Welcome to Charlian Thai fans
 
บ้านสมัครสมาชิก(Register)เข้าสู่ระบบ(Log in)

Share | 
 

 The Swordsman of Devil

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down 
ไปที่หน้า : 1, 2, 3 ... 9, 10, 11  Next
ผู้ตั้งข้อความ
ทะเล
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 3 กระบี่ไร้เงา
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 3 กระบี่ไร้เงา
avatar

จำนวนข้อความ : 1285
: 33
Registration date : 13/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sat Jun 06, 2009 6:55 pm


ผู้กำกับทับทิม พิมพ์ว่า:



Happy Birthday ค่ะ นางฟ้าน้อย (อี้เซียง)

ทะเลมากับพี่ลี่หูค่ะ พี่ลี่หูจะขอร้องเพลงให้ คุณหนูอี้เซียง ฟังนะค่ะ ถือว่าเป็นของขวัญชิ้นใหญ่ที่มาจากหัวใจของพี่ลี่หู





ปล. Surprised ขออภัยที่ภาพพี่ลี่หูไม่ชัด เดี๋ยวรอภาพจากผู้กำกับทับทิม นะค่ะ คุณหนูอี้เซียง
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sat Jun 13, 2009 10:33 pm

ตอนที่ 26

ทันทีที่อำมาตย์ไป๋ได้ยินว่าจางจื่อหลงทรยศขายชาติ ร่างกายของท่านก็รู้สึกเย็นวาบขึ้นมา เมื่อท่านเพิ่งจะฉุกใจคิดขึ้นมาได้ว่าจื่อหลงเข้ามาอยู่ในบ้านของท่านได้ก็เพราะขุนพลเจิ้นเป็นคนแนะนำ แต่ทำไมตลอดเวลาที่ผ่านมาท่านถึงไม่เคยนึกระแวงจอมยุทธ์หนุ่มผู้นี้แม้แต่น้อย นั่นเป็นเพราะเขาทำให้ท่านไป๋เชื่อใจและไว้ใจใช่หรือไม่ หรือเป็นเพราะจื่อหลงไม่เคยแสดงให้เห็นเลยว่าเขาจะคิดร้ายต่อครอบครัวของท่าน อำมาตย์ไป๋พอรับฟังเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับจื่อหลงจากปากของเจ้ากรมกลาโหม ท่านจึงต้องใช้สติและเหตุผลเพื่อไตร่ตรองให้ดีเสียก่อน ไม่อยากจะไปปรักปรำจื่อหลงเพราะเหตุผลที่เขาคือคนของขุนพลเจิ้น ท่านไป๋ขอเวลาไปเปลี่ยนเครื่องแต่งตัวและจึงตามเจ้ากรมกลาโหมไปเข้าเฝ้า โดยที่ยังไม่บอกให้อี้หลานรู้เรื่องที่จื่อหลงทรยศขายชาติ

เมื่อท่านไปถึงวังหลวง ขุนพลเจิ้นก็มารออยู่ก่อนแล้ว ฝ่าบาทได้ทรงตรัสถามถึงเรื่องที่เกิดขึ้นอย่างละเอียดจากขุนพลเจิ้นต่อหน้าอำมาตย์ไป๋และเจ้ากรมกลาโหมว่าเรื่องราวทุกอย่างเป็นมาอย่างไร ขุนพลเจิ้นจึงได้กราบทูลพระองค์ไปว่าระหว่างที่จื่อหลงนำทัพออกไปนั้น ระหว่างที่ตั้งค่ายพักแรมอยู่รองแม่ทัพหานได้พบพิรุธของจื่อหลงบางอย่าง เขาถึงได้คอยสืบจนได้พบหลักฐานเป็นจดหมายที่จื่อหลงแอบติดต่อกับทางแคว้นเหลียว พอขุนพลเจิ้นกราบทูลถึงตรงนี้ก็นำจดหมายที่ได้มามอบให้มู่กงกงเพื่อให้ฝ่าบาททอดพระเนตร ซึ่งเนื้อความในจดหมายได้ระบุถึงแผนการทั้งหมดที่จื่อหลงได้วางไว้กับทางแค้วนเหลียว ตั้งแต่เขามอบยุทธวิธีทำศึกและแผนที่ทางการทหารให้ทางเหลียวจนไปถึงเรื่องที่เขาจะต้องทำทีเป็นถอยทัพกลับมาเพื่อให้ทางเหลียวยึดครองเมืองหน้าด่านสำเร็จ หลังจากฝ่าบาททรงทอดพระเนตรข้อความในจดหมายก็ทรงกริ้วอย่างมาก
“บังอาจ ช่างสมควรตายหนัก” ฮ่องเต้ฟาดพระหัตถ์ลงบนโต๊ะเสียงดังลั่น
“พระอาญามิพ้นเกล้า เป็นเพราะหม่อมฉันไม่ดีเองที่เลือกคนไม่ดูให้ดีเสียก่อน ขอฝ่าบาททรงลงพระอาญาด้วย” เจ้ากรมกลาโหมรีบคุกเข่าลงกับพื้นเพื่อรับโทษ อำมาตย์ไป๋รีบกราบทูลว่าเรื่องที่จื่อหลงทรยศไม่เกี่ยวกับเจ้ากรมกลาโหม เขาเพียงทำตามหน้าที่ไม่มีส่วนรู้เห็นกับการกระทำของจื่อหลงซึ่งฝ่าบาทก็ทรงเข้าพระทัยเรื่องนี้จึงรับสั่งให้เจ้ากรมกลาโหมลุกขึ้นมาได้
“เรื่องที่เกิดขึ้นข้ารู้ว่าท่านไม่มีส่วนรู้เห็น แต่มันก็น่าเจ็บใจนักที่แม่ทัพที่ข้าหลงไว้ใจกลับคิดทรยศ” ฮ่องเต้ทรงกริ้ว พระหัตถ์ข้างขวายังคงกำไว้แน่น พระพักตร์เคร่งเครียด
“ทูลฝ่าบาท เรื่องนี้อาจมีเบื้องหน้าเบื้องหลังก็ได้ ทางที่ดีหม่อมฉันเห็นว่าควรสืบเรื่องนี้ให้กระจ่างเสียก่อนพะยะค่ะ จะได้ไม่ให้ร้ายคนผิด” อำมาตย์ไป๋กราบทูลเช่นนี้เพื่อให้พระองค์มีพระทัยเย็นลงก่อน
“ต้องสืบอะไรอีกท่านไป๋ ในเมื่อหลักฐานก็มัดแน่นหนาขนาดนี้แล้ว” ขุนพลเจิ้นหันไปทางอำมาตย์ไป๋ พูดแทรกขึ้นมาในทันที “ทูลฝ่าบาท นอกจากจดหมายลับฉบับนี้แล้ว หม่อมฉันยังมีหลักฐานเป็นตำรายุทธวิธีการทำศึกของต้าซ้อง ที่ทางแม่ทัพจางได้คัดลอกไว้เพื่อเตรียมจะส่งมอบให้กับทางแคว้นเหลียวด้วยพะยะค่ะ ส่วนแผนที่ทางการทหารที่ในจดหมายระบุไว้ คาดว่าทางแม่ทัพจางอาจจะแอบส่งมอบไปให้ก่อนหน้านี้แล้ว ถ้ารองแม่ทัพหานไม่จับพิรุทนี้ได้เสียก่อน ก็ยังไม่อาจทราบผลร้ายที่ตามมาได้อีกเลยพะยะค่ะ ขอได้โปรดทรงพิจารณาด้วยพะยะค่ะ” ขุนพลเจิ้นกราบทูลพร้อมทั้งนำตำราที่กล่าวถึงมอบให้มู่กงกงเพื่อมอบให้กับฮ่องเต้ พระองค์ทรงเปิดออกดูอย่างผ่านๆแล้วส่งทั้งจดหมายและตำราเล่มนั้นให้มู่กงกงเพื่อคืนให้ขุนพลเจิ้น
“ช่างบังอาจนัก สั่งการลงไปให้ตามจับตัวจางจื่อหลงมาลงโทษให้จงได้” ฮ่องเต้มีรับสั่งกับขุนพลเจิ้นในฐานะผู้บังคับบัญชาโดยตรง “ท่านไป๋ ข้าได้ยินมาว่าจางจื่อหลงเคยเป็นองครักษ์อยู่ในบ้านของท่าน ข้าก็หวังว่าเรื่องที่เขาทำผิด ท่านจะไม่มีส่วนรู้เห็นหรอกนะ” ฮ่องเต้ตรัสถามกับอำมาตย์ไป๋ด้วยพระพักตร์ที่เป็นปกติ มิได้มีความสงสัยในตัวอำมาตย์คู่พระทัยแม้แต่น้อย แต่ที่พระองค์ต้องตรัสถามก็เพื่อให้อำมาตย์ไป๋แสดงความบริสุทธิ์ใจออกมาเท่านั้น
“ถึงแม้จางจื่อหลงจะเคยอาศัยอยู่ที่บ้านของหม่อมฉัน แต่เขาก็เป็นคนที่ขุนพลเจิ้นส่งมา หากฝ่าบาททรงตรัสถามว่าหม่อมฉันจะมีส่วนรู้เห็นด้วยหรือไม่นั้น หม่อมฉันก็ขอพระราชทานอนุญาตถามท่านขุนพลเจิ้นก่อนว่าท่านเจิ้นจะมีส่วนรู้เห็นในความผิดนี้ของจางจื่อหลงหรือไม่” ท่านไป๋หันไปถามบุคคลที่ยืนอยู่ด้านข้าง ฝ่าบาททรงอนุญาตให้ถามได้ตามนั้น ทำให้ขุนพลเจิ้นหันมามองหน้าอำมาตย์ไป๋ด้วยใจขุ่นมัว หากแต่ซ่อนสีหน้าที่ไม่พอใจนั้นไว้ได้
“ว่ายังไงท่านขุนพล ท่านมีส่วนรู้เห็นเรื่องนี้หรือไม่” ฮ่องเต้ทรงตรัสถาม ขุนพลเจิ้นจึงได้ละสายตาจากอำมาตย์ไป๋เพื่อกราบทูลกับฝ่าบาท
“จางจื่อหลงเป็นคนที่บุตรชายของหม่อมฉันแนะนำมาเท่านั้นพะยะค่ะ ส่วนเบื้องหลังเขาเป็นใครมาจากไหนและมีจุดประสงค์อันใดแอบแฝงอยู่หรือไม่นั้น หม่อมฉันจึงมิอาจทราบได้ ดังนั้นเรื่องที่เขาคิดคดทรยศต่อบ้านเมือง หม่อมฉันจึงไม่มีส่วนรู้เห็นใดๆทั้งสิ้นพะยะค่ะ”
“ท่านพูดแบบนี้นั่นก็แสดงว่าท่านไม่รู้ไม่เห็นในการกระทำของจางจื่อหลงสินะ แล้วถ้าข้าอยากรู้เรื่องของจางจื่อหลงให้มากกว่านี้ ข้าก็ต้องไปถามกับองครักษ์เจิ้นลูกชายของท่านใช่ไหม” ฮ่องเต้โน้มพระวรกายมาเบื้องหน้าเล็กน้อยเพื่อสบพระเนตรกับขุนพลเจิ้นแล้วจึงหันไปทางมู่กงกง “เบิกตัวองครักษ์เจิ้นให้มาพบข้าหน่อยสิ” มู่กงกงได้ฟังรับสั่งก็ชำเลืองสายตาไปทางขุนพลเจิ้นและหันกลับมาเพื่อกราบทูล

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sat Jun 13, 2009 10:35 pm

“กราบทูลฝ่าบาท องครักษ์เจิ้นลาป่วยไม่มาทำงานหลายวันแล้วพะยะค่ะ ถ้าจะให้เบิกตัวเขามาเข้าเฝ้าก็เกรงว่าจะไม่สามารถมาได้พะยะค่ะ”
“อะไรนะ นี่องครักษ์คู่กายของข้าป่วยอย่างงั้นรึ ทำไมไม่เห็นมีใครบอกข้าเลย ขนาดเมื่อวันก่อนข้าถามหากับขุนพลเจิ้นแท้ๆแต่ท่านขุนพลก็ไม่เห็นบอกข้าเรื่องนี้” ฮ่องเต้รู้สึกแปลกพระทัยอยู่แล้วที่ไม่เห็นลี่หูมาหลายวัน พอทรงทราบว่าที่เขาไม่มาทำงานก็เพราะล้มป่วยก็รู้สึกไม่พอพระทัยที่ทุกคนล้วนปิดบังพระองค์ แม้แต่ขุนพลเจิ้นผู้ซึ่งเป็นบิดาของลี่หูแท้ๆก็ยังไม่ยอมบอกเรื่องนี้ให้พระองค์ทรงทราบ ขุนพลเจิ้นเห็นพระพักตร์ของฝ่าบาทแล้วก็รีบตีสีหน้าแสดงความเป็นห่วงลูกชายขึ้นมาในทันที ทั้งที่เมื่อกี้โยนเรื่องทั้งหมดให้ลูกชายรับผิดชอบไปแล้ว
“พระอาญามิพ้นเกล้า เรื่องที่ลี่หูป่วยและหม่อมฉันมิได้กราบทูลให้ฝ่าบาททรงทราบนั้นเป็นเพราะว่าเขาไม่ได้เป็นอะไรมาก พักผ่อนไม่กี่วันก็หาย ถ้าฝ่าบาทมีพระประสงค์จะให้ลี่หูมาเข้าเฝ้าเพื่อสอบถามเรื่องของจางจื่อหลง หม่อมฉันจะให้คนไปตามเขามาเดี๋ยวนี้พะยะค่ะ”
“ไม่ต้องๆในเมื่อองครักษ์เจิ้นไม่สบายอยู่จะให้ลำบากมาที่นี่ทำไม เอาไว้ให้เขาหายดีกลับมาทำงานได้เหมือนเดิม ข้าค่อยถามเรื่องนี้กับเขาอีกครั้งก็ได้” ฮ่องเต้โบกพระหัตถ์ห้ามขุนพลเจิ้นไม่ให้ไปตามลี่หูมาเข้าเฝ้า และยังทรงมีพระเมตตารับสั่งให้มู่กงกงไปตามหมอหลวงให้ไปรักษาลี่หูถึงที่บ้าน ซึ่งถ้าเป็นเมื่อก่อนขุนพลเจิ้นคงรู้สึกพอใจมากที่ลูกชายเป็นที่ไว้วางพระทัยของฝ่าบาทจนพระองค์มีพระเมตตาห่วงใยลี่หูในยามที่เขาเจ็บป่วย จนทำให้ขุนพลเจิ้นรู้สึกว่าการที่จะควบคุมฮ่องเต้ไว้ได้นั้น เป็นเรื่องที่ง่ายยิ่งกว่าพลิกฝ่ามือด้วยซ้ำ แต่เมื่อในเวลานี้ลี่หูไม่ได้เชื่อฟังขุนพลเจิ้นเหมือนก่อน ทำให้ขุนพลเจิ้นกลับรู้สึกระแวงลูกชายขึ้นมาในทันที กลัวว่าลี่หูจะใช้ความไว้วางพระทัยที่ฮ่องเต้มอบให้นั้นย้อนกลับมาให้ทำร้ายตนเอง ในตอนนี้ขุนพลเจิ้นจึงไม่ต้องการให้ลี่หูได้กลับเข้ามาในวังหลวงเป็นอันขาด
“ขุนพลเจิ้น..เรื่องของจางจื่อหลงข้าให้ท่านเป็นคนรับผิดชอบ ต่อให้ต้องพลิกแผ่นดินก็ต้องนำคนผู้นี้มาสอบสวนเพื่อลงโทษให้ได้ ส่วนอำมาตย์ไป๋กับท่านเจ้ากรม พวกท่านเป็นคนคัดเลือกจางจื่อหลงเข้ามาและยังมีความสนิทสนมเป็นการส่วนตัว ถึงแม้พวกท่านจะไม่มีส่วนรู้เห็นในเรื่องนี้ แต่ก็ย่อมถูกคนอื่นกล่าวพาดพิงถึง ถ้ายังไงพวกท่านสองคนก็เตรียมตัวเตรียมใจที่อาจจะถูกสอบสวนไว้บ้างนะ” ฮ่องเต้รับสั่งกับขุนนางทั้งสาม ซึ่งทั้งหมดก็น้อมรับพระบัญชา หลังจากเข้าเฝ้าเรียบร้อยแล้วขุนนางทั้งสามก็แยกย้ายกันกลับ อำมาตย์ไป๋กับขุนพลเจิ้นไม่ได้พูดคุยกันอีกเลยระหว่างที่เดินทางออกจากวังหลวง คนนึงมีความรู้สึกเคืองโกรธ ในขณะที่อีกคนมีความสงสัยเคลือบแคลง

เวลาบ่ายภายในห้องนอนของไป๋อี้เซียง หญิงสาวยังนอนหลับตานิ่งอยู่บนเตียงด้วยใบหน้าที่ยังคงซีดเซียว อี้หลานให้เสี่ยวเจาคอยดูแลน้องสาวไว้ ส่วนตัวของนางนั้นออกไปเตรียมข้าวต้มให้อี้เซียงด้วยตัวเอง ตั้งแต่อี้เซียงมีอาการปวดท้องและตกเลือดเมื่อตอนเช้า อี้เซียงก็นอนหลับจนถึงป่านนี้เพราะฤทธิ์ยาทำให้อี้เซียงยังไม่ได้กินอะไรเลย อี้หลานเกรงว่าน้องสาวตื่นขึ้นมาจะรู้สึกหิวถึงได้เว้นว่างจากการดูแลน้องรักเพื่อไปเตรียมข้าวต้มอุ่นๆไว้รอและวางใจให้เสี่ยวเจาคอยดูแลอี้เซียง ในขณะที่เสี่ยวเจากำลังขยับผ้าห่มให้อี้เซียงอยู่นั้น เสียงเปิดประตูห้องของแขกที่มาเยือนก็ดังขึ้น ทำให้เสี่ยวเจารีบหันหน้าไปดู พอรู้ว่าผู้ที่มาเป็นใครเท่านั้น เสี่ยวเจาก็ยิ้มรับด้วยความซื่อและตรงเข้าไปช่วยหิ้วตะกร้าที่คนผู้นั้นถือมาไปวางไว้บนโต๊ะ
“อี้เซียงไม่สบายรึเปล่า ทำไมดูสีหน้าของนางไม่ค่อยดีเลย” คนถามทั้งนั่งลงไปที่เก้าอี้ที่วางอยู่ข้างเตียงนอนและใช้สายตามองอี้เซียงด้วยความเป็นห่วง เสี่ยวเจาได้ยินอีกฝ่ายถามแบบนี้ก็ชั่งอยู่ว่าจะบอกเขาดีไหม แต่พอรู้สึกว่าคนผู้นี้มีความจริงใจให้กับคุณหนูของนางมาโดยตลอด เสี่ยวเจาเลยไม่ได้ปิดบังบอกเขาไปทั้งหมดว่าอี้เซียงป่วยเป็นอะไร คนผู้นั้นพอรู้ว่าอี้เซียงตกเลือดและมีโอกาสที่จะแท้งลูก รอยยิ้มของเขาก็ปรากฏขึ้นที่มุมปากทันที โดยที่เสี่ยวเจาไม่ได้สังเกตเห็น
“นี่เสี่ยวเจา..เดี๋ยวถ้าอี้เซียงตื่นขึ้นมา เจ้าก็ช่วยเอาซุปไก่ของข้าให้นางกินด้วยนะ อย่าลืมซะล่ะ นางกับลูกจะได้แข็งแรง”
“เสี่ยวเจาไม่ลืมค่ะ คุณชายลู่ไม่ต้องเป็นห่วง” สาวใช้แสนซื่อย่อกายลงเพื่อรับคำสั่ง ทำให้ชายหนุ่มยิ้มอย่างพอใจและหันกลับไปมองอี้เซียงอีกครั้งที่ตอนนี้กำลังขยับเปลือกตา ชายหนุ่มเห็นเช่นนั้นก็รีบเรียกอี้เซียงเบาๆ
“พี่ลู่ฟงมาแล้วหรอ” อี้เซียงพอลืมตาขึ้นมาเห็นชายหนุ่มที่กำลังยิ้มให้ ก็ยิ้มทักทายตอบ เสี่ยวเจาเห็นคุณหนูตื่นแล้วก็รีบเข้าไปหา ในตอนนั้นลู่ฟงถึงได้พบว่าภายใต้ผ้าห่มที่คุมร่างของอี้เซียงไว้นั้น ข้อมือและข้อเท้าทั้งสองข้างของนางถูกเชือกมัดเอาไว้และตอนนี้เสี่ยวเจากำลังช่วยแก้เชือกออกให้
“ทำไมเจ้าต้องมัดอี้เซียงไว้ด้วย ใครใช้ให้ทำแบบนี้” ลู่ฟงพูดขึ้นเสียงดุจนเสี่ยวเจาสะดุ้งตกใจหน้าซีด อี้เซียงเห็นลู่ฟงแสดงสีหน้าไม่พอใจก็รีบยื่นมือไปกระตุกแขนเสื้อของเขาไว้ เพื่อดึงความสนใจของลู่ฟงให้กลับมาอยู่ที่นางให้ได้
“พี่ลู่ฟงอย่าไปดุเสี่ยวเจา ข้าเป็นคนบอกให้นางมัดข้าไว้แบบนี้เองค่ะ”
“ทำไมเจ้าถึงให้นางทำแบบนี้ เจ้ามีเหตุผลอะไรที่ต้องทรมานตัวเองถึงขนาดนี้ด้วย” ลู่ฟงไม่เข้าใจเหตุผลของอี้เซียงจึงถามด้วยความเป็นห่วงและต่อว่า

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sat Jun 13, 2009 10:36 pm

“เสี่ยวเจาคงบอกท่านแล้วใช่ไหมว่าข้า...” หญิงสาวที่ยังคงนอนอยู่หากแต่สายตามองลู่ฟงหยุดคำพูดไว้เท่านี้ ลู่ฟงที่รู้ดีว่าคำพูดต่อจากนั้นของอี้เซียงคืออะไรก็พยักหน้ารับ “ท่านหมอบอกให้ข้านอนอยู่นิ่งๆบนเตียง แต่ข้าก็กลัวว่าถ้าหากข้าหลับสนิทไปแล้วจะเผลอขยับตัว ข้าก็เลยให้เสี่ยวเจาช่วยเอาเชือกมามัดข้าไว้ พี่ลู่ฟง..ข้าลำบากแค่นี้ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ขอเพียงให้ลูกปลอดภัยก็พอแล้ว” ชายหนุ่มพอได้ฟังเหตุผลของอี้เซียงเท่านั้นก็ขบฟันแน่น ลู่ฟงกำลังโกรธที่อี้เซียงรักและห่วงใยสายเลือดของลี่หูถึงเพียงนี้ ซึ่งแม้แต่ชื่อของลี่หู ลู่ฟงก็ไม่อยากจะเอ่ยถึง ลี่หูแย่งทุกอย่างไปจากเขา เขาจะไม่มีวันอภัยให้เด็ดขาด โดยเฉพาะเด็กคนนี้ที่เป็นสายเลือดของลี่หู ลู่ฟงก็คิดที่จะกำจัดทิ้งไปให้พ้นทาง ชายหนุ่มลุกจากเก้าอี้ไปที่ตะกร้าที่วางอยู่บนโต๊ะเพื่อหยิบโถใส่ซุบไก่ออกมาแล้วจึงเดินกลับมาหาอี้เซียงที่ยังนอนอยู่ และจึงสั่งให้เสี่ยวเจาประคองอี้เซียงลุกขึ้นมานั่ง หลังจากนั้นเขาก็บอกให้เสี่ยวเจาออกไปข้างนอกโดยที่ลู่ฟงจะเป็นคนดูแลอี้เซียง ซึ่งสาวใช้แสนซื่อก็ไว้ใจให้เจ้านายอยู่กับลู่ฟงตามลำพังสองคนโดยที่ไม่ได้คิดระแวงแม้แต่น้อยว่าชายหนุ่มผู้นี้กำลังคิดร้ายต่อทารกที่ยังอยู่ในครรภ์ของนายสาว
“เจ้าตื่นมาก็ดีแล้ว ข้าซื้อซุปไก่มาฝาก กำลังอุ่นๆเจ้าดื่มตอนนี้เลยนะ” ลู่ฟงใช้ช้อนตักซุปไก่เตรียมจะป้อนให้อี้เซียงกินเข้าไปให้ได้ แต่นางส่ายหน้าปฏิเสธ
“พี่ลู่ฟง..ข้าไม่กินได้ไหมค่ะ คือข้าไม่ชอบกลิ่นของซุปไก่ มันเหม็น” อี้เซียงไม่ได้พูดปฏิเสธอย่างเดียว หากแต่ยกมือขึ้นมาบีบจมูกไว้ด้วย เพราะตั้งแต่ไหนแต่ไรมาแล้วที่นางไม่ชอบดื่มซุปไก่ ยิ่งตอนนี้นางกำลังตั้งครรภ์และมีอาการแพ้ท้อง พอได้กลิ่นก็ยิ่งรู้สึกไม่อยากดื่ม แต่ลู่ฟงก็ไม่ยอม เขายังบังคับที่จะให้นางดื่มเข้าไปให้ได้
“ถึงไม่ชอบก็ต้องกิน คิดเสียว่ากินเพื่อลูก เขาจะได้แข็งแรง” ลู่ฟงยกเรื่องลูกมาอ้างแบบนี้ ทำให้อี้เซียงต้องยอมกลั้นใจดื่มซุปไก่ที่นางไม่ชอบ หญิงสาวทำหน้าตาพะอืดพะอม มือยังบีบจมูกไว้ค่อยๆอ้าปากให้ลู่ฟงป้อนซุปไก่ให้นาง แต่ในขณะที่อี้เซียงกำลังจะได้กินซุปไก่ที่มีส่วนผสมของยาขับเลือดเข้าไปอยู่นั้น ลู่ฟงกลับนึกเปลี่ยนใจขึ้นมากะทันหัน “ถ้าเจ้าไม่ชอบก็อย่าฝืนใจดีกว่านะ” ชายหนุ่มวางช้อนไว้ในโถแล้วจ้องหน้าอี้เซียงเหมือนต้องการจะถามอะไรบางอย่างและต้องการคำตอบที่แน่ชัด
“เจ้ารักเด็กคนนี้เพราะว่าเขาเป็นลูกของคนๆนั้นใช่ไหม” คนๆนั้นที่ลู่ฟงพูดถึง อี้เซียงย่อมรู้ดีว่าหมายถึงลี่หู
“เด็กคนนี้เป็นลูกของข้าคนเดียว ข้ารักเขาก็เพราะว่าเขาเป็นลูกของข้า ไม่ใช่เพราะว่าเป็นลูกของคนๆนั้น พี่ลู่ฟงอย่าได้พูดถึง..พ่อของเด็กคนนี้อีกเลยนะค่ะ” อี้เซียงยิ้มโดยที่ขอบตาทั้งสองข้างเริ่มมีน้ำตาเอ่อล้น
“เจ้าพูดแบบนี้แสดงว่าเจ้าไม่ต้องการให้คนๆนั้นมาเป็นพ่อของลูกอีกแล้วใช่ไหม” ลู่ฟงวางโถซุปไก่ไว้บนเตียงนอน แล้วกุมมือของอี้เซียงไว้แน่น
“ไม่ค่ะ..ในเมื่อเขาไม่เคยคิดจะยอมรับอยู่แล้ว ข้าก็ไม่ต้องการให้เขามาเป็นพ่อของลูก ลูกของข้า ข้าเลี้ยงเองได้ค่ะ” ใครว่าลี่หูไม่คิดจะยอมรับ หากแต่เขาไม่เคยที่จะรับรู้เลยด้วยซ้ำว่าอี้เซียงกำลังตั้งครรภ์ ลู่ฟงรู้ดี ถ้าหากลี่หูรู้เรื่องลูก เขาจะต้องรีบกลับมาหาอี้เซียงตามที่ใจของเขาคอยเรียกร้องมาโดยตลอด ลู่ฟงถึงไม่ต้องการให้เด็กคนนี้มีชีวิตอยู่เพื่อรั้งใจของอี้เซียงไว้กับลี่หู และไม่ต้องการให้เด็กคนนี้ทำให้ลี่หูมาแย่งอี้เซียงไปได้อีกครั้ง แต่เมื่อลู่ฟงได้ยินอี้เซียงพูดเหมือนนางไม่ได้ต้องการลี่หูอีกแล้ว ใจของลู่ฟงที่กำลังถูกเพลิงแค้นแรงโกรธลุกไหม้อยู่ พลันดับมอดลงดั่งมีสายน้ำทิพย์มาปลอบประโลมจิตใจ
“ถ้าเจ้าไม่ต้องการเขาแล้ว ข้าก็อยากให้เจ้ายอมรับข้าได้ไหม” สายตาของลู่ฟงจ้องมองอี้เซียงด้วยความรู้สึกรักจากหัวใจอย่างแท้จริง สองมือที่อบอุ่นกุมมือของนางไว้ที่ระดับอก “อี้เซียง..ข้ารักเจ้า แต่งงานกับข้านะ” หญิงสาวที่ได้ยินคำบอกรักและขอแต่งงานจากชายหนุ่มก็นิ่งอึ้งไป นางไม่เคยคิดมาก่อนว่าลู่ฟงจะขอนางแต่งงานทั้งที่เขาก็รู้ว่านางเป็นของคนอื่นไปแล้ว และคงไม่มีค่าพอที่เขาจะมอบความรักให้ถึงขนาดนี้
“อี้เซียง..ข้ารู้ว่าเจ้ากำลังกังวลเรื่องอะไรอยู่ แต่ข้าไม่สนใจอะไรทั้งนั้น ข้าแค่อยากขอโอกาสกับเจ้า รับปากแต่งงานกับข้านะ” ลู่ฟงจับมือของอี้เซียงไว้แน่นขึ้นและแนบไว้ที่หัวใจ หญิงสาวน้ำตาไหลซาบซึ้งในความรักที่เขามีให้นางมาโดยตลอด แต่ว่า..นางก็มิอาจเห็นแก่ตัวยอมรับความจริงใจของลู่ฟงได้ ในเมื่อหัวใจของนางไม่มีที่ว่างให้ใครได้อีกแล้ว

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sat Jun 13, 2009 10:37 pm

“พี่ลู่ฟง..ข้าขอโทษ ข้าคงรับปากท่านไม่ได้ ข้าไม่คู่ควรกับท่านอีกแล้ว” ลู่ฟงพอได้ยินคำปฏิเสธของอี้เซียงก็เข้าใจในเหตุผลข้อหนึ่งที่ว่าอี้เซียงยังรักมั่นต่อลี่หู ทำให้เขาคลายมือที่จับมือของอี้เซียงไว้และถอนหายใจอย่างนึกปลงตกในความจริงที่ว่าเขาไม่มีทางไปแทนที่ของลี่หูในใจของอี้เซียงได้ แต่นั่นก็มิอาจทำให้เขาคิดยอมแพ้
“ไม่เป็นไร..อี้เซียง ถึงตอนนี้เจ้าจะปฏิเสธข้า แต่ข้าก็จะรอต่อไป รอจนกว่าเจ้าจะรักข้า มีความรักให้ข้ามากกว่าน้องสาวที่มีให้พี่ชาย” สายตาของลู่ฟงอ่อนโยนหากแต่ใจมิได้อ่อนโยนไปด้วย เขาเบือนหน้าไปทางโถซุปไก่และหยิบมันขึ้นมาอีกครั้ง “ฝืนใจดื่มซุปไก่หน่อยนะ ถ้าทิ้งไว้จนเย็นจะไม่อร่อย” ลู่ฟงยิ้มและจึงใช้ช้อนตักซุปไก่เพื่อจะป้อนให้อี้เซียง หญิงสาวไม่อยากปฏิเสธน้ำใจของชายหนุ่มด้วยเรื่องเล็กน้อย ไม่อยากทำให้เขาต้องเสียน้ำใจ แม้ว่าจะต้องฝืนใจกินในสิ่งที่ไม่ชอบ นางก็ไม่มีทีท่าที่จะขัดขืน ลู่ฟงพอใจอย่างมากที่เห็นอี้เซียงเชื่อฟังเขาอย่างว่าง่ายเมื่อเขาค่อยๆป้อนซุปไก่เข้าปากของนางไปคำแรก แต่แค่คำแรกเท่านั้นอี้เซียงก็มีสีหน้าแสดงถึงความเจ็บปวด มือกุมท้องไว้แน่นพร้อมทั้งครางออกมาเบาๆ ลู่ฟงรู้ว่ามันเป็นผลของยาที่เขาแอบใส่ลงไปในซุปไก่ แต่ด้วยความรักที่มีอยู่ในหัวใจทำให้เขาไม่ได้สนใจคิดถึงเรื่องอื่น ความคิดชั่ววูบที่เขาคิดทำร้ายเด็กทารกที่ยังอยู่ในครรภ์ของอี้เซียงพลันมลายหายไปจนสิ้น เมื่อเห็นคนที่รักกำลังเจ็บปวดจนทำให้ลู่ฟงโยนโถซุปไก่ลงกับพื้นจนแตกละเอียดด้วยสีหน้าที่นึกโกรธเกลียดตัวเองขึ้นมา
“อี้เซียงไม่ต้องกลัว ข้าอยู่นี่แล้ว เจ้ากับลูกจะต้องไม่เป็นอะไร” ชายหนุ่มตรงเข้าไปกอดปลอบโยนอี้เซียงที่มือยังคงกุมท้องไว้ด้วยความเจ็บปวด ความเจ็บปวดนั้นทำให้นางกลัวและร้องไห้ออกมา ลู่ฟงเห็นอี้เซียงเป็นแบบนี้ยิ่งตกใจ เขารีบร้องตะโกนให้คนช่วย อี้หลานและสาวใช้สองคนเข้าก็มาถึงพอดี เสี่ยวจูรีบวิ่งออกไปตามหมอ ส่วนอี้หลานกับเสี่ยวเจาก็รีบเข้ามาดูอี้เซียง ลู่ฟงเฝ้ามองดูอยู่ได้ไม่นานนักเขาก็ค่อยๆเดินถอยหลังออกมาช้าๆพร้อมทั้งก้มลงมองสองมือของตัวเองอย่างสำนึกผิด ความตั้งใจที่ตอนนี้ได้เปลี่ยนเป็นความไม่ตั้งใจไปแล้ว เมื่อลู่ฟงเดินออกมาจนพ้นห้องและพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาอย่างนึกเสียใจ “อี้เซียง..ข้าขอโทษ”

๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑

สองวันต่อมา เวลาสองวันที่หน้าประตูห้องนอนของคุณชายเจิ้นลี่หูถูกใส่กุญแจไว้อย่างแน่นหนา แม้แต่หน้าต่างทุกบานก็ยังถูกปิดตาย ป้องกันมิให้คนที่ถูกขังอยู่ภายในห้องนั้นออกมาได้ พ่อบ้านเจิ้นที่ได้รับคำสั่งให้คอยนำอาหารและน้ำมาให้ลี่หูเดินถือถาดอาหารมายืนหยุดอยู่หน้าประตูห้อง ทหารสองคนที่ยืนเฝ้าอยู่เห็นพ่อบ้านเจิ้นเอาอาหารมาให้คุณชายจึงได้ไขกุญแจออกให้เขาเข้าไปในห้องได้ และเมื่อพ่อบ้านเจิ้นเข้ามาก็พบว่าอาหารที่เอามาให้ก่อนหน้านี้ยังเหลืออยู่เต็มถาดบ่งบอกได้ว่าคนที่ถูกขังอยู่ภายในห้องไม่ได้แตะอาหารแม้แต่เพียงเล็กน้อย พ่อบ้านเจิ้นวางถาดอาหารถาดใหม่วางไว้บนโต๊ะแล้วจึงเดินไปที่เตียงนอน ซึ่งบัดนี้มีร่างของลี่หูที่นอนเหยียดยาวอยู่บนเตียง เขานอนอยู่แบบนี้มาสองวันแล้ว โดยที่ไม่ยอมกินข้าวหรือแม้แต่น้ำสักหยดก็ไม่ยอมดื่ม
“คุณชายลุกขึ้นมากินข้าวเถอะ ถ้าคุณชายไม่ยอมกินอะไรแบบนี้จะล้มเจ็บได้นะขอรับ” พ่อบ้านเจิ้นพูดกล่อมลี่หูที่ยังนอนหลับตานิ่ง ใบหน้าของเขาตอนนี้ก็ดูอิดโรยลงไปมาก พ่อบ้านเจิ้นคนนี้เป็นคนที่ดูแลลี่หูมาตั้งแต่เขายังเป็นเด็กทารก ทำให้เขาได้เห็นความใจร้ายของขุนพลเจิ้นที่มีต่อลูกชายมาตั้งแต่ลี่หูยังเป็นเด็กอายุไม่กี่ขวบ แม้ใจจะคิดสงสารแต่พ่อบ้านเจิ้นก็มิอาจทำสิ่งใดได้นอกเสียจากคอยใส่ยาให้ลี่หูยามที่ถูกบิดาระบายความโกรธด้วยการทุบตีจนเนื้อตัวมีแต่รอยเขียวช้ำ จนกระทั่งเมื่อลี่หูเติบโตเป็นหนุ่ม พ่อบ้านเจิ้นจึงไม่ได้เห็นขุนพลเจิ้นทำร้ายลูกชายด้วยการทุบตีอีก แต่แล้วเมื่อสองวันก่อนในขณะที่พ่อบ้านเจิ้นกำลังจะมาเรียนขุนพลเจิ้นให้ทราบว่าฮ่องเต้มีพระบัญชาให้รีบไปเข้าเฝ้า ในวันนั้นพ่อบ้านเจิ้นถึงกลับตกใจที่เห็นขุนพลเจิ้นกำลังบีบคอลูกชายที่จวนเจียนจะขาดใจตายอยู่แล้วทำให้พ่อบ้านเจิ้นต้องรีบเข้าไปห้าม แม้จะช่วยลี่หูไว้ได้แต่ขุนพลเจิ้นก็กักขังลูกชายไม่ต่างจากนักโทษ พ่อบ้านเจิ้นมองคุณชายของตนที่ยังนอนเหมือนไม่ยอมรับรู้อะไรทั้งนั้นก็ยิ่งนึกสงสาร
“คุณชายกินข้าวหน่อยนะขอรับ เดี๋ยวข้าจะป้อน” พ่อบ้านเจิ้นไม่ยอมแพ้พยายามประคองลี่หูให้ลุกขึ้นมานั่งให้ได้ หากแต่ชายหนุ่มปัดมือของเขาออก และนอนตะแคงหันหลังให้อย่างไม่ยอมรับความหวังดีของพ่อบ้านเจิ้น
“ถ้าคุณชายไม่ยอมกินอะไรแบบนี้ ร่างกายของคุณชายจะทนไม่ไหวนะขอรับ ถ้ายังไงลุกขึ้นมาดื่มน้ำแกงสักหน่อยก็ยังดีนะขอรับ”
“ไม่..ข้าไม่กิน” ลี่หูหันหลังตอบ น้ำเสียงของเขาดูอ่อนล้า ใจของเขาก็กำลังอ่อนแอจนไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อไปอีกแล้ว ความรักที่ผิดหวังไม่ได้ทำให้เขาท้อแท้จนต้องทรมานตัวเองขนาดนี้ แต่เป็นเพราะขุนพลเจิ้น บิดาที่เขาเคารพเทิดทูนที่เป็นคนทำร้ายจิตใจของเขาอย่างแสนสาหัส มันเจ็บเสียจนเขาไม่มีเรี่ยวแรงที่จะลุกขึ้นยืนได้อีกต่อไปแล้ว
“คุณชายอย่าดื้ออีกเลย คุณชายทำแบบนี้แล้วถ้าเกิดเป็นไรไปนายท่านคงจะเสียใจมากนะขอรับ”
“เสียใจอย่างงั้นหรือ ไม่หรอก..ท่านพ่อคงจะดีใจมากกว่าที่เห็นข้าตายไปจริงๆ” ลี่หูยิ้มอย่างนึกสมเพชตัวเอง ในเมื่อบิดาเกลียดเขาถึงเพียงดีแล้วท่านจะเสียใจไปทำไม

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sat Jun 13, 2009 10:37 pm

“คุณชายอย่าพูดแบบนี้สิขอรับ ชีวิตของคุณชายยังมีค่า ทำไมถึงได้คิดสั้นแบบนี้ล่ะขอรับ” พ่อบ้านเจิ้นยื่นมือไปแตะไหล่ลี่หูอย่างให้กำลังใจ คุณชายของเขาเคยเป็นคนเก่ง เข้มแข็งและสง่างาม แต่มาวันนี้กลับอ่อนแอและดูท้อแท้สิ้นหวัง
“มีชีวิตอยู่ต่อไปแล้วได้อะไร ให้ข้าตายไปล่ะดีแล้ว จะได้ไม่ต้องไปทำร้ายใครอีก” ลี่หูพูดจบก็หลับตาลง เขาไม่อยากรับรู้อะไรทั้งนั้น
“โธ่ คุณชาย...ข้ารู้ว่าที่คุณชายพูดแบบนี้เพราะกำลังเสียใจที่นายท่านขังคุณชายไว้ในห้องแล้วยังไม่ยอมมาดูมาแล เหมือนท่านใจดำกับคุณชาย แต่จริงๆไม่ใช่นะขอรับ ถึงตอนแรกนายท่านจะโกรธคุณชายถึงได้ทำเช่นนี้ แต่นายท่านก็เป็นห่วงคุณชายมากนะครับ มิเช่นนั้นคงไม่คอยถามข้าอยู่ทุกวันว่าคุณชายเป็นอย่างไรบ้าง”
“คอยถามว่าข้าตายแล้วรึยังใช่ไหม” ลี่หูลืมตาขึ้นมาพูดประชดแต่ยังไม่ยอมหันหน้ามาคุยกับพ่อบ้านเจิ้น
“ไม่ใช่นะครับ นายท่านเป็นห่วงคุณชายจริงๆ เพียงแต่ตอนนี้ท่านยุ่งมากเลยไม่มีเวลามาพูดคุยปรับความเข้าใจกับคุณชายนะครับ” พ่อบ้านเจิ้นรู้ดีว่าการพูดโกหกเป็นสิ่งไม่ดี ในเมื่อขุนพลเจิ้นไม่เคยถามหาลูกชายด้วยความเป็นห่วงสักครั้ง แต่จะให้เขาทำอย่างไรได้เมื่อการพูดโกหกอาจจะทำให้สภาพจิตใจของลี่หูดีขึ้น “ข้าได้ยินมาว่าตอนนี้นายท่านกำลังตามจับตัวจางจื่อหลงอยู่ เห็นว่าเขาทรยศขายชาติ เป็นไส้ศึกให้กับทางแคว้นเหลียว และฝ่าบาทก็ทรงเร่งรัดนายท่านให้จับตัวคนทรยศผู้นี้ให้ได้ ข้าจึงอยากให้คุณชายกลับมาแข็งแรงดังเดิมจะได้ช่วยนายท่าน ถึงตอนนั้นต่อให้นายท่านเคยโกรธคุณชายแค่ไหน ก็ต้องให้อภัยคุณชายแน่ๆ” ลี่หูพอรู้เรื่องของจื่อหลงก็ลืมตาขึ้นมา คิ้วขมวดแน่น
“พ่อบ้านเจิ้นพูดว่าอะไรนะ แม่ทัพคนใหม่เป็นไส้ศึกให้กับทางแคว้นเหลียวอย่างงั้นรึ” ชายหนุ่มยอมหันหน้ากลับมาคุยกับพ่อบ้านเจิ้น อีกฝ่ายก็พยักหน้าแทนคำตอบ “แล้วท่านพ่อทำอย่างไรบ้าง” ลี่หูถามต่ออย่างต้องการคำตอบที่แน่ชัด
“นายท่านกำลังตามล่าตัวจางจื่อหลงอยู่ครับ เห็นว่าต้องจับตัวมาลงโทษให้ได้” ลี่หูพอรู้แบบนี้ก็ยิ่งขมวดคิ้วแน่น ในเมื่อแผนการของพ่อคือให้จื่อหลงเป็นไส้ศึกเพื่องานใหญ่อยู่แล้วท่านย่อมช่วยปิดบังและหาทางช่วยเหลือ แต่เหตุใดความลับนี้ถึงได้ถูกเปิดเผยขึ้นมาและยังถูกขุนพลเจิ้นตามล่าขนาดนี้ หรือเป็นเพราะว่าจื่อหลงคิดทรยศ จึงโดนพ่อของเขาใส่ความให้ร้ายเพื่อใช้ความผิดนี้กำจัดจื่อหลงทางอ้อม ชายหนุ่มเมื่อคิดเช่นนั้นก็พยุงกายลุกขึ้นมานั่งโดยมีพ่อบ้านเจิ้นช่วยประคองไว้
“ข้าหิวข้าวแล้ว ข้าจะลุกไปกินข้าว” พ่อบ้านเจิ้นได้ยินว่าคุณชายหิวข้าวก็ดีใจรีบช่วยประคองลี่หูไปที่โต๊ะอาหาร ชายหนุ่มพอเดินมาถึงโต๊ะได้มือก็คว้าตะเกียบรีบกินข้าวที่มีอยู่เต็มถ้วยอย่างเร่งรีบ จนพ่อบ้านเจิ้นต้องบอกให้เขากินช้าๆ เกรงว่าจะติดคอ แต่ลี่หูกลับไม่สนใจ ในเวลานี้เขารู้แต่เพียงว่าเขาต้องรีบกลับมาแข็งแรงโดยเร็ว

ป่าไผ่สีเขียวสดอันเป็นที่นัดหมายของปีศาจเงินทั้งห้าที่รู้เฉพาะแต่พวกเขาเท่านั้น หยูเยี่ยนมายืนรอจื่อหลงอยู่ที่นี่ด้วยที่นางเชื่อหม่าถงที่บอกกับนางว่าจื่อหลงที่กำลังหลบหนีจากการไล่ล่าจะต้องมาหานางที่นี่ แต่รอมาสองวันแล้วหลังจากที่นางทราบข่าวร้ายของจื่อหลง เขาก็ยังไม่มาทำให้นางตัดสินใจที่จะไม่รอต่อไปแต่จะออกไปตามหาจื่อหลง เพื่อที่จะช่วยชายหนุ่ม ไม่ว่าเขาจะถูกหรือผิด นางก็จะต้องช่วยเขาให้รอดพ้นจากความตายให้ได้ หยูเยี่ยนเมื่อตัดสินใจดีแล้วจึงได้มุ่งหน้าไปสืบข่าวของจื่อหลงด้วยตัวของนางเอง หม่าถงที่พอจะเดาในการตัดสินใจของหยูเยี่ยนได้ดีอยู่แล้วและรู้ว่าห้ามหยูเยี่ยนไม่ได้อีกต่อไป เขาจึงไม่ได้ขัดขวาง หากแต่บอกให้นางใจเย็นและระวังตัว

ภายในสองวันมานี้ที่ลู่ฟงมาเยี่ยมอี้เซียงพร้อมของบำรุงที่เขานำมาให้เหมือนทุกครั้ง แต่จะต่างกันตรงที่เขาไม่ได้ใส่ส่วนผสมของยาขับเลือดให้อี้เซียงกินเข้าไปอีกแล้ว ทำให้ตอนนี้ร่างกายของอี้เซียงเริ่มแข็งแรงขึ้น ทารกที่ยังอยู่ในครรภ์ก็เป็นปกติดี ลู่ฟงจึงได้เห็นรอยยิ้มที่สดใสของอี้เซียงอีกครั้ง แม้ชายหนุ่มจะล้มเลิกความคิดที่จะทำลายสายเลือดของลี่หูไปแล้วเพื่อเห็นแก่อี้เซียง แต่ก็ใช่ว่าเขาจะเลิกคิดแค้นลี่หู เพียงแต่ตอนนี้เขาแค่ยอมวางความโกรธแค้นที่เคยมีอยู่ไว้ชั่วคราวเท่านั้น เพื่อที่จะทุมเทเวลาทั้งหมดเพื่อจะเปลี่ยนใจของอี้เซียงให้กลับมามองเขาให้ได้ และก็ยังไม่ลืมหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายมาเมื่อสองวันก่อน ใช้โอกาสนี้สืบเรื่องของอำมาตย์ไป๋แต่ก็ดูเหมือนว่าจะเป็นเรื่องยากเมื่อทั้งอำมาตย์ไป๋และอี้หลานต่างคอยระวังตัวอยู่ตลอดเวลา จะมีเพียงอี้เซียงคนเดียวเท่านั้นที่ยังไว้ใจลู่ฟง แต่เขาก็ไม่สามารถสืบอะไรได้จากนาง

๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sat Jun 13, 2009 10:37 pm

สายลมพัดผ่านร่างกายช่วยให้คลายร้อน แต่คงมิอาจดับความร้อนที่เกิดขึ้นมาภายในใจได้ อี้หลานเมื่อหมดห่วงเรื่องน้องสาวแล้ว นางจึงได้มายืนใช้ความคิดอยู่เพียงลำพังที่ภายในสวน หลายคำถามเกิดขึ้นมากมายที่นางต้องการคำตอบ แต่ก็ไม่รู้จะหาได้ที่ไหน ในเมื่อคนที่นางต้องการจะเจอตัวและถามให้รู้เรื่องกลับไร้ข่าวคราว อี้หลานรู้แต่เพียงว่าหลังจากที่จื่อหลงถูกกล่าวหาว่าเป็นกบฏ เขาก็หนีหายไปโดยที่ยังไม่มีใครตามตัวพบ แม้ทหารและมือปราบจะกระจายกำลังกันค้นหาแทบจะพลิกแผ่นดิน แต่ก็ยังหาไม่เจอ ไม่รู้จื่อหลงไปหลบซ่อนตัวอยู่ที่ไหน ยิ่งคิดถึงอี้หลานก็ยิ่งเป็นห่วง ใจของนางคิดไปต่างๆนานากลัวว่าจื่อหลงจะได้รับบาดเจ็บถึงไม่สามารถปรากฏออกมาได้และคงซ่อนตัวอยู่ที่ไหนสักแห่ง ความรู้สึกของอี้หลานบอกกับนางว่าจื่อหลงจะต้องมาหานาง นางจะต้องเป็นคนแรกที่จื่อหลงต้องการจะอธิบายเรื่องราวทุกอย่างให้นางเข้าใจ ในระหว่างที่ใช้ความคิดอยู่นั้น เสี่ยวจูก็เดินเข้ามาหาพร้อมทั้งมอบจดหมายให้อี้หลาน เสี่ยวจูบอกกับอี้หลานว่าเสี่ยวเตาหนุ่มน้อยที่นางเคยช่วยเหลือเป็นคนฝากมาให้ และในทันทีที่อี้หลานได้อ่านข้อความในจดหมาย นางก็รู้ว่าความคิดของนางที่คาดเดาไว้ถูกต้องทุกอย่าง นางจึงได้บอกกับเสี่ยวเจาว่าจะไปเยี่ยมแม่ของเสี่ยวเตาที่บ้าน ไม่ต้องให้ใครตามนางไปด้วย เมื่อเป็นความต้องการของเจ้านายเสี่ยวเจาจึงไม่ได้ขอตามไป

อี้หลานเดินออกมาจากจวนตามลำพังโดยมีผลไม้ติดมือไปหนึ่งตะกร้า ส่วนสายตาของนางก็มองหาเสี่ยวเตา ทันใดหนุ่มหนุ่มน้อยก็เดินออกมาหาและรีบพาหญิงสาวไปที่บ้าน โดยในระหว่างทางที่เดินไปนั้นสองคนก็ทำทีเป็นพูดคุยกันปกติ จนเมื่อถึงบ้านเรียบร้อยแล้วอี้หลานก็รีบถามหาคนที่ต้องการพบกับเสี่ยวเตาทันที
“เขาอยู่ไหนค่ะ” นางถามเมื่อนั่งลงที่เก้าอี้กับแม่ของเสี่ยวเตายกน้ำชาออกมาให้
“อยู่ข้างในค่ะ คุณหนูเข้าไปพบเขาได้เลยตามสบาย ข้ากับอาเตาจะอยู่ตรงนี้คอยดูต้นทางให้ค่ะ” แม่ของเสี่ยวเตาท่าทางใจดีบอกกับอี้หลาน หญิงสาวยิ้มให้เพื่อแสดงความขอบคุณและจึงรีบเดินเข้าไปด้านในตามนิ้วมือแม่ของเสี่ยวเตาที่ชี้บอกทาง

เมื่ออี้หลานก้าวเท้าเข้ามาในห้อง นางจึงได้เห็นใบหน้าของคนที่ยืนรอภายในนั้น สายตาแห่งความคิดถึงและห่วงหาแสดงออกมาเป็นน้ำตาแห่งความดีใจ ‘พี่หลง’ นางเรียกชื่อของเขาและเดินเข้าหาไป ในขณะที่ชายหนุ่มก็รีบเดินเข้ามาเพื่อดึงร่างของนางเข้ามาไว้ในอ้อมกอด จื่อหลงคิดว่าจะไม่ได้มีโอกาสพบอี้หลานอีกแล้ว หากไม่ได้รับการช่วยเหลือจากสองแม่ลูกที่ยืนเฝ้าอยู่ด้านนอกเมื่อหลายวันก่อน ตอนนั้นที่เขากำลังหลบหนีการไล่ล่าเพื่อกลับมายังเมืองหลวง แม้ว่าเขาจะมีวรยุทธ์สูงส่งแต่จากความอ่อนล้าของร่างกายจึงทำให้เขาได้รับบาดเจ็บจากการต่อสู้กับพวกทหารที่ตามติดเขามาตลอดทาง แม้จะเพียงเล็กน้อยแต่ด้วยจากที่ต้องหลบหนีมาหลายวัน ทำให้เรี่ยวแรงของเขาถดถอยไปมาก แต่โชคดีในระหว่างที่เขาหลบหนีอยู่นั้น เขาได้มาพบเสี่ยวเตาที่ออกไปส่งผักที่หมู่บ้านใกล้ๆกับเมืองหลวงพอดี เสี่ยวเตาจึงได้ให้การช่วยเหลือโดยให้เขาหลบซ่อนตัวมาในเข่งใส่ผักและพาเขากลับมาที่บ้าน เด็กหนุ่มรู้ดีว่าการให้ที่หลบซ่อนกับกบฏมีความผิดร้ายแรงแต่เสี่ยวเตาก็ไม่กลัว เสี่ยวเตากับแม่เพียงต้องการตอบแทนบุญคุณที่จื่อหลงเคยช่วยเหลือเท่านั้น หลังจากที่จื่อหลงพักรักษาตัวจนร่างกายกลับมาแข็งแรงดีแล้ว วันนี้เขาถึงได้ขอให้เสี่ยวเตาไปส่งข่าวถึงอี้หลาน เพื่อบอกความจริงทุกอย่างให้นางรับรู้ หญิงสาวเมื่อรู้ความมีน้ำใจของเสี่ยวเตาแล้ว นางก็สบตาจื่อหลงด้วยแววตาที่มีทั้งความห่วงใยและสงสัย

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sat Jun 13, 2009 10:38 pm

“พี่หลงจะเล่าความจริงให้ข้าฟังได้ไหมว่าระหว่างที่ท่านเดินทางไปนั้น มันเกิดอะไรขึ้น”
“เจ้าเชื่อว่าข้าเป็นกบฏรึเปล่า” จื่อหลงไม่ได้ตอบคำถามของอี้หลานในทันที หากแต่เป็นฝ่ายถามนางคืน
“ข้าย่อมไม่เชื่อและไม่เคยคิดที่จะเชื่อ ข้ารู้ว่าท่านจะไม่ทำแบบนั้น” คำตอบที่หลุดออกมาจากปากของหญิงสาวโดยที่ไม่ลังเลแม้แต่น้อย ทำให้จื่อหลงยิ้ม
“ข้าถูกให้ร้าย” เขาบอกกับอี้หลานแบบนี้ทำให้นางต้องถามต่อไปว่าใครเป็นคนให้ร้าย จื่อหลงจึงได้บอกว่าเป็นรองแม่ทัพหาน คนผู้นี้เป็นคนที่ใส่ความเขา แอบเอาจดหมายที่มีข้อความระบุว่าเขาสมคบกับแคว้นเหลียวมาซ่อนไว้ในหีบใส่เสื้อผ้าของจื่อหลง รองแม่ทัพหานใช้ความไว้ใจที่จื่อหลงมอบให้ในการลงมือ เขาถึงไม่เคยนึกระแวง พอมารู้ตัวอีกที เขาก็ถูกกล่าวหาว่าเป็นกบฏไปแล้ว แม้จะอธิบายเท่าไหร่ก็ไม่มีคนเชื่อเพราะด้วยหลักฐานที่มัดตัวเองอย่างแน่นหนาถึงเพียงนั้น ทำให้จื่อหลงต้องตัดสินใจหนีออกมาจากค่ายทหารเพื่อหาทางกลับมาเมืองหลวงให้ได้
“พี่หลงคิดว่ามีใครอยู่เบื้องหลังรองแม่ทัพหานรึเปล่าค่ะ” อี้หลานนั่งลงที่เก้าอี้เคียงข้างจื่อหลง
“เจ้าน่าจะเดาออกนะ คนที่สามารถซื้อตัวรองแม่ทัพและสั่งให้เขาทำอะไรก็ได้คงมีอยู่แค่คนเดียวเท่านั้น ถ้าไม่ใช่เขาแล้วจะเป็นใครได้อีก”
“พี่หลงหมายถึง....”
“ขุนพลเจิ้น..เป็นเขา” จื่อหลงเอ่ยชื่อคนผู้นั้นออกมาเมื่ออี้หลานหยุดคำพูดนั้นไว้พอดี หญิงสาวก็คิดถึงคนผู้นี้ไว้อยู่แล้ว เพียงแต่ไม่เข้าใจว่าเหตุใดขุนพลเจิ้นจึงให้ร้ายจื่อหลง ทั้งที่สองคนนี้ก็อยู่ฝ่ายเดียวกัน ยกเว้นแต่ว่า..
“ขุนพลเจิ้นคิดจะกำจัดท่านใช่ไหมค่ะ เขาถึงได้ให้ร้ายท่านแบบนี้”
“เบื้องหลังของขุนพลเจิ้น เขาก็คือนายใหญ่ของข้า ในเมื่อข้าคิดจะหักหลังเขาก่อน ขุนพลเจิ้นคงไม่คิดที่จะเก็บข้าไว้เป็นเสี้ยนหนามอีกแล้ว เพียงแต่ที่ข้าคิดไม่ถึงก็คือมันจะรวดเร็วถึงขนาดนี้เท่านั้น” จื่อหลงใบหน้าเรียบเฉยหาได้หวาดกลัวต่อความตายที่จะมาถึง เขาทำใจไว้นานแล้ว เพียงแต่นึกเสียดายอยู่เท่านั้นที่ยังไม่สามารถทำอะไรเพื่อชาติบ้านเมืองได้สำเร็จ ตนเองก็ต้องมาพบจุดจบเสียก่อน
“พี่หลงบอกข้าได้ไหมที่ท่านเคยบอกว่าเรื่องทุกอย่างหลังจากนี้ ท่านจะเป็นคนจัดการเอง ท่านจะจัดการอย่างไร ทำไมขุนพลเจิ้นถึงได้คิดว่าท่านทรยศ” หญิงสาวกุมมือของชายหนุ่มไว้ด้วยความเป็นห่วง ตอนนี้นางอยากรู้ความจริงทุกอย่าง จื่อหลงถอนหายใจและมองหน้าของอี้หลานเพื่อบอกในสิ่งที่เขาเคยจะตัดสินใจทำเอาไว้ ในตอนนั้นจื่อหลงตัดสินใจแล้วว่าจะไม่ทำตามคำสั่งของขุนพลเจิ้นตามที่ได้วางแผนไว้ ทัพของต้าซ้องก็จะไม่พ่ายแพ้ และหลังจากนั้นเขาจะหาทางรวบรวมหลักฐานเพื่อเปิดโปงความผิดของขุนพลเจิ้นให้ได้ แม้เขาจะต้องหักหลังผู้เป็นนายที่เคยมีบุญคุณ แต่มันก็ยังดีเสียกว่าต้องให้แผ่นดินบ้านเกิดต้องตกเป็นของผู้อื่น
“ข้ารู้ ถ้าหากข้าทำแบบนี้ ขุนพลเจิ้นจะต้องไม่ปล่อยข้าไว้ ข้าถึงได้คอยระวังตัวไม่แสดงอะไรให้เขาจับพิรุธข้าได้แต่ข้ากลับประมาทเกินไปที่คิดไม่ถึงว่าแผนการที่แท้จริงของขุนพลเจิ้นนั้นก็คือจะใช้โอกาสนี้เพื่อกำจัดข้าทางอ้อม อี้หลาน..ตอนนี้ข้าหมดโอกาสแล้ว ข้าคงไม่สามารถทำตามที่ได้ตั้งใจไว้ได้อีกแล้ว” น้ำเสียงของจื่อหลงฟังดูสิ้นหวังที่ไม่อาจทำในสิ่งที่ตั้งใจไว้ให้สำเร็จลุล่วงไปได้
“ไม่หรอกค่ะ ท่านยังมีโอกาสได้แก้ตัว พี่หลงไปกับข้าแล้วก็เล่าเรื่องนี้ให้ท่านพ่อฟัง บางทีท่านพ่ออาจมีทางแก้ไขเรื่องนี้ก็ได้นะค่ะ”
“ไม่ได้ ถ้าให้ท่านไป๋รู้เรื่องนี้ ท่านจะยิ่งเดือดร้อน เจ้ารู้ไหมว่าขุนพลเจิ้นเคยคิดจะดึงท่านไป๋ให้มาเป็นพวก แต่ตอนนี้เขาเปลี่ยนความคิดนั้นไปแล้วตั้งแต่ขุนพลเจิ้นเริ่มระแวงพ่อของเจ้า เพราะฉะนั้นถ้ายิ่งให้ท่านไป๋เข้ามายุ่ง เจ้ากับพ่อก็จะยิ่งมีอันตราย” จื่อหลงรีบห้ามไม่เห็นด้วยกับอี้หลาน แต่หญิงสาวส่ายหน้าอย่างปฏิเสธ
“แต่ข้าเชื่อว่าถ้าท่านพ่อรู้เรื่องนี้ ต่อให้อันตรายแค่ไหนท่านพ่อก็ไม่มีทางถอยหรือหวาดกลัวเป็นแน่ ไม่ได้มีแต่ขุนพลเจิ้นที่นึกระแวงท่านพ่อ แต่ท่านพ่อกำลังนึกสงสัยในตัวของขุนพลเจิ้นอยู่แล้ว ตอนนี้ท่านก็สืบอะไรได้ตั้งมากมาย ถ้าหากได้ท่านช่วยอีกแรง บางทีเรื่องทุกอย่างก็จะกระจ่างขึ้นโดยเร็วนะค่ะ” อี้หลานจับมือของจื่อหลงไว้แน่น อยากให้เขาเห็นด้วยกับนาง ในเมื่อจื่อหลงได้ตัดสินใจที่จะอยู่คนละฝ่ายกับขุนพลเจิ้นแล้ว ก็สมควรที่จะบอกความจริงทุกอย่างให้พ่อของนางรู้ เพื่อที่จะเป็นประโยชน์ในการเอาผิดขุนพลเจิ้นต่อไป แม้จื่อหลงจะไม่เห็นด้วยในคราวแรก หากแต่ได้นึกถึงผลที่จะได้รับกลับมา เขาจึงยอมรับปากที่จะเล่าทุกอย่างที่ตนเองรู้ให้กับอำมาตย์ไป๋ฟัง

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sat Jun 13, 2009 10:38 pm

ยามราตรีมาเยือนอีกครั้ง จื่อหลงอาศัยความมืดของรัตติกาลแฝงตัวเข้ามาในบ้านไป๋ได้อย่างง่ายดาย นั่นเป็นเพราะทหารยามที่เคยเฝ้าประจำการอยู่อย่างหนาแน่นนั้นได้บางตาลงไปมาก ด้วยความที่อี้หลานได้บอกกับบิดาไว้แล้ว ท่านไป๋จึงลดจำนวนทหารลงและให้เดินตรวจตราบริเวณห้องทำงานของท่านเพียงเล็กน้อย จอมยุทธ์หนุ่มเมื่อเข้ามาได้ก็ตรงไปยังห้องทำงานของอำมาตย์ไป๋ที่บัดนี้ยังมีแสงไฟในห้องสว่างอยู่ จื่อหลงเปิดประตูเข้าไปก็เห็นท่านไป๋และอี้หลานรออยู่แล้ว
“อี้หลานเล่าเรื่องของเจ้าให้ข้าฟังหมดแล้ว ทีนี้ก็ถึงเวลาที่เจ้าจะต้องเล่าทุกอย่างให้ข้าฟังแล้วสินะ” ผู้อาวุโสท่าทางสงบนิ่งและมีความเมตตาเอ่ยถามชายหนุ่ม จื่อหลงหันหน้าไปมองอี้หลาน เห็นนางพยักหน้าให้ เขาจึงพยักหน้าตอบและบอกอำมาตย์ไป๋ถึงแผนการของขุนพลเจิ้นทั้งหมด อำมาตย์ไป๋พอรู้เรื่องแล้วก็ครุ่นคิดอย่างหนักว่าจะหาทางเปิดโปงแผนร้ายของขุนพลเจิ้นได้อย่างไรดี เพราะท่านกำลังรู้สึกว่าคนผู้นี้ฉลาดมาก ฉลาดเสียจนยากที่จะหาทางรับมือได้ ในขณะที่ทั้งสามคนกำลังปรึกษาหารือกันอยู่นั้น ฟู่เจี้ยนกับจอมยุทธ์เซี่ยงก็เข้ามาในห้อง ทำให้จื่อหลงได้เผชิญหน้ากับฟู่เจี้ยนอีกครั้ง
“จอมยุทธ์ผู้นี้เหมือนเราจะเคยพบกันมาก่อนใช่หรือไม่” ฟู่เจี้ยนแกล้งถามจื่อหลง ถึงแม้เขาจะยังไม่รู้ฐานะที่แท้จริงของจอมยุทธ์หนุ่ม แต่ฟู่เจี้ยนก็จำได้ว่าครั้งนึงเขาเคยถูกจื่อหลงสั่งสอนที่ไปรังแกหยูเยี่ยนที่คณะงิ้ว
“พวกเจ้าสองคนจะเคยพบกันมาก่อนก็คงไม่แปลก เพราะก่อนหน้านี้จื่อหลงเคยอยู่ที่นี่ อย่างน้อยก็คงพอที่จะได้เจอกันบ้าง” อำมาตย์ไป๋บอกกับฟู่เจี้ยนแต่เขากลับส่ายหน้า
“ไม่ได้เจอกันที่นี่ครับ แต่เป็นที่อื่น” ชายหนุ่มพูดพลางก้าวเท้าเข้าไปหาจื่อหลงที่ยังคงยืนเงียบ “ท่านคงยังไม่ลืมอันธพาลที่เคยถูกท่านสั่งสอนคนนี้ใช่ไหม แต่อย่าห่วงเลยว่าข้าจะติดใจที่ข้าถูกท่านทำร้าย เพราะนั่นมันก็สมควรแล้วสำหรับคนไม่เอาไหนอย่างข้า หากแต่เรื่องที่ข้าสนใจมากกว่าก็คือเรื่องที่ท่านเป็นเพื่อนกับหยูเยี่ยน นางเป็นมือสังหารอันดับสองฉายาวิหคเหิน มันจะน่าสงสัยจนเกินไปไหมถ้าท่านไม่เคยรู้ถึงฐานะที่แท้จริงของนางมาก่อน”
“คุณชายฟู่..เรื่องที่จื่อหลงเป็นเพื่อนกับหยูเยี่ยนและนางเป็นมือสังหาร ข้ากับท่านพ่อรู้มาก่อนหน้านี้แล้วค่ะ แต่นั่นมันก็เป็นเรื่องที่ผ่านมาแล้ว ในเมื่อเวลานี้จื่อหลงไม่ได้อยู่ข้างขุนพลเจิ้นและยอมร่วมมือกับท่านพ่อ เรื่องที่ผ่านมาก็อย่าไปพูดถึงอีกเลยนะค่ะ” อี้หลานรีบพูดแก้ต่างให้กับจื่อหลง แต่เหมือนว่านั่นจะไม่ใช่สิ่งที่ฟู่เจี้ยนต้องการ
“คุณหนูพูดแบบนี้ก็แสดงว่าคุณหนูกับท่านอำมาตย์ได้ทราบข้อเท็จจริงเรื่องหนึ่งที่ว่าจางจื่อหลงผู้นี้ก็เป็นหนึ่งในมือสังหารทั้งห้าแล้วใช่หรือไม่”
“หลานชาย นี่เจ้ากำลังจะบอกอะไรกับข้าอย่างงั้นรึ” ท่านไป๋อดไม่ได้ที่จะถาม เพราะตั้งแต่ฟู่เจี้ยนมาถึงก็ไม่พูดสิ่งใดนอกเสียจากเรื่องของจื่อหลงเท่านั้น หรือว่าเขากับจอมยุทธ์เซี่ยงสืบอะไรมาได้
“เรียนใต้เท้า..ข้าคิดว่าเรื่องนี้คงต้องให้จอมยุทธ์จางเป็นคนพูดด้วยตัวเองจะดีกว่าขอรับ เพราะในเมื่อเขาก็ยอมมายืนอยู่ข้างเดียวกับเราแล้ว เขาน่าจะบอกมาให้หมดว่าเขาเป็นใคร” อำมาตย์ไป๋ได้ยินคำพูดของฟู่เจี้ยนก็หันไปทางจื่อหลง แม้จอมยุทธ์หนุ่มจะยอมเล่าถึงแผนการของขุนพลเจิ้นทั้งหมด แต่เขาก็ไม่ได้บอกถึงฐานะที่แท้จริงของตัวเอง ท่านไป๋รู้จากปากของอี้หลานแต่เพียงว่าเขาเป็นคนของขุนพลเจิ้นแต่เกิดคิดเปลี่ยนใจไม่ยอมร่วมมือทำความผิดด้วยเท่านั้น จื่อหลงหันไปสบตากับอี้หลานอีกครั้ง เขารู้ว่านางช่วยปิดบังฐานะมือสังหารของเขาไม่ให้คนอื่นรู้มาโดยตลอด แต่เมื่อมันมาถึงขั้นนี้แล้วถ้ายังคิดจะปิดบังต่อไปมันก็คงไม่ดีขึ้นไปกว่านี้ อี้หลานที่รู้ใจของจื่อหลงดีกำลังจะช่วยพูดแต่เขากลับยกมือห้ามนางไว้ เรื่องทั้งหมดควรให้เขาเป็นคนรับผิดชอบ
“ในเมื่อความจริงย่อมเป็นความจริง ข้าจึงไม่มีสิ่งใดที่จะต้องปิดบัง คุณชายฟู่..ท่านคงสืบมาได้แล้วสินะว่าข้า..เป็นมือสังหาร” ฟู่เจี้ยนพอได้ยินคำสารภาพของจื่อหลงก็หัวเราะในลำคอ
“ข้านับถือในความกล้าหาญของท่านจริงๆ จอมยุทธ์จางข้าจะบอกอะไรให้นะ ความจริงแล้วข้ายังสืบไม่ได้ด้วยซ้ำว่าท่านเป็นใคร เพียงแต่ข้าคิดสงสัยท่านเท่านั้นที่เคยเห็นท่านสนิทสนมกับแม่นางหยูเยี่ยน และความสงสัยนี้จะทำให้ท่านพูดความจริงออกมาจนได้” ฟู่เจี้ยนกอดอกยิ้มที่สามารถหลอกคนฉลาดอย่างจื่อหลงให้ยอมบอกฐานะของตัวเองออกมาได้
“เรียนใต้เท้า..ที่ข้ากับพี่เซี่ยงสืบมาได้มีเพียงฐานะของเจิ้นลี่หู ส่วนเรื่องของจางจื่อหลงดูเหมือนจะเป็นเรื่องบังเอิญที่ข้าก็เพิ่งจะทราบในวันนี้เท่านั้นขอรับ” ฟู่เจี้ยนหันไปมองจื่อหลงครู่หนึ่งแล้วจึงเล่าต่อไปว่าหลังจากที่เขากับจอมยุทธ์เซี่ยงพบว่าสถานที่นัดหมายของพวกปีศาจเงินกับหัวหน้าใหญ่มีทางเชื่อมต่อไปที่จวนของขุนพลเจิ้น ทำให้เขายังคงสนใจเรื่องนี้ จึงทำให้รู้มาว่าลี่หูกับบิดามีเรื่องที่ผิดใจกันอยู่จนขุนพลเจิ้นทำร้ายลี่หูและขังลูกชายเอาไว้ในห้อง จากคำบอกเล่าของฟู่เจี้ยนทำให้อำมาตย์ไป๋เริ่มเข้าใจเหตุผลที่ขุนพลเจิ้นไม่ยอมใช้ความสัมพันธ์ของลี่หูกับอี้เซียงให้เป็นประโยชน์ขึ้นมาได้
“งั้นที่มู่กงกงกราบทูลฝ่าบาทว่าลี่หูป่วยก็ไม่เป็นความจริง รวมทั้งเรื่องที่หมอหลวงกราบทูลกับฝ่าบาทว่าลี่หูเป็นแค่ไข้หวัดมันก็ไม่คงไม่ใช่ ที่แท้พวกเขาก็ร่วมมือกันหลอกลวงเบื้องสูง” อำมาตย์ไป๋ลูบหนวดสีเทาช้าๆ “นึกไม่ถึงว่าขุนพลเจิ้นจะมีอิทธิพลถึงเพียงนี้ ที่แม้แต่กงกงคนสนิทกับหมอหลวงก็ยังซื้อตัวไว้ได้”
“ถ้ามีเงินก็สามารถซื้อได้ทุกอย่าง และถ้ายิ่งมีอำนาจมันก็ยิ่งง่ายขึ้นครับ” ฟู่เจี้ยนพูดเสริมซึ่งท่านไป๋ก็เห็นด้วย “ตอนนี้ข้าไม่สนใจว่าจอมยุทธ์จางจะเป็นมือสังหารอันดับที่เท่าไหร่ในห้าปีศาจ แต่ที่ข้าต้องการก็คืออยากให้พวกเราร่วมมือกันกระชากหน้ากากของขุนพลเจิ้นออกมาให้ได้เสียก่อน ในเมื่อเขาสามารถใช้เงินซื้อคนใกล้ชิดของฝ่าบาทได้แล้ว ถ้าหากวันนึงคิดร้ายต่อพระองค์ ผลที่ตามมาคงจะเลวร้ายจนคาดไม่ถึงเป็นแน่” ท่านไป๋พูดต่อขอให้ทุกคนร่วมมือกันทำงานนี้ต่อให้สำเร็จ ฟู่เจี้ยนที่ยังนึกสงสัยในฐานะของจื่อหลงว่าเขาจะเป็นใครในห้าปีศาจก็เลิกคิดเรื่องนี้ไปชั่วคราว ทั้งหมดตกลงที่จะร่วมมือกันและแยกย้ายกันทำงานรวบรวมหลักฐานเพื่อเอาผิดขุนพลเจิ้นให้ได้โดยเร็ว
๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sat Jun 13, 2009 10:39 pm

เช้าวันต่อมา..ขุนพลเจิ้นยอมไปพบลี่หูที่ห้อง หลังจากที่พ่อบ้านเจิ้นใช้เวลาเกลี่ยกล่อมอยู่พักใหญ่หลักจากที่ได้บอกกับขุนพลเจิ้นว่าลี่หูสำนึกผิดแล้ว และกำลังรอกล่าวคำขอโทษกับบิดาอยู่ที่ห้อง ขุนพลเจิ้นยอมใจอ่อนไปพบลูกชายที่ยังถูกขังไว้ พอลี่หูรู้ว่าบิดามาหาก็รีบลุกลงจากเตียงนอนมาคุกเข่ารออยู่ที่กลางห้อง
“ท่านพ่อ..ข้าสำนึกผิดแล้ว ได้โปรดให้อภัยลูกที่ไม่รักดีคนนี้ด้วย” ลี่หูเห็นพ่อก้าวเท้าเข้ามาในห้องก็โขลกศีรษะลงกับพื้นกล่าวคำขอโทษ ขุนพลเจิ้นเห็นแบบนั้นก็ไปยืนอยู่เบื้องหน้า
“เจ้าสำนึกผิดวันนี้มันก็สายจนเกินไปแล้ว จงอย่าได้หวังว่าข้าจะให้อภัยเจ้าได้” น้ำเสียงของคนพูดแข็งกร้าว ไม่ยอมแม้แต่จะก้มหน้าลงมามองลี่หู
“ท่านพ่อ..ข้ารู้ว่าข้าไม่ดี ข้าเห็นผู้หญิงดีกว่าพ่อบังเกิดเกล้า ข้าไม่สมควรได้รับการให้อภัยจากท่าน แต่ท่านพ่อครับ ตอนนี้ข้าสำนึกผิดแล้วจริงๆ ข้าอยากขอโอกาสจากท่านพ่อเพื่อที่จะแก้ไขในสิ่งที่ผิดพลาด ข้าอยากช่วยงานของท่านพ่อให้สำเร็จ ท่านพ่อให้โอกาสข้าอีกสักครั้งได้ไหมครับ” ลี่หูเงยหน้าขึ้นมากอดขาของบิดาไว้ ขุนพลเจิ้นที่ยังไม่ยอมให้อภัยกลับเบี่ยงตัวหนี
“เจ้ามาขอร้องข้าแบบนี้เพราะมีแผนอะไรอยู่ในใจรึเปล่า”
“ใช่ครับ..แผนของข้าก็คือเมื่องานใหญ่ของท่านพ่อสำเร็จ ข้าก็จะได้มีอำนาจ ได้อยู่เหนือคนอื่น ตอนนี้ข้าเข้าใจแล้วว่าผู้หญิงไม่สามารถทำให้ข้ามีทุกอย่าง แต่ท่านพ่อต่างหากที่ทำให้ข้าได้ทุกอย่าง” ขุนพลเจิ้นได้ฟังเหตุผลของลูกชายก็ยิ้มเยอะที่มุมปาก
“แล้วอี้เซียงล่ะ เจ้าตัดใจจากนางได้แล้วจริงๆรึไง”
“ถึงตัดใจไม่ได้ก็ต้องทำ เพื่องานใหญ่ของท่านพ่อ ข้าจำเป็นต้องเสียสละผู้หญิงที่รักไปให้คนอื่น” ลี่หูตีหน้าเศร้าก้มหน้าลง แต่ยังคงขยับตัวไปกอดขาของขุนพลเจิ้นไว้
“เจ้าทำได้แน่รึ ข้ากลัวแต่ว่าพอถึงเวลาเข้าจริงๆเจ้าก็จะเห็นอี้เซียงดีกว่าข้า แล้วก็ไม่ยอมเชื่อฟัง มิหนำซ้ำยังอาจจะหันกลับมาหักหลังข้าด้วยซ้ำ”
“ไม่ครับ ข้าจะไม่ทำแบบนั้นเด็ดขาด ข้าเข้าใจดีที่ข้าต้องเสียอี้เซียงไปก็เป็นเพราะจื่อหลงคนเดียว ถ้าวันนั้นจื่อหลงไม่มอบงานของเขามาให้ข้าทำ ข้าก็ไม่ต้องไปสังหารไป๋เทียนเซิ่น เพราะจื่อหลงทำให้ข้าต้องเสียอี้เซียงไปทั้งที่ข้าเกือบจะได้นางมาครองอยู่แล้ว ท่านพ่อ..ตอนนี้นอกจากที่ข้าคิดจะช่วยงานของท่านพ่อให้สำเร็จลุล่วง ข้ายังต้องการที่จะตามจับตัวของจื่อหลงมาให้ท่านพ่อให้ได้ ถ้ากำจัดเขาไป ข้าก็จะได้เป็นหนึ่งและยังได้ระบายความแค้นที่จื่อหลงทำให้ข้าต้องสูญเสียอี้เซียงไปด้วยครับ” สายตาของลี่หูแข็งกร้าว น้ำเสียงของเขาก็มุ่งมั่นแต่ก็ยังมิอาจทำให้ขุนพลเจิ้นไว้วางใจได้
“ถ้าเจ้าได้มีอำนาจ เจ้ายังคิดที่จะแย่งอี้เซียงกลับมาจากลู่ฟงอีกไหม”
“อี้เซียงกับข้าคงมิอาจอยู่ร่วมกันได้อีกแล้ว เพราะนางคงไม่มีวันยอมรับฆาตกรที่สังหารพี่ชายของนางได้ ถ้าเป็นแบบนี้ก็มิสู้ตัดขาดจากกัน ไม่ต้องมาเกี่ยวข้องกันอีกจะดีกว่า ในเมื่อตอนนี้คงไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าท่านพ่อได้หรอกครับ” ลี่หูเงยหน้าขึ้นมามองบิดาของตนเองด้วยสายตาที่ทั้งอ้อนวอน ขอร้องและสำนึกผิด
“ก็ได้..ข้าจะให้โอกาสเจ้าอีกสักครั้ง ถ้างานนี้สำเร็จเมื่อไหร่ ข้าจะให้เจ้าในสิ่งที่เจ้าต้องการทุกอย่าง” ลี่หูยิ้มดีใจที่บิดาให้โอกาสเขาอีกครั้ง จึงรีบโขลกศีรษะกับพื้นเป็นการขอบคุณ
“อย่าเพิ่งดีใจไป ถ้าหากจะทำให้ข้าเชื่อในคำพูของเจ้า เจ้าก็ต้องพิสูจน์ตัวเองให้ข้าเห็นให้ได้เสียก่อน”
“ท่านพ่อจะให้ข้าพิสูจน์ตัวเองยังไงหรอครับ” ลี่หูเอ่ยถามด้วยความสงสัย ขุนพลเจิ้นเพียงหัวเราะในลำคอพร้อมทั้งดึงแขนของลูกชายให้ลุกขึ้นมา
“ทำงานให้ข้าชิ้นนึง พิสูจน์ให้ข้าเห็นว่าเจ้ายังเป็นลูกรักของข้า”
“ได้ครับท่านพ่อ ท่านสั่งมาได้เลย ข้ายินดีทำทุกอย่าง”
“ใจเย็นๆ มันยังไม่ใช่ตอนนี้ เดี๋ยวเอาไว้ให้เจ้าช่วยข้าจับจื่อหลงมาได้เสียก่อน ถึงตอนนั้นข้าจะเป็นคนบอกเจ้าว่าจะให้ไปทำอะไร” แววตาที่น่ากลัวของขุนพลเจิ้นมองลูกชายที่ยิ้มเล็กน้อย ขอเพียงพ่อยอมให้อภัยและให้โอกาสเขาอีกสักครั้ง เพียงเท่านี้มันก็เพียงพอแล้ว เพียงพอจนลี่หูไม่สนใจว่าหลังจากนี้พ่อจะสั่งให้เขาทำอะไรก็ตาม

ยามบ่ายอีกสองวันต่อมาที่จื่อหลงยังคงหลบซ่อนตัวอยู่ภายในจวนของอำมาตย์ไป๋ เรื่องนี้เป็นความลับที่มีเพียงอำมาตย์ไป๋และอี้หลานรู้กันอยู่เพียงสองคนเท่านั้น และเพื่อไม่ให้เป็นการผิดสังเกตจนเกินไปนักสองคนพ่อลูกจึงใช้ชีวิตกันตามปกติ แม้แต่ลู่ฟงที่ยังมั่นมาเยี่ยมอี้เซียงก็ยังไม่รู้เรื่อง จื่อหลงเหมือนหายตัวไปได้ทำให้ขุนพลเจิ้นร้อนใจกลัวว่าเขาจะเปิดเผยความลับให้คนอื่นทราบ แต่ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็ไม่สามารถหาตัวของจื่อหลงพบ จนกระทั่งในระหว่างที่ขุนพลเจิ้นนั่งอยู่ในเกี้ยวเพื่อจะกลับจวน ขุนพลเจิ้นได้เห็นอี้หลานที่ออกมาซื้อของที่ตลาด ความคิดชั่วร้ายจึงทำให้ขุนพลเจิ้นนึกถึงจุดอ่อนของจื่อหลงขึ้นมาได้ในทันที ขุนพลเจิ้นรีบออกคำสั่งให้หยูเยี่ยนรีบมาพบ ซึ่งหญิงสาวที่กำลังออกตามหาจื่อหลงอยู่นั้น เมื่อได้รับคำสั่งก็ต้องรีบมายังสถานที่นัดหมาย
“ข้ามีงานชิ้นใหม่จะให้เจ้าทำเป็นการทำคุณไถ่โทษ” ขุนพลเจิ้นที่ไม่ได้สวมใส่หน้ากากเพื่อปิดบังฐานะของตนเองอีกต่อไปแล้ว รีบออกคำสั่งกับหยูเยี่ยนทันทีเมื่อนางมาถึง
“นายท่านจะให้ข้าทำอะไรหรอค่ะ ข้าหวังว่าคงไม่ใช่สั่งให้ข้าไปทำร้ายพี่ใหญ่ใช่ไหม” สีหน้าแววตาของหยูเยี่ยนมีความกังวล หากนายใหญ่สั่งให้นางไปทำร้ายจื่อหลงจริงๆ นางขอยอมตายเสียยังดีกว่า
“ไม่..ข้ารู้ว่าเจ้าคงตัดใจทำร้ายพี่ใหญ่ของเจ้าไม่ได้แน่ๆ ถึงแม้เขาจะทรยศข้าแต่โทษก็ไม่ถึงตาย ข้ายังอยากให้โอกาสมังกรเงินอยู่”
“งั้นก็หมายความว่านายท่านจะละเว้นชีวิตของพี่ใหญ่ใช่ไหมค่ะ” หยูเยี่ยนยิ้มอย่างมีความหวัง เมื่อได้ยินนายใหญ่พูดแบบนี้
“ใช่..ข้าจะไม่ฆ่าเขา ถ้าเจ้าทำงานให้ข้าชิ้นหนึ่งเป็นการแลกเปลี่ยน”
“งานอะไรหรอค่ะ ขอเพียงนายท่านยอมละเว้นพี่ใหญ่ ต่อให้บุกน้ำลุยไฟข้าก็จะทำให้ได้ค่ะ” วิหคเหินที่เยือกเย็นดั่งสายน้ำ เวลานี้กลับหุนหันพลันแล่น มิได้ไตร่ตรองความคิดก่อนที่จะพูดสิ่งใดออกมาแม้แต่น้อย นายใหญ่เมื่อเห็นหญิงสาวกระตือรือร้นที่จะช่วยจื่อหลงขนาดนี้ก็ยิ่งพอใจอย่างมาก
“อำมาตย์ไป๋มันคิดไม่ซื่อกับข้า ข้าเลยอยากจะสั่งสอนให้รู้สำนึกเสียบ้างก็เท่านั้น” หยูเยี่ยนขมวดคิ้วคิดตามในทุกคำพูดของผู้เป็นนาย หรือว่านายท่านจะใช้นางไปเล่นงานอำมาตย์ไป๋

_________________


แก้ไขล่าสุดโดย tabtim เมื่อ Sun Jun 14, 2009 10:11 am, ทั้งหมด 1 ครั้ง
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sat Jun 13, 2009 10:41 pm

“ข้าอยากให้เจ้าใช้อาวุธลับที่ร้ายกาจไปทำร้ายอี้หลาน ดั่งคำที่ว่าเจ็บที่ลูกกระทบถึงใจของพ่อ เจ้าจะสามารถทำงานชิ้นนี้เพื่อทำคุณไถ่โทษได้หรือไม่ ถ้าเจ้าทำได้ข้าจะละเว้นมังกรเงิน แต่ถ้าเจ้าทำไม่ได้ ข้าจะฆ่าพี่ใหญ่ที่เจ้าเคารพรัก ต่อให้มันหลบซ่อนตัวอยู่ที่ไหน ข้าก็จะลากตัวมาแล่เนื้อให้จงได้”
“นายท่านจะให้ข้าใช้เข็มพิษของข้าสังหารอี้หลานหรอค่ะ”
“อี้หลานจะอยู่หรือตายล้วนอยู่ในกำมือของข้า แต่ที่เจ้าต้องทำคือใช้เข็มพิษทำร้ายนางให้ได้” หยูเยี่ยนได้รับคำสั่งก็ยิ่งใช้ความคิดใคร่ครวญ ถ้านางทำร้ายอี้หลาน จื่อหลงต้องรู้และแสดงตัวออกมาช่วยอี้หลาน และเมื่อถึงตอนนั้น...
“นายท่านจะใช้อี้หลานล่อพี่ใหญ่ออกมาใช่ไหมค่ะ” ด้วยความคิดที่ชาญฉลาดทำให้หยูเยี่ยนพูดในสิ่งที่เดาไว้ในใจออกมา นายใหญ่เมื่อได้ฟังแล้วพลันหัวเราะดัง ‘หึ’ ในลำคอ
“ในเมื่อเจ้ารู้จุดประสงค์ของข้าแล้วก็ลองตรองดูให้ดีว่าจะรับงานนี้ไปทำหรือไม่ เพราะถ้าเจ้าไม่ทำข้าจะไม่ปล่อยให้มังกรเงินมีชีวิตอยู่ แต่ถ้าหากเจ้าทำสำเร็จ ข้าก็จะละเว้นชีวิตเขาไว้ อย่าลืมสิ..ที่มังกรเงินต้องเป็นแบบนี้ก็เพราะอี้หลานไม่ใช่รึ เจ้าน่าจะใช้โอกาสนี้ล้างแค้นส่วนตัวก็ได้นะ ข้าจะไม่ถือว่าเจ้าทำงานเกินคำสั่ง”
“ถ้านายท่านได้ตัวพี่ใหญ่ไป ท่านจะทำอย่างไรกับเขาบ้างค่ะ” หญิงสาวอยากรู้ต่อจากนั้น จึงได้ถามออกมาอย่างไม่มีอ้อมค้อม
“ถ้าเจ้าสามารถใช้อี้หลานล่อให้จื่อหลงปรากฏตัวออกมาได้ ข้ารับปากว่าจะไว้ชีวิตของมังกรเงิน และจะกักตัวเขาไว้ชั่วคราวรอจนกว่าข้าจะจัดการเรื่องทุกอย่างจนเรียบร้อย ข้าก็จะปล่อยตัวเขาออกมา เจ้ารู้แบบนี้คงเต็มใจรับงานชิ้นนี้ไปทำแล้วสินะ” หยูเยี่ยนคงไม่มีทางเลือกใดอีกแล้ว เพราะถ้านางไม่ทำจื่อหลงก็จะมีอันตราย แต่ถ้านางทำจื่อหลงก็ต้องไม่ให้อภัยนางไปตลอดชีวิต นางยังมีหนทางใดได้อีกนอกจากทำตามคำสั่ง เพื่อรักษาชีวิตของจื่อหลงเอาไว้ ต่อให้ต้องทำผิดต่อเขา นางก็ยินดี
๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑
“ช่วยด้วยมีใครอยู่ทางนี้บ้าง มาช่วยกันหน่อยเร็วเข้า” เสียงของเสี่ยวจูตะโกนลั่นบ้านในยามเช้าของวันรุ่งขึ้น สาวใช้คนสนิทของอี้หลานเห็นเจ้านายตื่นสายจนผิดสังเกตจึงได้เข้ามาปลุก แต่พอเข้ามาในห้องกลับพบอี้หลานนอนหมดสติอยู่บนพื้น สีหน้าของนางซีดเซียวไร้สีเลือด เสียงตะโกนของเสี่ยวจูเรียกทั้ฝอำมาตย์ไป๋และอี้เซียงหรีบมาดูอี้หลาน
“รีบให้คนไปตามหมอมาเร็ว ส่วนพวกเจ้าสองคนก็ประคองคุณหนูไปนอนที่เตียง” อำมาตย์ไป๋มือไม้สั่นสั่งบ่าวไพร่ที่มามุงดูตามเสียงเรียกของเสี่ยวจู
“เสี่ยวจูเกิดอะไรขึ้น ทำไมพี่รองถึงเป็นแบบนี้” อี้เซียงนั่งลงที่ข้างเตียงกุมมือที่เย็นเฉียบของพี่สาว ถามความจริงกับสาวใช้คนสนิทของอี้หลาน แต่เสี่ยวจูก็ตอบได้เท่าที่รู้คือนางเห็นอี้หลานหมดสติอยู่บนพื้นห้องเท่านั้น นอกจากนี้นางไม่รู้เรื่อง ไม่นานนักหมอก็เดินทางมาถึงและรีบตรวจอาการของคนป่วย สีหน้าของท่านหมอไม่ค่อยดีเท่าไหร่เมื่อจับชีพจรของอี้หลานถึงหลายครั้ง เหมือนจะตรวจให้แน่ใจ
“ท่านหมอ..ลูกสาวข้าเป็นอะไร ไม่สบายตรงไหน” ท่านไป๋เดินเข้าไปถามท่านหมอพร้อมลูกสาวคนเล็ก ทำไมถึงได้เกิดเรื่องไม่หยุดหย่อน อาการของอี้เซียงเพิ่งจะดีขึ้น อี้หลานก็มาล้มเจ็บไปอีกคน จนทำให้หัวใจของคนที่เป็นพ่อแทบจะรับไม่ไหวอยู่แล้ว
“เรียนใต้เท้า..หลังจากที่ข้าตรวจโดยละเอียดแล้ว คุณหนูรองไม่ได้ป่วย แต่ว่าคุณหนู..ถูกพิษ”
“อะไรนะ..ถูกพิษ” อำมาตย์ไป๋กับอี้เซียงอุทานขึ้นมาแทบจะพร้อมกัน “จะเป็นไปได้ยังไง หรือว่ามีคนวางยาในอาหาร”
“ข้าน้อยไม่ทราบได้ขอรับว่าคุณหนูถูกพิษได้อย่างไร เพียงแต่พิษชนิดนี้เป็นพิษเฉพาะและรุนแรงมาก ข้าน้อยจนหนทางที่จะรักษาได้ขอรับ” ท่านหมอประสานมือกล่าวขอโทษกับอำมาตย์ไป๋ที่ตนเองด้อยความสามารถไม่รู้วิธีถอนพิษ
“ท่านหมายความว่าลูกสาวของข้า..นาง..นางจะไม่รอดใช่ไหม” น้ำเสียงของคนที่เป็นพ่อสั่นเครือเมื่อได้รับรู้ว่าชีวิตของลูกสาวคงจะอยู่ได้อีกไม่นานแล้ว อี้เซียงที่ยืนอยู่ใกล้ๆก็น้ำตาไหล
“ขอต้องขออภัยจริงๆ ตอนนี้เวลาของคุณหนูเหลือน้อยแล้ว ใต้เท้าไปดูใจคุณหนูเถอะขอรับ ข้านอยคงต้องขอตัวก่อน” ท่านหมอเอ่ยลาแล้วเตรียมสะพายย่ามเดินทางกลับ แต่อี้เซียงไม่ยอม นางพยายามขอร้องให้ท่านหมอช่วยพี่สาว แต่มันก็ไม่เป็นผล ท่านไป๋ที่กำลังเสียใจต้องไปดึงอี้เซียงกลับมาและเดินเข้าไปหาอี้หลานที่ยังนอนไร้สติอยู่บนเตียง
“ทำไมต้องเป็นแบบนี้ มันเกิดขึ้นได้อย่างไร” ท่านไป๋น้ำตาไหลมองดูลูกสาวคนโต มองดูอี้หลานจากไปอย่างช้าๆโดยที่ท่านมิอาจช่วยอะไรได้ ในขณะที่สองคนพ่อลูกกำลังโศกเศร้า จื่อหลงที่รับรู้ได้ถึงความวุ่นวายในบ้านก็ปรากฏตัวขึ้น
“พี่จื่อหลง..พี่มาได้ยังไง” อี้เซียงที่ไม่รู้มาก่อนมาจื่อหลงอยู่ที่นี่เอ่ยถาม
“อย่าเพิ่งถามข้า แต่ช่วยบอกมาก่อนว่าเกิดอะไรขึ้น อี้หลานเป็นอะไร” สีหน้าและแววตาของจื่อหลงตื่นตะหนกเมื่อเห็นอี้หลานนอนหน้าซีดอยู่บนเตียงนอน โดยที่มีพ่อและน้องสาวนั่งร้องไห้อยู่ใกล้ๆ และเขายิ่งไม่สบายใจเมื่อดิ้ยนเสียงของเสี่ยวจูกับเสี่ยวเจาที่เริ่มร้องไห้เสียงดังอยู่ที่มุมห้อง
“อี้เซียง..อี้หลานเป็นอะไรไป บอกข้ามาสิ เร็วเข้า” เมื่ออี้เซียงเอาแต่ร้องไห้ไม่ยอมพูด เขาจึงต้องถามอีกครั้ง
“พี่จื่อหลง..หมอบอกว่าพี่รองถูกพิษ ข้าไม่รู้ว่าใครเป็นคนทำ พี่จื่อหลง..หมอบอกว่าพี่รอง..พี่รอง..” อี้เซียงไม่กล้าพูดต่อ แต่เพียงจื่อหลงได้เห็นอี้เซียงร้องไห้คร่ำครวญเขาก็พอจะรู้ดีอยู่แล้ว ชายหนุ่มก้าวเท้าเข้าไปหาอี้หลานและขออนุญาตกับท่านไป๋จับชีพจรของนาง เขาไม่อยากคิด ไม่อยากเดาไปว่าใครเป็นคนลงมือ ในเมื่อคนที่กล้าทำร้ายอี้หลานถึงในบ้านโดยที่ไม่มีใครพบเห็น ก็น้อยคนนักที่จะทำได้ และเมื่อจื่อหลงได้จับชีพจรของนาง ชายหนุ่มก็หลับตาลงอย่างอ่อนใจ เมื่อสิ่งที่คาดเดาเอาไว้เป็นความจริง


**************************

โปรดติดตามตอนต่อไป

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sat Jun 13, 2009 10:45 pm

ลงตอนใหม่เรียบร้อยแล้วนะค่ะ มาดึกมากๆ แต่ยังไงก็ต้องเอามาลงให้ได้ ตอนนี้พี่หลงงานเข้าแค่ครึ่งเดียวนะค่ะ ทั้งที่ตั้งใจไว้ว่าจะให้งานเข้ามากกว่านี้ แต่มันยาวไปติ๊ดเลยต้องขออนุญาตตัดฉับให้จบก่อน แล้วค่อยไปต่อในตอนต่อไปนะค่ะ สงสัย 30 ตอนที่ตั้งเป้าไว้คงต้องเพิ่มแน่ๆเลยเนี่ย ไม่เป็นไรเนอะ แค่รู้ว่ามีคนคอยติดตาม ผกก. ก็จะพยายามอย่างเต็มที่ค่ะ

ขออภัยที่ยังมีคำผิดเหมือนเดิมนะค่ะ ขอให้สนุกและลุ้นกับตอนใหม่ค่ะ

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
lingu
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 4 กระบี่ไร้น้ำตา
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 4 กระบี่ไร้น้ำตา
avatar

จำนวนข้อความ : 6491
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sat Jun 13, 2009 11:34 pm

ตอนนี้ยาวจุใจเลยค่ะ สมกับที่รอคอยมา 2 อาทิตย์ล่ะ ขอบคุณ ผกก.ทับทิมกรอบนะคะ

อ่านชะตากรรมของน้องเซียงกับพี่ลี่หูแล้ว ต่างก็กำลังรันทด น่าสงสารมาก แต่พี่ลี่หูน่าสงสารกว่าหลายเท่า ความเจ็บทางใจอะไรก็ไม่ยิ่งใหญ่เท่ากับพ่อแม่ไม่รัก โดยเฉพาะขุนพลเจิ้น ทำร้ายลูกมาตั้งแต่เด็ก ร้ายกาจจริงๆ แล้วงานแต่ละอย่างที่ให้ลูกทำก็แสนจะโหดร้าย แถมยังคิดกำจัดพี่หลง ที่ทำงานให้ตัวเองมานานแสนนานอีก ขอรีเควชให้ ผกก.วางจุดจบของขุนพลเจิ้นอย่างสาสมนะคะ ให้สะใจผู้อ่านไปเลย ฮึ่ม Twisted Evil

พี่ลู่ฟงก็ยังรักแรงแค้นแรงเหมือนเดิม ดีนะที่ยังใจอ่อน ไม่ทำร้ายลูกของน้องเซียงต่อเนื่อง ไม่งั้นหลานตากับยายคงไม่รอดแล้วตั้งแต่ตอนนี้ ใจหนึ่งก็เห็นใจพี่ลู่ฟงค่ะ อะไรหนอมาทำให้รักปักใจกับน้องเซียงมากขนาดนี้ ทั้งที่มีสาวงามแวดล้อมให้เลือกมากมาย

หนนี้งานเข้าพี่หลงจริงๆล่ะ แต่ยังดีที่พี่หลงยังมีอำมาตย์ไป๋กับน้องหลานอยู่ช่วยเหลือ ไม่งั้นไม่รู้จะไปพึ่งใคร แย่แน่ๆ
แล้วแม่นางหยู ก็เป็นอีกคนที่น่าสงสารมากค่ะ แม้จะต้องทำในสิ่งที่พี่หลงไม่ชอบ ทำร้ายอี้หลานแล้วอาจถูกเกลียดตลอดชีวิตแต่ก็จะทำเพื่อรักษาชีวิตพี่หลงไว้ ช่างเป็นรักที่น่านับถือมากๆค่ะ Sad

ช่วงนี้เรื่องเข้มข้นขึ้น ตัวละครก็ต่างมีเรื่องให้ได้ลุ้น เครียดเลยค่ะ รออ่านตอนต่อไปอีกนะคะ Razz

ปล. ผกก.ทับทิมกรอบคะ ยิ่งยาวผู้อ่านยิ่งชอบค่ะ จะคอยเป็นกำลังใจให้เสมอนะคะ Very Happy

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=linguniang&group=3]Chil
lingu
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 4 กระบี่ไร้น้ำตา
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 4 กระบี่ไร้น้ำตา
avatar

จำนวนข้อความ : 6491
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sun Jun 14, 2009 1:37 am

ภาพปลากรอบค่ะ มาซะดึกเลย วันนี้นอนกลางวันเยอะตาสว่างโร่ Laughing




_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=linguniang&group=3]Chil
ทะเล
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 3 กระบี่ไร้เงา
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 3 กระบี่ไร้เงา
avatar

จำนวนข้อความ : 1285
: 33
Registration date : 13/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sun Jun 14, 2009 7:47 am


ขอบคุณสำหรับฟิคค่ะ ผู้กำกับทับทิม

ทะเลนำภาพประกอบมาให้ชมค่ะ




อี้เซียงพี่ขอโทษ



ท่านพ่อปล่อยข้าออกไปนะ ข้าจะไปหานางในดวงใจ


ท่านพ่อ....... ไม่งันข้าจะไปจากชีวิตของท่าน ในเมื่อข้าอยู่ต่อไปก็ไม่มีความหมายต่อใครแล้ว ข้าขอตายดีกว่า


ท่านพ่อข้าสำนึกผิดแล้วครับ


ข้าจะทำตามในสิ่งที่ท่านพ่อต้องการครับ


ข้าจะได้ไปหานางในดวงใจของข้าสะที


นายท่าน ท่านจะให้ข้าทำร้ายคุณหนูอี้หลานเหรอค่ะ


พี่ใหญ่ต้องโกรธข้ามากแน่ แต่ข้าทำไปเพราะรักษาชีวิตให้ท่านนะค่ะ พี่ใหญ่ พี่ใหญ่


อี้หลาน ข้าขอโทษ พิษที่เจ้าได้รับไม่ทำให้ต้องเสียชีวิต แค่ทำให้เจ้านอนหลับพักผ่อน ( Laughing )

ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sun Jun 14, 2009 8:20 pm

พี่หลิน..ขอบคุณสำหรับภาพปลากรอบค่ะ น่าสงสารพี่หลงจริงๆ งานเข้าซะแล้ว ยังดีที่มีพ่อตากับว่าที่ภรรยาเชื่อใจ ให้การช่วยเหลือ ไม่งั้นล่ะแย่แน่ๆเหมือนอยู่ตัวคนเดียว หัวเดียวกระเทียมลีบ แต่ต่อไปคงต้องลำบากหน่อย เพราะพี่เจี้ยนของน้องมลเยี่ยขู่ฟ่อๆอยู่ ขนาดยังไม่รู้ว่าพี่หลงเป็นมังกรเงินนะค่ะ ถ้ารู้แล้วพี่หลงคงรับมือลำบากแน่ๆเลยค่ะ ไหนจะน้องหลานถูกพิษ ไหนจะถูกขุนพลเจิ้นกับพี่ลี่หูตามล่า ไหนจะพี่เจี้ยนจ้องจะล้างแค้น ลำบากจริงๆ

พี่หูกับน้องเซียงรันทดสุดๆค่ะ แบบว่าชะตากรรมของพี่หูถูกกำหนดให้ต้องสูญเสียค่ะ ก็ลูกสะใภ้ของใต้เท้ากู้สาปแช่งไว้นี่ค่ะ แต่สุดท้ายเป็นยังไง ในตอนพิเศษก็เฉลยไว้แล้ว ในตอนพิเศษพี่หูเค้าถึงได้ทำบุญสร้างกุศลไว้เยอะๆก็เพื่อจะอุทิศให้ทุกคนที่เคยถูกเค้าทำร้าย ให้พวกเค้าอโหสิกรรมให้ค่ะ (พี่หูเลยได้ครองคู่กับน้องเซียง แฮปปี้ เอนจอย)

ส่วนทำไมพี่ลู่ฟงรักปักใจกับน้องเซียงขนาดนี้ก็เป็นเพราะว่า พี่ลู่ฟงชอบของแปลกค่ะ ฮ่าๆ น้องเซียงแปลกกว่าผู้หญิงทุกคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของพี่ลู่ฟง คือไม่ได้สวยเด่น แต่น่ารัก ไม่ปากหวาน แต่ขี้อ้อน (อ้อนพี่อี้หลานเก่งมากๆ สังเกตได้)

ป.ล. แม่นางหยูน่าสงสารนะค่ะ ตอนต่อไปยิ่งน่าสงสารค่ะ

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sun Jun 14, 2009 8:25 pm

ทะเล..ขอบคุณสำหรับภาพปลากรอบนะค่ะ พี่ลี่หูทรุดโทรมได้ใจจริงๆ โทรมมากๆจนไม่เหลือมาดผู้ร้ายรูปหล่อเลยค่ะ

ส่วนพี่ลู่ฟงก็ดูน่าสงสารมากๆ ไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายน้องเซียงกับลูกจริงๆนะ มันเป็นอารมณ์ชั่ววูบ วูบเดียวจริงๆ

แต่น่าสงสารสุดต้องแม่นางหยูเยี่ยน หยูเยี่ยนทำร้ายน้องหลานด้วยพิษจริงๆค่ะ ถ้าไม่ได้ยาถอนพิษ น้องหลานตายแน่ๆ เหอะๆๆ

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
tomtam
ศิษย์ชาเรี่ยนขั้น 2
ศิษย์ชาเรี่ยนขั้น 2
avatar

จำนวนข้อความ : 167
: 36
Registration date : 14/12/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sun Jun 14, 2009 8:27 pm

หึยยยยย อยากจะบีบคอขุนพลเจิ้นเสียจริงๆ เมื่อก่อนไม่เคยเคืองเท่านี้เลยนะ แต่บังอาจมาใส่ร้ายพี่หลง แถมยังใส่ร้ายลูกชายตัวเองเพื่อเอาตัวรอดอีก อยากจะกรี๊ดเป็นภาษาแต้จิ๋ว เคืองมากมาย

ด้านพี่หลงทีแรกอ่านแล้วใจไม่ดีค่ะ เพราะโดนข้อหาใหญ่ ฮ่องเต้สั่งจับตายแบบนี้ คงรอดยาก โชคดีมากๆ ที่ได้ปฏิภาณของอี้หลานช่วยไว้ได้ อี้หลานเนี่ยทั้งสวยทั้งฉลาด เหมาะจะมาเป็นฮูหยินจางมากๆ พี่หลงได้ภรรยาดีแบบนี้นี่เอง ถึงได้มีลูกหลายคนในตอนพิเศษ หุๆๆ

ตอนหน้าก็ต้องลุ้นต่อไปค่ะ พี่หลงต้องไปขอยาถอนพิษจะหยูเยี่ยนแน่ๆ แล้วตอนนั้นขุนพลเจิ้นก็คงจะจับตัวพี่หลง เฮ้อแม่นางหยูเยี่ยนงานนี้พลาดไปแล้วจริงๆ แต่ผู้อ่านก็ยังมีความหวังกับอีกคนนึงค่ะ ไม่รู้ว่าคนๆ นั้น จะคิดได้จริงหรือเปล่า หวังว่าเขาจะคิดได้และกลับมาช่วยทุกคนนะคะ เพราะเขาคือความหวังสุดท้ายที่จะต่อกรกับขุนพลเจิ้นได้
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว http://forums2.popcornfor2.com/index.php?showtopic=56077&st=
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sun Jun 14, 2009 8:39 pm

เบื่อแต๋มที่สุดเลย แป่ว...อย่าเพิ่งเคืองนะจ๊ะคนดี ที่บอกแบบนี้ก็เพราะว่า.....

Spoiler:
 

ตอนนี้คนที่ทุกคนเกลียดที่สุดก็คือขุนพลเจิ้นล่ะนะ เพราะคนอื่นๆเหมือนจะพากันสงสารไปหมด ตั้งแต่พี่ลี่หู (รึเปล่า สงสารกันรึยังค่ะ) พี่ลู่ฟง แรงดีไม่มีตก แรงสงสารท่วมท้น แม่นางหยูเยี่ยนคนงาม ตีคะแนนขึ้นมาเรื่อยๆ ในเมอื่พากันเกลียดขุนพลเจิ้นขนาดนี้ ตอนจบทำลายวรยุทธ์แล้วก็จับไปตอนเป็นขันที แล้วให้ไปล้างห้องน้ำทั้งวังหลวงดีไหมค่ะ เหอะๆ

กระซิบๆ พี่หลงได้ภรรยาดีแบบนี้ค่ะ ถึงได้หุงข้าวไปซะหลายหม้อ

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
O-yohyo
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 4 กระบี่ไร้น้ำตา
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 4 กระบี่ไร้น้ำตา
avatar

จำนวนข้อความ : 6683
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sun Jun 14, 2009 9:23 pm

ที่แท้คนทำร้ายอี้หลานเป็นแม่นางหยูเยี่ยนจริงๆ ด้วย แต่ว่า . .

คนอ่านใจอ่อนโกรธหยูเยี่ยนไม่ลงนี่หน่า แค้นครั้งนี้ขอนำไปลงกับขุนพลเจิ้นคนเดียวเลยค่ะ

นอกจากสั่งให้อี้หลานโดนพิษแล้วยังใส่ร้ายพี่หลงอีก คนอะไรไร้น้ำใจลูกที่เลี้ยงมาก็ยังทำได้ลง

โทษตายนั้นเบาไปนะคะ ผกก ต้องเอาโทษเป็นทนทุกข์ทรมานแสนสาหัส ค่อยๆ ตายช้าๆ

ไร้ลูกไร้หลานคอยดูใจ จะตายก็ตายไม่ได้ จะอยู่ก็เหมือนตาย ฮึ่ม . . ตาเฒ่าบ้าอำนาจ



พี่ลู่ฟงเปลี่ยนใจไม่ใส่ยาขับเลือดแล้ว นับว่ายังมีเยื่อใยกันอยู่บ้าง

แต่คิดว่าพี่ลู่ฟงเป็นพ่อให้เด็กไม่ได้หรอกค่ะ ต้องลำเอียงชัวร์

ประมาณว่าเห็นลูกก็เหมือนเห็นพ่อ รักแต่แม่แบบนี้สงสารเด็กที่จะเกิดมา

แต่ยังไงเรื่องนี้พี่ลู่ฟงก็น่าสงสารเพราะตอนแรกโดนหลอกลวงหัวใจไปก่อนนี่หน่า

ก็เลยอยากให้พี่ลู่ฟงได้เจอคนที่รู้ใจ คนที่รักพี่ลู่ฟงหมดหัวใจและพี่ลู่ฟงก็รักเธอคนนั้นสุดใจด้วย



พี่ลี่หูก็เริ่มฮึดสู้แล้ว สงกะสัยตรอมใจหนนี้ทำให้ตาสว่างแฮะ สู้ๆ ค่ะพี่ลี่หู lol!



ปล. ชอบความรักของตากับยายจริงๆ ค่ะ มองตาก็รู้ใจ เข้าใจกันไปซะหมด

สมแล้วที่เป็นความรักแบบตากับยาย เรื่อยๆ เรียบๆ แต่มั่นคง




อี้หลานนอนสลบไสลเพราะโดนพิษ Sad


_________________



Charmaine Sheh / เสอซือมั่น - อาเส่ / 佘詩曼
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
tomtam
ศิษย์ชาเรี่ยนขั้น 2
ศิษย์ชาเรี่ยนขั้น 2
avatar

จำนวนข้อความ : 167
: 36
Registration date : 14/12/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sun Jun 14, 2009 9:45 pm

โหะๆ ดีนะที่ผกก.ไหวตัวทัน เพราะแต๋มไม่ชอบคนๆ นั้นตั้งแต่ต้นเลยค่ะ แต่พอรู้ว่าคนๆ นั้นจะมาช่วยทีหลัง ก็นะ หายโกรธล่วงหน้าไปแล้ว เอาเป็นว่าตอนนี้คนที่ไม่ชอบในก็เหลือแค่คนเดียว คือ ขุนพลเจิ้น ส่วนคนอื่นๆ ยังพอมีเหตุผลให้น่าสงสารบ้าง แอบเคืองอิตารองแม่ทัพหานอีกคน อย่าลืมจับลงโทษมันด้วยนะคะ โทษฐานมาใส่ร้ายพี่หลง ทำให้พี่หลงต้องหนีหัวซุกหัวซุนไปอยู่ในตระกร้าผัก Evil or Very Mad

ลองมาจัดคะแนนดูนะคะว่าใครเรียกคะแนนสงสารได้บ้าง
พี่หลง คนนี้แน่นอนอยู่แล้ว แค่ยืนเฉยๆ แม่ยกก็เทคะแนนให้ร้อยเปอร์เซ็นเลยค่ะ 555
พี่หู อืมมม ฉากที่พ่อบ้านเจิ้น เข้ามาเล่าเรื่องในอดีตให้ฟัง พอรู้แล้วก็น่าสงสารมากค่ะ พ่อใจร้ายแบบนี้ก็มีด้วย แถมยังต้องมาเข้าใจผิดกับน้องเซียงอีก สงสารก็ได้ให้ 50 50 ขึ้นอยู่กับว่าจะสำนึกได้จริงไหมนะคะ
พี่ฟง คนนี้ทีแรกไม่เกลียดเลย แต่หลังๆ มาคิดทำร้ายหลาน ก็เคืองๆ ค่ะ ถึงจะมีเหตุผลก็เถอะ โชคดีนะที่ตอนนี้หลานตัวน้อยยังปลอดภัย ไม่งั้นเรทติ้งคงตกเรียกไม่ขึ้นแน่ๆ ค่ะ
แม่นางเยี่ยน คนนี้นี่ทีแรกไม่ชอบหน้ามากมาย ข้อหามาเรียกร้องความสนใจจากพี่หลง แต่มาหายโกรธตั้งแต่คราวโน่นแล้ว ที่นางทดลองใจพี่หลง แล้วก็ทำให้พี่หลงยอมรับความรู้สึกในใจที่มีต่ออี้หลาน หลังๆ มา ก็น่าสงสารด้วย ให้อภัยไปเก้าสิบเปอร์เซ็นแล้วค่ะ
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว http://forums2.popcornfor2.com/index.php?showtopic=56077&st=
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sun Jun 14, 2009 10:18 pm

ผกก.แอบไปเล่นเกมส์เด็กประถมมาค่ะ มันส์โคตรๆ แบบว่ามันตื่นเต้นเร้าใจดีค่ะ ไม่ต้องใช้สมองมาก แต่ก็ได้ลุ้นระทึกทุกเมื่อ โหะๆๆ

พี่โย่ว..ตอนแรกกะให้ขุนพลเจิ้นถูกทำลายวรยุทธ์แล้วค่อยจับไปประหาร แต่ดูเหมือนว่าทุกความผิดที่กระทำได้นั้นมันยากที่จะให้อภัยได้จริงๆ โทษตายมันเบาจนเกินไปแล้ว ลงโทษเป็นดีกว่า จะอยู่ก็ไม่ตาย จะตายก็ไม่ได้ จับตัดแขนขาแล้วใส่โอ่งดองเลยดีกว่า (เห็นในสมัยชิงลงโทษแบบนี้ ยุคของพระนางซูสี จับนางสนมที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามกับพระนาง ตัดแขน ตัดขา แล้วจับดองในโอ่ง ทรมานสุดๆ) ขุนพลเจิ้นจะลองดูไหม จะได้สาสมกับการกระทำ เดี๋ยวทับทิมไปค้นก่อนนะค่ะว่าสมัยซ้องเค้ามีวิธีลงโทษอะไรบ้าง เคยดูในหนังจีนที่จะมีการลงฑัณท์ที่โหดร้ายมากๆ มีถลกหน้า ตัดเอ็นมือ เท้า ควักลูกตา แล้วอะไรอีกน๊า แต่ตอนหลังก็ได้มีการยกเลิกไปค่ะ แต่จำไม่ได้ว่ายกเลิกในสมัยราชวงศ์อะไร ถ้าสมัยซ้องยังมีอยู่ อิตาเฒ่าบ้าอำนาจได้โดยแน่ๆค่ะ


แต๋ม..ผกก. ไม่ได้ไหวตัวทันหรอกค่ะ แต่พอเรื่องดำเนินมาถึงตรงนี้ คนๆนั้นก็จะเป็นแบบนี้อยู่แล้วค่ะ จริงๆก็อยากให้เกลียดอยู่นะ (แอบดีใจนะเนี่ยที่แต๋มไม่ชอบคนๆนั้นตั้งแต่แรก อิอิ เพราะตั้งใจให้เป็นแบบนั้นอยู่แล้ว) แต่คนเราย่อมเปลี่ยนแปลงกันได้ เพราะมันคือความมหัศจรรย์ของความรักที่สามารถเปลี่ยนแปลงคนๆหนึ่งให้ดีถึงที่สุด และเปลี่ยนคนๆหนึ่งให้เลวถึงที่สุด (ยืมคำของมามิมา ชอบประโยคนี้ค่ะ)

เห็นอันดับการให้คะแนนความสงสารแล้ว พี่หลงนอนมาเลย ยังไงๆแม่ยกก็ต้องให้คะแนนเต็มร้อยอยู่แล้วใช่ม๊า ผกก.เข้าใจค่ะ พระเอกรูปหล่อ หน้าตาดี นิสัยน่ารักขนาดนี้ ต่อให้ยืนอยู่เฉยๆคะแนนก็นำลิ่วค่ะ Laughing แต่ของพี่หูนี่ ได้มา 50 ก็นับว่าโอเค แต่คนๆนี้ยังมีเบื้องหลังที่น่าสงสารอยู่อีกนะค่ะ กะมาเรียกคะแนนอีกสักรอบค่ะ

พี่ฟงกำลังทำคะแนนรอบสุดท้ายอยู่นะค่ะ คะแนนความไม่ชอบหน้าอาจจะแซงหน้าพี่หูก็ได้ ใครจะไปฮู้ ใช่ป่ะ แต่แม่นางหยู ไม่ร้ายแล้วค่ะ มีแต่น่าสงสาร ไม่รู้จะหาใครมาปลอบใจ เพราะพี่เจี้ยนก็เสร็จมลเยี่ยไปซะแล้ว

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
ทะเล
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 3 กระบี่ไร้เงา
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 3 กระบี่ไร้เงา
avatar

จำนวนข้อความ : 1285
: 33
Registration date : 13/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sun Jun 14, 2009 10:21 pm

Sad ผู้กำกับบอกว่าตอนหน้าเจ๊หยูเยี่ยนจะ มีชีวิตที่น่าสงสารมากๆ งันทะเลต้องไปเตรียมยารักษา หรือ ไม่ก็อาวุธให้เจ๊ไว้ป้องกันตัว Sad แต่สาเหตุที่ทำให้เจ๊ต้องยื่นร้องไห้ก็เพราะความรัก รักที่มีแต่ให้ ไม่สามารถครอบครองคนที่เรารักได้ Evil or Very Mad

ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
lingu
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 4 กระบี่ไร้น้ำตา
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 4 กระบี่ไร้น้ำตา
avatar

จำนวนข้อความ : 6491
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sun Jun 14, 2009 11:29 pm

ยกมือหนับหนุนโทษของขุนพลเจิ้งค่ะ แค่ตายมันง่ายไป ดูซิๆ ทรมานลูกในไส้ของตัวเองมาตั้งกี่สิบปี แล้วยังขายชาติอีก โทษนี้สาหัสสากรรรจ์นัก ฝาก ผกก.ไปคิดบทลงโทษที่เลือดเย็นสุดๆไปเลยนะคะ Twisted Evil

เห็นแต๋มบอกว่าใครน่าสงสารที่สุดในเรื่อง ขอเรียงลำดับดังนี้ค่ะ

1. แม่นางหยู - หญิงตัวคนเดียวโด่เด่ อกหักแล้วไม่รู้จะไปรักใคร อนาคตก็แขวนบนเส้นด้าย เสี่ยงอันตรายมากๆค่ะ

2. พี่ลี่หู - แม้จะเลวตั้งแต่ต้น ก็เพราะถูกพ่อฝังความคิดโหดร้ายให้ แต่พอมีความรักก็รู้จักเปลี่ยนแปลง และพี่ลี่หูนี่แหล่ะที่น่าสงสารมากๆ เพราะถูกทำร้ายจากพ่อของตัวเอง แถมยังถูกกีดกันจากคนที่รัก เสียลูกไปอีก น่าสงสารรองลงมาค่ะ

3. พี่ลู่ฟง น่าสงสารเพราะไปรักคนที่เค้าไม่มีใจให้นั่นแหล่ะ แต่นอกจากเค้าไม่รักแล้ว ยังถูกหลอกให้ไขว้เขวอีก เพราะงั้นที่พี่ลู่ฟงแค้น ก็เกลียดไม่ค่อยลงเลยค่ะ

4. น้องเซียง ต้องถูกพรากจากคนรัก เสียลูก

5. ตาหลง กับ ยายหลาน ที่ให้เป็นอันดับสุดท้าย เพราะตั้งแต่ต้นเรื่องมา สองตายายสุขมาตลอด เพิ่งจะงานเข้าก็ตอนหลังๆนี่เอง น่าสงสารน้อยกว่าเพื่อนแล้วค่ะ อิอิ Very Happy

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=linguniang&group=3]Chil
O-yohyo
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 4 กระบี่ไร้น้ำตา
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 4 กระบี่ไร้น้ำตา
avatar

จำนวนข้อความ : 6683
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Mon Jun 15, 2009 2:59 pm

วิธีการลงโทษของ ผกก โหดสยองเหมือนกันนะคะเนี่ย
ที่อยากให้ลงโทษไม่ใช่โทษทางกายค่ะ แต่เป็นโทษทางใจ
ทำร้ายร่างกายยังไง ถ้าขุนพลเจิ้นไม่สำนึก เค้าก็ไม่เจ็บปวดหรอก
มีแต่จะยิ่งสะสมความแค้น ตายไปก็เป็นผีที่มีแต่ความอาฆาต
ต้องให้เค้าสำนึกในสิ่งที่ทำ ให้ต้องอยู่อย่างเดียวดาย ถึงจะสาสมค่ะ

สำหรับพี่ บทที่น่าสงสารที่สุด ยกให้หยูเยี่ยน
ตัวละครอื่นๆ นั้นที่น่าสงสารก็เพราะทำตัวเอง
แต่หยูเยี่ยนเนี่ยนะ นางทำเพื่อคนอื่น ไม่เคยได้รับความรักตอบแทน
แต่นางก็ยังรัก ทำทุกอย่างเพื่อพี่หลงจริงๆ โอ้ . . น่าระทมที่สุดแล้วล่ะ
รองลงมาก็ลู่ฟงค่ะ แต่ว่าความที่เจ้าคิดเจ้าแค้น เลยลดความน่าสงสารไปเยอะ

_________________



Charmaine Sheh / เสอซือมั่น - อาเส่ / 佘詩曼
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
 
The Swordsman of Devil
อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน 
หน้า 1 จาก 11ไปที่หน้า : 1, 2, 3 ... 9, 10, 11  Next

Permissions in this forum:คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
Welcome To Charlianz world :: Fiction & Recreation :: Fiction & Recreation-
ไปที่: