคนตัดใจพากันหลบหนีนั้น ท่านน้าเถาหรือเสี่ยวเถาสาวใช้คนสนิทของเหม่ยเยวี่ยในตอนนั้นรู้เรื่องทุกอย่างจึงได้ช่วยเหลือให้สองคนหลบหนีไปได้ และในคืนนั้นกัวะหมิงกับเหม่ยเยวี่ยก็กราบไหว้ฟ้าดินเป็นสามีภรรยากัน แต่ทว่า..เรื่องราวมิได้สวยงามไว้อย่างที่คิด เพียงครึ่งเดือนเท่านั้นเหม่ยเยวี่ยก็ตัดสินใจกลับมาที่บ้าน เมื่อได้ทราบข่าวว่าท่านพ่อมีความผิดฐานขัดราชโองการ นางจึงจำใจต้องแต่งงานกับแม่ทัพเจิ้นด้วยความไม่เต็มใจ หลังจากนั้นหนึ่งเดือน การแต่งงานระหว่างแม่ทัพเจิ้นกับเหม่ยเยวี่ยก็ถูกจัดขึ้นอย่างสมเกียรติ ในขณะที่กัวะหมิงเสียใจจนแทบจะเสียคนที่ต้องเสียภรรยาไปให้คนอื่น ทำให้เขาตัดสินใจแอบตามเหม่ยเยวี่ยมาจนถึงเมืองหลวง จนได้ทราบว่าเหม่ยเยวี่ยกำลังตั้งครรภ์ลูกของเขาอยู่ ในตอนนั้นกัวะหมิงคิดจะพาเหม่ยเยวี่ยหนีอีกครั้ง แต่ยังมิอาจจะทำได้ ในตอนนั้นเขาจึงให้เสี่ยวเถานัดเหม่ยเยวี่ยออกมาพบแล้วมอบหยกชิ้นหนึ่งที่สลักคำว่าลี่ไว้ให้นาง เพื่อที่จะมอบให้ลูกน้อยที่กำลังจะเกิดมา โดยที่กัวะหมิงได้ตั้งชื่อให้กับลูก ถ้าหากเป็นชายให้ชื่อ ‘ลี่หู’ แต่ถ้าเป็นหญิงให้ชื่อ ‘ลี่ซิน’

เวลาผ่านไปจนครบแปดเดือน เหม่ยเยวี่ยก็ให้กำเนิดทารกน้อยเพศชายสร้างความดีใจให้กับขุนพลเจิ้นอย่างมากโดยที่ไม่เคยระแวงคิดสงสัยที่ทารกคนนี้คลอดก่อนกำหนดแม้แต่น้อย รวมทั้งชื่อของเด็กชายที่เหม่ยเยวี่ยขอเป็นคนตั้งให้ เหม่ยเยวี่ยเอาหยกที่กัวะหมิงมอบให้ไว้ร้อยกับเชือกคล้องคอของลี่หู โดยตลอดเวลาหลังจากที่ลี่หูเกิดจนอายุเกือบครบสามเดือนมีเสี่ยวเถาคอยช่วยเลี้ยงดูอุ้มชู พร้อมทั้งยังเป็นคนช่วยอุ้มลี่หูไปให้พ่อบังเกิดเกล้าของเขาได้อุ้มเล่นเป็นบ้างครั้ง จนกระทั้งลี่หูอายุครบสามเดือนเต็ม กัวะหมิงอาศัยช่วงที่ขุนพลเจิ้นเดินทางไปต่างเมืองพาเหม่ยเยวี่ยและลี่หูหนีโดยมีเสี่ยวเถาช่วยหลอกกับบ่าวไพร่ว่าจะพานายหญิงไปไหว้พระ พอออกมาได้ทั้งสี่ชีวิตก็รีบขึ้นรถม้าออกนอกเมือง โดยตั้งใจไว้ว่าจะหาสถานที่สักแห่งที่ไม่มีใครสามารถตามเจอ แต่มันก็เหมือนฝันร้ายเมื่อขุนพลเจิ้นที่เริ่มสงสัยในตัวของเหม่ยเยวี่ยจึงได้แกล้งบอกกับนางว่าจะไปธุระ หากแต่ความจริงแล้วขุนพลเจิ้นคอยสังเกตอยู่จึงได้รู้ความจริงหมดทุกอย่าง ขุนพลเจิ้นจึงได้ตามทั้งสี่คนมาจนทัน และยิ่งพอรู้ว่าลูกชายที่รักยิ่งกว่าแก้วตาดวงใจไม่ใช่เลือดเนื้อเชื้อไขของตนเองก็ยิ่งโกรธแค้น ขุนพลเจิ้นจึงคิดจะฆ่ากัวะหมิงเพื่อระบายความแค้น แต่เหม่ยเยวี่ยก็วิ่งเข้ามาขวาง
“ทำไมเจ้าถึงไม่รักดีแบบนี้ ทั้งที่ข้ารักเจ้าดีกับเจ้าแค่ไหน แต่เจ้ากลับยังคิดที่จะหนีไปกับมัน” ขุนพลเจิ้นชี้ปลายกระบี่ไปที่เหม่ยเยวี่ยที่ร้องขอชีวิตให้กัวะหมิง
“ข้ารู้ว่าท่านรักข้า ดีกับข้า แต่ว่าข้าไม่เคยรักท่าน เพราะผู้ชายที่ข้ารักมีเพียงคนเดียวก็คือพ่อของลูก ถ้าท่านจะเมตตา ข้าขอให้ท่านกรุณาปล่อยพวกเราไปจะได้ไหม”
“ไม่ได้” ขุนพลเจิ้นโกรธจัดตวัดปลายกระบี่ลง เหม่ยเยวี่ยใช้ร่างของนางเข้าบดบังสามีเอาไว้จนสิ้นใจตายในคมกระบี่ของขุนพลเจิ้น กัวะหมิงเห็นภรรยาต้องมาตายจากไปก็ฮึดสู้และก็บอกให้เสี่ยวเถาพาลี่หูหนีไป เสี่ยวเถาร้องไห้อุ้มคุณชายน้อยหนีไปได้ไม่กี่ก้าวเท่านั้น พอนางหันกลับมาอีกทีกัวะหมิงก็ถูกขุนพลเจิ้นฆ่าตายตามเหม่ยเยวี่ยไปอีกคน ขุนพลเจิ้นที่ถูกความโกรธแค้นเข้าครอบงำเดินตรงเข้ามาหาเสี่ยวเถาที่ยังอุ้มลี่หูเอาไว้ ในใจคิดจะกำจัดเสี้ยมหนามที่ตำใจให้หมดสิ้นด้วยความโกรธแค้นที่ต้องถูกหลอกให้ยอมรับลูกของคนอื่น ในตอนที่เสี่ยวเถาจะวิ่งหนี ขุนพลเจิ้นก็ตวัดกระบี่ฟันใส่กลางหลังของเสี่ยวเถาจนนางล้มลง และในขณะที่สติกำลังจะขาดหายไป นางจึงได้เห็นขุนพลเจิ้นปักกระบี่ไปที่ร่างของลี่หูที่ยังเป็นทารกน้อย เสียงร้องไห้จ้าของลี่หูดังอยู่เพียงครู่เดียวก็เงียบหายไปพร้อมสติของเสี่ยวเถาที่ดับลงไปพร้อมกัน ในตอนนั้นขุนพลเจิ้นคิดว่าทุกคนตายกันหมดแล้ว แต่ทว่าเสียงร้องไห้ของลี่หูพลันร้องดังขึ้นมาอีกครั้ง ทำให้ขุนพลเจิ้นเปลี่ยนใจ ไว้ชีวิตลี่หูและเลี้ยงเขาไว้เพื่อใช้ประโยชน์ เลี้ยงเขาเพื่อระบายความโกรธเกลียดในใจและยังโกหกเขาเรื่องการตายของแม่ ทำให้ลี่หูที่ไม่เคยรู้ความจริงกลับยิ่งกตัญญูต่อขุนพลเจิ้นมากขึ้นทุกวัน เพราะเขาเข้าใจว่าที่พ่อเกลียดเป็นเพราะเขาทำให้แม่ต้องตาย แม้เขาจะถูกทุบตีแค่ไหนก็ไม่เคยเก็บเอามาคิด ความกตัญญูของลี่หูค่อยๆสลายความโกรธเกลียดในใจของขุนพลเจิ้นไปทีละน้อย จากไม่ยอมรับกลายเป็นยอมรับจนคิดจะมอบทุกอย่างให้กับลี่หู แต่ใครจะล่วงรู้อนาคต ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปหมด ความเกลียดในใจของขุนพลเจิ้นสุดท้ายก็ยังทำร้ายลี่หู และนี่คงเป็นสวรรค์ที่ลิขิตไว้ที่ไม่ยอมให้เสี่ยวเถาตายไปตั้งแต่เมื่อสามสิบปีที่แล้ว นางถึงได้รับการช่วยเหลือจากอากุ้ยที่บังเอิญเดินทางผ่านมาจนมีชีวิตรอดมาจนถึงวันนี้ หรือนี่อาจจะเป็นวิญญาณของเหม่ยเยวี่ยที่อยากให้ลูกชายได้รู้ความจริง ท่านน้าเถาก้มมองดูหยกในมืออีกครั้งเมื่อเล่าเรื่องทุกอย่างให้อี้เซียงฟังจนจบทั้งน้ำตา อี้เซียงประติดประต่อเรื่องราวทั้งหมด ทั้งเรื่องแม่ของลี่หูที่เขาเคยเล่าให้นางฟังรวมกับเรื่องที่ท่านน้าเถาเป็นคนเล่า จึงทำให้นางเข้าใจทุกอย่าง
“ท่านน้ารับปากข้านะค่ะ อย่าให้พี่ลี่หูรู้เรื่องนี้เด็ดขาด” นางตัดใจที่จะปกปิดเรื่องทั้งหมดไม่ให้ลี่หูรู้ อยากให้เขาเข้าใจว่าแม่ต้องตายเพราะถูกโจรฆ่า เพื่อที่เขาจะได้เจ็บปวดน้อยลง
“ทำไมล่ะ คุณชายน้อยสมควรจะรู้เรื่องนี้ เขาจะได้เลิกนับถือฆาตกรที่ฆ่าพ่อฆ่าแม่”
“แต่ถ้าพี่ลี่หูรู้ เขาจะต้องอยู่บนความแค้น ท่านน้าค่ะ พี่ลี่หูตั้งใจจะวางมือจากเรื่องทั้งหมดเพื่อที่จะใช้ชีวิตอย่างสงบสุข เขาเจ็บมามากแล้ว อย่าให้เขาต้องเจ็บปวดไปมากกว่านี้อีกเลยนะคะ ถือว่าข้าขอร้อง” แม้จะไม่ถูกต้องที่จะต้องปิดบังเรื่องชาติกำเนิดของลี่หู แต่อี้เซียงก็คิดดีแล้วว่านี่คือหนทางที่ดีที่สุดสำหรับคนที่นางรัก ท่านน้าเถาแม้ต้องการจะให้ลี่หูรู้ความจริงแต่พอนึกถึงใบหน้าที่มีแต่รอยยิ้มของลี่หูเท่านั้น ทำให้ท่านน้าตัดสินใจที่จะรับปากอี้เซียงที่จะเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับตลอดไป และนั่นอาจจะเป็นสิ่งที่พ่อแม่บังเกิดเกล้าของลี่หูต้องการ

๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sun Sep 20, 2009 7:28 pm

ภายในถ้ำกลางป่าลึก จื่อหลงกับฟู่เจี้ยนตัดสินใจกันแล้วว่าจะพาอำมาตย์ไป๋และอี้หลานย้อนกลับไปเมืองหลวง เพราะสถานที่ที่อันตรายที่สุดก็คือที่ที่ปลอดภัยที่สุด เพราะอย่างไรเสียตอนนี้ขุนพลเจิ้นก็คงไม่คิดว่าพวกเขาจะย้อนกลับไป ในเมื่อส่งทหารออกตามล่าเสียต่อนอกเมืองจนแทบจะไร้ทางเดินอยู่แล้ว เมื่อตกลงกันได้ทั้งหมดก็ออกเดินทางในเช้าวันรุ่งขึ้น แต่เพียงออกมาจากปากถ้ำ ทหารกลุ่มใหญ่ก็มาล้อมเอาไว้จนหมด คงเป็นเพราะกลุ่มควันไฟเมื่อวานนี้ที่จื่อหลงใช้ย่างปลาถึงทำให้พวกทหารตามกลิ่นมาจนเจอ
“ดูท่าวันนี้เราคงจะได้ออกแรงกันอีกแล้ว” จื่อหลงหันไปบอกฟู่เจี้ยนให้เตรียมพร้อมรับมือ
“ได้เลย ออกกำลังกายตอนเช้าแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน” ฟู่เจี้ยนจับกระบี่มั่นเตรียมพร้อม จอมยุทธ์ทั้งสองยืนประจันหน้ากับพวกทหาร แต่การต่อสู้ที่คิดว่าน่าจะเกิดขึ้นกลับไม่เป็นตามนั้น เมื่อคนที่เป็นหัวหน้าก้าวออกมาแล้วประสานมือทำความเคารพให้กับอำมาตย์ไป๋
“ข้าน้อย..กุ้ยซื่ออัน คารวะใต้เท้า” กุ้ยซื่ออันยื่นป้ายประจำตำแหน่งที่เหน็บอยู่ข้างเอวส่งให้จื่อหลงนำไปมอบให้กับอำมาตย์ไป๋ เมื่ออำมาตย์ไป๋เห็นป้ายประจำตำแหน่งแล้ว ท่านจึงยิ้มให้ด้วยไมตรี
“รองแม่ทัพกุ้ยไม่ได้เจอกันเสียนาน สบายดีนะ”
“คนนี้หรอค่ะ รองแม่ทัพกุ้ยที่พี่ใหญ่เคยพูดถึงบ่อยๆ” อี้หลานถามบิดา ท่านก็พยักหน้ารับ
“ข้าต้องขออภัยต่อใต้เท้าและคุณหนูด้วย ที่ทำให้ต้องลำบาก เพราะถ้าหากข้าสามารถเดินทางกลับมาได้เร็วกว่านี้ บางทีใต้เท้ากับคุณหนูคงมิต้องมีความผิดติดตัวจนต้องหลบหนี ข้ารู้สึกละอายใจต่อท่านแม่ทัพยิ่งนัก”
“ไม่เป็นไรหรอก ข้าเข้าใจความจำเป็นของเจ้า” ท่านไป๋ยิ้มอย่างมีเมตตาให้รองแม่ทัพกุ้ย จื่อหลงที่พอจะได้ยินชื่อรองแม่ทัพคนนี้อยู่บ้างก็เริ่มไว้ใจจนยอมลดกระบี่ลง และชวนกุ้ยซื่ออันเข้าไปคุยกันด้านในโดยมีพวกลูกน้องที่เป็นทหารคอยยืนคุ้มกันให้อยู่ด้านนอก เมื่อเข้ามาข้างในแล้วอำมาตย์ไป๋จึงอธิบายให้จื่อหลงและฟู่เจี้ยนเข้าใจและไว้ใจรองแม่ทัพกุ้ย ในสมัยที่เทียนเซิ่นยังมีชีวิตอยู่ รองแม่ทัพกุ้ยเป็นทั้งลูกน้องและเพื่อนของเทียนเซิ่น รบเคียงบ่าเคียงไหล่มาด้วยกัน จนกระทั่งเทียนเซิ่นตาย รองแม่ทัพกุ้ยก็มิอาจขึ้นแทนเทียนเซิ่นได้เพราะถูกขุนนางชั้นผู้ใหญ่คัดค้าน ทั้งที่เขาเป็นคนที่มีความสามารถ และหลังจากนั้นก็มีคำสั่งให้ไปรักษาการณ์อยู่ที่เมืองลั่วหยาง แต่พอเขารู้ว่าท่านไป๋เกิดเรื่องก็รีบรวบรวมลูกน้องฝีมือดีที่ไว้ใจได้รีบเดินทางกลับมา แต่ก็ใช่จะมาได้ในทันทีเพราะเขาก็มิอาจละทิ้งหน้าที่ไปได้ จึงได้ใช้ข้ออ้างที่ว่าจะมาช่วยจับตัวกบฏ เขาถึงได้ติดตามมา
“ท่านจะมาทั้งทีน่าจะบอกกันก่อน เกือบทำร้ายพวกเดียวกันแล้วไหมล่ะ” ฟู่เจี้ยนแกล้งชี้นิ้วต่อว่ากุ้ยซื่ออัน
“ข้าต้องขออภัยทุกท่านจริงๆที่ทำให้ตกใจ นั่นเป็นเพราะข้าใช้ข้ออ้างในการตามตัวกบฏ ข้าถึงมิอาจแสดงเจตนาที่แท้จริงได้ หวังว่าพวกท่านคงจะเข้าใจข้าด้วย”
“ข้าเข้าใจๆ ก็แค่พูดล้อเล่น พี่กุ้ยเป็นคนดี ข้ามองครั้งแรกก็ดูออกแล้ว ไม่เสียทีที่เป็นเพื่อนสนิทของคุณชายใหญ่นะ” ฟู่เจี้ยนสร้างอารมณ์ขันให้ทุกคน หลังจากที่ต้องเคร่งเครียดมาหลายวัน พอวันนี้ได้คนมาช่วยเพิ่มก็เริ่มหมดห่วง สบายใจขึ้น
“แล้วลูกน้องของท่านไว้ใจได้แน่นะ” จื่อหลงถามบ้าง เมื่อชำเรืองหางตาไปด้านนอก
“ข้ารับรองว่าไว้ใจได้ พวกเขาล้วนเป็นทหารที่เคยร่วมเป็นร่วมตายมาพร้อมกับข้าและท่านแม่ทัพ ในเมื่อครอบครัวของท่านแม่ทัพที่พวกเขาให้ความเคารพเกิดเรื่อง พวกเขาจึงยินดีที่จะสละได้แม้ชีวิตเพื่อปกป้อง”
“ข้าขอบใจเจ้ามาก และรู้สึกดีใจจริงๆที่เทียนเซิ่นมีลูกน้องที่ดีอย่างพวกเจ้าทุกคน” ท่านไป๋พูดชม กุ้ยซื่ออันจึงก้มหัวคำนับเพื่อขอบคุณ
“มิได้ขอรับ นั่นคือสิ่งที่พวกข้าสมควรต้องทำอยู่แล้ว” รองแม่ทัพยังกล่าวต่อไปอีกว่าหลังจากที่เทียนเซิ่นตายไป เขาก็แอบสืบเรื่องนี้อยู่ด้วยเหมือนกัน ฟู่เจี้ยนจึงได้บอกความจริงไปว่าเรื่องทั้งหมดมีขุนพลเจิ้นอยู่เบื้องหลัง พอรองแม่ทัพกุ้ยได้ยินเช่นนี้ก็รับปากยินดีที่จะช่วยเหลืออย่างเต็มที่ หลังจากพูดคุยกันได้สักพักและตอนนี้ได้คนมาช่วยเพิ่ม ทั้งหมดจึงตัดสินใจทำตามแผนเดิม เดินทางกลับเข้าเมืองหลวงเพื่อที่จะหยุดยั้งแผนการใหญ่ของขุนพลเจิ้นให้ได้

บริเวณลานหน้าบ้านที่ล้อมรอบไว้ด้วยต้นไม้ใหญ่ ลู่ฟงกำลังฝึกวรยุทธ์ พลังของเขาฟื้นคืนมาหมดแล้วและตอนนี้ก็พร้อมที่จะทำงานให้กับผู้ที่เป็นนายใหญ่ที่นั่งชมการซ้อมเพลงดาบของเขาอยู่
“เพลงดาบของเจ้าแม้จะทรงพลัง แต่ถ้าเทียบกับลี่หูยังห่างไกลกันอยู่หลายขุม ถ้าหากเจ้าคิดจะเอาชนะเขาให้ได้ เจ้าต้องเหี้ยมกว่านี้” ขุนพลเจิ้นหยิบดาบที่อยู่ข้างกายขึ้นมาและใช้กระบวนท่าเดียวกับลู่ฟงเมื่อครู่ หากแต่ทรงพลังอนุภาพมากกว่าไม่รู้กี่เท่า แต่ละกระบวนหนักแน่นและแฝงไว้ด้วยกลิ่นไอของการเข่นฆ่า ขุนพลเจิ้นตวัดคมดาบจู่โจมเข้าหาลู่ฟงที่ยืนมองอยู่ เขาจึงยกดาบเข้าปัดป้องแต่ตั้งรับได้เพียงไม่นาน ดาบของเขาพลันถูกขุนพลเจิ้นตวัดจนหลุดจากมือไปปักตึงที่ต้นไม้ใหญ่
“ข้าบอกแล้วว่าเจ้าต้องเหี้ยมกว่านี้” ขุนพลเจิ้นเน้นเสียง “เจ้าต้องคิดถึงสิ่งที่ลี่หูทำไว้กับเจ้า พลังความแค้นจะทำให้เพลงดาบของเจ้ามีอนุภาพจนเอาชนะลี่หูได้ จำไว้” สิ้นคำพูดของขุนพลเจิ้น ลู่ฟงก็ลอยตัวไปดึงดาบของตนเองมาจากต้นไม้ใหญ่ พลังความแค้นทำให้เพลงดาบของลู่ฟงมีอนุภาพมากขึ้นจริงๆ ทุกกระบวนท่าตามที่เขาตวัดดมดาบเข้าฟาดฟันออกไปทำให้ต้นไม้ใหญ่สั่นสะเทือน ขุนพลเจิ้นบอกกับหม่าถงให้ร่วมมือกับลู่ฟง ประสานพลังของทั้งสองให้เป็นหนึ่งเดียว ซึ่งมันจะยิ่งทรงอนุภาพจนเกือบจะเทียบได้กับจื่อหลง และนั่นมันก็เพียงพอที่จะล้มลี่หูได้แล้ว
“ถ้าข้าเจอตัวลี่หู นายท่านจะให้ข้าทำเช่นไร”
“ใจของเจ้าอยากจะสับเขาเป็นหมื่นชิ้น ไยต้องถามข้าให้เสียเวลาอีก” ขุนพลเจิ้นมองหน้าลู่ฟงด้วยสายตาที่ดุดัน
“แต่ข้าไม่ต้องการให้มันตาย เก็บมันไว้ก่อน” ขุนพลเจิ้นพูดต่อมาโดยไม่ให้ลู่ฟงได้ปริปาก
“ทำไมล่ะครับ ก็ในเมื่อนายท่าน..”
“ข้ายังอยากเก็บมันไว้ใช้” ขุนพลเจิ้นหัวเราะในลำคอ แสยะยิ้มอย่างคนที่มีแผนไว้มากมาย
“คนที่ทรยศยังมีประโยชน์อยู่อีกเหรอขอรับ หรือที่นายท่านยังต้องการจะเก็บเขาไว้เพราะว่าเขาเป็นลูกชาย จึงตัดใจไม่ได้” ลู่ฟงพูดถึงฐานะของลี่หูให้หม่าถงได้ยินด้วย ทำให้คนฟังที่ไม่เคยรู้เรื่องมาก่อนทำหน้าแปลกใจไม่เชื่อในสิ่งที่เพิ่งจะได้ยิน
“เจ้าเป็นคนฉลาด แต่คนฉลาดบางครั้งก็ใช่ว่าจะเดาเรื่องราวได้ทั้งหมด” น้ำเสียงของขุนพลเจิ้นปกติ หากแต่สายตาแข็งกร้าวจนน่าหวาดกลัวยามที่เดินเข้าไปหาลู่ฟง “ลี่หูเป็นลูกชายของข้า ข้าจะไม่ยอมให้ใครมาแตะต้องเขาได้ แต่ครั้งนั้นที่เจ้าทำร้ายลี่หูจนเขาเกือบตาย ข้าก็ยังปล่อยเจ้าให้อยู่อย่างสุขสบายมาจนถึงวันนี้ได้ แถมยังยกผู้หญิงที่เจ้าหลงรักให้เป็นรางวัล เจ้าลองคิดดูสิว่าเป็นเพราะอะไร” ลู่ฟงคิดตามด้วยความฉลาด
“เขาไม่ใช่ลูกชายของท่าน” สิ้นคำตอบของลู่ฟง ขุนพลเจิ้นจึงยื่นมือไปตบบ่าของลู่ฟงสองสามทีแล้วจึงเปล่งเสียงหัวเราะที่กังวานแต่แฝงไว้ด้วยความโหดเหี้ยมที่ซ่อนไว้ภายใน

**************************

จบตอนที่ 31

โปรดติดตามตอนต่อไป

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sun Sep 20, 2009 7:33 pm

แอบดูๆแบบนี้ หนูจะเป็นตากุ้งยิงไหมน๊า...วู้ ตื่นเต้นจัง




ตอนที่ 31 มาแล้วจ้าหว๊านหวานอะไรแบบนี้ สถานการณ์เริ่มคลี่คลาย ความจริงเปิดเผย คนชั่วใกล้ถูกกำจัดแต่ความแค้นยังคุกรุ่น ลี่หูจะทำอย่างไรกับชีวิต จื่อหลงจะต่อสู้กับขุนพลเจิ้นได้หรือไม่ ลู่ฟงจะวางความแค้นได้เมื่อใด ติดตามได้ในตอนที่ 32 นะคะ แต่วันนี้ไปหว๊านหวานกับตอนที่ 31 กันได้แล้วค่า

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
ทะเล
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 3 กระบี่ไร้เงา
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 3 กระบี่ไร้เงา
avatar

จำนวนข้อความ : 1285
: 33
Registration date : 13/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sun Sep 20, 2009 7:53 pm

Very Happy งานแต่งของพี่ลี่หูกับอี้เซียง จัดแบบเรียบง่าย ถึงจะขาดบุคคลสำคัญไปหลายท่าน ก็ไม่เป็นไรค่ะ Razz ( Sad ดีกว่าพี่ลี่หูอดใส่ชุดแต่งงาน Cool )




ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
ทะเล
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 3 กระบี่ไร้เงา
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 3 กระบี่ไร้เงา
avatar

จำนวนข้อความ : 1285
: 33
Registration date : 13/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sun Sep 20, 2009 8:05 pm

การ์ดเชิญงานแต่งงานของพี่ลี่หูกับอี้เซียงค่ะ Very Happy





ของชำร่วยค่ะ Very Happy สำหรับผู้อ่านทุกท่านค่ะ Cool











ทานเค้กแต่งงานของพี่ลี่หูกับอี้เซียง ค่ะ สำหรับผู้กำกับและผู้อ่านทุกท่านค่ะ Very Happy






ขอบคุณภาพทั้งหมดจาก google ค่ะ
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
ทะเล
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 3 กระบี่ไร้เงา
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 3 กระบี่ไร้เงา
avatar

จำนวนข้อความ : 1285
: 33
Registration date : 13/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sun Sep 20, 2009 8:09 pm

เจ้าสาวกำลังแต่งตัวค่ะ Very Happy





เจ้าบ่าวยืนคอยเจ้าสาวอยู่นะค่ะ เจ้าสาวแต่งตัวเร็วๆ หน่อยค่ะ Very Happy

ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
ทะเล
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 3 กระบี่ไร้เงา
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 3 กระบี่ไร้เงา
avatar

จำนวนข้อความ : 1285
: 33
Registration date : 13/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sun Sep 20, 2009 8:12 pm

เกี้ยวของเจ้าสาวตั้งไว้หน้าบ้าน จะได้รู้ว่าบ้านนี้จัดงานแต่งงานกัน Cool Razz





ของแต่งงานค่ะ Wink





ขอบคุณภาพทั้งหมดจาก google ค่ะ


แก้ไขล่าสุดโดย ทะเล เมื่อ Mon Sep 21, 2009 12:57 am, ทั้งหมด 2 ครั้ง
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
ทะเล
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 3 กระบี่ไร้เงา
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 3 กระบี่ไร้เงา
avatar

จำนวนข้อความ : 1285
: 33
Registration date : 13/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sun Sep 20, 2009 8:17 pm

พิธีเริ่มขึ้น king queen





ขอบคุณภาพทั้งหมดจาก google ค่ะ


แก้ไขล่าสุดโดย ทะเล เมื่อ Sun Sep 20, 2009 8:56 pm, ทั้งหมด 1 ครั้ง
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
ทะเล
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 3 กระบี่ไร้เงา
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 3 กระบี่ไร้เงา
avatar

จำนวนข้อความ : 1285
: 33
Registration date : 13/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sun Sep 20, 2009 8:25 pm

ห้องหอของพี่ลี่หูกับอี้เซียงค่ะ Cool




เจ้าสาวรอเจ้าบ่าวมาเปิดผ้าคลุมหน้า ค่ะ Cool




เจ้าบ่าวมาแล้วค่ะ Cool




เจ้าบ่าวเปิดผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวแล้วค่ะ Cool





เจ้าสาวยิ้มหวาน Cool

ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
ทะเล
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 3 กระบี่ไร้เงา
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 3 กระบี่ไร้เงา
avatar

จำนวนข้อความ : 1285
: 33
Registration date : 13/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sun Sep 20, 2009 8:31 pm

ขอให้พี่ลี่หูกับอี้เซียงมีแต่ความสุขกันตลอดไปนะค่ะ Wink








พี่ลี่หูค่ะ ทะเลเตรียมชุดกาน้ำชาสำหรับไปยกน้ำชาให้ท่านพ่อท่านแม่ของพี่สะใภ้แล้วนะค่ะ Cool

ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
midori
ศิษย์ใหม่ชาเรี่ยน..เอ๊าะๆเฟรชๆ
ศิษย์ใหม่ชาเรี่ยน..เอ๊าะๆเฟรชๆ
avatar

จำนวนข้อความ : 51
: 40
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sun Sep 20, 2009 8:46 pm

เอ่อ...อะไรมันจะหวาน หวาน หวาน ขนาดนี้

เฮ้อปมความเป็นมาของพี่ลี่หูคลี่คลายแล้ว

คาดว่าตอนหน้าคงย่งคลายปมยิ่งขึ้น

ว่าแต่ใครๆ เขาก็หวานสดใสซาบซ่า

แต่คนของมามิยังจมอยู่ในไฟแค้นอยู่เลย

อยากดูแลดามหัวใจจริงๆ กลับไม่ได้ไปไม่ถึงอยู่นี่

โปรดส่งใครมารักลู่ฟ่งที เผื่อว่าจะได้กลับเนื้อกลับตัวได้

ยังอยากเห็นความรักทำให้โลกสวยงามมากกว่าทำลายล้าง

----------------------------

คู่ตายายเขาก็หวานได้ทุกที่สิน่า แต่อ่านแล้วก็แอบยิ้มนิดๆ

มองโลกแบบผู้ใหญ่มาเลยคู่นี้สมเป็นคู่รักตายายจริงๆ

รักแบบมีสติมีเหตุผลแบบนี้ เอาไปเลยเต็ม 100
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
midori
ศิษย์ใหม่ชาเรี่ยน..เอ๊าะๆเฟรชๆ
ศิษย์ใหม่ชาเรี่ยน..เอ๊าะๆเฟรชๆ
avatar

จำนวนข้อความ : 51
: 40
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sun Sep 20, 2009 8:48 pm

เอ่อทะเลจ๊ะ ของขวัญวันวิวาห์พี่เห็นแล้วแสลงใจเหลือเกิน

คือแบบว่ารู้สึกเจ็บแทนพี่ลู่ฟ่งของพี่
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sun Sep 20, 2009 8:58 pm

ทะเล..ขอบคุณสำหรับภาพประกอบคะ ทะเลช่างหามาได้เข้ากับเนื้อเรื่องมากๆ พี่ลี่หูกับน้องเซียงดีใจจริงๆเลยคะ

มามิ..พี่ลู่ฟงเริ่มตาสว่างแล้วน๊า พี่ลู่ฟงไม่ได้จมอยู่แต่ในไฟแค้นถึงขนาดนั้น ไม่เชื่อก็คอยดูต่อไปสิ ความรักสามารถเปลี่ยนแปลงได้ทุกอย่างจริงๆ เดี๋ยวจะส่งคนไปดามหัวใจให้พี่ลู่ฟงของมามิแล้วจ้า

** เพิ่งนึกขึ้นมาได้ว่าเมื่อสามสิบปีที่แล้ว ขุนพลเจิ้นยังเป็นแค่แม่ทัพ ท่านน้าเถาคงยังไม่รู้ตำแหน่งในปัจจุบัน เพราะงั้นเลยต้องกลับไปแก้คำเรียกนิดหน่อยคะ

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
ทะเล
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 3 กระบี่ไร้เงา
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 3 กระบี่ไร้เงา
avatar

จำนวนข้อความ : 1285
: 33
Registration date : 13/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sun Sep 20, 2009 9:55 pm

Very Happy เตรียมการ์ดแต่งงานให้พี่ลู่ฟงค่ะ (เอาใจแม่ยกพี่ลู่ฟง Cool )







Embarassed ผู้กำกับค่ะ อยากเห็นคู่นี้รักกันค่ะ (ถ้าเรื่องนี้ไม่ได้ ขอเป็นเรื่องหน้าต่อเลยนะค่ะ ผู้กำกับ Razz )

ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sun Sep 20, 2009 10:01 pm

เรื่องราวความรักของหยูเยี่ยนกับลู่ฟง ต้องติดตามจนกว่าจะจบนะคะ ถึงจะมีคำตอบให้กับคู่นี้ค่ะ

แต่ทั้งสองเป็นประเภทรักปักใจเหมือนกัน แล้วก็อกหักเหมือนกัน อาจจะเห็นใจกันก้ได้เนอะ

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
 
The Swordsman of Devil
อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน 
หน้า 8 จาก 11ไปที่หน้า : Previous  1, 2, 3 ... 7, 8, 9, 10, 11  Next

Permissions in this forum:คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
Welcome To Charlianz world :: Fiction & Recreation :: Fiction & Recreation-
ไปที่: