Welcome to Charlian Thai fans
 
บ้านสมัครสมาชิก(Register)เข้าสู่ระบบ(Log in)

Share | 
 

 The Swordsman of Devil

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down 
ไปที่หน้า : Previous  1, 2, 3 ... 5, 6, 7 ... 9, 10, 11  Next
ผู้ตั้งข้อความ
ทะเล
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 3 กระบี่ไร้เงา
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 3 กระบี่ไร้เงา
avatar

จำนวนข้อความ : 1285
: 33
Registration date : 13/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sat Aug 22, 2009 11:26 pm








เจ๊หยูเยี่ยนโดนกักบริเวณ Sad แต่ในใจของนางอยากหนี้ไปช่วยชายอันเป็นที่รัก Cool



แก้ไขล่าสุดโดย ทะเล เมื่อ Sat Aug 22, 2009 11:43 pm, ทั้งหมด 1 ครั้ง
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
ทะเล
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 3 กระบี่ไร้เงา
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 3 กระบี่ไร้เงา
avatar

จำนวนข้อความ : 1285
: 33
Registration date : 13/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sat Aug 22, 2009 11:37 pm

Razz ส่วนพี่ลู่ฟง ก็น่าสงสาร

ตอนหน้าคงต้องเตรียมกล่องยา ไว้คอยทำแผลให้พี่ลู่ฟงกับพี่ลี่หู Sad



ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
lingu
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 4 กระบี่ไร้น้ำตา
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 4 กระบี่ไร้น้ำตา
avatar

จำนวนข้อความ : 6491
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sat Aug 22, 2009 11:40 pm

อ่านมาราธอนเลยค่ะ ยาวสมกับที่รอคอยมากๆ ในตอนนี้มีหลายบรรยากาศ ทั้งลุ้น ตื่นเต้น เศร้า และก็หวีดหวานมีความสุข Very Happy

พี่ลู่ฟงตอนนี้ทำให้กลับมาสงสารอีกแล้วค่ะ ฮือๆ ตอนที่ดูแลน้องเซียง ความจริงแล้วถ้าน้องเซียงไม่มีคนที่รักคือพี่ลี่หูก่อนแล้ว ความรักก็คงจะเปลี่ยนพี่ลู่ฟงให้เป็นคนดีได้ น่าสงสารอ่า

ส่วนพี่หลงกับพี่ลี่หู ยังคงเล่นละครได้คงเส้นคงวา เก่งมากค่ะ

ตอนต่อสู้ที่ลานประหาร ผกก.ทับทิมบรรยายได้เห็นภาพ และก็มีกระไอหนังจีนมากๆ อ่านแล้วได้บรรยากาศหนังจีนกำลังภายใน เหมือนนอนดูทีวีเลยล่ะค่ะ ลุ้นมากกกก

แล้วก็มาหวีดตอนพี่หลงกับน้องหลาน แม้จะยังทุกข์อยู่ในวัดร้าง แต่พี่หลงก็ทำให้คนอ่านยิ้มได้ จิ้นภาพออกได้ชัดเลยค่ะ เขินแทนน้องหลาน มุขพี่หลงจีบทำเอากองเชียร์อายม้วนเลยค่ะ อยากทุบอกสักสามปุ๊ก อิอิ Embarassed

ตอนนี้เอาใจช่วยให้ทั้งสี่คนหนีพ้นเงื้อมมือขุนพลเจิ้น และก็อยากให้กรรมตามสนองตาขุนพลคนนี้ไวๆ ล่ะ


ว้าว ภาพปลากรอบของทะเลเข้ากะเนื้อเรื่องอีกแล้ว ของพี่หลงขอผลัดไปก่อนนะคะ ง่วงนอนแหล่วววว

_________________


แก้ไขล่าสุดโดย lingu เมื่อ Sun Aug 23, 2009 12:15 am, ทั้งหมด 1 ครั้ง
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=linguniang&group=3]Chil
midori
ศิษย์ใหม่ชาเรี่ยน..เอ๊าะๆเฟรชๆ
ศิษย์ใหม่ชาเรี่ยน..เอ๊าะๆเฟรชๆ
avatar

จำนวนข้อความ : 51
: 40
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sun Aug 23, 2009 12:01 am

มาปาดก่อนนอน ไล่สายตาอ่านคร่าวๆ ก่อน ไม่ไหวแล้ววันนี้

555คู่พี่จื่อหลงกะอี้หลานนี่เขาลอยลำรักหวานกันดีจริง

โกรธเคืองกันไม่นานเอาซะเลย

ขอบคุณนะคะผู้กำกับที่ยังไม่ลงทัณฑ์พี่ลู่ฟ่งตอนนี้

แต่นี่พี่ลี่หูจะลงมือกับพี่ลู่ฟ่งหรือคะ กระเป๋ายาอยู่หนาย
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
Cipher
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 3 กระบี่ไร้เงา
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 3 กระบี่ไร้เงา
avatar

จำนวนข้อความ : 1273
Registration date : 11/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sun Aug 23, 2009 2:13 am

นั่นสิค่ะพี่มิ พี่หลิน ทำไมคู่นี้ถึงมีอารมณ์หวานกันได้ตลอดเวลาเนี่ย น่าอิจฉาจริงๆ

ว่าแต่เพิ่งรู้นะค่ะเนี่ยว่าขุนพลเจิ้นเก่งขนาดนี้ มิน่าล่ะลูกน้องถึงต้องเกรงใจขุนพลเจิ้นกันทุกคน


แล้วมลสงสัยอย่างหนึ่งมานานแล้วว่า เวลาจะช่วยนักโทษประหารเนี่ย ทำไมต้องรอจนถึงเวลาประหารกันทุกคนเลย

ก่อนหน้านั้นก้อมีเวลาแต่ไม่ค่อยจะไปช่วยกันนะค่ะ
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sun Aug 23, 2009 7:54 am

สั้นๆง่ายๆคะน้องมล..ต้องช่วยตอนที่กำลังจะลงมือ เพราะว่ามันตื่นเต้น+ลุ้นดีคะ

พี่หลิน..ขุนพลเจิ้นเก่งที่สุดนะคะ เพราะเค้าเป็นคนฝึกมือสังหารทั้งห้ามากับมือ ขนาดหยูเยี่ยนที่เก่งเรื่องพิษก็ยังต้องยอมให้ค่ะ แต่ว่าเหนือฟ้ายังมีฟ้า คนที่เก่งที่สุดอาจจะไม่ใช่คนที่เก่งที่สุดก็ได้ เพราะเรื่องนี้ ผกก.บอกใบ้ไว้ตั้งแต่ตอนแรกๆแล้ว สำหรับคนที่จะมาปราบขุนพลเจิ้นค่ะ

คู่ตายายเข้าใจกันและกัน ถึงจะโกรธกันยังไงก็สามารถปรับความเข้าใจกันได้อย่างรวดเร็ว นี่เห็นว่าไม่ได้หวีตกันมาพักนึงแล้ว ผกก.เลยจัดไปให้สักฉาก คู่นี้เค้าเป็นประเภทที่ว่าหวานไม่มากแต่มีบ่อยๆ ไม่เหมือนคู่น้องมีไม่บ่อย เลยต้องหวานมากๆจ้า

ทั้งสี่คนที่พี่หลินหมายถึงคู่สองคู่พี่น้องรึเปล่าคะ ถ้าไม่ใช่ก็ต้องบอกว่าให้ทั้งห้าคนหนีรอด เพราะตอนนี้พี่หลง น้องหลาน ท่านไป๋ พี่เจี้ยน พี่เซี่ยงยังอยู่ในเมือง ส่วนพี่หูนั่นหนีไปได้แล้วคะ

มามิ..ตอนต่อไปเตรียมกล่องพยาบาลมาไว้ได้เลย พี่ฟงเดี้ยงแน่ๆแต่ก็จะสร้างบาดแผลให้พี่ลี่หูกับน้องเซียงเป็นการตอบแทน ร้ายไหมล่ะ

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
lingu
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 4 กระบี่ไร้น้ำตา
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 4 กระบี่ไร้น้ำตา
avatar

จำนวนข้อความ : 6491
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sun Aug 23, 2009 10:12 am

คำถามที่น้องมลถาม ก็สงกะสัยเหมือนกันค่ะ แต่คิดว่าคงเพราะตอนที่คุมขังนักโทษไว้ จะเข้าไปช่วยได้ยากกว่า เพราะเหมือนเป็นรังของคนร้าย ย่อมวางกำลังแน่นหนา อาจมีค่ายกล และหนีลำบากล่ะ แต่ถ้าเป็นลานประหาร เป็นที่โล่ง กลางแจ้งหนีง่ายกว่า ได้ลุ้นกว่าค่ะ

ผกก.ไบ้ให้ว่าเหนือฟ้ายังมีฟ้า สำหรับคนที่จะปราบขุนพลเจิ้ง นี่ทำให้เดาหนักเลยค่ะ เพราะขุนพลเจิ้งทำชั่วไว้มาก มีคนทวงบัญชีรอทอดผ้าป่าเยอะหลายคนเลย ก็เลยเดาไม่ถูก แต่ยังไงซะก็ขอให้ได้รับกรรมอย่างทรมานที่ซู๊ดเลยนะคะ ผกก.

ตายาย หลังจากผ่านพ้นเคราะห์ไปแล้ว กองเชียร์ยังไม่ลืมคำสัญญาของ ผกก.นะคะ ท่องไว้ทุกขณะว่าจะมีหวีดสุดๆและก็หุงข้าวทำแกง ต้มยำ รวมทั้งภาคพิเศษด้วยค่ะ อิอิ Laughing

ภาพปลากรอบค่ะ

ณ ลานประหาร





ณ วัดร้าง Embarassed


_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=linguniang&group=3]Chil
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sun Aug 23, 2009 10:27 am

ถ้าให้ไปช่วยตอนอยู่ในคุก ตอนนั้นทำไม่ได้หรอกคะ เพราะพี่ลี่หูต้องหาทางช่วยพี่หลงก่อนซึ่งจะต้องเนียนที่สุดเพื่อหลอกพ่อตัวเองให้ได้ แล้วถ้าให้พี่ลี่หูไปช่วยพี่หลงแบบโจ่งแจ้งแล้วก็ชวนกันไปแหลกคุกช่วยท่านไป๋กับน้องหลาน แผนก็จะพังหมด พี่หูจะหนีไปไม่ทัน พี่หลงก็จะยิ่งช่วยน้องหลานลำบาก เลยต้องใช้วิธีหลอกให้ตายใจ ทำทีเป็นว่าพี่หลงตายคะ ถึงตอนนั้นขุนพลเจิ้นก็จะไม่ระวังป้องกัน เพราะคิดว่าพี่หลงโดนพี่หูกำจัดไปแล้ว ส่วนพี่หูไม่มาที่ลานประหารก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะมันก็ไม่เกี่ยวอะไรกับเขาอยู่แล้ว ไม่เหมือนขุนพลเจิ้นที่ต้องขอมาดูให้แน่ใจว่าอำมาตย์ไป๋โดนประหารจริงๆ แล้วอีกอย่างที่เลือกลงมือที่ลานประหารก็เป็นแบบที่พี่หลินวิเคราะห์คะ สถานที่โล่งแจ้ง ย่อมหาทางหนีได้สะดวกกว่าค่ะ

ภาคพิเศษหุงข้าว ผกก.ยังไม่ลืมคะ เตรียมปิดตาข้างนึงตอนแอบดูไว้ด้วย โหะๆๆ

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sun Aug 23, 2009 10:56 am

ภาพประกรอบเจ๊หยูเยี่ยนของทะเล เข้ากันมากๆกับตอนนี้เลยคะ สีหน้าแววตาของเจ๊ใช่เลย ประมาณนี้

ภาพพี่หลงของพี่หลิน ตอนอยู่ที่วัดร้างก็หน้าตายมากๆ เนียนๆเลยนะนั่น นานๆพี่หลงจะปล่อยมุขสักทีเล่นเอาน้องหลานอึ้งจนหน้าแดงเลย

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sun Aug 23, 2009 12:56 pm

ตกลงว่า..พี่หูจะแต่งงานกับน้องเซียงแล้วนะคะ หลังจากที่ชวนน้องเซียงหุงข้าวไปก่อนหน้านี้ นี่ถ้าพี่ลู่ฟงมาเห็นเข้าต้องทำใจไม่ได้แน่ๆเลย




_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
O-yohyo
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 4 กระบี่ไร้น้ำตา
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 4 กระบี่ไร้น้ำตา
avatar

จำนวนข้อความ : 6683
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sun Aug 23, 2009 5:27 pm

ความรักหนอ ทำให้พี่หลงพูดจาหวานได้ แถมแกล้งหยอกล้ออี้หลานอีกต่างหาก

จากที่หลงที่เคยเงียบขรึม พูดน้อย สงวนท่าที มาวันนี้พี่หลงเป็นคนใหม่แล้ว

นึกภาพอี้หลานยามเขิน คนอ่านก็พลอยอมยิ้ม แต่พอได้อ่านคอมเมนต์ของหลินกุ

จากที่จิ้นหน้าอาเส่อยู่ดีๆ ในอ้อมกอดของพี่หลงก็กลายเป็นแม่นางหลินกุไปในทันใด

รอลุ้นตอนหน้าว่าจะหนีด่านออกไปได้ยังไงหนอ


ภาพประกอบ . . ตอนแรกที่จะอ่านก็กะว่าจะไม่ทำค่ะ

เพราะช่วงนี้วุ่นๆ กับการทำภาพ Photoscape ทั้งภาพอาเส่ ทั้งภาพลูกลิง

จนแทบจะกระอักออกมาเป็นภาพซะแล้ว แต่พออ่านถึงฉากลานประหาร

ภาพก็ผุดขึ้นมาทันที ยังไงก็ต้องใช้ภาพนี้ให้ได้เลยล่ะ เลยอดใจไม่ไหว ทำมาสักภาพละกัน




_________________



Charmaine Sheh / เสอซือมั่น - อาเส่ / 佘詩曼
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
ทะเล
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 3 กระบี่ไร้เงา
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 3 กระบี่ไร้เงา
avatar

จำนวนข้อความ : 1285
: 33
Registration date : 13/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sun Aug 23, 2009 5:41 pm

Razz พี่ลี่หูกับน้องเซียงตอนหน้าจะจัดพิธีแต่งงานแล้วใช่ไหมค่ะ ผู้กำกับ

ทะเลจะได้ไปบอกเฮียเควินให้มางานแต่งงานของพี่ลี่หู Cool
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
lingu
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 4 กระบี่ไร้น้ำตา
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 4 กระบี่ไร้น้ำตา
avatar

จำนวนข้อความ : 6491
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sun Aug 23, 2009 8:58 pm

ผกก.คะ ไม่ยอมปิดตาแน่นอนค่ะ จะชวนน้องมลเจาะรูส่องคนละสองรู รูใครก็รูมัน จะได้ไม่ต้องแย่งกัน แค่จิ้นเลือดก็จะหมดตัวแล้วค่ะ Laughing

ตอนหน้าพี่ลี่หูจะเข้าพิธีแต่งงานกับน้องเซียงแล้วเหรอคะ เร็วมากเลยค่ะ แสดงว่าสองคนต้องพบกัน ว่าแต่สงกะสัยอยู่นิดหน่อย แล้วหลานคนแรกของพี่หลงจะรอดไปได้มั้ยเนี่ย เพราะตอนนี้น้องเซียงตกระกำลำบากมากเหลือเกิน และจำได้ว่า ผกก.เคยสปอยว่าหลานคนแรกจะไม่รอด ต้องรอคอยหลานคนที่สองอ่ะค่ะ Sad

ภาพปลากรอบของ o-yo เข้ากับฉากมากสุดๆเลยค่ะ ตอนน้องหลานถูกนำไปลานประหาร ได้อารมณ์มากล่ะ o-yo แม่นางหลินก็เผลอคิดว่าตัวเองกำลังถูกพี่หลงจีบอยู่เลยค่ะ คนบ้าไรไม่รุ ทำเค้าเขิน อยากหยิกและก็ทุบให้หายบ้าเลยเชียว I love you

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=linguniang&group=3]Chil
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sun Aug 23, 2009 9:37 pm

ภาพปลากรอบของพี่โย่ว เข้ากะตอนนี้มากๆเลยคะ แล้วต้องบอกว่าความรักทำให้คนที่เงียบขรึมกลายเป็นคนที่มีอารมณ์ขันได้จริงๆคะ อดีตของพี่หลงเคยสูญเสียเมียและลูก และต่อมาก็กลายมาเป็นมือสังหาร ซึ่งหลังจากนั้นใจของเขาก็ถูกปิดตาย กลายเป็นคนเงียบขรึมเพราะหน้าที่ที่ต้องแบกรับไว้ จวบจนกระทั่งได้เข้ามาใกล้ชิดอี้หลาน กำแพงน้ำแข็งก็ถูกหลอมละลายด้วยความรักที่มีให้แก่กันค่ะ

ทะเล..เตรียมไปเชิญเฮียเควินมาร่วมงานได้แล้วคะ พี่ลี่หูจะสละโสดแว้ว...จริงๆก็ไม่โสดมาหลายเดือนแล้วนะ คริ คริ

พี่หลิน..ต้องให้พี่ลี่หูกับน้องเซียงแต่งงานกันแล้วคะ แบบว่า..ไม่แต่งไม่ได้แล้ว และเพราะแต่งงานนี่ล่ะ ปริศนาสุดท้ายจะถูกเฉลยสักที แล้วก็เรื่องหลาน..เป็นไปตามตอนพิเศษค่ะ พี่ลี่หูเสียลูกคนแรกไปแล้วหลังจากนั้นก็ต้องรออีกหลายปี ถึงจะมีลูกได้สมใจพี่เค้าค่ะ ซินเอ๋อถึงได้เป็นน้องของหลินเอ๋อ เหลียนเอ๋อ แล้วก็ถงเอ๋อ

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
ทะเล
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 3 กระบี่ไร้เงา
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 3 กระบี่ไร้เงา
avatar

จำนวนข้อความ : 1285
: 33
Registration date : 13/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sun Aug 23, 2009 11:19 pm

tabtim พิมพ์ว่า:





เครดิต : pandainthailand

Very Happy พาหลานสาวของเฮียเควินมาแสดงความยินดีกับลุงลี่หูค่ะ Cool
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
chuengngee
ศิษย์ใหม่ชาเรี่ยน..เอ๊าะๆเฟรชๆ
ศิษย์ใหม่ชาเรี่ยน..เอ๊าะๆเฟรชๆ


จำนวนข้อความ : 55
: 39
Registration date : 13/12/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Mon Aug 24, 2009 7:37 am

เข้ามาปาดก่อนคร่าวๆ...ไว้เก็บตอนวันหยุดนะจ๊ะทับทิม ช่วงนี้พี่งี้ยุ่งเชียว
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Mon Aug 24, 2009 8:24 pm

พี่งี้..ไม่เป็นไรคะ ว่างเมื่อไหร่ก็แวะมาได้ พี่หลงรอได้เสมอค่ะ ช่วงนี้ทับทิมก็ยุ่งตัวเป็นเกลียว หัวเป็นน็อตเหมือนกัน เหนื่อยๆ

ทะเล..พาหลานสาวมาแสดงความยินดีกับลุงลี่หูแล้วหรอคะ หลานน่ารักเนอะ

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
ทะเล
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 3 กระบี่ไร้เงา
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 3 กระบี่ไร้เงา
avatar

จำนวนข้อความ : 1285
: 33
Registration date : 13/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Mon Aug 24, 2009 9:29 pm

น้าทับทิม พิมพ์ว่า:



"หลานปิง" วันนี้นู๋นำเค้กวันเกิดของลุงเควินมาให้ ท่านผู้กำกับ และ ผู้อ่าน ทานค่ะ

ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
ทะเล
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 3 กระบี่ไร้เงา
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 3 กระบี่ไร้เงา
avatar

จำนวนข้อความ : 1285
: 33
Registration date : 13/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Mon Aug 24, 2009 9:38 pm

น้าทับทิม พิมพ์ว่า:



"หลานปิง" ท่านผู้กำกับค่ะ ลุงเควินเค้าฝากมาบอกกับผู้กำกับว่า




"ลุงเควิน" ผมเป็นกำลังใจให้กับผู้กำกับ ในการแต่งฟิคทุกตอนและทุกเรื่อง ผู้กำกับอย่าลืมดูแลสุขภาพด้วยนะค่ะ ผมเป็นห่วง
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sat Sep 05, 2009 11:10 pm

ตอนที่ 30

ทหารคนนั้นเมื่อหันไปมองตามเสียงของเพื่อนทหารด้วยกันแล้ว ก็ไม่ได้ให้ความสนใจชายหนุ่มที่เข็นรถให้สองพ่อลูกนั้นอีก หากแต่รีบวิ่งไปสมทบกับเพื่อนทหารที่กำลังไล่ตามสองพ่อลูกที่กำลังวิ่งหนีออกพ้นประตูเมืองไปเมื่อครู่ ในความชุลมุนวุ่นวาย ชายหนุ่มจึงได้ใช้โอกาสนั้นเข็นรถเข็นออกไปจากเมืองไคฟงไปอย่างรวดเร็วพร้อมๆกับชาวบ้านที่ผ่านการตรวจค้นเรียบร้อยแล้ว ก่อนที่ประตูเมืองจะถูกปิดลงชั่วคราว ในขณะที่ทหารเกือบทั้งหมดไล่ตามสองพ่อลูกที่ลักษณะเหมือนนักโทษที่หลบหนีมาจากลานประหารไปอย่างกระชั้นชิด แต่มันช่างน่าแปลกนักที่ชายสูงวัยอายุราวหกสิบปีกับหญิงสาวร่างบอบบางจะวิ่งได้เร็วเสียจนพวกทหารไล่ตามกันไม่ทันคล้ายกับว่าทั้งสองคนนั้นมีปีกบินหนีไปได้ แต่ถึงจะไม่เห็นแม้แต่เงาแล้วพวกทหารก็ยังไม่หยุดการไล่ลา หากแต่กระจายกำลังค้นหาและแยกย้ายกันติดตาม โดยที่หารู้ไม่ว่า..นั่นคือแผนของฟู่เจี้ยนที่ปลอมตัวเป็นอี้หลานและจอมยุทธ์เซี่ยงที่ปลอมตัวเป็นอำมาตย์ไป๋ที่ใช้ล่อหลอกพวกทหารที่ยืนเฝ้าอยู่เต็มประตูเมืองให้หลงกลจนเปิดโอกาสให้จื่อหลงพาอำมาตย์ไป๋และอี้หลานตัวจริงหนีออกจากเมืองไปอย่างปลอดภัย

บริเวณชายป่าห่างจากตัวเมืองไคฟงสามสิบลี้ เมื่อจื่อหลงเห็นว่าเขาได้พาอำมาตย์ไป๋และอี้หลานหนีมาได้ไกลพอสมควรแล้ว เขาจึงได้ให้ทั้งสองคนนั่งพักผ่อนอยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่ริมลำธารและจัดแจงนำน้ำมาให้ดื่ม
“ทำไมจนป่านนี้แล้วฟู่เจี้ยนกับจอมยุทธ์เซี่ยงยังตามมาไม่ถึงสักทีล่ะ หรือว่าพวกเขาจะเกิดเรื่อง” อำมาตย์ไป๋ถามจื่อหลงเมื่อดื่มน้ำเรียบร้อยแล้ว
“ใต้เท้าอย่าห่วงเลยครับ สองคนนั้นที่ตามมาช้าเพราะต้องหลอกล่อพวกทหารให้ตามไปอีกทางนึง แต่ข้าได้นัดกับพวกเขาไว้แล้วว่าให้ตามไปสมทบที่หมู่บ้านข้างหน้า ซึ่งกว่าพวกเราจะเดินทางไปถึงก็คงจะค่ำพอดีและคงได้พักค้างแรมรอพวกเขาอยู่นั่นครับ”
“พี่หลง..หมู่บ้านของหน้าอยู่ห่างจากเมืองหลวงไม่มากนัก ข้าเกรงว่าเราไปค้างที่นั่นแล้วเกิดพวกทหารตามาทันเราจะทำยังไง” อี้หลานถามด้วยความเป็นห่วง เพราะด้วยระยะทางไม่ถึงหนึ่งร้อยลี้ก็ใช่ว่าจะปลอดภัยจากหูตาของขุนพลเจิ้นได้ ชายหนุ่มเมื่อได้ฟังก็ยิ้มเล็กน้อยและจึงย่อกายลงไปหาหญิงสาวที่กำลังรอฟังคำตอบ
“เราจะไม่เข้าไปในตัวหมู่บ้านแต่จะพักอยู่ด้านนอก แม้จะลำบากสักหน่อยแต่ย่อมปลอดภัยกว่า”
“เรื่องลำบากข้ากับอี้หลานไม่เคยกลัวอยู่แล้ว เจ้าเห็นว่าอย่างไร ข้าก็ไม่ขัดข้อง เห็นด้วยตามนั้น” ผู้อาวุโสพยักหน้าช้าๆและหันไปมองหน้าลูกสาวที่พยักหน้ารับเช่นกัน
“งั้นเดี๋ยวพักผ่อนจนหายเหนื่อย พวกเราก็เดินทางกันต่อนะครับ จะได้ไปถึงไม่ค่ำมาก” ชายหนุ่มพูดพลางยิ้มเมื่อมองหน้าอี้หลานและอำมาตย์ไป๋ “แต่ว่าก่อนไปคงต้องล้างหน้าตาเนื้อตัวเสียก่อน เดี๋ยวคนอื่นจะแตกตื่นกันเสียหมด” หญิงสาวนึกขึ้นมาได้ก็ยกมือขึ้นมาจับหน้าตนเองและหันไปมองบิดาที่ตอนนี้ใบหน้าและตามตัวของท่านไม่ต่างจากนางแม้แต่น้อยที่มีแต่ตุ่มขึ้นตามตัว ซึ่งเป็นลักษณะของโรคฝีดาษที่เป็นความคิดจอมยุทธ์เซี่ยงให้ทั้งสองอำพรางหน้าตาแบบนี้
“ข้าทราบแล้วค่ะ” หญิงสาวยิ้มแล้วจึงลุกขึ้นเดินไปทางลำธารเพื่อล้างหน้าและเนื้อตัวให้เรียบร้อย โดยมีจื่อหลงเดินตามไปช่วยใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำช่วยเช็ดหน้าให้หญิงสาวที่ตอนนี้มือยังเจ็บอยู่จึงทำได้ไม่สะดวก หลังจากนั้นจื่อหลงจึงใช้ผ้าสะอาดอีกผืนชุบน้ำและเดินกลับมาหาท่านไป๋เพื่อช่วยเช็ดหน้าให้กับผู้อาวุโสบ้าง หากแต่ท่านปฏิเสธน้ำใจของชายหนุ่มและมองเขาด้วยสายตาที่บอกให้รู้ว่าท่านสามารถอ่านใจของอีกฝ่ายออกด้วยเพราะอาบน้ำร้อนมาก่อน
“ข้าดูออกนะว่าเจ้ารู้สึกอย่างไรกับอี้หลาน” คำพูดของอำมาตย์ไป๋ที่กล่าวออกมาลอยๆทำให้ชายหนุ่มนิ่งไปชั่วขณะ ด้วยกำลังคิดว่าตนเองนั้นแสดงความรู้สึกจนเกินเลยไปแล้ว ถึงทำให้ผู้อาวุโสกล่าวเช่นนี้ หากแต่รอยยิ้มอย่างมีเมตตาของท่านไป๋ ทำให้จื่อหลงรู้สึกผ่อนคลาย “เจ้าเป็นคนดี ถึงแม้ว่าเจ้าจะทำงานให้ขุนพลเจิ้น แต่เจ้าก็ยังรู้จักแยกแยะถูกผิดดีชั่ว ข้าผ่านโลกมาเยอะข้าดูออกว่าเนื้อแท้ของเจ้าไม่ใช่คนเลว หากแต่ที่ต้องทำก็คงเพราะมีเหตุจำเป็น เอาเป็นว่าเรื่องที่ผ่านไปแล้วข้าจะไม่เก็บมาคิดหรือถือโกรธเจ้า ขอเพียงเจ้าไม่ทำให้ข้าผิดหวัง สามารถดูแลอี้หลานได้ ทำให้นางมีความสุข แค่นี้ข้าก็พอใจแล้ว”

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sat Sep 05, 2009 11:10 pm

“ข้าให้สัญญาครับ” จื่อหลงตอบด้วยน้ำเสียงที่ชัดเจน ประโยคที่สั้นและง่าย แต่สื่อความหมายได้ดีที่สุด ชายหนุ่มไม่คิดว่าอำมาตย์ไป๋จะเปิดทางให้เขากับอี้หลานถึงขนาดนี้ โดยที่ไม่ติดใจในความผิดในอดีตของเขาแม้แต่น้อย เมื่อคิดถึงตัวเองก็นึกไปถึงลี่หู ถ้าหากลี่หูได้รับโอกาสเช่นเดียวกับตัวเขานั้นก็คงจะดีไม่น้อย
“ใต้เท้าครับ..ถ้าข้าจะขอให้ท่านอภัยให้ลี่หูจะได้ไหมครับ ถึงเขาจะเคยทำความผิดไว้มากมาย แต่ตอนนี้เขาก็สำนึกกลับตัวเป็นคนดีแล้ว และที่เขาเปลี่ยนเป็นคนดีได้ก็เป็นเพราะอี้เซียงคนเดียว ลี่หูรักอี้เซียงมาก ถึงแม้เขาจะทำร้ายนางไม่รู้กี่ครั้ง แต่ทุกครั้งเกิดจากความไม่ตั้งใจทั้งสิ้น ใต้เท้า..ได้โปรดให้โอกาสลี่หูเหมือนที่ให้โอกาสกับข้าจะได้ไหมครับ”
“เจ้าจะให้ข้าให้โอกาสกับคนที่ทำให้ลูกชายคนเดียวของข้าต้องตายได้อย่างไร ไหนเจ้าลองหาเหตุผลมาหักล้างหน่อยซิ” ผู้อาวุโสพูดด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว เมื่อได้ยินชื่อของคนที่ท่านยังทำใจยอมให้อภัยไม่ได้ จื่อหลงเพียงได้ฟังก็อ้ำอึ้ง “ขนาดเจ้าก็ยังหาเหตุมาให้ข้าไม่ได้ แล้วนับประสาอะไรที่ข้าจะหาเหตุมาให้อภัยลี่หู” อำมาตย์ไป๋หน้าตาเคร่งเครียดและลุกขึ้นยืนเพื่อจะเดินไปหาอี้หลานที่ลำธาร จื่อหลงที่ลุกตามขึ้นมาไปยืนขวางหน้าท่านไว้
“ในบรรดาลูกทั้งสามคน ข้ารู้ดีว่าท่านรักอี้เซียงมากที่สุด ถ้าข้าจะหาเหตุให้ท่านอภัยให้กับลี่หูก็คงมีเพียงเหตุผลเดียว” ชายหนุ่มหยุดคำเพื่อผ่อนลมหายใจ “เพราะลี่หูเป็นคนที่อี้เซียงรัก เป็นพ่อของหลานของใต้เท้า ท่านจะสามารถให้อภัยลี่หูเพื่ออี้เซียงได้ไหมครับ” เมื่อจื่อหลงกล่าวจนจบประโยคแล้ว จึงได้สังเกตเห็นดวงตาที่แดงก่ำของผู้อาวุโส จนเขารู้สึกผิดที่เหมือนไปบังคับท่านให้ทำใจยอมรับในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ แต่ในขณะเดียวกันเขาก็จำเป็นต้องพูดเพื่อให้อำมาตย์ไป๋มองลี่หูในทางที่ดีขึ้น ถึงแม้ลี่หูจะไม่ใช่คนดีที่สุดแต่เขาก็ไม่ใช่คนที่เลวที่สุด จึงสมควรได้รับโอกาสที่จะได้รับการให้อภัยสักครั้ง
“เจ้าไม่ต้องมาสอนข้า ข้ารู้ว่าควรจะทำอย่างไรต่อไปกับเรื่องนี้อยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องให้เจ้ามาช่วยคิดออกความเห็น” ผู้อาวุโสน้ำเสียงดุชี้หน้าจื่อหลง “แล้วถ้าต่อไปเจ้ายังกล้าพูดถึงชื่อคนๆนี้ให้ข้าได้ยินอีก ก็ไม่ต้องมาให้ข้าเห็นหน้า” ท่านไป๋เดินผ่านหน้าชายหนุ่มไปอย่างนึกโกรธ อี้หลานที่นั่งอยู่ที่ลำธารได้ยินคำสนทนาของจื่อหลงและบิดาอย่างชัดเจนรีบเดินเข้ามาหาชายหนุ่มและบอกกับเขาไปว่าต่อไปอย่าได้พูดแบบนี้อีก ตราบใดที่พ่อของนางยังไม่หายโกรธ แต่จื่อหลงก็แย้งขึ้นมาอีกว่าเขาจำเป็นต้องพูด จะปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปไม่ได้ อี้หลานพอจะเข้าใจเหตุผลของชายหนุ่มจึงไม่คิดจะโต้เถียง จึงได้เดินเข้าไปหาบิดาที่นั่งนิ่งอยู่ที่ริมลำธารอยู่เพียงลำพัง นางไม่ได้พูดกล่าวสิ่งใดหากแต่นั่งลงข้างๆบิดาและยื่นมือไปกุมมือของท่านไว้ ในเวลานั้นนางจึงได้เห็นน้ำตาของคนที่ชื่อว่าเป็นพ่อเอ่อล้นอยู่ที่ขอบตาทั้งสองข้าง
“อี้หลาน..ไม่ใช่พ่อไม่อยากอภัยให้เขา แต่พอพ่อนึกถึงเทียนเซิ่นที่ต้องมาตายอย่างอนาท พ่อก็ทำใจยอมรับไม่ได้ และพอนึกถึงสิ่งที่เขาทำไว้กับอี้เซียง พ่อก็ยิ่งทำใจลำบาก ถึงจะรู้ว่าเขาตามคำสั่งแต่ก็ใช่ว่าเขาจะไม่เต็มใจ อย่างน้อยก็เรื่องของเทียนเซิ่น มันจึงเป็นเรื่องที่พ่อ..พ่อ” ท่านไป๋กล่าวถึงตรงนี้ก็เหมือนมีอะไรมาจุกอยู่ที่อกจนพูดต่อไปไม่ได้ น้ำตาของคนที่เป็นพ่อค่อยๆไหลออกมาอย่างช้าๆ ท่านลองพยายามมาไม่รู้กี่ครั้งแล้วตั้งแต่รู้เรื่องทั้งหมด รู้ว่าลี่หูเป็นมือสังหาร รู้ว่าเขาคือคนที่ฆ่าลูกชายและรู้ว่าเขาเคยคิดร้ายต่อแผ่นดินต้าซ้อง แต่ก็มิอาจทำใจยอมรับได้
“ข้าเข้าใจความรู้สึกของท่านพ่อดีค่ะ เพราะก่อนหน้านี้ข้าก็ทำใจไม่ได้ แต่พอมาคิดทบทวนดูแล้วคนเราทุกคนย่อมเคยทำผิดเหมือนกันทั้งนั้น แต่ถ้าหากรู้จักกลับตัวเป็นคนดีและรู้จักที่จะแก้ไขในสิ่งที่ผิดพลาด แม้จะไม่ได้ทั้งหมด ขอเพียงแค่ได้ชดเชยในสิ่งที่เคยทำลงไปบางส่วน ข้าก็คิดว่าควรที่จะให้อภัยและให้โอกาสกับคนๆนั้นสักครั้ง เหมือนที่ข้าทำใจยอมรับอดีตของพี่หลง ให้อภัยเขาในทุกเรื่องๆและพร้อมที่จะให้โอกาสเขาได้เริ่มต้นใหม่ ท่านพ่อค่ะ ข้าเชื่อว่าพี่ลี่หูไม่ใช่คนที่แย่เสียจนเป็นคนใหม่ไม่ได้ เพราะอย่างน้อยเขาก็ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเขาพร้อมที่จะเสียสละทุกอย่างเพื่อคนที่เขารัก แค่เหตุผลข้อนี้ก็เพียงพอที่จะยกโทษให้เขาแล้วนะค่ะ”
“พ่อรู้..แต่พ่อ..พ่อขอเวลาหน่อยได้ไหม” อี้หลานได้ฟังคำพูดของบิดาเช่นนี้ก็ยิ้มตอบอย่างอ่อนโยน แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว เพียงพอที่พ่อของนางจะเปิดใจยอมให้อภัยลี่หู ซึ่งที่เหลือต่อไปก็รอแค่เวลาเท่านั้น
“ได้สิคะ เดี๋ยวเอาไว้ท่านพ่อได้เห็นหน้าหลานเมื่อไหร่ ข้ารับรองว่าท่านพ่อจะลืมเรื่องที่ทำให้ไม่สบายใจไปได้ทั้งหมดแน่ๆ แต่ข้าก็ไม่รู้ว่าหลานตาจะเป็นหญิงหรือว่าชายนะคะ” อี้หลานเอียงศีรษะไปซบที่หัวไหล่ของบิดา โดยที่มีอ้อมแขนของท่านไป๋โอบกอด
“หญิงหรือชายก็ได้ทั้งนั้น ยังไงก็เป็นหลานของพ่อนี่นา” ท่านไป๋พูดด้วยรอยยิ้มเปี่ยมสุข ท่าทางของท่านดูผ่อนคลายลงอย่างมาก
“หลานของท่านพ่อคนเดียวที่ไหน แต่เป็นหลานของข้าด้วยค่ะ นี่ข้าไม่รู้ว่าตอนนั้นพ่อของหลานจะยอมให้ข้ากับท่านพ่ออุ้มได้บ่อยแค่ไหนนะคะ เห็นพี่หลงบอกว่าดูท่าทางแล้วจะรักลูก หวงลูกไม่ใช่น้อย ขนาดแค่รู้ว่าจะเป็นพ่อคน ยังดีใจเสียจนน้ำตาคลอเชียวค่ะ”
“ได้ไง..พ่อเป็นตานะ ยังไงก็ต้องได้อุ้ม ไม่รู้ล่ะ..อย่างน้อยก็ต้องสามเวลาหลังจากที่ตาหนูหรือยัยหนูกินนมแล้ว ไม่งั้นพ่อไม่ยอมจริงๆ” ท่านไป๋สีหน้าจริงจังหากแต่มีรอยยิ้ม ทำให้อี้หลานหัวเราะ สีหน้าและแววตาของท่านไป๋ตอนนี้เหมือนกำแพงน้ำแข็งที่ท่านสร้างเอาไว้จะค่อยๆหลอมละลายลงแล้ว อี้หลานหันไปยิ้มให้กับจื่อหลงที่ยืนมองดูอยู่ด้วยรอยยิ้ม และหลังจากเขาก็เดินเข้ามาช่วยอี้หลานทำความสะอาดใบหน้าและเนื้อตัวของอำมาตย์ไป๋จากผื่นปลอมจากโรคฝีดาษก่อนที่พวกเขาทั้งสามคนจะออกเดินทางกันต่อเมื่อตะวันเคลื่อนคล้อยเข้าสู่ช่วงเวลาบ่าย

๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sat Sep 05, 2009 11:10 pm

“เมื่อไหร่ท่านถึงจะลงมือสักที ท่านอ๋องของข้าจะรอต่อไปไม่ไหวแล้วนะ” อาคันตุกะที่อยู่ในชุดชาวฮั่นหากแต่สำเนียงไม่ใช่คนภาคกลางเอ่ยถามขุนพลเจิ้นภายในห้องทำงานของจวนขุนพล
“ไม่ใช่ว่าไม่อยากรีบลงมือ เพียงแต่ตอนนี้แผนของข้ามีเรื่องผิดพลาดนิดหน่อย ลยต้องรีบไปสะสางให้เรียบร้อยก่อนเท่านั้น ขอท่านเย่ว์ลู่ไปเรียนท่านอ๋องให้ด้วยว่าแผนการทุกอย่างจะต้องดำเนินต่อไปอย่างแน่นอน ขอให้ท่านอ๋องโปรดรออย่างใจเย็น”
“เรื่องผิดพลาดที่ท่านว่าก็คือคนที่ท่านคิดจะกำจัดมันหนีรอดไปได้ใช่ไหม” เย่ว์ลู่หนี่เจินใช้นิ้วเขี่ยเอกสารที่วางอยู่เต็มโต๊ะทำงานของขุนพลเจิ้น “รวมทั้งเรื่องที่ท่านโดนลูกชายที่แสนดีหักหลัง หันไปช่วยคนอื่น คิดแล้วมันก็น่าเจ็บใจนัก สมควรให้ท่านต้องปวดหัวมีเรื่องให้คิดมากจนอาจจะลืมเรื่องของท่านอ๋องไปชั่วขณะ น่าเห็นใจ..น่าเห็นใจจริงๆ” เย่ว์ลู่หนี่เจินนั่งลงที่เก้าอี้และมองหน้าขุนพลเจิ้นด้วยสายตาอย่างดูแคลนในความสามารถ
“ในเมื่อท่านเย่ว์ลู่พอจะทราบเรื่องทั้งหมดอยู่แล้ว ก็สมควรที่ท่านจะไปเรียนท่านอ๋องให้ข้าด้วยว่าข้าขอเวลาจัดการเรื่องนี้ให้ได้ก่อน แล้วจะรีบดำเนินการตามแผนให้เร็วที่สุด เพื่อที่ทุกอย่างจะได้ราบรื่นไม่มีปัญหา”
“แล้วท่านต้องการเวลาอีกสักเท่าไหร่กันล่ะ” เย่ว์ลู่หนี่เจินยืนขึ้นและโน้มตัวมาข้างหน้าเล็กน้อย เพื่อเผชิญหน้ากับขุนพลที่เกือบจะกุมอำนาจทั้งหมดในราชสำนักไว้ได้อยู่แล้ว
“ไม่เกินครึ่งเดือน”
“ท่านแน่ใจนะว่าใช้เวลาเท่านี้ เพื่อที่กำจัดคนที่คิดเป็นศัตรูของท่านให้หมด” เย่ว์ลู่หนี่เจินเดินมายืนด้านหน้าของโต๊ะทำงาน เพื่อย้ำคำถามกับขุนพลเจิ้นอีกครั้ง ขุนพลใหญ่ยิ้มที่มุมปาก แววตาดุจราชสีห์มองตอบ
“แค่ครึ่งเดือนก็มากพอแล้ว ที่ข้าจะปล่อยให้คนที่มันคิดทรยศมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อีกสักพัก”
“อย่าลืมนะ..หนึ่งในนั้นก็มีลูกชายของท่านด้วย นี่ท่านคงไม่ตัดใจ..กำจัดเขาด้วยใช่ไหม” เย่ว์ลู่หนี่เจินฟาดฝ่ามือลงกลางอากาศในแนวเฉียง
“ไม่มีการยกเว้น คนที่มันคิดทรยศต่อข้า ทางเดินมีแค่ความตายเท่านั้น” ขุนพลเจิ้นกล่าวด้วยน้ำเสียงเหี้ยม หางคิ้วกระตุก
“งั้นก็ดี ข้าจะไปเรียนท่านอ๋องให้ตามนี้ แต่ข้าก็หวังว่าหลังจากครึ่งเดือนผ่านไปแล้ว ท่านอ๋องคงจะได้รับฟังข่าวดีจากท่านนะ”
“ท่านอ๋องจะได้ยินข่าวดีจากข้าแน่นอน เพราะอย่างไรเสียเวลานี้ ถ้าหากข้าคิดจะควบคุมฮ่องเต้ไว้ มันก็ง่ายยิ่งกว่าพลิกฝ่ามือด้วยซ้ำ ขอท่านไปเรียนท่านอ๋องได้เลยว่าในอีกไม่ช้านี้ แคว้นเหลียวจะได้ดินแดนของแผ่นดินซ้องสองในสามตามที่ท่านอ๋องต้องการ” ขุนพลเจิ้นกล่าวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นด้วยความมั่นใจถึงเพียงนี้ทำให้เย่ว์ลู่หนี่เจินพอใจ และนำเรื่องที่พูดคุยกับขุนพลเจิ้นในวันนี้ไปเรียนให้นายของตนทราบ หลังจากเย่ว์หนี่เจินเดินทางกลับไปแล้ว ขุนพลเจิ้นก็นั่งหน้านิ่วคิ้วขมวด กำมือทั้งสองข้างจนแน่นด้วยใช้ความคิดอย่างหนักที่จะตามล่าพวกของอำมาตย์ไป๋ จื่อหลง และลี่หูให้ได้ตามเวลาที่กำหนดไว้โดยเร็ว

พระจันทร์เคลื่อนคล้อยเข้าสู่ยามราตรี พวกของจื่อหลงได้เดินทางมาถึงหมู่บ้านที่นัดหมายไว้กับฟู่เจี้ยนเรียบร้อยแล้ว หลังจากมาถึงได้ไม่ถึงหนึ่งชั่วยาม ฟู่เจี้ยนกับจอมยุทธ์เซี่ยงก็ตามมาถึง พวกเขาทั้งหมดพักผ่อนเอาแรงและยังคงผลัดเปลี่ยนเวรยามกันเหมือนเดิม เพราะถึงแม้ฟู่เจี้ยนจะช่วยหลอกล่อพวกทหารที่ตามล่ามาอย่างกระชั้นชิดไปได้ แต่ทว่า..ก็ยังมีทหารกลุ่มอื่นที่ยังคงกระจายกำลังกันค้นหา ทำให้ต้องเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น จนในที่สุดก็สรุปได้ว่าหลังจากพรุ่งนี้มาถึง พวกเขาจะหาที่ที่ปลอดภัยให้อำมาตย์ไป๋และอี้หลานได้หลบซ่อนตัวเสียก่อน แล้วถึงค่อยหาทางขัดขวางขุนพลเจิ้น เพราะในเวลานี้ทุกคนต่างก็เห็นตรงกันว่าในเวลาอีกไม่ช้า ขุนพลเจิ้นจะต้องลงมืออย่างแน่นอน

เช้าวันต่อมา..ภายใต้ร่มเงาของต้นไม้ใหญ่ริมลำธารมีรถม้าจอดพักอยู่ โดยคนที่นอนอยู่ข้างในก็คือไป๋อี้เซียง ซึ่งบัดนี้นางกำลังล้มป่วย ลู่ฟงที่ต้องหยุดพักการเดินทางมาหลายวันแล้วคอยดูแลนางอย่างใกล้ชิด แม้ในใจของชายหนุ่มจะนึกตัดพ้อและเคืองโกรธอี้เซียงอยู่บ้างที่นางมักจะเพ้อเรียกหาผู้ชายอีกคนที่เขาไม่อยากได้ยินยามที่นางไม่รู้สึกตัว แต่ลู่ฟงก็ทำใจแข็งไม่สนใจอี้เซียงได้อยู่เพียงพักเดียวเท่านั้น สุดท้ายเขาก็คอยเฝ้าดูแลนางด้วยความรักเช่นเดิม ชายหนุ่มเดินไปที่ริมลำธารเพื่อใช้ผ้าชุบน้ำมาเช็ดตามใบหน้าและลำคอให้อี้เซียงเพื่อลดไข้ แต่ทว่าอาการของนางก็ยังมิสู้ดีนัก จนลู่ฟงตัดสินใจแล้วว่าเขาจะพานางไปหาหมอในตัวเมือง ถึงแม้ว่าจะเสี่ยงอยู่บ้างที่อี้เซียงอาจจะถูกทหารจับตัวกลับไป แต่มันก็ยังดีเสียกว่าปล่อยให้อี้เซียงนอนเจ็บอยู่แบบนี้ โดยที่เขามิอาจช่วยได้มากนัก หลังจากตัดสินใจได้แล้วลู่ฟงก็เดินไปจูงม้ามาเทียบกับตัวรถเพื่อจะออกเดินทางต่อ แต่ว่าการเดินทางของลู่ฟงยังมิทันจะได้ดำเนินต่อไป ประสาทสัมผัสการได้ยินของเขาพลันรับรู้ถึงเสียงฝีเท้าม้าที่กำลังดังแว่วมาทางนี้อย่างรีบเร่ง ทำให้สัญชาตญาณของการระวังภัยของลู่ฟงทำงานในทันที ชายหนุ่มรีบไปหยิบดาบเล่มใหญ่อาวุธคู่กายมาถือไว้มั่น เพื่อเตรียมพร้อมที่จะต่อสู้ สายตาดุจพญาอินทรีจ้องไปทางต้นเสียง จนกระทั่งลู่ฟงได้เห็นคนที่อยู่บนหลังม้า สายตาของเขาพลันเบิกกว้าง หากแต่ไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกออกมาให้เห็น เพียงเสี้ยวนาทีก่อนที่ผู้ที่มาใหม่ในชุดสีฟ้าอ่อนจะหยุดฝีเท้าม้าต่อหน้าของลู่ฟง สายตาของเขาพลันหันไปมองอี้เซียงที่ยังนอนหลับไม่รู้สึกตัวภายในรถม้า ด้วยใจหวังไม่ให้นางได้รับรู้ถึงการมาของชายหนุ่มอีกคน

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sat Sep 05, 2009 11:11 pm

“นี่ข้าตาฝาดไปรึเปล่าที่ได้เห็นพี่สามของข้า ที่อุตส่าห์เดินทางตามมาจนถึงที่นี่ได้” ลู่ฟงถามลี่หูที่ยังยืนนิ่งเงียบ หากแต่สายตากำลังมองเข้าไปในตัวรถม้า ทำให้ลู่ฟงเอียงหน้าไปมองคนที่อยู่ข้างในเล็กน้อยแล้วจึงหันมาแสยะยิ้มให้ “ดูจากสีหน้าของท่านแล้ว คงจะรีบเร่งเดินทางทั้งวันทั้งคืนโดยไม่หยุดพักเลยสิ นี่ถ้านางได้รู้..คงจะดีใจอยู่ไม่น้อย” ลู่ฟงกล่าวน้ำเสียงประชด หากแต่ในใจก็นึกกลัวว่าลี่หูคงจะพาอี้เซียงไปจากเขาได้อีกครั้ง เพราะจากใบหน้าที่คล้ำแดดและดวงตาที่แดงก่ำของลี่หู บ่งบอกให้ลู่ฟงรู้ว่าอีกฝ่ายเดินทางโดยแทบไม่หยุดพักก็เพื่อจะไล่ตามเขามาให้ทัน และลี่หูก็ทำได้จริงๆ เมื่อลี่หูยอมเหน็ดเหนื่อยรีบเร่งเดินทางทั้งวันทั้งคืนตามที่บอกไว้กับจื่อหลงและอาศัยเปลี่ยนม้าระหว่างทางเพื่อไม่ให้เสียเวลา
“ถ้าท่านจะมาพาอี้เซียงไป ข้าก็จะบอกว่ามันสายไปแล้ว เพราะตอนนี้นางเป็นคนของข้า ใครก็อย่าหวังจะมาพาไปได้ทั้งนั้น” ลู่ฟงที่ยังเป็นฝ่ายพูดอยู่ฝ่ายเดียวชูดาบที่อยู่ในมือขึ้น เพื่อบอกกับลี่หูว่าเขาพร้อมจะสู้ ถ้าลี่หูคิดจะพาอี้เซียงไปให้ได้
“อี้เซียงเป็นภรรยาของข้า และตอนนี้นางก็กำลังมีลูกกับข้า ถ้าหากข้าคิดจะพาลูกเมียของข้าไป ใครก็มาขวางไม่ได้” ลี่หูชูกระบี่ที่อยู่ในมือขึ้น หากลู่ฟงลงมือ เขาก็จะสู้ไม่มีถอย
“เมียของท่าน ลูกของท่าน ช่างพูดมาได้อย่างไม่อายปาก ข้าถามหน่อย..ที่ผ่านมาท่านเคยคิดจะรับผิดชอบนางไหม ถ้าเคยคิดแล้วทำไมตอนนั้นถึงได้ทำร้ายนาง แล้วท่านเคยถามใจของตัวเองบ้างรึเปล่าว่าที่ผ่านมาท่านทำให้นางต้องร้องไห้เสียใจเพราะท่านมากี่ครั้ง” คำถามของลู่ฟงทำให้ลี่หูเงียบไป เมื่อนึกถึงความขลาดกลัวของตนเองจึงทำร้ายอี้เซียงมาไม่รู้กี่ครั้ง แต่ตอนนี้เมื่อลี่หูกล้าที่จะยอมรับความจริงแล้ว ไยต้องไปหวนคิดถึงเรื่องที่ผ่านมา
“อี้เซียงเคยร้องไห้เพราะข้า แต่จากนี้ไปข้าจะทำให้นางมีความสุข จะชดเชยให้กับนางเป็นร้อยเท่า พันเท่า” ลี่หูตอบด้วยเสียงที่หนักแน่นไม่มีลังเลในสิ่งที่พูดไปแม้แต่น้อย ลู่ฟงได้ยินเช่นนั้นกลับหัวเราะเยาะอย่างดูถูก
“ท่านแน่ใจนะว่าจะทำได้และกล้าพอที่จะทิ้งอำนาจที่รอท่านอยู่แค่เอื้อม”
“เพื่ออี้เซียง ข้ายอมทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างที่ข้าเคยต้องการ ไม่อยากเป็นที่หนึ่ง ไม่อยากอยู่เหนือใครทั้งนั้น” ลู่ฟงที่ได้ฟังคำพูดของลี่หูยังคงแสยะยิ้มให้และกอดอกมองดูลี่หูด้วยสายตาที่เย้ยหยัน โดยที่ไม่ทันหันไปมองว่าเวลานี้อี้เซียงที่ตื่นขึ้นมากลับได้ยินทุกคำสารภาพของลี่หูทั้งหมด
“ช่างน่าขันนักที่ท่านกล้าพูดแบบนี้ออกมาได้ ข้าว่ามันจะไม่สายไปหน่อยหรอ”
“มันยังไม่สายเกินไป” น้ำเสียงหวานหากแต่อ่อนแรงจากภายในรถม้าดังแทรกขึ้น ทำให้ลู่ฟงรู้สึกเย็นวาบไปทั้งร่างเมื่อเห็นสายตาของอี้เซียงที่กำลังก้าวลงมาจากรถม้า
“อี้เซียง..อย่าไปหลงเชื่อคนหลอกลวงคนนี้ เขาไม่เคยรักเจ้า เขาทอดทิ้งเจ้า ไม่ยอมรับผิดชอบลูกของเจ้า เจ้าลืมไปแล้วเหรอ” ลู่ฟงรีบหันไปบอกอี้เซียงด้วยท่าทางที่ร้อนรน หากแต่สายตาของนางจับจ้องไปที่ลี่หูที่มองนางตอบกลับมาด้วยสายตาที่มีแต่ความรักอย่างสุดซึ้ง
“พี่ลี่หู..ข้าขอถามท่านอีกครั้ง ท่านยังรักข้าอยู่ไหม”
“รัก..ที่ผ่านมาก็รัก ตอนนี้ก็ยังรัก”
“รัก..แล้วทำไมพี่ถึงไม่ยอมรับลูกของเรา” อี้เซียงถามคำถามที่เหมือนเป็นรอยแผลในใจของนางมาโดยตลอด
“ข้าไม่เคยคิดที่จะไม่ยอมรับ”
“ไม่เคยคิด แล้วทำไมพี่ถึงได้พูดว่าลูกเกิดขึ้นมาเพราะความไม่ตั้งใจ ทำให้พี่ยอมรับไม่ได้” อี้เซียงน้ำตาไหลเมื่อนึกถึงคำพูดของลี่หูที่ลู่ฟงเป็นคนบอกนางในวันนั้น ชายหนุ่มสองคนพอได้ฟังมีความรู้สึกที่แตกต่าง คนนึงปวดใจที่ทำให้อี้เซียงร้องไห้ คนนึงร้อนใจที่กำลังจะถูกจับผิดได้
“ข้าไม่เคยพูด อี้เซียง..เจ้ารู้ไหมว่าข้าดีใจมากแค่ไหนที่รู้ว่ากำลังจะมีลูกกับเจ้า ข้าจึงไม่มีเหตุผลอะไรที่จะทำให้ข้าไม่ยอมรับลูกที่เกิดกับคนที่ข้ารักได้ทั้งนั้น”
“แต่พี่ลู่ฟงเป็นคนบอกข้า”
“ลู่ฟงบอกเจ้า” ลี่หูพูดพร้อมทั้งมองไปทางลู่ฟงด้วยสายตาที่นึกแคลงใจ “เขาบอกเจ้าว่าอะไร” คำถามของลี่หูทำให้อี้เซียงหันไปมองลู่ฟงที่ยืนอยู่ด้านข้าง
“วันนั้นพี่ลู่ฟงพาข้าไปหาพี่ที่บ้านเพื่อจะบอกเรื่องลูกของเราให้พี่รู้ แต่ข้าไม่ได้เข้าไปเพราะพี่ลู่ฟงบอกให้ข้ารออยู่ข้างนอกแล้วเขาจะตามพี่ออกมาหาข้า แต่เมื่อพี่ไม่ยอมออกมา พี่ลู่ฟงจึงได้บอกเรื่องลูกกับพี่ไป แล้วพี่..พี่ก็บอกว่า..พี่ไม่อาจยอมรับลูกที่เกิดจากความไม่ตั้งใจได้ พี่ลี่หู..พี่บอกข้ามาสิว่าพี่ได้พูดแบบนี้รึเปล่า” อี้เซียงถามลี่หู หากแต่มองหน้าลู่ฟงทั้งน้ำตา
“ข้าไม่เคยพูดแบบนี้ เจ้าจะเชื่อข้าหรือไม่ก็ตามแต่คนที่บอกข้าเรื่องลูกก็คือ..จื่อหลง ไม่ใช่ลู่ฟง” คำพูดของลี่หูเป็นดั่งเหมือนสายฟ้าฟาดลงที่กลางใจของอี้เซียง เมื่อนางได้รู้ว่าคนที่นางเชื่อใจกลับหลอกลวงนางมาโดยตลอด สายตาที่ปวดร้าวของอี้เซียงมองลู่ฟงด้วยความรู้สึกที่ต้องการคำอธิบาย
“ทำไม..ท่านถึงได้ทำกับข้าแบบนี้”
“เพราะข้ารักเจ้า ไม่ต้องการให้เจ้าไปกับลี่หู” ลู่ฟงตอบด้วยดวงตาที่แดงก่ำ
“รัก..พวกท่านต่างบอกว่ารักข้า แล้วทำร้ายข้าทำไม” หญิงสาวร้องไห้ตัวสั่น ชายหนุ่มทั้งสองคนจะเข้ามาหา นางก็ถอยหนี “พี่ลู่ฟง..ข้าผิดที่ข้าเคยหลอกลวงความรักของท่าน ท่านจะให้ข้าชดเชยให้อย่างไรก็ได้ แต่ทำไมท่านต้องพูดโกหกกับข้า ทั้งที่ข้าไว้ใจท่าน เชื่อใจท่านมาโดยตลอด” อี้เซียงตัดพ้อลู่ฟงแล้วจึงหันไปทางลี่หู “ส่วนท่าน..ทำไมถึงมาพูดเอาตอนนี้ ท่านรู้ไหมว่าท่านทำให้ข้าแทบตายทั้งเป็น ความรักของท่านทำให้ข้าเจ็บปวดแค่ไหน”
“ข้าขอโทษ” คำสามคำที่ชายหนุ่มสองคนพูดออกมาพร้อมกัน หากแต่ยิ่งทำให้อี้เซียงร้องไห้ด้วยความผิดหวังและสับสน
“อี้เซียง..ข้าพร้อมที่จะเป็นคนใหม่เพื่อเจ้า ต่อไปข้าจะรักเจ้า ดูแลเจ้ากับลูกเป็นอย่างดี ไปกับข้านะ” ลู่ฟงก้าวเท้าเข้าไปหาอี้เซียงหนึ่งก้าว พร้อมทั้งยื่นมือออกไปหา
“อี้เซียง..เจ้ายังจำคำพูดของข้าได้ไหม ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เจ้าจะเป็นภรรยาคนเดียวที่ข้าจะรัก จะไม่ยอมให้ใครมาแทนที่เจ้าในใจของข้าได้ ซึ่งตอนนี้มันก็ยังเป็นเช่นนั้น เราจะอยู่ด้วยกันพร้อมหน้า พ่อ แม่ ลูก” ลี่หูก้าวเท้าเข้าไปหาอี้เซียงหนึ่งก้าว พร้อมทั้งยื่นมือออกไปหาเช่นเดียวกับลู่ฟง ในยามนี้ชายหนุ่มสองคนกำลังรอการตัดสินใจจากหญิงสาวที่เขารัก แต่เหมือนว่าการตัดสินใจของอี้เซียงจะเป็นการทำร้ายจิตใจของลู่ฟง เมื่อนางกำลังเดินเข้ามาหาลี่หูพร้อมทั้งยื่นมือไปหา ผู้ชายที่ลู่ฟงต้องยอมรับว่านางยังรักมั่นต่อคนๆนั้นอย่างสุดหัวใจ

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sat Sep 05, 2009 11:12 pm

“เจ้าคิดดีแล้วใช่ไหมที่จะไปกับฆาตกรที่ฆ่าพี่ชายของเจ้า” ลู่ฟงตะโกนออกมาเสียงดัง ก่อนที่มือของอี้เซียงจะได้สัมผัสกับมือของลี่หู คำพูดของเขาทำให้ลี่หูและอี้เซียงรู้สึกชาไปทั้งร่าง
“ท่านพูดว่าอะไรนะ...ใครคือฆาตกร” นางหันไปถามลู่ฟงที่ใบหน้าฉาบไว้ด้วยรอยยิ้มที่ดูไม่เป็นมิตร หากแต่น่ากลัว “ท่านพูดว่าใครคือคนที่ฆ่าพี่ใหญ่” นางถามซ้ำอีกครั้งและจึงหันมามองลี่หูที่สีหน้าซีดลงอย่างเห็นได้ชัด
“ก็ถามพี่ลี่หูของเจ้าดูสิ ว่าใช่เขารึเปล่า”
“ไม่ใช่ใช่ไหม” อี้เซียงถามด้วยดวงตาที่สั่นระริก “ท่านไม่ใช่มือสังหาร ท่านไม่ได้ฆ่าพี่ใหญ่..ใช่ไหม” ลี่หูยังคงเงียบ ไม่มีคำตอบให้หญิงสาวตรงหน้า
“กล้าทำก็ต้องกล้ารับหน่อยสิ” ลู่ฟงเดินเข้ามาหาทั้งคู่ด้วยใบหน้าที่แดงก่ำด้วยความโกรธที่ลี่หูกำลังจะแย่งอี้เซียงไปจากเขา ลู่ฟงจึงได้ทำลายความรักของลี่หูด้วยวิธีนี้ ทั้งที่รู้ว่าจะเป็นการทำร้ายอี้เซียงในเวลาเดียวกัน
“ถ้าท่านไม่พูด จะให้ข้าเป็นคนพูดก็ได้ว่าท่าน..”
“ข้าทำ ข้าเป็นคนฆ่าพี่เทียนเซิ่น” ลี่หูพูดแทรกขึ้นมาโดยไม่ได้รอให้ลู่ฟงพูดจนจบ ทำให้ลู่ฟงแสยะยิ้มด้วยความสะใจยิ่งนัก ความโกรธเกลียดกำลังครอบงำจิตใจของลู่ฟง จนสร้างบาดแผลในใจให้อี้เซียง
“ไม่จริง ข้าไม่เชื่อ”
“ข้าเป็นคนทำ ข้าจะไม่หนีความจริงอีกต่อไปแล้ว แล้วถ้าหากเรื่องนี้จะทำให้เจ้าโกรธข้า เกลียดข้าไปตลอดชีวิต ข้าก็จะยอมรับ” ลี่หูก้มหน้าไปบอกอี้เซียงที่กำลังยืนร้องไห้ไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมามองคนที่ฆ่าพี่ชายที่นางรักเหมือนบิดาคนที่สอง
“เจ้าเคยบอกข้าไม่ใช่เหรอว่าเจ้าจะอยู่ร่วมโลกกับคนที่ฆ่าพี่เทียนเซิ่นไม่ได้ และตอนนี้เจ้าก็ได้รู้แล้วนี่ว่าใครคือฆาตกร เหตุใดถึงไม่รีบลงมือ” ลู่ฟงบอกอี้เซียงด้วยน้ำเสียงเหี้ยม คงไม่มีการล้างแค้นใดที่จะสะใจไปกว่าการได้เห็นลี่หูตายด้วยน้ำมือของคนที่เขารัก และถึงอี้เซียงไม่กล้าทำ ลี่หูก็จะไม่ต่างกับตายทั้งเป็นที่ต้องทนเห็นคนที่เขารัก เกลียดไปชั่วชีวิต เพราะนั่นคือสิ่งที่เขาเกรงกลัวมาโดยตลอด
“ถ้าเจ้าต้องการจะล้างแค้นให้พี่ชาย ก็สามารถลงมือได้เลย ข้าจะไม่ตอบโต้หรือว่าหลบเลี่ยง” ลี่หูบอกอี้เซียงด้วยน้ำเสียงสั่นพร้อมทั้งยื่นกระบี่ที่อยู่ในมือให้กับอี้เซียง เมื่อเขาพร้อมจะตายด้วยมือของคนที่ตนรักด้วยความเต็มใจ หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมาเห็นน้ำตาของลี่หูเอ่อล้นที่ขอบตาทั้งสองข้าง ทำให้มือของนางสั่นไหวยามที่รับกระบี่มาถือไว้ ลู่ฟงเห็นเช่นนั้นก็รีบพูดยั่วยุให้อี้เซียงรีบลงมือ
“เจ้าลงมือเถอะ ข้ายินดีที่จะตายด้วยมือของคนที่ข้ารัก” ลี่หูน้ำตาไหล เขาไม่มีข้อแก้ตัว ไม่มีคำโต้แย้งเพราะมันคือความจริงที่เขาเป็นคนทำให้พี่ชายที่อี้เซียงรักต้องตาย และนางก็ไม่ผิดที่จะคิดแค้น หญิงสาวเมื่อได้ยินคำพูดประโยคนี้ของลี่หูจึงได้ดึงกระบี่ออกจากฝักและยื่นปลายกระบี่ไปที่ลำคอของลี่หู นางกำลังจะลงมือ ในขณะที่คนดูอย่างลู่ฟงรู้สึกพอใจ จึงได้แสดงออกด้วยรอยยิ้มที่เย็นชา สายตาที่ดูเหี้ยมอย่างไร้ความปราณี แต่ทว่า..อี้เซียงสามารถตัดใจลงมือกับคนที่นางรักได้..จริงหรือ เมื่อนางตวัดปลายกระบี่ขึ้นในขณะลี่หูยิ้มและหลับตาลงพร้อมยอมรับความตาย เสียงร่ำไห้ของอี้เซียงด้วยความเสียใจพลันดังขึ้นตามมา ก่อนที่ร่างทั้งร่างของนางจะทรุดลงไป ลี่หูรีบเข้าไปประคองร่างของอี้เซียงที่แทบจะไร้สติไว้ในอ้อมกอดและซบหน้าลงไปที่ใบหน้าที่เปื้อนน้ำตาของหญิงสาว ใบหน้าของอี้เซียงร้อนผ่าว ลี่หูถึงได้รู้ว่านางกำลังป่วยจึงได้ช้อนร่างของนางขึ้นมาเพื่อจะพานางไป แต่ลู่ฟงที่มีเพียงใจที่คิดแค้นกลับไปยืนขวางหน้าไว้
“ถ้าคิดจะพานางไป ก็จงถามดาบในมือข้าเสียก่อน” ลี่หูที่ได้ยินคำท้าจึงค่อยๆวางร่างอี้เซียงลงบนพื้นแล้วจึงหันไปหยิบกระบี่อาวุธคู่กายของตนขึ้นมา
“ได้ ในเมื่อเจ้าต้องการ ความบาดหมางระหว่างข้ากับเจ้าจะได้สะสางกันสักที” ชายหนุ่มมิได้รอเวลา เมื่อกล่าวจบก็พุ่งปลายกระบี่เข้าใส่ลู่ฟงที่ยืนถือดาบรออยู่ โดยมิทันได้ยินเสียงร้องห้ามของอี้เซียงที่ดังอยู่ในลำคอ จอมยุทธ์หนุ่มทั้งสองตรงเข้าปะทะกัน เสียงกระทบกันของคมกระบี่และดาบดังสนั่นหวั่นไหว แม้กระทั่งต้นไม้ยังสะเทือนจนใบร่วงลงหล่นสู่พื้น ลี่หูที่ได้ชื่อว่าเป็นมือสังหารอันดับที่สาม พลังยุทธ์ของเขาจึงแข็งแกร่งและเหนือกว่าลู่ฟงอยู่หลายกระบวน หากแต่ลู่ฟงไม่เคยคิดที่จะยอมแพ้ ความโกรธแค้นสุมแน่นในใจเปลี่ยนเป็นพลังที่ทรงอนุภาพจนสามารถรับมือกับลี่หูด้วยพลังที่แข็งแกร่ง ต่างฝ่ายต่างผลัดกันรุกและต้านรับ ลี่หูที่ไม่ต้องการให้การต่อสู้ยืดเยื้อจึงได้ลงมือหนักหน่วงและรุนแรงมากขึ้น ทุกกระบวนท่าล้วนรวดเร็วและว่องไว้ จนสุดท้ายลู่ฟงก็มิอาจจะต้านทานพลังที่ส่งผ่านมาที่ปลายกระบี่ยามที่ลี่หูตวัดมันลงไปที่คมดาบของลู่ฟงได้ แม้ว่าลู่ฟงจะย่อกายลงเพื่อลดแรงปะทะ แต่ก็ต้านไว้ได้เพียงครึ่งเดียว ลี่หูเห็นลู่ฟงเสียเปรียบจึงตวัดกระบี่ไปที่ดาบแกร่งของอีกฝ่าย คมดาบที่ต้านแรงปะทะของกระบี่ไม่ได้จึงหมุนคว้างและหลุดจากมือของลู่ฟงจนไปปักตรึงที่ต้นไม้ใหญ่ ลี่หูเห็นเช่นนั้นจึงไม่ปล่อยให้ลู่ฟงมีทางต่อสู้ เขาเตะขาเข้าใส่ลู่ฟงที่พยายามหลบเลี่ยงแต่ก็ยังถูกลี่หูทำร้าย เมื่อลู่ฟงลุกขึ้นมาลี่หูก็ตวัดปลายกระบี่เข้าหา แม้ไม่ได้มุ่งหวังเอาชีวิตแต่ก็เพื่อให้ลู่ฟงยอมแพ้ แต่ลู่ฟงไม่เคยมีความคิดเช่นนั้น ถึงเขาจะไร้อาวุธวันนี้ก็จะสู้กับลี่หูให้ถึงที่สุด ลู่ฟงจึงใช้หมัดเปล่าเข้าจู่โจมลี่หู ลี่หูเห็นเช่นนั้นจึงยอมทิ้งกระบี่ สู้กับลู่ฟงอย่างลูกผู้ชาย

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sat Sep 05, 2009 11:12 pm

สองคนแลกหมัดกันไปมา แต่ฝีมือของลู่ฟงยังคงด้อยกว่าอยู่มากนัก เมื่อลู่ฟงพุ่งหมัดออก ลี่หูเพียงเอี่ยวตัวหลบด้วยความว่องไวและหยิบยืมพลังของอีกฝ่ายที่พุ่งเข้ามาโดยใช้หมัดกระแทกไปที่กลางหลังทำให้ลู่ฟงเซไปข้างหน้า ลี่หูใช้จังหวะนี้ตามติดกระโดดลอยตัวตวัดขาใส่กลางหลังอีกครั้ง แต่ลู่ฟงยังลุกขึ้นมาได้แล้วจู่โจมเข้าใส่ลี่หูอย่างบ้าคลั่ง คนนึงโกรธเพราะกำลังจะถูกแย่งคนรัก อีกคนก็กำลังโกรธเมื่อถูกทำร้ายความรัก จึงเข้าต่อสู้การอย่างดุเดือดมากกว่าแค่การรู้ผลแพ้ชนะ และคนที่เป็นฝ่ายรับมากกว่าฝ่ายรุกก็คือลู่ฟง เมื่อเขามิอาจหลบเลี่ยงพลังหมัดของลี่หูที่จู่โจมเข้ามาอย่างรวดเร็วไปได้ จนร่างของเขาซวนเซเสียหลัก ลี่หูจึงลอยตัวตวัดปลายเท้าเข้าใส่ไปยังร่างของลู่ฟงอย่างเต็มแรง จนร่างของเขากระเด็นไปกระแทกกับต้นไม้จนหมอบลงอยู่ที่พื้น ลี่หูเห็นว่าลู่ฟงไร้ทางต่อสู้แล้วจึงได้หันหลัง แต่ทว่าลู่ฟงกลับลุกขึ้นประสานมือเข้าหากันเป็นกำปั้นแล้วตรงเข้าใส่ลี่หูหวังทำร้ายอีกฝ่ายในยามที่เผลอ แต่ลี่หูที่ระวังตัวไว้อยู่แล้วหันร่างกลับมาและจึงเตะขาออกไปกระแทกร่างของลู่ฟงอีกครั้ง จนครานี้ลู่ฟงถึงขนาดกระอักโลหิตสีแดงเข้ม ลี่หูกำลังจะเข้าไปทำร้ายลู่ฟงแต่กลับต้องหยุดการลงมือ เมื่อลี่หูได้ยินเสียงของอี้เซียงตะโกนห้ามจนสุดเสียง ‘อย่าทำร้ายเขา’ นางฝืนร่างกาย ประคองสติที่กำลังจะดับลงเพื่อขอร้องกับลี่หูเพียงประโยคนี้ประโยคเดียว สายตาของนางกำลังขอร้องอ้อนวอนลี่หู ชายหนุ่มหันไปมองลู่ฟงที่ไร้ทางต่อสู้แล้วจึงตัดสินใจเดินไปหยิบกระบี่ของตนขึ้นมาเพื่อหันปลายกระบี่ไปทางลู่ฟงที่นอนอยู่ที่พื้น
“สิ่งที่เจ้าได้ทำไว้กับข้า วันนี้ข้าได้รับการชดใช้แล้ว ถือว่าเราไม่ติดค้างกันอีก แต่สิ่งที่เจ้าทำไว้กับอี้เซียง ข้าให้อภัยไม่ได้” ลี่หูพุ่งปลายเข้าใส่ลู่ฟงอย่างรวดเร็ว
“อย่าทำร้ายเขานะ หยุดสักที” อี้เซียงตะโกนห้ามอีกครั้ง ทำให้ลี่หูยิ้มด้วยดวงตาที่แดงก่ำด้วยความรู้สึกที่เจ็บปวดอยู่ไม่น้อย เมื่อหันไปเห็นสายตาของอี้เซียงที่ทั้งโกรธและเกลียดอย่างที่ไม่ยอมให้อภัย
“ข้าจะไม่ทำร้ายลู่ฟง และจะไม่ทำร้ายใครอีกแล้ว อี้เซียง..ข้าเชื่อฟังเจ้า โอ๊ย..!!!” เสียงร้องของลี่หูอย่างเจ็บปวดในคำสุดท้าย เมื่อลู่ฟงใช้มีดสั้นที่ซ่อนอยู่ที่ต้นขาแทงไปที่ข้างเอวของลี่หูโดยที่เขาไม่ทันได้ระวัง แม้มันจะปักลงไปไม่ลึกแต่มันก็ทำให้ลี่หูทรงตัวได้ลำบากจนต้องใช้กระบี่ยันกายเอาไว้ ลู่ฟงที่บาดเจ็บสาหัส เมื่อทำร้ายลี่หูได้แล้วก็ทิ้งกายลงที่พื้นหายใจเหนื่อยหอบ หากแต่ใบหน้ากลับฉาบไว้ด้วยรอยยิ้มเหี้ยมยามที่มองลี่หูประคองกายเดินกลับไปหาอี้เซียง มองเขาค่อยๆประคองนางที่ร้องไห้จนแทบเดินไม่ไหวขึ้นรถม้าและเคลื่อนตัวจากไปจนลับตา และในตอนนั้นลู่ฟงจึงได้หัวเราะออกมาอย่างคนที่เสียสติ หากแต่ในเสียงหัวเราะนั้นกลับซ่อนไว้ด้วยเสียงสะอื้นของคนที่พ่ายแพ้

๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑
ตะวันลับขอบฟ้าไปได้ไม่ถึงหนึ่งชั่วยาม รถม้าที่มีลี่หูเป็นคนบังคับก็เดินทางมาถึงหมู่บ้านอิงเฉิง หมู่บ้านเล็กๆที่อยู่ห่างจากเมืองหลวงออกไปเกือบร้อยลี้ ชายหนุ่มที่บาดเจ็บพยายามห้ามเลือดของตัวเองไว้ได้แล้ว แม้ร่างกายจะเหนื่อยล้าเพียงไรแต่เขายังอดทนไว้จนมาถึงหมู่บ้านแห่งนี้ และสิ่งแรกที่เขาจะต้องทำคือหาหมอมารักษาอี้เซียงที่หมดสติไปตั้งแต่เขาพานางมาจากลู่ฟง ลี่หูบังคับรถม้าไปตามทางเดินของหมู่บ้าน แต่ก็ยังมิอาจจะหาร้านหมอได้ จนเขาตัดสินใจลงจากรถม้าเพื่อไปเคาะประตูบ้านหลังหนึ่ง
“พ่อหนุ่มมาหาใคร” ลี่หูยืนรออยู่สักพัก ก็มีท่านน้าคนนึงเดินออกมาเปิดประตูเล็กน้อยเพื่อชะโงกหน้าออกมาถาม เพียงเห็นใบหน้าที่อิดโรยของชายหนุ่มและเห็นรอยเลือดที่ติดอยู่บนเสื้อผ้า ท่านน้าคนนั้นก็เตรียมจะปิดประตูไม่ต้อนรับด้วยความตกใจกลัว
“เดี๋ยวก่อนครับท่านน้า ได้โปรดช่วยข้าด้วย” ลี่หูใช้มือดึงบานประตูไว้
“เจ้าจะให้ข้าช่วยอะไร” ท่านน้าถามพร้อมทั้งจ้องหน้าลี่หูอีกครั้ง คราวนี้ท่านน้าคนนั้นกลับมีความรู้สึกสงสารและเห็นใจอย่างคนที่เคยรู้จักกันมาก่อน
“คือเมียของข้ากำลังไม่สบาย ข้าต้องการจะพานางไปหาหมอ ไม่ทราบว่าท่านน้าพอจะบอกทางให้กับข้าได้ไหมครับ”
“เมียเจ้าไม่สบาย แล้วเจ้าสบายดีอยู่รึไง” ท่านน้าถามแล้วชี้นิ้วไปที่บาดแผลข้างเอวของลี่หู “แล้วเนี่ยไปโดนอะไรมา บอกข้ามาตามตรง” ท่านน้าคนนั้นเปิดประตูออกมาหาลี่หู ความรู้สึกนึกกลัวเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นความคุ้นเคย รอยยิ้มและแววตาของท่านแสดงความเป็นมิตร จนทำให้ลี่หูไว้ใจแต่ก็ยังไม่ยอมบอกความจริง เขาถึงได้พูดโกหกไปว่าเขาถูกพวกโจรภูเขาดักปล้นระหว่างทาง แม้จะรอดตายมาได้แต่ตนเองก็ได้รับบาดเจ็บ ส่วนภรรยาที่กำลังตั้งครรภ์ก็ล้มป่วยเพราะเหน็ดเหนื่อยจากการหลบหนี พอท่านน้าได้ยินเช่นนั้นก็ตกใจยกมือทาบอก ถามหาภรรยาที่ล้มป่วยของลี่หู ทำให้ชายหนุ่มรีบชี้มือไปทางรถม้า ท่านน้าคนนั้นก็รีบวิ่งเข้าไปดูโดยมีลี่หูเดินตามมาด้วย
“เมียเจ้าท้องอยู่ ทำไมถึงไม่รีบบอกตั้งแต่แรก เฮ้อ..แย่จริงๆ ไม่รู้จะเป็นยังไงบ้าง” ท่านน้าคนนั้นขึ้นไปบนรถม้าจับหน้าจับแขนอี้เซียง ซึ่งลี่หูได้แต่ยืนมอง ทำอะไรไม่ถูก ไม่คิดว่าท่านน้าคนนี้จะแสดงความห่วงใยเหมือนเป็นญาติสนิทของเขาคนหนึ่ง
“เอ้า..ยืนมองอะไรอยู่ล่ะ พาเมียเจ้าเข้าไปข้างในสิ เดี๋ยวข้าจะไปตามหมอมาให้ ขืนหอบกันไปแบบนี้เดี๋ยวจะยิ่งกระทบกระเทือน ถึงเจ้าไม่ห่วงเมียก็น่าจะห่วงลูกที่ยังอยู่ในท้องบ้าง พวกผู้ชายนี่ไม่ได้เรื่องกันเลยจริงๆ นี่ท้องแรกใช่ไหม ถึงได้ดูแลเมียไม่เป็น...” ท่านน้าคนนั้นต่อว่าลี่หูเหมือนเขาเป็นลูกเป็นหลานจนทำให้ชายหนุ่มที่ยืนงงอยู่สักพักต้องรีบเข้าไปอุ้มอี้เซียงลงมาจากรถม้าตามคำสั่ง แม้ลี่หูจะรู้สึกเจ็บแผลจนแสดงออกมาทางสีหน้าแต่เขาก็กัดฟันอดทนไว้จนสามารถอุ้มอี้เซียงเข้าไปในบ้านได้โดยที่มีท่านน้าคนนั้นใช้แขนทั้งสองข้างคอยประคองหลังของอี้เซียงไว้อยู่ เมื่อวางอี้เซียงลงบนเตียงนอนเรียบร้อยแล้ว ท่านน้าก็ให้ลี่หูนั่งเฝ้าอี้เซียงไว้เพื่อที่ท่านจะรีบไปตามหมอประจำหมู่บ้านที่อยู่ห่างออกไปจากบ้านของท่านน้าไม่ไกลนัก เมื่อท่านหมอมาถึงก็รีบตรวจอาการของอี้เซียง โชคดีที่นางเป็นไข้เพราะเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทาง แต่ทว่าร่างกายของอี้เซียงอ่อนแอนัก จำเป็นต้องพักผ่อนและบำรุงร่างกาย ท่านน้าคนนั้นก็รีบบอกว่านางจะทำของบำรุงให้อี้เซียงและถามต่ออีกว่าเด็กในครรภ์ปลอดภัยหรือไม่ ท่านหมอก็บอกว่าเด็กยังอยู่และจึงหันไปต่อว่าลี่หูในฐานะของสามีที่ไม่รู้จักดูแลภรรยา

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
 
The Swordsman of Devil
อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน 
หน้า 6 จาก 11ไปที่หน้า : Previous  1, 2, 3 ... 5, 6, 7 ... 9, 10, 11  Next

Permissions in this forum:คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
Welcome To Charlianz world :: Fiction & Recreation :: Fiction & Recreation-
ไปที่: