Welcome to Charlian Thai fans
 
บ้านสมัครสมาชิก(Register)เข้าสู่ระบบ(Log in)

Share | 
 

 The Swordsman of Devil

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down 
ไปที่หน้า : Previous  1 ... 19 ... 34, 35, 36, 37  Next
ผู้ตั้งข้อความ
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sun May 24, 2009 7:16 pm

“ข้าไม่เป็นไร” อี้เซียงเงยหน้าขึ้นมาตอบและพยายามฝืนยิ้มให้กับชายหนุ่ม “ข้านึกไว้อยู่แล้วว่าเขาจะต้องพูดแบบนี้ ในเมื่อคนเขาหมดรักสิ้นเยื่อใยไปแล้ว จะให้มารับผิดชอบลูกที่เกิดกับหญิงใจง่ายเช่นข้าได้อย่างไร” อี้เซียงค่อยๆลูบหน้าท้องของนางช้าๆ ยิ้มรับความจริงทั้งน้ำตา “เรากลับกันเถอะค่ะ” นางบอกลู่ฟงพร้อมทั้งหันหลังเพื่อจะกลับบ้าน แต่เพียงก้าวขาออกไปได้ก้าวเดียว ร่างบอบบางของอี้เซียงก็ไม่อาจทรงตัวต่อไปได้ หัวใจของนางกำลังถูกทำร้ายอีกครั้งจนมิอาจยืนหยัดต่อไปได้อีกแล้ว เจ็บเหลือเกิน ความเจ็บปวดครานี้มันช่างหนักหนาจนเกินจะกล่าว ลู่ฟงที่เข้ามารับร่างของนางไว้ ใช้อกกว้างให้นางเป็นที่พักพิงยามที่หัวใจกำลังบอบช้ำ เสียงร่ำไห้ของนางสะท้อนเข้าไปในจิตใต้สำนึกของลู่ฟง สิ่งที่เขาได้ทำลงไปทั้งหมดมันถูกต้องแล้วหรือไม่ เพียงให้ได้นางผู้เป็นดวงใจกลับคืนมา ไยเขาถึงได้ทำร้ายนางถึงเพียงนี้ หรือนี่คือความเจ็บปวดที่นางควรจะได้รับเพื่อระบายความโกรธแค้นที่อยู่ในใจของเขามาโดยตลอด ลู่ฟงไม่ได้บอกลี่หูเรื่องลูก ไม่ได้บอกให้ลี่หูออกมาพบอี้เซียง คำพูดทั้งหมดเขาเพียงกุขึ้นมาเพื่อให้อี้เซียงตัดใจจากลี่หูให้ได้ ทั้งที่รู้ว่าผลสุดท้ายคนที่เจ็บปวดที่สุดก็คือผู้หญิงที่ร้องไห้อยู่ในอ้อมกอดของเขาเวลานี้ เมื่อความรักที่ลู่ฟงมีให้อี้เซียงมาโดยตลอดเข้ามาแทนที่ความโกรธแค้นที่อยู่ในใจของเขาอีกครั้ง เสียงร่ำไห้ของนาง ทำให้เขาอยากปกป้องและดูแลนางไปตลอดชีวิต อยากชดเชยในสิ่งที่ขาดหาย อยากเข้าไปรักษาหัวใจของนาง ทั้งที่รู้ดีว่าเขาเป็นเพียงตัวแทนและอาจจะเป็นได้แค่เงาของลี่หูเท่านั้น
“อี้เซียง..เจ้ายังมีข้า ข้ายังอยู่กับเจ้า ยังรักเจ้าและพร้อมที่จะดูแลเจ้า จะไม่มีวันทอดทิ้งเจ้าไปไหน” ชายหนุ่มกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น เขาไม่สนใจว่าใครจะมาเห็น ไม่สนใจว่าใครจะคิดอย่างไร ขอเพียงได้ใช้อ้อมกอดที่อบอุ่นปลอบประโลมหัวใจที่เหน็บหนาวของอี้เซียง มันก็เพียงพอจนไม่คิดที่จะสนใจสิ่งอื่นๆที่อยู่รอบตัว “ในเมื่อเขาไม่ได้รักเจ้าแล้ว ก็อย่าไปเสียน้ำตาให้เขาอีกเลย อี้เซียง..ให้โอกาสข้าได้ดูแลเจ้ากับลูกได้ไหม” น้ำเสียงของลู่ฟงอ่อนโยนหากแต่ชัดเจนในทุกคำพูด “ให้ข้าได้เป็นพ่อของลูกในท้องของเจ้าได้ไหม”
“พี่ลู่ฟงได้โปรดอย่าทำเพื่อข้าถึงขนาดนี้ เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น ข้าเป็นคนก่อก็สมควรที่ข้าจะต้องรับแต่เพียงผู้เดียว ข้าไม่อาจเห็นแก่ตัวให้ท่านต้องมาร่วมรับผิดชอบได้หรอกค่ะ” อี้เซียงเงยหน้าขึ้นมาตอบด้วยน้ำตาที่ยังไหลอาบแก้มทั้งสองข้าง ลู่ฟงส่ายหน้าช้าๆใช้นิ้วเกลี่ยน้ำตาของอี้เซียงที่ยังคงไหลออกมาเรื่อยๆ
“เจ้าอย่าได้พูดเช่นนั้น เรื่องของเจ้าย่อมเป็นเรื่องของข้า ข้ายินดีและเต็มใจที่จะดูแลเจ้ากับลูก” คำพูดของลู่ฟงยิ่งทำให้อี้เซียงร้องไห้ ไม่กล้าแม้แต่จะสบตาชายหนุ่มที่มองด้วยความรู้สึกรักและห่วงหา “อี้เซียง..เจ้าลืมพี่ลี่หูได้ไหม แล้วเรามาเริ่มต้นกันใหม่ ลืมเลือนอดีตทั้งหมดแล้วมองแต่อนาคต” อี้เซียงเม้มริมฝีปากแน่นเพื่อกั้นเสียงสะอื้นเมื่อนางกำลังใช้มือนุ่มสัมผัสลูกน้อยที่ยังอยู่ในครรภ์อย่างช้าๆ บางสิ่งลืมเลือนง่ายดาย แต่คนที่รักสุดหัวใจนางคงมิอาจจะทำได้โดยง่ายนัก และยิ่งในกายของนางยังมีสายเลือดของคนที่นางรัก นางคงมิอาจลืมอดีตและเริ่มต้นใหม่กับใครได้อีกแล้ว อี้เซียงเข้าใจดีและพร้อมที่จะยอมรับกับความจริงที่เกิดขึ้นทั้งหมดแล้ว เมื่อใจของนางเจ็บจนถึงที่สุดจนชาด้าน น้ำตาที่เคยไหลมันก็ไม่มีออกมาให้เห็น มีเพียงรอยยิ้มให้กับชายหนุ่มตรงหน้าที่รอฟังคำตอบ
“พี่ลู่ฟง..ข้าเข้าใจความหวังดีของท่าน ซาบซึ้งในความรักของท่านที่มีให้ข้ามาโดยตลอด แต่ที่ผ่านมาข้าเคยทำร้ายท่าน ใช้ท่านเป็นตัวแทนของคนอื่นจนทำให้ท่านต้องเสียใจมาแล้ว พี่ลู่ฟง..วันนี้ข้าคงไม่อาจเห็นแก่ตัวใช้ความรักของท่านมาชดเชยในสิ่งที่ผิดพลาดของข้าได้ เรื่องทั้งหมดควรให้ข้าเป็นคนรับผิดชอบคนเดียว ถึงลูกจะเกิดมาโดยไม่มีพ่อ แต่เขายังมีข้าที่เป็นแม่ ข้าจะรักเขา ดูแลเขาเป็นอย่างดี จะไม่ทำให้ลูกต้องรู้สึกว่าตัวเองเป็นเด็กที่ไม่เคยได้ความรักจากพ่อ เพราะความรักจากแม่จะทดแทนในส่วนที่ขาดหายนั้นทั้งหมด พี่ลู่ฟง..ข้าต้องยืนด้วยตัวเอง จะให้ใครมาคอยช่วยประคองต่อไปไม่ได้อีกแล้ว” อี้เซียงยิ้มหวานแล้วจึงลุกขึ้นมาด้วยตัวเองโดยที่ไม่มีลู่ฟงคอยช่วย “คนเราบางครั้งหากได้พบเจอเรื่องราวที่ทำให้รู้สึกเจ็บปวดจนถึงที่สุด เราก็จะโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้น พี่ลู่ฟง..ไม่ต้องห่วงข้านะค่ะ ถึงข้าจะลืมอดีตไม่ได้ แต่ข้าก็จะไม่หันหลังกลับไปนึกถึงมันอีกแล้ว ข้ายังมีชีวิตน้อยๆที่จะต้องดูแล ข้าจะมองอนาคต อนาคตของลูกที่กำลังจะเกิดมาค่ะ” หญิงสาวจับมือทั้งสองข้างของลู่ฟงไว้ “พี่ลู่ฟง ขอบคุณนะค่ะ ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง ฝันร้ายของข้ามันได้ผ่านพ้นไปแล้ว” นางยิ้มพร้อมทั้งเงยหน้าขึ้นมองดูท้องฟ้าสีคราม และจึงเลื่อนสายตากลับมาหาชายหนุ่ม “เรากลับกันเถอะค่ะ” อี้เซียงยื่นมือให้ลู่ฟง เขาก็กุมมือของนางไว้โดยที่ไร้คำพูดใดๆทั้งสิ้น ลู่ฟงเงียบไปใช่ว่ารู้สึกแปลกใจที่ความเสียใจของอี้เซียงจะเลือนหายไปในเวลาเพียงเสี้ยวนาที ใช่ว่ามัวแต่ชื่นชมในความคิดที่เป็นผู้ใหญ่ของนาง หากแต่ที่ต้องเงียบไปเพราะความรู้สึกเจ็บแน่นในอกจนพูดอะไรไม่ออก คำพูดของอี้เซียงทำให้ลู่ฟงรู้ดีว่าถึงเขาไม่พูดโกหกกับนาง อี้เซียงก็ไม่มีทางลืมลี่หู ไม่มีทางหมดรักลี่หู ตราบใด..ที่นางยังมีลูก เด็กคนนั้นรั้งใจของอี้เซียงไว้ให้ผูกติดกับลี่หูไปตลอดกาล แม้ลู่ฟงจะทำใจยอมรับสายเลือดของลี่หูในคราวแรกได้ หากแต่ในเวลานี้เขาจะทนคิดเช่นนั้นต่อไปได้อย่างไร ถ้าไม่มีเด็กคนนี้สักคน พันธนาการที่ลี่หูผูกมัดอี้เซียงไว้มันคงจะสิ้นสุดลง ใจที่เป็นฝ่ายมารเข้าครอบงำความคิดใฝ่ดีของลู่ฟงในทันที สายตาที่อ่อนโยนของเขาเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวระหว่างที่กุมมืออี้เซียงไว้ โดยที่นางไม่เคยคิดระแวงชายหนุ่มที่ใจกว้างคนนี้แม้แต่เพียงนิดเดียว

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sun May 24, 2009 7:17 pm

ลู่ฟงพาอี้เซียงจากไปแล้ว โดยที่ทั้งสองคนไม่ได้รับรู้เลยว่าลี่หูแอบยืนมองเฝ้าดูอี้เซียงอยู่ตรงมุมของประตูใหญ่ของบ้านตั้งนานแล้ว ตั้งแต่อี้เซียงร้องไห้แทบจะขาดใจจนกระทั่งนางลุกขึ้นยืนอย่างเข้มแข็ง เขาอยากจะเข้าไปหานางแต่ก็ทำไม่ได้ เพราะคำพูดของลู่ฟงที่บอกเขาทิ้งท้ายก่อนที่จะเดินกลับมาหาอี้เซียงเท่านั้น
“ถ้าไม่อยากทำให้อี้เซียงเสียใจไปมากกว่านี้ จงอย่าได้คิดไปพบนางอีกเป็นอันขาด มิเช่นนั้นข้าจะพูดความจริงกับนางทั้งหมดว่าใครคือคนที่ทำให้พี่ชายของนางต้องตาย” คำพูดของลู่ฟงเมื่อครู่ลี่หูจดจำได้ทั้งหมด ทำให้เขาหวาดกลัวที่จะถูกเปิดเผยความผิดที่เคยก่อไว้จนทำให้อี้เซียงเกลียดและเดินหนีเขาไปในที่สุด แต่ความขี้ขลาด ไม่กล้ายอมรับความจริงของลี่หู สุดท้ายเขาก็ยังรักษาหัวใจของตัวเองไว้ไม่ได้ แล้วมันจะแตกต่างกันอย่างไร กับการมีชีวิตอยู่โดยที่ไม่มีอี้เซียงมาอยู่เคียงข้างเหมือนกัน


ในวันต่อ..อำมาตย์ไป๋ไปเข้าเฝ้าฮ่องเต้เพื่อกราบทูลให้พระองค์เปลี่ยนพระทัยเรื่องการยกทัพไปสู้รบกับแคว้นเหลียว แต่เพียงท่านยืนรออยู่ด้านนอกห้องทรงพระอักษร ยังมิทันจะได้ไปเข้าเฝ้า ขุนพลเจิ้นที่เหมือนจะรู้เรื่องว่าอำมาตย์ไป๋มาคล้ายกับว่ามีคนไปส่งข่าวก็รีบตามมาทันที ท่านไป๋ทำทีไม่ได้สงสัยในความบังเอิญจนเหลือเชื่อนี้จึงได้กล่าวทักทายขุนพลเจิ้นตามปกติ จนกระทั่งได้เข้าเฝ้าฝ่าบาท อำมาตย์ไป๋จึงได้กราบทูลพระองค์ถึงเรื่องที่ตั้งใจมาตั้งแต่ต้นและไม่ลืมที่จะคอยสังเกตขุนพลเจิ้นไปด้วยว่าอีกฝ่ายจะคัดค้านหรือเห็นด้วยกันแน่ แต่แล้วสิ่งที่คาดการณ์ไว้กลับตรงกันข้าม ขุนพลเจิ้นคัดค้านความคิดของอำมาตย์ไป๋ที่ไม่ต้องการให้เปิดศึกครั้งนี้ และยังทูลเสนอกับฮ่องเต้ให้รีบเปิดศึกเร็วขึ้นเพื่อที่จะได้เป็นการแสดงให้แคว้นเหลียวเห็นว่าต้าซ้องไม่เคยคิดจะยอมอ่อนข้อให้ ความคิดที่เปลี่ยนไปของขุนพลเจิ้นทำให้อำมาตย์ไป๋มิอาจคาดเดาได้เลยว่าอีกฝ่ายมีแผนการใดอยู่กันแน่ ฝ่าบาทเมื่อทรงได้เสียงสนับสนุนจากขุนพลเจิ้นถึงเพียงนี้ จึงมีรับสั่งให้เคลื่อนทัพในอีกสองวันข้างนอกในทันที เพราะอย่างไรเสียบัดนี้ก็ได้จัดทัพเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขุนพลเจิ้นพอได้ยินฝ่าบาทรับสั่งเช่นนี้ก็นึกกระหยิ่มอยู่ในใจ

หลังจากที่ฟู่เจี้ยนพักรักษาตัวจนอาการบาดเจ็บหายเป็นปกติดีแล้ว วันนี้เขาก็เตรียมที่จะออกไปข้างนอกเพื่อสืบเรื่องที่ยังค้างคาในใจไม่หาย ในขณะที่กำลังจะเดินออกไปจากห้อง จอมยุทธ์เซี่ยงก็เดินเข้ามาพอดี จึงได้ถามว่าฟู่เจี้ยนจะไปไหน เขาจึงได้ตอบไปว่าเขาจะไปสืบเรื่องของพวกปีศาจเงินต่อ เขาจะต้องรู้ให้ได้ว่าใครอยู่เบื้องหลังมือสังหารกลุ่มนี้
“พี่เซี่ยง ข้าคิดว่าข้าจะกลับไปที่สถานที่นัดพบของพวกปีศาจเงินกับนายใหญ่ของพวกมันอีกครั้ง ไม่แน่ว่าเราอาจจะได้เบาะแสอะไรเพิ่มขึ้นก็ได้นะ” ฟู่เจี้ยนบอกความคิดของตนให้จอมยุทธ์เซี่ยง จอมยุทธ์หนุ่มขมวดคิ้วด้วยความคิดเห็นที่ตรงกันข้าม
“ไม่ได้นะ มันเสี่ยงเกินไป ถ้าคราวนี้เจ้าพลาดท่าถูกพวกมันจับตัวไปได้อีก ไม่แน่ว่าจะมีชีวิตรอดกลับออกมาได้เป็นครั้งที่สองนะ ถ้ายังไงเรื่องนี้ไปปรึกษาท่านอำมาตย์ก่อนดีกว่าไหม” ฟู่เจี้ยนส่ายหน้าอย่างไม่ยอมฟังคำค้าน
“แต่ถ้าเราไม่เข้าถ้ำเสือ ไหนเลยจะได้ลูกเสือ พี่เซี่ยง ข้าจะลองอีกสักครั้ง ข้ารับรองว่าครั้งนี้ข้าจะไม่ประมาทจนพลาดท่าให้พวกมันอีกแน่”
“แล้วเจ้ารู้ทางเข้าสถานที่นัดพบของพวกปีศาจเงินรึไง” ฟู่เจี้ยนพยักหน้าอย่างมั่นใจ
“รู้สิ ก็คราวที่แล้วที่ข้าสะกดรอยตามหม่าถงไป ข้าแอบทำสัญลักษณ์ไว้ด้วย พี่เซี่ยงข้าว่าตอนนี้พวกมันคงยังไม่ได้นัดหมายมาพบกันอีกแน่ๆ เพราะฐานะของหยูเยี่ยนกับหม่าถงเพิ่งจะถูกเปิดเผย พวกมันคงเก็บตัวกันสักระยะ ข้าจึงจะใช้โอกาสนี้ลอบเข้าไปสืบดู” จอมยุทธ์เซี่ยงยังคงไม่คล้อยตามความคิดของฟู่เจี้ยน ทำท่าจะพูดค้านขึ้นมาอีกรอบ “เถอะน่าพี่เซี่ยง ข้ารอช้าไม่ได้แล้ว คนผู้นั้นคงกำลังคิดการณ์ใหญ่ ถ้าไม่รีบขัดขวาง แผ่นดินต้าซ้องของเราอาจมีภัยก็ได้นะ”
“แต่ข้าจะให้เจ้าไปเสี่ยงคนเดียวไม่ได้อีกแล้ว เกิดเจ้าเป็นอะไรไปขึ้นมา ข้าจะไปตอบมือปราบฟู่ต่อหน้าสุสานของท่านได้อย่างไร” จอมยุทธ์หนุ่มถอนหายใจอย่างยอมแพ้ ฟู่เจี้ยนคิดถูกเรื่องของแผ่นดินจะรอช้าไม่ได้ ถึงเขาจะเป็นจอมยุทธ์ไม่ยุ่งเรื่องในราชสำนัก แต่เห็นทีว่าคราวนี้คงจะทำเฉยไม่ได้อีกแล้ว “ถ้าเจ้าจะไปจริงๆข้าจะไปด้วย อย่างน้อยมีสองหัวก็ยังดีกว่าหัวเดียว จริงไหม” จอมยุทธ์เซี่ยงยกมือขึ้นตบไหล่ฟู่เจี้ยนเบาๆ ซึ่งตัวเขาก็ยกมือขึ้นมาตบลงบนหลังมือของจอมยุทธ์เซี่ยงแทนคำขอบคุณ เมื่อทั้งสองตกลงกันว่าจะแอบเข้าไปยังสถานที่นัดพบของพวกปีศาจเงินอีกครั้ง ฟู่เจี้ยนจึงได้เดินไปตามเส้นทางที่เขาเคยแอบทำสัญลักษณ์ไว้

ในยามกลางวันทำให้พวกเขาสองคนเห็นเส้นทางได้ถนัดชัดเจน มันเป็นตรอกที่เดินผ่านทะลุถึงกันจากทางเข้าทางหนึ่งไปอีกทางหนึ่งได้ ซึ่งในเวลานี้ก็มีคนเดินเข้าออกไปมาตามปกติ จนกระทั่งเดินไปเรื่อยๆก็ไปถึงทางแยก ทั้งสองคนเลี้ยวซ้ายแล้วเดินตรงไปอีกประมาณห้าสิบก้าวก็จะเดินลอดช่องประตูทะลุเข้าไปก็จะเห็นเป็นทางตัน เมื่อมีกำแพงสูงขวางกั้นอยู่ จอมยุทธ์เสี่ยงทำหน้าสงสัยในขณะที่ฟู่เจี้ยนยิ้มนิดๆแล้วจึงย่อตัวลงเอามือเคาะไปที่แผ่นหินสี่เหลี่ยมจัตุรัสบนพื้นดิน พอเจอแผ่นหินที่ต้องการเขาก็ค่อยๆเปิดมันออก ที่ใต้แผ่นหินนั้นมีกลไกพอบิดไปทางขวามือหนึ่งรอบ กำแพงที่อยู่เบื้องหน้าก็จะเปิดออกทันที ฟู่เจี้ยนเดินนำเข้าไปในกำแพงนั้นซึ่งเป็นทางเดินแคบๆกว้างประมาณหนึ่งเมตร หลังจากเดินไปอีกสามสิบก้าวก็จะถึงประตูอีกหนึ่งชั้น ซึ่งมีกลไกลเปิดที่ใต้แผ่นหินที่อยู่ด้านขวามือ พอประตูเปิดออกก็จะเป็นทางเดินเข้าไปของห้องลับที่เป็นสถานที่นัดพบของพวกปีศาจเงินกับนายใหญ่ ทั้งฟู่เจี้ยนและจอมยุทธ์เซี่ยงเข้าไปอย่างระมัดระวัง เพราะเกรงว่าจะพลาดท่าเหมือนคราวก่อน จนกระทั่งฟู่เจี้ยนเดินนำมาจนถึงภายในห้องโถงเป็นที่เรียบร้อยแล้วซึ่งเวลานี้ไม่มีใครอยู่ในนั้น ทั้งฟู่เจี้ยนกับจอมยุทธ์เซี่ยงจึงเริ่มลงมือทำงานแข่งกับเวลาทันที ต่างช่วยกันเดินสำรวจโดยรอบเผื่อว่าจะพบหลักฐานอะไรที่จะสาวไปถึงคนที่เป็นหัวหน้าใหญ่ได้
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sun May 24, 2009 7:21 pm

“พี่เซี่ยงเจออะไรไหม ทางด้านข้าไม่เจออะไรเลย” ฟู่เจี้ยนมือเท้าเอว สายตาก็ยังมองกวาดไปโดยรอบ เผื่อว่าจะมีสิ่งใดหลุดรอดสายตาของเขาไปได้
“ทางนี้ก็ไม่มี ฟู่เจี้ยนข้าว่าพวกมันคงไม่ทิ้งอะไรไว้ให้เราสืบหรอกมั้ง เพราะในเมื่อเจ้าก็เคยบุกมาถึงที่นี่จนถูกพวกมันจับได้ ถ้าจะมีมันก็คงเก็บไปหมดแล้วล่ะ ทางที่ดีถ้าไม่เจออะไรข้าว่าเราควรรีบออกไปจะดีกว่า เกิดถูกพวกมันมาดัดหลังอีกรอบ คราวนี้เราจะไม่มีโอกาสได้สืบอะไรต่อได้อีกแล้วนะ” จอมยุทธ์เซี่ยงกล่าวเสนอ ไม่ใช่ว่ากลัวหากแต่เห็นว่าไม่ควรอยู่ที่นี่นานจนเกินไปเท่านั้น
“เดี๋ยวก่อนพี่เซี่ยง ข้าจำได้ตอนที่นายใหญ่ของพวกปีศาจเงินออกมา เขาจะเดินออกมาทางนี้” ชายหนุ่มนึกขึ้นมาได้จึงพูดพร้อมทั้งชี้นิ้วไปทางบัลลังก์ที่นายใหญ่ใช้นั่งสั่งบัญชาการทางด้านหน้า “บางทีทางที่คนที่เป็นนายใหญ่ออกมา อาจจะเชื่อมต่อกับที่ไหนสักแห่งก็ได้นะ” ฟู่เจี้ยนที่มีสายเลือดของมือปราบคนเก่งของต้าซ้องอยู่ในตัวพูดขึ้นพร้อมทั้งเดินไปทางด้านหลังของเก้าอี้เพื่อหากลไก ส่วนจอมยุทธ์เซี่ยงก็เข้าไปช่วยหาบริเวณนั้นโดยรอบ จนกระทั่งฟู่เจี้ยนไปจับที่พักแขนบนเก้าอี้ สีหน้าของเขาจึงดูตื่นเต้นดีใจอย่างมาก
“พี่เซี่ยง ข้าเจอแล้ว ทางนี้ครับ” เขาเห็นปุ่มกลไกที่อยู่ใต้ที่พักแขน พอบิดปุ่มกลไก กำแพงทางด้านหลังก็เปิดออก มันคือทางเดียวกันกับที่ฟู่เจี้ยนเคยได้เห็นผู้เป็นนายใหญ่เดินออกมา ทั้งสองคนจึงได้รีบเข้าไปด้านในและเดินไปตามทางเดินอย่างระมัดระวัง แล้วก็เป็นไปตามที่ฟู่เจี้ยนคาดเดาเอาไว้ ทางเดินนี้เชื่อมต่อกับสถานที่แห่งหนึ่งจริงๆ พอเดินมาจนสุดทางก็จะเจอประตูทางออก ทั้งสองระมัดระวังมากขึ้นค่อยๆก้าวออกมาถึงได้พบว่าสถานที่เบื้องหน้าเป็นห้องโถงขนาดใหญ่ คล้ายเป็นสถานที่ที่เจ้าของใช้ฝึกวรยุทธ์ เพราะมันมีอาวุธหลากหลายชนิดเก็บอยู่ที่นี่ด้วย จอมยุทธ์เซี่ยงกับฟู่เจี้ยนยังคงเดินหน้าต่อไปจนเจอทางออกที่เป็นทางเดินคล้ายกับทางเข้าที่มาตอนแรก ทั้งสองเริ่มรู้สึกถึงความซับซ้อนของที่นี่จนไม่อาจคาดเดาได้เลยว่ามันจะพาทั้งสองคนไปทะลุยังสถานที่ใดกันแน่ จนคราวนี้เขาเห็นประตูอยู่ข้างหน้าจึงค่อยๆเปิดออก แสงสว่างที่อยู่ด้านนอกก็กระทบเข้ากับใบหน้าของคนทั้งสองจนต้องหรี่ตาลงเพื่อให้ม่านตาได้ปรับตัว จนเมื่อลืมตาได้อีกครั้งทั้งฟู่เจี้ยนกับจอมยุทธ์กลับต้องตกตะลึง เมื่อสถานที่ที่เห็นตรงหน้ามีอาณาเขตกว้างขวาง ตึกที่สร้างขึ้นเป็นเรือนพักก็ใหญ่โต สวยงาม บอกให้รู้ว่าผู้เป็นเจ้าของคงมีฐานะไม่ธรรมดาเป็นแน่ สองคนไม่ได้มัวตกตะลึงและสงสัยอยู่นาน หากแต่รีบหาคำตอบให้กับพวกตนเร็วขึ้น
“พี่เซี่ยง ข้าว่าเราเดินไปทางนี้ดีไหม” เขาชี้นิ้วบอกไปตามทางเดินด้านขวา จอมยุทธ์เซี่ยงก็พยักหน้าเห็นด้วย คล้ายกับว่าบริเวณนี้จะอยู่ทางด้านหลังบ้าน
“เดี๋ยวก่อน มีคนมา หลบก่อนเร็วเข้า” จอมยุทธ์เซี่ยงมีสายตาที่ว่องไวจึงรีบดึงแขนฟู่เจี้ยนเข้าไปในห้องๆหนึ่ง ดูจากของที่อยู่ด้านในบอกให้ทราบได้ว่าที่นี่ใช้เป็นสถานที่เก็บป้ายวิญญาณของใครสักคน ซึ่งทั้งสองยังมิอาจจะรู้ได้ ก็ต้องรีบหาที่ซ่อนตัวก่อน เพราะคนที่จอมยุทธ์เซี่ยงกับฟู่เจี้ยนกำลังหลบอยู่นั้น เขากำลังเปิดประตูเข้ามา คนผู้นั้นเดินเข้ามาด้านในโดยที่ไม่รู้ว่าฟู่เจี้ยนกับจอมยุทธ์เซี่ยงแอบอยู่ด้านหลังของโต๊ะบูชา ในขณะที่ทั้งสองแทบจะต้องกลั้นลมหายใจ กลัวคนผู้นั้นจะจับได้
“ท่านแม่” คนผู้นั้นใช้สรรพนามเรียกเจ้าของป้ายวิญญาณว่า ‘แม่’ ทำให้สองคนที่แอบอยู่ตั้งใจฟังว่าเขาจะพูดอะไรต่อ “ถ้าท่านยังอยู่ก็คงจะดี ท่านจะได้ช่วยข้าตัดสินใจเรื่องนี้ว่าควรจะจัดการอย่างไรดี ในตอนนี้ข้ารู้สึกทรมานเหลือเกิน ข้าอยากอยู่กับคนที่ข้ารักแต่ท่านพ่อกลับบังคับให้ข้ายกนางให้คนอื่น ถึงข้าไม่อยากทำตามแต่ก็มิอาจทำได้ด้วยเพราะตัวข้าทำเรื่องที่ไม่ควรให้อภัยเอาไว้ ท่านแม่..เพราะความขี้ขลาดของข้า ความกลัวของข้าที่ไม่อยากให้นางรู้เรื่องนี้ ข้าถึงได้ทำร้ายนางโดยไม่ได้ตั้งใจไปแล้ว ทั้งที่นางเป็นภรรยาของข้า เป็นผู้หญิงที่ข้ารัก แต่ข้ากลับต้องทนเห็นนางเดินไปกับคนอื่น เห็นนางต้องร้องไห้เสียใจเพราะข้าเป็นต้นเหตุ ท่านแม่..ข้าผิดตั้งแต่ต้นที่ใจคิดอยากเป็นใหญ่ อยากมีอำนาจอยู่ในมือ แต่ตอนนี้ถึงข้าจะได้มันมาแล้วจะมีความหมายอะไร ในเมื่อข้าไม่มีคนที่ข้ารักอยู่เคียงข้าง ก่อนหน้านี้มีคนๆนึงเคยถามข้าว่า ถ้าข้ามีอำนาจแล้วต้องสูญเสียคนที่รักไปมันคุ้มค่ากันไหม ตอนนี้ข้าได้คำตอบแล้ว...มันไม่คุ้มค่ากันเลย ท่านแม่..มันไม่คุ้มกันเลย” ชายหนุ่มน้ำเสียงสั่นเครือเหมือนกำลังจะร้องไห้ มือข้างหนึ่งของเขารีบยกขึ้นเพื่อปิดหน้า ต่อมาทั้งฟู่เจี้ยนและจอมยุทธ์เซี่ยงก็ได้ยินเสียงเขาสูดลมหายใจเพื่อกลั้นเสียงร้องไห้ของตัวเองเอาไว้ จนผ่านไปสักพักแต่เหมือนนานมากสำหรับคนสองคนที่ยังหลบซ่อนตัวอยู่ ชายหนุ่มก็หยุดร้องไห้ต่อหน้าป้ายวิญญาณของแม่ เมื่อเขารู้สึกสบายใจขึ้นที่ได้ระบายความทุกข์ในใจให้มารดาฟังแล้วถึงได้หันหลังเดินออกไปจากห้อง ทำให้ทั้งสองคนที่หลบซ่อนตัวอยู่ผ่อนลมหายใจออกมายาวๆอย่างโล่งใจ พอเขาไปแล้วทั้งฟู่เจี้ยนและจอมยุทธ์เซี่ยงจึงรีบออกมาจากที่ซ่อนด้านหลังโต๊ะบูชา สองคนหันหน้าไปมองป้ายวิญญาณที่เขียนระบุไว้ว่า ‘แด่ภรรยาผู้เป็นที่รัก....เหม่ยเยวี่ย’ ฮูหยินของเจ้าของบ้าน มารดาของชายหนุ่มคนเมื่อครู่ ฟู่เจี้ยนคิดจะหาคำตอบให้ได้มากขึ้นจึงเดินตามออกไป แต่จอมยุทธ์เซี่ยงไม่เห็นด้วยที่จะให้ฟู่เจี้ยนต้องเสี่ยงไปมากกว่านี้จึงได้ชวนเขาออกมาก่อนเพื่อหาคำตอบด้วยวิธีอื่น คราวนี้ฟู่เจี้ยนยอมรับฟังจอมยุทธ์เซี่ยงแต่โดยดี ทั้งสองคนจึงได้รีบหลบออกมาจากสถานที่แห่งนั้นด้วยการเดินกลับไปตั้งต้นยังจุดที่พาพวกเขาออกมาจากสถานที่นัดพบของพวกปีศาจเงินและจึงค่อยๆลัดเลาะออกมาซึ่งคาดว่าจะเป็นด้านหลังของตัวบ้านด้วยการใช้วิชาตัวเบาข้ามกำแพงออกไปได้อย่างปลอดภัย
๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sun May 24, 2009 7:21 pm

“พี่รองจะไปไหน” หม่าถงที่เห็นหยูเยี่ยนรีบร้อนออกจากบ้านรีบรั้งนางไว้ แต่หยูเยี่ยนแทนที่จะหยุดกลับเดินหน้าต่อ “พี่รอง..ท่านไปไม่ได้นะ อย่าลืมสินายท่านสั่งไว้ว่าไม่ให้ท่านออกไปไหนเด็ดขาด หรือว่าท่านคิดจะขัดคำสั่ง” หม่าถงร้องห้ามอีกครั้งแล้วรีบวิ่งไปยืนขวางหน้า
“ข้าไม่ได้ไปไหน ก็แค่จะไปหาพี่ใหญ่” หยูเยี่ยนตอบด้วยน้ำเสียงเรียบและจึงจะเดินหน้าต่อ แต่หม่าถงก็ยังกางแขนขว้างหน้าเอาไว้
“นั่นแหละ ยิ่งไม่ควรที่จะไป”
“แต่ข้าต้องไป ข้าเป็นห่วงพี่ใหญ่ เจ้าอย่ามาห้ามข้า หลีกไป” หยูเยี่ยนใช้น้ำเสียงดุกับหม่าถง แต่เขาก็ยังยืนยันเหมือนเดิม ยังไงก็ไม่ให้นางออกไปเด็ดขาด
“ข้ารู้ว่าท่านเป็นห่วงพี่ใหญ่ แต่ถึงห่วงไปท่านจะทำอะไรได้ในเมื่อเขาเลือกเส้นทางสายนี้ด้วยตัวของเขาเอง ท่านสามารถขัดขวางหรือเปลี่ยนใจเขาได้รึไง พี่รอง..ท่านก็รู้เหตุผลของนายท่านดีอยู่แล้วว่านายท่านต้องการทดสอบพี่ใหญ่ว่าเขายังจงรักภักดีต่อไปหรือไม่ ถ้าท่านยิ่งเข้าไปยุ่งตัวท่านก็จะยิ่งเดือดร้อน จริงอยู่ที่ข้ารู้ว่าท่านอยากช่วยพี่ใหญ่ แต่ท่านลืมไปแล้วรึไงกับเรื่องเมื่อคราวที่แล้ว พี่ใหญ่แสดงเจตนาอย่างชัดเจนแล้วนี่ว่าเขาเลือกที่จะเสียสละทุกอย่างได้เพื่ออี้หลาน แม้แต่ชีวิตของเขาเอง นั่นก็ย่อมแสดงว่าพี่ใหญ่กำลังเลือกที่จะอยู่ฝ่ายตรงข้ามกับนายท่าน แล้วคนอย่างพี่ใหญ่ถ้าเรื่องอะไรก็ตามที่เขาได้ตัดสินใจไปแล้ว จะไม่มีใครไปเปลี่ยนแปลงความคิดของเขาได้ พี่รองก็เคยพยายามตั้งหลายครั้งเพื่อที่จะให้เขาถอยหลังกลับมา แต่มันก็มีแต่ความล้มเหลว แล้วแบบนี้พี่รองยังจะพยายามเปลี่ยนใจของพี่ใหญ่ให้ได้อีกรึไง”
“ใช่” หม่าถงพูดหลายประโยคเพื่อเปลี่ยนความตั้งใจของหยูเยี่ยน หากแต่นางกลับตอบเขาด้วยคำว่า ‘ใช่’ คำเดียวเท่านั้น
“พี่รอง..ทำไมท่านถึงได้ดื้อรั้นแบบนี้ มันไม่มีประโยชน์หรอกนะ เพราะยังไงท่านก็ไม่มีวันเปลี่ยนความตั้งใจของพี่ใหญ่ได้ ถ้าคราวนี้พี่ใหญ่จะต้องลงเอยไม่ดีก็เป็นเพราะตัวของเขาเอง ไม่มีใครไปบังคับทั้งนั้น ถึงท่านกับข้าอยากจะช่วยก็คงช่วยไม่ได้อีกแล้ว”
“เจ้าก็รู้ว่าพี่ใหญ่ทำงานนี้แล้ว ผลสุดท้ายจะลงเอยอย่างไรแทนที่จะร่วมมือกับข้าไปช่วยพี่ใหญ่ แต่เจ้ากลับให้ข้านิ่งเฉยทนดูพี่ใหญ่ไปสู่ความหายนะ หม่าถงถึงเจ้าจะทำได้ แต่ข้าย่อมทำไม่ได้ ต่อให้โอกาสของข้าเหลือเพียงน้อยนิดข้าก็จะต้องหาทางขัดขวางพี่ใหญ่ไม่ให้เขาทำงานนี้” หยูเยี่ยนแสดงความตั้งใจของนางออกมาอย่างชัดเจน นางใช้มือข้างเดียวผลักหม่าถงให้พ้นทาง แต่เขาไม่ยอมใช้มือของเขาปัดมือของหยูเยี่ยนออก หยูเยี่ยนเห็นหม่าถงไม่ยอมนางจึงซัดฝ่ามือใส่หม่าถง เขาเพียงหลบเลี่ยงแต่ไม่ตอบโต้ยิ่งทำให้หยูเยี่ยนจู่โจมมากขึ้นเพื่อที่จะสลัดหม่าถงออกไปให้ได้ จนสุดท้ายฝ่ามือของหยูเยี่ยนก็กระแทกไปที่หัวไหล่ของหม่าถง จนเขาถอยไปข้างหลังสามก้าว นางถึงได้หยุดมือ
“พี่รอง..ถ้าท่านยังคิดที่จะไปช่วยพี่ใหญ่ด้วยวิธีที่โง่เขลาแบบนี้ ท่านก็ต้องฆ่าข้าเสียก่อน” หม่าถงไม่ยอมแพ้ในความดื้อรั้นของหยูเยี่ยน รีบตรงไปยืนขวางนางไว้ก่อนที่นางจะเดินพ้นประตูรั้วบ้าน
“เจ้าอย่าคิดว่าถ้าพูดแบบนี้แล้วข้าจะไม่กล้าลงมือนะ”
“งั้นท่านก็ลงมือเถิด ถ้าข้าได้ตายด้วยมือของพี่สาวที่ข้ารัก ข้าก็เต็มใจ” หม่าถงที่เคยแต่พูดเล่น หากคราวนี้คำพูดของเขากลับจริงจังและหนักแน่น หยูเยี่ยนเป็นเหมือนพี่สาวของเขา ถ้าหากจะให้นางต้องทำอะไรโดยไม่คิดถึงผลลัพธ์ที่ตามมา เขาก็คงยอมไม่ได้
“หม่าถง..นี่เจ้ากำลังบีบให้ข้าลงมือ” หยูเยี่ยนขยับตัว ยกฝ่ามือขึ้นมาอีกครั้ง หม่าถงที่ยังคงยืนขวางหน้าไว้ได้แต่ยิ้ม เขาเห็นหยูเยี่ยนเป็นเหมือนพี่สาวแท้ๆ ส่วนนางก็เห็นหม่าถงเป็นเหมือนน้องชาย ทั้งสองคนเคยใช้ชีวิตร่วมกันในวัยเด็กเมื่อครั้งที่หยูเยี่ยนเคยถูกขายให้ไปทำงานในหอคณิกา ส่วนหม่าถงก็ทำงานเป็นเด็กรับใช้อยู่ในนั้น สองคนเคยช่วยเหลือกันและกัน จนกระทั่งพากันหนีออกมาและพลัดหลงกันระหว่างที่หลบหนี แต่ไม่นึกเลยว่าสุดท้ายสองคนจะได้กลับมาพบกันอีกครั้งและอยู่ในฐานะของมือสังหารเหมือนกัน ครั้นหยูเยี่ยนนึกถึงความเป็นพี่น้องที่ไม่ใช่ฐานะจากลำดับการเป็นมือสังหาร มือของนางที่ยกขึ้นเตรียมจะลงมือก็ลดต่ำลง
“พี่รอง..ถ้าท่านอยากจะช่วยพี่ใหญ่จริงๆก็อย่าเพิ่งทำอะไรโดยวู่วาม เพราะถ้าหากท่านยังขัดคำสั่งครั้งแล้วครั้งเล่าแบบนี้จนทำให้นายท่านหมดความไว้วางใจในตัวท่าน ถึงตอนนั้นท่านจะไม่มีแม้โอกาสที่จะได้ช่วยพี่ใหญ่ ทางที่ดีเรื่องนี้เราควรดูอยู่เฉยๆไปก่อน เพราะข้าเชื่อว่าพี่ใหญ่เป็นคนฉลาด เขาย่อมรู้ดีว่าควรทำอย่างไรเพื่อไม่ให้เกิดผลร้ายตามมานะครับ”
“เจ้าจะให้ข้าอยู่เฉยๆไม่ทำอะไรเลยใช่ไหม” หม่าถงที่เห็นท่าทางที่อ่อนลงของหยูเยี่ยนก็ยิ้ม
“ใช่ครับ ข้าพูดแบบจริงจังไม่ค่อยเป็น ดีแต่พูดเล่นให้ท่านได้หัวเราะ เอาเป็นว่าครั้งนี้ข้าเข้าใจความรู้สึกของท่านที่มีให้พี่ใหญ่ และข้าก็รู้ว่าท่านอยากช่วยเขามากแค่ไหน แต่ข้าก็ไม่อยากให้ท่านใช้ความรู้สึกมาก่อนเหตุผล อะไรที่ควรจะทำเป็นไม่รู้ได้ก็ทำเป็นไม่รู้ อะไรที่ทำเป็นไม่รู้ไม่ได้ก็ยิ่งสมควรจะทำเป็นไม่รับรู้ พี่รอง..ในบรรดาพวกเราห้าคนท่านเป็นคนที่ใจเย็นนิ่งเหมือนน้ำที่สุด ข้าจึงอยากให้ท่านใช้ข้อดีของท่านตรงนี้เพื่ออดทนรอนะครับ” สายตาของหยูเยี่ยนมีแต่ความสงบ นางค่อยๆผ่อนลมหายใจช้าๆเพื่อระงับใจที่กำลังรุ่มร้อน
“ได้ ข้าจะยอมฟังเจ้าสักครั้ง แต่ถ้าพี่ใหญ่มีภัยมาถึงตัว ข้าหวังว่าเจ้าจะไม่ห้ามข้าอีกแล้ว”
“ข้ารับปาก” หม่าถงพูดทั้งผายมือออกเพื่อให้หยูเยี่ยนกลับเข้าไปในตัวบ้าน หญิงสาวเมื่อรับปากน้องชายแล้วจึงทำตามเดินเข้าไปสงบจิตสงบใจเพื่อหาทางช่วยจื่อหลงด้วยวิธีอื่นที่ดีกว่าการไปเปลี่ยนใจของเขา ซึ่งมันเป็นวิธีการที่ยากเกินกว่าที่นางจะสามารถทำได้ ดั่งคำที่หม่าถงได้กล่าวไว้จริงๆ

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sun May 24, 2009 7:23 pm

ที่จวนของอำมาตย์ไป๋ทั้งฟู่เจี้ยนและจอมยุทธ์เซี่ยงได้ไปรายงานเรื่องที่พวกเขาสืบทราบมาได้ให้อำมาตย์ไป๋ทราบ ผู้อาวุโสพอรู้เรื่องก็อดตำหนิทั้งสองคนด้วยความเป็นห่วงที่ทำอะไรโดยที่ไม่ปรึกษาท่านก่อน ชายหนุ่มทั้งสองยอมรับผิดและก็บอกเหตุผลที่ต้องรีบถึงเพียงนี้ให้ท่านไป๋รู้ ซึ่งท่านก็เข้าใจในเจตนาดีนั้นแต่ก็ได้ย้ำเตือนไปว่าจะทำอะไรก็ต้องรอบคอบอย่าได้ประมาทเป็นอันขาด ฟู่เจี้ยนกับจอมยุทธ์เซี่ยงน้อมรับและช่วยกันออกความเห็นว่าบ้านหลังนั้นจะเป็นของขุนพลเจิ้นหรือไม่ และถ้าใช่ก็ย่อมเป็นไปได้ว่าขุนพลเจิ้นกับนายใหญ่ของมือสังหารปีศาจเงินคือคนเดียวกัน พอทั้งสองคนแสดงความคิดเห็นมาถึงตรงนี้ท่านไป๋ก็นิ่งเงียบเหมือนกำลังใช้ความคิดอย่างหนัก มือที่หยาบกร้านของท่านค่อยๆลูบหนวดสีเทาช้าๆ
“ใต้เท้ามีความคิดเห็นอย่างไรบ้างครับ” ฟู่เจี้ยนเห็นท่านไป๋เงียบไปเลยลองเอ่ยถามดู “เป็นไปได้ไหมครับว่าขุนพลเจิ้นกับนายใหญ่ของปีศาจเงินคือคนเดียวกัน เพราะถ้าสถานที่แห่งนั้นเชื่อมกับตัวบ้านที่ข้ากับพี่เซี่ยงไปมา มันก็อาจเป็นไปได้ว่า..”
“เจ้าเดาไม่ผิดหรอกหลานชาย บ้านหลังนั้นเป็นของขุนพลเจิ้น แต่เขาจะเป็นคนเดียวกับนายใหญ่ของปีศาจเงินหรือไม่นั้น ยังมิอาจสรุปได้จนกว่าจะหาหลักฐานที่แน่ใจได้มากกว่านี้” เพียงฟู่เจี้ยนเล่าว่าลูกชายของเจ้าของบ้านไประบายความทุกข์ใจต่อหน้าป้ายวิญญาณของแม่ว่าอะไรบ้าง ท่านก็พอจะเดาได้แล้วว่าชายหนุ่มคนนั้นก็คือลี่หู ในเมื่อท่านได้รู้ความสัมพันธ์ของเขากับลูกสาวคนเล็กเป็นอย่างดีแล้ว แต่ที่ไม่เข้าใจก็คือทำไมขุนพลเจิ้นถึงไม่ใช้โอกาสนี้บีบท่านไป๋ให้อี้เซียงได้แต่งงานกับลี่หูเพื่อที่ท่านจะได้ไปเป็นพวก แต่กลับบังคับลูกชายให้ตัดใจจากอี้เซียง จนทำให้เขาต้องทุกข์ใจถึงเพียงนี้
“ถ้าใต้เท้ามั่นใจว่าบ้านหลังนั้นคือบ้านของขุนพลเจิ้นก็น่าจะมั่นใจได้นะครับว่าเขากับนายใหญ่ของปีศาจเงินคือคนเดียวกัน เพราะข้าก็เคยเห็นอยู่ว่านายใหญ่เดินออกมาทางนั้นซึ่งมันก็เชื่อมต่อกับจวนของขุนพลเจิ้นพอดีนี่ครับ” ฟู่เจี้ยนเสนอความคิดของตนเองออกมา ซึ่งความจริงท่านไป๋ก็คิดแบบนั้นอยู่แล้ว เพียงแต่ท่านยังไม่กล้าที่จะสรุปลงไป ถ้าในเมื่อขุนพลเจิ้นคือหัวหน้าใหญ่ งั้นลี่หูก็อาจจะเป็นหนึ่งในมือสังหารด้วย เพียงแค่คิดว่าลี่หูเคยฆ่าผู้บริสุทธิ์ ใจของท่านก็ไม่อยากคิดไปไกลให้มากกว่านี้อีกแล้ว เพราะมันจะทำให้ท่านเริ่มรู้สึกกลัวว่าลี่หูอาจจะเป็นคนที่ลงมือสังหารลูกชายคนโตก็ได้ เรื่องราวต่างๆมันเริ่มประติดประต่อแม้ว่ามันจะไม่มีหลักฐานที่แน่ชัดก็ตาม แต่วันนั้นลี่หูเป็นคนที่ส่งข่าวว่าเทียนเซิ่นถูกฆ่าตายและยังเป็นคนที่เดินทางไปรับศพของเทียนเซิ่นด้วยตัวเอง ถ้าเขาไม่ใช่คนที่ลงมือแล้วองครักษ์ที่อยู่ข้างกายฮ่องเต้ตลอดเวลาจะรู้เรื่องนี้ได้อย่างน่าบังเอิญจนเหลือเชื่อได้อย่างไร ท่านไป๋นิ่งเงียบไปอีกครั้งจนฟู่เจี้ยนต้องหันมามองหน้าจอมยุทธ์เซี่ยงด้วยกำลังคิดว่าเขาได้พูดสิ่งใดผิดไปหรือไม่
“ใต้เท้าครับ แล้ววันนี้ที่ใต้เท้าไปเข้าเฝ้าได้ความว่าอย่างไรบ้างครับ” ชายหนุ่มเปลี่ยนหัวข้อสนทนาเมื่อเห็นว่าเรื่องที่เขาออกความคิดเห็นไปนั้น ดูท่าจะทำให้ท่านต้องลำบากใจอยู่ไม่น้อย
“ใต้เท้าครับ ถ้าใต้เท้ามีอะไรหนักใจอยากให้ข้าช่วยก็บอกได้นะครับ” ฟู่เจี้ยนถามอำมาตย์ไป๋อีกรอบเมื่อเห็นท่าทางใจลอยของผู้อาวุโส
“เมื่อกี้เจ้าถามข้าว่าอะไรนะ” ท่านไป๋ถามกลับ ทำให้ฟู่เจี้ยนต้องเริ่มคำถามใหม่ ท่านไป๋บอกกับชายหนุ่มทั้งสองถึงเรื่องที่ท่านไปกราบทูลฮ่องเต้แล้วขุนพลเจิ้นมีความเห็นตรงกันข้าม ทำให้ท่านเริ่มรู้สึกว่าอีกฝ่ายคงจะเริ่มระวังตัวมากขึ้นแล้ว ถึงได้เปลี่ยนท่าทีไป แต่อีกความเห็นหนึ่งคือขุนพลเจิ้นอาจจะมีแผนการบางอย่าง ซึ้งตอนนี้ท่านไป๋จะรีบสืบเรื่องนี้ให้ได้ ส่วนฟู่เจี้ยนและจอมยุทธ์เซี่ยงก็บอกกับอำมาตย์ไป๋ว่าพวกเขาก็จะช่วยสืบเรื่องของขุนพลเจิ้นและกลุ่มมือสังหารปีศาจเงินไปพร้อมๆกัน เพื่อให้ความจริงกระจ่างโดยเร็ว

กว่าท่านไป๋จะคุยเรื่องงานกับชายหนุ่มทั้งสองคนเรียบร้อยก็เป็นเวลาบ่ายมากแล้ว ท่านถึงได้มีโอกาสไปหาอี้เซียงที่ห้อง ตลอดทางเดินที่มาหาลูกสาวใจของท่านยังคงคิดวนเวียนถึงเรื่องของลี่หู ท่านกำลังกลัวเรื่องที่ท่านไม่อยากให้เป็นเรื่องจริง มันจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ หากลี่หูคือคนที่สังหารลูกชาย แล้วท่านจะทำใจยอมรับชายหนุ่มคนนี้ให้มาเป็นลูกเขยได้อย่างไรกัน แค่ลำพังเรื่องที่เขากับพ่อร่วมมือกันอยู่ ท่านก็แทบจะยอมรับไม่ได้อยู่แล้ว คนเป็นพ่อเฝ้าครุ่นคิดมาตลอดทางที่เดินมาหาลูกสาวจนถึงห้องพัก พอท่านเปิดประตูเข้าไปก็เห็นอี้เซียงกำลังนั่งคุยหัวเราะยิ้มร่าเริงกับพี่สาว พอได้เห็นรอยยิ้มของลูกรักทั้งสองคนแล้ว ความกังวลใจเมื่อครู่ก็ถูกลืมไว้ชั่วครู่
“นั่งคุยอะไรกันอยู่ เห็นอารมณ์ดีกันทั้งพี่ทั้งน้องเชียว” บิดาเดินยิ้มเข้ามาทักทายลูกสาวทั้งสอง พอเห็นลูกยิ้มได้ คนที่เป็นพ่อก็พลอยยิ้มตามไปด้วย
“ไม่มีอะไรหรอกค่ะท่านพ่อ เพียงแต่ข้ากับน้องเซียงกำลังนึกขำเสี่ยวเจาอยู่ค่ะ ก็วันนี้นางไปซื้อยาให้น้องเซียงแต่กลับถูกคนขายต่อว่าเสียยกใหญ่ว่านางซื้อยาผิดกลับมาเมื่อคราวที่แล้ว นางพยายามอธิบายว่านางไม่ได้มาซื้อยาผิดก็ไม่ยอมเชื่อจนถึงขนาดไม่ยอมขายยาให้นาง เสี่ยวเจาเลยต้องเดินไปซื้อร้านอื่น พอกลับมาบ้านได้ก็เลยโกรธคนขายไม่หายอยู่นี่ล่ะค่ะ”
“ใช่ค่ะท่านพ่อ ปกติเสี่ยวเจาเคยโกรธใครซะที่ไหน แต่ดูเหมือนว่าคราวนี้นางจะโกรธจริงๆหน้าตาของนางตอนนั้นถ้าท่านพ่อได้เห็นจะต้องนึกขำแน่ๆค่ะ” สองพี่น้องช่วยกันเล่าให้พ่อฟังถึงสีหน้าท่าทางของเสี่ยวเจาตอนนั้นโดยที่ไม่ได้ติดใจแม้แต่น้อยว่าทำไมคนขายถึงได้ต่อว่าเสี่ยวเจาแบบนี้
“พ่อพอจะนึกหน้าตาของเสี่ยวเจาออกแล้วล่ะ แล้วนี่กำลังทำอะไรกันอยู่ด้วยรึเปล่า มีทั้งเข็ม ด้ายแล้วก็ผ้าฝ้าย”อี้หลานยิ้มแล้วหันไปมองหน้าน้องสาว ให้นางเป็นคนบอกพ่อ

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sun May 24, 2009 7:25 pm

“ข้าให้พี่รองช่วยสอนข้าเย็บเสื้อค่ะ ข้าอยากทำไว้ให้ลูก แต่ว่าข้าไม่เอาไหนคงต้องใช้เวลาฝึกนานหน่อย กว่าจะทำให้ลูกได้ก็คงจะใกล้คลอดพอดีค่ะ” อี้เซียงยิ้มแจ่มใส ถ้านางเก่งได้สักครึ่งของพี่สาวก็คงจะดี นางจะได้ตัดชุดสวยๆน่ารักๆไว้ให้ลูกเยอะๆ
“ถ้าเจ้าแค่ฝึกทำไว้ก่อนพ่อก็ไม่ห้ามนะ แต่ถ้าจะทำแบบจริงๆจังๆเมื่อไหร่พ่อขอแล้วกัน เพราะโบราณเขาถือไม่ให้เตรียมพวกของใช้เด็กไว้ก่อนล่วงหน้านานขนาดนี้ มันจะไม่ดี” อี้เซียงทำหน้าสงสัยหันไปมองพี่สาว
“ท่านพ่อไม่ต้องห่วงนะค่ะ เพราะดูจากท่าทางแล้วคาดว่าเสื้อตัวแรกของหลาน น้องเซียงคงเย็บเสร็จตอนที่นางใกล้คลอดพอดีค่ะ” อี้หลานล้อน้องสาวจนทำให้บิดาหัวเราะ ส่วนอี้เซียงได้แต่ยิ้มเขิน สามคนพ่อลูกนั่งคุยด้วยกันสักพัก เด็กรับใช้ในบ้านก็เดินเข้ามาบอกว่าลู่ฟงมาเยี่ยมอี้เซียง ท่านไป๋หันมามองลูกสาวคนเล็กเห็นนางพยักหน้า ท่านจึงบอกให้ไปเชิญลู่ฟงมาที่นี่ ก่อนหน้านี้อี้เซียงได้บอกบิดาและพี่สาวไปแล้วว่าลู่ฟงรู้เรื่องที่นางกำลังตั้งครรภ์แล้ว และเขายังขอรับผิดชอบนางกับลูก แต่ว่านางก็ได้ปฏิเสธลู่ฟงไป พอท่านไป๋เห็นลู่ฟงมั่นมาเยี่ยมและคุยเป็นเพื่อนให้อี้เซียงคลายเหงาและสบายใจขึ้น ท่านจึงไม่ได้ว่าอะไรชายหนุ่มคนนี้ หากแต่คอยเฝ้าจับตามองอยู่ห่างๆด้วยความเป็นห่วงเท่านั้น เพราะท่านไป๋เริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าขุนพลเจิ้นจะส่งใครมาเข้ามาอีก หลังจากหม่าถงและหยูเยี่ยน

ลู่ฟงเดินเข้ามาในห้องพร้อมตะกร้าที่ใส่โถรังนกตุ๋นมาด้วย เขาประสานมือคารวะอำมาตย์ไป๋และกล่าวทักทายอี้หลานก่อนที่จะนั่งลงที่เก้าอี้ หลังจากนั้นลู่ฟงทำทีเป็นชวนอี้เซียงคุยตามปกติ พยายามทำให้นางอารมณ์ดี หัวเราะและยิ้มได้ พอชวนคุยได้ไม่กี่ประโยคเขาก็บอกให้นางกินรังนกที่เขาเตรียมมาโดยที่อี้เซียงยังคงเชื่อใจเขา คิดว่าเขายังหวังดีกับนางเสมอ ทั้งที่ความจริงแล้วในรังนกที่นางกินเข้าไปนั้น ลู่ฟงแอบใส่รากของต้นป๋ายฮัวตานลงไปเล็กน้อย เพื่อที่มันจะได้ออกฤทธิ์อย่างช้าๆ เพียงแค่เขาผสมมันลงในของบำรุงที่นำมาให้อี้เซียงกินทุกวัน อีกไม่นานพันธนาการที่ลี่หูใช้ผูกมัดอี้เซียงไว้ก็จะไม่มีอีกต่อไป ถึงตอนนั้นเขาจะมีโอกาสเข้าไปแทนที่ของลี่หูในหัวใจของอี้เซียงได้อย่างเต็มตัว

๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑

ยามสายของเช้าวันใหม่ไป๋อี้หลานไปไหว้พระที่วัดเซี่ยงกั๊วะ พอไหว้พระแล้วนางก็ไปปล่อยปลาที่ลำธารหลังวัดตามลำพัง โดยที่ให้เสี่ยวจูไปซื้อผลไม้และยืนรอออยู่หน้าวัด รอจนกว่านางจะเดินกลับมาหา อี้หลานปล่อยปลาลงน้ำแล้วก็ไปยืนหลบร้อนที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ จนผ่านไปเพียงครู่เดียวข้างกายของนางก็ปรากฏชายหนุ่มที่ไว้หนวดเครามายืนอยู่เคียงข้าง สองคนยังทำเหมือนไม่เคยรู้จักกันมาก่อน
“ข้าคิดไว้อยู่แล้วว่าท่านต้องมา เพราะข้ารู้ว่าท่านคงมีเรื่องสำคัญที่จะบอกให้ข้ารู้แน่ๆ” อี้หลานเอ่ยถามชายหนุ่มโดยที่สายตาของนางยังมองออกไปข้างหน้า
“แต่ข้าก็รู้ว่าเจ้าก็มีเรื่องสำคัญที่จะบอกกับข้าเหมือนกันใช่ไหม” ชายหนุ่มตอบกลับมา โดยที่เขายืนหันหลังพิงต้นไม้
“ใช่ค่ะ ท่านพ่อบอกว่าฝ่าบาทมีพระบัญชาให้เคลื่อนทัพแล้ว ท่านพ่อทำตามคำแนะนำของท่านไม่ได้ มิหนำซ้ำยังทำให้พระองค์มีรับสั่งให้เคลื่อนทัพเร็วขึ้นกว่ากำหนดอีกด้วย” ชายหนุ่มถอนหายใจเหมือนจะรู้ผลที่จะออกมาก่อนหน้านี้อยู่แล้ว
“ข้าก็คิดไว้อยู่แล้วว่ามันต้องออกมาในรูปนี้ เพียงแต่คิดไม่ถึงเท่านั้นว่ามันจะเร็วเสียจนข้ายังคิดแผนที่จะรับมือไม่ได้”
“แล้วทีนี้จะทำยังไงล่ะค่ะ เมื่อคืนนี้ข้าคุยกับท่านพ่อถึงแผนของขุนพลเจิ้นที่เดิมพันด้วยแผ่นดินของต้าซ้องให้ท่านพ่อทราบตามที่ท่านบอกกับข้าแล้ว แต่ท่านพ่อก็ยังมิอาจหาวิธีที่จะขัดขวางแผนการครั้งนี้ได้ ยิ่งตอนนี้เขาพูดโน้มน้าวพระทัยของฝ่าบาทเอาไว้ได้ ไม่ว่าท่านพ่อจะกราบทูลทัดทานอย่างไร พระองค์ก็ทรงไม่เชื่อ” น้ำเสียงของอี้หลานดูจะหนักใจไม่น้อย เมื่อคืนนี้หลังจากที่นางกับพ่อได้หารือกัน นางจึงคิดว่าจะมาปรึกษาเรื่องนี้กับจื่อหลงดู จึงได้ออกมารอเขาที่นี่เพราะรู้ว่าจื่อหลงคอยอยู่ใกล้ๆนาง ยังไงเขาก็ต้องมาหานางแน่ๆ
“งั้นทั้งหมดก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของข้าเถิด ส่วนเจ้าก็บอกให้อำมาตย์ไป๋อยู่เฉยๆไว้ก่อน รอจนกว่าข้าจะกลับมาแล้วค่อยหาวิธีอื่นรับมือคนผู้นี้” จื่อหลงที่ปลอมตัวเป็นชายหนุ่มไว้หนวดเครากอดอกก้มหน้าลงอย่างใช้ความคิด
“แล้วท่านจะทำยังไงล่ะค่ะ พอจะบอกกับข้าได้ไหม เผื่อว่าข้าจะได้นำเรื่องนี้ไปบอกกับท่านพ่อเพื่อที่จะได้ช่วยท่านเตรียมรับมืออีกแรง” น้ำเสียงของอี้หลานดูกังวลและเป็นห่วงจื่อหลงอยู่ไม่น้อย นางเดินอ้อมมาทางต้นไม้ด้านที่จื่อหลงยืนอยู่ ชำเลืองสายตามองเขาด้วยความห่วงใยเล็กน้อยและจึงได้หันกลับไปมองผืนน้ำเบื้องหน้า
“ข้าจะพยายามรวบรวมหลักฐานและหาทางขัดขวางแผนการทั้งหมดให้จงได้ เจ้าไม่ต้องห่วงข้าจะระวังตัวไม่ให้พวกเขาจับพิรุธข้าได้เสียก่อน แต่ทางเจ้ากับอำมาตย์ไป๋ต้องระวังตัวไว้ให้มาก คนผู้นี้เจ้าเล่ห์นัก ถ้าหากคิดจะเอาผิดเขาต้องฉลาดกว่าและเท่ากันเล่ห์เหลี่ยมของเขาด้วย มิฉะนั้นเจ้ากับพ่อจะเป็นฝ่ายที่เพลี่ยงพล้ำถูกเขาเล่นงานเอาโดยง่าย” อี้หลานพยักหน้ารับคำและย้ำให้จื่อหลงระวังตัว เพราะอย่างไรเสียนางก็รู้ว่างานที่เขากำลังทำอยู่นั้นมันเสี่ยงอันตรายกว่าไม่รู้กี่เท่า “เดี๋ยวข้าจะต้องออกทัพแล้ว แต่ข้ายังมีเรื่องที่ต้องห่วง อี้หลานถ้าเป็นไปได้เจ้าอย่าได้ออกไปข้างนอกตามลำพัง จอมยุทธ์เซี่ยงแม้จะพอมีฝีมืออยู่บ้างแต่ระหว่างนี้เขาต้องทำงานให้พ่อของเจ้า คงมิอาจมาคุ้มครองความปลอดภัยของเจ้าได้ ส่วนอี้เซียงถ้าเป็นเมื่อก่อนข้าคงไม่ห่วง เพราะนางเรียนวรยุทธ์จากข้าย่อมสามารถคุ้มครองเจ้าได้ แต่ตอนนี้นางกำลังตั้งครรภ์ ข้าก็เลยไม่มั่นใจในความปลอดภัยของเจ้า ถ้ายังไงในระหว่างที่ข้าไม่อยู่ เจ้าจงอย่าได้ไว้ใจใครโดยง่าย และจงรอจนกว่าข้าจะกลับมา รับปากข้านะ” ชายหนุ่มพูดจบประโยคก็หันมามองหน้าหญิงสาว ขอคำตอบ
“ข้ารับปากค่ะ ข้าจะรอท่านกลับมา ระหว่างนี้ข้ากับท่านพ่อจะอยู่เฉยๆไม่ทำอะไรที่จะทำให้อีกฝ่ายรู้ตัวเสียก่อน พี่หลง..ข้าขออวยพรให้ท่านทำงานนี้สำเร็จและปลอดภัยกลับมานะค่ะ” นางยิ้มให้กำลังใจชายหนุ่มพร้อมคำอวยพร จื่อหลงยิ้มรับ ไม่ว่าผลของการตัดสินใจครั้งนี้จะออกมาเช่นไร เขาก็พอใจแล้วที่ได้รู้ว่าอี้หลานยังเชื่อใจเขาและเป็นห่วงเขาถึงขนาดนี้
“ข้ายังมีอีกเรื่องที่จะไม่ถามท่านไม่ได้” จื่อหลงขยับตัวเข้ามาเพื่อตั้งใจฟัง
“เจ้ามีเรื่องอะไรก็ถามมาเลย ถ้าข้าตอบได้ก็จะตอบ”
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sun May 24, 2009 7:28 pm

“สถานที่นัดพบของพวกท่านกับนายใหญ่ใช่เชื่อมต่อกับจวนของขุนพลเจิ้นหรือไม่” จื่อหลงได้ฟังคำถามแล้วหันหน้าไปทางอื่น คล้ายไม่อยากที่จะตอบ “ขุนพลเจิ้นใช่นายใหญ่ของพวกท่านหรือไม่” คำถามที่สองทำให้จื่อหลงอึกอัก ขยับตัวเพื่อหันหลังให้อี้หลาน
“ถ้าเจ้าแน่ใจว่าเป็นเช่นนั้นแล้ว ก็ไม่ควรจะถามคำถามนี้กับข้า” จื่อหลงยันมือข้างนึงกับต้นไม้ สายตาของเขามองไปรอบๆด้วยความที่ต้องระวังภัย ไม่อยากให้ใครก็ตามมาเห็นว่าเขาอยู่กับอี้หลาน
“งั้นถ้าเป็นคำถามนี้ ข้าสามารถถามท่านได้ไหม พี่หลง..ท่านต้องตอบกับข้านะค่ะ นอกจากท่าน หยูเยี่ยน พี่ลี่หู หม่าถง ที่ล้วนมีฐานะที่เปิดเผยไม่ได้แล้ว ยังมีใครคนอื่นอีกหรือไม่”
“ทำไมเจ้าถึงถามข้าแบบนี้ เจ้ารู้ไหมว่ามันเป็นคำถามที่ทำให้ข้ายิ่งรู้สึกเหมือนทรยศต่อพี่น้อง” จื่อหลงเอียงหน้ามาตอบด้วยน้ำเสียงดุ สีหน้าแววตาของเขาก็ดุ ไม่ว่ายังไงเขาก็มิอาจขายความลับของพี่น้องได้อีกแล้ว
“แต่พี่น้องของท่านเคยคิดทำร้ายข้า ทำให้ข้าไม่อาจแน่ใจได้ว่าพี่น้องของท่านจะไปทำร้ายท่านพ่อหรือน้องสาวของข้าด้วย” น้ำเสียงของอี้หลานทำให้จื่อหลงรู้ว่านางกำลังนึกโกรธที่เขายังปกป้องพี่น้องจนกระทั่งวินาทีสุดท้าย
“หยูเยี่ยนกับหม่าถงจะไม่มาทำทำร้ายเจ้าและคนในครอบครัวในช่วงที่ข้าไม่อยู่แน่นอน เพราะพวกเขาสองคนถูกคาดโทษเอาไว้ที่ความใจร้อนของพวกเขาทำให้ฐานะถูกเปิดเผย นายใหญ่จะไม่ใช่พวกเขาทำงานระหว่างนี้ ส่วนลี่หู..เจ้ายิ่งวางใจได้ หัวใจของเขาเป็นของอี้เซียงไปแล้ว ความรักที่เขามีต่อนางจะทำให้ลี่หูไม่กล้าทำอะไรทั้งนั้น” จื่อหลงบอกอี้หลานไปตามความจริงครึ่งหนึ่ง แต่อีกครึ่งเขาไม่กล้าจะบอกนางเรื่องของลู่ฟง
“แล้วลู่ฟงล่ะค่ะ เขาจะทำร้ายน้องเซียงรึเปล่า ท่านกล้ารับประกันเขาได้ไหม” คำพูดของอี้หลานทำให้จื่อหลงต้องหันกลับมามองมาหน้าของหญิงสาว นางรู้แล้วหรือแค่สงสัย “พี่หลง..คนชุดดำที่เคยทำร้ายน้องเซียงกับพี่ลี่หู ใช่ลู่ฟงรึเปล่า ท่านต้องบอกกับข้ามาตามตรง”
“นี่เจ้ากำลังบังคับข้า”
“ข้าไม่ได้บังคับหากแต่ข้าขอความมั่นใจจากท่านเท่านั้น ท่านรู้ไหมว่าลู่ฟงรู้เรื่องที่น้องเซียงกำลังจะมีลูกกับพี่ลี่หูแล้ว แต่ท่านเคยบอกกับข้าไม่ใช่หรอค่ะว่าจะให้ใครรู้เรื่องนี้ไม่ได้ เพราะฉะนั้นท่านต้องบอกกับข้ามาว่าลู่ฟงมีฐานะเหมือนกับพวกท่านหรือไม่” คำอธิบายถึงเหตุผลในความอยากรู้เรื่องนี้ของอี้หลานทำให้จื่อหลงหนักใจขึ้นมา จริงอยู่ว่าลู่ฟงรักอี้เซียง แต่ความรักของเขาตอนนี้ถูกบดบังไว้ด้วยความแค้น จื่อหลงจึงไม่อาจรับรองได้ว่าลู่ฟงจะทำร้ายอี้เซียงหรือไม่ และยิ่งไม่กล้าที่บอกความจริงกับอี้หลานว่าคนที่ไปทำร้ายอี้เซียงกับลี่หูเมื่อคราวที่แล้วก็คือลู่ฟง
“ว่ายังไงล่ะค่ะ ถ้าท่านไม่ตอบนั่นย่อมแสดงว่าข้าเดาถูก ท่านถึงไม่กล้าพูด” จื่อหลงถอนหายใจเฮือกใหญ่ อี้หลานก็เป็นแบบนี้ นางสามารถจับทางเขาได้ทุกครั้ง ไม่ว่าจะตอบหรือไม่ นางก็ยังสามารถเดาใจเขาได้
“ใช่..ลู่ฟงเป็นพี่น้องของข้า” ในเมื่อปฏิเสธไม่ได้ จื่อหลงจำต้องยอมรับ อี้หลานพอรู้คำตอบแล้วก็เข้าใจได้ในทันที มือสังหารปีศาจเงินที่ทั่วทั้งยุทธภพกล่าวถึง ที่แท้ก็คือพวกเขาทั้งห้าคนซึ่งล้วนแต่อยู่ใกล้ตัวนางมาโดยตลอด
“แล้วเขาจะทำร้ายน้องเซียงไหมค่ะ”
“ลู่ฟงรักอี้เซียง เขาคงไม่ทำร้ายนาง แต่ถ้าเจ้าไม่วางใจก็อย่าให้เขาได้อยู่กับนางตามลำพัง” จื่อหลงแนะนำอี้หลานได้เท่านี้ เมื่อก่อนคนที่จื่อหลงไม่อาจเดาความคิดได้ก็คือลี่หู แต่ตอนนี้คนที่เดาใจได้ยากที่สุดกลับเป็นลู่ฟง เขามีทั้งความรักและความแค้น จึงทำให้จื่อหลงไม่อาจมั่นใจและกล้ารับรองกับอี้หลาน เพราะจื่อหลงไม่อาจรู้ว่าเวลานี้ลู่ฟงได้ปล่อยให้ความรักอยู่เหนือกว่าหรือความแค้นมีอำนาจมากกว่า
“ท่านพูดแบบนี้แสดงว่าท่านก็ไม่รับรองกับข้าสิค่ะ”
“ลู่ฟงเป็นคนเจ้าชู้ เขาเคยมีผู้หญิงผ่านเข้ามาหลายคน แต่ทว่าเขากลับไม่เคยคิดจริงจังกับใครจนได้เจออี้เซียง ข้าจึงกล้ารับรองกับเจ้าได้ว่าเขาจะไม่ทำร้ายนาง แต่..”
“แต่อะไรหรอค่ะ หรือว่าลู่ฟงไม่ทำร้ายน้องเซียง แต่จะทำร้ายลูกของนางหรอค่ะ” เพียงจื่อหลงหลุดคำว่า ‘แต่’ ออกมา ใจของอี้หลานก็นึกไปถึงชีวิตของหลานที่ยังบริสุทธิ์
“เขารู้เรื่องนี้แล้วพูดว่าอย่างไรบ้างล่ะ เจ้าช่วยบอกข้ามาก่อน”
“ลู่ฟงขอรับผิดชอบน้องเซียงกับลูกของนางค่ะ แต่ว่าน้องเซียงได้ปฏิเสธไปแล้ว” จื่อหลงขมวดคิ้วอย่างใช้ความคิด ลู่ฟงใจกว้างถึงขนาดยอมรับลูกของลี่หูได้ นั่นก็แสดงว่าเขาคงไม่คิดทำร้ายเด็กที่เป็นผู้บริสุทธิ์
“ถ้าเป็นแบบนี้ก็คงพอจะวางใจได้” อี้หลานจ้องหน้าจื่อหลงเพื่อขอความมั่นใจจากชายหนุ่มมากกว่านี้ แต่ใจของจื่อหลงกลับไม่กล้าพอที่จะรับประกันลู่ฟงได้ทั้งหมด ไม่รู้เป็นเพราะอะไรเหมือนกันถึงทำให้จื่อหลงรู้สึกระแวงในความใจกว้างของชายหนุ่มรุ่นน้อง “แต่เพื่อความสบายใจ ถ้าเป็นไปได้ข้าก็อยากให้เจ้าทำตามคำแนะนำของข้าครั้งแรก อย่าปล่อยให้อี้เซียงอยู่กับลู่ฟงตามลำพังเป็นอันขาด”
“ก็ได้ค่ะ ข้าจะทำตามที่ท่านบอก ข้ากลับก่อนนะค่ะ” อี้หลานยิ้มแล้วหันหลังเพื่อที่จะกลับบ้าน นางไม่ควรยืนคุยกับจื่อหลงนานเกินไปนัก เพราะจะเป็นการผิดสังเกตต่อคนอื่น แต่จื่อหลงกลับเรียกนางไว้
“อี้หลาน..ยืนอยู่ตรงนี้เป็นเพื่อนข้าก่อนได้ไหม” หญิงสาวไม่ได้พูดอะไรออกมา หากแต่การที่นางหยุดยืนอยู่โดยที่ไม่ขยับขาออกไปแม้เพียงก้าวเดียว นั่นก็ถือว่าเป็นคำตอบแล้วว่านางยินดีทำตามคำขอของจื่อหลง ชายหนุ่มก้าวเท้าออกไปด้านขวามือเพื่อเว้นระยะห่างระหว่างตนเองและอี้หลานพอสมควร ในขณะที่หญิงสาวก็นั่งลงบนก้อนหินที่อยู่ริมลำธาร มือเรียวของนางกำลังแกว่งไปมาอยู่ในน้ำ เพื่อหยอกล้อปลาตัวน้อยที่แหวกว่ายเข้ามาหา แม้ใบหน้าของชายหนุ่มจะมองออกไปเบื้องหน้า หากแต่สายตากลับชำเลืองมองอี้หลาน เขาแค่อยากจะจดจำภาพของนางในวันนี้เอาไว้ รอยยิ้มของนาง แววตาของนาง เส้นผมของนาง ให้ประทับอยู่ในความทรงจำของเขาตลอดไป เพื่อเป็นกำลังใจให้กับตนเองจนกว่าจะถึงวันที่เขาจะกลับมาหานาง แต่ถ้าหากเขาโชคร้ายกลับมาไม่ได้ ภาพใบหน้าที่งดงามของอี้หลานจะได้อยู่เป็นเพื่อเขาในวินาทีสุดท้ายที่ต้องจากนางไป..ตลอดกาล
๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sun May 24, 2009 7:29 pm

ผ่านไปหนึ่งสัปดาห์แล้วที่ทัพใหญ่ของต้าซ้องได้เคลื่อนทัพออกจากเมืองหลวงภายใต้การนำของแม่ทัพจางจื่อหลง และตลอดเวลาหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น ท่านไป๋หยุดการเคลื่อนไหวทุกอย่าง เช้ามาไปทำงาน ตกเย็นก็กลับบ้าน วันหยุดก็อยู่กับลูกสาวสองคน แม้ภายนอกท่านจะแสดงออกเช่นนี้ หากแต่ความจริงแล้วตลอดเวลาหนึ่งอาทิตย์ฟู่เจี้ยนกับจอมยุทธ์เซี่ยงยังคงแอบสืบเรื่องทุกอย่างที่อำมาตย์ไป๋ไม่อาจออกหน้าด้วยตนเองได้มาโดยตลอด แต่คนอย่างขุนพลเจิ้นที่เริ่มระแวงอำมาตย์ไป๋ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจในท่าทีที่สงบนิ่งของอีกฝ่ายแบบนี้ จึงได้ให้ลู่ฟงที่ไปหาอี้เซียงทุกวันคอยมารายงานความเคลื่อนไหวภายในบ้านให้ทราบ แต่ดูเหมือนว่าลู่ฟงจะใส่ใจกับอี้เซียงมากจนเกินไป ข่าวที่ได้มาจึงไม่ต่างกับที่ขุนพลเจิ้นรู้ สุดท้ายขุนพลเจิ้นจึงได้พักเรื่องของอำมาตย์ไป๋ไว้ก่อนและจึงเริ่มลงมือตามแผนที่วางไว้มาตั้งแต่ต้นอีกครั้ง เมื่อท่านยอมลดทิฐิเพื่อเกลี่ยกล่อมลูกชายที่ตอนนี้เหมือนไม่ยอมทำตามคำสั่งให้กลับมาเชื่อฟังท่านอีกครั้ง
“ลี่หู..ข้ารู้ว่าข้าทำไม่ถูก ข้าทำให้เจ้าเสียใจ แต่เรื่องมันก็ผ่านมาหลายสัปดาห์แล้ว เจ้าก็น่าจะเลิกโกรธข้าได้แล้วนะ” ขุนพลเจิ้นนั่งลงที่เก้าอี้หินภายในสวนข้างๆลี่หูที่กำลังทอดสายตาไกลออกไป แม้จะไม่พอใจอยู่อย่างมากที่เห็นลี่หูเปลี่ยนไปถึงขนาดนี้เพราะความรักที่เขามีต่ออี้เซียง แต่ขุนพลเจิ้นก็ต้องอดทนไว้เมื่อยังเห็นประโยชน์จากลูกชายคนนี้
“ไม่เอาน่า..อย่าทำท่าหมดอาลัยในชีวิตแบบนี้สิ ถ้างานนี้สำเร็จเราสองคนพ่อลูกก็จะมีอำนาจได้อยู่เหนือคนอื่น ถึงตอนนั้นลู่ฟงก็จะหมดประโยชน์ เจ้าก็จะได้อี้เซียงคืนมาแล้วนะ ถ้าเจ้าไม่ถึงตัวเองก็น่าจะนึกถึงวันที่เจ้าจะได้อยู่กับคนรักสิ” ขุนพลเจิ้นเกลี่ยกล่อมลี่หูด้วยคำพูดเดิมๆ แต่คราวนี้ลี่หูกลับไม่หลงเชื่อคำหวานของบิดาอีกแล้ว
“ถ้าข้ามีอำนาจแล้วข้าจะได้อี้เซียงกลับคืนมา ท่านพ่อยังคิดว่าคำพูดแบบนี้จะทำให้ข้าหลงเชื่อได้อีกอย่างงั้นรึ”
“ลี่หู..นี่เจ้า” ขุนพลเจิ้นเกรี้ยวกราดไม่พอใจ ลุกยืนขึ้นชี้หน้าลี่หู
“ท่านพ่ออยากจะทำอะไรก็ทำไป ข้าจะไม่ขัดขวาง แต่ท่านพ่ออย่าได้มาบังคับข้าให้ทำผิดไปมากกว่านี้อีกแล้ว” น้ำเสียงของลี่หูราบเรียบไร้ความรู้สึกใดๆทั้งสิ้น เหมือนดั่งชีวิตของเขาได้หายไปแล้วครึ่งหนึ่ง ชีวิตของเขาที่ควรจะมีอี้เซียงมาช่วยเติมให้เต็ม
“เจ้า..เจ้ามันไม่รักดี แค่ผู้หญิงคนเดียวทำให้เจ้าเสียสติไปได้ถึงขนาดนี้ ข้าน่าจะฆ่าเจ้าให้ตายตั้งแต่วันนั้น” ขุนพลเจิ้นพลั้งปากออกมาด้วยความโกรธ และตรงเข้าทุบตีลูกชายที่ไม่แม้แต่จะคิดตอบโต้ ลี่หูเคยชินกับความอารมณ์ร้ายของบิดามาตั้งแต่เด็กแล้ว ทุกครั้งที่ขุนพลเจิ้นโกรธก็มักจะลงมือทุบตีเขาแบบนี้ แต่ลี่หูก็ไม่เคยนึกโกรธพ่อสักครั้ง เขาเข้าใจที่พ่อไม่เคยรักเขาเพราะเขาเป็นต้นเหตุทำให้แม่ต้องตาย ตลอดเวลาที่ผ่านมาลี่หูจึงกตัญญูต่อบิดาอย่างมาก เชื่อฟังขุนพลเจิ้นทุกอย่างเพื่อให้ขุนพลเจิ้นมีความรักให้เขาบ้าง แต่วันนี้ขุนพลเจิ้นกลับพลั้งปากว่าท่านจะฆ่าเขาออกมา นั่นแสดงว่าความกตัญญูของเขาไม่เคยทำให้ขุนพลเจิ้นมีความรักให้เขาเลยแม้แต่น้อย ทำให้บาดแผลในใจถูกสะกิดขึ้นอีกครั้ง จนลี่หูต้องกล่าวประชดออกมาด้วยความน้อยใจ
“งั้นท่านพ่อก็ลงมือฆ่าข้าตอนนี้ได้เลย ถึงข้าอยู่ต่อไปมันก็เหมือนกับตายทั้งเป็นอยู่แล้ว”
“เจ้าอย่าท้าข้านะ อย่าคิดว่าข้าจะทำไม่ได้” ขุนพลเจิ้นโกรธจนหน้าแดงจัด โกรธที่ลี่หูไม่ยอมเชื่อฟัง โกรธที่ลี่หูเห็นผู้หญิงดีกว่าพ่อ โกรธที่ลี่หูกล้าท้าทายถึงขนาดนี้ ขุนพลเจิ้นหยุดทุบตีลูกชายหากแต่ใช้ฝ่ามือทั้งสองข้างบีบต้นคอของลี่หูไว้แน่นจนใบหน้าของลี่หูเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำเพราะเริ่มขาดอากาศหายใจ เขายินดียอมรับความตายที่บิดาหยิบยื่นให้ทั้งน้ำตา

ที่จวนอำมาตย์ไป๋ บัดนี้ก็ยุ่งวุ่นวายเมื่ออี้เซียงจู่ๆก็มีอาการปวดท้องและตกเลือด แม้จะเพียงเล็กน้อยแต่ก็ทำให้อำมาตย์ไป๋นั่งไม่ติด เดินวนไปมาระหว่างที่รอหมอมาถึง ส่วนอี้หลานก็กุมมือน้องสาวไว้แน่น คนน้องร้องไห้เพราะห่วงลูก ส่วนคนพี่ร้องไห้เพราะห่วงทั้งน้องและหลาน ตลอดหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมาอี้หลานคอยดูแลอี้เซียงโดยตลอด ทำตามคำแนะนำของจื่อหลงไม่ให้อี้เซียงอยู่ตามลำพังกับลู่ฟง และตัวลู่ฟงเองก็ไม่ได้มีความคิดที่จะทำร้ายอี้เซียงแม้แต่น้อย ทำให้อี้หลานไม่ได้ฉุกใจคิดถึงสาเหตุที่ทำให้อี้เซียงตกเลือดว่าจะเป็นเพราะฝีมือของลู่ฟงที่แอบใส่ส่วนผสมของยาขับเลือดให้น้องสาวกินเข้าไปทุกวันแม้แต่น้อย จนกระทั่งหมอเดินทางมาถึงและตรวจอาการของอี้เซียงแล้ว ท่านไป๋กับอี้หลานถึงได้เบาใจลงเมื่อหมอบอกว่าอี้เซียงกับทารกยังปลอดภัยอยู่ เพียงแต่ครรภ์ของอี้เซียงไม่แข็งแรง จึงต้องบำรุงให้มากและระหว่างนี้ห้ามนางลุกเดินไปไหนให้นอนอยู่แต่บนเตียงจนกว่าจะแน่ใจว่าอี้เซียงจะไม่ตกเลือดซ้ำอีกครั้ง

ความวิตกกังวลของอำมาตย์ไป๋และอี้หลานเพิ่งจะเบาบางลงได้เพียงชั่วครู่ บ่าวชายในบ้านก็รีบเข้ามารายงานว่าเจ้ากรมกลาโหมมาพบเพื่อจะตามตัวท่านไปเข้าเฝ้าฝ่าบาทพร้อมกัน ท่านไป๋พอรู้ว่ามีแขกมาเยือนจึงได้ให้อี้หลานอยู่กับอี้เซียง ส่วนตัวท่านก็ออกไปพบเจ้ากรมกลาโหม ทันทีที่ท่านเจ้ากรมได้พบอำมาตย์ไป๋ น้ำเสียงของท่านเจ้ากรมก็ร้อนรนจนอำมาตย์ไป๋ต้องบอกให้ท่านค่อยๆพูด
“ท่านอำมาตย์เกิดเรื่องใหญ่แล้ว ฝ่าบาทมีพระบัญชาให้ท่านกับข้ารีบไปเข้าเฝ้าโดยด่วน” ท่านเจ้ากรมพอได้รับพระบัญชาจากมู่กงกงก็รีบมาบอกอำมาตย์ไป๋ด้วยตัวเอง เพื่อที่จะได้ไปเข้าเฝ้าพร้อมกัน
“แล้วมันเรื่องอะไรอย่างงั้นรึ ท่านพอจะบอกกับข้าได้ไหม”
“ก็เรื่องแม่ทัพจางนั่นยังไง นี่ท่านอำมาตย์คงยังไม่ทราบเรื่องแน่ๆว่าแม่ทัพจางเขา..เขา..” ท่านเจ้ากรมตะกุกตะกัก สีหน้าไม่สู้ดี
“เขาทำไม?”
“เขาทรยศต่อต้าซ้อง สวามิภักดิ์กับแค้วนเหลียวไปแล้ว”

-----------------------------------

โปรดติดตามตอนต่อไป

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sun May 24, 2009 7:32 pm

ตอนใหม่มาแล้วนะค่ะ พี่หลงงานเข้าเรียบร้อย เหอะๆ เอาใจช่วยพี่หลงในตอนต่อไปด้วยนะค่ะ ขอบอกว่าลงตอนนี้เหนื่อยมากๆ ไม่ใช่อะไรค่ะ แต่กลุ้มใจกับความเร็วของ IE8 เวลาใส่ข้อความยาวๆแล้วมันจะกระเด้งขึ้นไปอยู่บนสุด ทำให้ขึ้นไปแก้ไขข้อความได้ยากมากๆเลยค่ะ ไม่ขึ้นว่ามันจะเป็นแบบนี้ ตอนที่ช่างบอกว่ามันเร็ว ก็เห็นว่ามันโหลดข้อมูลได้เร็วกว่า IE6 ทั้งที่ความเร็วของเน็ตเท่ากัน แต่นึกไม่ถึงว่ามันจะเร็วจนทำให้ปวดหัวค่ะ เฮ้อ..เดี๋ยวรอบหน้าต้องแบ่งวรรคที่จะลงแต่ละโพสให้ดีๆ จะได้ไม่ต้องกลับมาแก้ไขข้อความอีก ถ้าหากข้อความมันยาวเกินจนโพสไม่ผ่านค่ะ

ตอนใหม่สดๆจากเตา โปรดชินกับการสะกดผิดของ ผกก.ด้วยนะค่ะ

_________________


แก้ไขล่าสุดโดย tabtim เมื่อ Sun May 24, 2009 9:03 pm, ทั้งหมด 1 ครั้ง
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
lingu
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 4 กระบี่ไร้น้ำตา
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 4 กระบี่ไร้น้ำตา
avatar

จำนวนข้อความ : 6491
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sun May 24, 2009 9:01 pm

ตอนนี้เครียดมากเลยค่ะ (ทั้งตอนไม่ได้ยิ้มเลยง่า ซิกๆ) ตั้งแต่ลุ้นให้น้องเซียงรอดพ้นจากความแค้นของลู่ฟง แล้วก็ตอนน้องเซียงผิดหวังที่รู้ว่าพี่ลี่หูตัดรักอย่างไม่เหลือเยื่อใย แต่น้องเซียงกลับเข้มแข็งและคิดได้ขึ้น จะยืนด้วยลำแข้งของตัวเอง ช่างเด็ดเดี่ยวคาดไม่ถึงเลยค่ะ ส่วนพี่ลู่ฟง ตอนนี้เดาใจพี่ไม่ถูกเลย ว่าจะฆ่าเด็กจริงๆหรือว่าจะเอาเด็กไว้ เพราะเห็นเสนอรับเป็นพ่อเด็ดนิคะ แล้วน้องเซียงกินยาพิษไปวันละนิดละน้อย ต่อไปเด็ดในท้องจะสมบูรณ์เหรอคะ น่าหวั่นใจมากค่ะ

ส่วนแม่นางหยู ตอนนี้ได้ใจไปเต็มๆเลยค่ะ ดูเด็ดเดี่ยว ถือเอาความรักเป็นหนึ่ง ไม่กลัวอันตรายที่จะตามมาเพื่อให้ได้ช่วยคนที่ตัวเองรัก ตอนนี้เริ่มเป็นห่วงแม่นางหยูมากกว่าห่วงพี่หลงอีกค่ะ

มาถึงคู่ตาหลงกับยายหลาน นัดพบกันใต้ต้นรำเพยเหมือนเดิม ตอนที่ตาหลงบอกให้ยายหลานอย่าเพิ่งไปแล้วนั่งลงกวักมือเล่นน้ำ ตะแรกพี่ก็คิดว่าสองคนจะเล่นสาดน้ำใส่กันซะอีก คริๆ (เวอร์ไปซะและ) แหม.. ผกก.บอกว่าตอนนี้ตาหลงงานเข้าเต็มๆ ดูจิ กองเชียร์พี่หลงเตรียมตะกร้า โอ่ง หม้อ มาคอยรับงานของตาหลงเยอะไปหมดเลยค่ะ ต้องรอใช้รับงานช่วยตาหลงในตอนหน้าซะแล้วววว Laughing

_________________


แก้ไขล่าสุดโดย lingu เมื่อ Sun May 24, 2009 9:06 pm, ทั้งหมด 1 ครั้ง
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=linguniang&group=3]Chil
tomtam
ศิษย์ชาเรี่ยนขั้น 2
ศิษย์ชาเรี่ยนขั้น 2
avatar

จำนวนข้อความ : 167
: 36
Registration date : 14/12/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sun May 24, 2009 9:05 pm

เข้ามาจองที่ค่ะ ได้ข่าวว่าพี่หลงงานเข้า ซ้อสี่ก็งานเข้าเหมือนกันค่ะ (กำลังปั่นของตัวเองอยู่ Laughing ) ไว้พรุ่งนี้จะแวะมาอ่านนะคะ หรืออาจจะเป็นคืนนี้ดึกๆ Embarassed
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว http://forums2.popcornfor2.com/index.php?showtopic=56077&st=
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sun May 24, 2009 9:11 pm

พี่หลิน..ตอนหน้าได้ใช้แน่ค่ะไม่ต้องห่วง พี่หลงรับไปเต็มๆคนเดียว ไม่ต้องไปมีเอี่ยวกับใคร แต่พี่หลินก็จิ้นนะค่ะว่าคู่ตา-ยายจะเล่นสาดน้ำใส่กัน ประหนึ่งอยู่ด้วยกันเพียงสองคน ถึงอยากจะทำอย่างนั้นคงไม่ได้หรอกค่ะ ก็อยู่ในวัดนี่ค่ะ ไม่เหมาะค่ะ แล้วอีกอย่างตากับยายเค้าไม่หวีตกันแบบเด็กๆหรอกค่ะ ต้องหวีตแบบผู้ใหญ่เท่านั้น แบบตัวถึงตัวค่ะ (ยั่วให้น้ำหมากหกไปก่อน)

พี่ลู่ฟงตอนนี้ทั้งรักทั้งแค้น สับสนในชีวิตอยู่ค่ะ จะเอายังไงดีระหว่างยอมรับเป็นพ่อหรือว่าฆ่าทิ้งซะเลย

สำหรับแม่นางหยู ทับทิมคิดว่านางยังไม่น่าเป็นห่วงเท่าพี่หลงนะค่ะ พี่หลงน่าสงสารจะตายไปค่ะ น่าห่วงมากกว่าเยอะ พอๆกับน้องหลานเลยค่ะ



แต๋ม..งานเพิ่งจะเริ่มเข้าพี่หลง ยังมีเวลาให้แต๋มเตรียมตัวค่ะ เพราะตอนหน้าถึงจะรับไปแบบเต็มๆคนเดียว

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
Cipher
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 3 กระบี่ไร้เงา
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 3 กระบี่ไร้เงา
avatar

จำนวนข้อความ : 1273
Registration date : 11/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sun May 24, 2009 9:52 pm

ขออนุญาตทำหน้าที่เช่นเคยคะ



มือบางของหญิงสาวกุมท้องของตนเองเอาไว้อย่างห่วงใยในลูกน้อยที่อยูในครรภ์


โดยที่มิได้ทันระวังว่าพื้นที่นางเหยียบลงไปมีตะไคร่น้ำปกคุมอยู่


ชายหนุ่มกุมมือทั้งสองข้างของอี้เซียงไว้อย่างให้กำลังใจ สายตาของเขาบอกกับนางให้ลองดูสักครั้ง


นางพยายามชะเง้อคอมมองหาลี่หู คาดคิดว่าเขาอาจจะเดินตามหลังลู่ฟงมาก็ได้ แต่จนกระทั่งลู่ฟงเดินมาถึงแล้ว นางก็ยังไม่เห็นลี่หูเดินตามออกมา


ฝ่าบาทเมื่อทรงได้เสียงสนับสนุนจากขุนพลเจิ้นถึงเพียงนี้ จึงมีรับสั่งให้เคลื่อนทัพในอีกสองวันข้างนอกในทันที


แต่อีกความเห็นหนึ่งคือขุนพลเจิ้นอาจจะมีแผนการบางอย่าง ซึ้งตอนนี้ท่านไป๋จะรีบสืบเรื่องนี้ให้ได้


ลู่ฟงเดินเข้ามาในห้องพร้อมตะกร้าที่ใส่โถรังนกตุ๋นมาด้วย เขาประสานมือคารวะอำมาตย์ไป๋และกล่าวทักทายอี้หลาน


ถ้าหากคิดจะเอาผิดเขาต้องฉลาดกว่าและเท่ากัน(เท่าทัน หรือเปล่าคะ ไม่แน่ใจ) เล่ห์เหลี่ยมของเขาด้วย มิฉะนั้นเจ้ากับพ่อจะเป็นฝ่ายที่เพลี่ยงพล้ำถูกเขาเล่นงานเอาโดยง่าย


ความใจร้อนของพวกเขาทำให้ฐานะถูกเปิดเผย นายใหญ่จะไม่ใช่พวกเขาทำงานระหว่างนี้


ถ้าเจ้าไม่นึกถึงตัวเองก็น่าจะนึกถึงวันที่เจ้าจะได้อยู่กับคนรักสิ


“เขาทรยศต่อต้าซ้อง สวามิภักดิ์กับแค้วนเหลียวไปแล้ว”
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
Cipher
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 3 กระบี่ไร้เงา
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 3 กระบี่ไร้เงา
avatar

จำนวนข้อความ : 1273
Registration date : 11/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sun May 24, 2009 9:59 pm

ผกก.คะ สงสัยประโยคนี้คะ

"แต่แล้วสิ่งที่คาดการณ์ไว้กลับตรงกันข้าม ขุนพลเจิ้นคัดค้านความคิดของอำมาตย์ไป๋ที่ไม่ต้องการให้เปิดศึกครั้งนี้ และยังทูลเสนอกับฮ่องเต้ให้รีบเปิดศึกเร็วขึ้นเพื่อที่จะได้เป็นการแสดงให้ แคว้นเหลียวเห็นว่าต้าซ้องไม่เคยคิดจะยอมอ่อนข้อให้"

มลเยี่ยกลับคิดว่าท่านไป๋จะคิดออกซะอีกคะ เพราะอี้หลานก้อเตือน คนชุดดำก้อเตือน เพียงแต่ว่าขุนพลเจิ้นแค่ทำในสิ่งที่ขัดกับที่เคยทูลฮ่องเต้ไว้แค่นั้นเองไม่ใช่เหรอคะ Question


ทำไมมลไม่รู้สึกเกลียดพี่ลู่ฟงเลยล่ะคะ ก้อรักมาก ก้ออยากครอบครอง พออยากครอบครองก้อเลยต้องกำจัดตัวปัญหาออกไป ซึ่งก้อคือน้องซินเอ๋อ ยิ่งทำให้มลรู้สึกว่าความรักที่พี่ลู่ฟงมีต่อน้องเซียงมันเป็นของจริงคะ


ผกก.บอกว่าตอนหน้าน้องหลานจะงานเข้า ไงเป็นอย่านั้นล่ะคะเนี่ย พี่หลงน่ะเห็นแล้วว่างานมาเยือน แต่ทำให้ต้องเข้าน้องหลานด้วยล่ะจ๊ะ



อี้แต๋มคะ งานเข้าของอี้แต๋มนี่หมายถึงเข้าไปปั่นฟิคใช่หรือค่ะ Smile
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sun May 24, 2009 10:12 pm

ขอบคุณแผนกพิสูจน์อักษรเหมือนเดิมค่ะ กำลังนั่งหาเพลงที่เฮียเคร้องที่พี่โย่วบอกว่าชอบอยู่ค่ะ แต่ยังหาไม่เจอเลยเนี่ย มีเยอะจัด อิอิ

ตอบข้อสงสัยก่อน ก็ที่อำมาตย์ไป๋คาดไม่ถึงเพราะว่า ท่านไป๋คิดว่าขุนพลเจิ้นจะคล้อยตามไงค่ะ เพราะท่านต้องการใช้เรื่องนี้พิสูจน์ขุนพลเจิ้นถึงจุดประสงค์ที่แท้จริง เพราะตอนแรกๆเค้าไม่ต้องการให้เปิดศึกแต่ต้องการให้ยกดินแดนให้ ถ้ารอบนี้ขุนพลเจิ้นยังคิดเหมือนเดิมนั่นเท่ากับว่าขุนพลเจิ้นมีความต้องการแบบนี้จริงๆ แต่พอกลายเป็นว่ามาคัดค้านและรีบบอกกับฮ่องเต้ให้เปิดศึก แสดงว่าความคิดเค้าเปลี่ยนไปเป็นอีกอย่าง มีแผนที่มากกว่าที่ท่านไป๋คิดไว้ ซึ่งท่านไป๋ยังไม่ได้หาทางรับมือไว้ แม้ลูกสาวกับคนชุดดำจะเตือนไว้แล้วก็ตาม

พี่ลู่ฟงรักน้องเซียงจริงๆค่ะ รักมากพอๆกับพี่ลี่หูนั่นล่ะ เพียงแต่การแสดงออกของสองคนแตกต่างกันเท่านั้น พี่ลี่หูเป็นรักที่ต้องเก็บไว้ในใจ ส่วนพี่ลู่ฟงแสดงออกมาอย่างเปิดเผย

แต่ตอนหน้าที่น้องหลานงานเข้าพร้อมพี่หลงก็เพราะเราเกิดมาเพื่อเป็นคู่กันไงค่ะ งานเลยต้องเข้าพร้อมกันโดยมิได้นัดหมายแบบนี้ล่ะค่ะ ปล่อยให้น้องเซียงร้องไห้มาเยอะแล้ว ถึงเวลาพี่สาวบ้างล่ะนะ

แอบสงสารพี่หลินล่ะ เห็นบอกว่าตอนใหม่เครียดมากไม่ได้ยิ้มเลย ก็แบบว่ามันใกล้จะจบแล้วนี่ค่ะก็เลยเครียดเป็นธรรมดา ยิ่งใกล้จบยิ่งเครียดค่ะ ขอโทษล่วงหน้านะค่ะ

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
Cipher
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 3 กระบี่ไร้เงา
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 3 กระบี่ไร้เงา
avatar

จำนวนข้อความ : 1273
Registration date : 11/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sun May 24, 2009 10:18 pm

ขอบคุณผกก.ที่เข้ามาชี้แจงเรื่องที่สงสัยคะ



ว่าแต่ขอต่อร้องให้น้องหลานไม่ต้องงานเข้าไม่ได้เหรอคะ

ก้อเกิดมาคู่กันไงคะ คนหนึ่งสุขอีกคนทุกข์จะได้เป็นหยินหยาง

สมดุลกันดีนะคะ Very Happy
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sun May 24, 2009 10:23 pm

เห็นทีจะไม่ได้ค่ะ รักแท้ย่อมต้องผ่านอุปสรรคและต้องฟันฝ่าไปพร้อมกันเท่านั้นค่ะ ดูอย่างคู่พี่ลี่หูกับน้องเซียงเป็นตัวอย่างสิค่ะ เดี๋ยวเค้าก็จะแฮปปี้เอนจอยกันแล้วนะ พี่หลงกับน้องหลานก็อดทนหน่อย เจ็บจิ๊ดเดียวเอง ยังไงก็ไม่หนักเท่าคู่พี่ลี่หูหรอกค่ะ ผกก.ยั้งมือไว้ทัน เพราะเกรงว่าแฟนคลับจะทำใจกันไม่ได้ จริงๆก็ปล่อยให้สุขมาเยอะแล้วน๊า ทุกข์อีกแค่ 5 ตอนเท่านั้นเองค่ะ ทนหน่อยนะ

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
Cipher
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 3 กระบี่ไร้เงา
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 3 กระบี่ไร้เงา
avatar

จำนวนข้อความ : 1273
Registration date : 11/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sun May 24, 2009 10:36 pm

งั้นมลเยี่ยจะไปเตรียมผ้าเช็ดผ้า พร้อมชุดปฐมพยาบาลไว้รอเจ้าค่ะ Crying or Very sad

ปล.ฉากหุงข้าวก้อไม่มี แล้วจะให้พี่หลงกับน้องหลานเค้าทุกข์แบบคู่พี่ลี่หูกับน้องเซียงย่อมเป็นเรื่องที่ไม่สมควรอย่างยิ่งนะคะผกก.
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sun May 24, 2009 10:40 pm

ไม่ได้บอกว่าทุกข์เหมือนคู่พี่ลี่หู แต่บอกให้ดูคู่นี้เป็นตัวอย่างค่ะ ถึงจะไม่มีฉากหุงข้าว แต่เดี๋ยวให้มีฉากตอนก่อไฟก็ได้ แต่แน่ใจนะว่าแฟนคลับทำใจยอมรับได้ จะไม่เลือดไหลจนหมดตัวไปซะก่อน

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
Cipher
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 3 กระบี่ไร้เงา
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 3 กระบี่ไร้เงา
avatar

จำนวนข้อความ : 1273
Registration date : 11/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sun May 24, 2009 10:53 pm

ตอบผกก.ไม่รู้เหมือนกันคะว่าจะเลือดไหลหรือเปล่า ต้องขอดูก่อนนะคะ Very Happy
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
lingu
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 4 กระบี่ไร้น้ำตา
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 4 กระบี่ไร้น้ำตา
avatar

จำนวนข้อความ : 6491
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Sun May 24, 2009 10:56 pm

เห็นมีหุงข้าว ก่อไฟ ทำเอาน้ำลายยืดเลยค่ะ กั่กๆๆ ผกก.ปลอบใจผู้อ่านเหมือนจะจับสองตายายไปฉีดยาเลย เจ็บจิ๊ดเดียวก็หายแล้ว 555 เอาน่าๆ ตอนหน้าจะเตรียมผ้าชนหนูมาซับน้ำตา และก็หม้อ ไห ปี๊บ กาลามังมารับงานให้ตาหลงกับน้องหลานนะคะ แต่ เรื่องก่อไฟไหม้ฟืนเนี่ย พี่อัดเทปไว้แล้วเด้อ ผกก.ห้ามกลับคำ

เห็นด้วยกะน้องมลว่า แค่ก่อไฟ จะทำให้เลือดกำเดาไหลได้ป่าว ต้องรอพิสูจน์ค่ะ Cool Laughing

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=linguniang&group=3]Chil
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Mon May 25, 2009 7:47 pm

โอเคค่ะ ตกลงว่าเพื่อไม่ให้ทั่นผู้อ่านทุกท่านต้องรอนาน สัปดาห์นี้เตรียมล้างตารอชมฉากตากับยายก่อไฟเตรียมหุงข้าวได้เลยค่ะ เป็นของขวัญจาก ผกก. นะค่ะ

ส่วนจะทำให้เลือดไหลหมดตัวหรือไม่ คงต้องรอพิสูจน์กันเองนะค่ะ

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
Cipher
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 3 กระบี่ไร้เงา
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 3 กระบี่ไร้เงา
avatar

จำนวนข้อความ : 1273
Registration date : 11/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Mon May 25, 2009 8:24 pm

ข้าน้อยล้างตารอตั้งแต่เมื่อวานแล้วล่ะทั่นผกก.โปรดชี้แนะด้วย Razz
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
tabtim
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 2 กระบี่มังกรหยก
avatar

จำนวนข้อความ : 868
Registration date : 12/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Mon May 25, 2009 8:32 pm

ลืมบอกไปเดี๋ยวจะหาว่า ผกก. จะหาทางกลั่นแกล้งด้วยตอนที่ 26.1 ขอบอกว่างานนี้ของจริงค่ะ เป็นตอนพิเศษที่ตั้งใจมอบให้โดยเฉพาะค่ะ แฟนคลับตาหลงกะยายหลานได้ยิ้มแก้มปริแน่ๆ เพราะมันเหมือนเป็นการการันตีจาก ผกก.นะค่ะว่า ยังไง๊ยังไงถึงจะถูกกลั่นแกล้งแค่ไหน สุดท้ายก็ยังแฮปปี้เอนจอยอยู่ดีค่ะ คริ คริ

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
Cipher
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 3 กระบี่ไร้เงา
ศิษย์พี่ชาเรี่ยน 3 กระบี่ไร้เงา
avatar

จำนวนข้อความ : 1273
Registration date : 11/09/2008

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: The Swordsman of Devil   Mon May 25, 2009 9:15 pm

รู้แล้วจ้าว่าคราวนี้ของจริง ตอนแรกคิดไม่ออกว่าทำไมถึงมีตอนพิเศษ แต่ตอนนี้คิดออกแล้วค่ะ (ไม่รู้ว่าคิดเอง เออเองหรือเปล่าเนี่ย)

อย่างนี้ คราวนี้ออนแอร์วันพฤหัสที่ 28 หรือเปล่าคะ
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
 
The Swordsman of Devil
อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน 
หน้า 35 จาก 37ไปที่หน้า : Previous  1 ... 19 ... 34, 35, 36, 37  Next

Permissions in this forum:คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
Welcome To Charlianz world :: Fiction & Recreation :: Fiction & Recreation-
ไปที่: